ผู้เขียน หัวข้อ: 2008 Beijing Youth Weekly  (อ่าน 2059 ครั้ง)

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
2008 Beijing Youth Weekly
« เมื่อ: กันยายน 19, 2010, 03:43:57 AM »
[Magazine] Beijing Youth Weekly 2008.01.24

บทความจาก Beijing Youth Weekly 2008.01.24 4th Edition, Total 604th Edition


Alec Su: การระลึกถึงการเติบโตไปขึ้น

ไม่ว่าหน้าตาของซูโหย่วเผิงยังหนุ่มแน่นขนาดไหน จากการที่พวกเราได้รู้จักกับการเข้าสู่วงการของเขาเป็นเวลากว่า 20 ปี และได้อ่านชีวประวัติของเขานั้น ได้รู้ถึงเขาในวันนี้แน่นอนได้ไม่เป็น “ไกวๆหู่” ในสมัยวัยแตกหนุ่ม แม้ว่า รอยยิ้มของเขานั้นจะสดใส แต่เบื้องหลังนั้นแน่นอนมีเรื่องราวอีกมากมาย ฉะนั้น ขณะที่พวกเราได้เห็นรูปของเขาได้ปรากฏในนิตยสารต่าง ๆ ที่เห็นถึงความรู้สึกที่ลึกซึ้งเต็มไปด้วยเสน่ห์ของความเป็นชายนั้น ไม่มีความรู้สึกที่ไม่กลมกลืนเลย เพราะว่านี่เป็นใบหน้าแท้จริงตอนนี้ของซูโย่วเผิงที่ได้ให้กับพวกเรา ในระดับหนึ่ง ๆ นั้น ซูโหย่วเผิงนั้นประสบความสำเร็จทั้งยังเป็นคนที่มีความผาสุก เพราะว่า “คุณภาพขวัญใจ” ที่ยอดเยี่ยมของเขานั้นได้มีอิทธิพลต่อคนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ได้เป็นคนวัยเดียวกับ “เสี่ยวหู่ตุ้ย” ได้กลายเป็นภาพในสมัยนักเรียนที่พวกเรากระหายหา ขณะที่ได้เห็นเขาอยู่ต่อหน้าอย่างมีชีวิตชีวา พวกเรานั้นได้อยู่อีกขั้นหนึ่งของสังคมแล้ว ความรู้สึกที่โตมาด้วยกันนั้นก็เสมือนกระจกสองด้าน กระตุ้นซึ่งกันและกันเพื่อเป็นพลังเคลื่อนไหวกัน เขาพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อความคาดหวังของคนที่รักเขา พวกเราได้ต่อสู้เพื่อแบบอย่างขวัญใจอย่างเขา การพูดคุยหน้าต่อหน้านี้นั้น ก็ยิ่งเหมือนกับเป็นการระลึกถึงการเติบโต

คนเรานั้นย่อมมีหลักการ แต่มีบางคนนั้นกลับยอมก้มหัวต่อหลักการ แต่หลักการของผมนั้นก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน ศักดิ์ศรีที่ว่านี้นั้นไม่สามารถมองข้าม ผมยืนหยัดสิ่งที่ผมอยากได้ หากว่ามีเพียงทางเดียวที่จะได้สิ้งนั้นมาคือต้องทิ้งหลักการของตัวเองไปหรือผิดหลักการตัวเอง ผมยอมที่จะไม่เอาสิ่งนั้นเลย แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าการพูดคุยของผมกับทุกคนนั้นจะใช้อำนาจบาตรใหญ่ ยึดมั่นในความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ ผมก็มีการรับฟังความคิดเห็นของทุกคนอย่างจริงจัง และจะหาจุดสรุปที่ดีที่สุด


Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: 2008 Beijing Youth Weekly
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 19, 2010, 03:44:27 AM »
การเลือกกับการถูกเลือก


