ผู้เขียน หัวข้อ: 21 ม.ค. 2010 สัมภาษณ์หวงจื่อเจียว พูดถึงเสี่ยวหู่ตุ้ย  (อ่าน 1605 ครั้ง)

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด

สัมภาษณ์หวงจื่อเจียว พูดถึงเสี่ยวหู่ตุ้ย

21 มกราคม 2010 (หวงจื่อเจียว เคยอิจฉาที่เสี่ยวหู่ตุ้ยดัง )

หวงจือเจียวที่ได้เข้าสู่วงการร่วมกันกับเสี่ยวหู่ตุ้ย สำหรับหวงจื่อเจียวแล้วเสี่ยวหู่ตุ้ยเป็นที่คุ้ยเคยกันอย่างดี หลายปีมานี้หวงจื่อเจียวกับเสี่ยวหุ่ตุ้ยนั้นประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น แต่ยังมีภาพตอนเข้าสู่วงการใหม่ๆนั้นติดตามมาตลอด

หวงจื่อเจียวกล่าวว่า >>  การเป็นเพื่อนร่วมทางด้วยกันนั้น เขาเคยอิจฉาที่เสี่ยวหู่ตุ้ยดัง และภาพลักษณ์ที่เขาติดตาในตัวเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้นเป็นภาพที่เด่นชัด เช่น (ฉีหลง) เป็นคนที่มีความรักก่อนใครเลย

ถาม :  คุณยังจำช่วงที่ทำงานกับเสี่ยวหู่ตุ้ยได้ไหม?

จื่อเจียว :  ตอนนั้นพวกเราเข้าสู่วงการด้วยกัน ห่างกันแค่ประมาณสองสามเดือนเองมั้ง ตอนนั้นพวกเราได้แข่งขันกันในรายการหนึ่ง จากนั้นผมเป็นคนตลก แต่เสี่ยวหู่ตุ้ยเป็นวงที่หล่อและเป็นขวัญใจ ไม่เคยคิดเลยว่า หลังจากที่พวกเขาได้มีโอกาสร้องเพลงกับ (เสี่ยวเมาตุ้ย) แล้วกลับดังระเบิดเลย

ผมจำได้ว่าตอนนั้นเป็นช่วงที่เรากำลังอัดรายการ ทุกวันอาทิตย์ที่อัดรายการของ(สถานีหัวซื่อ) นั้นจะแน่นไปด้วยผู้คน จากนั้นพวกเขาก็มีการจัดงานแจกลายเซ็น มีแฟนๆมานับหมื่นซึ่งที่ไต้หวันไม่เคยมีเรื่องอย่างนี้มาก่อนเลย  ช่วงปี 88...89  สำหรับพวกเราที่เป็นรุ่นพี่นั้นก็รู้สึกประทับใจ และอิจฉาไปด้วย รู้สึกว่าพวกเขาเป็นที่นิยมมาก

คุณดูซิ (ไกวๆหู่) นั้นต้องเรียนตลอดวัน แล้ว (ฉีหลง) ก็ต้องฝึกตีลังกาตลอด ผมรู้สึกว่าตอนนั้นสิ่งที่ผมรู้สึกพวกเขาสามคนความสัมพันธ์ของพวกเราดีมากๆ และภาพลักษณ์ก็ดีมากๆ และพวกเขาก็เป็นขวัญใจของคนไต้หวันที่รักในการแสดงเป็นอย่างมาก



ถาม : สิ่งที่ลืมยากที่สุดคือ

จื่อเจียว :  จริงๆแล้วตอนนั้นเพราะว่าพวกเขาจะต้องมีการแสดงบนเวที โดยเฉพาะเสี่ยวหู่ตุ้ย เป็นสิ่งที่ทุกคนยากจะลืมเลย เช่นการแต่งตัวของพวกเขา คุณลองจิตนาการณ์ดู ชุดสูทที่หล่อเท่มากๆ ทุกอย่างล้วนสั่งตัด เหตุที่ท่าเต้นบนเวทีของพวกเขานั้นหนักมาก ฉะนั้นพวกเขามีเหงื่อเยอะ ฉะนั้นทุกครั้งที่ไปเปลี่ยนเสื้อหลังเวทีก็จะมีเรื่องขำเกิดขึ้น เพราะคุณจะเห็นว่าหลังจากที่ถอดสูทออกแล้ว คุณจะเป็นเสื้อเชิ๊ดนั้นไม่มีคอ หรือว่าด้านหลังแหว่ง เหตุเพราะต้องการจะให้มีลมเข้า กันร้อน

ฉะนั้นดูภายนอกแล้วพวกเขาดูเหมือนเต็มสูท หล่อไร้ที่ติ แต่ถ้าถอดชุดสูทแล้ว จะมีความทุเรศออกมาให้เห็น(หัวเราะ)  แต่ว่าผู้ชมจะไม่เห็น อีกอย่างผมรู้สึกว่าพวกเขาเป็นวงหนึ่งที่ทนทุกข์มากในตอนนั้น เพราะพวกเขาดังเกินไป ฉะนั้นจะไปเดินเที่ยวก็เป็นการยาก หรือว่าอาหารการกิน ก็ถูกคุมอย่างหนัก บางครั้งยังต้องเจอความเครียดของการเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่น

เช่นตอนนั้นบริษัทของพวกเรานั้นโหดมาก ศิลปินแต่ละคนจะมีตู้จดหมายของตัวเอง รวมถึงตัวผมเองด้วย แล้วของพวกเขาสามคนั้นคุณจะเห็นว่าตู้พวกเขาแทบจะระเบิดจดหมายนั้นหล่นบนพื้นดัง ป้า ป้า ป้า ผมรู้สึกว่าการเป็นขวัญใจนั้นลำบากจริงๆ คุณลองคิดดูจะอ่านจดหมายเหล่านั้นให้หมด มันไม่ง่ายเลย แน่นอนทั้งสามก็มีการจดหมายที่ต่างกัน

