ผู้เขียน หัวข้อ: 2005 "จาง นารา" เล่นละครประกบ "ซูโหย่วเผิง"  (อ่าน 5978 ครั้ง)

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 13456
    • ดูรายละเอียด

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 13456
    • ดูรายละเอียด
Re: 2005 "จาง นารา" เล่นละครประกบ "ซูโหย่วเผิง"
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 11:12:42 AM »

prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4549
    • ดูรายละเอียด
Re: 2005 "จาง นารา" เล่นละครประกบ "ซูโหย่วเผิง"
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2012, 01:31:03 PM »
จางนาราเล่นละครประกบ ซูโหย่วเผิง

เชื่อว่าหลายๆ คนคงคิดถึงสาวน้อยหน้าใส จางนารากันอยู่เหมือนกัน วันนี้พาราฯเลยขอมาบรรเทาอาการคิดถึงให้แฟนๆของเธอสักหน่อย ตอนนี้หนูนารามีงานละครข้ามพรมแดนกับซูโหย่วเผิง งานนี้ผู้อ่านยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว เพราะนอกจากแฟนๆจะได้อ่านเรื่องของจางนาราแล้วยังรู้ความเคลื่อนไหวของซูโหย่วเผิงอีกด้วย อย่าเผลอดีใจสุดขีดจนเป็นลมล้มชักแพ็งกๆๆๆๆไปละ งานนี้พาราช่วยไม่ได้นะ รั...กษาเฉพาะคนเป็นไข้(ใจ)เท่านั้น

ละครจีนย้อนยุคแนวคอมเมดี้ 30 ตอนจบ เรื่อง “องค์หญิงจอมแก่น”(เตียวมี่จงกู่) ก็ได้รับการจับตามองจากบรรดาสื่อมวลชนตั้งแต่เริ่มเปิดกล้องแล้ว และเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มีการจัดแถลงข่าวละครเรื่องนี้อย่างยิ่งใหญ่อลังการที่ริมทะเลสาบอู๋ซี ในงานนี้ทั้งจางนาราและซูโหย่วเผิงรวมทั้งนักแสดงนำคนอื่นๆ ในเรื่องต่างก็แต่งชุดจีนโบราณเลิศหรูมาอวดโฉมกัน ทำเอาบรรดานักข่าวน้อยใหญ่ต่างรัวชัตเตอร์กันชนิดไม่กลัวเปลืองฟิล์ม

ละครเรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยโฮ้วเหลียง ซูโหย่วเผิงรับบทฮ่องเต้หนุ่ม ซึ่งพึ่งขึ้นครองราชย์สมบัติ ราชบัลลังค์ยังไม่ค่อยมั่นคง จึงได้ดำเนินนโยบายสร้างความมั่นคงให้กับอำนาจการปกครอง สร้างสันติสุข และพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร นับได้ว่าเป็นฮ่องเต้ผู้มีผลงานโดดเด่นอย่างมาก และในระหว่างนี้เอง ก็เกิดเรื่องราวสนุกสนานต่างๆ ขึ้น ระหว่างฮ่องเต้กับองค์หญิงจอมแก่นที่จะมากระตุ้นต่อมฮาของทุกคน และแล้วจากคู่รักก็มาเกี่ยวดองกันเป็นเครือญาติในที่สุด จางนาราก็ได้กลายมาเป็นฮงเฮา

ในเรื่องนี้จางนารารับบทเป็นซ์อถูจิ้ง(องค์หญิงจอมแก่น) ซึ่งนับว่าเป็นบทที่ท้าทายอย่างมาก ส่วนซูโหย่วเผิงมารับบทจูหวิ่นฮ่องเต้ นอกจากดาราทั้งสองคนที่จะมาสร้างเรื่องราวความรักสนุกสนาน โรแมนติกให้ทุกคนได้อิ่มอกอิ่มใจกันแล้ว ยังมีดาราสาวจากสิงค์โปร์เฉินสิ่วลี่ มารับบทสนมเอกเหวินเม่ยเอ๋อและเป้าเหล่ย มารับบทองค์หญิงอันหนิงอีกด้วย

ดวงตาซูโหย่วเผิงมองแล้วไฟช็อต...

