2010 A Tibetan Love Song
2010 Lost In Panic Room
2010 Gu Dao Mi Mi Zhen
2010 A Singing Fairy
2010 The Four Cupids
2009 The Star and The Sea
2009 The Message
2009 Love to the End
2008 Fit Lover
2005 Taklamakan
2003 Grandpa's Home
2001 Reunion
2001 Devoted To You
2000 Winner Takes All
1999 Cotton Fleece
1998 Red Bride
1996 Pale Sun
1996 Flirting Expert
1995 Forever Friends
1990 Wandering Heroes
 

2010 : A Tibetan Love Song



ปี 1950 ทหารปลดปล่อยตั้งเขตค่ายคังปาก่อสร้างซ่อมแซมถนนไฮด์เวย์ เสฉวนหรือ มณฑลชื่อชวน และ
ซีจ้าง หรือทิเบต ได้ติดตามทหารปลดปล่อยซ่อมแซมถนนไฮด์เวย์ ของช่างเทคนิคนักศึกษา (หลี่ซูเจี่ย) ได้
พบเจอตั้งแต่เล็กคือหญิงสาวเผ่าทิเบตชาวนานาม (ต๋าอัว) เพื่อเธอได้ปลดโซ่ตรวนออก ครั้งแรก (ต๋าอัว)
ความรู้สึกเลือกร้องสองหัวใจวัยหนุ่มสาวกว้างได้รู้สึกถึงใจครั้งหนึ่ง เพราะว่าสาเหตุทุกเรื่องพวกเขาไม่
สามารถเดินอยู่ด้วยกันได้ อยู่ในเวลาเดือนปีอันยาวนาน เฝ้ารอคอยอย่างแสนทุกข์ใจ รอจน 60 ปีกว่าๆ.....


2010 : Lost In Panic Room



3 ปีก่อนคุณ Mike กับสาวบริการสาเหตุทำงานผิดพลาดถูกตำหนิติเตียนแล้วฆ่าตัวตาย ครึ่งปีหลังเพื่อนสาว
Mike แต่งงานกับคนที่ต่างชนชั้นไม่นาน นักประพันธ์หนุ่ม (หลิ่วเฟยหวิน) ได้แต่งหนังสือเล่มหนึ่ง เขียนเรื่อง
ขี้สงสัยหนึ่งเล่ม แต่หลังจากเรียบเรียงออกตีพิมพ์แล้วไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด

3 ปีหลัง การเขียนบทประพันธ์ของ (หลิ่วเฟยหวิน) ได้รับอุปสรรค นายหน้า (หลี่เสี่ยวฟง) ได้สนับสนุนให้เข้า
ร่วมการเดินทางท่องเที่ยวหรูหราในเวลาสั้นๆ (หลิ่วเฟยหวิน) (หลี่เสี่ยวฟง) (จัวหรัน) และภรรยา (จางหุ้ย)
ไม่มีอาชีพการงาน (ไป๋สิ้วชิง) นักสถาปนิกออกแบบอาศัยอยู่ที่ประเทศนอกท่องเที่ยว ต้วนซิงหวี่ หลินเฉวียน
และภรรยา หลินเหมย พร้อมกัน ขึ้นไปพักอาศัยบังกะโลชั้นเบอร์หนึ่งบนยอดเขาเวลาเที่ยงคืน (จัวหรัน)
มีความรู้สึกอยากจะจากโลกนี้ไป ทุกๆ สิ่งของเรื่องราว สาเหตุ 3 ปี ที่แล้วเกี่ยวข้องกันในทุกวินาที.....


