ผู้เขียน หัวข้อ: 2010 Five Star Night Talk  (อ่าน 5213 ครั้ง)

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
2010 Five Star Night Talk
« เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 05:45:17 AM »
<a href="http://www.tudou.com/v/t08CtWDefLY/&amp;resourceId=0_04_05_99/v.swf" target="_blank" class="new_win">http://www.tudou.com/v/t08CtWDefLY/&amp;resourceId=0_04_05_99/v.swf</a>

รายการ Five Star Night Talk

บันทึกเทป :  17 มีนา 2010

ออกอากาศ ; 15 ก.ค.2010
 

สถานีโทรทัศน์ช่อง BTV 北京



Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 07:10:05 AM »


บรรยาย : บทเพลงของพวกเขาได้ประทับอยู่ในจิตใจของคนนับแสนนับล้านอย่างไม่มีวันลืม และการมารวมตัวอีกครั้งของพวกเขานั้น  ยิ่งเป็นที่เซอร์ไพรส์ของทุกคน วันนี้รายการ อู่ซิงแย่ฮั่ว ของเราได้มีแขกรับเชิญมาจากแดนไกล ซูโหย่วเผิง


พิธีกร : ชีวิตที่เปี่ยมด้วยปัญญา ก็ย่อมรู้จักสิ่งที่ดี ยินดีต้อนรับทุกคนที่ติดตามชมรายการ อู่ซิงแย่ฮั่ว วัยแรกของหนุ่มสาวนั้นเป็นเรื่องราวที่พูดคุยไม่จบไม่สิ้น และมีหลายสิ่งหลายอย่างมากมายที่ได้เคียงข้างกับวัยหนุ่มสาวของเรา อาทิ หนังสือเล่มหนึ่ง ภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง เพลงไพเราะน่าฟังเพลงหนึ่ง หรือเสียงดนตรีที่ลืมไม่ลง  สิ่งเหล่านี้อาจนำความทรงจำดีๆมากมายมาสู่พวกเรา เหมือนกับเพลงเพลงนี้ “ชิงผิงก่อเล่อเหยียน” โอ้  บทเพลงนี้นั้นนำพวกเรากลับไปสู่บรรยกาศอดีตที่โยกไปโยกมา   ฉะนั้นรายการในวันนี้ของพวกเรานั้น  คนที่โยกไปโยกมาหนึ่งในนั้นก็ได้มาที่นี่แล้ว  ให้เราใช้เสียงปรบมือที่ดังมาต้อนรับ ซูโหย่วเผิง

โหย่วเผิง : สวัสดีครับทุกๆ คน  สวัสดีครับ

พิธีกร : โหย่วเผิง สวัสดีค่ะ

โหย่วเผิง :  สวัสดีครับ
 
พิธีกร : เชิญนั่ง ๆ

โหย่วเผิง : สวัสดีครับทุกคน
 
พิธีกร :  เพิ่งลงจากเครื่องใช่ไหม

โหย่วเผิง  : ใช่  วันนี้เพิ่งถึงเอง
 
พิธีกร :  แล้วยังโอเคไหม

โหย่วเผิง :  ก็เหนื่อยนิดหน่อย แต่ว่าเห็นหน้าทุกคนกับเพลง MV ของ 20 ปีที่แล้ว  เลยทำให้ตื่นขึ้นมาในทันทีเลย

พิธีกร: ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่า หากว่าคุณสังเกตดีๆ แล้ว  ท่าทางของเขาที่อยู่ข้างๆ จะเป็นอย่างนี้ อารมณ์อย่างนี้ของคุณหมายความว่าอะไร

โหย่วเผิง : มันตลกดี เมื่อกี้ผมดูแล้วในเอ็มวีนั้น ก็คือในภาพของเอ็มวีนั้น มันเป็น 2 เอ็มวี

พิธีกร: พวกเราได้เอาเอ็มวี 20 ปีก่อน  มาตัดต่อเพิ่มเข้าไป

โหย่วเผิง : ที่ตื่นเต้นน่าดู  น่าจะเป็นภาพเอ็มวีตัดต่อของยี่สิบปีที่แล้ว

พิธีกร : แต่ฉันรู้สึกว่าดีมากๆนะ

โหย่วเผิง : ใช่ ในนั้นมีตอนหนึ่งที่มีภาพพวกเรา 3 คน ไ ม่รู้ว่าพวกเราจำได้ไหม คือ ภาพที่เราทั้ง 3 คนมีท่าที่ร่วมประสานกันขึ้นมา นี่เป็นภาพใน “ชิงผิงก่อเล่อเหยียน”  ซึ่งเป็นภาพที่คลาสสิกมากๆ เลยทีเดียว แล้วตอนนั้นผมเองก็เก๊กท่าตรงนั้น ผมจำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นผู้กำกับต้องการให้พวกเรามีหน้าที่เข้มขรึม แล้วหน้าของผมก็กลายเป็นแบบนี้ ดูแล้วเข้มขรึมมากๆเลย ผมคิดว่าตอนนั้นอายุผมยังน้อย เลยไม่รู้ว่าท่าไหนถึงจะออกมาหล่อ ออกมาเข้มขรึม ฉะนั้นแล้วผมกับพวกเรา 2 คน ผมดูแล้วน่าตลกน่ารักดี

พิธีกร: ใช่ๆๆ ฉันเองก็รู้สึกว่าตอนที่ได้สังเกตคุณนั้น เสื้อผ้าที่คุณสวมใส่นั้นเหมือนกับเด็กใส่เสื้อของผู้ใหญ่อะไรอย่างนั้น
 
โหย่วเผิง : ใช่ ตอนนั้นเสียงยังไม่แตกหนุ่มเลย ใช่ๆ

พิธีกร : เสียงแหบๆ

โหย่วเผิง : ใช่เสียงแหบๆ เหมือนกับเสียงเป็ดเลย

พิธีกร : แต่ว่าเสียงอย่างนั้นทุกคนก็ล้วนชอบนะ แม้จะเป็นเสียงอย่างนั้น ใช่ไหมทุกคน

ทุกคน : ใช่ๆๆ

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 07:15:09 AM »



พิธีกร : ฉันเองก็เหมือนกับทุกคน ฉันเองก็ฟังเพลงของเขาแต่เด็กจนโตเลย จริงๆนะ จริงๆ เอาล่ะ ฉันอยากจะถามพวกคุณ ว่าพวกเราได้ตัดภาพเอ็มวีของเพลงเมื่อกี้ของทั้งเมื่อ 20 ปีที่แล้วกับของคืนตรุษจีนปีนี้มารวมกัน เราจะเป็นภาพที่ต่างกันแล้วเรานำมาตัดต่อเข้ากัน แล้วพวกคุณชอบภาพไหน

ทุกคน : ชอบทั้งสองเลย 

พิธีกร : งั้นชอบทรงผมในวันนี้ของเขาด้วยหรือเปล่า

ทุกคน : ชอบ

พิธีกร : ถ้างั้นแสดงว่าฉันเองก็คงตกยุคไม่ทันพวกคุณแล้ว
 
โหย่วเผิง : จริงๆแล้วทรงนี้เป็นทรงแฟชั่นของปีนี้นะ จริงๆ

พิธีกร : คุณลองหัน 360 องศา  โชว์หน่อยได้ไหม

โหย่วเผิง : เพราะว่าปีนี้ทรงนี้แฟชั่นมาก   ฉะนั้นต่อแต่นี้ไปไม่กี่เดือน ก็จะเห็นว่าศิลปินทุกคนจะไว้ทรงนี้  ก็จะเห็นว่าจะยาวๆ ไม่ใช่ผมเป็นคนคิดขึ้นมานะ ไม่ใช่

พิธีกร : ไม่เพียงอย่างนี้ เหมือนกับว่าตัวเองกำลังจะเป็นแฟชั่นตัวพ่อเลย  วันนี้คนเหล่านี้ที่มาในรายการนั้นก็ล้วนเป็นแฟนเพลงของคุณ  จริงๆแล้วพวกเขาล้วนแต่โตเติบมาด้วยกันกับคุณทั้งนั้น

โหย่วเผิง : ใช่ครับ  ก็คงมีทั้งแฟนคลับใหม่และเก่า  เพราะว่าตัวเองได้เข้าสู่วงการก็ถือว่านานพอสมควร ฉะนั้นเวลาของแต่ละคนที่รู้จักผมนั้นก็คงจะไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะหากว่าบางคนที่ยังวัยรุ่นอยู่นั้นก็คงจะไม่เคยได้ยินเพลง ชิงผิงก่อเล่อเหยียน

พิธีกร : งั้นฉันขอถามหน่อย

ทุกคน : เคยฟังแล้ว

โหย่วเผิง : อื่ม

พิธีกร :  ที่คุณบอกว่าอายุยังวัยรุ่นนั้นหมายถึง

โหย่วเผิง : หากว่าเคยฟังแสดงว่าอายุเยอะแล้วนะ ฮ่าๆๆๆ

พิธีกร : คนนั้นบอกว่าเขาได้ฟังตอนงาน คืนตรุษจีน ในเมื่อพวกเราสนใจกับงานคืนตรุษจีนแล้ว พวกเรามาคุยเรื่องนั้นกันเลย  จริงๆ แล้วงานคืนตรุษจีนครั้งนี้นั้น ได้รวบรวมผู้คนมากมายมาอยู่ตรงหน้าเวที และมีการแสดงหลายอย่าง แต่ว่าสายตาทุกคู่นั้นกลับไปจ้องอยู่กับรายการของพวกคุณ  คือได้จ้องโฟกัสไปที่ เสียวหู่ตุ้ย   ตอนนั้นน่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น เหลาหู่ตุ้ยแล้วมั้ง (เสือแก่) ฮ่าๆ โอ้ ยังมีคนบอกว่ายังคงเป็นเสี่ยวหู่ตุ้ย

โหย่วเผิง : พวกเราน่าจะเป็นเสียวหู่ตุ้ยที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ฮ่าๆๆ

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 07:23:01 AM »

พิธีกร  : สำหรับการรวมตัวครั้งนี้ของพวกคุณนั้น ฉันเห็นขณะที่พวกคุณ 3 คนเจอกันนั้น ฉันรู้สึกว่าพวกคุณไม่ค่อยสนิทกันเหมือนกับที่ฉันได้คิดไว้  ไม่รู้ว่าการเงียบของพวกคุณนั้น เป็นการแกล้งทำเป็นเข้ม  ดูจากผิวเผินข้างนอกนะ ไม่รู้ว่าข้างในจิตใจของพวกคุณเป็นอย่างนั้นกันหรือเปล่า?

