กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
21
เฉียวเจิ้นอวี่ Qiao Zhenyu 乔振宇 / Re: ALEC SU
« กระทู้ล่าสุด โดย Alec Love Me เมื่อ พฤษภาคม 12, 2026, 02:50:03 pm »
ผลงานภาพยนตร์

1990 游侠儿 Wandering Heroes  ยอดหนูจอมยุทธ์ [เสี่ยวไกว ]
1995 四个不平凡的少年  Forever Friends สี่วัยรุ่นที่ไม่ธรรมดา [หลอจื้อเฉียง]     
1996 泡妞专家 Flirting Expert สามหนุ่มทะเล้นรัก  [เสี่ยวเป้ย]     
1996 情色 Pale Sun หัวใจปรารถนา [เหล่าอู่]
1998 红娘 Red Bride แม่สื่อสมองใส [จางเซิง]
1999 大赢家 Winner Takes All นักแซงค์มือเทวดา [ซือเซิงจวื่อ]   
1999 白棉花 Cotton Fleece ปุยฝ้ายสีขาว  [หม่าเฉิงกัง]
2000 初恋的故事 Devoted to You รักครั้งนี้ไม่มีวันจาง [อวี้ไห่]   
2002 手足情深  Reunion เพื่อเธอ เพื่อข้า กอดคอกันบ้าดีเดือด [จื่อชง] 
2003 爷爷的家 Grandpa's Home บ้านของคุณปู่ [เหอจื่อเจีย]   
2005 塔克拉玛干 Taklamakan ถาเค่อลาหม่ากัง  [เฉิงเฉิง]     
2008  爱情呼叫转移II Fit Lover  เรียกร้องความรัก 2 [กัวหยิง]   
2009  爱到底  L-O-V-E อ้ายเต้าตี่  [รับเชิญ]
2009 寻找刘三姐 A Singing Fairy ตามหาหลิวซำนเจี่ย [หวุ่ยเหวินเต๋อ]
2009 风声  The Message ถอดรหัสล่า ฆ่าไม่เลี้ยง [ไป๋เสี่ยวเหนียน]   
2009 星海  The Star and the Sea นักดนตรีผู้ยิ่งใหญ่ เสี่ยนซิงไห่  [เซียวโหยวเหมย] 
2010 四个丘比特 The Four Cupids สี่กามเทพ [ฉีป๋อหลิน]
2010 孤岛秘密战  Secret Battleground ศึกลับบนเกาะร้าง [นายทหารญี่ปุ่น]
2010康定情歌   The Love Song of Kang Ding เพลงรักเมืองคังติ้ง  [หลี่ซูเจี๋ย]
2010 密室之不可告人 Lost in Panic Room ห้องลับที่บอกใครไม่ได้ [หลิ่วเฟยหวิน]
2011 少年邓恩铭 Deng Enming's Childhood เติ้งเอินหมิงตอนวัยรุ่น [พี่ใหญ่ชาวเล]
2011 密室之不可靠岸 Lost in Panic Cruise ห้องลับไม่สามารถเข้าเทียบฝั่งได้ [หลิ่วเฟยหวิน]
2012 杀生Design of Death การออกแบบความตาย [ฉานโชว่เจิน]
2012 铜雀台 The Assassins โจโฉ [ฮ่องเต้ฮั่นเสี้ยนตี้]
2012 三个未婚妈妈 Three Unmarried Mothers คุณแม่สามคนที่ยังไม่ได้แต่งงาน รับบท กู้ตงไห่
2014 甜蜜殺機 Sweet Alibis คู่ป่วน จุดชนวนรัก  [ หวังจื้ออี้]
2014 最佳嫌疑人 The Suspicious ผู้ต้องสงสัยที่ยอดเยี่ยม [หลินอี้ไท่]
2014 四大名捕大结局 The Four III  สี่มหากาฬพญายม3 [ฮ่องเต้ซ่งฮุ่ยจง]
22
เฉียวเจิ้นอวี่ Qiao Zhenyu 乔振宇 / Re: ALEC SU
« กระทู้ล่าสุด โดย Alec Love Me เมื่อ พฤษภาคม 12, 2026, 02:48:48 pm »
ผลงานซีรี่ส์

