ผู้เขียน หัวข้อ: Special Magazing 2000 (สกุ๊ป)  (อ่าน 8679 ครั้ง)

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Special Magazing 2000 (สกุ๊ป)
« เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2010, 11:48:08 AM »

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: Special Magazing 2000 (สกุ๊ป)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2010, 11:48:46 AM »



Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 13452
    • ดูรายละเอียด
Re: Special Magazing 2000 (สกุ๊ป)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 12:34:57 PM »

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 13452
    • ดูรายละเอียด
Re: Special Magazing 2000 (สกุ๊ป)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2012, 11:45:09 AM »
Special scoop ซูโหย่วเผิง

เพราะมีเสียงเรียกร้องเข้ามามากกว่าต้องการเรื่องราวของพระเอกขวัญใจของพวกเรา “ซูโหย่วเผิง” หรือ Alec So ถ้าจะนิ่งดูดายก็กระไรอยู่ ด้วยเหตุนี้เราก็เลยพยายาม เสาะหาข่าวและเผอิญไปเจอหลายๆข่าว ที่คิดว่าใครที่ชื่นชอบซูโหย่วเผิงจะต้องถูกใจแน่ เราก็เลยจัดการเก็บประมวลข่าวของพ่อหนุ่มคนนี้ตั้งแต่เริ่มกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง จนถึงข่าวล่าสุดปัจจุบันวันนี้มาฝากกัน ก็เชื่อว่าคงได้ถูกใจไม่มากก็น้อย แล้วถ้าชอบแบบนี้อยากให้สรุปข่าวของใครอีก จะเขียนมาแนะนำก็ได้ เรายินดีน้อมรับคำเสนอแนะ เอาเป็นว่าตอนนี้ไปติดตามข่าวของพ่อหนุ่ม ซูโหย่วเผิง กัน

คนบ้างาน

“ซูโหย่วเผิง (Alec Su ) ที่เพิ่งกลับมาจากฮ่องกง จากการไปถ่ายภาพยนตร์เรื่อง “ไป๋เหมียนฮัว” (ฝ้ายขาว) ที่ประเทศจีน ที่นั่นเขาถูกแฟนละครห้อมล้อมหลายร้อยคน จนเขาต้องเปิดตัวแจกลายเซ็น ซูโหย่วเผิง ที่กลับมาโด่งดังอีกครั้งยอมรับว่าตอนนี้เขาบ้างาน แต่คำถามเกี่ยวกับเจ้าเหวย เขายิ้มจืดแล้วตอบว่า “ขอเถอะ อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย”

เพื่อให้ได้ภาพทิวทัศน์ ณ ทุ่งดอกฝ้ายสีขาวโพลน ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเลือกถ่ายทำในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งห่างจากเมือง ซีอาน ที่พักเป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง ถ้าต้องนั่งรถ ทุ่งดอกฝ้ายของที่นั่น เมื่อมองจากที่ไกลๆ คล้ายกับทะเลเมฆ สร้างความประทับใจให้กับผู้กำกับ หลี่จิ้วเฉียว นักแสดง ซูโหย่วเผิง ถั่วจงหัวหนิงจิ้ง เป็นต้น นางเอกของเรื่องเปลี่ยนจาก ซูฉี เป็น หนิงจิ้ง ซูโหย่วเผิงบอกว่า เหมาะสม เพราะเนื่องจาก นางเอกในเรื่องต้องอายุมากกว่าเขาหลายปี ดังนั้น หนิงจิ้ง จะแสดงได้เข้าถึงกว่า ฉากเด็ดในเรื่องคือ ซูโหย่วเผิงแอบรัก หนิงจิ้ง ทว่าอีกฝ่ายมีเจ้าของแล้ว มีฉากหนึ่งเขาฝันว่า กำลังกอดจูบกับ หนิงจิ้ง ทั้งคู่ถอดเสื้อคลุมขนสัตว์กลางทุ่งฝ้ายสีขาว ทว่าก็มีเท่านี้ (อย่าคิดไปไกล) และความที่หนังเรื่องนี้ฉากโดยส่วนใหญ่อยู่ที่ทุ่งฝ้ายและโรงฝ้าย ซูโหย่วเผิงเอง วันๆ อยู่กับปุยฝ้าย เขากล่าวอย่างดีใจว่า “ปุยฝ้ายสนุกมาก มันนุ่มมาก สามารถขึ้นไปกระโดด บางครั้งก็ทิ้งตัวลงบนกองปุยฝ้าย “ ทว่าเนื่องจากใยฝ้ายทั้งเล็กทั้งบาง มันจึงซ่อนปลิวเข้าปาก ลงคอ จึงทำให้คอของ ซูโหย่วเผิง คันไปหมด ดังนั้นจึงใช้ผ้าปิดปากและจมูกตลอดเวลาจะได้ไม่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจเหมือนพนักงานในโรงงานเมื่อถ่ายละครจบ