โหย่วเผิง :  จริงๆแล้วเรื่องอย่างนี้นะ ผมคิดว่ามันเป็น แน่นอน ผมคิดว่ามันคงไม่ได้อย่างที่ทุกคนคิดไว้อย่างนั้น  เพราะผมคิดว่าชีวิตจริงนั้น  เข้าใจไหม  เพราะว่าทุกคนก็คงคิดไว้ว่า เมื่อพวกเรามาเจอกันแล้ว  คงจะต้องกอดกันร้องไห้  อะไรประเภทนี้ แท้จริงแล้วความเป็นจริงของชีวิตนั้นเป็นการเผชิญกับความเป็นจริง  ไม่มีอะไรที่ต้องมาแสแสร้งทำ  สำหรับพวกเรานั้น มันคงเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่สับสน  ก็คงเป็นอย่างสมัยตอนวัยรุ่นของพวกเรา  เพราะว่าเราเคยผ่านร้อนผ่านหนาวกันมามากมาย  แล้วยังมีเกียรติมากมายที่เราได้รับด้วยกัน แล้วมีความทุกข์มากมายที่ได้เจอ
 
          จริงๆ แล้ว   พวกเรามีช่วงเวลาหนึ่งที่ต่างคนต่างอยู่   ก็คือ ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเอง หรือว่าต่างคนต่างมีอาชีพหน้าที่การงานของตัวเอง   แล้วจริงๆแล้ว  นานแล้วที่พวกเราไม่เคยได้ออกมาโดยใช้รูปแบบของเสี่ยวหู่ตุ้ย    หรือแสดงออกในแนวขวัญใจวัยรุ่น  ฉะนั้น เริ่มแรกของเรานั้น ก็จะมีบรรยกาศการไม่สนิทบ้าง   และเรื่องนี้นั้น ผมคิดว่ามันก็คงไม่เหมือนกับผู้ชมหน้าจอโทรทัศน์  ก็คือช่วงหนึ่งของวัยเด็ก  เช่น  ชิงผิงก่อเล่อเหยียน ก็คือหากว่าคุณไม่ฟังบ่อยๆ เวลาผ่านไปแล้วคุณก็อาจะลืมมัน  แต่เมื่อได้ยินเพลงนี้  ความทรงจำเก่าๆ ก็เริ่มกลับมาแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ต่างกับพวกเรา 3 คน


พิธีกร : แล้วช่วงเวลาที่พวกคุณได้ซ้อมการแสดงนั้น ฉันเองก็ได้เห็นแล้วตอนนั้นพวกคุณซ้อมหลายวันเลย

โหย่วเผิง : พวกเราใช้เวลาซ้อมกัน 4-5 วัน

พิธีกร :  4-5 วัน

โหย่วเผิง :  ก็คือเริ่มแรกๆนั้น  ต้องคิดท่าเก่าๆ ออกมาก่อน

พิธีกร : ล้วนเป็นท่าเก่าๆ หรือ?

โหย่วเผิง :  ส่วนมากก็เป็นท่าเก่า  แต่มีบางจุดที่มีความสงสัยไม่ชัดเจน  เพราะว่าอดีตพวกเรามีหลายอัลบั้ม  บางท่านั้นใช้เต้นในงานคอนเสิร์ด  แต่มาในช่วงถ่ายเอ็มวี  ก็จะใช้อีกท่าหนึ่ง  ฉะนั้นในตอนนั้น  ในใจพวกเราต่างก็ลืมไปแล้วบ้าง   จากนั้นพวกเราก็ได้มานั่งคุยกัน   แล้ว จื้อเผิงเป็นคนที่จำได้ดีกว่าคนอื่น  แล้วเขาก็วิ่งออกมาว่า  เป็นอย่างนี้  เป็นอย่างนั้น แล้วพวกเราต่างก็จะบอกว่า  ใช่ๆๆ อาจารย์

พิธีกร : แสดงว่าคุณเป็นคนที่ถูกสอนบ่อยๆ คนนั้นหรือเปล่า

โหย่วเผิง :  ส่วนใหญ่ก็จะจำไม่ได้แล้ว  ก็เลยไม่มีอะไรที่จะพูด  เพราะลืมไปเกือบหมดแล้ว และภาษามือผมเองก็จำไม่ค่อยได้   เพราะว่าผมเป็นประเภทที่ว่าจำเร็วลืมเร็ว

พิธีกร :  แต่ว่าฉันจำได้ว่า เมื่อก่อนที่คุณเรียนการเต้นนั้น เป็นคนที่ช้ากว่าคนอื่นครึ่งจังหวะ (ทุกคนหัวเราะ) เสียงหัวเราะของพวกเขาเห็นด้วยกับสิ่งที่ฉันพูด ใช่ไหม ทุกคนคงรู้เรื่องนี้ใช่ไหม   แล้วตอนนี้ยังช้าอยู่หรือเปล่า?

ทุกคน : ช้าอยู่

พิธีกร : ยังช้าอยู่  แสดงว่าพวกคุณยังดูออกอยู่  แล้วคุณยอมรับไหม?

โหย่วเผิง : จริงๆแล้วเรื่องนี้พูดแล้วเรื่องยาว (ทุกคนหัวเราะ)

พิธีกร : มีคำที่จะอธิบายมากมายอย่างนั้นเลยหรือ

โหย่วเผิง : แน่นอน เริ่มแรกนั้น ตอนที่อยู่ในช่วง 10 กว่าปี ตอนที่พวกเราเริ่มรวมกลุ่มกันนั้น เพราะว่าผมเองจะเป็นประเภทที่ว่า เป็นเด็กเรียนมากกว่า ฉะนั้น ความชอบเรื่องการเต้นนั้น จริงๆ แล้วก่อนที่จะเข้าไปเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้นแทบจะไม่มีพื้นฐานอะไรเลย
 
พิธีกร : คือ มีศูนย์

โหย่วเผิง : ใช่ๆ เป็นศูนย์  ยิ่งกว่านั้นอาจจะพูดได้ว่าติดลบก็ได้   มันแย่มากๆ   จริงๆแล้ว  ผมรู้สึกว่าตอนนั้นมันเวอร์มากๆ  ก็คือ เช่น ยืนอยู่ในท่าของตัวเองอย่างนี้ ตามปกติแล้ว ตัวของคุณต้องเอียงนิดหนึ่ง แล้วท่าก็ต้องเป็นอย่างนี้ ใช่ไหม  ขาข้างหนึ่งจะต้องเป็นอย่างนี้
 
พิธีกร: เหมือนท่าของฉันอย่างนี้ไหม

โหย่วเผิง : แต่ว่าตอนนั้นผมทำอย่างนี้

พิธีกร : เหมือนว่าคุณจะพูดกับฉัน

โหย่วเผิง :  ใช่ๆๆ ผมนั้นเริ่มต้นไม่มีศิลป์ในตัวเลย   คุณรู้ไหม  ฉะนั้น  อืม..ผมต้องใช้เวลาในการไปซ้อมเยอะกว่าพวกเขา   บ่อยครั้งหลังจากที่พวกเราซ้อมเสร็จแล้ว  พวกเขาก็โอเคแล้ว  ตัวผมต้องไปอยู่ต่อหน้ากระจก แล้วทบทวนหลายๆ รอบถึงจะโอเค  โดยเฉพาะตอนเริ่มแรกนั้น เรื่องการเต้นนั้นไม่มีความมั่นใจเลย  ผมจำได้ว่าตอนที่ผมเริ่มแรกนั้น ผมไม่กล้าที่จะดูตัวเองในกระจกห้องซ้อมเลย

พิธีกร : เพราะอะไร

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 07:28:58 AM »



โหย่วเผิง : จริงๆ แล้วปกติ  คือคุณจะต้องมองที่กระจก  แล้วจะเห็นท่าของตัวเอง ถึงจะนำไปแก้ไขได้ ก็จะทำให้ดีขึ้น  ฉะนั้นตอนนั้นผมไม่กล้ามองเลย  คุณรู้ไหม  ไม่กล้าเผชิญกับตัวเองที่อยู่ในกระจก

พิธีกร : จริงๆแล้ว กระจกนั้นเป็นกระจกที่ใหญ่มาก คุณไม่อยากมองก็เห็นได้

โหย่วเผิง : ใช่ ผมเองก็เป็นแบบว่า ช่างมัน มองไปที่อื่น เลยติดเป็นนิสัยไปเลย  แล้วไปแอบมองพวกเขา 2 คน ก็เป็นอย่างนี้  ฉะนั้นตอนเริ่มแรกๆ จะเป็นอย่างนี้ แล้วเรื่องการช้าครึ่งจังหวะนั้น ได้ฉายานี้ตอนที่พวกเราเริ่มใหม่ๆ  เป็นช่วงที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักพวกเรา  แล้วเพลงแรกนั้น จริงๆ แล้ว   เป็นการไปเต้นกับวงอีกวงหนึ่ง ได้ร้องเพลง “ซินเหนียนไคว้เล่อ”  ผมเองก็จำได้ว่าวันนั้นมันไม่ดีมากๆ เลย

 

บรรยาย : โหย่วเผิงได้พูดถึงการเรียนการเต้นที่สนุก จนทำให้ทุกคนในรายการหัวเราะอย่างไม่หยุด

โหย่วเผิง :  มีเพียงผม ผมก็จะทำอย่างนี้ ทิ้งลงมา  สำหรับผมที่แม้แต่กระจกก็ไม่กล้ามองนั้น มันโหดมากๆเลย

