ผู้เขียน หัวข้อ: บทความวิพากษ์วิจารณ์ : หอมดอกเบญจมาศ  (อ่าน 8860 ครั้ง)

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด


บทความวิพากษ์วิจารณ์ : หอมดอกเบญจมาศ


ฉันดูหอมดอกเบญจมาศ
ได้เห็นข้อความนี้ในคอม เมื่อเปิดออกมาดู ตัวเองกลับตกใจ
คิดไม่ถึงว่าตอนนั้นตัวเองได้เขียนเยอะขนาดนี้ เพียงแต่ไม่ได้เรียบเรียงให้ดีๆ
ส่วนมากเป็นความรู้สึกในที่เกิดเหตุ บ้างอันเป็นการพูดคุยถึงเนื้อหาของละครในคอลัมน์
ดูไปแล้วรู้สึกไม่เป็นระเบียบ อย่างไรก็ตามฉันเองก็รู้สึกว่าได้ใช้เวลาในการเขียนก็ไม่น้อยเหมือนกัน
แต่ยังไม่ได้แถลงการณ์อย่างเป็นจริงเป็นจัง เพราะขณะที่จะเตรียมทำการวิพากษ์วิจารณ์นี้ให้เสร็จนั้น
เป็นช่วงที่ได้รับข่าวว่าคุณแม่ป่วยพอดี หลังจากนั้นแปดเดือน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือดูแลแม่
จนลืมเรื่องนี้สนิทเลย

ตอนนี้จะมาเรียบเรียงมันยากจริงๆ หลายอย่างจำไม่ได้แล้ว จะให้จำการแสดงเล็กน้อยบนเวทีนั้นมันยากมาก

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: บทความวิพากษ์วิจารณ์ : หอมดอกเบญจมาศ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2010, 11:07:40 AM »


นับจากที่ได้รู้ว่าโหย่วเผิงได้แสดงละครพูด(หอมดอกเบญจมาศ) ก็ไปหาหนังสือจิงเหอเหยินละครเรื่องนี้
ที่ฉันดูเป็นสำนักพิมพ์ที่แปลของไต้หวัน ชือหนังสือคือ (กลิ่นหอมดอกเบญจมาศ)
เนื้อเรื่องง่ายๆ เจ้าของวงเฉิงอี้ (ไต้หวันเขาแปลชื่อเขาเป็นเฉิงเอี้ยว)ซึ่งเป็นวัยหนุ่มที่องอาจ
ในช่วงที่อยู่มหาลัยได้เจอเหม่ยเม่ยสาวรุ่นพี่ที่อายุแก่กว่าเขาโดยบังเอิญ ตอนแรกที่เฉิงอี้รู้จักเหม่ยเม่ย
ก็ได้สัมผัสถึงกลิ่นดอกเบญจมาศที่ออกมาจากผมของเธอ กลิ่นนี้ได้ดึงดูดเขาอย่างจัง


เริ่มจากตอนนั้นเขาก็มั่นใจว่าเหม่ยเม่ยเป็นหญิงในฝันของเขา อายุนั้นไม่เป็นอุปสรรคขัดขวางของพวกเขา
เหม่ยเม่ยมีกั้นกลางของวัฒนธรรมประเพณี รับแบกภาระที่หนักหน่วงและได้ปฏิเสธเฉิงอี้ไปอย่างเจ็บปวด
เฉิงอี้มีใจที่บริสุทธิ์จริงใจ ได้รอคอยอย่างไม่ไหวหวั่นต่อคนที่เขารักอย่างเงียบๆเป็นเวลาเจ็ดปี
เจ็ด ปีให้หลัง พวกเขาได้พบกันอีก นี่เป็นเพราะวาสนาของพวกเขา และจิตใจที่เด็ดเดี่ยวแน่วแน่
แม้กระทั่งหินเหล็กที่แข็งแกร่งก็อาจถูกตีแตกเป็นการเปิดฉากของจุดจบ


