ผู้เขียน หัวข้อ: 2004 Kang Xi Lai Le  (อ่าน 5147 ครั้ง)

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
2004 Kang Xi Lai Le
« เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 10:24:29 AM »
Thai Sub

康熙來了 2004-05-17 有朋自遠方來 蘇有朋
[Thai Sub] 20040517 รายการ คังซีไหลเล่อ - ซูโหย่วเผิงมาเยี่ยมจากแดนไกล
https://www.youtube.com/watch?v=Wj_blSO9upw

รายการ คังซีไหลเล่อ : 17 พฤษภา 2004
จากสถานีโทรทัศน์ CTI :: จงเทียนจงเหอ :: TV ไต้หวัน
https://www.facebook.com/baansuyoupeng/posts/915329651911213?pnref=story.unseen-section

13726814_915329518577893_4003304006656343435_n.jpg" border="0
13728915_915329548577890_6736818473787091943_n.jpg" border="0
13782131_915329521911226_4537716976865234936_n.jpg" border="0
13782277_915329511911227_3019833708395236356_n.jpg" border="0

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 10:47:29 AM »
<<< บทบรรยาย :เขาในอดีตเป็นรุ่นแรกของขวัญใจของชาวไต้หวัน เป็นไกวไกวหู่ ของวงเสี่ยวหู่ตุ้ย   “เสี่ยวหู่ตุ้ย”นั้นได้ดังไปทั่วแผ่นดิน จนถึงตอนนี้ทั้งอดีตและปัจจุบันก็ยังไม่มีวงไหนที่ดังอย่างพวกเขา เป็นที่น่าจดจำของทุกคน

เขา  ในอดีตเป็นนักศึกษามีดีกรีของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University - NTU) จากความกดดันในจิตใจและการตัดสินใจของตัวเอง สุดท้ายเขาได้ตัดสินใจไปพักผ่อนที่ลอนดอน 

ซูโหย่วเผิงในวันนี้ที่เราเห็นนั้น ทั้งในด้านการแสดงละครเวทีหรือการขับร้องนั้นยังเด่นดังเหมือนเดิม  ทั้งยังเห็นถึงการเติบโตเป็นผู้ใหญ่  และเสน่ห์ที่ประกายออกมาจากตัวของเขาและความเชื่อมั่นในตัวเอง   และในวันนี้โหย่วเผิงได้มาจากแดนไกล   และพิธีกรทั้ง 2 คนก็จะมาถามไถ่ถึงตัวเขาว่า   ตัวตนจริงๆของเขานั้น ดื้อหรือเปล่า (ไกวปู้ไกว) >>>


ญ: ยินดีต้อนรับค่ะ

ช: วันนี้นอกจากมีคังหย่งและซีตี้ แล้ว ยังมีพี่สุดหล่อคนหนึ่งที่จะมาร่วมกับเรา พวกเราปรบมือต้อนรับ ซูโหย่วเผิง ด้วยกัน

ญ: ยินดีต้อนรับค่ะ ยินดีต้อนรับคุณโหย่วเผิง


โหย่วเผิง: ดีครับ ผมจะต้องยืนขึ้นด้วยไหม?

ญ: เกรงใจๆ คุณนั่งก็ดีอยู่แล้วหล่ะ

โหย่วเผิง: สวัสดี ทุกๆคนครับ สวัสดีครับ

ญ: โอ้ คุณดำไปเยอะเลยนะ

โหย่วเผิง: จริงเหรอ

ญ: จริงๆ ดูซิ  ดูแล้วคุณแข็งแรงจริงๆ

โหย่วเผิง: งั้นก็ดีแล้ว ที่จริงผมไม่ชอบเลยที่ตัวเองเป็นคนหน้าใส ๆ

ช: ในภาพยนตร์ “รักข้ามขอบฟ้า” นั้น คุณได้ลอยโผล่ออกมาจากในน้ำ แล้วยืนขึ้นมาอย่างนั้นใช่เปล่า

ญ: พวกเขาไม่ใช่มาแสดงเป็นศพที่ลอยมาตามน้ำนะ ทำไมมันลอยไปมาอยู่อย่างนั้น


โหย่วเผิง: มีนะ จริงๆแล้วพวกเรามีฉากที่เป็นศพลอย

ญ: พูดความเป็นมาได้เปล่าล่ะ

โหย่วเผิง: ก็ไม่หรอกนะ ในเรื่องนั้นนางเอก กวนเสี่ยวถง ที่คุณไฉ่หลินแสดงนั้น เริ่มแรกเขาก็จะมีเออ...คือเขาจะฝันบ่อยๆ ว่า  เขากำลังตกอยู่ในทะเลที่ลึกแห่งหนึ่ง  และแล้วก็มีมือที่แข็งแกร่งมือหนึ่งได้ช่วยเขาขึ้นมา  แต่ว่าเขาก็มองไม่ชัดว่าคนคนนั้นเป็นใคร  เมื่อเขาได้ไปถึงที่กรีซแล้ว  เรื่องนี้ก็ได้เกิดขึ้นกับตัวเขาจริงๆ และคนที่ไปช่วยเขาในครั้งนั้น คือผมเอง ฉะนั้นพวกเราก็เลยได้มีการแสดงอันนี้

ช:  มือที่แข็งแกร่งนั้นเป็นคุณหรอ

ญ: แล้วมือของคุณจริงๆแล้วแข็งแกร่งไหมเนี่ย


โหย่วเผิง : ก็ปกติ แต่ตอนนี้ผอมไปหน่อย  เมื่อปีที่แล้วที่ผมไปถ่ายภาพยนตร์ที่กรีซนั้น  ผมก็ได้เขียนเรื่องราวจริงๆ ของผมเล่มหนึ่ง   ก่อนหน้านั้นเพราะว่าช่วง sars ของปีที่แล้วนั้น  ผมได้พักผ่อนช่วงหนึ่ง  จากนั้นผมก็ได้เข้าฟิตเนส ตอนนั้นผมยังรู้สึกว่าตัวเองนั้นแข็งแกร่งจริง ๆ  ตอนนี้เหตุเป็นช่วงก่อนหน้านี้กระเพาะลำไส้อักเสบ  ฉะนั้นตอนนี้ก็เลยตัวเล็กไปหน่อย


ช : อื่ม งั้นได้ไปพักเล่นอยู่ที่กรีซเป็นเวลานานเท่าไร

โหย่วเผิง : ไปถ่ายทำที่กรีซหรอ  ก็ประมาณ 2 อาทิตย์กว่าๆ และหลังจากที่ทีมงานได้กลับไปจนหมดแล้วนั้น  และพวกเรา ก็คือผมกับคุณหลินปิ่นชุนได้มาที่กรีซเขียนเรื่องราวอีก และทั้งยังไปถ่าย MV 2 เพลงอีกด้วย

ช : โอ้โห มีงานเยอะมากเลยนะ จนคุณไม่มีเวลาไปท่องเที่ยวเลยดิ

ญ : ฉะนั้นความรู้สึกของคุณรู้สึกว่า กรีซ นั้นไม่มีอะไรน่าเที่ยว  เป็นเพียงแค่สถานที่ทำงานเท่านั้นเองจริงหรือเปล่า


โหย่วเผิง : จริงๆ แล้ว กรีซ ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเหมือนกัน พูดจริงๆ นะ

ช : เป็นเพราะคุณไม่มีเวลาได้เที่ยวหรือเปล่า เพราะคุณไปถึงก็ทำแต่งาน

โหย่วเผิง : ใช่ๆ จริงๆ แล้วไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย  ในตอนนั้นพวกเราก็อยู่เฉพาะที่เอเธนส์และยังได้ไปเกาะเกาะหนึ่งของที่นั่น เกาะนั้นเรียกว่า เกาะ santorini และที่นั่นก็เป็นภาพในภาพยนตร์เรื่องนั้นที่เราถ่าย   ผมรู้สึกว่าสถานที่ที่นั่นนั้น ก็อาจเป็นภาพที่สวยงามที่สุดในบรรดาภาพเหล่านั้น

ช : แล้วคุณได้ไปเกาะที่คนอื่นชอบไปเที่ยวที่ดังๆ

โหย่วเผิง : จริงๆแล้ว เกาะที่พวกเราไปนั้นก็ดัง  มีคนชอบไปเที่ยวเหมือนกัน แต่ก็ไม่ค่อยมีผู้คน  ก็เพราะว่าเป็นเกาะที่คนจะไปเที่ยวในช่วงพักร้อน  ฉะนั้นคนที่มานั้นส่วนมากก็จะเป็นคนยุโรป  พวกเขามาแบบสนุกๆ กัน  แต่ว่าช่วงกลางคืนพวกเราก็ไม่มีเวลาว่างไปเดินเล่นเลย  มันเสียดายจริงๆ เสียดายสุดๆ เลยแหล่ะ เพราะในเกาะนั้นพวกเราได้เห็นพวกเขาขายเสื้อที่ระลึกเลย   ก็จะเป็นสไตส์แบบวิถีชีวิตบนเกาะ ส่วนมากร้อยละ 90 ก็จะเป็นพวกเซ็กส์ อะไรอย่างนั้น แต่ว่าพวกเรากลับไม่ได้เห็นเลย  และพวกเราได้ซื้อเสื้อทีเชิ้ตหลายตัว และผมได้เอาเสื้อนั้นแจกให้กับทีมงานคนละตัว  ก็จะให้รู้ว่านี่เป็นทีมงานของพวกเราอะไรประมาณนั้น และภาพที่ใหญ่ที่สุดก็คือ  เป็นภาพเซ็กส์ประมาณร้อยละ 90 ประมาณอย่างนั้น

ญ : งั้นก็แสดงว่าส่วนมากพวกเขาก็ได้มีเซ็กส์กันบนเกาะนั้นเป็นเรื่องธรรมดาอย่างนั้นหรือ?

โหย่วเผิง : ตัวผมเองก็น่าจะเป็นคนประเภทที่ง่ายๆ อย่างนั้นมั้ง

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 07, 2010, 06:10:53 PM »
ช : แล้วคุณจะย้ายไปอยู่ที่เกาะนั้นหรือเปล่า?

โหย่วเผิง : ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น  จริงๆ แล้วในเกาะนั้นก็จะคึกคักแค่ครึ่งปีเท่านั้นเอง  จริงๆ แล้วประเทศของพวกเขานั้นก็พึ่งการท่องเที่ยวในการมีรายได้เป็นหลัก  ฉะนั้นก็มีเพียงปีละแค่ 6 เดือนที่เป็นอย่างนั้น  แต่เมื่อถึงหน้าหนาวก็ไม่มีแล้ว  และสิ่งของต่างๆ ที่ขายนั้นก็จะขึ้นราคาเป็น 2 เท่าเลยแหล่ะ

ญ : อ๋อ ฉะนั้นเมื่อตอนที่พวกคุณไปที่นั่นก็ไม่ได้สัมผัสลิ้มรสถึงความตื่นตาตื่นใจอะไรอย่างนั้นล่ะซิ

โหย่วเผิง : จริงๆแล้ว อยากจะเห็นอยากจะเจอจริงๆ แต่ก็ไม่มีให้เห็น

ช : ฉะนั้นผู้ชมที่ชมภาพยนตร์ “รักข้ามขอบฟ้า”

ญ : เอ้ แล้วคุณไฉ่หลินได้สัมผัสอย่างนั้นไหม

โหย่วเผิง : ไฉ่หลินหรอ ก็คงไม่น่าได้เห็นได้เจอมั้ง เพราะเธอถูกพวกเราคุมจนไม่คาดสายตาเลยแหล่ะ

ช : จริงๆแล้ว  ผมได้สัมภาษณ์คนคนหนึ่ง  และเขาก็เคยมาในรายการของเราด้วย และพวกเราก็คงไม่เอ่ยว่าเป็นใครก็แล้วกัน เขาบอกว่า เขาทนกับดาราหญิงในภาพยนตร์ไม่ได้จริงๆ  ด้วยความที่อยากจะเป็นนางเอกหมายเลขหนึ่ง  ถึงขั้นยอมนอนกับผู้กำกับ  หรือว่าไปนอนกับผู้ควบคุมการผลิต

ญ : อ๋อ ฉันรู้แล้วเรื่องนั้น ฉันเคยดู

โหย่วเผิง : เป็นเพราะเขาสู้คนอื่นไม่ได้ ก็เลยใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นหรือเปล่า

ช : ผมได้บอกกับเธอว่า  ผมไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้ และผมบอกว่าพิธีกรหญิงของเราในวันนี้นั้นไม่จำเป็นต้องทำเรื่องแบบนี้ก็สามารถเป็นนางเอกได้เลยแหล่ะ จากนั้นเธอก็พูดต่อว่า ยุคสมัยของพวกคุณนั้นเปลี่ยนไปแล้ว ในยุคสมัยของเธอนั้นมีเรื่องแบบนี้จริงๆ

ญ : จริงๆ แล้วฉันกับผู้กำกับหนิวนั้น ฮ่าๆๆๆๆๆ

ช : นี่คุณขนาดนั้นเลยหรอ จริงๆ แล้วสมัยนี้ก็คงไม่มีเรื่องแบบนี้อีกแล้วมั้ง

โหย่วเผิง : ก็น่าจะยังมีอยู่

ญ : หรือว่าเป็นแบบ ตัวผู้หญิงคนนั้นยังไม่ได้เป็นดารา

ช : ยิ่งกว่านั้น เขาพูดในฐานะที่อยู่ในจีน  จริงๆ แล้วที่จีนนั้นการแข่งขันเรื่องการเป็นนางเอกนั้นเข้มข้นจริงๆ

โหย่วเผิง : อย่างไรก็ตาม เราก็คงไม่ต้องไปนอนกับผู้กำกับมั้ง

ญ : ไม่หรอก อาจจะยังมีหญิงที่อยู่ในประเทศจีนที่ยังเป็นเด็กบ้านนอกที่อยากจะดังอย่างนั้น

โหย่วเผิง : ก็เคยได้ยินในลักษณะแบบนี้

ญ : ก็คงจะมีอย่างเช่น เด็กในชนบทอาจมาบอกกับผู้กำกับว่า ผู้กำกับขา ผู้กำกับขา มีบทอะไรไหมที่ให้หนูแสดงมีไหม?