2010 : Gu Dao Mi Mi Zhen



ซูโหย่วเผิงรับเชิญร่วมแสดงภาพยนตร์เด็ก (กูเต่ามี่มี่จั้น) ครั้งแรกที่แสดงบทร้าย
รับแสดงเป็นนายทหารของญี่ปุ่นเรื่อง
 
(กูเต่ามี่มี่จั้น)นั้นเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 1945 ซึ่งเป็นช่วงที่จีนทำสงครามกับญี่ปุ่น เกาะกูในทะเลสาบแห่งหนึ่ง เด็กชาวจีนสามคนได้ต่อกลอนกับเหล่าจารชนคนขายชาติอย่างสุดอันตราย และทุกครั้งที่พวกเขาสามคนเจออันตราย ตกอยู่ในสภาพที่เสี่ยงนั้น มักจะมีคนให้ความช่วยเหลือพวกเขาอย่างลับๆ พวกเขาสามคนพยายามหาคำตอบว่าเป็นใครกันแน่แต่ก็ไร้คำตอบ และการต่อสู้ของทั้งสองพวกก็เต็มไปด้วยความสนุกและวาดเสี่ยวในเกาะกู

ในเรื่องนี้นั้นได้เชิญดาราดังอย่างโหย่วเผิงและจีเหวินซื่อมาเป็นดารารับเชิญ ขณะเริ่มต้นการถ่ายทำก็ได้รับความสนใจจากสื่อเป็นอย่างมาก เป็นภาพยนตร์ของเด็ก นอกจากจะมีดาราดังมาร่วมแสดงด้วยแล้ว เรื่องนี้ยังแฝงด้วยคำสอนปลูกฝังให้เด็กๆมีความรักชาติ สุดท้ายเด็กทั้งสามคนได้รับชัยชนะได้สื่อถึงภาพยนตร์เด็กในจีนจะขยายเติบโตขึ้น
 

2010 : A Singing Fairy



ตามหาพี่หลิวซันเป็นภาพยนตร์ โปรโมทความงามของขุนเขาสายน้ำและชาวเมืองกวางซีด้วย ฉากหลังที่
จะถ่ายทำนั้นจะเป็นภูเขากุ้ยหลินเป็นฉากหลักได้รู้จักพี่หลิวซันผ่านทางวัฒนธรรมที่ดีงามของชนเผ่าต่างๆเช่น
เผ่าจ้วง,ม้ง,เย้า,จิง,ในเมืองกวางซีมันเป็นภาพที่สะท้อนถึงหลังจากที่มีการปฏิรูปแล้วมีการเปิดกว้างของ
ประเทศและการเปลี่ยนแปลงของชนเผ่าต่างๆกับวัฒนธรรมด้วย

(หวุยเหวินเต๋อ) นักศิลปินชาวจีนที่อยู่ที่อเมริกาคนหนึ่งที่ถูกอาจารย์แนะนำให้ กลับไปที่กวางซี ไปตามหาพี่หลิวซันที่มีอยู่ในตำนานและผู้ซึ่งเป็นคุณปู่นั้นได้มอบให้เพื่อนเก่าคนหนึ่งให้หาคนเป็น
ผู้นำทางให้เขา ด้วยเหตุนี้เองการเดินทางของเขาก็เป็น (หลิวเถียนเถียน) ผู้ที่เป็นไกค์แบบปลอมตัวมา และได้เกิดการเข้าใจผิดขึ้น สุดท้ายได้เป็นคู่รักที่ดูแลเขา

(โหย่วเผิง) ได้พรรณนาถึงความสวยงามของทิวทัศน์สายน้ำและวัฒนธรรมทุกอย่างมากมายในพิธีนี้ ยังชมว่ากวางซีนั้นเป็นเมืองท่องเที่ยวที่พิเศษมากสวยทั้ง ภูเขา สายน้ำและชาวเมือง หวังว่าผ่านทางภาพยนตร์เรื่องนี้จะสามารถเชิญชวนผู้คนมากมายเข้าไปท่องเที่ยวที่กวางซี ในเรื่องนั้น (โหย่วเผิง) ยังได้ร้องเพลงไม่ว่าจะเป็นเพลงอังกฤษ เพลงอิตาลี่ เพลงพื้นเมืองอีกด้วย และด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นที่สนใจของสื่อ ภายใต้การเรียกร้องนั้น โหย่วเผิงได้โชว์เพลง(ฝันถึงพี่หลิวซัน) อีกด้วย และได้รับการชมเชยจากชนพื้นเมืองไม่น้อยเลยทีเดียว
 

