ผู้เขียน หัวข้อ: 2010 Men's Uno  (อ่าน 3830 ครั้ง)

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
2010 Men's Uno
« เมื่อ: ธันวาคม 18, 2010, 06:32:55 AM »

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 Men's Uno
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 16, 2011, 11:37:00 AM »
วันที่ 23 ธันวาคม ปี2010

ซูโหย่วเผิง  Men's Uno   หนังใหญ่โชว์แสดงเต็มหน้า    ความสบายใจที่ได้และพลาด

งานภาพยนตร์รางวัลช่อดอกไม้ไก่ทองคำปี 2010 ขณะพิธีกรประกาศ ซูโหย่วเผิง โดยหนังเรื่อง  The message  ในบทบาท ไป๋เสี่ยวเหนียน เมื่อได้รับรางวัลนักแสดงตัวประกอบฝ่ายชายยอดเยี่ยม มุมกล้องได้จัดไปที่ซูโหย่วเผิง โหย่วเผิงแสดงอาการตกใจผิดปกติอย่างชัดเจน    “ได้เกินความคาดคิดแล้ว    จิตใจไม่มีการเตรียมตัวใดๆทั้งสิ้น    เกือบจะตกใจเป็นลม”    เกี่ยวกับเรื่องหลายปีมานี้มากล่าวถึงถูกตั้งตำแหน่ง” ดาราขวัญใจ-ไอดอล”ของนักแสดงมาโดยตลอด    วันนี้ได้รับรายการรางวัลแขนงนี้ แท้จริงได้มาไม่ใช่ง่ายๆ

วันนั้น ซูโหย่วเผิง อยู่บนเวทีร้องไห้ออกมาแล้ว

หวนระลึกเหมือนร้องเพลงเพลงหนึ่ง

กรกฎาคม ปี 1988  ชื่อรายการหนึ่งคือสถานีโทรทัศน์หัวซื่อไต้หวันทำรายการ(ละครซิทคอม)ใหม่รายการหนึ่งคือ “ ชิงชุนต้าตุ้ยค่าง ”   “หงไป๋เกอหุ้ย” ชุมนุมดาราแดงขาว วงขวัญใจที่ไต้หวันเนื่องจากการแสดงแบบใหม่ๆและเครื่องแต่งกายทันสมัย    รายการนี้ได้รวบรวมเพลงของนักเรียนวัยเยาว์ ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะครั้งใหญ่    ในรายการ    โดย อีเหนิงจิ้ง, เฉาหลิน,  และลี่ชิง  นักเรียนหญิงทั้ง 3 คนก่อตั้งเสี่ยวเมาตุ้ย    เริ่มรับผิดชอบต่อหน้าที่   (ชิงชุนต้าตุ้ยค่าง)   ส่วนหนึ่งของผู้ดำเนินรายการ    เพื่อผู้ดำเนินรายการแบ่งแยกเพศเสมอเท่าเทียมกันปรับตัวเดี่ยวๆ    บริษัทไคลี่ ตัดสินใจแนบติดใบโฆษณารับผู้สมัครชาย 3 ท่าน    ก่อตั้งเสี่ยวหู่ตุ้ย    ได้ผ่านการคัดเลือกทีละชั้นรวมทั้งเรื่องระบำ   ความสามารถร้องเพลงของการคัดเลือก    “เสี่ยวหู่ตุ้ย” 3 ท่าน ท้ายสุดชนะการคัดเลือกกลายเป็นนักแสดง   เป็นอู๋ฉีหลง ฉายา “พีลี่หุ่”อายุ 18 ปี ,   เฉินจื้อเผิง ฉายา”เสี่ยวสร้อยหู่” อายุ 17 ปี    รวมทั้งอายุเพิ่ง15 ปี ซูโหย่วเผิง ฉายา “ไกวๆหู่”


ปีนั้น ซูโหย่วเผิง มีฉายา “ไกวๆหู่” เพราะว่าเขาช่างฉลาดแสนเชื่องจริงๆ    ในปีนั้น    เขายังเก็บทรงผมสั้นเกรียนของนักเรียนไว้    ระหว่างยกแขนก้าวเท้าเส้นผมล้วนแยกกระจายสู่ยุคศตวรรษปีที่ 80 ด้วยความประทับใจของวัยหนุ่มโรงเรียนนักร้อง   


