ผู้เขียน หัวข้อ: การทัศนาจรที่โรแมนติคของคนคนหนึ่ง  (อ่าน 3118 ครั้ง)

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
การทัศนาจรที่โรแมนติคของคนคนหนึ่ง
« เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 10:32:26 AM »
การทัศนาจรที่โรแมนติคของคนคนหนึ่ง


บทความ บทบรรยาย ถึงเหตุการณ์ที่ประทับใจ จากการดู "หอมดอกเบญจมาศ"

การทัศนาจรที่โรแมนติคของคนคนหนึ่ง


(1) ระยะห่างของสองจุด


เปิด เครื่องเทป แล้วปรับเสียงให้ดังที่สุด ให้เพลง Helen Reddy ได้ลอยล่องไปมาอีกครั้งหนึ่ง ฉันเหมือนกับว่าได้อยู่ที่ เหม่ยฉี อีกครั้งหนึ่ง เงียบสงบท่ามกลางกลิ่นหอมของดอกเบญจมาศนั้น นี่เป็นการทัศนาจรที่โรแมนติคหอมอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้กับความฝันอยู่ด้วยกัน มันกลมกลืนกันอย่างสวยงามมาก

มีครั้งแรกมากมาย ขณะที่ได้ก้าวลงจากรถยนต์ในวินาทีแรก ในใจมีความรู้สึกที่แปลก ครั้งแรกที่มาเซี่ยงไฮ้ ครั้งแรกที่ดูละครพูด ครั้งแรกได้อยู่ร่วมกันในเมืองเดียวกันกับโหย่วเผิง ครั้งแรกที่ได้เห็นซูโหย่วเผิงกับตาตัวเอง.....

จากการที่นั่งรถยนต์ ถึงที่หมายเร็วกว่ารถไฟ ฉะนั้นครั้งนี้ก็ได้เลือกที่จะเดินทางกับรถยนต์ ในขณะที่รถยนต์ได้วิ่งสู่ซุปเปอร์ไฮเวย์นั้น ในใจนั้นก็รู้สึกว่ารถยังไม่เคยเลี้ยวซ้ายขวาเลย ครั้งนี้มีความรู้สึกว่า ที่จริงฉันกับซูโหย่วเผิงเป็นจุดสองจุดของเส้นที่มีความห่างกันเท่านั้นเอง ได้มองออกไปเห็นราวกั้นที่ได้ผ่านตาตัวเองไป ฉันรู้ว่า ระยะความห่างนั้นยิ่งอยู่ยิ่งใกล้เข้าทุกที

ขอบคุณ (หอมกลิ่นเบญจมาศ) ให้ฉันได้มุ่งไปสู่ทิศทางของใจตัวเอง...

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: การทัศนาจรที่โรแมนติคของคนคนหนึ่ง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 10:36:21 AM »
(2) ที่นั่งรถไฟฟ้าที่แย่งไม่ทัน


จาก ที่ลานกว้างเป๋ยโดยสารรถไฟฟ้าไปที่ลานกว้างเหยินหมินเป็นระยะทางสั้นๆ ทำให้ฉันได้เห็นถึงการประสิทธิผลที่สูงกับความเร็วที่สูงของคนเซี่ยงไฮ้ ไม่ว่าจะเคยนั่งหรือไม่เคยนั่งรถไฟฟ้าของเซี่ยงไฮ้ คุณจะหาซื้อตั๋วได้อย่างรวดเร็วจากป้าย หลังจากนั้นก็ไปยืนรอรถตามที่กำหนดไว้ให้อย่างถูกต้อง แต่ว่า ภาพที่จำฝั่งใจนั้นไม่ใช่ตรงนี้ แต่เป็นความเร็วของการแย่งที่นั่งของคนเซี่ยงไฮ้ ฉันที่ถูกเบียดขึ้นไปบนรถ ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ที่นั่งทุกที่ล้วนถูกนั่งเต็มหมดแล้ว ฉะนั้นมีคนเคยกล่าวว่า ผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่ยืนอยู่นั้นล้วนเป็นคนต่างชาติตลอด ลงจากรถไฟฟ้า นั่นเป็นภาพที่ไม่เหมือนกับลานกว้างเป๋ยเลย ฉันได้เดินอยู่บนเส้นทางอันสวยงามของทิเบต เริ่มรู้จักคุ้นเคยกับกับเมืองเหล่านี้

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: การทัศนาจรที่โรแมนติคของคนคนหนึ่ง
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 10:37:13 AM »
(3) เหม่ยฉี อยู่แค่ข้างหน้า


