ผู้เขียน หัวข้อ: 2008 ซูโหย่วเผิง ความรู้สึกที่สมดูลย์อยากทำตามใจตัวเอง  (อ่าน 1707 ครั้ง)

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
http://tieba.baidu.com/f?kz=514735115


อายุทำงานในวงการบันเทิง มีมากถึงยี่สิบปีอย่างโหย่วเผิง ตอนนี้นั้นได้หันหน้าทำงานด้านหนังภาพยนตร์เป็นงานหลัก ได้เห็นเขาโลดเล่นในแผ่นฟิลม์ที่ทำให้คนอื่นหัวเราะได้โดยไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์ เหมือนกับว่าเขาได้เข้าใจถึงประโยคที่ตัวเองชอบเอ่ย  “ทำตามใจตัวเอง”  แม้ว่าบ่อยครั้งจะมีความรู้สึกอ่อนล้าบ้าง แต่ว่าเขาในวันนี้ ก็เข้าใจตั้งนานแล้วว่าจะยึดและมั่นคงในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่อย่างไร

ซูโหย่วเผิง ความรู้สึกที่สมดูลย์อย่าง ทำตามใจตัวเอง

ช่วงนี้ในงานด้านหนังภาพยนตร์ ก็มักจะเห็นตัวของโหย่วเผิง เริ่มต้นครึ่งปีหลังของ 2008  เขาเริ่มต้นถ่ายหนังกับสี่แฝดอย่างเผ็ดมัน (หนังเรื่อง สี่กามเทศ) ต่อจากนั้นก็ได้เปลี่ยนร่าง กลายเป็นผู้ได้มีความรักกับหลินเจียซินอย่าง ( อ้ายฉิงฮูเจี้ย 2 อ้ายฉิงจ่ออิ้ว) ไม่เพียงเท่านี้ ไม่นานนี้เขายังหาเวลากลับไปที่จีนและไต้หวัน ได้มีส่วนร่วมเป็นศิลปินแขกรับเชิญในเรื่อง (อ้ายเต้าตี่) รับบทเป็นนักศิลปินที่มีบุคลิกเป็นเหมือนเต่า เขากล่าว “ เริ่มแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ผมมีความสนใจกับงานการแสดงหนังภาพยนตร์เป็นอย่างยิ่ง”

จากเวทีเล็กๆสู่หนังภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ ที่จริงมันไม่แปลกเลยสักนิด ดูเหมือนว่าทุกๆสิบปีชีวิตของโหย่วเผิงนั้นก็จะเจอการเปลี่ยนแปลง เริ่มจากสิบปีแรก เขาได้เข้าวงเสี่ยวหู่ตุ้ย กับเพื่อนอู่ฉีหลง เฉินจื้อเผิงได้ร่วมสร้างเวทีเพลงที่นับไม่ถ้วนมากมาย การเริ่มต้นของสิบปีที่สอง หนังเรื่องที่ดังกระหึ่มอย่าง( องค์หญิงกำมะลอ) ทำให้เขาดังไปทั่วหล้า และจากจุดนี้ได้เจอความสุขของการแสดง

ตอนนี้ สิบปีที่สามกำลังเริ่มขึ้น ปี 2009  เขาได้เข้าร่วมกับทางฮอลลีวูด(เจ้าชายปลาคน) ได้ไว้หนวดเครา เปลี่ยนแปลงตัวเอง

เหตุไรถึงได้เปลี่ยนไปแสดงหนังภาพยนตร์อย่างกระทันหัน เผชิญกับคำถามนี้ คำตอบของซูโหย่วเผิงนั้นง่ายมาก เมื่อก่อนเป็นนักร้องเป็นขวัญใจ ไม่ว่าจะทำอะไร คนอื่นก็จะมองว่าคุณกำลังเล่นหุ่น ตอนนี้ต่างกันแล้ว เรื่องขวัญใจเรื่องความรักนั้นได้แสดงไปเยอะแล้ว จากการเปรียบเทียบ หนังภาพยนตร์นั้นท้าทายกว่าเยอะ อย่างไรก็ตาม ในปีใหม่นี้ก็อยากจะไปทำงานที่ใจตัวเองอยากทำและอยากมีชีวิตอย่างที่ใจตัวเองอยากมี