แอบรักเจ้าเหวย

ซูโหย่วเผิง ปฎิเสธที่จะพูดถึงเรื่องความรักตอนนี้เขาคิดแต่เรื่องงานอย่างเดียว เขาบอกว่า “ตอนนี้ผมคิดแต่เรื่องละครหาเงิน เรียกได้ว่าเป็นมนุษย์เงิน” และเนื่องจากก่อนหน้านี้ร่วมงานละครเรื่อง “องค์หญิงกำมะลอ” ทำให้ซูโหย่วเผิงกับ เจ้าเหวย ตกเป็นข่าวกุ๊กกิ๊ก เขาเองก็ไม่ปฎิเสธว่ามีความรู้สึกที่ดีกับเจ้าเหวย ทว่าหลังจากเจ้าเหวย โด่งดังและข่าวที่เธอมีเพื่อนชาย ซึ่งคบหามาหลายปีแล้วถูกเปิดเผยออกมา (ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อน) ระหว่างซูโหย่วเผิงกับเจ้าเหวย ก็พลอยเงียบหายไปด้วย ซูโหย่วเผิงจึงต้องกลับไปเลียแผลใจ เขาไม่เชื่อว่า เจ้าเหวยจะไม่มีใจให้เขาแม้แต่น้อย

แล้วบางทีอาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้พูดมากเกินไป ซูโหย่วเผิง ในตอนนี้จึงไม่อยากพูดอะไร เกี่ยวกับ เจ้าเหวย อี ก เขาบอกว่าหวังว่าทุกคนอย่าได้เอาเขากับ เจ้าเหวย ลากมาเกี่ยวข้องกัน ผู้คนจะได้ไม่เข้าใจผิด คิดว่าเป็นการโปรโมท ซูโหย่วเผิง ย้ำว่าตอนนี้เขาไม่คิดเรื่องความรัก เขายังย้ำว่าจะตั้งหน้าตั้งตาหาเงินอย่างเดียว “เป้าหมายของผม ในตอนนี้คือ พยายามเก็บเงินขอเพียงมีคนจ้างผมไปเล่นละคร ผมรับเล่นทั้งนั้น หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ งานคือเงิน เรียกได้ว่า เป็นมนุษย์หาเงินลูกเดียว แล้วเขายังบอกอีกว่า ขอเพียงประสบความสำเร็จในงานที่ทำเขาก็พอใจแล้ว


Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 13452
    • ดูรายละเอียด
Re: Special Magazing 2000 (สกุ๊ป)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2012, 11:50:28 AM »
ยืนยันยังไม่มีแฟน