บรรยาย : ประสบการณ์ในคืนตรุษจีนเป็นอย่างไร ทำให้เขามีความทรงจำอย่างนี้

โหย่วเผิง : ผู้ชมทั่วประเทศกำลังรับชมอยู่  ผมเองก็ไม่รู้ว่าตอนอยู่ในเวทีความว่างเปล่าได้โผล่ขึ้นมาในทันที

บรรยาย : เสี่ยวหู่ตุ้ยได้รวมตัวอีกครั้ง เขามีความรู้สึกอย่างไร

โหย่วเผิง:  พวกเรา 3 คน  ผมคิดว่าพวกเรา 3 คน  จริงๆ แล้วภายในใจของพวกเราทุกคน  ล้วนแต่ตื้นตันใจกันทั้งนั้น




โหย่วเผิง : ผมจำได้ว่าวันนั้น จริงๆ นะ  ถ้าพูดไปแล้วมันน่าอายเหมือนกัน
 
พิธีกร : ไม่เป็นไร

โหย่วเผิง :  ตอนนั้นพวกเรา 3 คน  จริงๆแล้ว  คนร้องหลักในตอนนั้นก็จะเป็นพี่ๆ แล้วพวกเราทั้ง 3 นั้น  จะมีการแสดงท่าเต้นในช่วงร้องรับอะไรอย่างนั้น  จำได้ว่าตอนนั้นก็จะมีท่าหนึ่งคือการก้าวกระโดดไปข้างหน้าอะไรอย่างนี้

พิธีกร :  แล้ว 3 คนก็จะต้องก้าวกระโดดด้วยหรือ

โหย่วเผิง :  ใช่  ก็คือทั้ง 3 คน  จะต้องกระโดดไปพร้อมๆกัน  จื้อเผิงนั้นจริงๆ แล้ว  แต่เด็กเขาก็เรียนเต้นบาเล่มา  ท่าอย่างนี้นั้นเขาทำได้สวยมากๆ  ขาของเขานั้นยังสามารถที่จะกางได้ตรงๆเลย  คุณรู้ไหม  ต่อไป ฉีหลง ก็เป็นคนที่เรียนพละมา   จากภาพในปีนี้ทุกคนก็สามารถที่จะเห็นได้ว่า จริงๆแล้ว เขาทำได้ดีมากๆเลย   เขานั้นแน่นอนก็ไม่แพ้กัน  เขาโดดอย่างสุดๆ แล้วลอยสูงมากๆ เลย  คุณเข้าใจนะ มีแต่ผมนี่แหละ ผมก็กระโดดแบบนั้น แล้วตกลงมาแล้ว (หัวเราะ) ต่อจากนั้นผมจำได้ว่า

พิธีกร : ถ้าเป็นเช่นนี้คุณน่าจะเร็วกว่าพวกเขาครึ่งจังหวะถึงจะถูกนะ

โหย่วเผิง : ผมเองก็ลืมไปแล้วว่าเพราะอะไร  ที่แน่ๆ ท่าต่อไปของผมนั้น  คือพวกเราจะต้องนั่งลงบนพื้นแล้วหมุน 3 รอบ ประมาณอย่างนี้


Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 07:34:00 AM »




พิธีกร : ว้าว ท่ามันยากมากๆเลยนะ

โหย่วเผิง : ใช่ ดูอายุผมแค่นี้เอง  แม้แต่กระจกยังไม่กล้ามองเลย  มันโหดมากๆ เลย   ...จากนั้นผมจำได้ว่าผมหมุนบนพื้น  ก็คือท่านั้นแหล่ะ  จริงๆแล้ว  เป็นท่าที่เท่มากๆ เลย แต่ผมทำแล้วรู้สึกว่ามันแย่มากๆ   จากท่านั้นผมก็ช้าไปครึ่งจังหวะ  หลังจากที่ช้าไปหนึ่งจังหวะ ผมเองก็เลยดูแต่ตัวเอง  ท่าต่อจากนั้นก็ไม่สามารถที่จะไล่ครึ่งจังหวะนั้นทันเลย  ฉะนั้นจากท่านั้นจนจบก็เลยช้าครึ่งจังหวะตลอดจนจบ  แล้วจากรายการนั้นดันมีคนดูเยอะมาก

พิธีกร : คุณแย่งจอกล้องหรือเปล่า (แย่งซีน)

โหย่วเผิง :  ตอนนั้นไม่รู้ว่าการแย่งซีนเป็นอย่างไรจริงๆ   ยิ่งกว่านั้น เป็นเรื่องที่น่าอายขนาดนี้ ผมจะใช้ท่าอย่างนี้มาแย่งซีน  มันแย่มากๆเลย  รู้ไม๊   ตอนหลังเรื่องนี้ได้แพร่ออกไป   ว่าไกวไกวหู่ช้าครึ่งจังหวะ คุณรู้ไหม  จากนั้นมา ฉายาช้าครึ่งจังหวะก็ตกอยู่ที่ตัวผม  ใช่  จากนั้น แน่นอน ปีนี้จริงๆ แล้ว  เอาล่ะ ไหนๆ ก็พูดแล้ว การแสดงงานตรุษจีนของปีนี้นั้น พวกเราทุกคนล้วนโตกันแล้ว   มีประสบการณ์การแสดงที่มากมายแล้ว ไม่มีใครอยากจะช้าครึ่งจังหวะหรอก ใช่ไหม ฉะนั้นเวลาที่ซ้อมนั้น
 
พิธีกร : แม้ความคิดจะไม่คิด แต่ดูภายนอกแล้วคุณยังซื่อ

โหย่วเผิง :  แน่นอน ตลอดการซ้อมการแสดงนั้น  ก็คิดว่าตัวเองนั้นชำนาญมากๆ แล้ว คุณรู้ไหม สุดท้ายตอนหลัง  ก็จะพูดตรงๆว่า จริงๆแล้ว ในคืนวันนั้น  มันแปลกจริงๆ ผมเองก็ไม่รู้ อาจเพราะมีคนจ้องสนใจการแสดงพวกเรามากเกินไปหรือเปล่า  ความเป็นจริงก็จะมีความกดดันอยู่ เราหวังอยากจะทำให้ดีที่สุด  คุณเข้าใจนะ ไม่อยากจะให้ผิดพลาดแม้แต่นิดเลย เป็นการแสดงสดด้วย  มีแฟนคลับของเสี่ยวหู่มากมาย   และผู้คนทั้งประเทศกำลังชมอยู่  ผมเองก็ไม่รู้ ตอนอยู่บนเวที ในทันใดนั้น สมองว่างเปล่าขึ้นมาในทันใด คุณรู้ไหม  ใช่  ผมก็เหมือนกับในละครเลย  ผมก็ตัดสินใจว่า  อย่างแรก  ต้องหันไปมองข้างๆ อู่ฉีหลงกำลังทำท่าไหน  ผมรู้สึกว่านี่เป็นอะไรของผม  มันเป็นนิสัยไปแล้วหรือ  ทุกครั้งในเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้น  ผมต้องช้ากว่าคนอื่นครึ่งจังหวะ  โอ้พระเจ้า  ผมก็จะรู้สึกว่า  โอ้สวรรค์  ทำไมต้องมีอย่างนี้อีกครั้ง

พิธีกร : เป็นการช้าครึ่งจังหวะที่ไม่สามารถจะลบได้

โหย่วเผิง : ใช่ครับ

พิธีกร : ฉันดูพวกคุณแล้ว เพราะว่าในวันนั้นฉันเองก็ได้นั่งอยู่หน้าทีวีดู  การแสดงของพวกคุณนั้นฉันเองก็รอคอยเหมือนกัน  อื่ม ฉันไม่รู้ว่าตัวพวกคุณเองมีความรู้สึกอย่างไร แต่อย่างน้อยในมุมของผู้ชมสำหรับฉันแล้ว  ขณะที่พวกคุณ 3 คน ได้ลอยขึ้นมาจากใต้เวทีนั้น วินาทีนั้นที่เห็นคุณ

โหย่วเผิง :  ขณะที่ครั้งแรกที่พวกเราซ้อมการแสดงนั้น    ครั้งแรกที่อยู่  ก็คือเวทีของคืนตรุษจีนแหล่ะ  ครั้งแรกที่เข้าไปอัดนั้น เข้าไปซ้อมในสถานีจงยางครั้งแรก  ใช่ ขณะที่เห็นเวทีนี้นั้น ครั้งแรกที่ลอยขึ้นมานั้น  พวกเรา 3 คน  ผมคิดว่าพวกเรา 3 คน  คนอื่นจริงๆแล้ว  ในจิตใจนั้นตื้นตันใจมากๆ การซ้อมวันนั้น   เป็นครั้งแรกที่เปิดให้สื่อเข้ามาทำข่าว  เอ้  วันแรกมีหรือเปล่า?   วันแรกนั้นยังไม่มี   ไม่มีนักข่าว   ข้างล่างแทบจะไม่มีคนเลย  มีเพียงข้างบน ก็คือทุกคนจะเห็นแสงเป็นไฟ 3 ดวงนั้น  ก็คือสปอตไลต์ 3 ดวงส่องมาที่ตัวเรา  จากนั้นก็ค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากข้างล่าง มันตื้นตันใจมาก  สำหรับพวกเราแล้วมันคือ    เพราะว่านานแล้วที่ไม่ได้    ต้องขอโทษนะ  ผมขออนุญาตพูดโอ้อวดหน่อย   นานแล้วที่ไม่มีความรู้สึกของซูเปอร์สตาร์อย่างนั้น  ใช่  เพราะว่าผมเอง   รวมทั้งเส้นทางการร้องเพลงของผมด้วย  ล้วนเริ่มที่จะอิ่มตัวแล้ว  ผมก็คงจะไม่เหมือนกับเมื่อก่อนอย่างนั้นในการร้อง   หรือว่าท่าเต้นที่เท่ๆ ในอดีตมาเต้นอีก  ใช่ไหม  ฉะนั้นวินาทีที่ได้ลอยขึ้นมานั้น   สำหรับผมแล้ว  มันทั้งใหม่ทั้งสนุกทั้งประทับใจ  เป็นอย่างนี้ เพราะว่านานแล้วที่ไม่ได้เป็นอย่างนี้  โดยเฉพาะทั้ง 3 คนได้มาอยู่ด้วยกัน











Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 07:38:35 AM »




พิธีกร : วินาทีนั้น จริงๆ ยังทำให้พวกเราตื้นตันใจไปด้วย  ตอนหลังมาถึงวันที่ 15 ของเดือนที่หนึ่ง   ในที่สุดพวกเราก็ได้เห็น  การแสดงของพวกคุณถูกเลือกเป็นการแสดงชื่นชอบที่สุดของค่ำคืนนั้น   อันดับหนึ่งของการแสดงร้องเพลง   คุณรู้ไหม   การได้รับที่หนึ่งนั้น  ยากขนาดไหน  มีนักร้องมากมายตลอดชีวิตการร้องเพลงของพวกเขาได้มาร่วมแสดงในคืนตรุษจีนนับไม่ถ้วน  แต่ก็ไม่เคยได้รับรางวัลนี้เลย

โหย่วเผิง :  ผมรู้

พิธีกร :  แล้วเมื่อก่อน คุณเคยคิดไหม  เคยคิดไหมว่า ฉันจะต้องได้รับ

โหย่วเผิง :  ไม่เคยคิด  ก็คือการร้องเพลงครั้งนี้ของพวกเรานั้น  สามารถที่จะนำมาซึ่งความยิ่งใหญ่  ผมเองก็รู้ว่ารางวัลที่หนึ่ง  ที่ได้รับนั้นมันไม่ง่ายเลย   ฉะนั้นเมื่อผมกลับไปบ้านแล้ว ผมก็เอาไปตั้งไว้ห้องรับแขกของบ้านผม  ผมรู้สึกว่า  เมื่อเทียบกับรางวัลต่างๆที่ได้รับในอดีตนั้น ผมคิดว่าอันนี้น้ำหนักจะมากกว่าอย่างอื่นเป็นพิเศษ  ผมคิดว่าสิ่งนี้จะถูกเก็บจารึกไว้ในประวัติศาสตร์  ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของคืนตรุษจีน   แล้วเสี่ยวหู่ตุ้ยก็ได้สร้างความอลังการขึ้น ผมประทับใจมากๆ

พิธีกร : แล้วคุณรู้ไหมว่าการตัดสินรางวัลนั้นไม่ใช่ทางกรรมการ  แต่เป็นการโหวดของผู้ชม
 
โหย่วเผิง :  ทราบครับ  ...ตอนหลัง  ผมเองก็ได้เขียนลงในเว็ป  ว่าเสี่ยวหู่ตุ้ยอัศจรรย์มากๆ  เสี่ยวหู่ตุ้ย แน่นอน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นจะบอกว่าราบรื่นตลอดก็ไม่ได้   ตลอดที่ผ่านมาพวกเราก็มีรวมกัน,จากกัน   แต่ว่าขอเพียง เสี่ยวหู่ตุ้ย อยู่ด้วยกัน  ก็จะมีความยิ่งใหญ่  มันอัศจรรย์มากๆ   เพราะว่า 10 กว่าปีแล้วที่พวกเราไม่ได้อยู่บนเวทีด้วยกัน  แต่ว่า  แค่เวลาอันสั้นนิดที่มาเจอกัน  และทั้งยังสามารถสร้างสีสันที่ยิ่งใหญ่ได้   อัศจรรย์จริงๆ


พิธีกร :  ใช่ๆ นี่เป็นความอัศจรรย์  และสิ่งนี้จะอยู่ในใจของพวกเรา ฉันอยากจะถามหน่อยนะ ว่าความอัศจรรย์อย่างนี้ได้ให้ความทรงจำอะไรกับพวกคุณบ้าง   ฉันอยากจะฟังจากผู้ชมของเรา  เป็นเด็กหนุ่มคนนั้น เอาไมค์ไปให้เขา

หนุ่ม : สวัสดีครับ ขวัญใจ

พิธีกร : เรียกขวัญใจเลยนะ เขาชื่อขวัญใจหรือ

หนุ่ม :  เขาเป็นขวัญใจของพวกเราทุกคน  ผมจำได้ว่าตอนนั้นที่ได้ยินเสียงเพลงของเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้น  รู้สึกได้เลยว่ามีเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่   น่าจะเป็นเพราะวัยหนุ่ม  เป็นเพราะการยืนหยัด  อาจเป็นเพราะอารมณ์ที่ประสบความสำเร็จ  หลังจากที่ผมได้ฟังไปไม่กี่รอบ  ก็แทบจะร้องได้ทุกเพลงเลย  จากนั้นก็รู้สึกว่า  นั่นเป็นวงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์  โหย่วเผิงเป็นขวัญใจที่มีเสน่ห์จริงๆ สามารถที่จะนำความสนใจของคนมากมายมาอยู่ในจุดเดียวกัน
 
โหย่วเผิง :  แล้วที่ช้าครึ่งจังหวะนั้นไม่ถือว่าแย่หรือ?

หนุ่ม  :  โดยเฉพาะตอนที่เข้าห้องนอนนั้น  ก็รู้ว่ายังมีเพื่อนที่อยู่แดนไกลของผมนั้น  เขาเองก็ชื่นชอบโหย่วเผิงด้วย  และวันนี้เขาเองก็ได้มาที่นี่ด้วย  เป็นเขา พวกเรา 2 คนนั้นอย่างเดียวกัน พวกเราทั้ง 2 ก็ชื่นชอบโหย่วเผิงเป็นอย่างมาก สนันสนุนเขา ผมคิดว่าเขาเป็นผู้ที่สร้างความอัศจรรย์ในยุค  08 -  09 -  00

พิธีกร :  ดี หนุ่มคนนี้พูดได้ดีมาก แต่ว่ามีเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่เห็นด้วย คุณบอกว่าปี 08  09  00  แล้วคนยุคปี  07 อย่างพวกฉันลบทิ้งไปที่ไหนแล้ว

หนุ่ม :  ใช่  ไม่ว่าจะเป็นปี 07      06  ไม่ว่าจะเป็นปีไหนๆ กี่พันกี่หมื่นคน หากได้เห็นโหย่วเผิงแล้ว   เสน่ห์ของเขาก็คงจะทำให้ทุกคนชื่นชอบเขา











Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 07:43:49 AM »




พิธีกร : เมื่อเขาพูดถึง หลังปี 00 นะ  ฉันเองก็คิดขึ้นได้ว่า มีผู้ชมมากมายอย่างนี้ ฉันจะลองมาถามอายุของพวกเราว่าห่างกันเท่าไหร่ ดีไหม  อาวุโสที่สุด  คือใคร เราช่วยกันดูหน่อย แล้วบอกหน่อย โอ้ คุณป้าน้าคนนั้น

โหย่วเผิง :  คุณตัดผมสั้นแล้ว เปลี่ยนทรง  นานแล้วที่ไม่เห็นเขาเปลี่ยนทรงผม

พิธีกร :  คุณจำเขาได้หรือ

โหย่วเผิง :  จำได้

พิธีกร :  คุณน้า เหมือนกับว่าคุณน้าติดตามโหย่วเผิงได้เหนียวแน่นมาก ถึงไหนถึงกันเลย

น้า :  ใช่

พิธีกร : แล้วคุณชอบเขาอะไร เขากับลูกชายคุณ

น้า : น่าจะเท่าๆกัน  ชอบเลิศประเสร็ฐของเขา
 
โหย่วเผิง : ขอบคุณครับ

พิธีกร : โอ้ เป็นคำที่

โหย่วเผิง : ใช่

พิธีกร : หลังจากที่ได้ยินแล้วคงเหลิงได้ใจซินะ

โหย่วเผิง :  ไม่นะ  จะรู้สึกว่าเกรงใจ   จริงๆแล้วผมไม่ได้ดีขนาดนั้น

พิธีกร :  คุณน้า ฉันถามอายุของคุณน้าได้ไหม

น้า :  ปีนี้ฉัน 56  ปี

โหย่วเผิง :  น้อยกว่าคุณแม่นิดหนึ่ง

พิธีกร : น้อยกว่าคุณแม่คุณหน่อย  อายุ 56  แล้วคุณเริ่มฟังเพลงของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

น้า :  ฉันฟังตั้งแต่ปี  1989  ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ฉันฟังเพลง “อ้าย” ของเสี่ยวหู่ตุ้ย  เป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ข้างบ้านฉัน เขาร้องไปด้วยเต้นไปด้วย ภาษามือ ทันใดนั้น ฉันบอกว่าไพเราะมากเลย  ฉันถามว่านี่เป็นเพลงอะไร เขาบอกฉันว่าเป็นเพลง  “อ้าย” ของเสี่ยวหู่ตุ้ย  ฉันรีบบอกเขาว่ารีบเอาม้วนนั้นให้ฉันดูหน่อย   ด้วยเหตุนี้ฉันนั้นยอมที่จะซื้อเครื่องเทปราคา 400 กว่าของสมัยนั้นเครื่องหนึ่ง  ฉันได้เอาม้วนนั้นอัดเก็บไว้

โหย่วเผิง :  สมัยนั้น 400 กว่า  ก็ถือว่าแพงมากๆเลยนะ

น้า : แต่ก็คุ้มค่า 












Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 07:49:28 AM »




พิธีกร : นี่เป็นแฟนเพลงที่อายุเยอะที่สุด คือแฟนที่มาอยู่กับเราที่นั่น  อายุมากที่สุด งั้นฉันจะถาม อายุที่น้อยที่สุด โอ้ คุณยกมือ หนุ่มน้อย

โหย่วเผิง :  คุณเป็นแฟนคลับรุ่นใหม่

พิธีกร : คุณเป็นคนใหม่ เป็นคนที่เข้ามาใหม่ แล้วอายุคุณเท่าไหร่แล้ว

เด็กหนุ่ม :  14  ครับ

พิธีกร :  14  เอง ว้า...   แล้วคุณเข้าสู่วงการบันเทิงกี่ปีแล้ว
 
โหย่วเผิง :  เป็นเรื่องที่เขายังไม่เกิดเลย

พิธีกร : เอ้ ตอนที่เขาดังคุณยังไม่เกิดแล้ว แล้วคุณรู้จักเขาได้ไง

เด็กหนุ่ม :  ตอนเด็ก  ผมก็ดูเรื่อง “องค์หญิงกำมะลอ”