01. [1991] 母鸡带小鸭 (หมู่จีไต่เสี่ยวยา) รับบท เหลียงจื้อหมิง
02. [1992] แสดงซีรีย์เรื่องยาว ทีวีช่องหัวซื่อ “ราชบุตรขอทาน”
03. [1996] 偶像一级棒 (โอ่วเซี่ยงอี้จี๋ปั้ง) รับบท ซูจิ้นสง
04. [1993] แสดงซีรีย์เรื่องยาว ทีวีช่องหัวซื่อ “หนังตลก หงเฟยหง”
05. [1993] แสดงซีรีย์เรื่องยาว ทีวีช่องหัวซื่อ เรื่อง “ถางป๋อหู่เตี่ยนชิวเซียง”
06. [1997] 一品夫人芝麻官 (ยีผิงฟูเหยินจือหม่ากวาน) รับบท หงอาเซิง
07. [1998] 和尚布袋之仙女奇缘(ปู้ยไต้เหอสร้าง) รับบท อาหยง
08. [1997] 还珠格格I     My Fair Princess I องค์หญิงกำมะลอ รับบท หยงฉี
09. [1998] 老房有喜    Old House Has Joy เราสองหัวใจเดียวกัน รับบท เสี่ยวเผิง
10. [1998] 还珠格格II My Fair Princess II องค์หญิงกำมะลอ รับบท หยงฉี
11. [1999] 绝代双骄 The Legendary Twins เดชเซียวฮื้อยี้ รับบท ฮวยบ่อฮ่วย
12. [2000] 情深深雨蒙蒙    Romance in the Rain มนต์รักในสายฝน รับบท ตู้เฟย
13. [2001] 少年张三丰 Taiji Prodigy ไทเก๊กจางซางฟง รับบท หยี่เทียนสิง
14. [2001] 相约青春 A Date with Youth (เซี่ยงแย่ชิงชุน) รับบท หยีจิ้งเทา
15. [2001] 无敌县令 ไผอันจิงฉี Secret Murder, Amazing Cases (อู่ตี่เซี่ยนหลิ่ง) รับบท นายอำเภอหังเที่ยเซิง
16. [2002] 絕世雙驕  The Legendary Siblings 2 เดชเซียวฮื่อยี้ ภาค 2 รับบท ฟงหวูแชว
17. [2002] 倚天屠龙记 ดาบมังกรหยก Heavenly Sword and Dragon Saber  รับบท เตียชุยซัว และ เตียบ่อกี้
18. [2002] 年—— 麻辣高校生 客串演出 เล่นเป็นดารารับเชิญ เป็นอาจารย์ แซ่เจ้า สอนประวัติศาสตร์
19. [2003] 心动列车   Love Train (ซินตงเลี่ยเชอ) รับบท เฉินหมิงฮ่วง
20. [2003] 情定爱琴海  Love of the Aegean Sea  รักข้ามขอบฟ้า รับบท ลู่เอินฉี
21. [2003] 杨门虎将 Warriors of the Yang Clan ยอดขุนศึกวีระบุรุษตระกูลหยาง รับบท หยางซื่อหยาง
22. [2004] 魔术奇缘 Magic Touch of Fate (หมอซูฉีหยวน) รับบท อู่จิ้นอาน
23. [2005] 刁蛮公主 The Mischievous Princess (My Bratty Princess) องค์หญิงจอมทะเล้น รับบท จูหยุ่นฮ่องเต้
24. [2008] 将计就计 Entrapment (เจียงจี้จิ้วจี้) รับบท จวงยั่วหลง
25. [2008] 热爱 Passion(เย้ออ้าย) รับบท ซูหมิงเทา
26. [2013] 天龍八部 The Demi-Gods and Semi-Devils แปดเทพอสูรมังกรฟ้า รับบท อู่หยาจื่อ
27. [2013] 非緣勿擾    Destiny by Love แผนรัก สยบเพลย์บอย รับบท ลู่ซีนั่ว
23
เฉียวเจิ้นอวี่ Qiao Zhenyu 乔振宇 / Re: ALEC SU
« กระทู้ล่าสุด โดย Alec Love Me เมื่อ พฤษภาคม 12, 2026, 02:48:33 pm »
ซูโหย่วเผิง เขาเติบโตมาพร้อมกับพวกเราชาวยุค 80 และกลายเป็นตำนาน

1988 ซูโหย่วเผิง เริ่มเข้าวงการ 《ชิงชุนต้าตุ้ยคั่ง》
1991 จากหนุ่มวัยรุ่นเขินอาย เหลี่ยงจื้อหมิง จาก "หมู่จีไต่เสี่ยวยา"
1998 ถึงหนุ่มหล่อร่าเริง ซูเซี่ยวเผิง จาก "เราสองหัวใจเดียวกัน"
2003 จากชายมั่นคงรักหนักแนน ลู่เอินฉี จาก "รักข้ามขอบฟ้า"
2013 โปรดิวเซอร์ "แผนรัก สยบเพลย์บอย"
2015 กำกับภาพยนต์ 3 เรื่อง

เขาแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงได้อย่างงดงาม ท่ามกลางความวุ่นวายของวงการบันเทิงนี้ซูโหย่วเผิง สามารถค้นพบเส้นทางแห่งความสำเร็จในฉบับของเขา

ผู้กำกับภาพยนตร์

 2015 ซูโหย่วเผิงมีฐานะใหม่ | “โจ่วเอ่อ” (左耳) The Left Ear ผลงานในฐานะผู้กำกับเรื่องแรกในชีวิตของ 'ซูโหย่วเผิง'ภาพยนตร์แนววัยรุ่นที่เขากำกับเรื่อง The Left Ear ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเรทติ้งจะเพียง 5.4 คะแนน แต่ในฐานะที่เป็นเรื่องแรกและเป็นเรื่องราวของวัยรุ่นแล้วนั้น เรื่อง The Left Ear ถือว่าเป็นผลงานที่โดดเด่นไม่น้อย

2016 《住在幸福大街的王大妈》“ป้าหวังที่อาศัยอยู่ที่ถนนแห่งความสุข”| หลังจาก “โจ่วเอ่อ” (左耳) ผลงานกำกับชิ้นแรกของซูโหย่วเผิงประสบความสำเร็จไปอย่างงดงาม ได้ถูกเสนอเข้าชิงรางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ในงานรางวัลม้าทองคำ Golden Horse Awards
เขากำกับครั้งนี้ นำเสนอชีวิตของคุณป้าคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ ในถนนแห่งหนึ่งทางใต้ของกรุงปักกิ่งและนี่ก็เป็นผลงานภาพยนตร์สั้นเรื่องแรกของเขาอีกด้วย

2017 เขายอมเสี่ยงความอันตรายด้วยการรีเมค ภาพยนตร์เรื่อง 《嫌疑人X的献身》The Devotion Of Suspect X | ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการที่เอาผลงานที่มีอยู่แล้วมารีเมคใหม่ นั้นย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ใช่แค่ไม่ได้รับผลดั่งที่คาด หากแต่ยังถูกต่อว่าอีกถึงแม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะออกมาครั้งแรก แม้จะเป็นเรื่องที่ได้รับเสียงด่ามากมายก็ตามแต่พูดตามตรงนะคุณภาพของภาพยนตร์ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น

ตลอดเส้นทางเดินที่ผ่านมา ความสามารถของซูโหย่วเผิง ทำให้ทุกสายตาได้เห็นว่าความเพียรพยายามของเขา ควรค่าแก่การยกย่องสรรเสิรญ
ผลงานของเขาที่อยู่เคียงข้างพวกเรานั้นยิ่งควรค่าแก่การขอบคุณ ขอให้เขาได้เดินตามเส้นทางงานภาพยนตร์เพื่อทำตามความฝันของตัวเองต่อไป

“ซูโหย่วเผิง” ตัวอย่างที่ดีของนักแสดง

เขาเป็นพระเอกที่ได้รับการยกย่องจากสื่อมวลชนของจีนว่า เป็นนักแสดงที่รักษาคุณภาพได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังคืนกำไรให้สังคมด้วยการก่อตั้งกองทุนการกุศล “ซูโหย่วเผิง” เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของนักแสดงในวันนี้