หลังจบเรื่อง องค์หญิงกำมะลอ แล้ว ซูโหย่วเผิง กับ หลินซินหยู ก็กลายเป็นคู่ซี้ ทั้งคู่มักจะโทรศัพท์ คุยกัน คราวนี้ทั้งคู่ก็มาแจ้งเกิดที่ฮ่องกงพร้อมกัน เขาเองบางครั้งก็หวังว่าจะมีโอกาสนัด หลินซินหยู ทว่าต่างฝ่ายต่างมีงานยุ่งและหลังจากแยกทางกับเพื่อนหญิงคนเก่าแล้ว ซูโหย่วเผิงก็ยังไม่มีแฟนอีกเลย เขาบอกว่าไม่อยากเปิดเผยเรื่องความรัก ต่อให้อีกหน่อยมีแฟนนอกจากว่าอยู่ในสถานการณ์ ปิดไม่อยู่ ไม่งั้นเขาไม่มีวันเปิดเผยแน่ เพราะผลพวงหลังจากเปิดเผยออกมาทุกคนจะเอาแต่ถามเรื่องความรัก จนลืมเรื่องงานและความทุ่มเทของเขา ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องดีเลย

บ้าคอมพิวเตอร์

ที่แท้ ซูโหย่วเผิง ติดคอมพิวเตอร์ งอมแงม ปกติเขามีงานยุ่งมาก แต่พอมีเวลาว่างเขากลับไม่อยากพักผ่อน ยินดีเสียเวลา 2-3 ชั่วโมงเล่นอินเตอร์เน็ต เห็นได้ว่าเข้าคอมพิวเตอร์ขนาดไหน ในอินเตอร์เน็ต นอกจากเขาจะตอบคำถามของแฟนเพลงแล้ว เขายังเขียนความในใจของตัวเองด้วย และเนื่องจากงานยุ่งมากจนไม่มีเวลาเล่นอินเตอร์เน็ต เมื่อถามว่าจะเปิดแฟนคลับทางอินเตอร์เน็ตหรือเปล่า เขาบอกตอนนี้ยังไม่คิด สาเหตุเป็นเพราะแฟนคลับในอินเตอร์เน็ตควบคุมลำบาก



เป็นแฟนกับหลินซินหยู

วันก่อนภาพยนตร์เรื่อง ต้าอิ้งเจีย (Winner Tokes AJI) มีการเทสค์หน้ากล้องและเปิดกล้องนักแสดงในเรื่อง อาทิ เซี่ยะถิงฟง หลินซินหยู ซูโหย่วเผิง และ อู๋จวินหยู ต่างมาร่วมงาน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มี แซมฮุย เป็นได้โผแค่วันนั้นกลับไม่เห็น แซมฮุย ในพิธีเปิดกล้องมันก็
หลินซินหยู เล่นเป็นคนไบ้ ก่อนหน้านี้ เธอก็เคยแสดงบทคนตาบอด เธอบอกว่าเล่นบทคนใบ้ยากกว่าคนตาบอด เนื่องจากไม่สามารถพูดได้ อาศัยแค่สายตาในการถ่ายทอดความรู้สึก นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่ร่วมงานกับเซี่ยะถิงฟง โดยก่อนหน้านี้พวกเขาเคยร่วมงานกันในเรื่อง หมอจิ้ง(The Merirot) แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้เธอเล่นคู่กับ ซูโหย่วเผิง การได้ร่วมงานกับนักแสดงวัยรุ่นด้วยกันเธอไม่กลัวว่า จะตกเป็นข่าวกุ๊กกิ๊ก แต่กลับรู้สึกสนุกด้วยซ้ำ ประกอบกับละครเรื่องนี้จะถ่ายทำ ในเรือเฟอรี่ที่สิงค์โปร์ เธอบอกว่านักข่าวปาปารัชซี่คงจะไม่ตามมาทำให้สบายใจไปได้เปลาะหนึ่ง