เมื่อ เจอร้านอาหารหลังวางสัมภาระแล้ว ฉันไม่อดที่จะคิดอยากจะไปเที่ยวชม เหม่ยฉีก่อน ก่อนหน้านี้ในเว็ปได้เห็นแผนที่เดินที่เว๊ปราชการ ฉันได้ท่องมันอย่างกับท่องหนังสือ นั่งอยู่ที่รถประจำทาง ได้เห็นชื่อป้ายแต่ละป้ายที่คุ้นตา “กว่างเตี้ยนต้าเสีย” “ถนนสือเหมินอี” ในใจนั้นยิ่งตื่นเต้นขึ้น จวนจะถึงแล้ว จวนแล้ว ลงจากป้าย “ถนนสือเหมินอี”เดินไปไม่ไกลก็สามารถเห็นปากทางของ “ถนนหงหนิง” อย่างไรก็ตามฉันเองก็รอบคอบหน่อยได้สอบถามคนเดินผ่านไปมาแถวนั้น เขาได้ตอบฉันอย่างหน้ารับแขกว่าถึงที่ทางสามแยกตัวทีแล้วเลี้ยวไปทางเหนือก็ ถึงแล้ว ฉันได้วิ่งไปตลอดทาง หลังจากที่ได้เลี้ยวก็เห็นแล้ว “ลานละครเหม่ยฉี”ตัวหนังสือใหญ่ห้าตัว กับภาพโปสเตอร์ของโหย่วเผิง (หอมดอกเบญจมาศ)

ภายนอกของ เหม่ยฉี นั้นดูเหมือนจะมีรูปทรงการสร้างที่มีอายุ นี่กับ “หอการค้านานาชาติจิงอิง”นั้นรูปทรงที่เปรียบเทียบอย่างเห็นได้ชัด สองตึกเวลาของการสร้างกับรูปทรงสไตล์ที่ไม่เหมือนกัน และจากจุดนี้ให้เห็นถึงความคลาสสิคและความทันสมัยของเซี่ยงไฮ้ หน้าประตูโรงละครมี วัวยื่นอยู่หลายสิบตัว ทำให้เดิมทีก็มีความคับแคบของถนน “เจียงหนิง” กับ “ฟ้งเสียน” นั้นต้นทางยิ่งทำให้แคบไปอีก เพียงแค่เดินเข้าไปที่ เหม่ยฉี ก็จะมีคนเดินมาถามคุณอย่างไม่ขาดสายว่าต้องการตั๋วไหม หรือว่ามีตั๋วเหลือที่ให้ฉันซื้อไหม

ฉันได้จับที่กระจกของโรงละครมอง เข้าไปข้างใน เต็มไปด้วยตระกร้าดอกไม้ ในบันไดที่ไม่สามารถวางตระกร้าดอกไม้ได้นั้นก็ล้วนมีดอกไม้สดที่จัดเป็น ่ช่อๆ ยังมีคนได้หิ้วผลไม้ทั้งตระกร้าส่งเข้าไปข้างใน ตระกร้าดอกไม้ที่ประตูนั้นได้ยินเสียงที่เอ่ยชื่อหนึ่งที่คุ้นหูมาก “พี่ซ่ง” แต่ที่จำหน่ายโปสเตอร์กับรูปภาพวาดนั้นอยู้ด้านซ้ายของประตูทางเข้า แม้ว่าจะไม่ได้เห็นภาพที่วุ่นวาน แต่ว่ารายการทุกอย่างนั้นดำเนินไปอย่างเคร่งเครียด ฉันคิดว่าภาพอย่างนี้นั้นเป็นภาพที่ไม่มีใน เหม่ยฉีมาหลายปีแล้วมั้ง ยังเหลืออีกสองวัน สองวันจริงๆ ฉันก็จะได้เข้าไปที่ เหม่อยฉี จริงๆแล้ว

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: การทัศนาจรที่โรแมนติคของคนคนหนึ่ง
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 10:38:13 AM »
(4) จุดพลิกผันที่อี้เหยียน


มา อี้เหยียนนั้นเป็นความความคิดครั้งแรกที่ฉันไปถนนฟูอิ้ว เพราะหลายปีก่อนนี้คุณพ่อได้ถ่ายรูปขาวดำหล่อๆที่นี่ กระนั้น หลังจากลงรถแล้วสิ่งที่ฉันเห็นกลับเป็น “ตลาดหนึ่งของสุ่ยจิง” นี่ทำให้ฉันสงสัยว่าเราขึ้นรถผิดเปล่า ไหนๆก็มาแล้ว ก็เที่ยวดู หยกที่สวยงามเตะตาของสุ่ยจิงนั้นทำเอาใจตื่นเต้น จากแหวนจนถึงต่างหู และยังมีเครื่องประดับนาๆชนิดนั้น สวยงดงามน่ารักเหลือเกิน 15หยวนก็สามารถซื้อแหวนที่สวยงามได้วงหนึ่งแล้ว มันมีความสุขขนาดไหนล่ะ?