โหย่วเผิง : อื่ม ก็น่าจะมี

ญ : หญิงนั้นอาจบอกว่า ผู้กำกับก็จะบอกว่า  งั้นคุณก็ถอดเสื้อผ้าคุณออกมาสิ  อะไรอย่างนั้น และท้ายสุดก็ระงับอารมณ์ไม่อยู่อะไรอย่างนั้น

โหย่วเผิง : ก็เคยได้ยินประเภทนี้เหมือนกัน  อย่างไรก็ตามก็แค่เคยได้ยินเฉยๆ ไม่เคยได้เห็นกับตาจริงๆ  อย่างไรก็ตาม  ผมคิดว่าในวงการนั้นไม่มากก็น้อยที่จะมีเรื่องประเภทอย่างนี้เกิดขึ้น

ช : งั้นทีมงานที่ไปทำงานด้วยกันนั้นไม่มีที่ว่าคอยสอดส่องดูเรื่องนี้เหรอ   ประเภทเดินออกไปข้างนอก   ไปสอดส่องดูว่ามีใครไหม  ที่จะไปเคาะประตูของผู้กำกับอะไรอย่างนี้

โหย่วเผิง : จริงๆ แล้ว  ทีมงานประเภทแอบจ้องนั้นมีเยอะเหมือนกัน หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นนั้นก็ไม่มีอะไรที่ทีมงานจะไม่รู้หรอก  เพราะว่าพวกเราทีมงานนั้นได้นอนในตึกเดียวกัน   ระเบียงข้างหน้าห้องนั้นเมื่อออกไปก็จะเห็นกันหมด  การที่มีใครเข้าห้องใครออกห้องใครนั้นมันมองเห็นชัดเจนมาก  แต่ว่ามีหลายอย่างที่บอกไม่ได้  ฮ่าๆๆ

ช : แล้วใครที่เป็นผู้รู้ที่สุด คือแบบว่าเรื่องอะไรเขาก็รู้ เป็นผู้กำกับหรือผู้คุม

โหย่วเผิง : ถ้าจะยกให้ก็ต้องพวกที่แต่งหน้า  จัดเสื้อผ้า  คนเหล่านั้นมั้ง

ญ : ใช่ๆๆ น่าจะเป็นพวกป้าป้าน้าน้าเหล่านั้นแหล่ะ

โหย่วเผิง : ฉะนั้นพวกช่างแต่งหน้า  ช่างจัดเสื้อผ้า เหล่านั้นเนี่ย อย่าไปทำอะไรที่พวกเขาไม่พอใจเด็ดขาดเลย

ช : ทำไมพวกเขาเป็นพวกที่รู้ทันไปหมดล่ะ

โหย่วเผิง : เพราะว่าคุณคิดดูซิ พวกเขาได้ตื่นแต้เช้ามาจัดของเตรียมของต่างๆนานา หลังจากที่ได้จัดเตรียมของให้กับทีมงานนักแสดงเรียบร้อยแล้ว เมื่อนักแสดงก็ได้ออกไปถ่ายทำ แล้วพวกเขาก็ว่างอยู่ที่นั่น  คิดว่าพวกเขาทำอะไรล่ะ ถ้าไม่เล่นไพ่นกกระจอก  ก็เป็นพวกปากมาก พวกคุณคิดว่าพวกเขาจะทำอะไรล่ะ

ญ : ก็ใช่นะ แม้แต่ช่างส่องไฟยังต้องติดตามนักแสดงไปด้วย  ตากล้องก็ยังต้องออกไปถ่ายภาพด้วย  ก็คงเหลือแต่พวกเขาเท่านั้นที่อยู่ที่นั่น ก็คงได้แต่นินทา นอกเหนือนั้นก็คงไม่มีอะไรที่จะทำ

ช : ยิ่งกว่านั้นขณะที่พวกเขาแต่งหน้าอยู่นั้น พวกคุณมีการคุยโทรศัพท์ และพวกเขาก็คงได้ยินสิ่งที่พวกคุณคุยกัน ถูกไหม

โหย่วเผิง : ก็อาจเป็นหนึ่งในนั้น หรือว่าเราก็จะมีการพูดคุยถึงเรื่องเมื่อคืนทำอะไรบ้าง  พวกเขาก็พูดไปอย่างนั้น  แล้วผมก็จะแกล้งทำว่าอะไรนะ  แล้วแกล้งทำเป็นไม่รู้อะไรอย่างนั้น

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 07:09:25 AM »
ช :  1 ปีมีเวลาถ่ายภาพยนตร์เท่าไหร่

โหย่วเผิง : บางครั้งก็อาจเรื่องเดียว บางทีก็อาจ 2 เรื่อง  2 เรื่องนั้นถือว่าเยอะสุดแล้วแหล่ะ ผมรู้สึกว่าถ่ายเยอะกว่านี้นั้นไม่ไหวจริงๆ

ช : แล้วเวลาที่เหลือล่ะทำอะไร

โหย่วเผิง : เวลาที่ว่างจากถ่ายภาพยนตร์หรือก็จะไปทำอัลบั้มเพลง หรือถ่ายโฆษณาอะไรอย่างนั้น จริงๆแล้ว ก็นับว่าเป็นงานเหมือนกันแหล่ะ

ญ: โอ ตารางคุณแน่นไปหมดเลยนะ

โหย่วเผิง : ธรรมดาแล้วผมจะไม่บอกว่าผมถ่ายละครอยู่  จริงๆแล้วใน 1 ปีนั้น    ผมใช้เวลาเกือบ 95% ในการทำงาน ผมเลยไม่มีเวลาให้กับตัวเองอะไรอย่างนั้นมากนัก

ช: แล้วทำไมได้จัดสรรเวลาพักร้อนให้กับตัวเองบ้างล่ะ ใน 2 เดือนระหว่างถ่ายละครและทำอัลบั้มนั้น  ทำไมไม่ไปพักร้อนล่ะ

โหย่วเผิง : หาเวลาว่างไม่ได้จริงๆ มันไม่ว่างเลย

ช : มันเป็นไปได้ไง ทำไมคุณถึงชอบในการหาเงินขนาดนั้น

ญ : ตัวคุณเองก็ไม่ได้พักร้อนเป็นระยะเวลานานแล้วไม่ใช่หรือ  ทำไมยังกล้าพูดถึงคนอื่น (พูดกับพิธีกรชาย)

ช : แต่ว่าเขาหาเงินได้เยอะจริงๆนะ ได้ยินว่าได้ซื้อบ้านที่จีนแล้ว 5 หลัง

โหย่วเผิง : ไม่หรอก เว่อร์เกินไป มันไม่ได้เยอะอย่างที่พูด ไม่มีมากขนาดนั้นจริงๆ เรื่องนี้ต้องพูดให้กระจ่างเลย  ใครอย่ามาจับผมเป็นตัวประกันนะ

ญ : แล้วมีถึง 3 หลังไหมล่ะ

ช: อื่มมีนะ  ไม่ลังเลเลยเพราะระหว่าง 3-5 นั้นเป็น 4 น่าจะ 4 หลัง

โหย่วเผิง : ไม่หรอก จริงๆแล้ว ผมรู้สึกว่าธุรกิจการซื้อขายบ้านในจีนนั้นน่าลงทุน เพราะราคาในการเช่าบ้านในที่นั่นนั้นสูงมากๆ   เพราะพวกเขามีนักลงทุนจากต่างประเทศมาลงทุนเป็นจำนวนเยอะมาก  และผมเองยังรู้สึกว่าเยอะกว่าที่ไต้หวันเสียอีก  ฉะนั้นเพียงแค่คุณลงทุนกู้เงินซื้อบ้านตึกหลังหนึ่ง  แล้วคุณก็เอาค่าเช่าบ้านหลังนั้นไปจ่ายเงินที่คุณกู้มานั้นได้เลย  จริงๆแล้วค่าเช่าก็ไม่เลวนะ คุณสามารถเอาเงินเช่าไปเลี้ยงจ่ายเงินกู้ได้

ช: ฉะนั้นเมื่อคุณได้หยิบสมุดบัญชีคุณมาดูนั้น คุณยิ้มไหม เห็นตัวเลขแล้วยิ้มเปล่า

โหย่วเผิง : ผมรู้สึกว่านี่เปรียบเหมือนความมั่งคงของชีวิตอย่างหนึ่ง


ญ : ฉะนั้นพูดได้ว่าเงินทั้งหมดของคุณนั้นก็ฝากไว้ที่ธนาคาร   แล้วเอามาลงทุนทำการซื้อขายบ้านอย่างนั้น

โหย่วเผิง : ไม่นะ ผมยังรู้สึกว่าผมไม่มั่นใจเท่าไร เพราะผมก็ได้เข้าสู่วงการมานานกว่า 16 ปี   และชีวิตผมก็ไม่ใช่ว่าราบรื่นอย่างนี้มาตลอด   ในระหว่างนั้นก็ยังต้องฝ่ามรสุมชีวิตที่ตกต่ำมามากมายเหมือนกัน   ในช่วงที่ตกต่ำของชีวิตนั้นมันแย่มากๆ   เพราะว่าผมยังจำต้องหาเงินมาจุนเจือครอบครัว  ช่วงนั้นคือ เป็นช่วงที่ก่อนจะไปเริ่มซื้อบ้านเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตตกต่ำมากๆ  เพราะในตอนนั้นขวัญใจนักร้องที่คนเขาชื่นชอบนั้นก็ได้จบลงไปแล้ว  และจะไปร้องเพลงก็ร้องได้ไม่ดีเท่าคนอื่นอย่างนั้น  ฉะนั้นช่วงเวลานั้นมันแย่สุดๆ

ญ : นั่นเป็นช่วงที่ เสี่ยวหู่ตุ้ย กำลังแยกวงไปใช่ไหม แล้วเมื่อแยกวงแล้วคุณก็ได้แยกตัวเดินคนเดียว

โหย่วเผิง : การที่จะมาเดินคนเดียวนั้นก็ยังนับว่าเป็นช่วงที่จบสิ้นของ เสี่ยวหู่ตุ้ย ช่วงนั้นผมก็พึ่งเรียนจบมาหมาดๆ

ช : งั้นในช่วงที่คุณอยู่ในวงเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้นดังมากๆ เลยเป็นเหตุให้ไม่ค่อยกังวลเรื่องเงินเท่าไร

โหย่วเผิง : ช่วงนั้นยังถือว่าเด็กอยู่  จริงๆแล้ว ยังไม่มีความคิดในเรื่องการทำงานหาเงินเลย ก็คือ ลองทำไปดูอะไรประมาณนั้น ทางบริษัทเตรียมชุดให้ผม จัดเวลาแสดงให้ผม ออกอัลบั้มให้ผม ผมก็เลยไปทำ

ช :ฉะนั้นเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว  ก็รู้สึกถึงความเครียดของการไม่มีเงินแล้ว หลังจากนั้นก็ขยันในการหาเงินทอง

โหย่วเผิง : ใช่จากนั้นก็รู้สึกว่า ตัวเองจะทำงานหาเงินได้ถึงเมื่อไร และบางทียังคิดว่า อย่างไรก็ตามอย่างน้อยตัวเองจะต้องมีเงินเก็บประมาณ 200 ล้านเหรียญ ตัวเองก็สามารถใช้ดอกเบี้ยในการดำเนินชีวิตได้   ผมก็รู้สึกว่ามันดี ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว  งานที่ทำก็ไม่จำเป็นจะต้องไปทำแบบเหนื่อยมากๆ อะไรอย่างนั้น

ช : คุณมี 200 ล้านแล้วนะ ซูโหย่วเผิง

โหย่วเผิง : ยังไม่มี

ญ : คุณยังมีไม่ถึง 200 ล้านเหรียญเหรอ

โหย่วเผิง : ไม่มีจริงๆ ยังขาดอีกตั้งเยอะเลย  เงินทองหาได้ง่ายๆขนาดนั้นเลยหรอ

ช : อ้าว คุณซื้อบ้านแล้ว แล้วมันยังไงกันเนี่ย

โหย่วเผิง : ไม่มีเป็นเงินสดไง

ญ : เขาพาดหัวข่าวข้างบนว่า ซูโหย่วเผิงเป็นเศรษฐี 100 ล้านนะ 


ช : พาดหัวข่าวบนไหนหรือ ใครพาดหรือ

ญ : ก็ทีมงานเขาเขียน

โหย่วเผิง : ไม่มี ไม่มีเยอะถึงขนาดนั้นจริงๆ หากว่ามีมากถึงขนาดนั้นจริงแล้ว ผมเองก็คงไม่ต้องมาลำบากขนาดนี้แล้วหล่ะ

ช : เมื่อถึง 200 ล้านแล้ว คุณก็จะพักงานแล้ว ใช่เปล่า

โหย่วเผิง : จริงๆแล้ว ผมเองก็คิดว่าอย่างนั้น จริงๆนะ ไม่อยากจะทำงานประเภทนี้เท่าไร