2010 : The Four Cupid



(สี่แฝดกามเทพ) ที่กำลังถ่ายทำอย่างหนักนั้น ซูโหย่วเผิงได้รับบทเป็นฝ่ายโฆษณา ฝั่นหมิงในเรื่อง(อู่หลินไว้ฉวน)นั้นได้รับบทเป็นผู้มีน้ำใจ ในเวลาเดียวกันเขาสองคนได้ชอบคุณแม่ของแฝดสี่ ได้กลายเป็นศัตรูความรัก ผู้กำกับหวังไฉเทา โหย่วเผิงและสาวเซ็กซี่อีกแปดคนในเรื่อง(4กามเทพ) ได้มาร่วมงานนี้ ในเรื่องยังมีแฝดสี่พี่น้องอย่าง ปิง ชิง อี้ เจี๋ย ซึ่งก็สามารถที่จะสร้างสีสันให้กับเรื่องนี้อย่างสนุกน่าดูเลยเดียว
 
โหย่วเผิงครั้งนี้ได้รับบทเป็นสุภาพบุรุษร้าย ไม่เพียงได้ร่วมมือกับพี่ฉางเอ๋อ ทั้งยังได้มีเรื่องราววุ่นวายกับบรรดาสาวเซ็กซี่ต่างๆมากมายในเรื่อง เรื่องนี้โหย่วเผิงได้รับฉายาใหม่ฉายาหนึ่ง ก็คือ “ซูเสี่ยวเป่า” เป็นการเอานามสกุลของเขากับชื่อของบุคคลในเรื่องมาประกอบกัน ในเรื่องเขาไม่เพียงเป็นเป้าหมายของบรรดาสาวเซ็กซี่ทั้งหลาย ยังเป็นที่รักยิ่งของสาวน้อยอีกด้วย 4 กามเทพในเรื่องนั้นได้กลายเป็นสาวน้อยตัวร้าย มักจะจิกตีจนทำให้โหย่วเผิงวุ่นไปหมด ทำให้เขานั้นเข็ดหลาบกับกามเทพตัวแสบทั้ง 4 คนนี้ไปอีกนานเลย และได้รู้สึกว่าไม่ได้รับความสุขแฮ๊ปปี้เลย แต่กลายเป็นหน้าที่อย่างหนึ่ง

ในเรื่องนั้นโหย่วเผิงได้เล่นเป็นสุภาพบุรุษเซอร์ๆคนหนึ่ง เขากลัวเรื่องการแต่งงานและสาวน้อยมากๆ ลีน่าเป็นสาวสวยเซ็กซี่ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานคนหนึ่ง เพื่อจะกระตุ้นเรียกความรักอันไร้ความรู้สึกของโหย่วเผิงให้ตื่นมีชีวิตชีวา เธอเลยได้แนะนำ สาวน้อย 4 กามเทพให้เขารู้จัก คิดไม่ถึงว่า โหย่วเผิงกลับไปหลงรัก(เหยียนตันเฉิน)ผู้เป็นแม่ของ 4 กามเทพ และแล้วเรื่องราวความโกลาหล อลเวง ของความรักต่างๆนาๆได้เกิดขึ้นอย่างมากมาย

ทั้งเรื่องนั้นจะเห็นภาพของ 4 สาวน้อยที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ฉลาด น่ารัก แม้ว่าเรื่องนี้จะมีสาวน้อยสาวใหญ่มากมาย แต่ว่าสาวคนใดถึงจะเป็นที่พอใจของโหย่วเผิงล่ะ? โหย่วเผิงตอบว่า “ชอบหนึ่งในสาวน้อย 4 กามเทพคือ ปิง เพราะเธอดูเหมือนผู้ใหญ่ เซ็กซี่และมีความคิด”
 