ในระยะปีสองปีมานี้ สิ่งที่พวกเราเห็นที่ค่อยข้างบ่อยก็คือการเปลี่ยนแปลงของซูโหย่วเผิงในกิจกรรมต่างๆและในนิตยสาร “ทำไมไม่มีละครหนังใหม่มามอบให้กับทุกคน?” นี่เป็นคำถามที่คนที่รักและห่วงใยเขาอยากถามมากที่สุด “ไม่มีการเล่นหนังนั้นไม่ได้หมายความว่าผมไม่พยายาม เพียงแต่ช่วงนี้ผมต้องรับผิดชอบกับการเลือกของผม จะไม่ฝืนตัวเองเด็ดขาด ไม่มีก็ขอไม่ทำดีกว่า” จากคำตอบที่ตอบมา ในมุมมองของเขานั้น ถ่ายนิตยสาร เข้าร่วมกิจกรรมก็ถือว่าเป็นการทำงานอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งหนึ่งที่ได้แสดงออกถึงการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของเขาทั้งร่างกายและจิตใจ

ในเวลาเดียวกัน ผมเองก็รู้ตัวว่าผมไม่เหมือนกับดาราหญิง ไม่สามารถนำเอาทุกกิจกรรมมาเป็นงานหลักของตัวเอง ปีนี้ผมจะปรับเปลี่ยนใหม่กันสิ่งเหล่านี้ “ประหยัด” และเป็นการแสดงถึงการขี้เหนียวของซูโหย่วเผิง ทุกครั้งช่วงเวลากิจการของเขาก้าวหน้าขึ้นนั้นล้วนมีจุดสำคัญหลายจุด ขณะที่ขัดสนเขาก็ยังประหยัด

แม้ว่า ซูโหย่วเผิงจะเป็นศิลปินที่ทุกคนคุ้นหูรู้จัก ก็ยังมีแฟนๆที่ต่างวัยและต่างชนชั้น กระนั้นก็ตามเขาก็ยังชัดเจนว่าเขาก็จะเผชิญกับการที่ “ถูกเลือก” อย่างไรก็ตามนั้นการ “ถูกเลือก” ของเขาในตอนนี้กับอดีตนั้นมีความต่างกัน เพราะว่าในขณะเดียวกันที่ “ถูกเลือก” นั้น กับการที่เขาเลือกเองนั้นมีโอกาสมากกว่า ฉะนั้นเขาจะต้องปฏิบัติตามความรู้สึกที่แท้จริงจากใจ

ครั้งแรกที่ “ถูกเลือก” คือช่วงเสี่ยวหู่ตุ้ย ตอนนั้นได้มีตารางชีวิตมา ผมก็ได้เดินไปตามคำสั่งของเบื้องบน อายุ15 เข้าสู่วงการ อายุ 21 ผมได้ตัวสิ้นใจเลือกที่จะออกไป เอาตัวเองไปทิ้งไว้ที่ที่ไม่รู้จักใครเลยในอังกฤษ เหตุที่ได้จากไปนั้น ผมเห็นถึงความคาดหวังที่คนอื่นคาดหวังในตัวผมเองกับตัวตนแท้จริงของผมนั้นมันห่างกันมาก

ช่วงที่สอง เป็นช่วงผลิกผันของตัวเอง ในตอนนั้นมันมืดมนไปหมด ไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะดำเนินกิจการอย่างไรและจะเดินต่อไปอย่างไรดี ตอนนั้นทางบริษัทให้ผมได้เป็นพิธีกรรายการ ผมถามตัวเองตลอดว่านี่เป็นสิ่งที่ตัวเองต้องการหรือ หากว่าตอนนั้นตัดสินใจไปทำรายการ มันอาจจะไม่มีวันนี้ที่เป็นอยู่ แม้ว่าในตอนนั้นผมยังมีความเครียดกับชีวิตความเป็นอยู่ ต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่สุดท้ายผมได้ตัดสินใจไม่เป็นพิธีกร แต่กลับเลือกยืนหยัดตัวเอง อาจเป็นเพราะความยืนหยัดในหลักการของผมนั้นทำให้สวรรค์หวั่นไหว หลังจากนั้นผมได้เจอหนัง (องค์หญิงกำมะลอ) หนังเรื่องนี้ถ่ายทำห้าเดือน มีความยากลำบากมากมายพวกเราล้วนช่วยกันให้มันผ่านพ้นไป ขณะถ่ายนั้น พวกเราไม่มีใครเคยคิดว่าหนังเรื่องนี้จะดังขนาดนี้