และในภาพยนตร์เรื่องใหม่ Winner Takes All ซูโหย่วเผิงแสดงคู่กับ หลินซินหยู ไม่มีบทเลิฟซีนหรอก ซูโหย่วเผิงหัวเราะและบอกว่าสนิทกับหลินซินหยูมาก หากมีบทเลิฟซีนจริง เกรงว่าเวลาถ่ายทำอาจจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ในเรื่องเขามีโอกาสได้ร่วมงานกับ แซมฮุย เขาเคยดูหนังของอีกฝ่ายตั้งแต่เด็ก เรียกว่าเป็นแฟนหนัง ที่เหนียวแน่นคนหนึ่ง ซูโหย่วเผิงรู้สึกดีใจไม่น้อย ที่ได้ร่วมงานกัน

น้อยใจเจ้าเหวย

ซูโหย่วเผิงให้สัมภาษณ์ ทางสถานีวิทยุรายการนึ่งซึ่งพวกเขาคุยกันแทบทุกเรื่อง แน่นอนว่า ไห่ฉี (ผู้สัมภาษณ์) ย่อมไม่พลาดที่จะถามเรื่องความรักกับ ซูโหย่วเผิง ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวพันกับเจ้าเหวย และ หลินซินหยู ไห่ฉี ถามเขาว่าร่วมงานกับเจ้าเหวย มากขึ้น จะรักเธอมากขึ้นหรือเปล่า โหย่วเผิงตอบอย่างเปิดเผยว่า ใช่ ตอนถ่ายละครเรื่อง เปี่ยวเม่ยจี๋เสียง ที่เซี่ยงไฮ้ เจ้าเหวยเลิกงานแล้ว ไปหาเพื่อนชาย ผมรู้สึกว้าเหว่และอ้างว้างจริงๆ กระทั่งเล่นเรื่องที่ 2 จึงทำใจได้

แต่เมื่อถูกถามเรื่องความรักของเขาและเจ้าเหวย ซูโหย่วเผิงพูดอย่างระมัดระวังว่า ตอนนี้เธอ(เจ้าเหวย) มีเพื่อนชายแล้ว รักกันดีมาก ผมยินดีพูดถึงเรื่องนี้ก็เพราะว่าระหว่างพวกเราไม่มีเรื่องน่าอาย แต่ไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าผมพยายามพูดถึงเธอ ใช้เธอมาสร้างข่าวโปรโมทตัวเอง ระหว่างสัมภาษณ์เขามีพูดเปรียบเทียบระหว่าง หลินซินหยูกับเจ้าเหวย ตอนนี้ค่อนข้างสนิทกับซินหยู เนื่องจากเราไม่ได้เจอหน้ากันก็ยังคุยกันทางอินเตอร์เน็ต บางครั้งเธอก็ยังเป็นฝ่ายโทรศัพท์มาหาผมก่อน ไห่ฉี ถามว่าเจ้าเหวย ไม่เล่นอินเตอร์เน็ตหรือ โหย่วเผิงจึงเผยไต๋ออกมาว่า เจ้าเหวยซื้อคอมพิวเตอร์รุ่นแพงกว่าเขา ตอนซื้อมาใหม่ๆ ก็เปิดดูน็ตของแฟนๆ แต่ตอนนี้เลิกสนใจทิ้งไว้ข้างๆ ซะแล้ว


Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 13452
    • ดูรายละเอียด
Re: Special Magazing 2000 (สกุ๊ป)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2012, 11:52:36 AM »
ออกเดทกับหลินซินหยู

คนเราเวลาทำงานต่างถิ่น แม้จะไม่สนิทกันมาก่อนแต่ก็ง่ายที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ ฉะนั้นอย่าว่าแต่ข่าวกุ๊กกิ๊กของนักแสดง หลินซินหยูกับซูโหย่วเผิง ไปถ่ายหนังที่สิงคโปร์ด้วยกัน นอกเหนือเวลางาน ทั้งคู่มักจะไปทานดินเนอร์และเดินช้อปปิ้งด้วยกันเป็นประจำ
เรื่องมีอยู่ว่าวันก่อนหลังเลิกงาน หลินซินหยู ซูโหย่วเผิง ไม่เจีย เกาจื้อเสิน และเจ้าหน้าที่ทีมงานคนอื่นๆ ไปทานดินเนอร์ที่ตลาด Marina South ด้วยกัน เท่านั้นยังไม่พอยังไม่ไปทานของว่างกันต่อและลองชิมน้ำแข็งทรายของว่างขึ้นชื่อของสิงคโปร์ ถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่คนอื่นอยู่ด้วยแต่ภาพที่นักข่าวเห็นคือ หลินซินหยูและซูโหย่วเผิงสวีทกันมาก เรียกว่าหวานหยดย้อยใครเห็นเป็นต้องอิจฉา