สุดท้ายเหม่ยเม่ยใจอ่อนโดยความจริงใจซื่อสัตย์ของเฉิงอี้ พวกเขาได้แต่งงานกัน ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
แต่ผู้สร้างสรรพสิ่งก็กลั่นแกล้งคนเป็นเรื่องปกติ มักจะให้ความทุกข์การทดสอบในช่วงเวลาที่มีความสุข
เหม่ยเม่ยท้องแล้ว นี่เป็นเรื่องที่น่าดีใจตื่นเต้นขนาดไหน แต่เมื่อหลังจากความดีใจยินดีแล้ว
ได้นำมาซึ่งเรื่องราวที่เรายากจะรับได้ ในขณะเดียวกันเขาได้ตรวจเจอว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
โรคของเหม่ยเม่ยนั้นไม่มียารักษา ไม่มีหมอคนไหนกล้ารับรองว่ามะเร็งนั้นสามารถรักษาหายขาดได้
ยังไงก็ตาม เธอก็ควรจะปล่อยลูกที่อยู่ในท้องของเธอ แล้วค่อยมารับการรักษา มันอาจมีโอกาสหายนิดๆ
เหม่ยเม่ยคิดแล้วคิดอีก ตัดสินใจจะรักษาลูกในท้องไว้ การตัดสินใจนี้เธอไม่ได้ขอความเห็นจากเฉิงอี้เลย
ตลอดเวลาเธอได้แต่ทนทุกข์ทรมานกับความเคราะร้ายของเธอ
ไม่นานเฉิงอี้รับรู้ถึงเรื่องนี้ ตัดสินใจจะดูแลเหม่ยเม่ยอยู่ข้างๆ


ในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่นั้นจะไม่จากเธอไปไหน
กลิ่นเบญจมาศบริสุทธิ์เป็นละครความรักเรื่องหนึ่ง เนื้อเรื่องดำเนินไปแบบง่ายๆ ไม่มีเนื้อเรื่องแบบขึ้นๆลงๆ
จะว่าโรแมนติคก็โรแมนติคมาก ในเรื่องที่บอกถึงความรักและอารมณ์
ตอนนี้ในสังคมนั้นมันล้ำค่าและหายากมากแล้ว แม้ว่ามันเป็นเพียงนิยายรัก แต่ก็สะกิดใจคนดูเหมือนกัน
ฉัน ยังบ่นว่าต้นตำรับของเรื่องนั้นมันหนุนให้คนทำในสิ่งที่ไม่ดี(อารมณ์) แต่ว่าสำนวนท่วงทำนองแบบสบายๆ
เรื่องความรักก็เขียนได้ลึกซึ้งนุ่มนวล


ก็เหมือนยุคแห่งความวุ่นวาย ได้แพร่ออกถึงบรรยกาศที่เงียบและงดงามเป็นระลอกๆ
นั่นอาจเป็นสิ่งที่ผู้ประพันธ์ได้เขียนให้ผู้อ่านรู้สึกถึง (กลิ่นดอกเบญจมาศหอม)

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: บทความวิพากษ์วิจารณ์ : หอมดอกเบญจมาศ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2010, 11:09:04 AM »


ละครกลิ่นดอกเบญจมาศหอมได้ย่อเนื้อหามา ได้ตัดบทบางบทออก โดยทั่วไปแล้วก็ไม่ต่างจากต้นฉบับมากเท่าไร
เพียงแต่จะสั้นกระทัดรัดหน่อย ทั้งเรื่องมีพระเอกเป็นคนพูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น การแบ่งฉากดังต่อไปนี้
ครั้งแรกที่พบกันโดยบังเอิญ
ติดเป็นเงาตามตัว ตามจีบ ถูกปฏิเสธ
พบกันอีกครั้ง
ประทับใจในความสัตย์ซื่อจริงใจ
มั่นในชายคนรัก แต่งงาน
ข่าวร้าย (ญ)
เจอกันที่มหาลัย (ฝ่ายชายตกใจกับข่าวร้าย)
ในผับได้ยินเสียงระบายความในใจ
สุดท้ายของการตาม
เพลงสุดท้าย


Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: บทความวิพากษ์วิจารณ์ : หอมดอกเบญจมาศ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2010, 11:10:41 AM »