จำ ไม่ได้แล้วว่าทิศทางเป้าหมายอยู่ไหน ก็เดินไปอย่างนี้เรื่อยๆ แต่แล้วก็มาถึงวัดเฉิงนี่ นี่ทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจ รูปแบบการสร้างที่โบราณมากมาย มีของเล่นที่แปลกๆมากมาย แน่นอนยังมีอาหารที่มีชื่อของเซี่ยงไฮ้อีกมากมายด้วย ซาลาเปาต่างๆ โกโก้ ฉันอยากกินมานานแล้ว ข้ามสะพานจิ๋วฉีไปแล้ว อี้เหยียนก็อยู่ตรงหน้า เหมือนกับหลงทางแล้วกลับเจอทางออกอะไรอย่างนั้น จะถึงกระทั่งเวลาซื้อตั๋วฉันพึ่งได้รับข่าวจากไกด์ที่อยู่ข้างๆฉัน ที่จริงแล้วคนเซี่ยงไฮ้เรียกวัดเฉิงนี่กับอี้เหยียนนั้นเป็นความหมายเดียว กัน

ตั๋วในราคา30หยวน ก็สามารถเข้าไปสวนที่มีชื่อของเซี่ยงไฮ้ ได้สัมผัสถึงกลิ่นความเป็นประวัติศาสตร์แห่ง400ปี นี่เป็นสวนดอกไม้ส่วนบุคคลในสมัยราชวงค์หมิง ในสวนมีอาคารสามหลัง ภูเขาเทียม สิงโตเหล็ก ตึกเต๋อแย่ อี้จิงหลง จีอี้สุ่ยหลัน ทิงห้าวเก๋อเป็นต้น ที่มีโบราณสถานถึง40 ที่ นี่เป็นความยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของเมืองเจียงหนัน แค่เพียงการท่องเที่ยวแบบเรื่อยเปื่อยอย่างนี้ สถานที่ที่ได้ไปเที่ยวชมจริงๆนั้นจะมีสักกี่แห่งล่ะ? แต่ในอี้เหยียนนั้น มีตัวหนังสือ “จุดผลิกผลัน”ประโยคนี้จริงๆด้วย

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: การทัศนาจรที่โรแมนติคของคนคนหนึ่ง
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 10:39:20 AM »
(5)  สิบลี้ (10 กม.) ถนนหนันจิงอีกแห่งหนึ่งแห่งโลกใหม่


จาก โรงแรมถึงถนนคนเดินหนันจิงก็แค่เพียง10กว่านาทีขอระยะทาง ผ่านถนนจิ่วเจียง สิ่งแรกที่แว๊บเข้ามาในสายตาฉันคือขวด “โคคาโคร่า”ที่ใหญ่มหึมาขวดหนึ่ง โฆษณาชิ้นนี้ทำได้เป็นที่ดึงดูดใจคนมาก ความรุ่งเรื่องพัฒนาของถนนหนังจิงนั้นไม่จำเป็นต้องบรรยายมากมาย ถนนสายแรกแห่งย่านธุรกิจของจีนนี้นั้น คุณมักจะได้เจอกับความคึกคักที่ไม่มีที่สิ้นสุด สิ้นค้าที่ซื้อไม่รู้จักหมด

เซี่ยงไฮ้ นั้นมีการบริการที่ยอดเยี่ยมที่สุดกับการบริการที่ห่วยที่สุด และสิ่งเหล่านี้ล้วนเห็นได้ที่ถนนหนันจิง การที่คนเซี่ยงไฮ้ตาสูงนั้นเป็นที่ประจักทั่วกัน หากคุณโชคไม่ดีไปเจอพนักงานที่บริการได้ห่วยสุดๆนั้น และหากถามมากไปหน่อย ก็จะถูกจ้องมองด้วยสายตาที่เหยียดหยาม และจะพูดกับคุณอย่างรำคาญว่า “ก็มีเขียนไว้หมดแล้ว ดูเอาเองซิ” แต่ว่าการพนักงานบริการส่วนนั้นก็มีมาตรฐานเหมือนกัน พวกเขาจะบอกอธิบายสินค้าต่างๆในรายการให้คุณอย่างใจเย็นๆ ขณะที่คุณซื้อสินค้าจนครบแล้ว ก็ยังมีการถามอย่างสุภาพกับคุณว่า “ยังมีอะไรที่จะให้บริการอีกไหม?”