พิธีกร :  เอ้ คุณดูท่าทางที่เขาได้ใจอย่างนั้นซิ

โหย่วเผิง  :   ดูออกหรือ

พิธีกร :   ได้ใจจังเลยนะ เอ้ แฟนคลับท่ามกลางเราที่นี่  ฉันได้ข่าวว่ามีสมุดภาพเล่มหนึ่ง มาแล้ว พวกเรามาดูกันดีไหม

โหย่วเผิง :  ตอนนั้นผมได้ทำการ์ดครั้งแรกที่เป็นภาษาจีน

พิธีกร :  เป็นเล่นแรกเลย

โหย่วเผิง : ใช่ ตอนนั้นพวกเรา 3 คนยังเด็กมากๆเลย  จริงๆแล้ว คืนตรุษจีนครั้งนี้ก็มีคนเอาเล่มนี้ให้พวกเราดู   แล้วหน้าสุดท้าย คือตรงนี้   “หากว่ามีโอกาส เจอเสี่ยวหูตุ้ย อย่าลืมที่จะให้พวกเขาเซ็นตรงนี้”

พิธีกร : หากคุณไม่พูดพวกเราก็ลืมไปแล้ว

โหย่วเผิง : ใช่  ขณะที่พวกเขาเอาหน้านี้ให้เราเซ็นนั้น  ผมคิดว่า  ว้าว   20 ปีแล้ว  คุณได้เจอเสี่ยวหุ่ตุ้ยจนได้   นั่นเป็นความรู้สึกที่ประทับใจมากๆ
 
พิธีกร :  จริงๆ งั้นพวกเรามาดูซิว่าด้านหลังนี้  ผ่านไป 20 ปีแล้วก็ยังว่างอยู่เลย
 
โหย่วเผิง :  เขาเพิ่งเจอเอง

พิธีกร :  ด้านหลังนี้ฉันเองยังเห็นราคาอยู่เลย ซื้อมาเมื่อไหร่หรือ ปี 1990  ซื้อมาเมื่อปี 1990

โหย่วเผิง :  ยังรักษาไว้ได้ดีอย่างนี้ด้วย

พิธีกร :  ใช่  ใหม่มากๆ แล้วราคาในสมัยนั้นฉันจะบอกกับทุกคนว่า  เหมือนกับด้านหลังที่เขียนไว้  5.95  เอาล่ะ ตอนนี้ ทางทีมงานของเราดีมากๆเลย  เอาปากกามาให้ทันทีเลย กลัวว่าเดี๋ยวจะหาคุณไม่เจอ   เรามาเซ็นกันสดๆ ตรงนี้เลย  แล้วช่องของคุณอยู่ตรงไหน

โหย่วเผิง :  อยู่ตรงนี้

พิธีกร : ไกวไกวหู่  โอ้  อยู่อับดับแรกเลย  ยังมีอีก  มีอีกคนหนึ่งเขามีอัลบั้มของคุณทุกชุดเลยนะ


















Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 08:04:47 AM »





โหย่วเผิง :  เป็นกลุ่มนำศึกษาที่ใหญ่มาก

พิธีกร : แน่นอน ถูกต้องไหม เอามาแล้ว โอ้ ยังมีโปสเตอร์ด้วย

โหย่วเผิง :  ทั้งหมดแค่นี้เองหรือ  นี่เป็นซีดี

พิธีกร :  คุณคิดว่าน้อยหรือ

โหย่วเผิง :  เป็นของส่วนตัว

พิธีกร :  มี  ที่นี่ยังมีของเสี่ยวหู่ตุ้ย   นี่ทั้งหมดเป็นของคุณคนเดียว  ก็มีก็มี

โหย่วเผิง :  นี่เป็นของผมคนเดียวเลย  อีก 3 ปี  ผมคงสามารถเปิดคอนเสิร์ดกับไฉหลินแล้วล่ะ

พิธีกร :  คุณดูซิ  ดูท่าทางเหลิงของเขาซิ
 
โหย่วเผิง :  ผมไม่ใช่เหลิง  แต่ผมกำลังอายตัวเอง

พิธีกร : อันนี้ อันนี้ มันเยอะจริงๆ

โหย่วเผิง :  นี่เป็นอัลบั้มแรกของผม  เป็นอัลบั้มหลังจากที่เราแยกวงกัน มีลายเซ็นด้วย

พิธีกร :  คุณลองดูอันนี้

โหย่วเผิง :  นี่เป็นอัลบั้มแรก (เป็นโปสเตอร์)

พิธีกร :  คุณยังเหมือนเดิมเลยนะ

โหย่วเผิง :  ตอนนั้นโปรโมทเพลงก็จะต้องใช่ชุดของเพลงด้วย ทางค่ายซื้อให้ ผมจำได้ว่าตอนนั้นพวกเราล้วนใสชุดสูท  แล้วมีประมาณ 4 สีมั้ง  รายการทั้งหมดก็ล้วนใส่ชุดสูท 4 สีนี้

พิธีกร : ต้องเซ็นลายเซ็นลงไปหน่อย



บรรยาย : เสี่ยวหู่ตุ้ยได้สร้างความสนุกให้กับวงการภาษาจีน เป็นการอัศจรรย์เกินคำบรรยาย และแล้วการแยกกันของเสี่ยวหู่ตุ้ย   โหย่วเผิงที่ได้บินอย่างโดดเดี่ยวนั้น  แทบจะไม่มีความราบรื่นอย่างที่เคยมี  จนถึงเขาสามารถที่จะเรียนรู้เรื่องต่างๆ เหตุเพราะความกดดันเรื่องการเรียนที่มหาลัย   ทั้งเรื่องการงานก็พลอยตกต่ำไปด้วย   แต่ด้วยการที่เขาได้ตั้งใจในการการแสดงอย่างไม่ย่อท้อ  บวกกับทางแฟนเพลงที่ไม่เคยทอดทิ้งเขา   แล้วโหย่วเผิงก็ได้ยืนหยัดอย่างกล้าหาญตลอดมา

โหย่วเผิง :  ขณะที่เจอกับปัญหาอุปสรรค์อยู่บ่อยๆนั้น  ผมจะรู้สึกเสมือนว่าไม่มีทางออก อยากจะบ่อยมันทิ้งไป   พวกท่านคงมองไม่เห็นอย่างแน่นอน  เป็นพวกคุณจริงๆ ที่ให้กำลังใจกับผมและความรับผิดชอบ   ด้วยเหตุนี้ผมจึงสามารถที่จะยื่นอยู่ตรงนี้  ยืนหยัดมาตลอด  ยามที่เจอกับปัญหา  อย่าสิ้นหวัง  ผมจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของพวกคุณตลอดไป  ขอบคุณ
 



โหย่วเผิง : ตอนนั้น การเป็นขวัญใจนักร้องคนหนึ่งจริงๆ แล้วเข้าวงการมานานแล้ว  จริงๆแล้วไม่ค่อยมีอะไรใหม่ๆแล้ว  แล้วก็ยังมีคนรุ่นใหม่เข้ามาเรื่อยๆ  คนเก่าก็ต้องเดินไปข้างหน้าแล้ว แล้วพวกเราที่เป็นคนเข้าสู่วงการก่อนนั้น  ก็จะต้องหาสิ่งใหม่ๆ เอาสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในออกมา  เอาสิ่งใหม่ๆ มามอบให้กับแฟนๆ













Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 08:10:42 AM »




พิธีกร :  ฉะนั้นคุณก็ได้ก้าวข้ามที่เดิม

โหย่วเผิง :  ใช่  ตอนหลังได้มาเจออาจารย์ฉวงเหยา  ท่านอยากจะทำหนังเรื่องใหม่ “องค์หญิงกำมะลอ”

พิธีกร :  ฉันคิดว่ารูปหน้าตาคุณ   ไปเล่นหนังประเภทนั้นเหมาะมาก  ก็คือเป็นผู้ชายที่ซื่อๆ ใสๆ

โหย่วเผิง  :  พอดีได้เจอบทอย่างนี้พอดีเลย   จริงๆแล้ว  อู่อาเกอ นั้นเป็นองค์ชาย

พิธีกร : เป็นคนที่ซื่อๆ แล้วคนดีมีน้ำใจด้วย

โหย่วเผิง  :ใช่ๆ  ยังเป็นคนที่เที่ยงตรงด้วย  แล้วยังมีดีกรีไฮโซด้วย  ฉะนั้นจริงๆแล้ว  ตอนนั้นผมเองก็ไม่มีฝีมือในการแสดงอะไรเลย  แล้วเล่นไปมาก็ยังใช้ได้บ้าง

 
ตัวอย่างหนัง.
 