ปีนั้นบริษัทชูฮู คาดหมายคือ    เริ่มแรกจะเอาเสี่ยวเมาตุ้ยเป็นตัวเอก    สุดท้ายก็ไม่ได้โด่งดังมาโดยตลอดและแล้ว    จึงกลายเป็นตัวประกอบของเสี่ยวหู่ตุ้ย    ซึ่งในรายการของดนตรีจึงกลายเป็นทหารเอกโด่งดังขึ้น    เรื่องคือ    พวกเขาได้เซ็นสัญญากับบริษัทค่ายเพลง “เฟยเตี๋ย-UFO” อย่างรวดเร็ว    กลายเป็นวงบอยแบรนด์แรกที่ตั้งวงโดยเป็นวัยรุ่น-วัยเรียน   ในที่สุด เสี่ยวหู่ตุ้ยซึ่งตัวเองมีอุปนิสัยชอบระบำร้องเพลงเป็นพิเศษ    ลักษณะท่าทางนิสัยและรูปเอกลักษณ์ภายนอกมีความเจริญเฉกเช่นตะวันฉายแสง    กวาดเรียบเวทีร้องเพลง    3 คนยังเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมผมสั้นเกรียนๆ    ถูกเทียบลักษณะเหมือนมังกรแผ่ลมพายุทะเลคำราม    ใช้ระบำการเต้นของวัยหนุ่มและจิตใจกระตือรือร้นของเสียงเพลง  กวาดเรียบทุกๆรางวัลไปทั่วทั้งเอเชีย


ในปีนั้น    เสี่ยวหู่ตุ้ยได้ออกอัลบั้ม  ไฉ่เซ่อเทียนคงไฉ่เซ่อม่ง-《彩色天空彩色梦》,ชิงผิงกั่วเล่อเหยียน-《青苹果乐园》ทำนองเดี่ยวสองเพลง    รวมทั้งเครื่องหมายวงของตัวเอง    อยู่ตามด้านหัวตรอกซอกซอยในไต้หวัน    ทุกแห่งหนสามารถมองเห็นบางกลุ่มวัยหนุ่มสวมใส่เสื้อคอกลม (T—Shirt) มีเครื่องหมายพิมพ์เสี่ยวหู่ตุ้ย    พร้อมตามตรอกซอกซอยในเมืองผู้คน ใช้สีสะเปรย์พ่นใส่เครื่องหมายเหมือนตัวอักษรของเสี่ยวหู่ตุ้ย    รำลึก ซูโหย่วเผิง ขึ้นมา    วันเวลาของวันนั้นผ่านพ้นไปเหมือนรางๆมืดมน    ไม่ว่าบุคคลผู้ใดล้วนกล่าวว่า    พวกเขากำลังสร้างตัวทำยุคของพวกเขา    แต่ว่ามากล่าวเรื่องเกี่ยวกับเด็กๆไม่ชำนาญในโลกกว้าง 3 คน    ป้ายประกาศถูกคัดเลือกดีเด่นเหล่านั้น    ทั้งเงินเดือนไม่มากนัก    อีกทั้งสามารถกล่าวถึงอะไรอย่างชัดเจนละ?
 
 
จำได้ว่าทุกครั้งเข้าร่วมการแจ้งประกาศ    ซูโหย่วเผิงล้วนหัวเราะฮีๆมาถึงลานสนาน    เมื่อถึงวันหนึ่งแจ้งประกาศสิ้นสุดลง    เขายังคงกลับไปโรงเรียนไปเรียนต่อ    “เรื่องจริงๆแล้วเพียงแต่เป็นนักเรียนทั่วไป    เพื่อหาเงินกับผู้ซื้อเทปบางกลุ่ม”  ซูโหย่วเผิงพูดว่า    ตั้งแต่เล็กๆเขาชอบฟังเพลงภาษาอังกฤษ    สสารวัตถุอันนั้นตรงข้ามการขาดแคลนของเดือนปี    ร้องเพลงอังกฤษได้ไม่กี่เพลง    เป็นเรื่องราวที่ลมๆแล้งๆอย่างแน่นอน    จำได้ว่าในปีนั้น    ผมยังชอบ  ไมเคิล แจ็คสัน, โบลตัน, มาดอนนา     แต่ว่าเรื่องนักเรียนคนหนึ่งที่มากล่าวถึง    แม้กระทั่งซื้อการ์ดเงินก็ยังไม่มี    ขณะอยู่เสี่ยวหู่ตุ้ย    ดิ้นรนหาเงินก้อนส่วนนั้น    คือพอเหมาะพอดีที่ผมสามารถซื้ออัลบั้มนั้นได้     





Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 Men's Uno
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 17, 2011, 10:33:21 AM »

20 ปีก่อน    ซูโหย่วเผิง ขณะอยู่เสี่ยวหู่ตุ้ยเคยร้องเพลงของ เฉินเล่อหรง ซึ่งได้เขียนบทเพลงชื่อ  (ซือเนี่ยน
จิ้วเซี่ยงอี้โส่วเกอ) เพลงๆหนึ่งคล้ายระลึกถึง/วัยหนุ่มเขียนกระแสสายตาทุกดวง/หากการรอคอยนำมาความเจ็บปวด/ไม่คิดอยากไปรอคอยอีก ไม่คิดอยากไปรอคอยอีก เพลงๆนี้    เมื่อเขารำลึกขึ้นมา    ช่วงเวลาวัยหนุ่ม    คล้ายสายแม่น้ำเล็กๆสายหนึ่ง    เสียงน้ำเคลื่อนไหล    แต่ว่าไปแล้วไม่หวนกลับมา    “วงการนักแสดงคล้ายเส้นถนน หนทางที่ไม่หวนกลับ”    สักวันหนึ่งก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จ    จึงมีแต่ตามเวลาไปค่อยๆศึกษาเรียนรู้จนโต

 
จางอ้ายหลิงเป็นหนึ่งในนักประพันธ์ที่ ซูโหย่วเผิง ชื่นชอบคนหนึ่ง    ไม่ว่าเขาจะเคยผ่านการแสดงนับได้ไม่กี่ครั้ง    “ขอเพียงมีคนเขียนบท    ผมก็ออกแสดง หูหลันเฉิง”    แต่ว่า ซูโหย่วเผิงยังคงทำไม่ชัดเจน    ทำไมจางอ้ายหลิงถึงพูดเช่นนั้น   “ การมีชื่อเสียงต้องถือโอกาสเริ่มแรก”     


ต่อไปนี้ทางจอเงิน   

หลังจาก (ซิงๆเตอเวียหุ้ย-นัดพบของดวงดาว)ซูโหย่วเผิง จึงไปเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายเจี้ยนกั๋วเมืองไทเป    สอบเข้ามหาวิทยาลัยสาขาวิชาวิศวกรรมช่างกลไต้หวัน    ไม่นาน    เฉินจื้อเผิงถูกเกณฑ์ทหาร    เสี่ยวหู่ตุ้ยแยกย้ายจากกันชั่วคราว    ปี 1992    ซูโหย่วเผิงตัดสินใจเริ่มออกฉายเดี่ยว    ก่อนหน้านั้นได้ออกอัลบั้มว่า   หว่อจื้อเย่าหนี่อ้ายหว่อ,เติ้งไต่หน่าอี้เทียน,เจินซีเตอเป้ยเปา,อ้ายส้างหนี่เตออี๋เชี่ยสื้อฉิง, ซางโข่ว,โจ่ว  ออกอัลบั้มหลายเพลงเป็นต้น    ขณะนั้น ซูโหย่วเผิง และ อู๋ฉีหลง  หลินจื้ออิ่ง  จินเฉิงอู่  ทั้ง 3 คนถูกคนไต้หวันขนามนามว่า “สื้อเสี่ยวเทียนหวัง”(จตุรเทพแห่งไต้หวัน)
 

ณ . เวลานี้    อาศัยเสียงเพลงอยู่ในวงการมาหลายปีซูโหย่วเผิง เตรียมตัวกระโดดโลดเต้นบนจอภาพยนตร์อาศัยหนังเรื่อง    Forever Friends เล่นเป็น ทหารหลอจื้อเฉียง     หนังเรื่อง ฉิงเซ่อ เล่นเป็น เหล่าอู่    สุดท้ายยังเป็นการทดสอบหนังเรื่ององค์หญิงกำมะลอ รับบท อู่อาเกอ  พร้อมกลายเป็นจุดเดือดบนจอโทรทัศน์อีกครั้งหนึ่ง