ที่จริงแล้ว ถนนหนันจิงตงกับถนนคนเดินหนังจิงให้ความรู้สึกที่ต่างกันออกไป สิ่งนี้นั้นฉันได้เดินมากับเท้าก็เพิ่งรู้สึกนะ ในถนนคนเดินกับถนนที่ออกไปอีกนิดที่เป็นระยะของถนนหนังจิง สินค้าที่ขายในที่นี้ยังถูกกว่าที่ถนนคนเดินนั้นมากเลย ป้ายโฆษณาข้างถนนของ “มั้นสิ้วเหล่ยเก๋อ” ของ “ซินปี้ซี่ลี่”นั้น มันดึงดูดสายตามากๆ
หาก เห็นโรงแรมเหอผิงแล้ว ก็ไม่ห่างจากถนนรอบนอกของหนังจิงมากเท่าไหร่แล้ว ผ่านถนนอุโมงค์ ทิวทัศน์ที่น่าหลงใหลของถนนรอบนอกหนันจิงนั้นเห็นอย่างเลือนลาง ที่นั่นเป็นที่ที่โรแมนติคที่สุดของเมืองเซี่ยงไฮ้เลย และเป็นที่ที่คนหลงใหลลืมไม่ลงอีกด้วย

จากริมแม่น้ำตะวันตกมองไปริมแม่น้ำตะวันออก ทางด้านโน้นเป็นที่สวยทางตะวันออก ทางนั้นเป็นตึกจิงเม้า ทางนั้นเป็นศูนย์รัฐสภา....

ข้างๆ ฝั่งนั้นมีกล้องส่องทางไกลที่หยอดเหรียญตั้งอยู่ แค่หยอดเหรียญ1เหรียญก็จะสามารถดูทิวทัศน์ทางฝั่งโน้นอย่างแจ่มชัด หากว่าจะนั่งเรือไปท่องซักรอบ ถ้างั้นคุณก็จะต้องเลือกแล้วล่ะ หากจะให้ถูกหน่อยคุณก็ต้องนั่งรอบกลางวัน 45 หยวน เมื่อตกกลางคืน ที่ขายตั๋วนั้นจะเปลี่ยนป้ายราคาเป็น68หยวน แต่ว่ายามราตรีนั้นนั่งเรือท่องเที่ยว ได้ล่องลอยไปตามสายน้ำชมบรรยากาศโคมไฟที่กำลังจะหมดไปทั่งสองริมฝั่ง บรรยากาศอย่างนี้นั่งตอนกลางวันจะเปรียบไม่ได้เลย

ทันใดก็ได้นึกถึง คำหนึ่งที่ตู้เฟยได้พูดในละคร “น้ำที่แม่น้ำหวงพูนั้นเหม็นจริงๆ” ฮ่าๆ ไม่เคยโดดลงไป จะรู้ได้ไงว่ามันเหม็นหรือหอม แต่ว่านั่งอยู่ม้านั่งข้างๆริมแม่น้ำ รู้สึกถึงเสียงน้ำที่ซัดไปมา ลมพัดมาละรอกและละรอกเล่า ทำให้ร่างกายผ่อนคลายไปทั้งเนื้อทั้งตัว ได้นั่งอยู่อย่างนี้แทบจะไม่อยากจากไปไหนเลยสิ่งที่น่าเสียดายก็คือไม่ได้ไปดูสะพานไว้ป๋ายตู้ที่อยู่ทางทิศเหนือ นี่นั่นน่าจะเป็นสถานที่ถ่ายละครเรื่อง (ฉิงเซินเซิน)

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: การทัศนาจรที่โรแมนติคของคนคนหนึ่ง
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 10:40:37 AM »
(6) ฉันได้กลิ่นหอมดอกเบญจมาศ


ถึง เหม่ยฉีเวลายังเช้าอยู่ ข้างในยังไม่ได้เปิดไฟเลย มีเพียงยามคนเดียวที่ยืนอยู่ที่ประตู ที่บริการขายหนังสือภาพนั้นก็เหลือเพียงโต๊ะตัวเดียวเท่านั้น ฉันได้รับทราบว่าจะเปิดให้เข้าไปในเวลา 6.45 แต่ว่าที่ประตูนั้นยังมี “วัวทอง”มากมายยืนอยู่เหมือนเดิม ครั้งนี้มือของพวกมันนอกจากจะมีตั๋วละครเวทีของ “หอมดอกเบญจมาศ”แล้ว ยังมีสิ่งที่เพิ่มมาหนึ่งอย่างคือตั๋วของ “งานศิลปวัฒนธรรมเซี่ยงไฮ้”

