ผู้เขียน หัวข้อ: 2010 Yongyuan De Xiao Hu Dui(The Little Tigers's Forever)  (อ่าน 8602 ครั้ง)

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 Yongyuan De Xiao Hu Dui(The Little Tigers's Forever)
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 04:52:22 PM »



        (จางกั๋วหยง........ฟู่จวี้หลีเจียชู่)  เรื่อง “ปราชัยช่วงระยะห่างการสัมผัส”   เมื่อแสดงอยู่ที่ไทเป   อู๋ฉีหลงตั้งใจเป็นพิเศษลาพักกับทีมละคร   ไกลแสนไกลวิ่งกลับไปที่ไต้หวันเพื่อไปดู  และไม่มีการบอกล่วงหน้า  จนกระทั่งน้องรองแสดงละครจนจบ  จึงไปด้านหลังเวทีทักทาย   ชาย 2 คนเมื่อได้พบหน้ากันจึงเข้าสวมกอดกัน  เฉินจื้อเผิง เพิ่งถอดชุดในการแสดงออก  น้ำตาก็กลั้นไม่อยู่ร้องโฮออกมา   อู๋ฉีหลง ก็น้ำตาร่วงออกมาด้วย   เกี่ยวเนื่องกับผู้ชมเพียงแต่คือละครเวทีเรื่องหนึ่งเท่านั้น   คุณฉี ก็เข้าใจความหมายของผม   เขาเข้าใจผมดื้อรั้นทรนง   ความเหนื่อยยากหลายปีมานี้ของผม  เขาล้วนทราบดี  ไม่มีใครอีกแล้ว   2 พี่น้องอยู่หลังเวที ต่างก็ไม่พูดอะไรสักคำ  เพียงแต่สวมกอดร้องไห้ไม่หยุด






         สุภาษิตวัยหนุ่ม

         “ผมมีน้องชาย 2 คน   คนหนึ่งไม่ชอบแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมา   อีกคนหนึ่งไม่ชอบการเปิดเผยความรู้สึกผูกพัน   หลายปีมานี้พวกเราล้วนอวยพรรักและถนอมซึ่งกันและกัน   งานของพวกเราเป็นงานนำพาให้บุคคลอื่นมีความสุขและสนับสนุนส่งเสริม   แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยให้ร้ายผู้ใด  เพียงแต่ไม่สามารถหลีกเลี่ยง  เหตุเพราะงานส่วนนี้พวกเราได้ถูกให้ร้ายเสมอ “   หลังราตรีฤดูใบไม้ผลิได้สิ้นสุดลง   แต่ละวันได้เผชิญกับข่าวและคาดเดาของ “การไม่ปรองดองของเสี่ยวหู่ตุ้ย” ซึ่งผุดโผล่ออกมาอย่างไม่ขาดสาย   อู๋ฉีหลงอยู่ในวรรณกรรมการเขียนอย่างนี้ด้วย


         น้องเล็ก 1 ใน 3  เสือนั้น  หลังการแสดงการรวมตัวอีกครั้งของเสี่ยวหู่ตุ้ย   ไม่มีใครสามารถเหนือกว่า “เสี่ยวหู่ตุ้ย“  ในช่วงเวลาเหตุการณ์ความรุ่งเรือง   ซูโหย่วเผิงกำลังโด่งดังขึ้นอีก   ก่อนหน้าและหลังฤดูใบไม้ผลิต้องระวังคำพูดเป็นพิเศษ   สืบเนื่องในอินเตอร์เนต เพื่อการบันทึกรายการสัมภาษณ์ทางสถานีของการฝึกซ้อมราตรีฤดูใบไม้ผลิ-เทศกาลตรุษจีน  ขณะที่ทั้ง 3 คนให้สัมภาษณ์อยู่ได้เสนอความคิดเห็นเรื่องการเต้นและเสื้อผ้า   ถ้าหาก ซูโหย่วเผิง ไม่แสดงความคิดเห็น ก็จะถูกตีความหมายถึง “มีความเย็นชาแบบสะท้อนกลับ”    ถ้าหาก ซูโหย่วเผิง แสดงความคิดเห็น ก็จะถูกตีความหมายถึง  “ทำตัวเป็นดาราใหญ่”  ความคิดเห็นแตกแยกก็จะกลายว่ามีมาก  เขามองเห็นจุดนี้  จึงร้องขออภัยที่จะบอกกับนักข่าวตรงๆ   “ผมอายุน้อยที่สุด  ไม่ต้องมีอะไรเพื่อจะมีชื่อเสียง   เดี๋ยวนี้สื่อฯชอบนำเรื่องของผมมาคุยมากกว่า  ผมยิ่งไม่กล้าอยากเป็นข่าวอีก  พวกคุณ(สื่อฯ)พูดแล้วก็แล้วกันไป   ผมขอดูความเหมาะสมก็แล้วกัน”