“บางครั้งคิดว่าตัวเองถึงถูกเลือกเป็นนักแสดง ก็คล้ายเรื่องอยู่ในที่มืดๆ”    บนความเป็นจริง    มีอยู่ครั้งหนึ่ง ซูโหย่วเผิง อยากเป็นนักสร้างดนตรีอยู่เบื้องหลังจอหนัง    และแล้วทุกอย่างในชีวิตประสบกันอย่างพอเหมาะพอดี ทุกๆครั้งได้พักดันเขาขึ้นเวทีการ    4 ปีก่อน    หนังละคร   (หอมกลิ่นดอกเบญจมาศ)   เพื่อให้ ซูโหย่วเผิง ได้แสดงละครเวลทีอีกครั้งหนึ่ง    ต่อมา    เขาอยู่ในละครแก้ไขเส้นทางภาพยนตร์ครั้งใหญ่    คล้ายกับทุกครั้ง    ล้วนท้าทายต่อสู้บทบาทชนิดแตกต่างกัน    ทำให้ตัวเองจาก 20 ปีก่อน “ไกวๆหู่” ถึงวันนี้บทบาทต่อไปไม่ทราบ


ซูโหย่วเผิงที่มองเห็นมา    ทุกขั้นย่างก้าวของตัวเอง    ล้วนมีหัวข้ออิสระ    สักวันหนึ่งธุรกิจขึ้นๆลงๆประสบผ่านไป    จึงต้องทะนุถนอมดำรงชีพทุกครั้งนำพาโอกาสมา    เขาเปิดเผยว่า    เวลานี้ก็อยากยืนหยัดหนักแน่นของการถ่ายภาพยนตร์    เรียบเรียงคิวถ่ายภาพยนตร์    นำบทบาทแสดงให้ดี    เพียงเท่านี้ก็พอ     

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 Men's Uno
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 17, 2011, 10:52:19 AM »
เป็นดาราคนใหม่ตลอดกาล

ในหนัง   The message บทบาท ไป๋เสี่ยวเหนียน สลับซับซ้อน    เขาเป็นข้าราชการทหารเรือท่านหนึ่ง  ละครงิ้วร้องเพลง    ก็มีความตื่นเต้นกระตือรือร้นเป็นพิเศษ    และแล้ว    บทบาทของเขาชัดเจนสุด    อุปนิสัยของเขาเปิดเผยตรงๆ    บริสุทธิ์แต่อ่อนแอ    ในภาพยนตร์ทั้งเรื่อง    ส่วนบทบาทแสดงก็ไม่มาก    แต่ว่าเล่นเป็นตัวประกอบคนหนึ่ง    จึงทำให้คนสายตาสว่าง
   
คล้ายเหมือน     ขณะมีการลอกคราบบทบาทผู้คนล้วนชมเชยฝีมือการแสดงของ ซูโหย่วเผิง    เพียงในใจของเขามีแต่เสียงถอนหายใจ         เมื่อได้รับบทละคร    ซูโหย่วเผิง ตรวจอย่างละเอียดลออใบกระดาษรายการนักแสดง    จางหันหวี่,หวังจื้อเวิน,โจวสวิ้น,หลี่ปิงปิง......ล้วนโดดเด่นทั้งสิ้น    ใบกระดาษคึกคักของนักแสดงเรียกว่า “ฝีมือการแสดง”    หัวข้อคือสายลับสงคราม    เกือบจะไม่เคยสัมผัสหัวข้อมาก่อน


 “จำได้ว่าวันแรกถ่ายภาพยนตร์    ผมเก็บงาน NG นับครั้งไม่ถ้วน    หากจำไม่ผิด    วันนั้นไม่มี Take หนึ่งสายตอนเย็นวันนั้น    ซูโหย่วเผิงกลัดกลุ้มจึงแยกย้ายออกจากกองถ่าย    พนักงานส่งข้าวเย็นเข้าไปในห้องของเขา    ในวันนั้น    ซูโหย่วเผิง ก็ไม่ได้นอนหลับ    เขาคิดทบทวนบทบาทคาดหวังผู้กำกับเป็นอย่างไรบ้าง   ในคืนนั้น    เฉินกั๋วฝู้   เกาฉวินซู นำพา ซูโหย่วเผิงเข้าไปใน “ห้องลับ”    “พูดเรื่องหนัง”อีกครั้งหนึ่ง    ผู้กำกับทำใจปกติทำเพื่อผมบอกกล่าวแก่พวกเขา หวังมองเห็น ไป๋เสี่ยวเหนียน เป็นลักษณะอย่างไร    แต่ว่าพวกเขายิ่งเกรงใจมากขึ้น    ความกดดันของผมยิ่งมากขึ้น    ซูโหย่วเผิง ในคืนนั้น    ยังคงรู้สึกถอนหายใจเบาๆ    “ผมคิดรูปลักษณะไม่ออก    อารมณ์อย่างนี้จะถูกลากไปยาวนานแค่ไหน”
     