ผมจำได้ว่าตอนแรกจดหมายของ (ฉีหลง) เยอะที่สุด ต่อจากนั้น (จื้อเผิง) ก็ตามมาติดๆ สุดท้ายของ(โหย่วเผิง) เยอะสุด  จริงๆแล้วพวกเขาทั้งสามคนก็น่ารักดี สำหรับ (ฉีหลง) นั้นเรื่องความรักจะเยอะหน่อย เขาน่าจะเป็นคนแรกที่มีความรัก

(โหย่วเผิง) นั้น พูดตรงๆว่าเขานั้นลำบากมาก เขามักจะใส่ชุดนักเรียนแล้วมาเปลี่ยนที่บริษัทบ่อยๆ เขาจะช้านิดหนึ่ง ตอนขึ้นเวทีเขาจะเป็นคนคิดมาก 

(จื้อเผิง) เป็นตัวของตัวเองมาก แต่เขาเองก็เป็นคนที่ขี้สงสารตัวเอง นับได้ว่าเขาเป็นบรรพบุรุษของคนที่ขี้สงสารตัวเอง ตอนนั้นเขาก็รู้ที่จะดักผม มักจะใส่ใจในตัวเอง ตอนนั้นหลายคนบอกว่าเขาเหมือน (จางก๋อหยง/ลิสลี่จาง)  ฉะนั้นเขาจะเป็นคนที่เพล้อ คิดว่าตัวเองนั้นหล่อที่สุด


ถาม :  บรรดาเพลงต่างๆนั้นเพลงไหนที่คุ้นที่สุด แล้วตอนนั้นเป็นที่นิยมที่สุดนั้น สาเหตุสำคัญคืออะไร?

จื่อเจียว :  จริงๆแล้วเพลงที่ผมคุ้นเคยและรู้จักนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับทุกคน ก็น่าจะเป็นเพลง(ชิงผิงก่อเล่อเหยียน)ในสมัยนั้น เพราะเพลงนี้จะเปิดในรายการของ (พี่เสี่ยวเยี่ยน)  ผมจำได้ว่าตอนนั้นทุกคนก็ชื่นชอบ จากนั้นก็ออกอัลบั้มประสานเสียง ซึ่งร้องด้วยกันกับ (เสี่ยวเมาตุ้ย)  และตอนนั้นสิ่งที่ร้ายกว่านั้นคือ ตอนนั้นไม่ค่อยมีใครสนใจ (เสี่ยวเมาตุ้ย) เลย แต่ทุกคนกลับรอคอยรายการ(ชิงผิงก่อเล่อเหยียน) ที่หลังจากรายการของเสี่ยวเมาตุ้ย

ผมรู้สึกว่าสภาพการณ์อย่างนั้นมันลืมยากมาก เพราะมันไม่มีอีกแล้ว รวมทั้งขวัญใจรุ่นหลังก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น F4  ยังมีอีกหลายวง ใช่พวกเขาก็ดังเหมือนกัน แต่ว่าไม่เหมือนกับพวกเสี่ยวหู่ตุ้ย สิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่จำฝังใจไม่เคยลืมเลย และเพลงหลังๆของพวกเขาผมเองก็ชื่นชอบเหมือนกัน เช่น(หงชิงเถียน) ได้แปลเป็นภาษาญี่ปุ่น พวกเขาได้ใส่ชุดยีนส์ ถือกีตาร์ และพวกเขาไปฝึกซ้อมเพื่อจะเข้ากับดนตรี ผมรู้สึกว่ามันประทับใจมาก

เช่นเพลงหนึ่งที่ชื่อว่า (อ้าย) พวกเขาไปคิดภาษามือ แล้วใช้ภาษามือเป็นท่าเต้น ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ยากจะลืม


ถาม :  มุมมองของคุณนั้น วงขวัญใจในวันนี้กับเสี่ยวหู่ตุ้ยในอดีตมีความต่างกันอย่างไร? แล้วสิ่งที่ต่างกันที่สุดคืออะไร?

จื่อเจียว :  สมัยนั้น ทุกคนล้วนใสซื่อไร้เดียงสา ไม่มีตัวเลือกให้เลือกเยอะ แต่วันนี้พวกเรามีหลายๆวงที่จะให้เราเลือกดู ฉะนั้นผมคิดว่าสมัยนี้ทำให้จุดสนใจของผู้ชมนั้นแตกกระจ่ายกันไป และตอนนั้นพวกเขาก็ได้เป็นที่รู้จักของทุกคนผ่านทางรายการหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นรายการเกมส์หรืออะไรก็ตาม ล้วนมีพวกเขา ทำให้เป็นที่รู้จักของทุกคน ยิ่งกว่านั้นตอนนั้นสถานีก็แค่ 3 ช่องเอง หากไม่ดูเสี่ยวหู่ตุ้ยแล้วจะไปดูใครล่ะ?

ถาม :  เสี่ยวหู่ตุ้ยจะมีการรวมตัวอีกครั้งในคืนฉลองตรุษจีนที่ประเทศจีน เรื่องนี้คุณมองอย่างไร? 

จื่อเจียว :  ที่ผ่านมาจริงๆแล้วพวกเราก็เคยเห็นการจัดงานอย่างนี้ที่ไต้หวัน แต่ส่วนมากแล้วผมเองก็จะเอาเวลาไปพักผ่อน