ฉะนั้น ฉันเลยไปเดินเล่นที่จิงอิงรอบหนึ่ง ระหว่างเวลาที่รอคอยอย่างเซ็งๆนี้ เวลาประมาณ 5.30 ได้ลงมาจากที่จิงอิง ประตูเหม่ยฉีนั้นก็ค่อยๆมีคนเพิ่มขึ้น แต่ว่าก็ยังไม่เปิดให้เข้าไปอยู่ดี ฉันได้แต่เดินไปนั่งรอที่ตรงหน้าโรงละครเป็นป้ายรอรถแล้วค่อยๆรอไป รถลาที่สันจรไปมาอย่าไม่หยุดนั้น เฉลี่ยแล้วในสองนาที่จะมีรถประจำทางมาจอดที่ป้ายหนึ่งคัน มันมาจอดบังสายตาที่ฉันมองออกไปพอดีเลย ฉันก็ยังไม่เห็นโหย่วเผิงเดินเข้าสู่โรงละครเลย เวลาค่อยๆผ่านไป ข้างนอกนั้นได้มีลมพายุพัดอย่างแรง ยังมีฝนตกมาเล็กๆน้อยๆ ความโรแมนติคนั้นค่อยๆเริ่มขึ้น

เวลา 6.30 ฉันได้ลุกขึ้นเดินเข้าไปที่เหม่ยฉี ยามเอาลูกกุญแจเตรียมที่จะเปิดประตู พนักงานก็ได้เอาดอกไม้ของวันก่อนที่เอาลงมานั้นเอาขึ้นไปประดับอีกครั้ง แค่ขณะเดียวเอง ประตูเหม่ยฉีนั้นเต็มแน่นไปด้วยผู้ชมที่จะเข้าไปชม บางคนเป็นคนที่เคยได้ยินชื่อเสียงมานาน ท่านนั้นเป็นคุณแม่ฉงที่อายุ80กว่าปีนั้นไม่ใช่หรือ(ละคร เหยาหมั่นเทียยซิง) น่าจะเป็นเขา ข้างกายเขายังมีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นเพื่อนทีมาด้วยกัน ถ้าไม่ผิดก็น่าจะเป็นอาอี้ฉงที่ทุกคนรู้จัก พวกเขาสองคนทั้งได้พูดคุยกับชายอายุ20-30ปี ทั้งใช้มือล้วงที่กระเป๋าหยิบตั๋วออกมาเตรียมยื่น ตอนหลังข้างๆฉันมีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา คนหนึ่งเคยเห็นที่โต๊ะขายหนังสือรูปภาพ แต่ก็จำชื่อไม่ได้เสียแล้ว พวกเขาก็กำลังพูดถึงเรื่อง “พี่เหมยจื่อก็อยู่ในนั้นด้วย” “พวกเราจะไปซื้อหนังสือภาพก่อนดีไหม” “ไม่แล้วล่ะ รอบสุดท้ายค่อยมาซื้อก็ยังทันอยู่” ฮ่าๆๆ เป็นพวกที่รู้ชัดเจนจริงๆ

สุด ท้ายก็ได้เข้าไปที่โรงละคร วินาทีที่ฉีกตั๋วนั้น ฉันจะทำความฝันฉันให้เป็นจริง จะเป็นผู้ชมที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติ เมื่อซื้อหนังสือรูปภาพเสร็จแล้ว ฉันก็ได้หาชื่อในกระเช้าดอกไม้ กระเช้าดอกไม้ของพี่ใหญ่กับพี่รองนั้นได้ตั้งอยู่ใกล้ๆกับโต๊ะขายหนังสือรูป ภาพ ตรงกลางยังวางกระเช้าที่ส่งให้เรียกว่าเฉาเออๆ กระเช้าดอกไม้ของพี่ซ่งนั้นยังอยู่ที่ประตูเหมือนเดิม ผ่านไปอีกตึกหนึ่งก็จะเห็นกระเช้าดอกไม้ของบริษัทไคลี่บันเทิง กับ RUBY กระเช้าดอกไม้ที่แฟนๆได้ส่งมานั้นได้จัดวางอยู่ที่ป้ายอวยพร มีมาจากประเทศเกาหลี “ทิงซูเซิง” ยังมาจากอเมริกา สิงคโปร .......

ฉัน ได้ค้นหาชื่อกระเช้าที่ตัวเองส่งมา นั้นเป็นกระเช้าที่ส่งมากับแฟนคนอื่นๆ มันได้จัดวางอยู่ทางประตูเข้า นับว่าเลือกที่ได้เหมาะจริงๆ เมื่อได้อ้อมห้องโถงแล้ว ข้างในมีรูปตัวอย่างของละครแต่ละเรื่องมากมาย และหันไปมองอีก และยังมีอีกกระเช้าหนึ่งซึ่งได้เขียนเป็นชื่อของฉัน วินาทีนี้มันทำให้ฉันตื่นเต้นมาก เดินเข้าไปที่โรงละคร ฉันได้กลิ่นหอมที่แรงมาก แต่นั่นคงไม่น่าจะเป็นกลิ่นของดอกเบญจมาศ ส่วนบนเวทีนั้นได้มีการตกแต่งเป็นดอกเบญจมาศเล็กสีขาว ทั้งเวทีนั้นได้เปิดออกที่มีแสงไฟเป็นสีแดง เครื่องเสียงนั้นได้เปิดเพลงของศิลปินท่านหนึ่ง ภาพรวมนั้นเป็นอย่างไร จำไม่ได้จริงๆ