ญ : ถ้างั้น การแสดงละครหนังหนึ่งเรื่องคุณได้รับเงิน 10,000 ดอล จริงเปล่า

ช : มันต้องเยอะกว่าของคุณแหงอยู่แล้ว (พูดกับพิธีกรหญิง)

ญ : ตั้ง 10,000 ดอล คงเว่อร์ไปเปล่า

ช : โห  ในจีนเป็นตลาดที่ใหญ่กว้างมากขนาดนั้น 10,000 ดอลมีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

ญ : ถ้างั้นก็คงเป็นประเภท นกกระจอกตกถังข้าวสารแล้วล่ะซิ

ช : แค่เขาแสดงละคร  ก็ได้ค่าตอบแทน 600 ล้านเหรียญไต้หวันแล้ว

ญ : เราพูดอย่างนี้เหมือนกับไม่มีแขกอยู่ข้างหน้าเลยนะ

ช : จริงๆแล้วผมช่วยคุณตอบอยู่นะ ก็เพราะด้วยเหตุนี้เองจึงมีเฉพาะในไต้หวัน สำหรับนักแสดงหญิงที่จะมุ่งมั่น ก็ยากที่จะคิดถึงภาพลักษณะนี้ในจีน

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 07:13:12 AM »
ญ : อื่ม ก็จริงนะ พวกเรายากที่จะคิดภาพนั้นในจีน

โหย่วเผิง : จริงๆแล้ว  พวกคุณก็เคยไปถ่ายโฆษณาที่จีนมิใช่หรือ

ช : ที่จริงคุณ 2 พี่น้องก็ไปถ่ายโฆษณาที่จีน

โหย่วเผิง : ใช่ซิ   ที่จริงคุณก็เคยถ่ายโฆษณาทั้งจีนและไต้หวันด้วย พวกคุณก็น่าจะรู้ดีนิ  จริงๆแล้วค่าตัวในจีนนั้นก็จะสูงกว่าหน่อยๆ  เพราะตลาดมันกว้าง

ญ: ตอนนี้ฉันพึ่งจะมีงาน ก็กำลังอยู่ในช่วงที่ค่อยๆ ทำอยู่

โหย่วเผิง : ดูซิ เธอก็กำลังเป็นพิธีกรกับคุณ ใช่เปล่า

ช : โอเค ซูโหย่วเผิงดังที่สุดในที่ไหนของจีน

โหย่วเผิง : ก็ยังโอเค เพราะละครนั้นจะแทรกซึมเข้าไปในทุกครอบครัวที่ดู

ช : คุณคิดว่าจะดังไปถึงที่ไหนที่ไกลที่สุด เช่น ถึงมองโกเลีย อะไรอย่างนี้

โหย่วเผิง : ก็น่าจะมีนะ ถึงที่ซินเจียง ทิเบต

ช : ซูโหย่วเผิงมีเรื่องหนึ่งที่ยิ่งใหญ่มากๆ เป็นสิ่งที่พวกเรา 2 คน ได้คิดกันมาตั้งแต่ชั่วอายุแล้ว

ญ : อะไรหรือ

ช : ก็คือเรื่อง 64 เทียนอาเหมิน พระเอกคือ หวังตันไง  เป็นผู้นำนักศึกษาในตอนนั้น  เขาบอกว่าตอนที่เขาติดคุกอยู่นั้น  เขาได้ผ่านชีวิตในคุกด้วย เสี่ยวหู่ตุ้ย  แล้วเขาก็ชื่นชอบเสี่ยวหู้ตุ้ยมาก  แล้วผู้นำนักศึกษาคนนี้ชื่นชอบที่สุดคือ ซูโหย่วเผิงนั่นเอง

ญ : เขาได้เจาะจงว่าเป็น ซูโหย่วเผิง ใช่เปล่า

ช : คือหลังจากนั้นคุณได้พบเขาหรือเปล่า

โหย่วเผิง: ไม่ได้เจอหน้าเขาเลย  ตอนนั้นสื่อที่มาไต้หวัน ได้เล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง แล้วผมเองก็ยังเขียนจดหมายฉบับหนึ่งส่งให้แก่เขา  เหมือนกับว่าลงหนังสือพิมพ์ด้วยแหล่ะ จริงๆ ผมจำได้มีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ

ช : คือเขียนแค่จดหมาย และบอกกับเขาไปว่า ขอบคุณคุณที่ชื่นชอบในตัวผม อะไรอย่างนั้นหรือ

ญ : จากนั้นคุณได้ส่งนามบัตรให้เขาไป

โหย่วเผิง : ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น

ช : โห ตอนนั้นคุณยังกล้าส่งถึงผู้นำนักศึกษาเลยหรือ

โหย่วเผิง: ก็ในตอนนั้นผมไม่สามารถที่จะออกนอกประเทศได้

ญ : คุณบอกว่าคุณหล่อมากอย่างนี้ และในบรรดาเพื่อนๆ ของคุณนั้น มี หวังตันที่เป็นผู้นำนักศึกษาอีกด้วย พูดออกมาแล้วมันเท่ห์ขนาดไหน

ช : งั้นคุณก็สามารถที่จะไปดื่มเป็นเพื่อนกับคุณซี

ญ : แล้วคุณซีจะเป็นเพื่อนและชอบฉันหรอ แม้ว่าตอนนี้เขาอาจดูอ้วนไปหน่อย

ช : อย่าเลย เขาชอบคุณแน่ๆแหล่ะ ไม่ต้องห่วง

ญ : พูดตรงๆนะ ตอนสมัยเด็กนั้นฉันก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นแฟนของพวกคุณ และตอนเด็กๆ นั้น  ก็ได้ใส่เสื้อทีเชิ้ตของพวกคุณ และในเสื้อนั้นก็ยังมีรูปของพวกคุณ 3 คนอยู่

โหย่วเผิง : สมัยนั้นคนฮิตใส่กัน

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 08:23:06 AM »
ญ : ใช่ ทุกคนล้วนใส่กัน และฉันยังจำได้ว่าตอนนั้นแม่พาพวกเราไปร้านอาหารทะเล ทานข้าว แล้วโต๊ะข้างหน้าก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง แล้วเขาก็จ้องมองแต่รูปเสี่ยวหู่ตุ้ยในเสื้อของฉันตลอด  จ้องอย่างไม่กระพริบตาเลย แล้วฉันก็เลยบอกกับเขาว่า เอ้ คุณรู้เปล่า ว่าทั้ง 3 คนนี้เป็นพี่ชายของฉัน แล้วเด็กคนนี้ก็ตอบว่า  โม้ !!! ฉันบอกว่าไม่โกหกนะ  จริงๆ  ไม่เช่นนั้นแล้วฉันจะมีเสื้อที่มีรูปของพวกเขาได้อย่างไร พวกเขา 3 คนเป็นพี่ฉันจริงๆ แล้วเด็กคนนั้นถามว่า พูดจริงหรือว่าพูดเล่น ฉันตอบว่าจริงๆ

โหย่วเผิง : หลังจากนั้นเด็กคนนั้นก็ได้หยิบเสื้อเชิ้ตอย่างนั้นออกมาอีกตัวหนึ่ง

ญ : ไม่หรอก จากนั้นเขาก็เชื่อว่าพวกเขา 3 คนเป็นพี่น้องกันจริงๆ และเขายังรู้สึกว่า พวกคุณทั้ง 3 คนเป็นพี่ชายของฉันในขณะเดียวกัน
 

โหย่วเผิง: โอ งั้นการจะนับญาติหรือนับพี่น้องนั้นมันสับสนจริงๆนะ

ช : ฉะนั้นเขาเลยคิดว่าพวกคุณ 3 คนเป็นพี่น้องกันด้วย

ญ : ใช่ คุณก็รู้ว่าเด็กนั้นหลอกง่ายยิ่งกว่าอะไรอีก  แล้วฉันก็รู้สึกได้ใจมากๆ แล้วจากที่ร้านนั้นไป

ช : นอกจากเสี่ยวหู่ตุ้ยแล้ว คุณยังไปบอกใครอีกไหมว่าเป็นน้องสาวของเขา เคยบอกว่าเป็นน้องสาวของเหลี่ยงเฉาเหว่ยหรือเปล่า

ญ : ฉันเคยบอกว่าฉันเป็นหวังจู่เสียน

ช : โห คุณนี่ไม่อายฟ้าไม่อายดินเลยนะ ช่วงนี้เธออ้วนขึ้นเยอะเลย  คุณจะเหมือนเขาได้อย่างไร

ญ : ฉันยังคิดอยู่ตลอดเลยว่าตัวเองนั้นเหมือนหวังจู่เสียนมากๆ  ตอนนั้นพี่สาวคนโตของฉันพาฉันไปเขียนประวัติส่วนตัว  ตอนนั้นได้เดินผ่านหน้าของพี่อาปิง ฉันเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองฟังผิดหรือว่าคิดมากไปเอง ได้ยินคนอื่นพูดว่า เอ้ นั่นไม่ใช่หวังจู่เสียนหรือ

ช : แขกยังอายแทนเลยนะเรา  ตอนนั้นน่าจะมีวิญญาณหลอนมั้ง  เมื่อทุกคนเห็นว่านั่นเป็นวิญญาณผีก็คงบอกว่านั่นเป็นหวังจู่เสียนแน่ๆ  ความหมายคุณเป็นอย่างนี้หรือเปล่า

ญ : ตอนนั้นฉันพึ่งอยู่ ป.6 เองนะ และหลังจากได้ยินคำนั้นแล้ว ฉันก็จะบอกกับคนอื่นบ่อยๆว่า ฉันเป็นหวังจู่เสียน

ช: คุณจบแล้วจริงๆ แค่ป.6  จะมีใครมองคุณเป็นหวังจู่เสียนไปได้หล่ะ

ญ: ก็ใช่ ในตอนนั้นฉันอาจจะเป็นโรคพวกคิดอยากเป็นโน้นนี่เปล่าก็ไม่รู้

ช: น่าสงสารจริงๆ แล้วตอนนี้ดีขึ้นยัง

ญ: ดีแล้ว

ช: แล้วตอนนั้นคุณชอบเสี่ยวหู่ตุ้ยคนไหนที่สุด

ญ: ตอนนั้นหรอ

ช: พูดความจริงนะ ชอบหมดทุกคนเปล่า

ญ: ซูโหย่วเผิง

ช: พูดจริงหรือโกหกเนี่ย


โหย่วเผิง: จริงหรือ

ญ: จริงๆ เพราะอู่ฉีหลงมักจะโม้

ช: ถ้างั้น ครั้งต่อไปอู่ฉีหลงมาในรายการของเรา แล้วคุณจะทำไง

ญ: อู่ฉีหลงก็จะเป็นที่ 2   อันดับ 2

โหย่วเผิง : จริงซิ


ช: โหย่วเผิงที่อันดับหนึ่งจริงหรือ

ญ: อ้าว ก็เขาเรียนดี อีกทั้งยังหล่อด้วย

ช: การเรียนดี อื่ม นับว่ามีเหตุผล

ญ: ทั้งยังเต้นเก่งอีกต่างหาก  ฉันชอบที่จะให้คุณเป็นพี่ชายฉันจริงๆ  แต่ว่าอยากจะเป็นเพื่อนกับอู่ฉีหลง

โหย่วเผิง: ผมรู้สึกว่าคุณเป็นคนที่พูดอ้อมค้อมได้ดีจริงๆ

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 08:39:58 AM »
ช: พวกเขามี 3 คน แล้วคนที่ 3 ไปไหนแล้ว

ญ: เฉินจื้อเผิงก็จะพูดเรื่องดนตรีกับเขาไง พูดคุยแบ่งปันความฝันไง

ช: ในตอนนั้นคุณรู้สึกว่าบรรดาหนุ่มเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้นใครหล่อที่สุด

ญ: อู่ฉีหลง

ช: คุณไม่ต้องเขินเกรงใจ เขารับได้ คงมีคนถามเขาบ่อยๆแหล่ะ

ญ: แล้วคุณล่ะ ในบรรดา 3 หนุ่ม คุณชื่นชอบคนไหน

โหย่วเผิง : จริงๆแล้ว ตอนนั้นผมน่าขำมากๆ เพราะตอนนั้นหันไปมองเสี่ยวหู่ตุ้ย ตอนนั้นตัวเองอยู่ในวัยอย่างนั้น  ได้หลงตัวเองว่าตัวเองหล่อมากๆ เมื่อวันนี้ย้อนไปมองแล้วรู้สึกว่าตลกดี

ญ. เอ้ แล้วตีหลังกาหลังคุณเป็นได้ไง

โหย่วเผิง : คุณจำผิดคนแล้ว ฟันธงได้เลย  ว่าตอนนั้นคุณไม่ได้ชื่นชอบไกวไกวหู่แน่นอนเลย คนที่ตีลังกาหลังคืออู่ฉีหลง เป็นพีลี่หู่

ญ: อะไรพีลี่หู่

ช: คุณอย่าทำให้แขกรับเชิญของเราต้องเสียใจอีกเลย

ญ: ไม่นะ เป็นเขาที่อำเราเล่น เขาพยายามที่จะอำฉันเล่น

โหย่วเผิง: จริงๆ ในบรรดา 3 คนนั้น อู่ฉีหลงคนเดียวเท่านั้นที่ตีลังกาหลังได้ ผมไม่เป็น ผมเป็นคนที่ได้ฉายาว่า เต้นช้ากว่าคนอื่นครึ่งจังหวะ

