ผู้เขียน หัวข้อ: รดดอกไม้ชีวิตด้วยรัก  (อ่าน 6605 ครั้ง)

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
รดดอกไม้ชีวิตด้วยรัก
« เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2010, 07:36:48 PM »

รดดอกไม้ชีวิตด้วยรัก


เห็นข้อความหนึ่งในโปสเตอร์ ได้เขียนถึงความรู้สึกของฉัน และความคิดทั้งหมดของฉัน ฉันอ่านข้อความนี้ไปด้วยและฟังเพลงของจางหยี่เซิงไปด้วย ทันใดรู้สึกปวดใจ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า ฉันพยายามที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเอง แต่หลายๆครั้งอารมณ์ของคนเรานั้นจำต้องระบายออกมา ฉันพร้อมพูดกับตัวเองว่า มีเพียงตัวฉันเท่านั้น ที่จะเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง ความตื้นตันใจ ความสะกิดใจอันนั้น ฉันได้แต่เก็บไว้ในใจ มันเป็นอะไรที่งดงามมากๆ

วันนี้ได้นั่งรอการปรากฏตัวของเขาหน้าคอมฯ ตั้งแต่บ่าย 3 แล้ว กับเพื่อนๆอีกหลายๆ คนที่กำลังรอคอยเขาอยู่ เวลาแห่งการรอคอยนั้นดูเหมือนจะผ่านไปช้ามาก แต่ก็มีความสุข เมื่อมีช่องสนทนาได้กระพริบขึ้นมา วินาทีนั้นใจเต้นจนเกือบจะหลุดออกมา เหมือนกับว่าเขาจะมายืนต่อหน้าเราในทันใด ไม่นานเขาได้ปรากฏตัว ชุดขาวที่ดูสง่ากับความหล่อที่คมกลิบทำให้รอบยิ้มฉันปากแทบจะฉีก มันดีใจสุดๆเลย

เวลาผ่านไปเร็วมาก เริ่มจากเก็บตกเรื่องราวเสี่ยวหุ่ตุ้ย เล่าจนถึงการเปลี่ยนแปลงช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา มันจริงจังขนาดไหน มันบากบั่นขนาดไหน เหมือนกับต่อหน้าพวกเรานั้นเขาพูดหมดทุกอย่าง เขาได้ใช่คำพูดสั้นๆ ได้กล่าวถึง 20 กว่าปีแห่งการผ่านร้อนผ่านหนาว และพวกเราก็ล้วนได้เดินเคียงข้างเขาผ่านมากว่า 20 ปีเหมือนกัน อุปสรรค์มากมาย ประสบการณ์ที่โชกโชน สิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนอยู่บนใบหน้าของเขา ในนัยตาเขา นัยตาของเขานั้นความหนุ่มใสเดียงสาของไกวไกวหู่ได้หายไปจากเขาไปนานแสนนานแล้ว สิ่งที่มองเห็นคือความเป็นผู้ใหญ่ของเขา สำหรับการให้สัมภาษณ์ต่อพิธีกรเจี่ยนยุ้ย(หวงยุ้ย)นั้น ปฏิกิริยาเปลี่ยนไปแล้ว เขาตื้นตันใจมาก เห็นถึงการที่แคร์ เขาได้ตอบคำถามของนักข่าวว่า “ในจีนมีนิทานเรื่องหนึ่งที่คุ้นกันมากคือ รวย 2 ช่วงอายุคน” “ไม่ได้ปฏิเสธว่าผมเป็นลูกคนหนึ่งของบ้านหลังนี้ แม้ผมจะขยันทำงานนอกบ้านเพียงใดก็ไม่สามารถที่จะหาเงินได้มากเทียบเท่าสมบัติในบ้าน พวกท่านสามารถเรียกผมว่าเป็นลูกชายของบ้านหลังนี้ แต่ใช่ว่าผมจะขอนั่งกิน นอนกินสมบัติของบ้านของผม ผมก็ต้องขยันเหมือนกัน” แม้ว่านิทานที่โหย่วเผิงพูดมาฉันเขียนไม่ละเอียด แต่สามารถสัมผัสถึงความตั้งใจของเขา

ตอนหลัง จากการที่นักข่าวได้ซักไซ้ถามเขาตลอดเวลา น้ำตาของเขาก็เริ่มเต็มเบ้าตา จากนั้นเพื่อจะตอบสนองการเรียกร้องของพิธีกร เขาได้ร้องเพลงหนึ่งเพลง ซึ่งเป็นเพลงเก่าของเขา “ลี่เกอ” ทำให้เขากลั้นน้ำตาไม่อยู่ นับแล้วเขาร้องไห้ประมาณ 3 ครั้งแล้ว ตอนแรกเขาพยายามที่จะกลั้นไว้ ไม่ให้น้ำตาไหลออกมา ปกปิดความโดดเดี่ยวของเขา อำพรางความอ่อนแอของเขา อำพรางความกดดันที่ได้รับมา กว่าหลายปีของเขา แต่ว่าสุดท้ายเขาทนกลั้นไม่ได้จริงๆ หยดน้ำตาแต่ละหยดได้ตกลงมาจากตาเขา ตกใส่จิตใจของผู้ชมทุกคน รวมถึงฉันด้วย

ได้ดูเรื่อง “รักข้ามขอบฟ้า” จบตั้งแต่อาทิยต์ที่แล้ว จิตใจยังไม่สงบ มีความเศร้า ไม่สบายใจมากๆ จริงๆ ก็อยากจะเขียนอะไรลงไปบ้างเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหนดี รายการในวันนี้ทำให้ฉันประทับใจตื้นตันใจอีกครั้ง ไม่เพียงแต่ประทับใจเพื่อนเขา สิ่งที่เข้าใจกว่านั้นคือ ในชีวิตคนเรามีเรื่องราวอุปสรรคมากมายเหมือนกัน เราจำต้องยืนหยัดที่จะต่อสู้กับมัน เผชิญกับมันอย่างมีความสุข อย่าทำให้ชีวิตต้องเสียใจ ขณะที่เวลาไหลผ่านไป แล้วย้อนคิดดู อย่าให้ชีวิตของเราผ่านไปโดยไร้ความหมาย แม้จะเต็มไปด้วยอุปสรรค แม้จะเต็มไปด้วยขวากหนาม แต่เราต้องเดินต่อไป ไม่หยุดที่จะก้าวต่อไป

ให้ชีวิตเต็มล้นหน่อย ให้ชีวิตมีสีสันหน่อย ใช้เลือดเนื้อ ใช้รักรดดอกไม้แห่งชีวิตของเรา ให้มันออกดอก