2009 : The Star and The Sea



โหย่วเผิงรับบทเป็นครูสอนเปียโนของเสี่ยวซิงไห่ กำลังสอนเปียโนให้กับเสี่ยวซิงไห่

"เรื่อง..เส้าเหนียนซินไห่" นั้นเป็นเรื่องหนึ่งที่ได้พูดถึงร้อยปีก่อนซี่ซินไห่ได้เกิดมาในตระกูลตั้นซึ่งเป็นชาวประมงที่มาเก๊า และช่วงวัยเด็กได้เติบโตอย่างยากลำบากในมาเก๊า ในเรื่องนั้น แม่ของเธอนั้นได้เป็นผู้หญิงที่รับภาระในตระกูลตั้นซึ่งถือว่าเป็นชนชั้นต่ำ ตอนยังสาวก็ได้เสียสามีไป ได้เป็นหญิงในบ้านตั้น แต่เดิมนิสัยของแม่เธอนั้นเป็นคนดีจิตใจอารีย์และสู้ชีวิต ได้รับความทุกข์ยากของชีวิตมากมาย ในความลำบากนั้นได้จุดประกายให้เสี่ยวซิงไห่รู้ถึงพรสวรรค์ของตนเอง ตอนหลังทางเสี่ยวซิงไห่ได้รับการชี้แนะสอนจากครูเปียโนสเปนคนหนึ่ง ได้รับการพัฒนาทางด้านดนตรีเป็นอย่างยิ่ง ตอนหลังได้กลายเป็นผู้แต่งเพลงให้กับกลุ่มต่อต้านทหารญี่ปุ่น

ในเรื่อง เส้าเหนียนซิงไห่นั้น (โหย่วเผิง) เป็นดารารับเชิญ เขารับบทเป็น (เซียวโหย่วเหม่ย) นักดนตรีที่มีชื่อในจีน (เซียวโหย่วเหม่ย) นั้นยังเคยเป็นเลขาของ ดร.ซุนยะเซน ในเรื่องนั้น (โหย่วเผิง) ได้สวมชุดซานจวง สวมแว่นดำอันหนึ่ง มีมาดของการเป็นนักดนตรีอย่างยิ่ง

สำหรับ (เซียวโหย่วเหม่ย) นั้นเป็นนักดนตรีแห่งศตวรรษที่ 20 ที่สำคัญคนหนึ่ง ในเรื่องนั้น (โหย่วเผิง) ต้องโชว์ฝีไม้ลายมือในการเล่นดนตรีด้วย ในเรื่องไม่ว่าจะเป็นร้องเพลงหรือเล่นดนตรี เขาล้วนเล่นด้วยตนเอง
 

2009 : The Massege



"ซูโหย่วเผิง" ได้รับบทเป็น "ไป๋เสี่ยวเหนียน" ซึ่งเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของหน่วยทหาร และบทบาทนี้นั้นได้แตกต่างจากบทดั้งเดิมอย่างมากมีเรื่องเกี่ยวกับอุปรากรณ์จีนหรืองิ้ว อีกด้วย และโหย่วเผิงก็มีสองบุคลิกคือทั้งอ่อนน้อมและเข้มแข็ง
 
"ไป๋เสี่ยวเหนี่ยน" ที่โหย่วเผิงเล่นนั้นเป็นคนที่มีคุณธรรมสูง และผู้บัญชาการกองปราบอู๋จื้อก่อได้ใช้คำว่าคุณธรรมลึกลับมาบรรยายตัวเขา โหย่วเผิงเล่นเป็นไป๋เสี่ยวเหนียนนั้นอ่อนโยนมีจรรยา ไม่เพียงแต่ความบุคลิกที่อ่อนโยนแล้วยังเป็นคนที่ควบคุมตนเองได้ ยิ่งกว่านั้นจะไม่ถูกกับจิงเซิงห่อที่ตามกระแสอำนาจ


โหย่วเผิง . ผมเองก็เป็นครั้งแรกที่ดู มี่จื้อตี้ซันเห้า คนที่ออกมาจากลี่เหยียนนั้นจะมีอุปนิสัยบุคลิกที่พิเศษ เพื่องานนี้นั้น ก่อนหน้านี้ผมได้ทุ่มเทเป็นอย่างมาก ในเรื่องนั้นผมเป็นหนันตัน(ไม่แน่ใจแปลว่ากระเทย) จะต้องไปเข้าใจถึงสภาพจิตใจของหนันตัน ผมกังวลใจอยู่ว่าหากไม่สามารถที่จะทำได้ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปอยู่ในนักแสดงที่ยอดเยี่ยม ขอบคุณความไว้วางใจของทางค่ายที่มีต่อผม ให้บทที่ท้าทายและหินมากๆแก่ผม หวังว่าจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ไม่ทำให้เฟิงเซิงผิดหวัง
 