ญ: ฉันยังคิดว่าพวกคุณ 3 คน ตีลังกาหลังเป็นทุกคน ฉันยังจำได้ว่ามีเพลงหนึ่งซึ่งมันจำฝังใจฉันมาก  ฉันเต้นมันบ่อยๆ  ไม่รู้ว่าคุณจำได้เปล่า มีเพลงหนึ่งเป็นอย่างนี้ ก็คือเป็นลักษณะนี้  คุณต้องออกมาเต้นกับฉัน มีท่าหนึ่งเป็นอย่างนี้  จากนั้นก็เป็นอย่างนี้  เป็นอย่างนี้จริงๆ แล้วคนกลางคืออู่ฉีหลงใช่เปล่า คุณมาเป็นเฉินจื้อเผิง

ช: ผมไม่เอา

ญ: ขอเถิดนะ

ช: แล้วต้องดูว่าทำอะไร

ญ: ก็ทำอย่างเมื่อกี้ที่ฉันทำกับเขา

ช: มันสนุกตรงไหนเนี่ย

ญ: ส่วนมากพวกคุณก็จะทำท่าแบบนี้

โหย่วเผิง : นิ้วอย่างนี้เป็น  “ฉันรักเธอ”

ช: ตอนนั้นมีท่านี้ใช้แล้วหรอ

โหย่วเผิง : มีแล้ว พวกเราล้วนทำอย่างนี้แหล่ะ “ผีเสื้อบิน” หรือว่า “ฉันรักเธอ”  ก็จะใช้ท่านี้

ญ: บางครั้งก็ยังมีแบบว่า “คุณชื่ออะไร”

โหย่วเผิง : ใช่ๆ  ก็ใช้ท่านี้แหล่ะ คุณเป็นแฟนพันธ์แท้จริงๆ

ญ: แล้วยังที่ท่าที่อู่ฉีหลงชอบที่สุด  วันนี้ฉันสวมรองเท้าส้นสูงมา

ช: ถามหน่อย คุณทำท่านี้ทำไม

ญ: ก็มันเป็นท่าประกอบเพลงนี่นา


โหย่วเผิง : ผมเชื่อว่า  ท่าต่างๆ ที่ตกไปถึงรุ่นคุณนั้น  ก็จะไม่เหมือนเดิมแล้ว
 
ญ: ตอนนั้นที่อยู่กับต้าเอสนั้น  เรามักจะเต้นรำ ก็จะมีท่าเสี่ยวหุ่ตุ้ย พวกเราไม่ชอบวงอิวฮวนไพ่ตุ้ยเลย  เพราะพวกเธอชอบมีข่าวกับเสี่ยวหู่ตุ้ย วงพวกเขามีข่าวกับพวกคุณใช่เปล่า

โหย่วเผิง : ก็มีนะ

ช: อิวฮวนไม่ใช่เป็น 2 คนหรือ

ญ: ใช่ก็ 2 คนไง อิว กับฮวง

ช: แล้วเสียวหู่ตุ้ยมี 3 คนนี่

โหย่วเผิง : นั่นไง เพราะผมเองเป็นคนที่มีอายุน้อยที่สุด  ผมเลยไม่มีข่าว จริงๆแล้วทางบริษัทเรามีวงหนุ่มสาวมากมาย มีวงหงไหเอ๋อ

ญ : ใช่ๆๆ พวกเราชอบวงนี้เหมือนกัน

โหย่วเผิง : ยังมีพวกวงสาวๆ  อะไรมากมายไปหมด

ญ : ฉะนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นคุณก็มีความภูมิใจในการอยู่ในวงเสี่ยวหู่ตุ้ย  หรือว่าเคยรู้สึกอับอายกับวงเสี่ยวหู่ตุ้ย

โหย่วเผิง : อายหรือ เคยมีช่วงเวลาหนึ่ง เคยรู้สึกถึงการกังวล  เช่น หลังจากที่ขวัญใจได้เติบโตแล้ว  แต่ทุกคนก็ยังคาดหวังคุณอยู่ ก่อนจะเข้าสู่นักแสดงนั้น ความสำเร็จสูงสุดอยู่ที่การร้องเพลง  ฉะนั้นทุกคนล้วนมีภาพพจน์ที่ติดตาคือ ไกวไกวหู่   ในตอนนั้นผมเองก็เกลียดมาก   บางคนเรียกผมว่าไกวไกวหู่   ผมรู้สึกโกรธ  ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้เป็น ไกวไกวหู่ นานแล้วนะ   คุณอย่างเอาหมวกใบนี้มาสวมใส่ให้ผมอีกได้ไหม  ผมโกรธจริงๆนะ

ญ.:คุณโกรธเป็นจริงๆ ด้วยหรอ

โหย่วเผิง : ใช่ บางครั้ง  ผมโมโหสุดๆ  รู้สึกว่าสิ่งนี้มาเกาะติดผมนานอีกสักเท่าใด และตอนนี้ผมเองก็จะพยายามเดินออกจากจุดนี้  แล้วพวกคุณยังเอาสิ่งนี้มาสวมให้ผมอีก

ช: เมื่อคุณโกรธโมโหแล้วอย่างไร ? หากว่าเราเจอกัน แล้วเราทักคุณว่า เสี่ยวไกว คุณจะรู้สึกอย่างไร

โหย่วเผิง : หน้าก็อาจจะมืดไป แล้วอารมณ์ก็จะฉุนขึ้น

ญ: คุณดุอย่างนี้เลยหรอ


Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 09:03:45 AM »
โหย่วเผิง : ตัวเองอาจจะไม่เป็นคนที่แสดงออกมาให้เห็น  ผมคิดว่าหลังจากที่จบรายการแล้วคุณจะว่า อะไรไกวไกวหู่

โหย่วเผิง : ครั้งหนึ่งที่เริ่มถ่ายทำใน 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็ยังรู้สึกโมโหอยู่


ช: เขามักจะไปที่ร้านสะดวกซื้อไปบีบไกวไกวให้แหลกเลย  ระบายไง ตอนนี้ผมนึกขึ้นมาได้แล้วว่า   ทำไมภาพพจน์ที่ผมมีต่อโหย่วเผิงนั้นเป็นหน้าเด็กใส   เหตุเพราะลักษณะบุคลิกภายนอกของเขาเอง  เพราะตอนนั้นที่ผมรู้จักมองเห็นบุคลิกภายนอกของไกวไกวหู่   คุณก็อาจจะไปอิจฉาเพื่อน 2 คน ที่ได้ฉายาว่า พีลี่หู่(ฉีหลง) หรือว่าเสี่ยวสร้อยหู่(จื้อเผิง) คุณเคยปฏิเสธไหม

โหย่วเผิง : เริ่มแรกกับชื่อนี้นั้น  ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร ชื่อนี้นั้นทางบริษัทตั้งให้เอง

ช : แล้วตอนนั้นยังพึงพอใจกับชื่อ ไกวไกวหู่ อยู่เปล่า


โหย่วเผิง : จริงๆ แล้วในตอนนั้นตัวเองก็ไม่ได้รู้สึกอย่างงั้น  แต่รู้สึกว่าตัวเองนั้นหล่อมาก ตอนนั้นขวัญใจของเรา คือวงเส้าเหนียน

ญ: แปลกนะ ฉะนั้นในตอนนั้นคุณอยากจะเป็น เสี่ยวสร้อยหู่ สิ

โหย่วเผิง: ใช่ หลังจากนั้นผมรู้สึกว่า ขณะถ่ายรูปนั้นผมไม่ควรยิ้ม  แล้วรู้สึกว่าหากไม่ยิ้มก็จะไม่หล่อไม่คม ตอนนั้นทางบริษัทก็รู้สึกว่า โอเค ทุกคนควรจะจากกันแล้ว พวกเขาเลยคิดว่าขณะที่ผมยิ้มนั้นจะน่าดูหน่อย แล้วผมก็บอกว่าโอเค งั้นผมจะยิ้ม แล้วรูปถ่ายทุกใบของผมจะยิ้ม

ช: ผมรู้สึกว่าในวงการนั้นบางคนไม่อยากยิ้มก็ต้องพาไปฝึกยิ้มใช่เปล่า

ญ: มีเพียงแค่หวังเฟยเท่านั้นที่กล้าไม่ยิ้ม

ช: ตอนนี้เขาก็ทำได้

โหย่วเผิง : ใช่ตอนนี้ก็ทำได้ ตอนนี้ก็จะปล่อยไปเป็นเรื่องธรรมชาติ และไม่ค่อยมีใครมาสนใจผม

ญ: ตอนนี้ฉันยังไม่ได้นะ เพราะตอนนี้ยังไม่กล้าที่จะไม่ยิ้ม

ช: เธอลองทำหน้าเหม็นให้ดูหน่อยซิ ยังเหม็นไม่พอ เราว่ายังไม่น่าเกลียดพอ คุณยิ้มจะดีที่สุด

โหย่วเผิง : การที่เธอไม่ยิ้มนั้น  ก็จะมีบุคลิกหนึ่งแบบ  เป็นแบบไฮโซหน่อยๆ ประมาณนั้น

ช: เวลาเธอไม่ยิ้มนะหน้าตาจะเป็นแบบหิว อยากกินประมาณนั้น

ญ: หากว่าฉันได้เข้าร่วมสัมมนากับสื่อแล้ว ข้างหน้ามีกล้องตั้งอยู่มากมาย ฉันก็ไม่กล้าที่จะแสดงมันออกมา

ช: ใช่ หน้าตาคุณน่ากลัวมาก คุณเป็นพวกตีบทแตกได้นะ เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวหน้าบูดได้อย่างธรรมชาติ

ญ: ยกตัวอย่าง หากว่าอารมณ์ฉันไม่ดีจริงๆ แล้วต้องถ่ายแบบด่วน หน้าตาก็จะเป็นแบบนี้

ช: คุณแปลกคนจริงๆ

ญ: มันต้องเป็นอย่างนี้จริงๆ

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 09:11:25 AM »
โหย่วเผิง :จริงๆแล้วผมรู้สึกได้ว่าคุณมีพรสวรรค์ในการแสดงเป็นอย่างมาก จริงๆ และผมคิดว่าคุณแสดงได้เก่งมาก

ช: เขาได้ชมคุณ คุณก็รีบชมตอบเขาไปสิ

ญ. ฉันรู้สึกว่าศิลปะการแสดงของคุณนั้นยอดเยี่ยมที่สุดจริงๆ

โหย่วเผิง : ไม่นะ ผมพูดจริงๆ

ช: จริงๆแล้ว ละครของเขา(ของพิธีกรหญิง) ในช่วงนี้นั้นก็ไม่ค่อยดีเท่าไร

โหย่วเผิง : ผมรู้สึกว่าตอนนี้มารายการช่องต่างๆ มากมาย  การรับชมนั้นก็ไม่ใช่เป็นการตัดสินที่ถูกต้องเสมอ

ญ: หวังว่าทุกคนจะสนับสนุนละครของพวกเรา 2 คน

ช: เพื่อจะเห็นหุ่นเซ็กส์ซี่ของเธอหรือ

ญ: พวกเรายังมีการแสดงอีกนะ เราต้องมีเทคนิคด้วย

ช: คุณมีศิลปะในการแสดงผมเชื่อ

ญ: ฉันจะบอกคุณว่าพี่อู่ไป๋แสดงได้ดีมาก

ช: คุณจะให้ผมดู “รักข้ามขอบฟ้า”หรือว่า ฉิวฮุนอุ้ซื่อ

ญ: จริงๆแล้วเวลาออกฉายของเรา 2 คนไม่ตรงกัน  ไม่น่ามีปัญหา

ช: คุณยังจำละครยาวที่คุณแสดงนั้นมีกี่เรื่องแล้ว เกิน 50 เรื่องไหม

โหย่วเผิง : ไม่นะ ละครยาวนั้นน้อยมาก


ช: แล้วแสดงพวกร้องไห้เป็นเปล่า แบบให้คุณร้องไห้ต้องร้องออกมา

โหย่วเผิง : จะให้ร้องก็ต้องร้องออกมานั้น คงทำไม่ได้ แน่นอนสู้ผู้หญิงคงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องพยายามต่อไป

ช: แต่ว่าเธอก่อนจะแสดงบทร้องไห้นั้น ก็มักจะกังวล

ญ: ใช่ ก่อนคืนหนึ่งฉันก็จะร้องไห้ด้วย

ช: แล้วเมื่อแสดงจริงๆแล้ว ก็ร้องไห้ไม่ออกมาอย่างนั้น

ญ: ฉะนั้นก่อนหน้าหนึ่งคืนจะร้องไห้ แต่ถึงเวลาจริงๆ ก็จะร้องไม่ออก

โหย่วเผิง : แต่ว่าผมคิดว่าเรื่องแบบนี้นั้นเมื่อก่อนผมก็ทำได้ คือเมื่อเจอบทแบบนี้นั้นก็จะมีเหมือนกัน แต่ว่ายิ่งเครียดก็จะยิ่งไม่ดี คุณควรจะทำเป็นไม่มีอะไร

ช: แล้วคุณมีวิธีการอย่างไรในการให้น้ำตาหลั่งออกมา

โหย่วเผิง : ผมไม่มีวิธีเทคนิคอะไรเลย แต่บางครั้งอาจจะมีอารมณ์ร่วมอินไปกับบท ขณะที่สภาพจิตใจย่ำแย่นั้น  ตัวเองก็จะเหน็ดเหนื่อย แต่ผมก็รู้ว่ามีบางคนสามารถมีเทคนิคในการร้องไห้ได้  และรวมทั้งบางคนที่พวกเขาได้ฝึกเรียนมา