เป็นเพราะหนังเรื่องนี้แท้ๆ ทำให้ซูโหย่วเผิงมีแฟนหนังที่จีนมากมาย และทำให้การงานของเขาได้ฟื้นใหม่อีกครั้ง เวลาผ่านไปสิบปี สิบปีให้หลังเขาก็ได้เดินเข้าสู่ทางสี่แยก เขาหวังว่าสิบปีนี้ยากจะรับบทแสดงที่ตัวเองชื่นชอบ หนังที่ตัวเองขุดค้นขึ้นมา ยังนึกว่าเขากำลังรออย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ที่จริงเขาได้พยายามหาโอกาสอย่างนี้อยู่ เพียงแต่ลำบากตรงที่ไม่ใช่ว่าจะแสดงเพื่อการแสดง ฉะนั้นก็เลยไม่เห็นมี วี่แวว

ก็เหมือนดังที่เขาชอบดูหนังพวกความรักที่ให้ความรู้สึกร่วมด้วยอย่างนั้น ซูโหย่วเผิงหวังว่าบทที่เขาจะแสดงนั้นจะสอดคล้องกับอารมณ์ร่วมของเขาด้วย “ผมมักจะถูกความลำบากความซวยทำให้หวั่นไหว ความรู้สึกเจ็บแค้นใจนั้นทำให้ผมรู้สึกปลง แม้ว่าจะถ่ายหนังมามากมาย ตามหลักความจริงแล้วผมน่าจะมีหลักการเหตุผลมากว่าความรู้สึก แต่ขณะที่ดูหนังนั้นก็น่าจะเป็นคนที่เอียงไปทางความรู้สึกมากว่า

ซูโหย่วเผิงกล่าวว่าดูคนอื่นแสดงนั้นเขามีมุมมองสองด้านทั้งมุมของผู้ชมกับมุมของนักแสดง ดูภาพยนต์ (เซ่อ เจี้ย)แล้ว เขาได้ชื่นชมถึงการแสดงที่เป็นธรรมชาติ เมื่อดูหนังที่ หวังเจียจือ ยอมรับคุณอี้ ผมก็กลับมาคิดว่า หากเป็นตัวเราแสดงแล้ว เราจะแสดงอย่างไร ซูโหย่วเผิงกล่าวจากมุมมองของนักแสดงมาวิเคราะห์แล้วสามารถมีอะไรอีก เขาพูดไปด้วยและแสดงให้ตัวเองดูไปด้วย คล้ายคลึงมาก มันเป็นสิ่งที่พวกเราพบในเนื้อบทหนังเป็นประจำ โดยเหตุนี้ เขายิ่งยกย่องการแสดงที่ธรรมชาติไร้ที่ติ นักแสดงมีท่าทีในใจที่ดีงามสามารถที่จะขุดค้นรสชาติของบทออกมาได้

เขาได้แนะนำหนังบาเบลเป็นพิเศษ เขาดูแล้วสองรอบ ความรู้สึกหนักหน่วงนั้นทำให้เขาปลง คนส่วนใหญ่นั้นล้วนแสวงหาความสมดูลย์ของจิตใจในสภาพความเป็นจริง เผชิญกับการทดลองกิเลสหลายอย่าง พวกเราจำเป็นต้องตัดสินใจทำอย่างใดอย่างหนึ่ง และหลายครั้งไม่ใช่ว่าพวกเราทำเรื่องผิดพลาดไป แต่เป็นการทำในสิ่งที่โง่


Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: 2008 Beijing Youth Weekly
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 19, 2010, 03:45:00 AM »
ยืนหยัดกับปล่อยวาง