ในวันที่ 2 อีกวัน   ซูโหย่วเผิง ยังคงไม่ทานข้าวมื้อเที่ยง    ขณะเขาลงชั้นล่างอีกครั้ง    เมื่อมาถึงสถานที่ถ่ายทำ อารมณ์ของผมเฮือกหนึ่งก็ถูกลืมหมด    “ดันขึ้นสู่หัวสมอง”    ขณะนั้นผมคิดว่า    ผมครั้งนี้ต้องดันแตกปริออกไปแล้ว    ไปทดสอบเปลี่ยนแปลงรูปร่าง    เปลี่ยนแปลงทำนองเสียง”    ไม่นาน    เสียงของผู้กำกับ  “Take”    ในที่สุดเพื่อให้ ซูโหย่วเผิง สบายใจแล้ว


ถ่ายหนังแล้วมีเวลาเหลือ    ซูโหย่วเผิง ปรับปรุงแก้ไขบทบาทโดยไม่ขาดสาย    เรื่องที่เขาพูดมา    ปัญหาการแสดงที่แท้จริง    ทั้งไม่ใช่มาจากบทละคร    แต่เป็น ไป๋เสี่ยวเหนียน ระหว่างย่างเท้ายกแขนการเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆนั่นเอง    ผู้กำกับพูดกับผมว่า    เมื่อคุณฟังทำนองดนตรี    คือต้องใช้มือตามจังหวะ    ซูโหย่วเผิงกล่าวว่า  “คนเล่นละครตีจังหวะ    ก็คล้ายพวกเราวันนี้ฟังตามใจตามจังหวะเพลงที่นิยม    พวกเขาควรใช้ใจกลางมือ    หลังมือ    ตามจังหวะอ่อนแข็ง    บนน่องขาตีจังหวะไม่มีเสียง    อย่างนี้มองดูขึ้นมา    จึงจะคล้าย (บุคคลสายวิชาชีพ)ในปีนั้น”


หลายเดือนต่อมา    เมื่อวัน ซูโหย่วเผิง อยู่ในห้องนำเอาหนังเรื่อง The message  ทั้งเรื่องฉาย ดูจนจบ    อยู่ในเนื้อเรื่อง    เขามองดู ไป๋เสี่ยวเหนียน มีที่พึ่งแต่ไม่กลัว    กลิ่นปิศาจเกรี้ยวกราดพร้อมกับเขากลัวเรื่องตาย    ขณะ ไป๋เสี่ยวเหนียน นำเอาน้ำหนึ่งแก้วสาดเข้าไปเพลิงไฟทองคำ    พร้อมกับตะโกนว่า “สิ่งของเลว”    ผมจึงไม่เชื่อเมื่อคุณแข็งขึ้นมา”    ซูโหย่วเผิง ก็หัวเราะดังๆออกมา    ขณะมองดู ไป๋เสี่ยวเหนียน เมื่อวิ่งออกมาไม่ได้ผล    เขาจะเกิดขี้สงสารเล็กน้อย    ปกติทั่วไปผมดูหนังย้อนฉาย    เมื่อมองดูตัวเอง    ในใจย่อมมีโยกเป็นพิเศษบ้าง    ครั้งนี้รู้สึกยังดี    เพราะว่าผมเอาตัวเองพาเข้าไปในบทบาทนี้


หนังฉาย 1 ปีต่อมา    วันที่ 16 ตุลาคม    งานภาพยนตร์ช่อดอกไม้ไก่ทองคำ    ซูโหย่วเผิง เผชิญหน้านักแสดงอาวุโส หลี่อิ้วปิง, ฝงเหยี่ยนเจิง, หวงป๋อ คนถูกเอ่ยชื่อเหล่านี้ เมื่อแย่งชิงคู่ต่อสู้โดยไม่มีความเชื่อมั่นอย่างสมบูรณ์ขณะที่เขานำเอาถ้วยรางวัลจริงๆ เมื่อกำอยู่ในมือ    สุดท้ายก็สะอึกสะอื้น    “ไป๋เสี่ยวเหนียน คือผมรอคอยบทบาทนี้มาหลายปี    ผมทราบว่าจะนำเอาเขาแสดงให้ดีควรจะรู้รสชาติอะไร    แน่นอน    ผมก็ทราบ    ถ้าหากแสดงไม่ดี    ยังจะรู้รสชาติได้อย่างไร    ครั้งนี้    ผมใช้สุดกำลังแล้ว”