ญ: ใช่ พวกเขาบอกกับฉันว่า ขณะที่จะแสดงบทร้องไห้นั้น  ให้คุณจิตนาการถึงเหตุการณ์ที่น่าสงสารสำหรับตัวเอง และพูดกับฉันแล้วนั้น  ให้ฉันสร้างอารมณ์ที่นั่น แล้วฉันก็หลับตาลงแล้วคิด และภาพแรกที่คิด คือคุณแม่ถูกตีจนสาหัสมาก

ช: แม่คุณถูกตีจนสาหัสเนี่ยนะ

ญ: จากนั้นก็ยังร้องไม่ออก แล้วคิดว่าตัวเองถูกบังคับ แล้วคิดถึงว่าหมาตัวเองถูกไฟไหม้จนตาย ก็ยังร้องไม่ออกมา แล้วคิดต่อว่าพ่อตีแม่ ยังร้องไม่ออก แล้วต่อไปคือคิดว่าตายทั้งครอบครัว  ก็ยังร้องไม่ออกเหมือนกัน ฉันพูดภาพต่างๆ เหล่านี้นั้น มันก็ได้วิ่งผ่านในสมองของฉัน

ช: ทุกครั้งที่คุณแสดงบทร้องไห้นั้น สมาชิกในครอบครัวของคุณล้วนมีความรู้สึกแปลกๆหรือเปล่า  ประเภทหนาวๆสั่นๆ  แล้วสุดท้ายคิดถึงอะไรหรือ

ญ: สุดท้ายฉันก็ได้โทรศัพท์ไปหาคุณแม่ จากนั้นฉันก็พูดว่า แม่หรือ แม่ก็กำลังหลับอยู่ แล้วท่านตอบว่า ลูกรักมีอะไรหรือ  แค่ฉันได้ยินคำนี้ ฉันก็ร้องไห้ไม่หยุดเลย

ช: รู้สึกถึงจิตใจที่ปวดร้าวเลยหรือเปล่า

ญ: แล้วแม่ก็ถามว่า เป็นอะไรหรือลูกรัก แล้วฉันก็บอกว่า ให้เอาโทรศัพท์ออกไป ไม่อยากคุยแล้ว

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 09:35:43 AM »
ช: คุณชอบหนังเรื่องหนึ่งใช่เปล่า เรื่อง ชีพีหลัง(สุนัขจิ้งจอก 7 ตัว) แล้วโหย่วเผิงเป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่า

โหย่วเผิง : เปล่า เพราะตอนนั้นมี หวังแจ๋  จางหยีเซิง พวกเขา ส่วนพวกเราเป็น “อิวเสียวเอ๋อ”

ช: ในช่วงนั้นเสียวหู่ตุ้ย ยังไม่มี ใช่เปล่า พวกคุณเป็น “อิวเสียเอ๋อ”

ญ : ถูกแล้ว “อิวเสียเอ๋อ” เป็นภาพยนตร์ต่อจากเรื่อง ชีพีหลัง พวกคุณได้เล่นสเก็ตบอร์ดไปช่วยเหลือคนไปทั่วเลย

โหย่วเผิง : ใช่แล้ว พวกเราแหล่ะ ตอนนั้นผมยังต้องแบกกระเป๋าจรวดที่หลังใบหนึ่งเลย  เมื่อชักกระเป๋าปุ๊บ ก็จะบินปั๊บอย่างนั้นเลย

โหย่วเผิง : เพราะในเรื่องนั้น ผมรับบทเป็นนักประดิษฐ์อะไรประมาณนั้น เป็นนักเทคโนโลยีอะไรประมาณนั้น



** อธิบายเพิ่มเติม

คุณก็เป็นเพียงแค่ หนอนจีเซิงฉง

จี้เซิงฉงแปลว่า "กาฝากสังคม หรือพยาธิ" **


ช : ฉะนั้นตอนนั้นคุณทั้งเล่นสเก๊ตบอร์ด  และทั้งบินจรวดด้วย

โหย่วเผิง : คิดไม่ถึงว่ารองเท้าเราไปติดอยู่กับสเก๊ตบอร์ดด้วย

ญ : หากว่าตอนนี้คุณได้ดูภาพยนตร์เรื่องนั้นแล้วจะรู้สึกอย่างไร

โหย่วเผิง : ผมคงไม่ดูมัน

ช : คงไม่กล้าดูมันมั้ง หากว่าในทีวีได้ออกอากาศเรื่องที่คุณแสดงไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์หรือละครคุณก็จะไม่ดูมันเลยหรือ

โหย่วเผิง : เรื่องที่แสดงมานั้น  บางเรื่องก็คงไม่จำเป็นต้องดูมัน  แต่ว่าละครทีวีนั้นก็อาจดูได้ จริงๆ เพราะละครทีวีนั้นยังต้องปรับปรุงเรียนรู้อีกเหมือนกัน

ช : แล้วอัลบั้มเพลงล่ะ เคยเอาออกมาฟังบ้างไหม
 

โหย่วเผิง : บางทีเวลาไปออกรายการ  หากมีการเชิญให้ร้อง   ก็อาจต้องเอามาดูหน่อย  เพราะเมื่อเอาออกมาดูแล้วก็จะมีรูปมากมาย  บางครั้งตัวเองก็ไม่เอาอัลบั้มนี้ออกมาฟังเลย

ช : คุณรู้สึกว่าตัวเองร้องเพลงได้ดีไหม

โหย่วเผิง : ก็ไม่เลวนะ ปลายเดือน พฤษภาคม(2004) นี้  ก็จะมีอัลบั้มออกใหม่แล้ว ขอช่วยอุดหนุนด้วย

ช : แล้วนักร้องที่คุณชื่นชอบเป็นใครหรือ?

โหย่วเผิง : ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นผมมี มาดอนน่า คนเดียว  ตั้งแต่ที่จีนจนกระทั่งยังไม่เข้าวงเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้น ผมชื่นชอบเธอมากๆ


ญ : ใช่ๆๆ ฉันก็ชื่นชอบเธอเหมือนกัน  แล้วหลังจากที่คุณเข้าวงเสี่ยวหู่ตุ้ยแล้ว ก็ยังบอกว่าชื่นชอบมาดอนน่ามากๆ

โหย่วเผิง : ใช่ มันหลายปีแล้ว  แม้ว่าตอนนี้เธอจะแก่ไปบ้าง  แต่ก็ยังสวยเหมือนเดิม ผมยังคิดว่าเธอเจ๋งจริงๆ

ญ : จริงนะ เธอเป็นคนที่มีเอกลักษณ์พิเศษส่วนตัวของเธอจริงๆด้วย

โหย่วเผิง : ช่วงหนึ่งในตอนนั้น ผมทนไม่ไหวจริงๆ ที่เธอได้ออก MTV กับ บูร่านี่ เป็นเพลง มี อะเกน เดอะ มิวสิก ชุดสูทที่เขาใส่นั้น ก็ยังเหมือนกับว่าเธอเป็นอย่างหญิงเร่าร้อนอย่างนั้น เจ๋งจริงๆ

ญ : ฉะนั้นคุณก็เป็นผู้ชายที่ชอบผู้หญิงสไตร์เร่าร้อนอย่างนั้น

โหย่วเผิง : ก็คงเป็นอย่างนั้น เป็นแบบเปรี้ยวๆ เซ็กส์ซี่ๆ เช่น Britney ก็ไม่เลวนะ

ญ : โอ้โห คิดไม่ถึงเลยนะ

โหย่วเผิง : จริงๆแล้วผมก็มักจะแอบสนใจพวกเธออยู่

ญ : ที่บ้านคงไม่ได้แอบเต้นเพลงพวกเขามั้ง

โหย่วเผิง : คงเต้นไม่เป็นหรอก ผมก็มักจะไปเปิดดูที่ MTV และ Britney ก็ออกมาเยอะมาก

ญ : งั้นคุณก็เป็นแฟนเพลงของ เสี่ยวเทียนเทียนล่ะซิ แล้ว โคลีสซี ล่ะ

โหย่วเผิง : โคลิสซี หรือ ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ เธอร้องเพลงได้ไม่เลวเหมือนกัน

ช : ดูสิ เขาชอบของประเภทที่มีเสน่ห์ยั่วยวน

ญ : ใช่สิ ฉันยังคิดไม่ถึงเลยนะ

ช : ชื่นชอบ มาดอนน่า แล้วก็คงจะเลียนแบบเธอเป็นด้วยสิ

โหย่วเผิง : ตอนเด็กนั้นก็น่าจะเต้นเป็นหน่อย  เพราะตอนอยู่ในจีนนั้น ตอนที่ผมชื่นชอบเธอนั้น เธอก็อยู่ในช่วงปลายในวงการแล้วล่ะ ช่วงเริ่มต้นของเธอนั้นผมไม่ค่อยรู้เท่าไร ในตอนนั้นก็มักจะไปหาซื้อวีดีโอของเธอมาเก็บไว้ หรืองานคอนเสิร์ต

ช : ในตอนนั้นเลียนแบบเธออะไรบ้าง จำได้ไหม

โหย่วเผิง : ผมฝึกยังไงก็ไม่เป็น รู้เพียงว่า mv ของเธอนั้นเธอเต้นได้สวยมาก แต่ว่าตัวเองฝึกอย่างไงก็ไม่สวยเหมือนเธอ จังหวะอย่างนั้นที่รู้สึกฝึกไม่เข้าเลย

ญ : ใช่ๆ เมื่อก่อนตอนอยู่ในบ้านก็มักจะเลียนแบบท่าเต้นอย่างนั้น

โหย่วเผิง : ก็ใช่นะ ฝึกยังไงก็เต้นไม่เป็นสักกะที

ช : แล้วใน vogue ที่คุณอ่านนั้น รายชื่อของเหล่าดาราหญิงพวกนั้น

ญ : ในนั้นมีดาราหญิงด้วยหรือ

โหย่วเผิง : ในเนื้อเพลงนั้น เธอได้พูดถึงชื่อดาราที่ชื่นชอบหลายคนเลย มีทั้งชายและหญิง

ญ : ฉันรู้เพียงว่าเธอร้องว่า vo

ช : คุณกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย

โหย่วเผิง : ใช่ ลักษณะอย่างนี้แหล่ะ

ญ : ในช่วงนั้น ฉันเพียงเรียนฝึกแค่นิดๆอย่างนี้เอง

ช : โอเค งั้นตอนที่คุณร้องเพลงคุณได้เลียนแบบจากเธอไหม

โหย่วเผิง : เรื่องร้องเพลงนั้นจะเลียนแบบอย่างเธอคงไม่ได้ เพราะเธอเป็นนักร้องหญิง

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 09:45:05 AM »
ช : แล้วเวลาคุณร้องเพลงคุณเคยเลียนแบบใครบ้าง

โหย่วเผิง : อื่ม "เสว่ยโหย่ว"   ในตอนนั้นผมหลงใหลเขามาก  และผมคิดว่าเขาเป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่จริงๆ   ก็เพราะเหตุที่ผมไม่รู้บ่อยๆ   หรือว่าอาจเป็นช่วงหนึ่งของวัย  ก็จะมีความตั้งใจอยากจะเป็นอยากจะเหมือนศิลปินคนนี้คนโน้น ก็คือ เขาในตอนนั้น  คือช่วงที่เขามีลูกนั้นก่อน ช่วงที่พักผ่อน เขาได้ออก unplug ในช่วงเวลา 15 ปี  และบวกกับการคัดเอามาแต่งเนื้อใหม่  และในตอนนั้นที่ได้ฟังเพลงของเขา ผมเองก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองฟังอยู่ในบ้าน  มันทำให้ผมประทับใจ มันกินใจผมมาก   บทเพลงเหล่านี้มันได้เป็นเพื่อนกับคนมากมาย   คุณก็คงทราบดี  ผมไม่รู้สินี่อาจเป็นคุณธรรมหรือเปล่า   จริงๆแล้ว  ศิลปินก็เป็นกลุ่มคนที่คอยเป็นเพื่อนกับทุกคน  หลายคนก็เคยหวนคิดได้ว่า  แท้จริงเพลงเหล่านี้  ได้เป็นเพื่อนยามที่เราอกหัก   เป็นเพลงที่ให้กำลังใจเรา  ผมรู้สึกว่านี่ถึงจะเป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่   คุณรู้ไหมว่าเขาได้เป็นเพื่อนต่อใครๆ แล้วกี่คน  ผมรู้สึกอย่างนี้

ญ : คุณเคยกล่าวความรู้สึกอย่างนี้ต่อหน้าเขาไหม

โหย่วเผิง : อื่ม ไม่มี ไม่กล้าด้วยแหล่ะ

ช : จริงสิ ไม่กล้าหรือ เช่นว่า งานมอบโล่เกียรติคุณต่างๆ เมื่อคุณไปเจอเขา ก็จะไม่พูดเลยหรือ

โหย่วเผิง : ผมเขินอายจริงๆนะ

ช : แล้วหากว่าคุณได้ขึ้นลิฟท์พร้อมกันกับมาดอนน่าแล้ว คุณก็จะไม่กล้าพูดกับเธอเหมือนกันหรือ

โหย่วเผิง : ถ้าเป็นเธอหรือ ก็กล้านะ ผมอาจถอดกางเกงในออกมาให้เขาเซ็นต์ด้วยแหล่ะ

ช : เอ้ คุณพูดแล้วต้องทำจริงๆนะ

ญ : ฉันคิดว่าขณะที่คุณถอดอยู่นั้น ลิฟท์ก็คงเปิดแล้วล่ะ

ช : ฉันว่าขณะที่เขากำลังถอดอยู่นั้น มาดอนน่าคงแจ้งตำรวจแล้วล่ะ เธอจะไปรู้หรือว่าคุณจะทำอะไรเธอ