งานแถลงข่าวที่อู๋ซีจัดขึ้นในพระราชวังราชวงค์ซ่ง จางนาราปรากฎตัวในชุดเจ้าหญิงผู้อ่อนหวานน่ารักด้วยชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนเนื้อผ้าบางเบา ปักด้วยเลื่อมมุกระยิบระยับ บทซือถูจิ้งองค์หญิงจอมแก่นที่หนูนาราแสดงนั้น เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากเสี่ยวเยี่ยนจื่อที่เจ้าเหว่ยแสดงก็ว่าได้ ก่อนเปิดกล้องสื่อมวลชนก้เลยเอาเธอไปเปรียบเทียบกับเจ้าเหว่ย เรื่องนี้หนูนาราเจ้าตัวยินดีให้ทุกคนเปรียบเทียบได้ตามสบาย แต่ก็เอ่ยปากมาว่า ถึงแม้ว่าบทบาทจะไม่แตกต่างกันนัก แต่องค์หญิงจอมแก่นที่เธอแสดงกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อน่ะ ต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะ พูดถึงเจ้าเหว่ยจางนาราก็ชมเปาะว่าทั้งสวยทั้งน่ารัก แถมยังถ่อมตัวว่าหนูยังเทียบเจ๊เขาไม่ติดหรอกจ้า สุดท้ายเธอก็ได้ฝากเนื้อฝากตัว และหวังว่าผลงานของเธอจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากชาวจีนเหมือนอย่างเจ้าเหว่ยเท่านั้นก็เป็นปลื้มแล้ว

ในละครเรื่องนี้มักจะเห็นจางนาราใส่กางเกง แถมยังแต้มหนวดเคราอยู่เป็นนิจ เธอบอกว่าชุดที่ใส่ในละครเป็นชุดจีนโบราณประยุกต์ มีการผสมผสานระหว่างองค์ประกอบที่ทันสมัยและให้ความรู้สึกของความเป็นต่างชาติอีกด้วย เนื้อเรื่องก็เป็นแบบสบายๆ ไม่ซีเรียส ก็เลยไม่ต้องไปฝึกแอ็คติ้งเฉพาะสำหรับแสดงละครย้อนยุค แต่เธอก็ได้มีการศึกษาอารมณ์ความรู้สึกในละครย้อนยุคมาอย่างละเอียด ก่อนการถ่ายทำ เธอได้ทำการบ้านมาอย่างจริงจัง โดยการหาข้อมูลเกี่ยวกับซูโหย่วเผิงพระเอกของเรื่อง แถมยังได้เสาะหาละครเรื่ององค์หญิงกำมะลอ ที่เฮียแสดงมาดูอย่างตั้งอกตั้งใจ เธอเปิดเผยความประทับที่มีต่อเฮียซูว่า เขาดูเป็นคนที่ซื่อๆ จริงใจ ได้ยินว่าจบตั้งปริญญาด้วย ส่วนฉันเรียนหนังสือไม่ค่อยเก่ง ก็เลยรู้สึกนับถือเฮียจริงๆ แถมยังชมอีกว่า ดวงตาของซูโหย่วเผิงมองแล้วอาจถูกไฟช็อตได้ (มิน่าล่ะ..ตอนนาราอยู่กับเฮียซูสองต่อสองถึงถูกไฟช็อตอยู่บ่อยๆ) และเธอก็หวังว่า ตัวเองจะได้รับการต้อนรับอย่างดีที่เมืองจีนเหมือนกับซูโหย่วเผิง

แน่นอนว่า มาถ่ายละครจีนก็ต้องพูดภาษาจีน เธอก็เลยต้องทุ่มสุดตัวอยู่ในกองถ่าย เธอก็จะฝึกพูดภาษาจีนกับนักแสดงจีนอยู่บ่อยๆ ตอนที่นักข่าวสัมภาษณ์ เธอก็พูดทักทายเป็นภาษาจีนอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า สวัสดีค่ะเพื่อนๆพี่ๆนักข่าวทุกคน ภาษาจีนของเธอพัฒนาขึ้นมากว่าปีที่แล้วตอนที่มาเมืองจีนใหม่ๆ เธอยังได้กล่าวขอบคุณแฟนๆ ของเธอว่า ฉันเข้าวงการมา 4 ปี ช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น น้ำตาทุกหยด เสียงปรบมือทุกเสียงที่มอบให้ ฉายขึ้นเป็นฉากๆราวกับเป็นละครเรื่องหนึ่ง แม้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ฉันจะต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะอดนอนจนร่างกายอ่อนเพลียเกินไป แต่กำลังใจจากทุกคนก็เป็นสิ่งที่สวยงามราวกับสายรุ้ง ทำให้ฉันรู้สึกถึงความงดงามของโลกใบนี้(พูดได้ช่างโรแมนติกเสียนี่กระไร)


prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4549
    • ดูรายละเอียด
Re: 2005 "จาง นารา" เล่นละครประกบ "ซูโหย่วเผิง"
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2012, 08:53:33 AM »
เป็นปลื้มสุดๆกับบทฮ่องต้....

ในงานแถลงข่าว ซูโหย่วเผิงดูจะกระหยิ่มยิ้มย่องเป็นพิเศษ กลุ่มแฟนคลับอินเตอร์ของเขาซึ่งประกอบด้วยแฟนจากที่ต่างๆ กว่า 30 คนมารวมตัวกันเพื่อเป็นกำลังใจให้ไอดอลของพวกเขาด้วย มีแม้กระทั่งคุณยายอายุกว่า 80 ซึ่งได้เดินทางมาไกลจากต่างประเทศเพื่อมาร่วมงานนี้โดยเฉพาะทำเอาโหย่วเผิงปลื้มสุดๆ ก็แหม..ขนาดผู้ช่วยของจางนาราก็ยังเป็นแฟนคลับของซูโหย่วเผิงเลย ก็เป็นเพราะปลื้มในบทบาทขององค์ชายห้าของเขานั่นแหล่ะ ทำเอาซูโหย่วเผิงตัวแทบลอย นี่เป็นครั้งแรกที่เขามารับบทฮ่องเต้ในละคร แฟนๆก็ได้คิดประโยคเด็ดขึ้นมาเรียกแซวเขาว่า ฝ่าบาทหล่อจังเลยเพคะ ทำให้ บรรยากาศในวันนั้นครึกครื้นไม่เบาเลยทีเดียว

ทันทีที่ซูโหย่วเผิงในชุดฮ่องเต้ปรากฏตัวบนเวที นักข่าวก็ต่างพากันรุมล้อมเขากันยกใหญ่ สำหรับการรับบทฮ่องเต้เป็นครั้งแรกโหย่วเผิงบอกว่า ตอนแรกๆ ก็ยังปรับตัวไม่ได้ ก็เลยค่อยๆเริ่มจากการฝึกแสยะยิ้ม มิน่าล่ะตอนที่สัมภาษณ์เจอคำถามกวนใจก็แสยะยิ้มอยู่เรื่อยเลยนะ ที่แท้ก็ตั้งใจทำให้ดูน่าเกรงขามน่ะเอง ได้มาลองชิมลางบทฮ่องเต้ โหย่วเผิงบอกว่าตื่นเต้นสุดๆ เมื่อก่อนเวลาแสดงละครก็หนีไม่พ้นจะต้องคาราวะฮ่องเต้ คำนับแล้วคำนับอีก ตอนนี้ได้มาใส่ชุดฮ่องเต้แล้ว ใหม่ๆก็ยังมีติดจะยกมือขึ้นคำนับเหมือนกัน แต่พอนึกได้ว่าตอนนี้เราก็เป็นฮ่องเต้แล้วนี่ ฝนที่สุดก็ตามใจตัวเองได้ซะที พูดถึงบทจูเหวิ่นที่เขาแสดงโหย่วเผิงบอกว่าจูเหวิ่นเป็นชายหนุ่มที่มีสติ ปัญญาฉลาดปราดเปรื่อง ไม่เพียงแต่มียศตำแหน่งที่ใหญ่โตเท่านั้น ใจคอยังกว้างขวางอีกด้วย และนี่ก็เป็นเรื่องที่ 4 แล้ว ที่เขาได้ร่วมงานกับนกแสดงเกาหลี โหย่วเผิงบอกว่า ตอนที่ถ่ายละครกับแซริม รู้สึกว่าเธอเป็นสาวน้อยที่มีความเป็นผู้หญิงมาก ส่วนจางนารากลับรู้สึกว่าเป็นเหมือนเด็กน้อย เหมือนเป็นน้องสาวของผมยังไงยังงั้น ซนมาก ถึงผมจะไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพูดอะไรอยู่ แต่ดูจากท่าทางและสำเนียงการพูดก้อพอจะเดาออกว่าเธอกำลังจะสื่อสารอะไร ตอนนี้ผมชินแล้วกับการสื่อสารด้วยการชี้มือชี้ไม้ ยักคิ้วหลิ่วตาของนักแสดงเกาหลี ก็เลยหายห่วงได้เลยว่า ผมจะไปหลงเสน่ห์ดวงตาของเธอ