หลังจากนั้น ก็ได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยกันมาก AMY ใส่เสื้อกางเกงยีนส์ทั้งชุดนั่งอยู่แถวหน้าสุด ดูเหมือนว่ากำลังพูดคุยกับผู้คุมเครื่องเสียงอะไรอย่างนั้น แฟนๆมากมายได้วางช่อดอกไม้ที่ประตูหลัง เตรียมไว้หลังจากที่การแสดงจบแล้วจะมอบให้กับซูโหย่วเผิง ตอนหลังได้มีแฟนจากฮ่องกงมาถึง นอกจากคุณแม่ฉงที่เห็นที่ประตูแล้ว ที่คุ้นสุดๆก็คือ “ไคซินไคว้หั้วเหยิน” น่าจะเรียกเขาว่าเฟินอี๋หรือเปล่า? ตัวจริงเขานั้นอ่อนกว่าในรูปตั้งเยอะ ได้สวมเสื้อเชิ้ตสีส้ม หิ้วกระเป๋าใบหนึ่ง กระเป๋านั้นได้สกรีนรูปหัวของโหย่วเผิง เขากำลังทักทายกับคนรอบข้าง ไม่นานก็ได้หยิบกล้องออกมาถ่ายผู้ชม ฉันก็ได้เหลียวหลังมอง ดำๆเต็มไปด้วยผู้คน มองไม่เห็นสภาพการณ์ชั้นบนเลย ข้างบนน่าจะเป็นที่นั่งของแขกผู้มีเกียรติ สำหรับวันที่13นี้นั้น มีที่นั่งที่ทรงเกียรติอย่างนี้ พูดตรงๆว่าสำหรับฉันแล้วมันเหนือความคาดหมายจริงๆ

อาจจะเป็นเพราะที่ นั่งฉันนั้นวีไอพีมาก ฉะนั้นที่นั่งรอบข้างฉันนั้นล้วนเป็นที่นั่งของแฟนๆที่มาจากฮ่องกง พวกเขาก็กำลังพูดถึงซูโหย่วเผิง พูดเรื่องหอมดอกเบญจมาศ ส่วนฉันนั้น นับว่าฉันเป็นนักชมที่ครบสูตร ไม่เพียงแต่มาดูโหย่วเผิงเท่านั้น ยังคอยสอดส่องดูสิ่งต่างๆที่มันเกี่ยวข้องกับตัวโหย่วเผิงด้วย

ขณะ ที่ม่านบนเวทีค่อยๆเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีฟ้านั้น เสียงเปียโนก็ค่อยๆเคลื่อนเข้ามา ทั้งเวทีนั้นได้มีบรรยากาศภาพที่โรแมนติคดังฝัน พิธีการตู้ได้ก้าวขึ้นเวทีอย่างช้าๆ และเริ่มเล่าเรื่องราวความรักอันแสนจะสะกิดใจคน และแล้ว เรื่อง (หอมดอกเบญจมาศ)ก็ได้เริ่มแสดง

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: การทัศนาจรที่โรแมนติคของคนคนหนึ่ง
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 10:41:49 AM »
(7) ชายผู้นั้นที่ได้หยั่งรากลึกดังต้นไม้ลงไปในดวงใจคุณ


ตอน นี้ที่ได้ดูละครพูดเสร็จแล้วนั้น ก็ได้หันหลังกลับมามองดูสิ่งที่เกี่ยวกับ (หอมดอกเบญจมาศ)และโปสเตอร์ของซูโหย่วเผิง ในใจตัวเองนั้นมีการชั่งวัดด้วย เป็นแฟนละครคนหนึ่งนั้น ฉันไม่อยากจะชมไปเลยว่านี่เป็นละครที่มันสุดยอดอย่างโน้นอย่างนี้ ในละครนั้นโหย่วเผิงแสดงได้ยอดเยี่ยมขนาดไหน แต่ว่าเป็นผู้ชมธรรมดาคนหนึ่งนั้น ผู้ชมที่เข้าไปชมละครเวทีนี้ด้วยตัวเองในโรงเลยนั้น ฉันอยากจะให้เรายืนอยู่ในจุดภาวะวิสัยไปบอกเล่าเรื่องนี้ให้คนรอบข้างคุณฟัง เพราะว่า (หอมกลิ่นเบญจมาศ) คุณมีเหตุผลเพียงพอและคุ้มที่จะไปรอคอยการแสดงที่สุดยอดของซูโหย่วเผิง