อย่างไรก็ตาม ซูโหย่วเผิง ย่อมจะเกรงใจเอาความหมายตัวเองเป็นดาราคนใหม่    “แท้จริงคือดาราคนใหม่เพราะว่าผมเพิ่มเริ่มถ่ายภาพยนตร์    ก็ไม่กี่ปีนี้ถึงเพิ่มเริ่มต้น    หนังเรื่อง   (คังติ้งฉิงเกอ)   ระหว่างปฏิวัติเป็นนักแสดงทดสอบวาดเขียน    ในหนัง   (มี่สื้อ)   ค้นหาเหตุผลนักเขียนประพันธ์นวนิยาย    เพื่อให้ ซูโหย่วเผิง เริ่มต้นขั้นตอนเรียนศิลปะแสดงแบบใหม่เอี่ยม    แต่เพิ่มเติมติดตามดูประวัติ     ความสามารถการแสดงยกระดับเปลี่ยนแปลงวิธีคิด    ซูโหย่วเผิงคล้ายว่ายิ่งมายิ่งชอบจากการเลือกในสายตาผู้ชมของบทบาท “เปียนเหยียนเหริน”    แล้วก็ไม่ใช่ไม่เคยแสดงอีก    “บุคคลผู้ยิ่งใหญ่” อันกว้างขวางแล้ว   

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 Men's Uno
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มีนาคม 17, 2011, 11:11:28 AM »
การพูดสนทนาคำตอบการทบทวนเป็นผู้มีชื่อเสียง ซูโหย่วเผิง

Mu : การเข้าสู่วงการมามากกว่า 20 ปี    นิสัยของคุณมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง?

ซูโหย่วเผิง : ผมรู้สึกว่าเมื่อก่อนเรื่องนิสัยของผม    บริสุทธิ์มากๆคือเพื่อตามหาสิ่งที่ต้องการอย่างสมบูรณ์    แต่ว่าตอนนี้รู้สึกคล้อยตามไปมากกว่า    มีบางเรื่องไม่ต้องการไปถือสาอีก    ที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้ผ่านไป

Mu : ชอบไปถ่ายหนังที่ไต้หวันหรือที่แผ่นดินใหญ่ละ?

ซูโหย่วเผิง : ชอบถ่ายหนังที่แผ่นดินใหญ่    ได้พักถึงบนพื้นฐานละครภาพยนตร์สิ่งที่ได้กล่าวมาบ้างบ่อยๆ    เซ่อ(งง)ทีก็หลายเดือน    อยู่ที่นั่น    คนที่นั่นได้ทำงานอย่างตั้งใจ    ผมจะบอกกล่าวทีมงามของผมบ่อยๆอย่าไปสืบหาทำงาน    อย่าบอกผมว่าในโลกนี้เกิดอะไรขึ้น    แบบนี้ถึงจะสามารถแสดงอย่างตั้งใจได้    และทีมงานละครใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน    แต่เมื่ออยู่ที่ไต้หวัน    ก็แตกต่างกัน    หลังจากทุกวันเลิกงาน    เป็นเรื่องปกติไปกับพวกเพื่อนๆทานข้าวดื่มเหล้า    วันหนึ่งๆแบบนี้เรื่อยไป    คล้ายเหมือนชีวิตวันหนึ่งๆอยู่ในโลกสองใบ    สองยุคสองสมัย

Mu : คุณชอบนักแสดงภาพยนตร์ท่านใด?

ซูโหย่วเผิง : เหมยลี่เอ่อ   ซือเท่อหลี่ผู่    เธอแสดงเป็นบุคคลนักแสดงที่อุดมสมบูรณ์    ย่อมสามารถทำให้มองเห็นบทบาทที่แตกต่างกัน    มีบางเวลาจะรู้สึกยืนอยู่บนเขาสูงตระหง่าน    หนังยังสามารถแสดงแบบนี้   

Mu : คุณเคยทำงานแบบบ้าคลั่งบ้างไหม?