“ซูโหย่วเผิง” ได้กล่าวถึงงานแสดงว่า ก่อนหน้านี้เขามักจะได้รับบทที่ค่อนข้างอ่อนโยน นุ่มนวล นานๆ ครั้งถึงจะมีการพลิกบทบาท แต่ไม่ว่าจะแสดงบทอะไร เขาก็เต็มที่กับทุกบทที่ได้รับ และนอกจากงานแสดง การร้องเพลงก็เป็นอีกงานที่เขารัก และทุ่มเทเวลาให้อยู่เสมอ

ซูโหย่วเผิง เขาเป็นคนที่อ่อนโยนตามภาพลักษณ์ที่เราๆเห็นกัน เข้าวงการตั้งแต่อายุ 15 ปี โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงแล้วกว่า 20 ปี ล้วนอาศัยความตั้งใจ พยายาม ทุ่มเท ความสามารถ และความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น ผ่านมาแล้วทั้งความสับสน ความเจ็บปวด และการเปลี่ยนฐานะ แต่การเปลี่ยนแปลงกลับทำให้เขาประสบความสำเร็จในการหาบทบาทที่เหมาะสมกับตัวเอง

อาชีพ: รวยแต่ไม่หยิ่ง ชัดเจนในจุดยืนของตัวเอง กล้าที่จะท้าทาย

จากหนุ่มน้อยผู้ไม่ประสีประสาสู่ความเจิดจรัสในองค์หญิงกำมะลอ(My Fair Princess)  สู่บทบาทที่พลิกกลับในเฟิงเซิน(The Message)  สู่การทำลายภาพลักษณ์ตัวเองในห้องลับ(Lost in Panic Room)  เส้นทางของเขาไม่ได้ราบรื่นมากนัก อาจมีหลายคนไม่เข้าใจ หากเขาแสดงแต่สิ่งที่ทุกคนคุ้นตา หรือเป็นผลงานที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดมากๆ บางทีตอนนี้เขาอาจจะดังมากกว่าตอนนี้ก็เป็นได้ ถูกต้องแล้ว ทั้งๆที่สามารถใช้หน้าตาหากินได้ แต่กลับพากเพียรตรากตรำใช้ความสามารถของตัวเอง จนประสบความสำเร็จได้เป็น “ศิลปินไอดอล” สร้างพื้นที่ที่เหมาะสมกับตัวเองได้

บนโลกที่เต็มไปด้วยการแสวงหาชื่อเสียงนี้ เขาสามารถยืนหยัดในจุดยืนของตัวเองได้ถึงขนาดนี้ นั่นก็สามารถพิสูจน์ได้ว่า ตลอดระยะเวลาที่เขากำลังตั้งใจมุ่งมั่นอยู่นั้น เขาสามารถกลั่นกรองประสบการณ์ที่ผ่านมา วิเคราะห์จุดด้อยของตัวเอง กำหนดจุดยืนของตัวเองได้อย่างแน่ชัดว่าอยู่ที่ตรงไหน สามารถไปได้ถึงไหน นี่เป็นสิ่งที่น้อยคนจะคิดและทำได้

สังคม: ทั้งเหนื่อยทั้งยุ่ง แต่ก็ไม่ลืมเรื่องหนึ่ง--การกุศล

ในเวลาว่างจากการงานอันยุ่งเหยิง ซูโหย่วเผิงก็ไม่ลืมที่จะสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ ทุกครั้งเมื่อสื่อยกประเด็นเรื่องกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ขึ้นมา เขาล้วนแต่ตอบว่า “เรื่องนี้ควรพูดให้น้อย ทำให้มาก ต่อจากนี้ผมก็จะยังคงอุทิศตนให้กุศลต่อไป ให้ตัวผมได้เป็นตัวกลางในการประกาศพลังงานเชิงบวกนี้ออกไป เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมมีจิตเพื่อสาธารณะประโยชน์ ให้คำจำกัดความใหม่ของคำว่าสมดุลชีวิต แบบนี้แล้ว จะทำให้ผู้คนมีมุมมองใหม่ในการเข้าใจเพื่อนมนุษย์ และเป็นการสร้างผลบุญให้กับตัวเองอีกด้วย”  สิ่งที่ซูโหย่วเผิงอยากสื่อก็คือ ปัจจุบันนี้ ผู้คนที่อาศัยอยู่พื้นที่ยากลำบากห่างไกล ก็สามารถมีท้องฟ้าที่สวยงามเป็นของตัวเองได้เหมือนกันผ่านการร่วมมือและใจรักที่ไม่มีที่สิ้นสุดของทุกคน เขาเน้นว่าการทำบุญไม่มีคำว่าใหญ่เล็ก สำคัญอยู่ที่ต้องตั้งใจทำให้ถึงที่สุด

ผู้ชายที่มีใจรักแบบนี้มีแรงดึงดูดมากๆ จะพูดอย่างไรดี? ก็เป็นเช่นนักจิตวิทยาคอเนอร์บอกไว้ “การมีมุมมองต่อชีวิต มีใจรัก มีรสนิยม มีความต้องการ รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร มีความเป็นผู้นำครอบครัว ผู้ชายที่มีสิ่งเหล่านี้จึงจะเป้นผู้ชนะในชีวิตจริงได้” สามารถเข้าใจได้ไหม? ยกตัวอย่างเช่นผู้ชายคนหนึ่งไม่มีความคิด ไม่มีความมั่นใจ แม้กระทั่งตัวเองจะทำอะไรก็ยังไม่รู้ ผู้หญิงคนไหนจะกล้าฝากชีวิตไว้กับผู้ชายแบบนี้กัน? นี่เป็นสัจธรรมง่ายๆที่เห็นได้ชัด