2009 : Love to the End - Ai Dao Di



พิธีกรจัดรายการชื่อดังของไต้หวันหวงจื่อเจียวได้กลายเป็นผู้กำกับหนัง ถ่ายทำถึงการลงทุนดาราไต้หวันทั้งสี่ตอนของตอนสุดท้าย ( อ้ายเต้าตี่ รักถึงที่สุดเขียนโดยหวงจื่อเจียว) เขาได้เชิญดารารับเชิญซึ่งเป็นเพื่อนเก่าทั้งหมดยี่สิบเอ็ดคนมาแสดง รวมทั้ง ซูโหย่วเผิง เฉินป๋อหลิน
และจูเซี่ยวเทียนเป็นต้น ได้เคียงข้างดังพี่น้องวงการมากว่ายี่สิบปีอย่างซูโหย่วเผิง ได้บินกลับมาที่ไต้หวัน
โดยเฉพาะ เพื่อเป็นดารารับเชิญ(อ้ายเต้าตี่) ไม่เพียงแต่ตั๋วเครื่อง ที่พักที่กินที่ควักกระเป๋าตัวเองแล้ว ยิ่งกว่านั้นยังหาสปอนเซอร์ในการสนับสนุนเรื่องชุดของหนังเรื่องนี้เป็นชุดสูทสองชุดกับข้อมือและเครื่อง
ประดับต่างๆอีกด้วย มูลค่าทั้งหมดประมาณห้าแสนหยวน ทำให้ลดค่าใช้จ่ายของหนังได้ไม่น้อยเหมือนกัน หวงจื่อเจียวหัวเราะและพูดว่า “ อนาคตจะต้องจัดงานฟรีเพื่อซูโหย่วเผิงสี่ครั้งเพื่อเป็นการตอบแทน”
 

2008 : Fit Love



บทที่ซูโหย่วเผิง แสดงในเรื่อง Fit Lover นี้ เป็นบทของ ชายหนุ่ม ที่ร่ำรวย หลงตัวเองอย่างมากๆ คิดว่า ตัวเอง นั้นดีทุกอย่าง..พยายามทำทุกอย่าง..ที่คิดว่าเท่ห์ และ ดูดี เพื่อพิชิตใจของนางเอก ของเรา ค่ะ..ซึ่งบทที่ได้รับในเรื่องนี้ เป็นการพลิกคาแล็กเตอร์ การแสดง ของ ซูโหย่วเผิง มากๆ ค่ะ

(ไอ้ฉิงจ่อเติงอิ้วสิง) ได้บรรรยายถึงสาวใหญ่อายุสามสิบอย่าง หลินเจียซิน ที่ได้แสดงเป็น “สาวเด็กดี” กับชายสิบสองคนที่แตกต่างกันกับการแสวงหาความรักในเรื่องความรัก (ไอ้ฉิงจ่อเติงอิ้วสิง)มีดาราชายที่น่าสนใจร่วมด้วย เรียกกันได้ว่าเป็นหนังที่น่าติดตาม น่าตื่นเต้น หลากหลายสไตล์
 

2005 : Takelamankan



ตุลาคม 2005 :ภาพยนตร์เรื่อง“ถาเค่อลาหม่ากัง-Takelamankan” ได้ร่วมงานกับ ฉินไห่หลู่ ได้รับบทเป็นตำรวจท้องถิ่นเป็นครั้งแรก โดยเกี่ยวกับการสืบสวนท่ามกลางทะเลทราย หลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉาย ในงาน “เทศกาลภาพยนตร์มหาวิทยาลัยของปักกิ่ง ครั้งที่ 13” ที่จัดเพื่อนักศึกษาของทุกมหาวิทยาลัยในเมืองปักกิ่ง ได้คัดเลือกและมอบให้ “ซูโหย่วเผิง”เป็น “ขวัญใจนักแสดงชาย” อีกทั้ง “ถาเค่อลาหม่ากัง” ได้รับการโหวตให้เป็นภาพยนตร์ที่ยอดนิยมที่สุด
 