         หลังงานราตรีฤดูใบไม้ผลิ   “เสี่ยวหู่ตุ้ย” ก็ไม่ได้อาศัยโอกาสนี้ร่วมงานกันต่อไป   เสือทั้ง 3 คนล้วนเน้นย้ำ  เพราะการอยู่ต่างบริษัทกัน   เมื่อต่างคนต่างมีกำหนดการทำงานของตน   ผู้คนมากมายยังคงกล่าวโทษมาที่ ซูโหย่วเผิง   เพราะคุณโด่งดังมากใช่หรือไม่   ตรงข้ามการกล่าวถึงความอ่อนแอของ เฉินจื้อเผิง  คุณไม่มีเขาได้  แต่เขาต้องการมีโอกาสครั้งนี้มิใช่หรือ ?”

         “เรื่องอย่างนี้ไม่หลงเหลืออีกแล้ว  ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น  สิ่งนี้ได้กลายเป็นความคลาสสิคไปแล้ว  รวมทั้งผมก็ไม่ได้โด่งดังตามที่พวกคุณพูดอย่างนั้น   เราทั้ง 3 คน   ล้วนต่างคนต่างมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัว   การเต้นรำรวมทั้งการอยู่บนเวทีของ จื้อเผิง มีพลังและความสามารถเก่งมาก   ละครเวทีเต้นรำของเขาเป็นที่ประจักษ์พยานที่ดีที่สุด  จริงๆแล้วเขาสามารถฉายแววสื่อแสงได้   อู๋ฉีหลงก็ด้วย   ฝีมือฝีเท้าก็ดีมาก   และก็ไม่แพ้ให้ (การค้นหา )มวยกังฟู   ผมเชื่อว่าเขาสามารถสร้างภาพยนตร์มวยกังฟูที่ (รุ่งเรือง)เรื่องหนึ่งออกมาได้” ซูโหย่วเผิง กล่าว   








Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2010 Yongyuan De Xiao Hu Dui(The Little Tigers's Forever)
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 05:05:31 PM »


        ความโด่งดังในงานราตรีฤดูใบไม้ผลิ-เทศกาลตรุษจีน  จะมีการปรับปรุงการวางแผนทำงานของปีหน้าได้อย่างไร   อู๋ฉีหลงปรึกษาหารือกับผู้จัดการและบรัษัท    ผลลัพธ์ก็คือ   ความจริงๆ เป็นยังไงก็อย่างงั้น

         ทางเลือก  การไม่ใช้โอกาสร้อนๆ ที่โด่งดังนี้  ไม่เปิดทัวร์คอนเสริต์  คือ ทางเลือกฉลาดยิ่งอย่างหนึ่ง   เด็กผู้ชาย 3 คนกำลังโตขึ้น เรื่องครั้งนั้น  นั่นก็ไม่ใช่บริษัทอยู่ด้านหลังคอยมาคุมแล้วกำหนด   การขึ้นการลงของชื่อเสียงและโอกาส  ยากที่จะทำให้พวกเขาเลอะเลือนได้ง่ายๆ    “ โด่งดังแล้วคือ รสชาติอะไร   เมื่อผมตอนเด็กๆ ก็ได้ลองชิมมาแล้ว สามารถพูดได้ว่า ช่วงตลอดวัยหนุ่มของผม ล้วนโด่งดังก้องมาแล้ว  เพียงแต่ว่าไม่มีสิ่งใดจีรังยั่นยืนได้   ก็นับว่าวันนี้ผมกลับไปเหมือนเมื่อก่อนโด่งดังอีกครั้ง   นั่นก็ไม่สามารถตัดหินลับมีดมาแทนรากฐานได้”

         หวนรำลึกแบบผักอร่อยรสชาติหนึ่ง   เพียงแต่ไม่อาจทานได้ทุกวัน  อู๋ฉีหลง อายุ 40 ปีแล้ว  มีแฟนเพลงที่มีอายุเท่ากันก็มี   ชั่วเดี๋ยวเดียวนึกถึงรสชาติเก่าๆ ช่างอร่อย   ให้บนเวทีเต็ม 30 กว่าคน ไปเชียร์ให้กำลังใจ    หยิบหนังสือพิมพ์ ไห่เป้าของพวกเขาติดเต็มบ้าน   คุณสามารถยืนหยัดนานแค่ไหนละ?