โหย่วเผิง - หย่งฉี : ฉันจะหยุดเลือดให้นะ หลังจากที่กลับไปแล้ว   เจ้าก็บอกว่าฝึกขี่ม้า แล้วตกม้า

เสี่ยวเยี่ยนจื่อ : ไม่รู้

โหย่วเผิง – หย่งฉี : ข้าผิดเอง พอใจยัง  อภัยให้ข้าเถิด  นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเข้าใจความรักของชายหญิง  การมีความรัก  เสมือนทะเลปั่นปวนไม่สามารถจะบังคับอะไรได้เลย  จนการกระทำของข้าหลายๆอย่างนั้นผิดปกติไป  เจ้าน้อยใจข้า  นั่นแสดงว่าในใจเจ้ามีข้า   ข้าน่าจะดีใจ  อย่างไรก็ไม่ควรที่จะโกรธเจ้า   เจ้าพูดถูกแล้ว  แต่เด็กข้าเป็นองค์ชาย  ชินแล้ว  หลายครั้งมากจะเอานิสัยขององค์ชายมาใช้บ่อยๆ   ต่อไปไม่ทำแล้ว




 
พิธีกร : อู่อาเกอได้เปลี่ยนแปลงไปในทันใดเลยนะ หลังจากนั้นก็ได้เล่นละครอีกมากมายเลย มีอะไรบ้าง พวกคุณช่วยบอกฉันหน่อย  “เราสองหัวใจเดียวกัน” ใช่เปล่า  “เดชเซี่ยวฮื้อยี้-เจี๋ยไต้ซวงเจียว” ใช่นะ  “ดาบมังกรหยก-อีเทียนสูหลงเตาจี้”แสดงเป็น จางอู่จี้    เรื่องอู่ตี่ซิ่งลิ่ง   จากสิ่งเหล่านี้ได้เล่นบทต่างๆ มามากมายเลยทีเดียว   จริงๆแล้วเขากำลังเสริมเทคนิคให้กับตัวเอง

โหย่วเผิง :  แท้จริงผมเรียนรู้จากสิ่งเหล่านี้ตลอดเวลา  เช่น  แต่ละบทนั้นล้วนไม่เหมือนกัน  มีสิ่งใหม่ๆที่เรียนรู้ได้

พิธีกร : แต่สิ่งที่ทำให้พวกเราทึ่งที่สุด  คือ   ฉันคิดว่าก็เป็นสิ่งที่ทุกคนทึ่งเหมือนกัน เป็นบทนั้น เป็นใคร

ทุกคน : ไป๋เสี่ยวเหนียน

พิธีกร :  ไป๋เสี่ยวเหนียน   คุณดู  ฉะนั้นทุกคนก็รู้สึกว่า ไป๋เสี่ยวเหนียน  เธอก็ได้นำนิตยสารภาพยนตร์เรื่อง “เฟิงเซิง” มาด้วย   เอ้...ฉันคิดว่าเสียงหัวเราะของคุณสามารถไปสมัครการอัดเสียงได้นะ

โหย่วเผิง :  ไม่หรอก  ผมไม่รู้   คุณก็รู้ว่าพวกเราที่เป็นนักแสดงนั้น  หลายครั้งขณะที่ได้ดูงานของตัวเอง  รวมทั้ง MV “ชิงผิงก่อเล่อเหยียน”  หรือว่าผลงานที่ผ่านมา ก็จะรู้สึกเขินๆบ้าง

พิธีกร : พวกเราไปรื้อฟื้นกันหน่อย...   ไป๋เสี่ยวเหนียน


(ดู วีทีอาร์)


โหย่วเผิง :  แค่ร้องก็ได้แล้วนะ














Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 08:15:22 AM »





พิธีกร :  แน่นอน  หากว่ามีท่าทางของคุณด้วยก็ยิ่งดี

โหย่วเผิง :  แต่ว่าท่าของผมวันนี้  หากว่ามาเต้นแล้วจะดูแปลกๆเลยนะ

ทุกคน : ไม่เป็นไร

โหย่วเผิง :  ไม่ล่ะ ไม่ล่ะ ไม่ทำลายภาพอย่างนั้นก็จะดีกว่า   และยิ่งกว่านั้นสิ่งที่ดีที่สุดก็คือต้องมีการแต่งกายที่ดี

พิธีกร : ท่าทางกิริยาทั้งหมด

โหย่วเผิง : ใช่  ร่วมทั้งที่คุณจะแสดงนั้น ก็คือเครื่องสำอางที่จะมาตกแต่งทั้งหมด  ดูไปแล้วก็จะไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่  หากไม่ใช่อย่างนั้น   ชายชาตรีไปทำท่าอย่างนั้น ก็จะไปทำลายศิลปะที่ดีของมัน  ไม่ค่อยดี  แต่ว่าผมสามารถที่จะร้องสักสองคำ


-ร้องละครเพลง-งิ้ว- 


พิธีกร :  ดี ว้าว ฟังเขาร้องเพลง แต่ว่าฟังเขาร้องงิ้วก็เป็นครั้งแรกเลยนะ

โหย่วเผิง :  2-3 วันนี้ผม

พิธีกร : ว้าว  เสียงนั้นเอื้อนได้สุดยอดมากๆ  ฟังแล้วรู้สึกว่าดีมากๆเลย







โหย่วเผิง :  จริงๆแล้ว  ผมเองก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ  ว่าหนังโบราณนั้นมันแปลกมากๆ   2-3 วันนี้ผมอยู่ที่ไต้หวัน  ผมไปร้านแว่นตา  ไปทำแว่น  เถ้าแก่คนนั้นยังบอกกับผมว่า “เอ้ ผมได้ไปดูเรื่องเฟิงเซิงมาแล้วนะ เสียงของคุณร้องออกมาได้อย่างไร ร้องเสร็จแล้วจะเจ็บคอไหม” ผมบอกกับเขาว่า ไม่หรอก  จริงๆ แล้ว  ถ้าได้ร้อง 2-3 คำแล้วแล้วมันกลับเปิดลำคอเลย  ไม่มีเลยที่ว่าจะไม่สบาย   จริงๆแล้ว  หากว่าสำหรับคนที่ไม่เคยแล้วนั้น  มันเป็นเหมือนสิ่งที่ทำไม่ได้เลยอะไรอย่างนั้น  ทำไมมนุษย์ถึงได้มีเสียงอย่างนี้ออกมาได้


พิธีกร : อืม  ฉะนั้นตัวฉันเองก็สงสัยตลอดมา  คุณไม่เห็นฉันก็ได้เอื้อนไปกับคุณหรือ

โหย่วเผิง : ผมเองก็เคยผ่านความรู้สึกอย่างที่คุณเป็นอยู่  ผมเองก็แปลกเหมือนกัน

พิธีกร : คุณฝึกมาแล้ว 3-4 เดือน

โหย่วเผิง : การร้องของผมนั้นจะเรียนรู้เร็วหน่อย   แต่ว่าการออกท่าทางร่างกายนั้น  มันยากจริงๆ  ต้องฝึกทักษะหลายๆอย่างเลย  และยิ่งกว่านั้น การที่ผมอยู่ข้างในนั้นจริงๆแล้วต้องถือพัดอันหนึ่ง    แล้ว  อันนั้นคุณสามารถที่จะจิตนาการได้ว่า  คนโบราณนั้นจะคิดท่าทางมากมายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา  ทำท่าพายเรือ บ้างก็ถือพัดไว้ ทำท่าแจวเรือ แล้วหมุนไปหมุนมา สุดยอดจริงๆ

พิธีกร : สับสนน่าดูเลยนะ












Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 08:26:02 AM »





โหย่วเผิง :  ใช่  จากนั้นทุกครั้งที่ไปเรียนนั้น เรียนเสร็จเอวนั้นแทบจะก้มไม่ได้เลย อาจารย์ผมชื่อไป๋ชุนเซียง เรียกอาจารย์ไป๋  ทุกครั้งที่เรียนเสร็จท่านจะบอกว่า  ดูคุณซิ   นี่เหมือนกับคนแก่อายุร้อยปีเลย   จะก้มก็ก้มไม่ได้  ทุกครั้งก็เรียนได้แค่ประโยคกว่าๆ เท่านั้นเอง  แต่ท่าทางนั้น จริงๆแล้วจะต้องทำให้ได้มาตรฐานที่สุด  เช่น เหมือนกับมือท่านี้ อยู่ตรงนี้ จะอยู่ตรงนี้หรือตรงนั้นไม่ได้เลย  หากปวดเอวจะก้มลงหน่อยก็ไม่ได้ ไม่ได้อะไรทั้งนั้น

พิธีกร : ใช่ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ช้ากว่าคนอื่นครึ่งจังหวะนั้นความยากยิ่งยากเข้าไปใหญ่เลย

โหย่วเผิง :  เป็นอย่างนั้นจริงๆ   ผมคิดว่ายังจะต้องมีการเรียนรู้อารมณ์ด้วย ก็คือคุณจะต้องเอาตัวเองและอารมณ์เขาไปอิงกับเรื่องก่อน   อิงกับท่าทางผู้หญิงอย่างนั้น   ก็คือเข้าในสภาพความฝันอย่างนั้น  เงียบสงบ  คุณจะกลายเป็นองค์หญิง  แล้วท่าทางที่จะแสดงออกมานั้น ถึงจะนิ่มนวลได้ หากว่าปกติแล้วคุณมีอะไรที่ฉุน  หรือว่าอารมณ์ยังไม่สงบ  แล้วคุณก็จะมือไม้แข็งทื่อเลย แล้วคุณจะกลายเป็นหญิงที่มีกำลังอย่างนั้นไปเลย   ถ้าอย่างนั้นจะทำให้คนอื่นตกใจรู้ไหม

พิธีกร : แล้วเคยร้องแบบนี้ให้คุณแม่ฟังไหม?