ชีวิต: รับรู้ถึงความหลากหลายของโลก ใช้ชีวิตอยู่ในความบริสุทธิ์

“ผมคิดมาตลอดว่าการได้ไปเที่ยวเป็นเรื่องที่สุดยอดมาก เปลี่ยนเวลา เปลี่ยนบรรยากาศ ได้ผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์” สำหรับโหย่วเผิงแล้ว การท่องเที่ยวทำให้เขาได้เติมเต็มช่องว่างที่หายไปในชีวิต ได้เห็นความเป็นจริงของชีวิต “บางที่ก็ทำให้คุณรู้สึกได้ว่าชีวิตที่เป็นอยู่ คือชีวิตที่มีความสุขที่สุดแล้ว บางที่ก็ทำให้คุณได้ตระหนักว่า ที่แท้ชีวิตก็มีความเป็นไปได้เต็มไปหมด” รับรู้ถึงความหลากหลายของโลก ย้อนกลับไปที่จิตใจอันนิ่งสงบของตน การท่องเที่ยวเป็นยาขนานเอกจริงๆ

บางคนทุ่มเทเงินทองเพื่อความพอใจของเพศตรงข้าม บางคนทุ่มเทเงินทองเพื่อสิ่งของเครื่องใช้ แต่เขาทุ่มเทเวลาและเงินทองเพื่อคนที่ด้อยกว่า จิตใจที่นิ่งสงบนี้ ในความธรรมดากลับมีประสบการณ์ชีวิตที่ไม่ธรรมดา สำหรับคนในวงการบันเทิงที่เต็มไปด้วยสีสันแล้วเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมยิ่งนัก

เพราะมีแต่คนที่รู้จักแบ่งปันให้กับคนที่ด้อยกว่าเท่านั้น จะมีกิริยาที่นุ่มนวลงดงาม ใจร้อนน้อยลง สงบมากขึ้น แผ่ความรู้สึกที่สบายๆออกมา เช่นเดียวกับหลายคนที่กำลังเปลี่ยนเส้นทาง มุ่งไปแต่ผลลัพธ์ที่ออกมา แต่กลับไม่รู้จักดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่มันค่อยๆดีขึ้น รีบไปให้ถึงเส้นชัย สุดท้ายก็ไปไม่ถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ

ในช่วงชีวิตของคนที่กำลังเดินทางอยู่ก็จะมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน เขาที่กำลังเดินไปข้างหน้า มีความนิ่งและสงบเพิ่มขึ้นมา พวกเราก็เหมือนกัน ต้องชัดเจนในจุดยืนของตัวเอง กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย ในช่วงที่อยู่สูงสุดก็ไม่ลืมที่จะตอบแทนและสำนึกบุญคุณ อย่าลืมความตั้งใจแรกของเรา นี่ก็คือชีวิตที่ธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา
24
เฉียวเจิ้นอวี่ Qiao Zhenyu 乔振宇 / Re: ALEC SU
« กระทู้ล่าสุด โดย Alec Love Me เมื่อ พฤษภาคม 12, 2026, 02:48:21 pm »
 "ผม...ซูโหย่วเผิง" รายงานตัวครับ   

ลืมตาดูโลก

พูดถึงเรื่องราวของผม ซูโหย่วเผิง ก็ต้องเริ่มต้นจาก 11 ก.ย. 1973 วันนั้นตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 เทศกาลไหว้พระจันทร์พอดี ผมเกิดในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน ตอนเกิดทุกอย่างถือว่าราบรื่น ผมจำไม่ค่อยได้ว่าตอนเกิดมีน้ำหนักเท่าไหร่ แต่ได้ยินคุณแม่บอกว่าผมไม่ถือเป็นคนอ้วน แต่ค่อนข้างแข็งแรง ตอนนั้นผมเป็นลูกชายคนเดียวในบ้าน ดังนั้นจึงเป็นที่รักของคุณพ่อคุณแม่มาก

ทำไมต้องตั้งชื่อว่า "โหย่วเผิง" หรือ? เนื่องจากผมเกิดในเทศกาลไหว้พระจันทร์ คุณแม่เองก็เกิดในเทศกาลไหว้พระจันทร์เช่นกันสองเดือนมารวมกันจึงกลายเป็นอักษร "เผิง" ดังนั้นจึงเรียกผมว่า "โหย่วเผิง"

น้องชายอายุห่างจากผม 6 ปี ดังนั้นตอนเด็กๆผมเหมือนลูกโทน คุณพ่อคุณแม่จึงให้ความสนใจกับผมเป็นพิเศษพวกท่านให้ผมเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย เรียกได้ว่ามีโอกาสเรียนหมดทุกอย่างทั้ง กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ จากจุดนี้พอจะดูออกว่านอกจากพวกท่านจะรักใคร่เอ็นดูผมแล้ว ยังคาดหวังกับผมไว้สูงมาก

นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ยังให้ความสำคัญกับการเรียนของผมด้วย โดยเฉพาะคุณพ่อจะตื่นเต้นกับผมการเรียนของผม เพราะท่านมองว่าการเรียนเป็นเรื่องที่สำคัญทีสุด โดยเฉพาะเด็กผู้ชายต้องเรียนให้ดีวันข้างหน้าจึงจะมีอนาคต จากจุดนี้ทุกคนคงจะดูออกว่า พ่อแม่ผมเข้าตำราที่ว่าพ่อเข้มงวดแม่ใจดี ดังนั้นคุณแม่จึงสนิทกับพวกเรามาก แม้แต่ตอนนี้ความสัมพันธ์กับท่านก็ยังดีมาก

มีเรื่องอะไรผมจะเล่าให้ท่า่นฟัง ส่วนความสัมพันธ์กับคุณพ่อค่อนข้างเหินห่าง อาจเป็นเพราะท่านให้ความรู้สึกที่เข้มงวดกับผม ผมกับท่านจึงคุยไม่ค่อยสนิทกันเหมือนคุณแม่ บางทีเมื่อผมอายุมากกว่านี้ซักหน่อยหือโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ ความสัมพันธ์ของพวกเราจะดีขึ้นก็ได้

พูดถึงความสัมพันธ์ของผมกับน้องชาย ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่มอบน้องชายคนนี้มาให้ เพราะนอกจากเขาจะเป็นน้องชายของผมแล้ว เขายังเป็นเพื่อนที่รู้ใจผมที่สุด ผมมีเรื่องอะไรในใจจะเล่าให้เขาฟังหมด เขาเป็นนักฟังที่ดีและให้ความเห็นที่ดีๆกับผมหลายอย่างถึงแม้พวกเราอายุห่างกัน 6 ปี อีกทั้งตอนนี้เขากำลังเรียนหนังสืออยู่แต่พวกเราไม่เคยมีช่องว่างระหว่างอายุ กลับกันความสัมพันธ์ของพวกเราตอนเด็กไม่ดีเท่าตอนนี้ด้วยซ้ำเพราะตอนนั้นเขายังเด็กแต่ผมเริ่มทำงานแล้ว ฉะนั้นพวกเรามีเวลาเจอหน้าและอยู่ด้วยกันน้อยมาก

5 ขวบเข้าโรงพัก   

ถามว่าตอนเด็กของผมมีเหตุการณ์อะไรที่ไม่อาจลืมความจริงผมจำไม่ค่อยได้แล้ว โดยเฉพาะช่วงที่อยู่อนุบาลความทรงจำเลือนลางทว่าคุณแม่เล่าให้ผมฟังเรื่องหนึ่งผมรู้สึกว่ามันสนุกดีน่าจะเล่าให้แฟนๆฟัง

ตอนนั้นผมอายุ 4-5 ขวบ มีอยู่ครั้งหนึ่ง หลงทางคุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลมากหาผมไปทั่ว ตอนหลังตำรวจแจ้งว่าพวกท่านเจอผมแล้ว ทั้งยังพาผมไปที่สถานีตำรวจ บอกให้คุณพ่อคุณแม่ไปรับตัวผมที่นั่น อาจเป็นเพราะผมอายุน้อยมากจึงไม่รู้จักคำว่ากลัวยังขอกินไอศกรีมจากคุณลุงตำรวจที่สถานีตำรวจด้วย คุณพ่อคุณแม่เองก็ไม่รู้จะทำยังไง

ตอนเด็กๆถึงแม้พ่อแม่จะเข้มงวดกับผมมากแต่ความจริงพวกท่านรักผมมาก ผมต้องการอะไรพวกท่านจะพยายามรับปากทุกอย่าง เช่น เรียนอีเล็คโทน ถึงแม้สภาพที่บ้านไม่ค่อยดีนักพวกท่า่นก็สนับสนุนผมเต็มที่ แต่พูดถึงของเล่น พวกท่า่นจะไม่รับปากผมง่ายๆ โยเฉพาะวีดีโอเกมส์ที่ฮิตมากในช่วงนั้นและเป็นของเล่นที่ผมชอบที่สุดเพราะวีดีโอเกมส์นี่แหละทำให้คุณพ่อที่น้อยครั้งนักจะตีผมยังลงไม้ลงมือกับผม!

สมัยนั้นศูนย์วีดีโอเกมส์กำลังฮิตผมชอบไปที่นั่นมาก ทว่าผมไม่ได้อยากเล่น แค่เห็นคนอื่นเล่นก็มีความสุขแล้ว ตอนนั้นผมอินกับการดูมากจนลืมเวลากลับบ้านกระทั่ง 5 ทุ่มจึงนึกขึ้นได้ปกติผมเป็นคนกลับบ้านตรงเวลาบวกวิธีการอบรมสั่งสอนของคุณพ่อวันนั้นเหมือนกับทำผิดมหันต์สุดท้ายจึงถูกทำโทษนั่นเอง

ตอนหลังผมจึงขอให้พ่อแม่ซื้อวีดีโอเกมส์ให้ แต่จำไม่ได้ว่าเพราะสาเหตุอะไรจำได้แต่ว่าเพราะวีดีโอเกมส์นี่แหละทำให้ผมมีเรื่องกับคนอื่นทั้งที่ปกติผมไม่เคยมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่น ครั้งนั้นมีเพื่อนนักเรียนชายคนหนึ่งมายืมวีดีโอเกมส์ของผม แต่เขาผัดผ่อนมาหลายวันไม่ยอมคืนผมสักที สุดท้ายผมอดรนทนไม่ได้จึงตัดสินใจส่งหนังสือยื่นคำขาดกับเขา นัดเขามาเจอที่สนามหลังโรงเรียนเพื่อชี้ชะตา

ตอนนี้มานึกดูแล้วรู้สึกแปลกดีเพราะเขาก็มาตามนัด ที่น่าหัวเราะที่สุดก็คือที่แท้พวกเราสองคนไม่เคยมีประสบการณืชกต่อยกับใครมาก่อนการประลองกันคราวนั้นนอกจากจะไม่มีเลือดตกยางออกแล้วที่น่าหัวเราะก็คือเขาคว้าคอผม ผมดันหัวเขาสุดท้ัายไม่มีใครแพ้ไม่มีใครชนะ แล้วเรื่องก็จบๆกันไป ผมจำไม่ได้ว่าตอนหลังได้วีดีโอเกมส์คืนหรือเปล่าตอนนี้นึกดูแล้วก็สนุกดี

หนอนหนังสือ แต่ก็ปลื้ม มาดอนน่า 

พูดถึงเรื่องซุกซนของผม ความจริงเรื่องพวกนี้ไม่ค่อยเกิดกับผมมากนัก เพราะตอนเด็กๆผมไม่ค่อยชอบเล่น แต่ชอบเรียนหนังสือมากกว่า ดังนั้นน่าจะเรียกผมเป็นหนอนหนังสือจะเหมาะกว่า

เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากทางบ้านทำให้ผมเห็นความสำคัญของการเรียนประกอบกับผมชอบแสดงความสามารถชอบเป็นที่ 1 ดังนั้นผมจึงตั้งใจเรียนหนังสือมาตลอดหวังว่าจะได้เป็นที่ 1 ทำให้ผมมักมีชื่อติดอันดับต้นๆ ของโรงเรียนเสมอและถ้าผมเห็นคนอื่นโกงข้อสอบ ผมจะฟ้องครูเพราะเหตุนี้เพื่อนนักเรียนที่เรียนดีจึงไม่ชอบผม ส่วนคนที่เรียนไม่ดียิ่งไม่ชอบผมใหญ่ดังนั้นผมจึงมีเพื่อนสนิทไม่มากนัก