โหย่วเผิง :ไม่หรอก แค่เขาเห็นว่าเป็นคนเอเชีย ก็บอกว่า forget it


ช : ละครที่เคยถ่ายในจีนนั้นเรื่องไหนที่มันลำบากสุดๆ

โหย่วเผิง : น่าจะเป็น ฉิงเซินเซินหยี่เหมิงเหมิง(มนต์รักในสายฝน) ในตอนนั้นเป็นช่วงที่จะเร่งงานให้เสร็จ แล้วทั้ง 2 ทีมก็ผลัดกันซ้อม  แล้วไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย   ถ่ายทำจนถึงเช้ามืดตี 4  ตี 5 เลย   แล้วบวกกับฝกตกอีกด้วย    ผมจำได้ว่าพวกเรานั้นได้โต้รุ่งด้วยกัน   จำได้ว่า ตอนนั้นกลางคืนก็ถ่ายในห้อง และในห้องก็ไม่มีแอร์อีกด้วย   แล้วขณะที่รอบด้านไฟเปิดหมด  ผมอยู่ในบ้าน   มันร้อนจนไม่ไหว  และในบ้านยังมียุงอีกต่างหาก  เมื่อถ่ายถึงช่วงตี 5   คุณก็จะรู้สึกได้เลยว่าไม่ไหวแล้ว   แล้วก็ได้ให้คุณไปอาบน้ำแต่งตัวเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง   แล้วรีบไปในห้องแต่งตัวเลย  แล้ววันที่ 2 ก็ต้องเริ่มงาน ช่วงนั้นยังเป็นแดดของช่วงสิงหา-กันยานะ   เมื่อโดนแดดก็จะทำให้คุณอยากจะตายเลยแหล่ะ

ญ : ไม่ให้พวกคุณพักผ่อนเลยหรือ

โหย่วเผิง : ใช่ ก็ต้องเร่งงานไง

ญ : แล้วมันไม่เป็นลมหรือ

โหย่วเผิง : เป็นลมนะ

ช : ทำไมต้องเร่งงานขนาดนั้น แล้วมันจะแสดงออกมาได้ดีหรือ

โหย่วเผิง : แต่ว่าทีมงานก็เป็นอย่างนี้กันทุกคนนะ  ยิ่งช่วงที่จะเสร็จงานแล้วไปพักร้อนเนี่ย  โดยเหตุที่เจ้านายอยากจะประหยัดเงิน  เลยบอกว่า ช้าไปแล้วนะ ให้ทุกคนช่วยๆ กันหน่อย ประมาณนี้

ช : ผมอยากจะถามพระเอกของละครยาว ว่า ผมเป็นพระเอก ขณะที่พวกคุณถ่ายทำนั้น  ไม่รู้สึกถึงเป็นเรื่องไร้สาระอย่างนั้นหรือเปล่า  เช่น  กรณีที่เหินโดด(ลอยๆกระโดดๆ จะเห็นบ่อยๆในหนังจีนกำลังภายใน)

โหย่วเผิง : หากว่าท่าในการลงของการเหินโดดนั้นลงได้สวย   ผมก็ยังนับว่าโอเค เช่นเรื่อง อีเทียนสู่หลงจี้(ดาบมังกรหยก) เช่น  คุณจะต้องรับบทเป็นผู้มีใจกว้างขวาง  และนิสัยดีอย่างนั้น  และผมเองก็ยังรู้สึกว่ามันก็ดีนะ  นี่เป็นครั้งแรกของพวกเราที่แสดงงานของ “จินหยง”(กิมย้ง)  ความรู้สึกผมสำหรับผู้ชายแล้ว  การจะแสดงหนังของจินหยง(กิมย้ง)นั้น  เป็นอะไรที่เป็นประวัติศาสตร์ของตัวเองเลยแหล่ะ  เหมือนกับช่วง 2-3 ปีนี้ได้ถ่ายละครมามากมาย   ผมยังรู้สึกว่าอารมณ์ของบทที่แสดงนั้น  มันก็จะเป็นเรื่องแบบรักกันไปมาอย่างนี้   ประมาณเริ่มแรกก็แบบชอบ  เกรงใจ จนได้มาอยู่ด้วยกัน คิดถึงกัน  แล้วสุดท้ายก็คือ  ให้คุณต้องเลิกกันอย่างเจ็บปวด แล้วก็ร้องไห้ บางครั้งก็ยังรู้สึกว่าแสดงไปๆ มา อย่างนี้มันไร้สาระ

ญ : เมื่อตัวเองได้หลุดพ้นผ่านมาแล้วรู้สึกไหมว่านี่มันเป็นละคร   อะไรมีอย่างนี้หรือเปล่า

โหย่วเผิง : ใช่ที่จริงบทแสดงเหล่านั้นก็งั้นๆ  มันไม่มีอะไรที่เป็นใหม่ๆเลย ก็เลยไม่สามารถทำให้จิตใจอารมณ์ของผมที่จะเข้าร่วมหรืออินกับมัน

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 09:58:03 AM »
ช : แล้วเวลาที่มีความรักกันจริงๆแล้วเนี่ย  เคยคิดไหมว่า ผมจะไม่พูดประโยคนั้นเด็ดขาด  คำที่พูดในเรื่องเหล่านั้น ไม่งั้นก็จะทำให้รู้สึกไร้สาระ

โหย่วเผิง : แต่ว่าถ้ามีความรักจริงๆแล้ว  ก็จะไม่รู้สึกว่ามันแสลงใจแล้วแหล่ะ

ญ : แล้วคุณเคยแสดงประเภทแบบจับไหล่ของนางเอกแล้วพูดว่า  คุณตอบสักที มองตาของฉัน  ในโลกนี้ก็มีเพียงผมที่รักเธอที่สุด  ก็ประมาณที่ว่าเขย่าไหลของเขาตลอดอะไรอย่างนี้ เคยแสดงไหม

โหย่วเผิง : เคยมีบทอย่างนี้ในละครเวที เป็นแบบประมาณนี้แหล่ะ เป็นการแสดงที่บอกกับเธอตรงๆ  แต่ผมไม่เคยไปเขย่าไหล่ของเธออย่างที่ว่า

ญ : ฉะนั้นก็นับว่าคุณไม่ได้เป็นพวกที่รุนแรงในด้านอารมณ์อย่างนั้น

โหย่วเผิง : พวกเราก็มีการเขย่าอย่างนี้เหมือนกัน แต่เป็นฉากที่นางเอกใกล้ตายแล้ว จะเขย่าให้เธอตื่นขึ้นมา

ญ : แต่ว่าเธอก็ใกล้จะตายอยู่แล้ว  คุณไปเขย่าอย่างนี้ไม่เป็นการซ้ำเติมความเจ็บปวดให้เขาหรือ

โหย่วเผิง : แต่ว่าผู้ชมคงดูแล้วไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้นนะ

ช : ก็คงจะคิดว่าเขย่าเขา ให้เธอตื่น

ญ : แค่ล้ม  กระดูกก็จะหักหมดแล้ว  ยังต้องไปเขย่าเขาอีก

ช : ก็ใช่สิ ฉะนั้นคุณก็อย่างไปแสดงแบบเว่อร์ๆ เขย่าให้มันสมน้ำสมเนื้อด้วยสิ


โหย่วเผิง : ผมรู้สึกว่าการแสดงละครนั้นเป็นเรื่องที่ยากเหมือนกัน มันจะต้องดูประเภทของละครด้วย  เช่น อย่างที่คุณพูด  ละครทีวีกับภาพยนตร์นั้นอารมณ์วิธีการแสดงนั้นจะไม่เหมือนกัน  ภาพยนตร์นั้นยังมีการแยกแบ่งออกหลายแนวเหมือนกัน  และผมรู้สึกว่าอารมณ์ของการแสดงออกของแต่ละอย่างนั้น  มันไม่เท่ากัน บางครั้งผมเองก็ยังต้องเรียนรู้ไปด้วยอีก


ช : หากว่าพวกเรามาจัดการแข่งขันแสดงอารมณ์ที่เว่อร์ๆ แล้วเนี่ย คุณสามารถชนะหม่าอิ๋งเทาหรือเปล่า

โหย่วเผิง : หากว่าเป็นการแข่งขัน ผมก็จะสู้อย่างสุดใจเหมือนกัน


ญ : ฉันพูดให้คุณฟังได้เลยว่าคุณหม่าอิ๋งเทานั้น พวกคุณชนะเขายาก เขามีสไตร์ของเขาเอง

โหย่วเผิง : ผมเองก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรที่ไม่น่าดูเลย

ญ : ฉันยังจำได้ว่าเมื่อก่อนเขาเคยเล่นละครเรื่องหนึ่ง  คือเขาได้ตีภรรยาของเขา บทคือเขารักภรรยามาก  แล้วภรรยาเขานอกใจเขา  แล้วเขาก็ตีอย่างนี้ หลังจากที่ตีเสร็จแล้วก็ทำอย่างนี้  ผมขอโทษคุณนะ  ผมรักคุณจริงๆ แต่ว่าทำไม คุณหักหลังผม

ช : ผมรู้สึกว่าคุณเว่อร์มากเลย

ญ : ฉันดูแล้วเจ็บปวดใจมาก  อารมณ์ของเขานั้นพลิกผลันเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วมาก

ช : คุณบ้าไปแล้วหรือ ไปแย่งบทของคนอื่นมาแสดงทำไม ดูคุณอยากจะแสดงจริงๆเลยหรือเนี่ย

ญ : ฉันอยากแสดงมากๆ แต่ก็เหมือนกับเขาอย่างนั้น  ที่กล้าปลดปล่อยอารมณ์ และอินกับบทเป็นอย่างมาก เขาเป็นนักแสดงที่เก่งมากๆ แล้วคุณสามารถเล่นแบบถึงพริกถึงขิงอย่างนี้ได้ไหม  แบบทุ่มอารมณ์เข้าไปอย่างสุดๆเลยอย่างนี้

โหย่วเผิง : การแสดงเมื่อกี้ของคุณนั้น มันดูเหมือนจะประสาทกินหน่อยๆ นะ

ญ : แล้วคุณทำได้ไหมล่ะ

ช : คุณเคยรับบทอย่างนี้หรือเปล่า

โหย่วเผิง : อื่ม ไม่เคยนะ หากว่าจะพูดถึงบทที่ใช้อารมณ์สุดๆนั้น น่าจะเป็นเรื่อง “มนต์รักในสายฝน” ที่รับบทเป็น “ตู้เฟย” นี่น่าจะเป็นบทของละครแนวอารมณ์

ช : แล้วที่มันแสดงถึงพริกถึงขิง  หรือที่ว่าอิงมันสุดๆ เป็นฉากไหนหรือ

ญ : บทพูดในเรื่องนั้นคืออะไรหรือ

โหย่วเผิง : บทพูดนั้นอาจจะไม่ค่อยเว่อร์  แต่อารมณ์ในการแสดงบทของผมอาจจะเว่อร์ไปหน่อย  เพราะว่าไม่ว่าอะไรก็จะให้มันกว้างกว่าปกติ 2 เท่าเลยแหล่ะ

ญ : โอ้ ฉันรักคุณจริงๆเลย (ทำท่าทาง)

โหย่วเผิง : ใช่ เวลาพูดก็ต้องทำท่าทางไปด้วย ประมาณนั้น

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 10:04:57 AM »
ช : แล้วคุณเคยเล่นละครของฉงเหยา มากี่เรื่องแล้ว

โหย่วเผิง : ประมาณ 3 เรื่องมั้ง เช่น องค์หญิงกำมะลอ ภาค 1 , 2 และ มนต์รักในสายฝน

ช : แล้วในเรื่ององค์หญิงกำมะลอ 1 , 2 นั้นไม่มีบทพูดที่ทำให้ขนลุกหรือให้ผู้ชมอินไปด้วยอย่างนั้นหรือ

โหย่วเผิง : ยังดีที่คนรักผมเป็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อ  เลยไม่มีบทประเภทนี้ แต่บทอย่างนี้นั้นให้เอ่อคังกับจื่อเวยเขาแสดง

ญ : ว้าว เอ่อคังก็ไม่ใช่ย่อยเหมือนกันนะ แล้วโจวเจี๋ยะมีเปล่า

โหย่วเผิง : โจวเจี๋ยะหรือ  ผมคิดว่าเขาแสดงได้ไม่เลวเหมือนกันนะ

ญ : ละครที่อยู่กลางใบหน้าของเขานั้นเยอะมากเลยแหล่ะ

ช : อะไรคือละครกลางใบหน้าหรือ

ญ : เพราะว่าเขาเป็นเอ่อคังใช่เปล่า เขาเล่นคู่กับจื่อเวยถูกเปล่า แล้วทุกครั้งเขาก็จะทำอย่างนี้ จื่อวุย (เสียงออกมาทางจมูก) จื่อเวยของฉัน ฉันรักคุณจริงๆ

ช : คุณอย่างทำอีกเลย ดูจมูกแดงไปหมดแล้ว

ญ : จริงๆนะ ส่วนนี้ของเขานั้นแสดงเป็นละครเลยแหล่ะ

ช : แล้วมีคนที่ไม่มีละครในส่วนนี้ด้วยหรือเปล่า

ญ : คนบางคนก็เป็นอย่างนี้ จื่อเวย ฉันรักเธอจริงๆ คือสายตานั้นมีอารมณ์ แต่ก็จะไม่มีทางจมูก จื่อเวย อย่าจากฉันไป อะไรอย่างนี้