“เฉิง หยี่”สำหรับบทบาทนี้ จากวินาทีที่ได้ฝังลึกลงในดวงใจ “เหม่ยเหม้ย” ทั้งยังฝังรากลึกลงในดวงใจของฉันเองด้วย และกับบทที่โหย่วเผิงได้แสดงในอดีตเหมือนกัน ฉันก็ได้หลงรักบทบาทของ “เฉิงอยี่”บทนี้ สิ่งที่ต่างกันคือ บท “เฉิงหยี่”ในครั้งนี้นั้นได้เป็นรูป3มิติกับสีสันขึ้นมาที่ละเล็กที่ละน้อย ภายใต้การคาดหวังและการถูกเพ่งมองของผู้ชม ตอนสุดท้ายที่ตัวละครนี้ได้ปรากฏบนเวทีในขณะนั้น คุณก็จะรู้สึกถึงความอิ่มเอิบที่แท้จริง ทั้งมีลำดับเป็นขั้นเป็นตอน ทั้งยังเต็มไปด้วยพลัง และยังสามารถโน้มน้าวจิตใจของคนได้ ฉะนั้นสามารถสัมผัสถึงการทุ่มเทจากจิตใจของโหย่วเผิงได้ ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนา หรือว่าภาษามือไม้ต่างๆ หากบอกว่า นักแสดงใต้หวันคนนี้ยังทำไม่ถึง100คะแนน ถ้างั้น ฉันรับรองได้ว่า ในเวลาและเงื่อนไขเดียวกันนั้น ไม่มีนักแสดงใต้หวันคนใดที่สามารถแสดงได้ดีกว่าเขาคนนี้แน่นอน เขานั้นเปี่ยมด้วยปัญญา และยังเป็นคนที่มุ่งมานะ หากว่าคุณได้ดูตอนกลางของเรื่องที่เขาได้เต้นรำกับนักแสดงหญิงท่านหนึ่ง หากว่าคุณได้ฟังเพลงสุดท้ายที่ของเขา(คุณเป็นโลกของฉัน) ฉะนั้นคุณจะได้เห็นตัวของโหย่วเผิงนั้นมีคุณสมบัติของนักแสดงละครดนตรี นั่นก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่คู่ควรแก่การที่เราไปรอคอย เวทีนี้นั้นเหมาะสำหรับเขาจริงๆ


ตลอดเวลาฉันคิดว่า เริ่มแรกของการแสดงนั้น สื่อนำเอาเสียงพื้นเมืองไต้หวันของโหย่วเผิงมาลงเขียนจะมีมุกตลกอย่างมาก การสนทนาของเขาฟังแล้วก็บอกไม่ได้ว่าเป็นนักศึกษาจากจีน แต่ว่าอย่างน้อยก็ช่วยเสริมบทละครทั้งเรื่องเหมือนกัน ก็เข้ากันได้ดีกับนักแสดงคนอื่น ไม่ได้ทำให้มีความรู้สึกว่าสูงโดดเด่น ยิ่งกว่านั้นฉันรู้สึกว่า เมื่อเปรียบกับการสนทนาในหนังก่อนๆนั้นแล้วเนี่ย เขาได้ก้าวหน้าขึ้นเยอะมากๆแล้ว แต่โดยแก่นแท้แล้วนี่ได้ใช่กำลังแสดง “โรงน้ำชา”

หลายครั้งไม่น่าจะที่ให้เขามาเอาใจผู้ชมหรือเอาใจรสนิยม ของสื่อ แต่ว่าน่าจะที่พวกเราลองไปลิ้มลองดูศิลปะการแสดงรูปแบบใหม่บ้าง ฉะนั้น ขณะเดียวกันที่โหย่วเผิงก้าวไปอีกขึ้นนั้น พวกเราจะต้องเลียนแบบจากเขาว่าใช่หรือไม่

สำหรับข่าวที่เขียนขึ้นจาก นักข่าวมือใหม่นั้น ฉันเพียงพูดได้ว่า ขณะที่เขากำลังเขียนข่าวนี้นั้นเขามองแบบลำเอียง เกือบทั้งหมดของเนื้อข่าวนั้นล้วนเป็นความเห็นส่วนตัวของเขา หากว่าข่าวที่เขาเขียนนี้เป็นความจริงจริงๆแล้วเนี่ย ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วเขาก็กำลังทำเหมือนกับว่าผู้ชมที่อยู่ข้างล้างเวที่นั้น เป็นเหมือนคนโง่ (ไม่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร)