ผมเชื่อว่า ความเข้าใจนี้ซูโหย่วเผิงได้ผ่านประสบการณ์เอง การบอกว่า โตเป็นผู้ใหญ่นั้น ที่จริงเป็นการเรียนรู้ที่จะยืนหยัดและปล่อยวาง สิ่งที่เขาได้ยืนหยัดนั้นเขามองเป็นดังความมั่งคั่งของเขา สิ่งที่เขาปล่อยวางนั้นเขามองเป็นการให้อภัยอย่างหนึ่ง

คนเรานั้นล้วนมีหลักการ แต่มีบางคนนั้นได้ก้มหัวให้ต่อหลักการของตัวเอง หลักการของผมนั้นมีเหตุผลเหมือนกัน เหตุผลนี้นั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้าม ผมยืนหยัดในสิ่งที่ผมต้องการ หากว่าจะได้สิ่งที่ต้องการแล้วทิ้งหลักการไปนั้นผมก็ยอมที่จะสละสิ่งนั้นไปดีกว่า แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าผมเป็นใหญ่จะยึดหลักการของผมขณะที่ร่วมงานกับคนอื่น ผมก็ตั้งใจฟังความเห็นของคนอื่นด้วย และจะหาทางที่ดีที่สุดมาเป็นบทสรุป

ที่จริง ซูโหย่วเผิงก็ได้ยืนหยัดมาตลอด เขาไม่ยอมที่จะให้ตัวเองพูดหรือทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมเกลียดการแสแสร้งกับพวกผักชีโรยหน้ามากๆ เช่นการทำบุญแบบหลอกลวง ชีวิตแบบนี้ไร้ความหมายสิ้นดี ศิลปินทำได้อย่างที่ผมทำในช่วงอย่างนี้ ไม่รีบไม่ร้อน จากมุมมองของซูโหย่วเผิง เข้าสู่วงการนี้ก็นานแล้ว สามารถมีนิสัยที่ดี ก็เป็นลักษณะของเขาในตอนนี้



สิ่งที่เขายืนหยัดนั้นยังมีเพื่อนของเขากับความรู้สึก มุมมองของเขานั้น


ชีวิตที่โชคดีที่สุดคือการได้เจอเพื่อนที่ดี เพราะว่าเพื่อนที่ดีนั้นจะสามารถให้อภัยสิ่งที่ผิดแก่เราได้ ให้ความสบายใจกับคุณ เสียสละเวลามารู้จักเข้าใจคุณ ร่วมความรู้สึกกับคุณ อ่านใจคุณออก เป็นเพื่อนเคียงข้างคุณ

สิ่งที่เขาสนใจก็คือคนที่ชื่นชอบเขาฝากฝังเขา จากเริ่มแรกของมอนดอนน่า จนถึง ซื่ออาง คือในตอนนี้ เขาก็ยังคงหลงรักเสียงเพลงดนตรีของพวกเธออยู่ เนื้อเพลงทำนองพวกนี้ได้เคียงข้างเป็นกำลังใจให้เขาในเวลาอ้างว้างโดดเดี่ยวสิ้นหวังที่ต่างวาระกันไป ไม่ว่าจะเป็นเพลงเก่าเพลงใหม่นั้นก็ยังฝังอยู่ในใจเขามาตลอด เป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของชีวิตเขา ก็เหมือนกับแฟนเพลงของเขาที่รักชอบในเพลงของเขาอย่างนั้นแหล่ะ (ชิงผิงกว่อเล่อเหยียน) (ถงซินเหยียน) (เปยเปา) (อี้ตี่เล่ย) เจินฉาน) (ต้าปู้เหลี่ยว) .... เห็นถึงแฟนเพลงของซูโหย่วเผิงได้ร้องเพลงของเขาในแต่ละช่วงแต่ละชุดอย่างไม่จืดไม่จาง ขณะที่ได้ยินถึงเสียงตะโกนของพวกเขา “อดีตและปัจจุบันรักโหย่วเผิงที่สุด” นั้น ก็จะเข้าใจได้ไม่ยากถึงการที่ซูโหย่วเผิงได้ยืนหยัดหลักการของตัวเอง