ช : แล้วโหย่วเผิงนั้นส่วนไหนของเขาให้เห็นได้ ตาหรือเปล่า

ญ : ใช่แล้ว ส่วนนี้เป็นส่วนที่น่าสงสารที่สุดของเขาเลย

โหย่วเผิง : ผมนั้นเป็นเพราะธรรมดาผมเป็นคนพูด ฉะนั้นกิริยาการแสดงออกนั้นก็จะเยอะหน่อย  แล้วก็จะยกคิ้วประจำอะไรอย่างนี้  ฉะนั้นบางทีการแสดงของผมก็ไม่สามารถที่จะควบคุมอวัยวะทั้ง 5 นี้ได้ แต่บางทีผมก็พยายามที่จะควบคุมให้มันอยู่นิ่งๆ แต่ว่าเมื่อไม่ให้มันขยับตัวเองก็จะเหม่อลอย


ญ : แต่ว่านักแสดงบางคนขยันจนเกินไปจนทำให้เสียหน้าเลย  ครั้งหนึ่งฉันได้ดูรายการหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ  แล้วก็เห็นนักแสดงหญิงคนหนึ่ง  แล้วตอนนั้นเขาไม่มีบทพูดหรือแสดงอะไรเลย  เขาแค่เข้าไปดูห้องห้องหนึ่งในห้องนั้นมีผู้ชายที่ฆ่าพ่อเขาอยู่ที่นั่น  เมื่อเธอเห็นเขาแล้วก็โกรธอยู่ข้างนอก  แล้วเขาก็ทำอย่างนี้ (กระพริบตา) แล้วฉันก็คิดว่า ตายจริง ฉากนี้ทำไมผู้กำกับยังให้ผ่านได้

ช : ผู้กำกับอาจจะชอบอย่างนั้นก็ได้

โหย่วเผิง : อาจจะเป็นการแสดงที่ไม่ธรรมดา  ความหมายคือ  เขาแสดงเกินความคาดหมายของผู้ชมไง เ พราะการแสดงมากมายนั้น คนดูอาจเดาออกว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป  ฉะนั้นผมรู้สึกว่า   มีนักแสดงหลายคนที่มีประสบการณ์หรือที่แสดงมาเยอะแล้วนั้น  พวกเขาก็จะแสดงอะไรที่ไม่อยู่ในบทในเนื้อ  ก็เหมือนกับการส่งการบ้านอย่างนั้น เช่นว่า อาการแสดงตกใจ หรืออาการเสียใจ คุณก็สามารถใช้วิธีอื่นมาแสดง  จริงๆ แล้วนั่นเป็นสิ่งที่ดี  จริงๆ แล้วเทคนิคการแสดงของคนเกาหลีนั้นแตกต่างกับเราอย่างสิ้นเชิง

ญ : จริงๆหรอ

โหย่วเผิง : จริงๆ ไม่เหมือนกันเลย อารมณ์จังหวะความรู้สึกของพวกเขานั้นแตกต่างจากเราอย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่น พวกเราคนจีนที่ไปแสดงละคร ตามพื้นฐานของเราแล้วก็ โอเค  เมื่อผมอ่านบทแล้วก็น่าจะรู้แล้วว่าจะแสดงอารมณ์อย่างไร  แล้วรู้ว่าเมื่อไรที่คุณจะโยนลูกมาให้ผม  ผมร่วมแสดงกับไฉ่หลินนั้นสายตาผมจะเบรอๆ แน่นอนจังหวะมันไม่เหมือนกัน เช่นผมว่าคุณควรจะสนองอย่างนี้  คือเพียง 3 วินาทีคุณก็น่าจะส่งบอลคืนมาให้กับผม  เพราะผมได้ สแตนบาย เรียบร้อยแล้ว  3 วิยังไม่ทันจบ แล้วต่อไปอีก 7 วิ  แล้วโยนให้ผมโดยที่ผมยังไม่ทันตั้งตัวเลย  จนผมเองก็มั่วไป

ญ : ฉะนั้นพวกคุณอาจเล่นจนได้อารมณ์แล้วนานไปหน่อยหรือเปล่า ทำให้เวลาเลยไป

ช : อะไรคือ  3 วิแล้วควรส่งลูกคืนมา แล้วรอถึง 7 วิ  มันหมายความว่าไง

ญ : ก็คือ

โหย่วเผิง : ให้ผมอธิบายดีกว่า   “งั้นคืนนี้ คุณสามารถเอาอุปสรรค์ต่างๆ ทิ้งไปหมดแล้วไปทานข้าวกับผมได้ไหม”  จากนั้น 1 ,2, 3 ผมคิดว่าควรจะส่งคืนให้ผมแล้ว แต่เขากลับแสดงบทของเขายังไม่จบ  แล้วผมก็มองเขา คุณจะแสดงไปถึงไหนเนี่ย

ญ : แล้วอยู่ที่นั่นกำลังทำท่าอย่างนี้

โหย่วเผิง : ผมก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นควรจะทำอะไรต่อไป แล้วคิดว่าเมื่อไหร่จะถึงผม ฉะนั้น  เรื่องเวลาของจังหวะนั้นไม่เหมือนกัน

ช : ถ้าอย่างนั้นก็เหมือนกับว่า  กำลังแย่งแสดง ถูกเปล่า

โหย่วเผิง : ผมคิดว่าไม่ควรพูดอย่างนี้ เพราะมันเป็นของทุกคน ในเกาหลีก็มีโรงเรียนสอนการแสดงเยอะแยะไปหมด  ในจีนก็มีเยอะ  แล้วผมคิดว่าการสอนของแต่ละโรงเรียนนั้นระบบมันไม่เหมือนกัน  และที่นั่น  นักเรียนที่สอนออกมานั้นก็จะต่างกัน  ฉะนั้นเมื่อพวกเขาแสดงอยู่นั้น  พวกเขามีสไตส์แบบเกาหลีมากๆ เป็นการตอบสนองที่เกินความคาดหมายจากเรา

ช : เช่นอะไรบ้าง

โหย่วเผิง : ก็เหมือนกับสิ่งที่ผมพึ่งพูดไปเมื่อกี้ ยกตัวเองเช่น พวกเราเซอร์ไพรส ท่าทางของเราก็จะประมาณนี้  ก็คือแบบตื่นเต้นหน่อย  แต่ว่าการเซอร์ไพรสของพวกเขานั้นจะเป็นท่าแบบนี้  ฉะนั้นคุณคงเห็นแล้วว่าพวกเขาจะใช้อะไรที่แตกต่างจากพวกเรา

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 10:12:52 AM »
ญ : มีการตบหัวด้วยหรือ

โหย่วเผิง : ก็ยกตัวอย่างเอง จริงๆมีนะ เวลาพวกเขาทำนั้นจะธรรมชาติมากๆ เช่น เนื้อเรื่องละครใน”รักข้ามขอบฟ้า”นั้น ยังมีประเภทที่ว่า  เพื่อนดีๆของพวกเรา  แล้วเพื่อนคนหนึ่งเข้าโรงพยาบาลแล้ว แล้วหมอก็จะบอกว่าหมอไม่รักษานะ ผมสังเกตดูพวกเขา และขณะที่พวกเขาแสดงนั้น  รวมทั้งนักแสดงที่มาจากจีนที่อยู่รอบตัวเขา  แล้วเมื่อได้ยินหมอบอกแล้ว เขามีท่าทางอย่างนี้  แล้วจะทำอย่างไรต่อไป แต่ท่าเธอ คือ ก็คือ ผมก็ไม่ทราบ ( ท่าทางต่างกัน)  ใช่เรื่องแบบนี้ก็ไม่น่ามีปัญหา  เพราะต่างคนต่างก็มีบทและบุคลิกที่ต่างกันออกไป  แล้วคุณก็สามารถแสดงท่าทางที่ต่างกันออกไป  ที่ผมยกตัวอย่าง ท่าทางตอบสนองของเขานั้นโอเค ผมไม่ได้ว่าท่าทางการสนองของเขานั้นเว่อร์

ญ : ก็คือต่างคนก็ต่างมีท่าทางการแสดงออกที่ไม่เหมือนกัน

โหย่วเผิง : นี่เป็นการยกตัวอย่าง ก็คือบางครั้งนักแสดงจีนบางคนของเรา  ผมก็จะพอรู้ว่าต่อไป  เขาจะมีท่าทางอย่างไร หรือว่าพอเดาออกว่าอารมณ์ของเขาเป็นอย่างไรต่อไป แต่ว่าบางครั้งที่ผมพูดบทไปแล้ว  ไฉ่หลินตอบสนองด้วยอารมณ์ท่าทางอย่างนี้  แต่ว่าเวลาที่ผมแสดงอาการอารมณ์ในบทนี้นั้น  หน้าตาผมจะเบิกบาน  แต่ว่าทำไมไฉ่หลินแสดงอารมณ์แบบนี้

ญ : ในใจก็จะคิดใช่ไหมว่า  ทำไมอารมณ์การแสดงออกของเธอถึงเป็นแบบนี้

โหย่วเผิง : ใช่ อีกด้านหนึ่งนั้นผมกำลังดูอยู่ ว่า เอ้ ไงคุณทำอาการแบบนี้ ผมดูเขาแสดงอารมณ์หน้าตาแบบนี้  จะอึ้งไปเลย แล้วเมื่อเธอโยนลูก(บทที่จะต่อไป) กลับมาให้ผม  ผมก็รับไม่ทันและสับสนไปแล้ว


ช : โอเค เธออย่างจะแสดงใช่เปล่า

ญ : ไม่  ก็ไม่มีอะไร ปกติ

ช : ไม่หรอก ธรรมดาแล้วถ้าผู้ชายจะแสดงมันอาจจืดไปหน่อย  การแสดงของคุณนั้นมีอะไรที่ให้คนอื่นดูแล้วน่าทึ่งนะ

ญ : ก็ถือว่ายังพอใช้ได้แหล่ะ ฉันเป็นประเภทแบบสไตส์เดิมๆ

โหย่วเผิง : เอาสิ เธอลองแสดงอารมณ์ท่าทางที่ให้คนอื่นทึ่ง  แบบอินไปด้วยมาหนึ่งอย่างดีไหม

ญ : คุณทำไม  มาทดสอบฉันล่ะ

ช : เอาลองมาสัก 3 ท่าทางก็ได้

ญ : รอแป๊ปสิ ฉันกำลังจะตั้งใจ

โหย่วเผิง : เอาสิ มีอะไรน่าขำหรอ

ญ : เอาล่ะๆๆ ฉันจะตั้งใจทำ

ช : ผมดูเธอเหมือนกับว่ากำลังหิวอยู่นะ

โหย่วเผิง : โอเค เริ่ม  “ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะ ลูกที่พี่สาวคุณคลอดออกมานั้นเป็นเด็กผิดปกติ”

ช : ฮ่าๆๆ ดูท่าทางที่เธอแสดงออกมานั้นมันคิดแทบล้มประดาตายเลยแหล่ะ  ท่ากัดนิ้วนี้มันใช้เฉพาะเด็กปัญญาอ่อนเท่านั้นไม่ใช่หรือ .... 
ตอนนี้คุณออกรายการคนเดียว หากว่าคนอื่นพูดว่าไม่เคยรู้นะ  ว่าโหย่วเผิงนั้นมาจากวงเสี่ยวหู่ตุ้ย คุณได้ยินแล้วจะรู้สึกดีใจไหม? ก็คือขณะที่พวกเขากำลังคุยอยู่ ก็ล้วนไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย

โหย่วเผิง : สำหรับตอนนี้นั้น ผมก็ไม่แคร์เท่าไร ผมรู้สึกว่าเมื่อมันอายุ 30 ปีได้ผ่านพ้นไปแล้วนั้น  จริงๆแล้วเนี่ย

ญ : มองทุกอย่างก็ล้วนอนิจจังใช่เปล่า?