โหย่วเผิง : ร้อง  เพราะว่าช่วงนั้นคุณแม่มาอยู่ที่ปักกิ่ง  มาเป็นเพื่อนกับผม  ก็คือตอนที่เริ่มเรียน งิ้ว  จนถึงเวลาที่จะถ่ายทำ  คุณแม่ผม  เพราะว่าจริงๆแล้วคุณแม่ไม่มี   พูดจริงๆแล้ว  ท่านไม่เคยสัมผัสเรื่องนี้เลย  ก่อนหน้านี้พวกเราเป็นคนสนใจอย่างอื่น  ฉะนั้นผมก็เลยเปิดเพลงงิ้วในบ้านอย่างไม่หยุด  เปิดจนตอนหลังคุณแม่ก็รู้สึกว่าเพลงงิ้วนี้ไม่เลวเลยนะ


พิธีกร : แล้วมาดูลูกชายว่า โอ้ลูกชายตอนนี้ไม่เลว  เปลี่ยนเป็นอย่างนี้แล้ว

โหย่วเผิง : ใช่  แท้จริงคุณแม่สนับสนุนมากๆเลย  ผมยังรู้สึกว่าคุณแม่เป็นคนที่ยิ่งใหญ่จริงๆ เพราะท่านได้มองสิ่งนี้เป็นศิลปะ  ไม่เหมือนก่อนนี้ที่ทุกคนคิดกันว่า ทำไมลูกที่โตและดีอย่างนี้แล้วไปทำอย่างนั้นล่ะ   จริงๆ แล้วคุณแม่ผมนั้นไม่ว่าอะไร   ยิ่งกว่านั้นท่านคิดว่า  จริงๆ แล้วเป็นวิชา(ความรู้)อย่างหนึ่งที่ดีมาก


พิธีกร : ในตอนนั้นคุณไม่เพียงแต่กังวลกับคุณแม่   คุณยังกังวลถึงแฟนคลับคุณด้วยว่า  จะยอมรับได้ไหม

โหย่วเผิง :  จริงๆ แล้วตัวผมเองก็หวังที่จะมีการทะลุทะลวง   ตลอดเวลาผมไม่อยากจะให้ตัวเองเป็นเพียงแค่นักแสดงเท่านั้น  เพราะว่าผมไม่เคยที่จะสนใจว่าจะสวยหรือน่าเกลียด  อะไรอย่างนั้น   จริงๆแล้ว ในใจผมนั้นไม่เคยสนใจว่าบทจะเป็นอย่างไร  ผมนั้นจริงๆไม่อยากจะให้ทุกคนคิดว่าผมแสดงได้แต่เพียงบทอย่างนี้อย่างเดียว   หรือว่าจะแสดงบทที่ดีๆ สุภาพๆ  หรือว่าในเรื่องมีแต่เรื่องราวความรักอะไรอย่างนั้น

พิธีกร :  แล้วบทนี้จะถือว่าเป็นบทที่พวกเราเห็นคุณทะลุทะลวงได้เยอะที่สุดหรือเปล่า

โหย่วเผิง :  ปัจจุบัน ใช่   แต่อนาคตจะมีบทที่ทะลุทะลวงมากกว่านี้อีกหรือเปล่านั้น  ผมเองก็ยังไม่รู้  แต่ว่าผมเองก็หวังที่จะทะลุทะลวงตัวเอง  เพราะว่าจะเป็นอย่างบทแบบนี้นั้นหาได้ยาก ยากจริงๆ  เหตุเพราะหน้าที่การงาน ทำให้คุณต้องไปสัมผัสกับสิ่งที่คุณไม่เคยทำมาก่อน ใช่ แล้วคุณก็สามารถที่จะไปเรียนรู้วิชาใหม่ๆเพิ่มอีกด้วย  จริงๆแล้ว  เรื่องนี้มันสนุกดีเหมือนกัน

พิธีกร : ถ้างั้นพวกเราลองถามทุกคนที่นี่ บท ไป๋เสี่ยวเหนียน นี้พวกคุณยอมรับได้ไหม

ทุกคน : รับได้






















Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 08:32:29 AM »





พิธีกร : ดูไปแล้วทุกคนก็ยอมรับได้  ทะลุทะลวงได้สำเร็จ  และนี่ฉันเองก็รู้สึกว่า นี่ก็นับว่าเป็นความสำเร็จเล็กน้อยในชีวิตแห่งการแสดงของคุณ  แต่ว่าพูดไปหลายอย่างแล้ว  ตัวฉันเองก็ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่   รู้ไหมว่าอะไรที่ทำให้ฉันไม่พอใจ   คุณรู้ไหมหลายปีแล้ว อยู่ในวงการบันเทิงมาหลายปีแล้ว  ไม่ค่อยมีเรื่องข่าวลือให้มาเม้าท์กันเลย  ด้วยเหตุนี้ ฉันเลยได้ไปทำการสำรวจ  คุณรู้ไหม นั่งดีๆนะ

โหย่วเผิง :  จากนี้จะมีสาวๆ ออกมายืนข้างหน้า ให้ผมเลือกเลยหรือ?

พิธีกร :  คุณอย่าตกใจ เพราะว่าฉันได้ข่าวลือนิดหน่อยมาว่า เอาล่ะ พวกเรามาดูกัน มา ออกมาได้แล้ว  นักข่าวของฉัน  มาๆๆๆ น่ารักจริงๆเลย
 
โหย่วเผิง :  นี่เป็นแฟนสาวน้อย  4  คนของผม

พิธีกร :  เขามีความสัมพันธ์อะไรกับพวกคุณ พวกคุณเรียกเขาว่าอะไร มา หนึ่ง สอง สาม

สี่สาวน้อย :  เปี่ยเปีย
 
พิธีกร : เปี่ยเปีย หมายถึงอะไร

สี่สาวน้อย :  คุณพ่อ

พิธีกร : พวกคุณ 4 คนเรียกเขาว่า คุณพ่อ   แล้วคุณยอมรับไหม

โหย่วเผิง :  ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าผมมีลูกแต่เด็กละซิ

พิธีกร :  พวกเขาเรียกคุณเป็นพ่อ  แล้วคุณแยกแยะออกไหม  คุณพ่อ คุณ แยกออกไหม  พวกเขานั้นยืนกันเอง คุณลองมาดูซิ

โหย่วเผิง :  นี่พี่ใหญ่  ผมๆๆ    คุณรู้ไหมว่า เด็กผู้หญิงไม่เห็น 2-3 เดือนก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากเลย

พิธีกร :  จริงๆหรือ  โอ้ เขาปวดหัวแล้ว ให้เขาปวดหัวบ้าง
 
โหย่วเผิง :  คุณเป็นน้องสามใช่ไหม  ไม่ใช่หรือ  ผมไม่ไหวจริงๆปวดหัวแล้ว  อย่าทดสอบผมเลย

พิธีกร : หัวโตแล้ว

โหย่วเผิง : หัวโตแล้ว

พิธีกร : เอาล่ะ มา อย่างนี้ ฉันจะนับสาม สอง หนึ่ง แล้วพวกคุณเรียงกันเองนะ ดีไหม....เอาล่ะ  หนึ่ง สอง สาม  เริ่ม

โหย่วเผิง :  เธอเป็นน้องเล็กนี่นา  ยังมาหลอกเรา

พิธีกร : อย่างนี้ถึงถูกต้อง แล้วพวกคุณมีความสัมพันธ์อะไรกับเขา

น้องสอง : พวกเราคือตอนที่ถ่ายทำภาพยนตร์นั้น  จึงมีความสัมพันธ์กับเขานิดหน่อย

พิธีกร : แล้วถ่ายภาพยนตร์เรื่องอะไร

น้องสอง : เล่นเรื่อง  4 กามเทพ


บรรยาย : พวกเขาเป็นเด็กน้อยที่น่ารักที่ได้ร่วมแสดง  “4 กามเทพ” ต้าปิง  เสี่ยวชิง เสี่ยวอี้ เสี่ยวเจี๋ย


พิธีกร : งั้นลองพูดซิ การที่พวกคุณเรียกเขาว่า  พ่อ   แล้วเขาเป็นพ่อที่ดีไหม

โหย่วเผิง :  น่าจะไม่เลวนะ

พิธีกร :  อย่าชี้นำ

โหย่วเผิง :  แล้วทำไมต้องไม่

พิธีกร :  ทำไมไม่ล่ะ ใช่  เขาอยากจะรู้ว่าทำไมไม่

น้องสาม : เขาลำเอียง

โหย่วเผิง :  ผมจะรักแม่มากกว่า














Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 08:42:07 AM »




ทุกคน :  ไม่ใช่  คุณชอบต้าปิงที่สุด  เขาชอบพี่ใหญ่

พิธีกร :  พวกเขาอิจฉาเป็นนะ.......จริงๆ เขาบอกว่าชอบคุณ เป็นความจริงไหม

ต้าปิง :  ใช่

พิธีกร :  ตัวเขาเองก็ยังยอมรับเลย......คุณจริงๆไหม  คุณลำเอียง

สี่สาวน้อย : ตัวเขาเองจะไม่รู้สึกอย่างนั้น

พิธีกร : แล้วทำไมพวกคุณถึงบอกว่าเขาลำเอียง

โหย่วเผิง : พวกเขารู้ดีกว่าผม

พิธีกร :  แล้วทำไมพวกคุณบอกว่าเขาชอบพี่ใหญ่ เอาไมค์ด้วย

น้องสาม : มีครั้งหนึ่งในงานแถลงข่าว เขาบอกว่า หากจะหาแฟนต้องหาอย่าง ต้าปิง

พิธีกร : โอ้ เป็นความในใจเลยนะ แล้วต้าปิงเป็นคนอย่างไร  บรรยายบอกให้กับเรารู้หน่อย 

โหย่วเผิง : จริงๆแล้วเพราะว่าพวกเขา อายุก็ยังเด็กอยู่ เวลาเราถ่ายภาพยนตร์นั้นก็มักจะลำบาก เช่น ถ่ายทำจนถึงดึกๆ ไม่สามารถที่จะนอนได้  แล้วพวกเราก็อาจจะมีอารมณ์เสียบ้าง  อะไรอย่างนั้น   ต้าปิงเพราะว่าเป็นคนที่โตที่สุดของพวกเขา   ฉะนั้นบางครั้งก็จะปลอบใจทุกคน   ก็จะรู้ความมากกว่า    แล้วเข้าใจคนอื่นมากกว่า

พิธีกร :  อ้อ  ฉันดูแล้วต้าปิงน่ารักมากๆ  วันนี้ฉันเห็นทุกคนเข้ามาที่นี่  มือแต่ละคนก็ล้วนถือของอยู่ตลอดด้วย  ทุกคนก็ถือหนึ่งอย่างเป็นอะไร  คุณทำตกเป็นคนพูดก่อน นี่หมายความว่าอะไร ที่มือพวกคุณได้ถือมา

น้องเล็ก :  นี่เป็นของขวัญที่จะมอบให้คุณพ่อโหย่วเผิง

โหย่วเผิง :  นี่คืออะไร เป็นเสือใช่ไหม

น้องเล็ก : ใช่  เสือ สี่ปีเสือ  สีเสือมีศรีสุข   มีความสง่าดังเสือ

พิธีกร : โอ้ น่ารักมากๆ

โหย่วเผิง : ตอนนี้ผมรักคุณที่สุดแล้ว

พิธีกร : เปลี่ยนไปเร็วจังนะ  คุณเปลี่ยนใจเก่งมาก..... เอาล่ะ ต้าปิง เขาชอบคุณที่สุด

