ผู้เขียน หัวข้อ: 2009 การปล่อยวางสองครั้งของโหย่วเผิง  (อ่าน 6565 ครั้ง)

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
2009 การปล่อยวางสองครั้งของโหย่วเผิง
« เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2010, 01:37:06 PM »

การปล่อยวางสองครั้งของโหย่วเผิง

ไม่ว่าหน้าตาโหย่วเผิงจะหนุ่มสักแค่ไหน พวกเราล้วนได้อ่านความร้อนหนาวกับเขาตั้งแต่เข้าวงการมาถึงตอนนี้ก็ยี่สิบปีแล้ว มองออกว่าวันนี้ของเขานั้นก็ไม่เห็นราศีของไกวไกวหู่ในสมัยแรกหนุ่มของเขาแล้ว แม้นว่ารอยยิ้มของเขายังเบิกบานเหมือนเดิม แต่ว่าเบื้องหลังชีวิตนั้นมีเรื่องราวมากมายแน่นอน ภาพลักษณ์ความเป็นขวัญใจผู้ดีนั้นได้มีอิทธิพลต่อคนรุ่นแล้วรุ่นเล่า โดยฉะเพาะวัยเด็กหนุ่ม เสี่ยวหุ่ยตุ้ยนั้นเป็นภาพติดตาที่พวกเราชื่นชมได้แต่เป็นอย่างเขาไม่ได้ แต่ว่า หากเพียงคุณลองค้นเรื่องราวชีวประวัติของเขาไปดูแล้ว การปล่อยวางสองครั้งของเขานั้นเป็นสิ่งที่น่าคิดสำหรับเรา

กรกฏาคม ปี 1988 ค่ายเพลงไคลี่ไต้หวันได้ประกาศ “โทรทัศน์ที่ว่างสำหรับวัยใส” กลุ่มเป้าหมายนั้นเป็นนักเรียนนักศึกษา เนื้อหานั้นง่ายๆ เป็นผู้ช่วยในรายการ ”เสี่ยวเหมาตุ้ย” ของสามสาว รายการนี้นั้นเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมาก และได้มีคนเสนอให้ทางรายการว่าน่าจะมีผู้ชายเป็นชายหนุ่มอีกสามคนก็จะเป็นรายการที่สมดูลย์ ด้วยเหตุนี้ ทางค่าย เพลงไคลี่ ก็ได้ประกาศรับสมัครหนุ่มสามท่าน หลังจากได้ผ่านการคัดตัวต่างๆนาๆทั้งร้องทั้งเต้นแล้ว สุดท้ายสมาชิก ”เสี่ยวหู่ตุ้ย” ก็ได้มาเป็นที่เรียบร้อย

พวกเขาก็คือ

ผีลี่หู่ = อู่ฉีหลง
เสี่ยวสร้อยหู่= เฉินจื้อเผิง
ไกวๆหู่ = ซูโหย่วเผิง


ใครจะไปรู้ว่าหลังจากเสื้อน้อยสามตัวได้ออกอากาศแล้วไปบดบังรัศมีของ "แมวน้อยสาม" ตัวจนมิด เป็นที่ชื่นชอบของคนทุกวัยตั้งแต่เด็กเล็กเด็กแดงจะถึงผู้เฒ่าหัว พี่ ป้า น้า อา และเพลงที่พวกเขาร้องนั้นก็ได้ดังระเบิดเร็วอย่างจรวด และแล้วพวกเขาก็ได้กลายเป็นคณะนักร้องกลุ่มแรกที่มากจากเด็กนักเรียน จากเวลาแค่ชั่วค่ำคืนได้กลายเป็นขวัญใจมวลชน เพลงของเสี่ยวหุ่ตุ้ยไม่เพียงดังที่ฮ่องกงเท่านั้น ทั้งยังกระหึ่มถึงจีนจนมีแฟนเพลงมากมายอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ ภาพโปรเตอร์ของเสี่ยวหุ่ตุ้ยนั้นยังเป็นของสะสมของคนไปแล้ว



ตอนนั้น เขาอายุ 15 ปี

แต่ว่า การเยินย่อนั้นจะทำให้หัวปักหัวปำไม่ คนเรานั้นย่อมมีการโต หากจะยืนยันเส้นทางเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้น แล้วยังมีเส้นทางเส้นอื่นที่จะให้เดินอีกหรือ? หากว่าจะยืนยันที่จะเดินไปตามเส้นทางเสี่ยวหู่ตุ้ยแล้ว แน่นอนก็ยังสามารถที่จะดังได้อีกหลายปี แล้วต่อจากนั้นไปล่ะ?

และแล้ว ในช่วงที่เป็นที่นิยมของคนอื่นอยู่นั้น โหย่วเผิงกลับเลือกที่จะปล่อยวางมันไป พวกเขาสามคนนั้นลาจากทั้งน้ำตา พวกเขาได้ร้องเพลง “เชื่อเถิดว่าพรุ่งนี้พวกเรายังจะต้องพบกันอีกแน่นอน ก็เหมือนเมฆขาวลอยจากท้องฟ้าไปชั่วครู่” เพลงนี้ในการจากลาแฟนๆของพวกเขา หลังจากนั้น พวกเขาต่างคนก็ต่างเริ่มต้นชีวิตของตัวเอง บ้างก็เรียนต่อ บ้างก็เกณฑ์ทหาร โหย่วเผิงนั้นได้ไปเรียนต่อที่อังกฤษ ในสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยเลยนั้น และไม่มีแฟนเพลงอีกด้วย เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขา “การที่จากไปนั้น ผมเห็นว่าการที่คนอื่นคาดหวังในตัวผมที่สูงมากกับความเป็นจริงในตัวผมนั้นมันห่างกันมาก” เขากล่าว “รอดูผม อีกหลายปีก็แล้วกัน”