2003 : Grandpa's Home



มีนาคม 2003 :แสดงเรื่อง “เย่เย่เต๋อเจีย” - Grandpa's Home ที่กำกับโดย หลี่โย้วอี้ รับบทเป็นนักศิลปะที่เหลือเวลาน้อยเต็มที่ “จื้อเจีย” อดีตในช่วงวัยรุ่นของจื้อเจียนั้น เหตุที่อยากจะอยู่กับคนที่ตัวเองรัก “หมิงแย่” แต่เพราะจากการไม่เห็นด้วยของพ่อ ทะเลาะกันจนเขาได้ออกจากบ้านหลังนี้ เวลาผ่านไปหลายปี หมิงแย่ได้แต่งงานกับคนอื่นอีก จื้อเจียนั้นกลับต้องมาเลี้ยงลูกของพวกเขาสองคน “อี้เหลียน” ขณะที่จื้อเจียรู้ว่าเวลาของตัวเองไม่มากนัก ตัดสินใจเอาลูกสาวของตัวเองให้คุณพ่อดูแล และขอให้คุณพ่อให้อภัยเขาในอดีตที่ผ่านมา ในเรื่องนั้นได้ร่วมงานกับศิลปินไต้หวัน ซิ่วหลัน เติ้ลปอ จางฟู่เจียน เซี่ยงหยาง หยิ่งเสี่ยวจิง เป็นต้น
 

2001 : Reunion



สิงหาคม 2001 : ได้ร่วมแสดงภาพยนตร์ของฮ่องกงเรื่อง “เพื่อเธอ เพื่อข้า กอดคอกันบ้าดีเดือด - Reunion" ได้รับบทเป็นพี่รอง จางจื่อชง (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นซูจื้อเผิง) ในเรื่องนั้นได้ร่วมงานกับ ฟางปิงปิง, จางจื้อหลิน, พังหง ดาราใหม่, ลู่สูอี้เป็นต้น
 

2001 : Devoted To You



พฤษภาคม 2001 :ได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง “รักครั้งนี้ไม่มีวันจาง” ร่วมกับเพื่อนเก่าที่ไม่ได้ร่วมงานเป็นเวลานานกับอู่ฉีหลง ได้รับบทเป็นลูกชายของอี้โหลย ชื่อ อี้ไห่
 

2000 : Winner Takes All



ปี 2000 : ได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง “ต้าหยิ่งเจีย” - Winner Takes All ของฮ่องกงที่ เกาจื้อเซิงเป็นผู้กำกับ ได้รับบทเป็นมือถ่ายภาพนักสืบ ขณะที่ได้ใช้กล้องดิจิตอลถ่ายภาพอยู่นั้น ได้เจอเหวินจิ้งที่หลอกบอกว่าเป็นลูกสาวของหวงต้าเชียน เขาได้เอาเครื่องดักฟังเสียงขนาดเล็กซ่อนอยู่ในพุ่มเจกัน หวังจะฟังเสียงของคนที่ตัวเองรัก ใครจะไปรู้ ผู้หญิงที่ตนเองรักนั้นกลับเป็นหญิงใบ้คนหนึ่ง สุดท้าย หญิงสาวคนนี้ได้หลีกทางให้เขาไปรักกับอู๋เป่าเชียง ในเรื่องนั้น ได้ร่วมงานกับหลินซินหยู, เซี๊ยะถิงฟง, หยงเจ่เอ๋อฅ, หวูเฉิงจิน เป็นต้น และได้นำเพลงในอัลบั้ม “คุณมีความสุขหรือเปล่า” เป็นเพลงนำในภาพยนตร์
 