จากมุมมองของซูโหย่วเผิงพูด เขาเป็นทั้งขวัญใจและแฟนเพลงของคนอื่น และสองสิ่งนี้ที่มีจุดเหมือนกันก็คือ “ความจริงใจ” ขณะที่สายตาที่จ้องมองกันนั้น ก็สามารถเข้าใจถึงความรู้สึกของฝ่ายตรงข้าม ฉะนั้นเขาที่อยู่บนเวทีก็จะไม่มีวันเย็นชาต่อเสียงของแฟนหนังแฟนเพลงที่ดูเขาอยู่ เขาที่อยู่ข้างล่างเวทีก็ยังโยกส่งเสียงให้กับดาราศิลปินที่อยู่บนเวทีที่เขาชอบ

เวลาที่ยืนหยัดนั้น ซูโหย่วเผิงก็ได้เรียนรู้ในการให้อภัย นี่เป็นการปล่อยวางที่มีเหตุผล เขาต้องการมีท่าทีที่ดีเป็นที่สนับสนุนเขา ในช่วงที่ฝึกฝนนี้ หลักคำสอนของศาสนาพุธนั้นมีอิทธิพลกับเขามาก เขาได้ศัทธาในพระพุทธมานานแล้ว ยอมรับว่าตัวเองถูกชะตากับศาสนาพุทธ หลักคำสอนของพระพุทธศาสนาไม่เพียงแต่สอนเขาข้ามจากฝั่งนี้ไปฝั่งโน้น และได้ทำให้เขาหาพบทางแห่งสายกลาง “จากชีวิตที่ดีงามนั้น เป็นพื้นฐานชีวิตที่เขาเป็นคนวางแผนไว้”

ซูโหย่วเผิงในวันนี้นั้นชอบใส่เสื้อที่เรียบร้อยออกงาน ทั้งสามารถได้รับสิ่งดีๆจากการใส่เสื้อที่เรียบร้อยบวกกับจิตใจที่ดีงาม สวมเสื้อผ้าอย่างเรียบร้อยนั้นเป็นนิสัยบุคลิกของตัวเอง ลักษณะนิสัยของโหย่วเผิงเป็นอย่างไร คำตอบที่พวกเราให้ไปคือเป็นคนที่รักอ่อนโยน ชอบช่วยเหลือคน ซื่อตรงจริงใจ รอยยิ้มที่อ่อนโยนนั้นเสมือนโลโก้ พูดคุยกับเขานั้นก็มีความรู้สึกเป็นเพื่อนกัน ไม่มีช่องระหว่างและไม่ต้องกังวลว่าเขาเย็นชา ความเป็นคนเข้าใจคนอื่นนั้นเห็นได้จากการที่เขาดีต่อเพื่อน ต่อนักข่าว ต่อคนรอบข้างที่ทำงานกับเขา ในเว็ปของเขานั้นมักจะเห็นถึงการมีคำขอบคุณที่จริงใจต่อคนอื่น ความจริงใจของเขานั้นได้กระจ่างในงานของเขา และได้เห็นจากท่าทีที่เขามีต่อเรื่องความรัก “ก่อนที่ความรักจะมานั้น รอคอย คือชื่อของเขา ผมเชื่อว่าในโลกมีความรักที่บริสุทธิ์ และเชื่อว่ามีคนที่ยืนหยัดรอความรักอย่างนี้อยู่ ท่าทีอย่างนี้ก็เพียงพอกับการมีใจที่ขอบพระคุณของซูโหย่วเผิง




Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: 2008 Beijing Youth Weekly
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2016, 11:08:38 AM »







Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: 2008 Beijing Youth Weekly
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2016, 11:09:02 AM »
[08.01.24]北京青年周刊扫描照(由merci麦扫描)
http://tieba.baidu.com/f?kz=314747221

[FACEBOOK FANPAGE]
https://www.facebook.com/AlecfanclubinThailand/posts/1257763134262177