การแบ่งฉากของเรื่องก็ไม่เลว เนื้อเรื่องในหนังสือที่ย่อนั้นได้แสดงออกมาทางละคร
การลำดับของฉากนั้นกระชับ จังหวะควบคุมได้ชัดเจน
ฉากแรกเป็นฉากเดินผ่าน ก็เหมือนตามที่หนังสือได้เขียนไว้ เริ่มจากเหม่ยเม่ย
จากนั้นผู้พากษ์ได้เล่าเรื่องราวความรักที่ยิ่งใหญ่ออกมาอย่างไพเราะ
ฉากที่สองเป็นภาพการพบการโดยบังเอิญระหว่างเฉิงอี้กับเหม่ยเม่ย ผู้กำกับได้เปลี่ยนเนื้อการแสดงจากหนังสือเล็กน้อย
ทั้งพระเอกนางเอกพบชนกันบทถนน โดยเหตุนี้ทั้งสองเริ่มรู้จักและคบกันเป็นเพื่อน
ทันใดนั้นเฉิงอี้ได้กลิ่นหอมของดอกเบญจมาศ ขณะตามหาที่มาของกลิ่นนั้นก็รู้กลิ่นนั้นมาจากเส้นผมของเธอ
ละครของฉากวัยหนุ่มเฉิงอี้ โหย่วเผิงแสดงได้เยี่ยมมาก ขณะที่เฉิงอี้ใส่หมวกเดินออกมาอย่างสบายๆ
ก็ทำให้ผู้ชมตาสว่างขึ้น เด็กมหาลัยที่หล่อเหลา แม้โหย่วเผิงจะเกินสามสิบไปแล้ว
แต่เขามีพรสวรรค์ที่พิเศษ ถ้าเขาจะแสดงจริงๆ เขาก็สามารถแสดงออกมาอย่างวัยรุ่นได้ทุกเวลา
เขาให้ความรู้สึกที่เป็นวัยรุ่นแก่ผู้ชม แต่ไม่เพียงเป็นวัยรุ่นอย่างลักษณะภายนอก แต่เป็นการพูดทุกส่วนในร่างกายของเขา
อุปนิสัยอันนั้น ล้วนให้ผู้ชมรู้สึกถึงการแสดงเขานั้นมีพลังในการโน้มน้าว หน้าตารูปร่างก็เหมือนนักศึกษาที่มีอายุสิบกว่ายี่สิบปี
เรื่องนี้ยังจัดให้เขาร้องอย่างไม่สนใจ ได้นำออกถึงภาพพจน์ลักษณะนิสัยและความถ่อมตัวของเฉิงอี้
ละคร เรื่องนี้ได้ให้เขาแสดงความสามารถที่ซ่อนอยู่ภายในของเขาออกมาอย่างเต็มที่ เขาก็สามารถควบคุมมันได้ดี
และบรรยากาศของละครเรื่องนี้ก็แบบสบายๆไม่เครียด


ให้ผู้ชมรู้สึกได้ว่าสบายตาสดชื่น
แต่ก็ยังมีบางจุดไม่ค่อยถูกอกถูกใจสักเท่าไร ก็คือในตอนที่เฉิงอี้รู้สึกถึงกลิ่นหอมของเบญจมาศนั้น
เข้าได้ตามเหม่ยเม่ย ได้จับผมของเธอมาดม ฉันรู้สึกว่าท่าทางเหล่านี้มันเวอร์ไปหน่อย มันไม่ค่อยสมจริง
นี่อาจเป็นเพราะผู้กำกับอยากนำออกมาซึ่งผลที่ดีของละคร ที่จริงก็น่าได้ใกล้ชิดมาก
เพียงแต่ฉันคิดว่าน่าจะให้มันสมกับชีวิตประจำวันหน่อย แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติหน่อยก็น่าจะดี
ผู้ชายทั้งคนไปไล่ตามผู้หญิงในตลาด แล้วยังจับเส้นผมของคนอื่นไม่ปล่อยเลย
การเดินผ่านเช่นนี้กับบุคลิกของเฉิงอี้มันไม่เข้ากัน ฉันอยากจะเปลี่ยนให้เฉิงอี้เดินรอบตัวเธอ
ใช้จมูกไปดมหากลิ่นนั้น อย่างนี้มันอาจดูเหมือนธรรมชาติหน่อย และยังเหมาะอีกด้วย
ที่จริงเฉิงอี้ตามถามเหม่ยเม่ยว่าใช้แชมพูอะไร ประโยคเหล่านี้ก็สามารถแสดงให้เห็นถึงอารมณ์

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: บทความวิพากษ์วิจารณ์ : หอมดอกเบญจมาศ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2010, 11:14:54 AM »