1999 : Cotton Fleece



ตุลาคม 1999 :ได้แสดงภาพยนตร์เรื่องที่เขียนใหม่จากวรรณกรรม “ไป๋เหมียนฮัว” (Cotton Fleece) (หลี่ซงเฉียวกำกับ) ได้รับบทเป็นเด็กชนบท หม่าเฉิงกง ที่แอบรักผู้หญิงคนหนึ่งที่อายุของเธอแก่กว่าเขาตั้งหลายปี ได้ร่วมงานกับ หนิงจิ้ง, ตู้จงหัว เป็นต้น
 

1998 : Red Bride



ปี 1998 :ต้นปีนี้ ได้แสดงนำในภาพยนตร์เรื่องละครดนตรีจีน “หงเหนียน-Red Bride” ซึ่งเป็นหนังเพลง ได้รับบทเป็น จางเซิง ที่เนื้อหาไม่เหมือนเรื่องเก่า ในเรื่องนั้น จางเซิง ที่เขาได้รับบทไปไม่เพียงแต่เก่งทั้งบู้และบุ๋นเท่านั้น เรื่องยังฉูดฉาดแบบไม่ธรรมดาอีกด้วย ไม่เพียงแค่รักชอบหญิงสูงศักดิ์อย่าง เชวยอิงอิง ซึ่งได้มีใจให้แก่เธอมานานแล้ว หลังจากที่เขาสอบได้จอมหงวนแล้ว และได้ตั้งใจว่าจะแต่งเธอเพื่อมาเป็นภรรยา และคิดจะให้ น่าหงเหนียง เป็นภรรยาคนรอง แต่คิดไม่ถึง หงเหนียง ได้ขอบคุณและปฏิเสธความหวังดีของเขา เหลือเพียง เชวยอิงอิง เพียงคนเดี่ยว ในเรื่องนั้น ได้ร่วมงานกับ หลิวเซี่ยน, เฉินลี่เฟิง, หวังฝูลี่ เป็นต้น และได้ร้องเพลงนำประกอบเรื่องด้วย
 

1996 : Pale Sun



มิถุนายน 1996 :ได้แสดงนำในภาพยนตร์ จากนวนิยาย" Pale Sun" (เรื่องเกี่ยวกับชายหญิง)ของนักเขียนไต้หวัน เหยียนเกอหลิง ที่ดัดแปลงมาเป็นหนัง (สวาท) (ผู้กำกับจูถิงผิง) แสดงเป็นนักศิลป์ที่เป็นโรคไตอ่อนแอ “น้องห้า ไฉ่หวู่” เขามีใบหน้าที่งามจนผู้หญิงยังต้องชิดซ้าย มือสองข้างที่แกะสลัก วาดรูป ปลูกต้นไม้ที่ยอดเยี่ยม แต่ตัวเองเป็นโรคไม่สามารถรักษาหายได้ ทั้งยังเจ็บปวด ยากจะทำสามเรื่องที่ตัวเองปฎิญาณไว้ให้สำเร็จก่อนจะต้องจบชีวิตลง (เขียนหนังสือเล่มหนึ่ง นั่งเครื่องบินซักครั้ง และมีคนรัก) ยิ่งกว่านั้นคืออยากจะมีความรักก่อนวัยสามสิบ สำหรับคนอย่างเขาที่ป่วยเป็นโรคมานานแล้วนั้น มันเป็นแค่ความเพ้อฝันเท่านั้น ตอนหลังเขาได้แอบรักคู่หมั้นของพี่ชายชื่อ “หวิ่ชวน” แต่สุดท้ายเขาก็ป่วยตาย ก่อนตายนั้น ได้แกะสลักตราหนึ่งชิ้นให้กับหวิ่ชวน (หวิ่ลั่วว่างชวน) ในเรื่องนั้น ผ่านการแสดงที่เข้าใจถึงชีวิตคน
 