หนังภาพยนตร์ จุดเริ่มต้นใหม่

มุมมองจากคนข้างๆ ซูโหย่วเผิงพอที่จะมีความฉลาดและความรับผิดชอบพอ ได้เข้าสู่วงการตั่งแต่วัยรุ่น  ปีตอน ม.6  นั้นได้ละทิ้งงานการแสดงคอนเสิร์ตต่างๆไปและไม่ไปเสริมการเรียนหนึ่งปีเต็มๆ สามารถสอบได้เป็นอันดับหกของไต้หวันในการสอบเข้ามหาลัยทั่วประเทศ ในสมัยนั้นก็ยังมีการต่อต้านจากทางครอบครัวอยู่เหมือนกันกับขวัญใจ ผู้ปกครองหลายคนที่เห็นลูกหลายตัวเองชื่นชอบในตัวโหย่วเผิงนั้นก็รู้สึกดีใจ ในตอนนั้น เขาเป็นนักเรียนแบบอย่างที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยม เขาเป็นขวัญใจหนึ่งไม่มีสองของดวงใจทุกคน

แต่ว่าในปีมหาลัยปีสี่นั้น เมื่อเริ่มรู้สึกกับการเลือกเรียนคณะที่ตัวเองเลือกนั้นกลับไม่ชอบ เขาก็ได้ตัดสินใจในการที่จะหยุดเรียน และได้ไปเรียนต่อที่อังกฤษด้วยตัวคนเดียว จากสายตาเหมือนกับว่าใบปริญญานั้นอยู่แค่เอื้อมนั้น ว่าไม่เอาแล้ว ก็ไม่เอาจริงๆ

หลังจากที่กลับจากอังกฤษ ในวงการบันเทิงนั้นไม่เหมือนแต่ก่อนที่เคยเป็นแล้ว ทางบ้านทั้งพ่อและแม่นั้นล้วนเจอวิกฤตการเงิน เป็นเวลาที่ตกอับมาก โหย่วเผิงกล่าวว่าในบ้านมีสมาชิกครอบครัวสี่คนแต่ทั้งสี่คนก็ต่างอยู่กันคนละที่คนละทาง วันเวลาอย่างนี้ มีมานานจนถึงเวลาที่เขาได้เจอกับจิงจู่เหอ(องค์หญิงกำมะลอ)

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แค่พริบตาเดียว เสี่ยวเยี่ยนจื่อ(นากเอกองค์หญิงกำมะลอ)ไปเรียนต่อ อู่อาเกอ(เขาเอง)ก็สามารถที่จะตั้งตัวได้

วันนี้ ในเรื่อง(อ้ายฉิงฮูเจี้ยว 2) เขานั้นได้สวมบทที่คลั่ง ทั้งยังเคยมีนามที่เคยใช้อย่าง (ชายดี) (สุภาพบุรุษ) (ชายยอดเยี่ยม) (ชายร่ำ)ได้เข้าร่วมการคัดประกวดทุกรายการ แม้กระทั่งในรถก็ไม่ลืมที่จะโบกมือกับทางและท้องฟ้า “เพื่อนสหายบนยอดดอย สวัสดี”

สำหรับผู้ชมแล้วได้กล่าวชื่นชมว่าซูโหย่วเผิงเล่นได้ไม่เบา เผชิญกับคำวิจารณ์อย่างนี้แล้ว โหย่วเผิงสุขใจเป็นพิเศษ แท้จริงแล้วนี่เป็นบทบาทที่ต้องการค้นหาอย่างยิ่ง  จู้จี้จุกจิกทุกวันอย่างคนเป็นประสาทอย่างนั้น หากว่าทุกคนดูบทที่ผมแสดงแล้วก็จะรู้ว่าถูกผมผ่า(ฟ้าผ่า)เสียแล้ว นั่นก็แสดงว่าผมสำเร็จแล้ว