ถึงแม้การเรียนของผมจะดีแต่กลับไม่เป็นที่พอใจของคุณครู เพราะผมคุยเก่งแต่เพราะผมเรียนดีคุณครูจึงทำอะไรผมไม่ได้ ถึงแม้ผมจะเรียนดีแต่ผมก็เหมือนกับทุกคนคือมีวิชาที่ตัวเองชอบ ผมชอบวิชาภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์มากที่สุดเกลียดวิชาประวัติศาสตร์เพราะผมเหมือนกับคนอื่นไม่ชอบท่องหนังสือ

ถึงแม้ที่โรงเรียนผมจะมีเพื่อนไม่มากนัก แต่มีอย฿่คนหนึ่งที่ผมคบมาจนถึงปัจจุบันเขาชื่อหวงัเหวินเหลียง ตอนเรียนชั้นประถมเขาเป็นคู่แข่งในห้องที่แกร่งที่สุดพวกเราไม่น่าจะเป็นเพื่อนกันได้น่าจะเป็นศัตรูกันมากกว่า

แต่ตอนหลังเขาย้ายบ้านย้ายโรงเรียน กระทั่งชั้นมัธยมพวกเราเรียนร่วมห้องกันอีก ตอนนั้นจึงเริ่มเป็นเพื่อนสนิทกัน ผมไปอัดรายการที่สถานีโทรทัศน์ไต้หวัน เขาไปเป็นเพื่อนผมด้วยจนทุกวันนี้พวกเรายังติดต่อกันเรื่อยมาเรียกได้ว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสมัยผมเรียนหนังสือ

หลังจากเข้าเรียนชั้นมัธยม ผมก็เหมือนกับคนอื่นที่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นตอนนั้นผมใส่ใจรูปร่างหน้าตาตัวเองมากมักส่องกระจกคอยดูทรงผมตัวเองและเหมือนกับวัยรุ่นทั่วไปที่เพ้อฝันถึงดาราหรือมีดาราคนโปรดของตัวเอง ดังนั้นผมชอบ มาดอนน่า และ อากินะ นากาโมริ มากที่สุดระดับความคลั่งไคล้ของผมไม่แพ้วัยรุ่นสมัยนี้ที่ชื่นชอบดาราขวัญใจของตัวเองแต่ผมไม่ถึงกับบินไปหาเธอที่อเมริกาหรือญี่ปุ่น แต่จะมีอัลบั้มเพลงและโปสการ์ดซื้อสะสมไว้เพียบ ทว่าตอนที่ผมพูดแล้วแทบไม่มีใครเชื่อว่าผมจะคลั่งไคล้เธอได้ เพราะในสายตาของทุกคนผมเหมือน "เด็กดี" แต่ความจริงผมไม่ได้เพอร์เฟ็คอย่างที่คิดหรอกคับ"

3 ช่วงที่เขาเปลี่ยนลุคตัวเอง

เสี่ยวหู่ตุ้ย 1988-1997

- เรื่องราวโดยสรุป : เข้าวงการอายุ 15 เป็นผู้ที่มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน ถูกขนานนามว่า ไกวไกวหู่ เป็นการเปิดฉากของวงบอย-เสี่ยวหู่ตุ้ย(ป.ล  ไกวไกวหู่ แปลว่า เสือที่น่ารักและเชื่อฟัง)

- คำนิยาม : ไม่มีความทุกข์กังวล ยังไม่รู้ว่าความสูงของฟ้าความหนาของดินมากมายเพียงใด มีเพียงเรื่องเรียนที่ต้องใส่ใจ

ละครโทรทัศน์ 1997-2006

- เรื่องราวโดยสรุป : แสดงเรื่อง (องค์หญิงกำมะลอ) เล่นเป็นองค์ชาย 5 ที่ได้รับความชื่นชอบ เข้ามารับเล่นละครทีวีอย่างเต็มตัว กลับมาทำงานที่ประเทศจีน

- คำนิยาม : หนุ่มหน้าใส ถูกมองว่าตีบทพระเอกจริงๆไม่แตก จนกระทั่ง 2003 ได้มาเล่นเรื่อง (ดาบมังกรหยก) ผลงานของเค้าจึงได้เป็นที่นิยม

ภาพยนตร์ 2006 จนปัจจุบัน

- เรื่องราวโดยสรุป : ทิ้งมาดของซุปเปอร์สตาร์ผู้น่าทนุถนอม ได้รับการยอมรับด้านงานภาพยนตร์ อย่าง (เฟิงเซิง) ที่ทำให้เค้าได้รับรางวัลตัวประกอบฝ่ายชายดีเด่น "Best Supporting Actor" ในงาน ป๋ายฮัว ( Hundred Flower Award )

- คำนิยาม : ทุกฝีเท้าทุกย่างก้าว ความมานะทำให้ถึงจุดหมาย กับเรื่องอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ทำให้ตัวเองมั่นใจนักเรียนมหาลัยไม่ยึดเรื่องใบปริญญากับงานแสดง

ประวัติการศึกษา : จบระดับมัธยมที่ โรงเรียน เจี้ยนจง , จบระดับมหาวิทยาลัยไต้หวัน คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล

ประวัติ : อายุ 15 เข้าร่วมวงกับ อู๋ฉีหลอง, เฉินจื้อเผิง  [วงเสี่ยวหู่ตุ้ย] เข้าวงการ ผลงานที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม เมื่อยุบวงก็หันมาทำงานด้านละครทีวี , งานแสดงภาพยนตร์ ,และในตอนนี้ก้ยังมีผลงานด้านผู้กำกับหนังเอง

เคยได้รับรางวัล : 2010 จากภาพยนตร์เรื่อง (เฟิงเซิง)  ได้รับรางวัลตัวประกอบฝ่ายชายดีเด่น, และ (คังติ้งฉิงเกอ) รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมจากงานสุดยอดภาพยนตร์ระดับนานาชาติที่มาเก๋า