พูดถึงเส้นผม ยังมีอีกตอนที่เฉิงอี้กับเหม่ยเม่ยได้เจอกันหลังเจ็ดปี เหม่ยเม่ยดื่มจนเมาแล้ว
ฟุบอยู่บนโต๊ะ เฉิงอี้ได้มองเธอ ได้พรรณนาถึงความรักที่มีต่อเธอในช่วงเวลาเจ็ดปี
มีท่าหนึ่ง มือสองข้างของเขาได้รวบเส้นผมของเธอขึ้น แล้วปล่อยลง
ฉันดูแล้วหกฉาก ท่าท่างของโหย่วเผิงก็เหมือนๆกัน ฉันรู้สึกว่ามือสองข้างที่รวบผมขึ้นนั้นมันกระด้างมาก
ไม่มีความรู้สึกในความงามและนุ่มนวลละเอียดอ่อนไม่พอ
ท่าเหล่านี้น่าจะเป็นการขอของผู้กำกับ ผู้กำกับก็ทำตามไปด้วย ไม่ได้ใช้ความคิดตามอารมณ์ของตัวเองมั้ง
แต่ท่านี้แสดงแล้วเหมือนเป็นรูปแบบตายตัว ไม่ค่อยธรรมชาติ
ก็เหมือนก่อนหน้านี้ที่ฉันได้ยิน การจับผมของคนอื่นดื้อๆ เป็นเรื่องที่คาดคิดไม่ถึง
แม้เหม่ยเม่ยเมาแล้ว แต่ถูกท่าทางการรวบผมอย่างนี้ ก็น่าจะตกใจได้เหมือนกัน
ขณะที่โหย่วเผิงแสดงตอนนั้น ได้ท่องประโยคพูดนั้น ที่จริงก็พูดว่าได้อารมณ์เหมือนกัน
ฉันคิดว่าขณะที่เขาพูดนั้น แล้วเดินผ่านตัวเหม่ยเม่ยอย่างเบาๆ
จากนั้นมือข้างหนึ่งจับที่โต๊ะ อีกข้างหนึ่งจับผมขึ้นมาอย่างอ่อนโยน อย่างนี้จะเหมาะสมและได้อารมณ์กว่า
สองมือจับเส้นผมท่านี้ หกฉากที่แสดงมา โหย่วเผิงก็มีการพัฒนาขึ้นเหมือนกัน ท่านี้ก็ยังละเอียดอ่อนเหมือนกัน
เพียงแต่ฉันคิดว่าเขาน่าจะแสดงได้ละเอียดอ่อนกว่านี้
พูดถึงฉากนี้แล้ว ยังมีอีกจุดหนึ่งที่จะต้องพูด คือสองคนได้ดื่มเหล้าที่ผับ
ได้เอาเบียร์มาสามขวดเป็นพิเศษ แก้วกระดาษสองใบ ผู้แสดงก็ได้เทเบียร์ลงแก้วและดื่ม
แน่นอนเป็นท่าการเลียนแบบ ไม่มีเหล้าจริง ผมดูเหล่านี้แล้วรู้สึกไม่ค่อยรื่นตา
คนปัจจุบันที่ดื่มเหล้าขวดอย่างนี้ ปกติแล้วจะดื่มเหล้าจากขวด และก็จะไม่ใช้แก้วกระดาษในการดื่ม
ผมก็ยังคิดว่าแสดงให้มันสมกับวิถีชีวิตก็จะถูกรสนิยมคนดู
ที่จริงจัดแก้วที่เป็นแก้วสองใบ เป็นอุปกรณ์การแสดงก็ไม่เป็นสิ่งที่ยากนี่

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: บทความวิพากษ์วิจารณ์ : หอมดอกเบญจมาศ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2010, 11:22:54 AM »


ฉากตอนใกล้จะจบ โหย่วเผิงร้องเพลงหนึ่งด้วยเสียงสดๆ ได้รับเสียงปรบมือที่ดังอย่างรวดเร็ว ฉันรู้สึกว่าผู้ชมปรบมือให้เร็วเกินไป
น่าจะนำภาพอารมณ์ที่เสียใจออกมาเยอะหน่อยแล้วหยุดนิดหนึ่งค่อยปรบมือ เพราะถ้ารีบปรบมือแล้ว
อารมณ์อะไรก็หายไปหมด รู้สึกเสียดายนิดๆ
จากภาพรวมแล้ว ฉันรู้สึกว่า(หอมดอกเบญจมาศ)ของบนเวทีดีกว่าในหนังสือ นี่เป็นความรู้สึกส่วนตัว
อาจจะเป็นเพราะบนเวทีได้เพิ่มเติมแรงชีวิต รู้สึกว่านุ่มนวล
อีกอย่างคือได้ขาดรสชาติของเกาหลี ให้เรารู้สึกธรรมชาติหน่อย
ที่จริงส่วนสนทนาก็ยังมีความขยะแขยงหน่อย เขียนออกมาก็คงไม่มีอะไร แต่จะต้องพูดออกมา
ก็จะให้ผู้ชมรู้สึกว่าแปลกๆขยะแขยง ถ้าขัดเกลาอีกนิดก็จะดี