อีกอย่าง เสียงประกอบดนตรีในละครเรื่องนี้นั้นเป็นที่ประทับใจฉันอย่างมาก ขณะที่กำลังจะมีอารมณ์นั้น เมื่อเสียงดนตรีได้เข้าเตะใจของคุณ ทำให้คุณแม้ไม่อยากจะอิงไปกับเรื่องราวก็บังคับไม่อยู่ การกระพืออย่างนี้นั้นจริงๆแล้วมันส่งผลต่อผู้ชมที่อยู่ข้างล้างเป็นอย่าง มาก โดยเฉพาะเพลงนั้นที่ได้ยินบ่อยๆในละคร( คุณเป็นโลกของฉัน) ตอนนี้ทุกครั้งที่ได้ยินเพลงนี้ก็จะคิดถึงละครเรื่องนี้เป็นตอนๆ ก็เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่พวกเขาพูดไว้ มันเป็นความสามารถอันยิ่งใหญ่ เป็นความรุ่งโรจน์

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: การทัศนาจรที่โรแมนติคของคนคนหนึ่ง
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2010, 10:42:55 AM »
8 ที่รักลาก่อน


เสียง เพลงที่กินใจ(คุณเป็นโลกของฉัน) ในท่ามกล่างท่วงทำนองเหม่ยเหม้ยสวมผ้าที่โป่งบางเต้นร่ำอยางคล่องแคล้ว (คุณเป็นโลกของฉัน) ได้ดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ละครพูดก็ได้จบไปอย่างสมบูรณ์

ขณะที่แสงไฟได้สว่างขึ้นอีกครั้ง ขณะที่นักแสดงได้ขึ้นบนเวที่ขอบคุณผู้ชมนั้น เสียงปรบมืออันกึกก้องได้ดังทั่วโรงละคร หลายคนก็ได้ลุกจากที่ขึ้นไปข้างหน้า ทุกคนล้วนตื่นเต้นเป็นอย่างมาก คนที่ได้เตรียมดอกไม้ไว้แล้วนั้นก็ยิ่งจะฉวยโอกาสนี้ไปมอบ ตอนนี้ตัวฉันเองก็รู้สึกเอาตัวไม่รอด ทั้งยังจะต้องปรบมือ ทั้งยังจะต้องหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายบนเวทีอย่างรวดเร็ว รูปภาพเหล่านี้นอกจากจะเป็นภาพแห่งความทรงจำครั้งหนึ่งของการท่องเที่ยวที่ โรงหอมดอกเบญจมาศแล้ว ยังให้สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของฉันอีกด้วย สุดท้ายขณะที่ผู้ชมได้ทยอยออกไปพอประมาณแล้ว ผู้กำกับเหลยได้เดินออกมาจากประตูข้างๆ ยังมีบางคนที่ยังจำเธอได้ ได้เดินไปร่วมแสดงความสำเร็จกับเธอ หนึ่งในนั้นก็คือฟางๆนั่นเอง

เดิน ออกจากประตูใหญ่เหม่ยฉีแล้ว ท้องฟ้ายังมีฝนโปรยๆนิดหน่อย แต่ก็เข้ากับบรรยากาศได้ดีเหมือนกัน ตัวคนเดียวได้เดินไปตามทางหนันจิงโดยลำพัง อารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดก็ไม่สามารถที่จะสงบลงได้ ไม่อยากจะไปขึ้นรถ ต้องการที่อยากจะเดินอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ให้บรรยากาศแห่งหอมดอกเบญจมาศนี้ได้โรแมนติกอย่างนี้ตลอดไป ตลอดไป

หน ทางที่เดินอยู่คนเดียวนั้นอ้างว้างเหมือนกัน แต่ว่าหากคนหนึ่งคนได้เดินอยู่ในเมืองหนึ่งที่ไม่คุ้นเคย ได้ดูละครที่ใฝ่ฝันมานาน ประทับใจโดนใจซึ้งใจตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างนี้นั้น ฉันรู้สึกว่ามันโรแมนติกเหมือนกัน และสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ฉันได้แสวงหารูปแบบชีวิตที่เป็นตัวของตัวเอง อุปนิสัยที่เป็นของตัวเอง
วันที่สอง ฝนยิ่งตกหนักขึ้น และฉันเองก็ต้องลาเมืองเซี่ยงไฮ้เมืองนี้แล้วล่ะ ทันใดก็ได้คิดถึงเพลง(ลาก่อนที่รัก)ของเติ้งลี่จิน ไม่วายที่จะรู้สึกเสียดายในใจ ลาก่อนแล้วพบกันใหม่นะ โหย่วเผิง เซี่ยงไฮ้ แล้วฉันจะมาอีก