กลับมาโด่งดังที่ฮ่องกง

10 ปีก่อนวงเสี่ยวหูตุ้ย ชื่อเสียงถาโถมเข้าใส่ทั่วทั้งเอเชีย หลังจากสมาชิกในวง คือ อู๋ฉีหลง ซูโหย่วเผิง และเฉินจื้อเผิง แยกกันบินเดี่ยวต่างมีทางเดินกันคนละอย่าง อู๋ฉีหลง ที่หวนคืนสู่วงการบันเทิงอีกครั้งหลังปลดประจำการ เขาเลือกเซ็นสัญญากับ Go East มุ่งหน้าสู่ตลาดฮ่องกงอย่างเต็มตัว ละครเรื่อง ช่วงซื่อจี้ (เพื่อรักหักเหลี่ยมโหด) ที่อู๋ฉีหลง แสดงเป็นผลงานยิ่งใหญ่ข้ามสหัสวรรษ ของ TVB ถึงแม้จะลำบากยากเย็นเพียงไร แต่เขาก็สามารถเรียกว่ายิ่งใหญ่กลับคืนมาเฉกเช่นวันวานได้เทียบกับ อู๋ฉีหลงแล้ว ซูโหย่วเผิง ที่ผ่านช่วงประดักประเดิดหลังจากวง เสี่ยวหูตุ้ย แยกวง เส้นทางดาราของเขาหลังดร็อปเรียนมหาลัยไต้หวันไม่ราบรื่นนัก แต่ละครเรื่ององค์หญิงกำมะลอ ทั้ง 2 ภาค สร้างความสั่นสะเทือนทั่วทั้งฮ่องกง ไต้หวันและเมืองจีน จากนั้นละครเรื่อง เปี่ยวเม่ยจี๋เสียง และเดชเซียวฮื่อยี้ ก็แพร่ภาพที่ฮ่องกง ซูโหย่วเผิงที่เกือบถูกแฟนเพลงฮ่องกงลืมเลือนไปก็เหมือนกับฟ้าหลังฝนที่กลับมาโด่งดังอีกครั้ง เส้นทางวงการเพลงที่ตีบตันแต่กลับไปได้ดีในวงการละคร ซูโหย่วเผิงในยามนี้ก็เหมือนกับดอกไม้ที่ชูช่อเบ่งบานในฤดูใบไม้ผลิ


ซูโหย่วเผิงกับเจ้าเหวย ร่วมงานกันตั้งแต่เรื่อง องค์หญิงกำมะลอ จนถึง เปี่ยวเม่ยจี๋เสียง ที่น่าขำก็คือ เปี่ยวเม่ยจี๋เสียง ในเรื่องนี้ซูโหย่วเผิง แสดงเป็นคนหนุ่มยันวัยกลางคน โดยช่วงท้ายเรื่องเขามาในมาดหนวดเครารุงรัง ดูแล้ว ซูโหย่วเผิง สามารถฉีกภาพพจน์ตัวเองจากหนุ่มหน้าใสได้ ช่วงนี้ซูโหย่วเผิงมีข่าวลงหน้าหนังสือพิมพ์ และนิตยสารอย่างต่อเนื่องแม้ว่าเขาจะออกสตาร์ทช้ากว่าอู๋ฉีหลง แต่กระแสความแรงไม่เป็นรองเลย งานนี้เรียกว่าช้าๆ ได้พร้าเล่มงามจริงๆ


Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 13452
    • ดูรายละเอียด
Re: Special Magazing 2000 (สกุ๊ป)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2012, 11:53:49 AM »
ซูโหย่วเผิงประสบอุบัติเหตุ

ตามรายงานข่าวบอกว่า ระหว่างที่ซูโหย่วเผิงถ่ายฉากขี่ม้าในละคร ฉิงเซินเซินหวี่หมงหมง ของ ฉงเหยา จู่ๆ ม้าเกิดควบคุมไม่ได้ ทำให้ซูโหย่วเผิงตกม้าและถูกลากไปกว่าสิบฟุตจนทำให้มือขวาเป็นแผลจากเหตุการณ์นี้ปรากฏว่าสื่อมวลชนประโคมข่าวกันใหญ่โต สร้างความมึนงงให้กับซูโหย่วเผิง ไม่น้อย แม้แต่สถานีโทรทัศน์ของใต้หวันยังโจมตีว่า เหลวไหลสิ้นดี ฉงเหยา เองก็ขุ่นเคืองเช่นกัน เพราะมีข่าวลือว่า ซูโหย่วเผิงได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ในสภาพหมดสติ กับข่าวที่ออกไปอย่างนี้ทำให้คุณแม่ของเขาที่อยู่ระหว่างท่องเที่ยวที่ปักกิ่งถึงกับตกอกตกใจหลังจากอ่านข่าวซูโหย่วเผิง ที่ยังใส่เฝือก ผมเผ้ารุงรังหนวดเคราไม่ได้โกน พูดล้อเล่นกับสื่อมวลชนว่า ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ผมไม่ได้หมดสติและยังไม่ตาย อย่าเขียนข่าวเหมือนกับผมตายแล้ว

เขายังบอกอีกว่า ตอนที่ตกจากหลังม้าเขายังมีสติ และภาวนาว่าขออย่าให้ถูกม้าเตะหัว มือซ้ายพยายามสะบัดออกไม่ได้หมดสติ หลังจากนั้นเขาคิดว่าอาการไม่รุนแรง แค่มือไม้ไม่มีแรงก็เลยขอถ่ายทำต่อ มาตอนหลังแขนขวาเกิดบวมขึ้นเหมือนขาหมู เขาจึงไปตรวจอาการที่โรงพยาบาล แต่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงสำหรับเหตุการณ์ที่ ซูโหย่วเผิง ตกจากหลังม้าเป็นฉากหลินซินหยูใช้แส้ตีม้า ส่วนซูโหย่วเผิงก็ทำท่าเหมือนตกม้า แต่นึกไม่ถึงว่าจู่ๆ ม้ากระโจนไปข้างหน้า จึงทำให้ซูโหย่วเผิงตกลงมา จริงๆ แล้วขาซ้ายยังเกี่ยวติดอยู่กับอานม้า ดังนั้นจึงถูกม้าลากไป 10 กว่าฟุต จากนั้นทีมงานก็พาไปโรงพยาบาลหลังเอ็กซ์เรย์ ก็ไม่มีปัญหาอะไร มีแต่รอยแผลดังนั้นซูโหย่วเผิงจึกลับไปถ่ายละครต่อและถ่ายจนถึงค่ำ ปรากฎว่าแขนขวาของซูโหย่วเผิง บวมขึ้น แต่เขาก็ยังฝืนถ่ายทำต่อจนถึง 9 โมงเช้าในวันรุ่งขึ้น จากนั้นซูโหย่วเผิงจึวไปฉายเอ็กซ์เรย์ ที่โรงพยาบาลอีกครั้ง และพบว่ากระดูกที่มือแตกจึงต้องพันด้วยผ้าแต่สรุปก็ไม่ได้เจ็บอะไรมาก (แฟนๆก็หายห่วงกันได้)