ค่าตัวจากแสดงละครทีวีทุกตอนที่แสดง 30 หมื่นหยวนจีน (ประมาณ 140 หมื่นหยวนเงินไต้หวัน)
ค่าตัวจากร้องเพลงทุกเวที 70 หมื่นหยวนจีน ( ประมาณ 327 หมื่นหยวนเงินไต้หวัน )
25
เฉียวเจิ้นอวี่ Qiao Zhenyu 乔振宇 / ALEC SU
« กระทู้ล่าสุด โดย Alec Love Me เมื่อ พฤษภาคม 12, 2026, 02:48:13 pm »
ซูโหย่วเผิง 苏有朋 Alec Su Youpeng เกิดเมื่อ 11 กันยายน พ.ศ. 2516 ที่เกิด เมืองไทเปในไต้หวัน 1988 เขาคือไกวไกวหู่ (乖乖虎) ในใจของพวกเรามาตลอด 1997 "องค์หญิงกำมะลอ" รับบท "องค์ชายห้า"ผมค่อนข้างใหม่กับด้านการแสดง ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน
ผมคิดว่าแค่มีความตั้งใจก็พอแล้วผมเริ่มฝึกตัวเองปรับทัศนคติใหม่ทั้งหมด
.
2003 "ดาบมังกรหยก" รับบท "เตียบ่อกี้"เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญครั้งแรกของผมมันได้เปิดประตูบานใหม่ให้กับผม ตอนนั้นผมคิดว่าอาจเพราะมันเป็นช่วงสูงสุดของงานละครของผมผมก็รับงานละครอีกหลายๆเรื่อย 2008 The Message รับบท "ไป๋เสี่ยวเหนียน"ผมก็พบกับจุดเปลี่ยนอีกครั้ง ผมพบกับภาพยนต์เรื่องเฟิงเซิง The Message  หลังจากที่ผ่านการเล่น "งิ้วคุนฉวี่" มันทำให้ผมรู้ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่รู้ซึ้ง ว่านักแสดงคืออะไร ผมหวังว่าจะสามารถเป็นนักแสดงที่แท้จริงได้ มันย่อมมีข้อแลกเปลี่ยนแน่นอน บางครั้งความตั้งใจของคนๆหนึ่ง จะต้องมีคนที่เห็นแน่นอน แต่ว่าผมยังคงยืนหยัด ไม่ยอมแพ้ ผมอยากเป็นนักแสดงที่แท้จริงมากกว่าเป็นดาราคนหนึ่ง

กำเนิด ไกวไกวหู่

ณ กรุงไทเป ไต้หวัน ด.ช.ซูโหย่วเผิง ในชั้นประถมปลาย เขาได้รู้ใจตัวเอง และมีความฝัน คงไม่ต้องบอก ว่าความดื้อรั้นของเค้า ไม่ได้เพิ่งบังเกิดตอนโต ดังนั้น ในใจของเด็กชายผู้นี้ ฝันใฝ่อย่างยิ่ง ที่จะเป็น “ศิลปินดาราที่มีชื่อเสียง”

จะบอกว่ายังไงดีละ เพราะว่ามันสมองของเค้านั้น บรรจุไอคิวไว้เกินหน้าเกินตาเพื่อนวัยเดียวกัน ผลการเรียนโดดเด่น ตรงข้ามกับการมีเพื่อน กับน้อยลงทุกที เพราะการยึดความสมบูรณ์แบบ ที่ตัวเค้าเป็นได้ แต่เพื่อนเค้า น้อยคนนักที่ได้เป็น ทำให้คุณแม่ที่แสนภูมิใจกับลูกชายคนโต ที่หล่อเหลาขึ้นทุกวัน และเรียนเก่งขึ้นทุกที แต่กลับช่างพูดช่างคุยน้อยลง ลึกๆแล้วผู้เป็นแม่ก้อยังกังวล

ณ สถานีหวาซื่อ กรุงไทเป ไต้หวัน ทางสถานีปรึกษา “บริษัทไคอี้ช่วงสี่จูเหอ”รับไปคัดสรร ผู้ช่วยรายการชายอีก 3 คน มาสลับกับกลุ่มที่มีแล้ว คือ “เสี่ยวเมาตุ้ย” หญิงสาว 3 คน (วงแมวน้อย) ให้รายการ“ชิงชุนต้าตุ้ยคั่น” มีความสมดุล มีการประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการ เป็นที่สนใจของชายหนุ่มทั่วไต้หวัน

ข่าวนี้เป็นที่สนใจอย่างยิ่ง ของ ด.ช.ซูโหย่วเผิง ในวัย 15 ย่าง 16 เมื่อโอกาสมาถึง และความฝันก้อยังอยู่ ก้ออยากลองดู ลองทำดู โดยมีคุณแม่ให้การสนับสนุนและกำลังใจ ในใจคุณแม่นั้นเพียงอยากให้ลูกกลับมาร่าเริง และลดความเคร่งเครียดกับการเรียนลงบ้าง สำหรับคุณพ่อแล้ว นี่คือความลับสุดยอด

ทั้งการส่งใบสมัคร ทั้งการได้รับการคัดเลือกรอบที่ 2 รอบที่ 3 ซูโหย่วเผิงไปกับเพี่อนสนิทคนหนึ่ง ทำเรื่องเอง ให้น้าๆอาๆ มาช่วยดูเค้าซ้อมเต้น และก้อไปแข่ง จนได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 3 ของวง “เสี่ยวหู่ตุ้ย” เสี่ยวหู่ = เสือน้อย ตุ้ย = วง หรือ กลุ่ม

เป็นการประสบความสำเร็จที่ซูโหย่วเผิงเองก้อคาดไม่ถึง เพราะเค้าเป็นผู้สมัครที่อายุน้อยที่สุด แต่ก้อนะแหละ ไม่ว่าจะเป็นสายตาแหลมคมของคณะกรรมการ “บริษัทไคอี้ฯ” หรือโชควาสนา นับแต่ตอนนั้น

นับแต่เดือนธันวาคม ปี 1988 (พ.ศ. 2531) ครั้งแรกที่ “ซูโหย่วเผิง” ได้ออกอากาศทางทีวี กับเพื่อนอีก 2 เสือ ในนาม “เสี่ยวหู่ตุ้ย” จนปัจจุบัน ที่ “ซูโหย่วเผิง” เป็น “ศิลปินนักแสดงนักร้อง” ซูโหย่วเผิง ก้อไม่เคยออกห่างจากสปอต์ไลท์ที่ส่องหน้าเค้า และชาวจีนทุกครัวเรือนก้อล้วนเห็นเค้าที่สื่อทุกสื่ออยู่ตลอดมา