รับรู้ว่าได้เป็นดารารับเชิญในหนังของ หวงจื่อเจียว เขาเป็นคนแรกที่ได้แบกกระเป๋ากลับไปที่ไต้หวัน สำหรับใจที่ร้อนรนอย่างนี้ หวงจื่อเจียว  กล่าวว่าตัวเองได้ติดหนี้น้ำใจเขาอีกแล้ว


สำหรับได้ร่วมแสดงหนังของเพื่อนที่ดีนั้น ซูโหย่วเผิงนั้นรู้สึกผ่อนคลายสบายๆมาก ในเนื้อเรื่องนั้นยังได้แสดงออกถึงการเป็นผู้กำกับอีกด้วย ในด้านนี้ เขาได้มีคำสั่งต่อนักแสดงที่ร่วมแสดงด้วย “ สภาพอารมณ์ร้อน สภาพสูญเสีย สภาพสามเส้า สภาพไม้ป่าเดียวกัน” ทีมงานได้ใช้วาจาแสดงสื่อออกมา หวงจื่อเจียวที่ได้นั่งอยู่ข้างๆหัวเราะออกมาว่า “ นี่น่าจะเป็นผู้กำกับที่ไม่มีความเป็นผู้กำกับที่สุดที่ผมเคยเห็น”

เมื่อยุ่งกับงานเหล่านี้จะเสร็จแล้ว ก็ไม่ไกลจากการไปแสดงหนังออลลีวูด(เจ้าชายปลาคน)ที่เริ่มจะเปิดกล้อง เพื่อต้องการที่จะแสดงบทที่ได้รับเป็นนักรบนั้น ซูโหย่วเผิงได้บอกกับเราว่า ได้ฝึกฝนดำน้ำ เสียงและสำเนียงอย่างลำบาก หากมีเวลาก็จะไปเข้าฟิตเนส เขากล่าว “ จะต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุดก่อนจะเปิดกล้อง จะไม่ให้คนอื่นว่าได้ว่า “อ้ายหยา ทำไม่นักรบปลาคนคนนี้ท้องพุงใหญ่จริงๆ”อะไรอย่างนั้น

โหย่วเผิงกล่าวว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเยอะที่สุดคือการปล่อยวางไม่ยึดติดตัวเอง ราศีกันย์อย่างเขานั้นเคยเคร่งกับตัวเองอย่างมาก สอบต้องได้ร้อยคะแนนทุกครั้ง งานจะต้องทำให้ได้ดีที่สุด ช่วงหนึ่งเขากลัวที่จะออกนอกบ้าน รู้สึกว่าเมื่อเดินอยู่ที่ท้องถนน ผู้คนที่เดินในถนนนั้นจะเพ่งสายตามาจ้องที่ตัวเขา แต่วันนี้ เขาก็สามารถจะสนองสายตาอย่างนั้นแล้ว

ปัจจุบัน ซูโหย่วเผิงกล่าวว่าเขาได้เรียนรู้ในการที่จะปล่อยวางตัวเองแต่ต้นแล้ว ได้เอางานหนังต่างๆอย่างย่อๆไปลงบนเว็บไซด์ของตัวเองเพื่อแบ่งปันให้ผู้อื่น ทั้งคืนก็ได้ศึกษาว่าจะเอาหนังในเว็บแปลงเป็น Pod ได้อย่างไร

