ผู้เขียน หัวข้อ: 25 ม.ค. 2010 เหอตงประเมินงานแสดงของโหย่วเผิงดีกว่าการร้องเพลง  (อ่าน 705 ครั้ง)

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด

(แปลเฉพาะส่วนที่พูดถึงในเสี่ยวหู่ตุ้ย)

25 มกราคม 2010 เหอตงประเมิน . งานแสดงของโหย่วเผิงดีกว่าการร้องเพลง

พิธีกร : จริงๆแล้วสมาชิกทั้งสามคนของเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้น เช่น จื้อเผิง โหย่วเผิง หรือฉีหลง หลังจากที่ต่างคนต่างแยกทางกันเดินแล้ว แต่ละคนนั้นล้วนให้เห็นถึงความสามารถพิเศษของพวกเขาอย่างชัดเจน และสิ่งที่พวกเขาปรารถนาอย่างยิ่งคือการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของพวกเขา อาจารย์เหอตง ตอนนั้นครั้งแรกที่ท่านได้เห็นการแสดงของเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้น ท่านเห็นภาพลักษณ์ของเขาเป็นอย่างไร?

เหอตง: หากว่าพวกเขาไม่ต่างคนต่างไป และอยู่รวมกัน ภาพลักษณ์อย่างนี้ยังคงอยู่ แต่ว่า หากจะขอความคิดเห็นในตอนนี้ของผมเองนั้น โหย่วเผิงจะเป็นคนที่เอาดีในด้านการแสดง ผมเคยดูผลงานการแสดงของเขา โจซินฉือเคยพูดไว้ว่า ออกไปขายจะต้องคืน ผมขอยกตัวอย่างหนึ่ง ผมไปดูเรื่อง(สือแย่หวุยเฉิง) ทันทีที่หลี่อี่ชุนออกมา ทำให้หัวเราะกันทั่วโรง ทุกฉากก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน แล้วตอนที่เธอแสดงมาถึงช่วงท้าย แสดงจนชำนาญแล้ว ทำให้ทุกคนไม่หัวเราะแล้ว หลี่อี่ชุนได้พูดกับผมว่า บอกว่าเธอและพ่อแม่ของเขาก็ได้แต่หัวเราะ ก็คือคุณซื้ออันนี้แล้ว ทันใดนั้นคุณไปที่อีกที่หนึ่งไปซื้ออีกอัน ทุกคนก็ยังอยู่ ภาพลักษณ์ของโหย่วเผิงที่มีในชีวิตฉันใดฉันนั้นมันลึกมากๆ เพราะว่าผมพึ่งดูเฟิงเซิงจบไป และองค์หญิงกำมะลอด้วย เอามารวมกันซิ

พิธีกร : ไป๋ฝู่กวน (เป็นศัพท์เฉพาะของพวกเขา ไม่รู้แปลว่าไร :@@: )

เหอตง : สามารถพูดได้ว่ามีอันตรายเหมือนกัน ผมไม่กลัวกระทบแฟนคลับ แฟนคลับนั้นเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่น่าทึ่ง ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม มันก็เหมือนทำอะไรเวอร์และเขลาไป แต่หากคุณมารวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากที่ต่างคนต่างแยกทางกันไป มันจะมีบรรยากาศเหมือนสมัยตอนนั้นหรือไม่ ผมว่ามันเป็นอะไรที่น่าคิด

พิธีกร: โดยเฉพาะหลังจากที่ทั้งสามต่างคนต่างแยกกันไปแล้ว ก็จะเห็นถึงบุคลิกและจุดเด่นที่ต่างนั้นชัดเจนขึ้น ใช่ไหม?

เหอตง : ใช่

พิธีกร : ขณะที่ได้มารวมกันอีกครั้งนั้น

เหอตง : ตอนแรกที่ผมยอมรับพวกเขานั้น ไม่ได้ยอมรับเหมือนอย่างวันนี้ คือพวกเขาสามคนมาอยู่ด้วยกัน แล้วทันใดนั้นคุณไปเล่นหนัง แล้วคนนั้นไปทำอะไรของเขาอีก แล้วมารวมตัวกันอีก ผมฟังคุณร้องเพลงไปด้วย แล้วผมก็คิดภาพยนตร์เฟิงเซิงที่ผมจะแสดงไปด้วย แล้วไปคิดเรื่ององค์หญิงกำมะลอ จากนั้นสมองคงจะปั่น มันคงรวมแล้วไม่อยู่ด้วยกันอย่างแฮปปี้

พิธีกร: แต่ว่ามีแฟนคลับหลายคนอยากเห็นภาพที่พวกเขามารวมตัวอยู่ด้วยกัน แม้เห็นว่าต่างคนต่างแยกกันไปแล้ว ก็หวังที่จะเห็นพวกเขามารวมตัวกันอีก

เหอตง : แม้แสงอาทิตย์ยามเย็นจะสวยงามปานใด แต่มันก็ใกล้จะตกแล้วล่ะ(หมายถึงจะสวยดีแค่ไหน แต่ก็แค่ชั่วครู่)

พิธีกร : เป็นคำที่เปรียบได้คมมาก

พิธีกร: แล้วภาพลักษณ์ในอดีตที่คุณมองเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้นมองอย่างไร?

เจ้าเสี่ยวตง : การแสดงออกของพวกเขาในตอนนั้นโดดเด่นมาก แค่เห็นพวกเขาบนจอ คุณก็ไม่ต้องร้องไม่ต้องเต้นอะไรแล้ว ขอแค่คุณเปิดรายการเทปบันทึกของของเสี่ยวหู่ตุ้ย ขอแค่เห็นพวกเขาสามคน คนในรายการหรือคนดูก็จะดิ้นเต้นแทบจะขาดใจเลย การที่พวกเขาจะมาออกรายการแสดงครั้งนี้นั้น เป็นอะไรที่น่าสนใจของรายการสถานีจงยาง

พีธีกร : หากเอาจุดนี้มาเป็นจุดขายของงาน เพื่อจะกระตุ้นกระแสดนตรีของงานครั้งนี้

เจ้าเสี่ยวตง : ฉะนั้นผมจึงรู้สึกว่า หากว่าพวกเราอยู่ในสมันนั้น ฉะนั้นอาจารย์เหอตงคุณก็ไม่ต้องกังวลหรอก หากว่าพวกเราเป็นแฟนคลับสมัยนั้นของเสี่ยวหู่ตุ้ยแล้ว ผมคิดว่าแฟนคลับทั้งหมดของพวกเขาคงไม่อยากจะให้พวกเขามาอยู่ด้วยกันอีก

เหอตง : โดยเฉพาะที่ผมได้ยินคำนี้ของเขา ภาพจิตนาการณ์ของผมนั้น ผมคิดว่าโหย่วเผิงเป็นนักแสดงมืออาชีพ การแสดงของเขานั้นโดดเด่นดีกว่าการร้องเพลงของเขาด้วยซ้ำ เขาเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมจริงๆ แบบมืออาชีพเลยแหล่ะ จะหานักศึกษานักแสดงมหาลัยที่สอนการแสดงต่างๆมาเปรียบกับเขาแล้ว มันทิ้งกันแบบไม่เห็นฝุ่นเลย และบทต่างๆที่เขาแสดงนั้น ล้วนเป็นบทที่สะอาดและดี และฝีมือการแสดงของเขานั้นธรรมชาติมาก .....(Ming)