ต้าปิง : สิ่งที่ฉันจะมอบให้โหย่วเผิงเป็นเสือตัวหนึ่งที่เล่นกีต้าร์  เพราะว่าเป็นไกวไกวหู่  เลยจะมอบเสือให้คุณ

โหย่วเผิง :  ขอบใจคุณนะ

พิธีกร :  ไกวไกวหู่ ดีขนาดไหน

โหย่วเผิง :  เอาล่ะ ผมได้มาแล้ว 2 ตัว  ถ้า 4 ตัวแล้วสามารถจะแลกอะไรบ้าง
 
พิธีกร :  ถ้าได้ถึง 4 ตัว  สามารถแลกคุณแม่

น้องสอง :  สิ่งที่ฉันจะมอบให้กับคุณพ่อโหย่วเผิงเป็น  หงอคง ตัวหนึ่ง หวังว่าคุณจะเป็นดังเทพผู้ยิ่งใหญ่  หนุ่มแน่นสดใส

โหย่วเผิง :  ยังมีความคิดที่สร้างสรรค์มากเลย ขอบใจ

พิธีกร : ให้สดใสเหมือนกับเทพผู้ยิ่งใหญ่ แปลงร่างได้ 72 อย่าง















Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 08:54:41 AM »




น้องสาม : นี่เป็นสิ่งที่ฉันจะมอบให้กับคุณพ่อโหย่วเผิง เป็นแค๊ดดี้   เพราะว่าฉันอยากจะให้คุณพ่อโหย่วเผิงหาแฟนที่น่ารักเหมือนกับแค๊ดดี้

โหย่วเผิง :  แล้วคุณแม่ล่ะจะทำอย่างไร

พิธีกร . เข้าใจพูดจริงๆ

น้องเล็ก :  ที่เขาพูดถึงก็คือ คุณแม่

พิธีกร :  ให้รีบเชิญคุณแม่ของพวกหนูขึ้นมา
 
สี่สาวน้อย :  เสี่ยวไป๋
 
พิธีกร : เรียกเสี่ยวไป๋  นี่ทำไมเหมือนกับอันนั้น  ยินดีต้อนรับ พวกเรายังจะขอเรียนเชิญผู้กำกับ  4 กามเทพของเรา  หวังไฉเทา เชิญค่ะ คุณสังเกตไหม ขณะที่เดินขึ้นมานั้น ทันใดคุณแม่ก็ไปยืนข้างๆ คุณพ่อเลย  เด็กๆ ยังยืนอยู่ ลูกๆ ทุกคน พวกเราหลีกช่องว่างให้คุณพ่อกับคุณแม่กันดีไหม ต่อจากนี้เราจะพูดเรื่องผู้ใหญ่แล้ว  ฉะนั้นพวกหนู พวกหนูไปอยู่กับผู้กำกับเทานะดีไหม (ดี) ดี ไปเลยนะ


โหย่วเผิง : ก็อยากจะแนะนำกับทุกคนหน่อยเลยนะ ในเรื่องนั้นเธอเป็น  ตอนหลังพวกเราก็ได้เป็นครอบครัวเดียวกัน (ใช่ๆ ) ในเรื่องนั้นเธอชื่อ ไป๋เสี่ยวไป๋ - เหยียนตันเฉิน

ตันเฉิน  : ฉะนั้นฉันเชื่อเสี่ยวเปีย

พิธีกร :  เชิญนั่งๆ ทั้ง 2 คนเลย



บรรยาย :  ภาพยนตร์ 4  กามเทพในเรื่อง  จ้วนซือหวังเหล่าอู่ กับฉีปอหลินได้ร่วมงานกัน จนได้พบกับแม่ลูก 4 คน   กับฉีปอหลินที่ไม่เคยเชื่อในความรัก  สุดท้ายถูกความซื่อของเสี่ยวไป๋ทำให้เขาประทับใจ จนไปขอแต่งงานกับเธอ ในเรื่องนั้นจะสื่อถึงเรื่องราวความรักของชายหญิงในเวลานั้น แล้วกับโหย่วเผิงที่เป็นชายโสดจะมีท่าทีอย่างไรกับเรื่องราวความรักล่ะ แล้วในรายการก็มีแฟนเพลงได้มาบอกรักกับเขา แล้วเขาจะตอบสนองอย่างไร


โหย่วเผิง : ผมไม่ใช่ว่าไม่เชื่อมั่นในความรัก  เรื่องชีวิตครอบครัวนั้นสำหรับเรื่องนี้แล้ว  ผมเองคิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องจริงๆ จังๆ   ก็เลยไม่ได้คิดเรื่องนี้อย่างจริงๆจังๆ  อย่างหนึ่ง คือ ตอนนี้หน้าที่การงานยุ่งมาก  บางครั้งผมจะรู้สึกว่า หลังจากที่แต่งงานไปแล้ว ก็คือเรื่องของการแต่งงานหรือครอบครัวนั้น   สำหรับผมยังคิดว่าตัวเองยังไม่ค่อยเข้าใจมากพอ  ผมมีเพื่อนนักเรียนหลายคน ตอนนี้พวกเขาก็แต่งงานไปแล้ว  แน่นอนพวกเราไม่ได้ทำอาชีพนี้  ก็คือเป็นคนปกติทั่วไป เมื่อดูชีวิตคู่ของพวกเขาแล้ว  ก็จะรู้สึกว่า เอ้ ยังพอไปได้  แต่สำหรับผมแล้ว  ผมก็ยังคิดว่าจริงๆ แล้วก็เหมือนกับในเรื่อง ความรู้สึกอย่างของฉีปอหลิน ก็คือยังไม่มั่นใจว่า ผมสามารถที่จะทำเรื่องนี้ได้


พิธีกร : งั้นฉันมาถามเพื่อนที่อยู่ในรายการกับพวกเราที่นี่ อยากจะถามทุกคนว่า ตอนนี้ใครยังเป็นโสดอยู่ช่วยยกมือหน่อย นี่เป็นภาพยนตร์เรื่องราวความรักของคนในยุคนี้  ได้สื่อถึงคุณค่าของความรักของวัยรุ่น ใช่ไหม แท้จริงแล้วคนที่มาถึงที่นี่ก็ล้วนเป็นวัยรุ่นกัน ฉันอยากจะฟังความคิดของพวกคุณ  ทำไมถึงยังเป็นโสดอยู่ โอ้  คุณทำท่าแคะจมูกหรือเปล่า หรือว่า  เอาคุณแหล่ะ

หนุ่ม : ก็คือ  ที่คนอื่นมองผม  รักผม  ผมก็ไม่ค่อยชอบ  แต่ที่ผมไปชอบนั้นดันเป็นคนที่มีเจ้าของแล้ว

โหย่วเผิง :  ปกติแล้วควรจะตาสูงแต่มือต่ำ















Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 รายการ Five Star Night Talk ; 15 July
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 09:04:30 AM »




พิธีกร :  เอาล่ะ ต่อ ฉันจะถามผู้หญิงบ้าง ผู้หญิง คุณพ่อ คุณแม่ พวกคุณจะต้องไปดูแลลูกๆไหม

โหย่วเผิง  : แม่ไป พวกเรามาฟังเด็กๆ เขาพูดอะไรดีไหม ลองดูว่าพวกสาวน้อยจะคิดอย่างไรกัน

สี่สาวน้อย : อย่ามีความรักก่อนวัยอันควร
 
พิธีกร :  เอาล่ะฉันอยากจะฟังอีก เอาล่ะ ผู้หญิงคนนี้ เอาไมค์ให้เธอ
 
หญิง :  จริงๆ แล้วกำลังรอคอยคนหนึ่งที่รู้ว่า เอื้อมไม่ถึง

พิธีกร :  ฉันรู้ความหมายของเธอแล้ว

โหย่วเผิง :  ผมเองก็เข้าใจ

พิธีกร :  แล้วคุณมีอะไรจะตอบไหม

ตันเฉิน :  ส่งแค๊ดดี้ให้เธอซิ น่ารักดี  เร็วๆ

เด็กๆ  : พวกเราจะโกรธนะ


พิธีกร :  เขาโกรธนะ  ยินยอมดีไหม

เด็กๆ :  แม่  แม่ไม่ปวดใจหรือ

ตันเฉิน :  ไม่มีปัญหา


พิธีกร :  แม่  แม่ไม่โกรธหรือ เด็กได้พูดออกมาแล้ว

ตันเฉิน :  สายเชือกที่เป็นของจริงนั้นอยู่กับฉันไม่เห็นหรือ

โหย่วเผิง :  ดูซิ  จะเดินไปก็เดินไม่ได้

พิธีกร :  เมื่อกี้ทุกคนก็พูดแล้ว  เป็นความคิดของพวกเขา   บอกการที่พวกเขาอยู่โสดว่าเพราะอะไร แล้วคุณล่ะ การที่คุณอยู่โสดนั้น  คุณกำลังรอคอยผู้หญิงแบบไหนกัน







โหย่วเผิง :  พูดคำเดียวคงไม่จบ  ก็ประมาณเสี่ยวไป๋อย่างนี้แหล่ะ

พิธีกร :  งั้นพวกเราก็จะขอนัดพวกคุณไว้เจอกันในจอภาพยนตร์ก็แล้วกัน  พวกเรามีร่วมยืนยันความรักที่สวยงามของพวกเขา 2 คน
 
โหย่วเผิง :  นี่ป็นรูปครอบครัว

พิธีกร :  นี่เป็นรูปครอบครัว น่ารักมากๆ มาๆๆ  4 สาวน้อยที่น่ารัก มาบนเวทีนี้ มา ให้เรามาเก็บรูปครอบครัวที่โรแมนติกกันดีไหมมาๆๆ




The End



Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8809
    • ดูรายละเอียด

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8809
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 Five Star Night Talk
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: มกราคม 30, 2016, 08:55:35 AM »

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8809
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 Five Star Night Talk
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: มกราคม 30, 2016, 09:20:57 AM »