โหย่วเผิง : ไม่ใช่ว่ามองทุกอย่างอย่างปลงนะ  เพราะว่าในตอนนั้นผมรู้สึกว่าจะอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวตอ  ฉะนั้นก็เลยคิดว่า  ในใจคุณคิดว่าตัวเองเป็นใหญ่   แต่ว่าคนอื่นดูคุณจากข้างนอกแล้ว   ล้วนรู้สึกว่าคุณก็ยังเป็นไกวไกวหู่อยู่วันยังค่ำ   ฉะนั้นในตอนนั้น  คุณก็จะปฏิเสธของเหล่านี้ เหมือนกับตอนนี้  ผมรู้สึกจริงๆว่าตัวเองอายุมากขึ้นแล้วแก่แล้ว  หากเปรียบเทียบกับเมื่อก่อนนะ ฉะนั้นผมจึงรู้สึกว่าก่อนหน้านี้นั้น จริงๆแล้ว ผมไม่น่าจะไปใส่ใจหรือต่อต้านสิ่งเหล่านั้นที่พวกเขามองเราเลย  สำหรับการแสดงออกของอดีตกับท่าทีในอดีตนั้น  มันไม่มีทางที่จะกลับมาอีกแล้ว  ฉะนั้นผมเลยรู้สึกว่า โอเค  และสุดท้ายก็จะทำให้ผมต้องคิดถึงมันอยู่  ผมเลยไม่แคร์มัน ไม่สนมัน

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 10:32:35 AM »
ช : งั้น ค่ายจิงซี่เจี่ยงของไต้หวันนั้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าให้เสือน้อย 3 ตัวมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่ง คุณมีความเห็นอย่างไร ไม่เห็นด้วยไหม? หรือว่า โอเค

โหย่วเผิง : ผมโอเค

ช : จริงๆ

โหย่วเผิง : ผมโอเคจริงๆ

ญ : งั้น เสือน้อยอีก 2 ตัวนั้นพวกเขาโอเคด้วยเปล่า


โหย่วเผิง : ผมคิดว่าพวกเราทุกคนล้วนโอเคแหล่ะ  เพียงแต่เพราะว่าพวกเราต่างคนต่างอยู่ในหน้าที่การงานบริษัทที่ไม่เหมือนกัน  ฉะนั้นบางครั้งจะหาเวลาเหมาะเจาะของทั้ง 3 คนนั้น  มันอาจยากไปหน่อย

ญ : แล้วตอนนี้คุณยังติดต่อกับอู่ฉีหลงและเฉินจื้อเผิงหรือเปล่า

โหย่วเผิง : มีติดต่ออยู่นะ
 
ญ : จริงหรือ

โหย่วเผิง : แน่นอน

ญ : พวกคุณยังเป็นเพื่อนที่ดีอยู่หรือ

โหย่วเผิง : แน่นอน แต่ว่าผมรู้สึกว่าเวลาที่พวกเรามาเจอกัน  ก็จะไม่เหมือนตอนเด็กๆ  ที่แทบจะพูดกันทุกเวลา  อยู่ด้วยกันทุกวินาที อะไรๆ ด้วยกันอย่างนั้น

ช : ที่คุณบอกว่าพวกคุณยังติดต่อกันอยู่ ผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายจริงๆ

โหย่วเผิง : ทำไมล่ะ

ช : ก็เมื่อกี้คุณบอกว่าต่างคนต่างมีการงาน

โหย่วเผิง : เมื่อกี้ผมพึ่งพูดไปว่า การอยู่ด้วยกันของเราในอดีตนั้นเป็นการแสร้งหรือ

ญ : ไม่หรอก เพราะพวกคุณแยกกันตั้งหลายปีแล้วนะ

ช : แม้จะเป็นเพื่อนที่ดีในจีนก็ตามเถอะ ก็ไม่น่าจะติดต่อกันแล้วนะ

โหย่วเผิง : มี ยังมีการติดต่อกันอยู่  พวกเราทุกคนล้วนยังมีความผูกพันธ์กันอยู่ เพราะว่าจื้อเผิงก็พึ่งไปทำอะไรของจางก่อหยงที่เซี่ยงไฮ้นี่

ช : เป็นการติดต่อในลักษณะไหนหรือ เป็นแบบส่งการ์ดทางอีเมล์หรือเปล่า

โหย่วเผิง : ไม่หรอก  เรายังมีการโทรหากัน  มีการส่งข้อความด้วย รวมทั้งยังส่งดอกไม้ด้วย และอู่ฉีหลงเปิดร้านอยู่ที่ปักกิ่ง ผมนั้นได้โทรศัพท์ให้กับเถ้าแก่ด้วยตัวเองเลย  บอกให้เขาช่วยจองที่นั่งแบบวีไอพี  แล้วชวนเขามาเป็นเพื่อนนั่งกับผม

ญ : เขาเปิดร้านอะไร เป็นร้านอาหารแบบสไตส์ไทยหรือเปล่า

โหย่วเผิง : เขาได้เปิดร้านสุกี้ ดีมากๆ

ช : แล้วคุณเปิดร้านอะไรมาแล้วบ้างไหม

โหย่วเผิง : เคยเปิดร้านขายชาไข่มุก เรื่องนี้ไม่น่าจะมีใครรู้

ช : แล้วอยู่ที่ไหน

โหย่วเผิง : ตอนนั้นผมร่วมกับเสี่ยวหม่า กับหม่าก่อเสียน

ญ : แล้วสุดท้ายล่ะ

โหย่วเผิง : ที่ข้างๆร้านลิต้า เคยเปิดร้านขายชาไข่มุก อย่างนี้นับว่าเป็นการทำที่แปลกๆ ใช่เปล่า

ช : แล้วทำได้นานเท่าไหร่หรือ

โหย่วเผิง : อื่ม ประมาณ 2 เดือนมั้ง ก็เจ๊งไปแล้ว

ญ : แค่เดือน  2 เดือนเนี่ยนะ

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 10:35:36 AM »
ช : นั่นมันสั้นเกินไปหรือเปล่า ไม่ทันได้ทำไรก็เจ๊งไปแล้วมั้ง

โหย่วเผิง : อาจเพราะพวกเราไม่มีประสบการณ์  ก็เลยทำแบบมั่วๆ  ผมเป็นคนควักเงิน  แล้วเขาก็ไปหาคนมาช่วยทำ อาจเป็นเพราะพวกเราชงช้าไป  ทุกครั้งที่เข้าทำงานนั้นทุกคนล้วนเข้าเป็นแถวยาวอย่างมังกรเลย  แล้วมีการบ่นไปด้วย สุดท้ายก็ขาดทุน สุดท้ายก็รู้ว่าพวกเราทำไม่คล่องกัน  มันช้ามาก

ญ : แสดงว่าไม่ใช่ว่าธุรกิจไม่ดี แต่เพราะทำช้ามือไม้ไม่เร็วเอง

ช : ทำไมถึงช้า

โหย่วเผิง : จริงๆ แล้วผมเองก็จำไม่ค่อยได้ ก็คือคุณเอาเงินลงทุนให้เขาก็พอแล้ว

ญ : แล้วในร้านมีคนทำแค่คนเดียวหรือ

โหย่วเผิง : ใช่ จริงๆแล้วร้านนั้นแคบมากๆ คนแทบจะเข้าไปนั่งไม่ได้เลย ฉะนั้นส่วนมากก็จะซื้ออยู่นอกร้าน ฉะนั้นคุณลองคิดดู เวลาเลิกเรียนแล้วมีคนเยอะขนาดไหน

ช : แล้วคุณได้เอารูปของโหย่วเผิง(ตัวเอง) แขวนไว้ในร้าน เพื่อดึงดูดลูกค้ามาหรือเปล่า

โหย่วเผิง : ไม่มีเลย ผมไม่เคยที่จะทำเรื่องแบบนี้เลย

ช : จริงๆหรือ

โหย่วเผิง : มันน่าอายนะ

ช : ทำไมหรอ เพราะนั่นใกล้ๆร้านยี่ต๋า น่าจะมีผู้หญิงเยอะนิ เช่นพวกนักศึกษาหญิงเหล่านั้นไง

โหย่วเผิง : ผมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่

ช : จริงๆ เหรอ แค่เดือน  2 เดือนก็เจ้งแล้วเนี่ยนะ

โหย่วเผิง : ใช่ ก็เพียงแค่ช่วงนั้นเอง

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1308
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 รายการ Kang Xi Lai Le :: 17 May
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 10:42:20 AM »
ญ : หากว่าคุณไม่มีภาพยนตร์จะให้แสดงแล้ว เพียงแค่ให้คุณพึ่งอาศัยเงินที่ได้จากบ้านที่ให้คนอื่นเช่าอยู่นั้น คุณสามารถอยู่ได้ไหม?

โหย่วเผิง : หวังว่าสิ่งนี้จะเป็นเป้าหมายในอนาคตของผม  คุณไม่รู้หรือว่าเป้าหมายสูงสุดในชีวิตผมคือ  การเก็บค่าเช่าบ้านล่ะสิ  คือ รอกินอย่างเดียว และไม่ต้องลงแรงก็ได้รับแล้วประมาณนั้น  นี่เป็นเป้าหมายชีวิตของผมกับซินหยู พวกเรา 2 คน คือไม่ลงแรงแต่มีให้กิน

ช : แปลกนะ ทุกคนที่พูดในลักษณะนี้มักจะเป็นคนที่ทำงานแทบตายเลยแหล่ะ ฉะนั้นความฝันอันนี้นั้นยากจะสำเร็จ

โหย่วเผิง : ก็เมื่อทำงานหนักแทบตาย  ถึงจะมีความฝันอยากอยู่สบายอย่างนี้ไง

ญ : พวกเราล้วนอยากจะเป็นประเภทที่นอนอยู่ที่บ้าน แล้วในธนาคารก็มีดอกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

โหย่วเผิง : ใช่ งานที่นอนอยู่แล้วมีเงินก็ไม่ใช่ว่าเยอะนะ

ช : คนที่ทำงานแทบตายนั้นคิดอย่างนี้กันทุกคนหรือเปล่านะ คือ สักวันหนึ่งฉันจะขอแค่นั่งกินแล้วรอความตาย

ญ : ใช่ เป็นอย่างนี้จริงๆ

ช : นี่เป็นการใช้แรงนี่ ถึงจะทำจนแทบตาย

ญ : ใช่ ก็จะคิดอยู่ว่า วันไหนนะที่ฉันจะได้เป็นอย่างนั้น

ช : หากว่าตอนนี้มีคนคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักโหย่วเผิงมาก่อนเลย เขาอยากจะรู้จักคุณผ่านทางอะไรบางอย่าง  คุณจะแนะนำให้เขารู้จักคุณโดยทางละครที่แสดงหรือว่าเพลงคอนเสิร์ตที่คุณร้องอัลบั้มหนึ่ง

โหย่วเผิง : ก็น่าจะให้เขาฟังอัลบั้มใหม่ของผมนะ

ช : ฮ่าๆๆ ให้คำตอบที่ตรงขนาดนี่เลยหรือ

โหย่วเผิง : ไม่นะ  จริงๆ ผมคิดว่าไม่มีละครเรื่องไหนที่เป็นผม  เพราะละครนั้นเป็นของทุกคน มันก็ใช่นะ ที่ทุกคนก็ล้วนชอบ และบทที่คุณแสดงนั้นแสดงได้สมบทจริงๆ  เขาจะคิดว่า คุณเป็นคนอย่างนี้จริงๆด้วย  แล้วผมก็พยายามอธิบายจนปากจะฉีก  รอจนมีละครเรื่องใหม่เข้ามาทำให้เขาลืมบทเรื่องเก่าไป  เขาก็มองผมเป็นอีกแบบหนึ่งแล้ว  แล้วทุกคนก็คิดว่าผมเป็นคนแบบเรื่องนี้แหล่ะ จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลย

ญ : ฉะนั้นหมายความว่า การร้องเพลงนั้นมันเหมือนคุณมากที่สุดหรือเปล่า

โหย่วเผิง : ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ผมรู้สึกว่าจากบทบาทฐานะของนักร้องแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการร้อง การพูด อะไรอย่างนี้จะเหมือนเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด และมีความสุขที่สุด จริงๆแล้วผมไม่อยากจะไปแสดงเป็นคนโน้นคนนี้

ช : แล้วตอนนี้คุณก็เห็นเพื่อนนักเรียนของคุณบางคนเป็น พ่อคน แล้ว คุณรู้สึกว่าตัวเองยังไม่เลวหรือเปล่า กลั้นไว้(ประคองไว้)

โหย่วเผิง : ไม่เคยรู้สึกว่าไปกลั้นไว้  บางครั้งผมก็อยากที่จะไปจิตนาการถึงความรู้สึกอย่างนั้น  แต่สำหรับเรื่องความรักนั้น ท่าทีในใจผมนั้น  มันก็นับว่าโอเค ผมจะไม่ค่อยไปคิดอย่างนั้น  หากว่าคุณจะให้ผมแต่งงาน  แล้วทุกวันผมก็ไม่สนว่าวันนี้อารมณ์ผมเป็นอย่างไรบ้าง  ผมจะต้องกลับเข้าไปในห้องนอนนี้  และยังต้องไปเผชิญหน้ากับเธอ  แล้วพวกเราก็นอนเตียงเดียวกัน วันนี้ผมอาจจะทะเลาะกับเธอ  และวันนี้กลับรู้สึกขึ้นทันใดว่าไม่ชอบขี้หน้าเธอ  สำหรับเธออารมณ์ก็ไม่ดีอยู่ แล้ว  ผมยังต้องมานอนร่วมเตียงกับเธอ  หรือว่าถึงขั้นที่มีลูกด้วยกัน  ถ้าขั้นนี้นั้นความรับผิดชอบก็จะไม่เหมือนเดิมแล้วนะ คุณจะปล่อยปละละเลยลูกก็ไม่ได้ คุณต้องสอนลูก  คุณไม่สามารถใส่อารมณ์ต่อหน้าลูก

ญ : ใช่ ฉันฟังแล้ว ยังรู้สึกกลัวเหมือนกัน

โหย่วเผิง : ใช่  ผมก็รู้สึกว่าการมีครอบครัว  มีลูกนั้น  ก็น่ากลัวเหมือนกัน ฉะนั้นผมมีความคิดว่า  อนาคตจะมีภรรยาอะไรอย่างนั้น  ก็คือไม่จำเป็นต้องแต่งงานกัน  ก็ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้เท่าไร หรือจะเป็นประเภทที่ว่า ขออยู่ไปวันๆ อะไรอย่างนั้น

ญ : ขออวยพรให้คุณสมหวังก็แล้วกัน
 
ช. ญ. : ขอบคุณคุณซูโหย่วเผิง


The End

aueyeua

  • Global Moderator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 40
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 Kang Xi Lai Le
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2015, 07:30:33 AM »
Thai Sub
https://www.youtube.com/watch?v=Wj_blSO9upw

<a href="https://www.youtube.com/v/?v=Wj_blSO9upw&amp;feature=youtu.be" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/?v=Wj_blSO9upw&amp;feature=youtu.be</a>