หลายปีผ่านไปโหย่วเผิงเรียนเสร็จแล้วก็ได้กลับมา หน้าที่การงานของเขานั้นก็ได้มีการเปลี่ยนไป นานมากแล้วที่เขาไม่ได้ร้องเพลง เขาไม่ใช่ไกวๆหู่คนเดิมแล้ว และตัวเขาเองก็ไม่เคยเข้าทำงานในวงการแสดง ด้วยเหตุนี้ทำให้ช่วงนั้นของชีวิตเขานั้นมีความเครียดมากๆ

วันคืนได้ผ่านไป มีสถานีรายการหนึ่งได้เชิญเขาไปเป็นพิธีกรรายการ ถ้าได้เป็นพิธีกรรายการ ถือว่าไม่เลวเหมือนกัน สามารถที่จะหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวได้ อย่างน้อยก็สามารถที่จะได้โผล่หน้าที่จอทีวีบ้าง แต่ว่า การเป็นพิธีกรรายการนั้นจะมีอนาคตหรือ? ในสายตาของทุกคนแล้ว เขายังเป็นไกวๆหู่ที่ร่าเริงคนหนึ่ง เขาไม่อยากจะเป็นอย่างนั้น เขาโตแล้ว เขาอยากจะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของตัวเอง สิ่งที่เขาต้องาการคือเป็นผู้ใหญ่ และแล้ว เขาได้ถามตัวเองอยู่เสมอ นี่เป็นสิ่งที่ตัวเองต้องการหรือ? จะเลือกเป็นพิธีกร? หรือจะเลือกเป็นตัวของตัวเอง?

ในวันคืนที่มืดมิดของเวลานั้น ท้ายสุดโหย่วเผิงเลือกที่จะปล่อยวางมัน เขาได้ปฏิเสธการเชิญมาเป็นพิธีกรของทางสถานีที่ให้เงินตอนแทนสูงมาก แล้วได้ยืนหยัดเฝ้ารอโอกาสสำหรับงานที่ตัวเองชอบต่อไป

5 เดือนให้หลัง เรื่อง(องค์หญิงกำมะลอ)ได้รับสมัครนักแสดง เขาเป็นส่วนหนึ่งของนักแสดงได้สำเร็จ เหตุเพราะละครเรื่องนี้ ทำให้โหย่วเผิงมีแฟนๆที่จีนอีกกลุ่มหนึ่งขึ้นมา และได้เปิดช่องทางในอาชีพการงานของเขาอีกครั้งหนึ่ง จากนี้เขาก็ได้ก้าวกลายเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัวไปแล้ว

พริบตาเดียวก็ผ่านไปแล้ว 10 ปี ใน 10 ปีนี้ โหย่วเผิงเป็นพระเอกแสดงเรื่องต่างๆ(ฉิงเซิงเซิง หยี่หมงหมง)(แจ๋ไต้ซวงเฉียว)(อีเทียนสู่หลงจี้)(ฉิงติ้งอ้ายฉิงไห่)(หยางเหมินหู่เจียง)(เตียวหมังกงจู่)เป็นต้น หน้าที่การงานของเขานั้นได้ย่างเข้าสู่ช่วงอิ่มตัวหรือจุดสูงสุด ได้ใช้แรงพลังและความสามารถของตัวเองเปิดโลกกว้างให้กับตัวเอง และเขายังได้เข้าร่วมงานการกุศลด้วย ได้ตั้งมูลนิธิซูโหย่วเผิงที่จีน ระดมทุนสร้างโรงเรียนซีว่าง ได้เป็นทูตแห่ง”กิจกรรมช่วยเหลือคุณแม่แห่งประเทศจีน”และ”ทูตแห่งความรักของ “ปกป้องผู้เป็นแม่”

โหย่วเผิงในวันนี้นั้นได้หลุดพ้นจากภาพของไกวๆหู่แล้ว และปล่อยครั้งที่ปรากฏตัวในแต่ละงานที่มีภาพลักษณ์เป็นผู้ใหญ่ ลักษณะของเขานั้นสุภาพธรรมชาติ พูดจาเป็นผู้ใหญ่ เขาในวันนี้นั้นได้มีชีวิตที่เป็นของเขาจริงๆ และนี่ก็เกี่ยวพันกับการปล่อยวางทั้งสองครั้งของเขาอีกด้วย ในช่วงที่น้ำขึ้นให้รีบตักนั้น ตัวเขากลับใจเย็นๆ เขาตั้งมั่นอยู่ เขาไม่ลุ่มหลงไปกับชื่อเสียงชั่วคราวที่ผ่านเข้ามาสู่เขา แต่กลับปล่อยมันไปอย่ากล้าหาญ การนิ่งและคอยท่าอย่างนี้เป็นแบบอย่างให้กับเราทั้งหลาย และจากจุดนี้ก็เป็นการทดสอบสติปัญญาและวิสัยทัศน์ของเขา เพราะสิ่งชั่วประเดี๋ยวที่ปลอ่ยมันผ่านไปนั้น อนาคตเขานั้นล้วนได้รับกลับคืน และได้เยอะกว่าเก่าด้วยซ้ำไป


bewty

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 24
    • ดูรายละเอียด
Re: 2009 การปล่อยวางสองครั้งของโหย่วเผิง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2013, 06:28:17 PM »
ว้าวววววววววว