พูดถึงสาวในสเป็คโหย่วเผิงบอกว่า ในละครก็ได้รักกับสาวน้อยจอมเฮี้ยวแล้ว ในชีวิตจริงก็อยากจะคบหาคนที่เรียบร้อยอ่อนโยนหน่ย ดูแลครอบครัวได้ แม้ว่าตอนนี้จะยังหาไม่เจอ แต่ก็ไม่แน่นะวันดีคืนดีผมอาจจะแต่งงานแบบสายฟ้าแลบก็ได้ ทีมงานคนสนิทของจางนาราเปิดเผยว่า ไม่เคยเป็นประเภทมาสายแล้วกลับก่อน เวลาท่องบทก็ไม่ใช่ท่องเฉพาะบทของตัวเองเท่านั้น แต่ยังท่องบทของนาราด้วยตั้ง 2 ชุดตั้งใจทำงานอย่างนี้ ก็เลยทำให้ฝ่ายผู้จัดการละครของเกาหลีติดอกติดใจจนเชิญมาร่วมงานด้วยบ่อยๆ

นารามีเรื่องเจ็บตัว...

ฉากแรกที่ถ่ายทำกัน ก็เห็นซูโหย่วเผิงกับอัครมหาเสนาบดีและแม่ทัพใหญ่เดินเข้าตำหนักทรงงาน โดยมีผู้กำกับล่ายสุยชิง กำลังอธิบายฉากที่กำลังถ่ายทำกันอยู่ ทั้งตากล้อง คอสตูม สต๊าฟฝ่ายอุปกรณ์ประกอบฉาก ต่างก็ทำงานกันมือเป็นระวิง พอถามดูก็ได้ความว่าในฉากนี้ฮ่องเต้มีดำริจะปฎิรูปบ้านเมือง แต่ขุนนางผู้ใหญ่ฝ่ายบุ๋นและบู๊มีความเห็นไม่ตรงกัน เลยเกิดปะทะคารมกันขึ้น ส่วนจางนาราองค์หญิงน้อยผู้ร่าเริง ในวันเปิดกล้องนั้นก็มีเรื่องนิดหน่อย โดยในระหว่างทางที่ไปเข้าห้องน้ำ เกิดมีแฟนละครสะกดรอยตาม ทำให้เธอตกใจวิ่งหนีโดยลืมนึกไปว่าใส่ชุดโบราณที่แสนจะรุ่มร่ามอยู่ ผลก็คือ เธอสะดุดหกล้มเข่าถลอกซะนี่ เห็นเธอมีสีหน้าเจ็บปวด นักข่าวอดไม่ได้ก็เลยถามเธอเป็นภาษาอังกฤษซึ่งแปลออกมาได้ว่า ไม่เป็นไรใช่ไหมจ๊ะ จางนาราสลัดความเจ็บปวดทิ้งไปพร้อมกับยิ้มแล้วยกมือขึ้นทำท่าโอเค ก็ได้แต่หวังว่า คราวหน้าคราวหลังจะไม่มีใครมาทำให้หนูนาราตกใจอย่างนี้อีกก็แล้วกัน ขาสวยๆ ของหนูจางจะได้ไม่มีรอยแผลมากวนใจ

เป็นยังไงกันบ้างกับเรื่องที่นำมาฝาก คงพอให้หายคิดถึงกันได้บ้างละเนอะ ว่าแต่..ชักอยากจะดูละครเรื่องนี้ซะแล้วสิไม่รู้ว่าหนูจางจะแก่นเสี้ยวขนาดไหน ส่วนเฮียซูไม่ต้องพูดถึงราบนั้นมาดดีอยู่แล้ว