สิ่งที่เกินความคาดหวังไปกว่านั้นคือ เสียงตอบรับที่กึกก้องต่อเนื่องมาหลายปี และมีแต่จะดังขึ้น ดังขึ้น ดังขึ้น คือเสียงจากชาวจีนแผ่นดินใหญ่ จากวันนั้นถึงวันนี้ “ซูโหย่วเผิง” ได้เป็น “ศิลปินที่มีชือเสียง” ดั่งที่เขาได้ใฝ่ฝันไว้
26
แก้มไปหาประวัติและภูมิหลังของพี่รองเซียวเฉินมาแหล่ะพี่ป๊อป
สถานะ: เป็นพี่รองของนางเอก "โม๋เหยียน" (莫研) และเป็นหนึ่งใน "หกปีศาจแห่งเสฉวน" (蜀中六恶)
ภูมิหลัง: เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกอาจารย์รับเลี้ยงและฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก
เหตุการณ์สำคัญ: เมื่ออายุ 7 ขวบ เขาได้รับพิษจนทำให้ตาบอด และต้องใช้ชีวิตในความมืดตั้งแต่นั้นมา 
---
🗡️ บุคลิกและความสามารถ
บุคลิก: เงียบขรึม เย็นชา แต่มีความอ่อนโยนและห่วงใยน้องสาวและน้องชายในสำนักเดียวกัน
ความสามารถ: แม้จะตาบอด แต่เขามีฝีมือการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม และมีความสามารถในการใช้ดาบไม้ไผ่ (竹中剑) อย่างเชี่ยวชาญ 
---
💔 ความสัมพันธ์กับตัวละครอื่น
โม๋เหยียน: เขาเป็นพี่ชายที่ห่วงใยน้องสาวอย่างมาก และมักจะแสดงความรักและความห่วงใยต่อเธอ
ไป๋อิ๋งอวี้: เขามีความรู้สึกพิเศษต่อไป๋อิ๋งอวี้ และในที่สุดทั้งสองก็แต่งงานกันหลังจากผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ร่วมกัน 
---
⚖️ เหตุการณ์สำคัญในเรื่อง
เขาสังหาร "จางเหยาโจว" (张尧佐) เพื่อแก้แค้นให้กับการตายของ "ไป๋เป่าเจิ้น" (白宝震)
หลังจากนั้น เขาไปสารภาพความผิดที่ "ไคเฟิงฟู่" (开封府) และถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ได้รับการอภัยโทษจากจักรพรรดิและถูกเนรเทศแทน
หลังจากพ้นโทษ เขาแต่งงานกับไป๋อิ๋งอวี้และใช้ชีวิตอย่างสงบในเสฉวน 
27
朱洁静、乔振宇主演话剧《倾城之恋》五周年特别版
http://www.chncpaticket.org/pic_detail.asp?id=9075
28
41 【朱洁静x乔振宇|双人舞|《倾城之恋》排练探班 - 张小鱼的戏剧海 | 小红书 - 你的生活兴趣社区】 😆 SjYijzklCsTIibF 😆 https://www.xiaohongshu.com/discovery/item/69f32334000000002202435b?source=webshare&xhsshare=pc_web&xsec_token=ABm_aHvd6AowGi5EJelMEVFTSCfMHYiZXv5LuYKpNrJTw=&xsec_source=pc_share
29
[26.05.01] เมื่อดอกไม้ผลิบานเมืองท้้งเมืองก็ถึงคราวล่มสลาย | เปิดตัวละครเวที 《ความรักในเมืองที่ล่มสลาย》
เสียงซอหูฉินดังขึ้น ดวงจันทร์ที่ลอยขึ้น เมืองหนึ่งที่พังทลายลง
ราวกับโชคชะตาที่เป็นไปอย่างน่าพิศวง พวกเขากลับตกหลุมรักกันขึ้นมาจริง ๆ
ดอกไม้ไฟป่าเริ่มเบ่งบานแล้ว
.
#ครบรอบ5ปีละครเวทีความรักในเมืองที่ล่มสลาย เวอร์ชั่นพิเศษ ภาพโปรโมต 「เมื่อดอกไม้ผลิบานเมืองทั้งเมืองก็ถึงคราวล่มสลาย」เบ่งบานอย่างงดงามแล้ววันนี้
.
ละครเวที #倾城之恋  #ความรักในเมืองที่ล่มสลาย
#เฉียวเจิ้นอวี่ รับบทเป็น ฟ่านหลิ่วหยวน


花开倾城时|话剧《倾城之恋》人物视觉首发
胡琴响了,月亮升起来了。
一座城倾覆了。
鬼使神差地,他们倒真的恋爱起来了。
野火花开了。
 
#话剧倾城之恋五周年特别版
「花开倾城时」定妆照,今日盛放。
30
https://weibo.com/7673421078/QDmbLDLIn?from=feed#repost

[26.05.01]

ดอกไม้ไฟป่าหนึ่งดอก ต้องทำอย่างไรจึงจะเบ่งบานได้?

ต้องมีสงครามสักครั้ง
ต้องมีสายตาเย็นชาของเซี่ยงไฮ้และแสงจันทร์ของฮ่องกง
ต้องมีกำแพงสีเทาที่ยาวเหยียดไร้ที่สิ้นสุด ณ หาดน้ำตื้น
ต้องมีคนที่วางสายตัดก่อนที่จะพูดคำว่า “ฉันรักเธอ”
และหลังจากที่ศักดิ์ศรีและภาพลักษณ์ทั้งหมดพังทลายลงแล้วยิ่งต้องกล้าที่จะหยิบยื่นหัวใจที่แท้จริงไปวางไว้ในมือของใครสักคน

#ละครเวทีครบรอบ5ปีกับซีรี่ย์ความรักในเมืองที่ล่มสลายเวอร์ชั่นพิเศษ#
ภาพเบื้องหลังการซ้อมมาแล้ว
ดอกไม้ไฟป่า ที่กำลังผลิบาน
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10