1996 : Flirting Expert



เมษายน 1996 :แสดงภาพยนตร์เรื่อง “เปาเนียวจวงเจีย - Flirting Expert” อีกชื่อคือ “ฉลองความรักอีกครั้ง” ผู้กำกับจูเยี่ยนผิง แสดงเป็น “ซูเสี่ยวเพ้ย” พนักงานขายประกันของบริษัทหนึ่ง กับเพื่อนสนิท หวูต้าลี่ หล่อต้าจี๋ ร่วมสร้าง “เปาเนียวเซิงเฟิงตุ้ย” ที่จริงตั้งเป้าไว้ว่าก่อนอายุสามสิบจะจีบผู้หญิงให้ได้ 1,000 คน ใครจะคิด เมื่อจีบได้ 998 คนแล้ว สุดท้ายได้หลงรักผู้หญิงที่ซื่อและน่ารักคนหนึ่ง ชื่อ“เหม่ยเหม่ย” สุดท้ายของเรื่อง แน่นอนกรรมตามสนองทันตา กลายเป็นคนที่ต้องทำหน้าที่แม่บ้านคือ ดูแลบ้าน ในเรื่องนั้น ได้ร่วมงานกับจินเฉิงอู่, จูอิน, หล่อไป๋จี๋, จางชุยจู๋ หยาวเสี่ยวเหลย เป็นต้น
 

1995 : Forever Friends



ตุลาคม 1995 : ร่วมกับ อูฉี่หลง จินเฉินอู่ หลินจื้ออิง (อดีต “เสือน้อยสี่ของไต้หวัน” “จัตุรัสเทพไต้หวัน” ) แสดงภาพยนตร์ด้วยกันเรื่อง“เป้าเก้าปันจ่าง” ตอนที่สอง “ห้าวเจียวเสี่ยงฉี่” (ชื่อเดิม “สี่วัยรุ่นที่ไม่ธรรมดา”) Forever Friends แสดงเป็น “หล่อซื่อจิน” ที่เป็นทหารเกณฑ์ และในเรื่องนี้เขาได้รับบทนำที่โดดเด่น โดยเขาเป็นผู้เริ่มต้นเล่าเรื่องด้วยเสียงของตัวเอง ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ร้องเพลงประกอบนำในภาพยนตร์ “เพื่อนรักของผม”
 

1990 : Wandering Heroes



กุมภาพันธ์ 1990 :แสดงภาพยนตร์เรื่อง "Wandering Heroes" ก็ยังอยู่ในช่วงเวลาของการก่อตั้ง “เสี่ยวหู่ตุ้ย” ร่วมงานกับเพื่อนที่ดีอย่าง อู๋ฉี่หลง เฉินจื้อเผิง (ก็คือต่อมาในเรื่อง “องค์หญิงกำมะลอ” แสดงเป็น “เอ่อไท้” ) ได้ร่วมแสดงภาพยนตร์ด้วยกัน เรื่อง “หาวเสี่ยวจื่อ”ตอนที่เก้า ชื่อตอน “โหยวเสียเอ๋อ” เป็นครั้งแรก “แสดงบทนำ” โดยแสดงเป็นคนชอบทดลองกลไกทางวิทย์ อีกทั้งยังมีลักษณะของเด็กมัธยมปลายอย่าง “เสี่ยวไกว” (ไกวไกวหู่) จากนี้เป็นต้นไปทำให้คนรู้จักฉายานี้ และฉายานี้ก็ทำให้เขาปวดหัวมาก และได้ร่วมร้องเพลงประกอบหนังอีกด้วย ชื่อเพลง “ฮีโร่วัยรุ่น”(เสี่ยวหู่ตุ้ยประสบความสำเร็จ เดือนกุมภาพันธ์ 1990 สมาชิกวงเสี่ยวหู่ตุ้ย มีอู๋ฉี่หลง เฉินจื้อเผิงและซูโหย่วเผิง ก็ถูกทาบทามให้มาเล่นเรื่อง"Wandering Heroes(โหย่วเซียเอ๋อ ) บทบาทเรื่องนี้โหย่วเผิง เล่นเป็นเด็กมัธยมปลายที่ฉลาด อีกทั้งเขาเป็นหนึ่งในสมาชิกวงเสือน้อย และตอนนั้นเขายังดูเป็นคนว่านอนสอนง่าย จึงได้ฉายานาม ว่า เสี่ยวไกว หรือไกวๆหู่ค่ะ ซึ่งแปลว่า เสือน้อย ตามวง และ เสือเชื่องค่ะ)
 
Copyright © 2010 baansuyoupeng.com