ระยะนี้ เขายังได้ไปดูคอนเสิร์ดซึ่งเป็นขวัญใจของเขา(มอนดอนน่า)  แม้จะมีตั๋วฟรีแล้ว แต่โดยการชื่นชอบเธอแล้วเขาได้ซื้อตั๋วใบหนึ่งเพื่อสนับสนุนเธอ ครั้งนั้นไม่เพียงแต่เขาได้เปลี่ยนฐานะเป็นผู้ชมแต่เขาก็ยังเข้าไปในเว็บจองตั๋วที่อยู่แถวหน้าอีกด้วย รวมทั้งยังตะโกนเสียงร้องกับแฟนๆคนอื่นอีกด้วย ยิ่งกว่านั้นหลังจากที่เสร็จจากคอนเสิร์ดแล้วเขายังไปซื้อของที่ระลึกจากงานอีกด้วย หลังจากที่กลับมาแล้ว เขาได้บอกว่าเมื่อก่อนมักจะมีคนไล่ตามตัวเองมาตลอด แต่ตอนนี้นั้นเป็นผู้ไล่ตามคนอื่นบ้างแล้วครั้งหนึ่ง

ชีวิตอย่างนี้นั้นก็ได้เหมือนกับความตัองการทำตามใจตัวเองที่ในอดีตอยากทำนั้นจนใกล้เป็นจริง ซูโหย่วเผิงได้รวบรวมชีวิตของเขาเป็นแบบสุภาพ แม้ว่าระยะนี้ยังไม่เป็นจริง แต่เขาก็พยายามสำหรับสิ่งนี้อยู่ เขากล่าว ตอนนี้จะไม่เพื่อคนอื่นเห็นว่าตนเป็นผู้ใหญ่แล้วกลับไปไว้ผมยาว ไว้หนวดเครา ใส่เสื้อผ้าที่ไม่เข้ากับตัวเองแต่จะให้เห็นว่าเป็นผู้ใหญ่ ตอนสัมภาษณ์เมื่อเจอเรื่องที่สนุก เขาก็จะหัวเราะแล้วกลิ้งนอนบนโซฟา เวลาถ่ายรูปหากอากาศอุ่นๆ เพื่อจะเข้ากับรูปทรงก็จะสวมเสื้อขนผ้าพันคอ เขายังมีมุขขำๆๆ มากมายออกมาอีกด้วย  “อาทิตย์ที่ผ่านมานั้นผมได้ใส่เสื้อหนังด้วย พวกคุณคิดว่าผ้าพันคอผืนนี้สามารถทำให้ผมแพ้ได้หรอ เป็นไปไม่ได้”

เพราะหลายปีนี้ได้เข้าสัมผัสกับหลักธรรมพุธท เรียนรู้ถึงการพึ่งพอใจแล้วจะมีสุข ตอนนี้ผมจะไม่เรียกร้องให้ตัวเองจะเอาในสิ่งที่ตัวเองอยากได้นั้นให้ได้ เรียนรู้ในการสงบ มีมุมมองที่เป็นกลางในการมองเรื่องต่างๆ ความสุขก็จะเป็นสิ่งที่ง่ายๆ



ข้อความในรูป

ชื่อ – สกุล . ซูโหย่วเผิง
วันเกิด .   11 กันยา
ราศี .  กันย์

ก่อนนี้ . เขาเป็น ไกวๆหู่ ของเสี่ยวหู่ตุ้ย ทุกครั้งที่เจอการเต้นก็จะปวดหัว ตอนหลัง ได้กลายเป็นอู่อาเกอ(องค์หญิงกำมะลอ)  ตู้เฟย ในเรื่อง( ฉิงเซินเซิน หยี่หมงหมง)  ได้กลายเป็นพระเอกในสมัยใหม่ หลังจากนั้นเขาก็ได้เข้าสู่วงการหนังจีนโบราณ ฮ่วยบ่อข่วย  จางอู่จี้ ... ตอนนี้ได้หันไปในด้านหนังภาพยนตร์ เพื่อเปิดโลกกว้างให้กับงานของตัวเอง

ปี 2008  รายการหนังภาพยนตร์ในเซี่ยงไฮ้ ซูโหย่วเผิงกับหลินซินหยูคู่สหายเก่าที่ได้โด่งดังไปทั่ว

(อ้ายฉิงฮูเจี้ยว2 อ้ายฉิงจ่ออิ้ว) ซูโหย่วเผิงได้เล่นกับหลินเจียซิน

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด