ผู้เขียน หัวข้อ: 2008 ซูโหย่วเผิงกล่าวถึงหนทางของการลงทุนบ้านและที่ดิน  (อ่าน 1926 ครั้ง)

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11116
    • ดูรายละเอียด

ซูโหย่วเผิงกล่าวถึงหนทางของการลงทุนบ้านและที่ดิน

ต้นฉบับ ( เฉียนจิง) เนื้อหา / นักข่าว หันเจีย

   ซูโหย่วเผิง

กล่าว ตลาดการค้าตกนั้นไม่ใช่เรื่องน่ากลัว มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการลงทุนที่ขาดไม่ได้ เหมือนกับชีวิตคนเรา มีขาขึ้นแน่นอนก็ต้องมีขาลง ท่ามกลางการตลาดที่แข่งขันพวกเราแข็งขันในการหาเงิน ในยามการตลาดตกก็สามารถพักผ่อนหย่อนใจเพื่อคอยโอกาส ในชีวิตของเราแต่ละคนนั้นล้วนอาจจะต้องเจอวิกฤตการตลาด ให้ลืมกิจการไปสักพัก ใช้เวลากับครอบครัวเยอะหน่อย สิ่งที่จะให้เราทำยังมีอีกเยอะแยะ

ก่อนหน้านี้สองสามวันซูโหย่วเผิงพึ่งกลับมาจากฮอลลีวูด ลือว่าเขาได้ร่วมงานกับผู้กำกับชื่อดังชาวอเมริกา จะถ่ายหนังแนวภูตผีปีศาจเรื่องหนึ่ง จากการสอบถามโหย่วเผิงยืนยันเรื่องนี้ว่าใช่ แต่ไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดต่างๆ แต่ได้พูดแบบกว้างๆสบายๆ “นี่เป็นโอกาสอีกครั้งสำหรับตัวเอง ผมจะฉวยโอกาสอย่างไม่ปล่อยให้หลุด”

ซูโหย่วเผิงที่นั่งต่อหน้านักข่าวนั้น เงียบ สุภาพ ใบหน้าไม่เคยเปลี่ยน รอยยิ้มที่บริสุทธิ์ ดูจากภายนอกแล้ว เขาเป็นคนดีที่สม่ำเสมอมารยาทยอดเยี่ยม วาจานอบน้อม แต่ก็ไม่สามารถที่จะปิดบังความสูงศักดิ์ของเขาได้ ขณะสัมภาษณ์นั้น สายตาของเขานั้นจะจดจ้องมองคุณ ทำให้คุณรู้สึกว่าเขาสนใจในคุณอยู่ สิ่งที่ยิ่งทำให้คนอื่นประทับใจก็คือ เขาเป็นคนคล่องมากๆ พูดคล่อง ท่าทางคล่อง เหมือนกับว่าสิ่งที่เหมือนเกินในตัวเขานั้นกลายเป็นสิ่งที่สำคัญ (ประโยคนี้เห็นบ่อยมากๆค่ะ...)

เข้าวงการมายี่สิบปี จากนักร้องขวัญใจที่ย่างเข้าวัยรุ่น ถึงสิบปีที่แล้วในหนังเรื่องนั้นที่ทำให้ผู้คนหลงไหลกันมากอย่าง (องค์หญิงกำมะลอ) และจนวันนี้ที่กำลังจะเปิดกล้องถ่ายทำอย่าง ห่าวไหลอู ซูโหย่วเผิงไม่เคยที่จะจืดจางไปจากสายตาของผู้คน พูดถึงเคล็บลับเรื่องนี้ ซูโหย่วเผิงพูดอย่างธรรมดาๆว่า “ มันอาจจะถือได้ว่าผมเป็นคนขยัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลพวงมาจากสิ่งที่ทุ่มเทไป”


การลงทุนอสังหาที่มีฝีมือ

สามปีที่แล้ว ได้ถือโอกาสที่ไปถ่ายหนังที่เซี่ยงไฮ้ ขณะที่ยุ่งอยู่นั้นซูโหย่วเผิงได้ฉวยหาเวลาว่างหลบไปซื้อบ้านหลังหนึ่งของตนในจีน  บ้านพักเขานั้นอยู่ใกล้ๆ “ซินเทียนตี้”  ยิ่งกว่านั้นคือมีมากกว่าสองหลัง เมื่อบ้านเขาตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว และแล้วก็มีนักลงทุนที่ไม่รู้จักได้มาซื้อบ้านไปโดยให้ราคาสูงถึงสองเท่าที่ซื้อมา แต่ซูโหย่วเผิงกลับปฎิเสธ เหตุผลง่ายๆ ย่านนี้เป็นย่านสำคัญของเซี่ยงไฮ้แล้ว คนมากมายเข้าแถวกันเพื่อจะเข้ามาอาศัยอยู่ย่านนี้ เริ่มแรกตัวเองซื้อมาได้ก็เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดี มันไม่ได้ซื้อได้ง่ายๆ การลงทุนงวดนี้ ตอนนี้ซูโหย่วเผิงได้กำไรเกินคาดจริงๆ

พูดถึงการลงทุนซื้อขายบ้าน ซูโหย่วเผิงพูดอย่างฉะฉาน เทียบกับโครงการ “หนันต้าปิง”ที่ปักกิ่งที่ขยายอย่างต่อเนื่องนั้น พื้นที่ที่เซี่ยงไฮ้นั้นน้อยกว่ามาก ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนล่วงหน้าและการควบคุมของการลงทุนซื้อบ้านในเซี่ยงไฮ้นั้นดีกว่าตั้งเยอะ บวกกับความคุ้นเคยที่เซี่ยงไฮ้  จนวันนี้ซูโหย่วเผิงยังไม่ซื้อบ้านในปักกิ่งเลย แต่ในเซี่ยงไฮ้ ตั้งแต่เมืองจนถึงซินเทียนตี้ล้วนมีบ้านของเขา บ้านที่ผ่านมือไม่น้อยกว่าสิบหลัง รวมถึงที่ไต้หวันกำลังอยู่ในภาวะที่ราคาบ้านตก เขาก็รีบฉวยซื้อบ้านใหญ่มากประมาณสามร้อยตารางเมตรหลังหนึ่ง ตอนนี้ราคาบ้านของที่นั่นเริ่มดีขึ้นเรื่อยมาหลายปีแล้ว

เริ่มแรกนั้นซูโหย่วเผิงก็เคยซื้อขายหุ้น แต่ถ้าไม่ใช่ได้ชดใช้ก็คือขาดทุนสองอย่าง ระยะหลังเขาได้ตัดสินใจลงทุนการซื้อขายบ้านก็พอ ตอนนี้ในจีน ไต้หวันและสิงคโปร์ อเมริกาเป็นต้น ล้วนมีบ้านที่เขาได้ซื้อไว้ ซูโหย่วเผิงกล่าวว่า “ บ้านที่เยอะเหล่านั้นล้วนซื้อไว้ก็เพื่อพ่อแม่น้องชายนั่นเอง ผมขยันในการหาเงินมาตลอด จะฉวยไว้ทุกโอกาส”

ซูโหย่วเผิงยังเปิดเผยกับเราอีกว่า ตัวเองได้ขยายกิจการในจีนเป็นเวลายาวนาน เงินที่ได้รับนั้นเขาแทบจะเข้าธนาคารในจีนหมด ตอนนี้เงินหยวนของจีนก็แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับญาตมิตรที่ไต้หวันแล้ว ในช่วงค่ำคืนเดียวเงินไต้หวันสิงคโปร์ของซูโหย่วเผิงก็ขึ้นนับล้านหยวน


ความตกต่ำหลังจากวัยรุ่นที่ดัง

ยี่สิบปีก่อน โหย่งเผิงที่ยังเรียนอยู่ในมัธยมตน ชั่วคืนเดียวก็ดังพร้อมกับ เสี่ยวหู่ตุ้ย สิ่งที่ตามมาก็คือในคืนเดียวเขาก็ได้เป็นเศษฐีแล้ว ทั้งซื้อรถ ซื้อคอนโด ซื้อหุ้น ต่างๆขยายใหญ่โต หลังจากสามปีแห่งช่วงเวลาที่ฮึกเหิม ซูโหย่วเผิงสอบเข้ามหาลัยได้ สาขาช่างกลและอิเล็กทรอนิค จากนั้น วันดีๆเหมือนกับเดินมาถึงจุดสุดแล้ว ก่อนสอบเข้ามหาลัยนั้น ซูโหย่งเผิงได้คิดอย่างหนักว่าแท้จริงตัวเองชอบวิชาสาขาอะไร เพียงแค่อยากจะเชื่อฟังความเห็นที่ผู้ใหญ่บอกจึงได้สมัครสาขาที่ทางมหาลัยก็ถือว่ายอดเยี่ยม คิดไม่ถึงเมื่อเอาเข้าจริงๆแล้ว ความเซ็ง ความยากของหลักสูตรวิชานี้ทำให้ซูโหย่วเผิงต้านทานไม่ไหว และทุกเทอมเขามีวิชาที่สอบไม่ผ่าน สุดท้าย ขณะที่ซูโหย่วเผิงอายุยี่สิบเอ็ดนั้น เขาได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ทุกคนทึ่ง ลาออกจากการเรียน ทำงานด้านศิลปินเต็มตัว

หลังจากที่ซูโหย่วเผิงลาออกจากมหาลัยแล้ว ไปเรียนต่อที่อังกฤษอีกครึ่งปีแล้วกลับมาไต้หวัน “ในตอนนั้นเขาเป็นคนทำงานที่ยังวัยรุ่นอย่างเต็มตัว ไม่มีใบปริญญา งานด้านการแสดงก็ไม่ได้เล่าเรียนมาโดยตรง เคยแสดงละครพูดช่วงหนึ่ง แต่รายได้ก็ไม่ดีนัก” ซูโหย่วเผิงพูดถึงอดีตว่า หลังจากที่หมดสัญญาของ วงเสี่ยวหู่ตุ้ยแล้ว รายได้สูงที่เคยได้นั้นได้หยุดลง ทำให้ยังปรับตัวไม่ได้ ในตอนนั้นเขานอกจากจะรับภาระเป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายของครอบครัว และยังมีค่าผ่อนคอนโด ผ่อนรถที่ไม่น้อยอีกด้วย  “ จริงๆก็มีความรู้สึกว่ายังมีวันที่เราดูเหมือนว่าจะไปไม่รอดแล้ว”

สิ่งที่แย่กว่านั้นก็คือ ตัวเองคิดว่าจะมีเงินก้อนโตจากการลงทุนซื้อขายหุ้น และมันก็ไปเจอช่วงที่ตลาดหุ้นตกของไต้หวันอีก เดิมทีก็ไม่ค่อยรู้เรื่องตลาดหุ้นอยู่แล้ว แล้วยังมอบอำนาจให้ญาตไปดูแลเองอีก สุดท้ายตลาดหุ้นของเขานั้นขาดทุนยับเยิน ในชีวิตคนเรานั้นจะโชคดีดวงดีสองหนนั้นหายาก แต่เรื่องหนีเสือแล้วปะเจระเข้ซวยแล้วซวยอีกนั้นมีบ่อยมาก ในเวลานั้นสภาพที่ย่ำแย่ที่สุดของซูโหย่วเผิงก็คือ ได้ขายรถไปหมดเหลือคนเดียวไว้เพื่อใช้สำหรับตัวเอง ขนาดไปจอดดีๆอยู่ข้างถนนก็ยังมีคนขับรถมาชนใส่จนเสีย


หนทางสู่สังคมที่ “เผชิญสภาพที่เลวร้าย”(อย่างไม่สะทกสะท้าน)

ปัจจุบันวันปีที่ผ่านไปอย่างซูโหย่วเผิง ข้างหลังตัวได้มีกระดาษที่เขียนถึงประสบการณ์มากมายติดอยู่ นึกว่าชีวิตที่ขึ้นๆลงๆของเขานั้น จะเล่าเรื่องราวชีวิตเป็นตอนๆกับความรักที่อลเวงให้กับเราฟังอย่างน่าตื่นเต้น แต่สิ่งที่เขาได้กล่าวนั้นส่วนมากเป็นเรื่อง วาสนา ธุรกิจ ความรัก วิถีชีวิต .....ไม่มีอะไรนอกเหนือนี้

“ผมเชื่อว่าบางสิ่งบางอย่างนั้นถูกกำหนดไว้แล้ว ผมไม่รู้สึกอย่างที่ว่าพึ่งในกำลังของคนเราสามารถทำอะไรก็ได้ นี่เป็นทัศนะของผม ผมเป็นคนที่เชื่อเรื่องวาสนา แต่ผมก็ไม่ได้ปฎิเสธว่าถ้าขยันพยายามแล้วมันจะไม่เกิดผลอะไรเลย ผมรู้สึกว่าผลลัพธ์บางอย่างนั้นกำลังมนุษย์ไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงมันได้ ผมจะไม่ซีเรียสกับผลที่จะเกิด เพียงคุณทำให้เต็มที่ แต่ผลนั้นไม่ใช่ว่าใช้ความพยายามของตัวเองแล้วสามารถเลือกผลลัพธ์ได้” เนื่องด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ซูโหย่วเผิงสามารถที่จะผ่านวิกฤตมรสุมของชีวิตไปได้

ปล่อยตามเวรกรรมของซูโหย่วเผิงนั้นเป็นการเผชิญในแง่ดี แต่ถ้ามันไม่ดีอย่างที่หวังก็ไม่คิดว่าจะต้องเอาให้ได้ เขาได้พบถึงการไร้ความหมายของการต่อสู้และการฝืนทำ เขาได้เข้าใจถึงหลักการเรื่องเหตุและผล แน่นอนก็จะไม่ไปเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ไม่จำเป็น สุดท้ายคือปล่อยวาง

“ผมรู้สึกว่าไม่มีประโยชน์ ชีวิตคนก็มีขึ้นๆลงตามธรรมชาติ ช่วงที่ดีก็มีวิถีของช่วงที่ดี ช่วงที่ตกต่ำก็มีวิถีของช่วงที่ตกต่ำ ที่จริงชีวิตคนเราไม่ใช่ว่ามีเพียงแต่งานๆๆๆๆ ถ้าหากยามที่งานไม่ดี งานไม่ราบรื่น นั่นก็รีบฉวยโอกาสในเรื่องความรัก คุณสามารถที่จะทำอย่างอื่นได้ หรือว่าอาจเป็นเวลาที่ดีที่เราจะใช้เวลากับครอบครัว หรือว่าถ้าเป็นผม ผมก็จะใช้เวลานั้นไปเที่ยว ผมสามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างได้ แต่ถ้าโชคของงานเข้ามาคุณก็ต้องตั้งใจในการทำงาน และอย่างอื่นก็จะต้องสละไป” สุดท้ายซูโหย่วเผิงสรุปว่า ที่จริงเป็นประโยคง่ายๆ คิดอยากจะรักษาชีวิตที่มีความสุขนั้น จะต้องเรียนรู้ในการ “เผชิญกับสภาพเลวร้าย”อย่างสะทกสะท้าน


เรื่องราว “เสี่ยวหูตุ้ย”

เอ่ยถึงสภาพตอนเข้าวงการ ซูโหย่วเผิงอดที่จะหัวเราะฮ่าๆๆๆออกมาไม่ได้ หลังจากนั้นก็เริ่มเอ่ยถึงมัน “ ตอนเข้าวงการนั้นสนุกมากๆ เพราะก่อนนั้นผมรู้แค่เรียนหนังสือเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าจบมัธยมต้นแล้วกลับเป็นศิลปิน”

หลายคนอาจได้รู้ว่า คุณพ่อของซูโหย่วเผิงนั้นหน้าตาหล่อเหลามาก หล่อจนเวลาเดินบนถนนก็ยังมีแมวมองมาจ้องจับ แต่ทัศนคติของพ่อซูนั้นโบราณมาก คิดว่าผู้ชายไม่ควรใบหน้ามาหากิน แต่นอนเขาก็ไม่ต้องการให้ลูกของตัวเองเกี่ยวข้องกับอาชีพนี้ ฉะนั้น ในตอนนั้นซูโหย่วเผิงได้ร่วมมือกับคุณแม่ที่ปิดเรื่องนี้ไม่ให้พ่อรู้ เรื่องการเข้าร่วมคัดสรร เสี่ยวหู้ตุ้ย

ในตอนนั้น ซูโหย่วเผิงเพียงแค่คิดว่าเข้าเสี่ยวหูตุ้ยเป็นงานที่ทำไปวันๆ ไม่ได้คิดที่จะยึดทำเป็นจริงเป็นจัง เพื่อไม่ให้เสียการเรียน ยังทำสัญญาว่าขณะเรียนนั้นจะไม่ลาไปทำโน้นทำนี่ ฉะนั้น เสี่ยวหูตุ้ยในตอนนั้น หนึ่งปีออกอัลบั้มเพียงสองชุด คือช่วงปิดเทอมหนึ่งกับเทอมสอง



ช่วงสัมภาษณ์ดารา(ซูโหย่วเผิง)

(เฉียนจิง)   มารตฐานแรกที่คุณจะเลือกบ้านนั้นคืออะไร?

ซูโหย่วเผิง :จะต้องอยู่ในย่านเมืองที่คึกคัก

(เฉียนจิง) จุดประสงค์ในการลงทุนจริงๆคืออะไร?   

ซูโหย่วเผิง :ในวงการศิลปินนั้นมีการยั่วยวนมากมาย สำหรับตัวเองแล้ว เพราะเคยผ่านชีวิตที่ตกต่ำ ฉะนั้นเรามีอาชีพนี้นั้น ไม่ใช่ว่าจะมีความปลอดภัยมั่นคง  ยามที่มีแรงสามารถทำก็ขยันทำหน่อย อย่างนี้รู้สึกว่ามีความปลอดภัย ของชีวิต นี่ก็ยังเป็นเป้าหมายในช่วงวัยนี้ของชีวิตผม ตอนนี้ ก็มีเงินฝาก บ้าง ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำงานเพื่อยากได้เงินมาเลี้ยงชีพ ชีวิตก็สามารถที่จะยืดหยุ่นได้

(เฉียนจิง) ไต้หวัน ฮ่องกง จีน ศิลปินประเทศไหนที่บริหารเงินเก่ง? มีอะไรที่
                        พิเศษโดดเด่นบ้าง?


ซูโหย่วเผิง :ความคิดการบริหารเงินของศิลปินไต้หวันนั้นแคบมาก ถ้าไม่ใช่ลงทุนซื้อขายบ้านที่ดินก็เปิดร้าน และเวลาลงทุนก็คือ “ชอบถอนเงินออก”  “ยามแก่ไม่มีเงิน”ง่าย ถ้าเทียบกับดาราฮ่องกงแล้ว ศิลปินฮ่องกงนั้นเป็น ระดับอินเตอร์เยอะมาก

(เฉียนจิง) “เผชิญสภาพที่เลวร้าย”(อย่างไม่สะทกสะท้าน) นั้นหมายถึงการไปแสวงหาอย่างไม่คิดหรือเปล่า?

ซูโหย่วเผิง :ไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะพูดอย่างไร ที่จริงผมจริงจังการขั้นตอนของการทำงาน แต่ว่า คุณจะให้ผมไปแย่งชิงกับคนอื่น ผมรู้สึกว่ามันไม่สุภาพ การกระทำอย่าง นี้ผมไม่สามารถที่จะรับได้ ถ้าหากอยู่ในสถานการณ์อย่างนั้นผมก็สบายๆ  ผมยอมที่จะเลือกเอาชีวิตที่สุขภาพดีกว่า

(เฉียนจิง) “ไกวๆหู่”เป็นขนานนามของคุณหรือ? (ไกวๆ แปลว่า เด็กดี เชื่อฟัง)

ซูโหย่วเผิง :ที่จริงมันเป็นเพียงแค่ภายนอก ผมเป็นคนที่ดื่อมาตลอด ไอ้เรื่อง “ไกวๆหู่”  นั้นเป็นสิ่งที่เขาเรียกเพราะเรื่องการเรียน เพราะในตอนนั้นผมเรียนใน โรงเรียนมัธยมที่ดีที่สุดของไต้หวัน และได้เป็นนักเรียนดีเด่นแบบอย่าง  เป็นภาพลักษณ์ที่ไม่มีที่ติ ขณะที่ผมกำลังมีทัศนะทางคุณค่านั้น ก็เหมือน กับต้นกล้า การเป็นตัวตนของตัวเองยังไม่ได้เติบโตเต็มที่นั้น ก็ถูกแรงกด ดันจากภายนอก บีบให้ผมจะต้องโตแบบสมบูรณ์ไร้ที่ติ เติบโตเป็นเด็กดี ที่เป็นมารตฐานของชาวจีนอย่างนี้

(เฉียนจิง)  ถึงตอนนี้ท่าทีต่อการงานของตัวเองนั้นมีการเปลี่ยนไปไหม?

ซูโหย่วเผิง :การแสดง ร้องเพลง งานหลักสองอย่างนี้ยังเหมือนเดิม ที่แตกต่างอยู่ตรงที่ ว่า  จะพยายามทำตามใจตัวเอง จะเลือกเฉพาะบทที่เราชอบและร้องเพลง ที่เราอยากร้องเท่านั้น

(เฉียนจิง) ภาระอันเร่งด่วนของคุณจะเปลี่ยนภาพพจน์ของคุณไหม?

ซูโหย่วเผิง : “ผมอยากแสดงหนังร่วมสมัย แสดงหนังที่มันเข้ากับบุคลิคของตัวเอง” โหย่วเผิงอยากจะทำก็คือเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ เป็นสุภาพบุรุษที่อยู่ด้วยแล้วให้ความปลอดภัย

ในวงการศิลปินนั้นสภาพทรัพย์สินไปด้าน ลงทุนไปด้าน มีความมั่นใจในการลงทุนสูง แต่ขาดการบริหารทรัพย์สินที่เป็นระยะยาว เช่นซูโหย่วเผิง ปัจจุบันมีการลงทุนซื้อบ้านอย่างเดียว แต่เมื่อภาวะการลงทุนสะดุดเจออุปสรรค์ ไม่เพียงเงินทองหด คุณสมบัติของชีวิตก็ถูกกระทบด้วย ทรัพย์สินสุดท้ายก็ว่างเปล่า

การลงทุนในภาวะที่ไม่แน่นอนนั้น นักศิลปินจะต้องดำเนินการจัดทรัพย์สินอย่างดี เพื่อจะให้เงินทองเรานั้นใช้ได้คล่องมือ และยังได้รับความเชื่อมั่นตลอดไป และยังคุ้มครองไม่ให้ค่าเงินตก การรักษาคุณสมบัติที่ดีของชีวิตนั้น จะแสดงให้เห็นถึงส่งต่อของทรัพย์สิน

เห็นได้ชัดว่า ชีวิตที่ตกต่ำเมื่อสิบปีที่แล้ว จนวันนี้ยังทำให้ซูโหย่วเผิงผวาใจอยู่ ภาวนาว่าต่อแต่นี้ไปการงานชีวิตของซูโหย่วเผิงนั้นจะไม่ตกต่ำอีกต่อไป แต่ชีวิตที่ค่อยๆยิ่งกว่านั้นคือมรสุมชีวิตที่หนักของศิลปิน การเตรียมการก่อนล่วงหน้ายิ่งดีเท่าไรก็จะทำให้เรายิ่งปลอดภัยเท่านั้น

ถ้าหากคิดถึงเพียงแค่ด้านการรักษา พักผ่อนยามชรา ดารากับนักธุรกิจนั้นมีรายได้สูงเหมือนกัน ธรรมดาแล้วไม่จำเป็นต้องซื้อประกัน พวกเขาไม่เคยขัดสนเรื่องเงิน แต่ว่า พวกเราต้องการการวิธีการวางแผนและบริหารทรัพย์สมบัติ

มีนักธุรกิจที่ก่อร่างสร้างตัวจากมือเปล่า มีปัญญาที่สามารถจะทำให้ธุรกิจของตัวเองดี แต่ก็ยากจะหลีกเลี่ยงในการเขาไปพัวพันเงินกู้หมุนของธนาคารที่ต้องตกในสภาพลำบากยากแค้น ในสภานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชั่วพริบตาหากมีอะไรเปลี่ยนแปลงนั้น ยากจะรับประกันถึงความเป็นอยู่ของครอบครัวทั้งเด็กเล็กผู้ใหญ่ที่ชรา

เหตุนี้เอง เอาเงินก้อนหนึ่งมาทำประกันเพื่อความปลอดภัย ให้แยกทรัพย์สินของทางบ้านทางบริษัทให้ชัดเจน สามารถรับประกันถึงความเป็นอยู่ที่ดีของตัวเองและครอบครัว เพราะหารบริษัทไหนที่ล้มละลายหรือธนาคารไหนที่ถูดอายัดบัญชีแล้ว ทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้เหล่านั้นก็จะไม่ปลอดภัย ในอนาคตที่วิตที่ยากแก่การคาดนั้น มีเพียงแต่ประกันที่สามารถให้ความปลอดภัยกับพวกเขาและครอบครัว

สำหรับโหย่วเผิงแล้ว การวางแผนทรัพย์สินอย่างนี้นั้นมันจำเป็นเหมือนกับนักธุรกิจทั่วไป ซื้อประกันสะสมเงินยามชรานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เขาสามารถควักเงินที่ไม่ด่วนใช้สักก้อนหนึ่ง ซื้อชำระประกันระยะสั้น จุดประสงค์หลักไม่ใช่ว่าต้องการได้เงินประกันที่สูง แต่เผื่อไว้สำหรับอนาคตยามที่ธุรกิจเผชิญกับมรสุมที่หนักและช่วงตกต่ำของชีวิต หรือว่าในเวลาที่ชรา ก็อาจต้องเจอกับมรสุมชีวิตอย่างวัยหนุ่นนั้น เงินสดที่มีหมด เวลานี้ ประโยชน์ของเงินประกันยามชราก็จะเห็นว่าเป็นประโยชน์ ใบประกันนี้สามารถให้ผู้จ่ายประกันเบิกค่าใช้จ่ายได้ปีละก้อน รับประกันได้ว่าชีวิตตอนนี้ยังไม่เจอมรสุมเรื่องเงินง่ายๆ


Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11116
    • ดูรายละเอียด

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11116
    • ดูรายละเอียด