โหย่วเผิงแสดงได้เยี่ยมมาก ฉันชอบมากเขาได้แสดงทั้งสามบทบาทสามตอนแสดงได้เป็นระบบ
หากจะหากระดูกในไข่ ฉันก็ยังรู้สึกว่าเขาแสดงได้ไม่ค่อยละเอียดอ่อน แสดงได้กระด้างไปหน่อย เกร็งไปหน่อย
หวังว่าอีกหลังจากนี้อีกหลายฉากจะได้เห็นถึงการพัฒนาของเขา การสนทนาของเขานั้นที่จริงดีมาก
เพียงแต่พวกเราคุ้นเคยกับเสียงของเขา และเสียงของเขานั้นมีอารมณ์ ยังธรรมชาติ
แต่การพูดบทสนทนาบนเวทีนั้นจะไม่เหมือนการพูดทั่วไป จะต้องพูดชัดๆ ยังต้องให้เทคนิกอีกด้วย
พวกเราฟังแล้วรู้สึกไม่คุ้นหู ก็จะรู้สึกว่าแสร้งนิดๆ
นี่เป็นผลของการเปรียบเทียบ ไม่ใช่ว่าเขาสนทนาได้ไม่ดี
ฉันรู้สึกได้ว่าเขาพูดได้ดี ก็คือบทสนทนาของเขาฉันเกือบจะเข้าใจหมด เมื่อเทียบกับผู้แสดงอีกคนแล้ว
สิ่งที่เขาพูด ฉันแค่เข้าใจครึ่งเดียว
ละครเรื่องนี้แสดงออกมาแล้วก็ยังมีที่ที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่ฉันรู้สึกว่ามันสำเร็จแล้ว
ตลอดเวลาที่แสดงมานั้นไม่มีอะไรที่ต้องติหนิ จังหวะก็ราบรื่นดี

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: บทความวิพากษ์วิจารณ์ : หอมดอกเบญจมาศ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2010, 11:30:20 AM »


ความรู้สึกที่นั่งชมอยู่แถวหน้าก็ไม่เหมือนกัน เพราะสามารถเห็นการแสดงออกของผู้แสดงอย่างชัดเจน
ฉะนั้นการได้รับอารมณ์ด้วยกันนั้นก็ดีกว่าข้างหลังตั้งเยอะ ฉันคิดว่าการแสดงออกของโหย่วเผิงนั้นแสดงออกมาให้เห็นได้ดีมาก
การสนทนาบางที่เปลี่ยนไปบ้าง เห็นถึงการที่พวกเขาไม่หยุดที่จะพัฒนาและปรับปรุง ในใจรู้สึกปลื้มมากๆ
มีเพลงประกอบบางอย่าง สามารถเห็นถึงการตอบสนองของโหย่วเผิงกับความรู้สึกบนเวทีนั้นมีระดับมาก




มีละครหนึ่งเรื่องของพระเอกนางเอก ไม่รู้เป็นเพราะอะไรเจ้าหน้าที่ไฟนั้นส่องไฟได้ไม่ดี
ไม่ได้ส่องไฟถึงตัวของพระเอก หรืออาจเพราะความรู้สึกของผู้ส่องไฟช้า ไม่ทันที่จะส่องไฟตรงนั้น
โหย่วเผิงควรจะเดินไปข้างหน้ากลางเวที แต่เขาสังเกตได้ว่าที่ที่เขายืนนั้นไฟมาไม่ถึง
และแล้วเขาก็รีบถอยหลังไปยืนในจุดที่มีไฟ พวกเรานั่นอยู่ข้างหน้าหน่อย
เห็นถึงสายตาของเขาได้กวาดไปหาพนักงานส่องไฟแล้วได้ตัดสินใจย้ายที่ไปหาแสงไฟ
พนักงานส่องไฟยังต้องใช้เวลาเกือบสิบกว่าวินาทีถึงจะส่องไฟได้ถูกต้อง ฉันรู้สึกว่าไหวพริบของโหย่วเผิงนั้นไวมาก ทั้งยังเฉียบแหลม

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 13533
    • ดูรายละเอียด
Re: บทความวิพากษ์วิจารณ์ : หอมดอกเบญจมาศ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มีนาคม 23, 2011, 12:59:17 PM »


Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 13533
    • ดูรายละเอียด
Re: บทความวิพากษ์วิจารณ์ : หอมดอกเบญจมาศ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 28, 2011, 12:54:15 PM »
<a href="http://www.tudou.com/v/G5M4zuorWlE/" target="_blank" class="new_win">http://www.tudou.com/v/G5M4zuorWlE/</a>