ซูโหย่วเผิง : ผมหวังว่าไม่ใช่    หรือว่านี่คือชะตาลิขิตอย่างหนึ่ง    จริงๆ   อยู่ ในทุกวงการอาชีพ    ถ้าหากคิดอยากทำถึงขั้นดีขึ้นมากกว่านี้    แน่นอนนั่นไม่สามารถเป็นแบบคนทำงานลวกๆ    เรื่องงานต้องขยันมากอย่างแน่นอน    เรื่องตัวเองต้องมีเงื่อนไขอย่างแน่นอน    โดยเฉพาะ    ผมจึงได้กลายเป็นในสายตาบุคคลอื่นของคลั่งไคล้การทำงาน

Mu : ในปีนั้นเสี่ยวหู่ตุ้ยมีความรู้สึกอยากเป็นดาราหรือไม่?

ซูโหย่วเผิง : ความรู้สึกในขณะนั้นมึนงงจริงๆ    แต่ว่าเมื่อผมในวัยเด็กมีความฝันอยากเป็นดารา    ก่อนที่จะเข้ามาเสี่ยวหู่ตุ้ย    ทั้งหมดไม่เคยคิดมาก่อนเลยซึ่งมีโอกาสออกมาแสดงหนัง    ต่อมาก็ไม่เคยคิดถึงมาก่อน “เสียงโป้ง” ไฟแวบเดียวจึงติดขึ้นมา

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 Men's Uno
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มีนาคม 17, 2011, 11:14:33 AM »
Mu : อยากคิดเรื่องเกี่ยวกับวันนี้คนที่เข้าร่วมคัดเลือกดีเด่นกล่าวว่าอะไรบ้าง?

ซูโหย่วเผิง : เป็นดาราต้องมีสิ่งของที่แนบติดเพิ่มเสริมมากมาย    นี่คือหลายคนซึ่งมองไม่เห็นมาก่อน    เสียงตบมือจะนำมาสู่ความสำเร็จของความรู้สึกอย่างแน่นอน    แม้กระทั่งเป็นความฝันหรูหรา    มากล่าวถึงคนเกี่ยวกับขาข้างหนึ่งได้ย่างก้าวเข้ามาสู่วงการนักแสดง    การงานส่วนนี้เป็นไปได้มิใช่ปรากฏการณ์แบบนั้นของคุณทั้งหมด     10 ปีก่อน    โด่งดังก็ไม่ใช่   แต่ไม่โด่งดังก็ไม่ดี    เมื่อเวลาไม่โด่งดัง คนจะเปรียบเทียบคน    โด่งดังแล้วไม่มีแอบซ่อนส่วนตัวอีก    ยังต้องอยู่ในสายตาบุคคลอื่นเติบโตขึ้น    เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เข้าใจจริงๆ    จางอ้ายหลิง กล่าวว่าจะมีชื่อเสียงต้องรีบเร็วๆหน่อย

Mu : ตามที่คุณมองเห็นมา    วันนี้มี “ชื่อเสียง” และปีนั้นมีชื่อเสียงนั้นมีส่วนแตกต่างกันอย่างไร?

ซูโหย่วเผิง : แตกต่างกันมาก    คล้ายเหมือนตาชั่งน้ำหนักมาตรฐานเปลี่ยนแล้ว    เป็นดาราในอดีต    ต้องมีผลงานที่ดีอย่างแน่นอน    ตอนนี้ความต้องการของทุกคนล้วนคือวงการบันเทิง    มีเพียงพอต่อหลักพูดหัวข้อจึงดี หรือไม่ผมยังชอบแบบวิธีวงการบันเทิงในอดีต    ระดับชั้นชนิดนั้นผมยังไม่เหมาะกับการถูกต้อนรับตลาดการค้าอันนี้   คุณดู    เพลงของเสี่ยวหู่ตุ้ยในเวลานั้นล้วนมีใจมุ่งมั่นสนับสนุนอย่างยิ่ง    ตอนนี้ก็จะไม่มีเพลงเหล่านั้นอีกแล้ว    คนในปัจจุบันนี้ก็จะไม่เชื่อสิ่งของเหล่านั้นอีก    ใจคนไม่เหมือนเมื่อก่อน(ในอดีต)



Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 Men's Uno
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2016, 12:04:05 PM »