       คำนวณอย่างละเอียด   จริงๆ แล้ว “เสี่ยวหู่ตุ้ย” ช่วงเวลาโด่งดังแท้จริงนั้นสั้นๆ เพียง 3 ปี    จากปี 1988 โด่งดังอย่างรวดเร็ว   จนถึงปี 1991 เป็นครั้งแรกบอกกล่าว “อำลา”   เหมือนกับความฝันไม่เขียวสด   เวลาดำเนินต่อไปเพิ่งถึงจุดที่จะคุยเรื่อง “รัก”   ต่อมาก็ไม่สามารถกลับไปเหมือนอดีต   เมื่อเยาว์วัยดู “เสี่ยวหู่ตุ้ย” เหมือนนิทานเด็ก   พอค่อยๆ โตขึ้นถึงจะรู้    พวกเขาคือคำพูดสุภาษิต   ความหมายของวัยรุ่น 3 คน บนเกาะอากาศร้อน   รวมทั้ง “แมลงปอสีแดง” เหล่านั้น   “ลูกแอปเปิ้ลเขียวสด”  “ การนัดหมายของดวงดาว “   “ผีเสื้อบิน”    ก่อร่างขึ้นมาช่วงสั้นๆ   ความฝันที่แสนหวาน   พวกเขานำพาอุณหภูมิฤดูร้อนมา   แบบเดียวกับความสุขช่วงฤดูร้อนก็ผ่านไปโดยง่าย   เช่นเดียวกับกระจกโปร่งแสงอ่อนกรอบง่าย   เหมือนกับวัยหนุ่มมีธาตุแท้เช่นเดียวกัน

       ปี 2002  ซูโหย่วเผิงเปิดการแสดงคอนเสริต์เดี่ยวของตัวเอง   อู๋ฉีหลงและเฉินจื้อเผิงต่างล้วนไปช่วยเหลือ    ณ เวลานี้ทั้ง 3 คนต่างคนต่างมีประสบการณ์ด้านบรรลุเป้าหมายและล้มเหลว   

         ต่อมา ซูโหย่วเผิง ได้ให้สัมภาษณ์ว่า   “ เวลาได้เริ่มเปิดสำหรับ เสี่ยวหู่ตุ้ย แล้ว   ทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์ใจและไร้เดียงสา   แต่ละวันไม่ต้องทุกข์กังวล   แล้วมีใครรู้บ้างว่าอนาคตเส้นทางชีวิตจะเป็นอย่างไร?    เมื่อพวกเราอยู่บนเวทีรวมกลุ่มพร้อมหน้ากัน   ผมรู้สึกชีวิตคนเรามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากมาย   มีทั้งดีใจและเสียใจทำให้คุณคาดคะเนไม่ได้    ดู ( งานการแสดงบนเวที ) เด็กเล็กแต่ละคนมีใบหน้าช่างไร้เดียงสา   คุณจะทราบได้อย่างไรรอจนกว่าเขาจะโตขึ้น    โชคชะตาของอนาคตจะเป็นหน้าตาอย่างไร?    แต่ว่าพวกเราทั้ง 3 คนก็เดินผ่านมาเหมือนกัน  จนกระทั่งอยากเอาประสบการณ์ของตัวเองมาบอกกล่าวทุกคน   เพราะคนเราได้ฝันจินตนาการจึงจะยิ่งใหญ่ได้   ทุกคนอย่าล้มเลิกละทิ้ง   มีหลายครั้งผมรู้สึกว่าได้เดินถึงทางตัน   ชะตาผมจะแย่ลงแล้ว   ต้องยืนหยัด   ยืนหยัดสู้ต่อไป   ให้เดินทางผ่านไปๆ    ผมรู้สึกสิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนหวานชื่น   ผมหวังว่าให้เก็บสิ่งเหล่านั้นไว้ “






 
ผมยังจำได้ว่าเริ่มแรกเรื่องการคัดเลือกของคุณได้ไหม ?    หากคุณเลือกได้คือ
    1......ขอแสดงความยินดีกับคุณ   ได้กลายเป็นยุคเดียวกับเสี่ยวหู่ตุ้ย   คุณมีความรู้สึกดีใจ   การมีพลังความสามารถวัยหนุ่มสาวซึ่งมีรักหลายอย่างอยู่ที่ประสบการณ์  ยังดำรงรักษาหลังกาลเวลาได้ดีทีเดียว
    2.......คุณคือดิ่งลึกอยู่กับเรื่องเก่าๆ ด้วยความเย็นชา   วันเวลาที่ผ่านไปอยู่ในใจคุณเหลือไว้กับความประทับความทรงจำอยู่ตลอดกาล
    3...... อายุของคุณควรอยู่ในวัยอายุ 45 ปีขึ้นไป   หรือไม่ก็ต่ำกว่า 25 ปี   ไม่อย่างนั้นคุณก็คือหุ่นกระบอกไม้เหมือนร่างที่เป็นสื่อชนวน คือ อยากมีชีวิต   แม้กระทั่งคุณเองก็ไม่ทราบว่าตัวเองเคยผิดพลาดเรื่องอะไร
    4......จริงๆแล้วสมคำเล่าลือว่าคุณไม่มีใจ  ไม่มีปอด  รู้อย่างไม่มีขอบเขตหลังอายุ 90   ผมยอมรับว่า  ผมอิจฉาวัยหนุ่มของคุณ  แต่ว่าจะให้ทำอย่างไรได้ ?   ในวัยหนุ่มของพวกคุณไม่มีเสี่ยวหู่ตุ้ย