ผู้เขียน หัวข้อ: [2017.04.02]สัมภาษณ์ซูโหย่วเผิง:ตอบทุกข้อสงสัย《 The Devotion of Suspect X》  (อ่าน 1118 ครั้ง)

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11001
    • ดูรายละเอียด
[2017.04.02] 专访苏有朋:接受所有质疑,但拍《嫌疑人》我依旧很自我!
http://www.happyjuzi.com/mobile/114438.html
http://www.weibo.com/2243549945/F6SWMisGz?type=repost#_rnd1496920629759
https://www.facebook.com/baansuyoupeng/posts/1188248771285965



สัมภาษณ์ซูโหย่วเผิง:ตอบทุกข้อสงสัย  ถ่ายทำ《 The Devotion of Suspect X》ผมยังคงมีความเป็นผม

ใกล้จบการสัมภาษณ์ นักข่าวได้ถามผู้กำกับซูโหย่วเผิงในคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์

“ทำไมรูปโปรไฟล์ในเวยป๋อของคุณถึงเป็นรูปแองกี้เบิร์ดล่ะ ปกติแล้ว ช่วงโปรโมตหนัง มันควรต้องเป็นภาพโปสเตอร์หนังไม่ใช่หรอ ?”

ซูโหย่วเผิงยิ้ม :“ไม่ใช่แบบนั้นนะ! ผมไม่ได้เป็นกลุ่มคนที่เริ่มใช้เวยป๋อตั้งแต่แรก ผมเปิดบัญชีค่อนข้างช้าไปหน่อย ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่าเวยป๋อคืออะไร จำได้เพียงว่าช่วงนั้นแองกี้เบิรด์ฮิตมาก ส่วนตัวผมไม่ค่อยจะเล่นเกมส์เท่าไหร่ แต่ว่าเล่นเกมส์นี้ผมดันผ่านหมดทุกด่าน ดังนั้นผมจึงใช้แองกี้เบิร์ดเป็นภาพโปรไฟล์ครับ” 

สิ่งนี้ทำให้เห็นได้ว่ามันคืออีกมุมของซูโหย่วเผิงในฐานะผู้กำกับ

“ผมก็เป็นคนมีอายุแล้วนะ ไม่ค่อยจะแคร์ภาพลักษณ์แล้ว!” ซูโหย่วเผิงเอามือจบที่หน้า แล้วหัวเราะ

ในฐานะผู้กำกับ ซูโหย่วเผิงไม่มีความเคยชินให้การวางมาดหล่อต่อหน้ากล้องสักเท่าไหร่แล้ว ดังนั้น หน้ายิ้มแบบโปกเกอร์เป็นโพสที่เขาทำมากที่สุดในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ถ่ายหน้าตรงจะยิ้มแบบ Poker Face ช่างภาพบอกให้เปลี่ยนท่า  เขาก็หันข้างกลายเป็นด้านข้างของหน้า Poker Face  อย่างมากที่สุดก็เอามือกอดอกแล้วยิ้มแบบหน้า Poker Face

การสัมภาษณ์ซูโหย่วเผิงจะสัมภาษณ์ในห้องพักผ่อนวีไอพี  วันนั้นทางทีมประชาสัมพันธ์ได้จัดตารางเดินสายโปรโมตให้เขาทั้งวัน  นั่นหมายความว่า ซูโหย่วเผิงถูกนักข่าวสัมภาษณ์มาทั้งวัน ทีมงานบอกกับพวกเราว่า  การสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ ซูโหย่วเผิงพึ่งถูกสัมภาษณ์ไป 1 ชั่วโมง “จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พอถึงคิวสัมภาษณ์ต่อไป คำตอบส่วนมากของเขาอาจจะแทนที่ด้วยใช่หรือไม่ใช่เท่านั้น”

หลังจากผ่านไป 30 นาที ซูโหย่วเผิงมาถึงห้องสัมภาษณ์อย่างรีบเร่ง หลังจากทักทายทีมงาน เขาก็รีบไปนั่งที่โซฟา มือขวาถือของกินที่ดูคล้ายกับคุกกี้ที่ผู้จัดการจับใส่มือเขาและกำลังใส่เข้าปาก  มองเห็นเศษของกินที่ตกบนเสื้อเขา ซูโหย่วเผิงไม่มีเวลาจะไปจัดการมัน เขายิ้มแบบตาเป็นเส้นแล้วพูดว่า:โทดทีนะครับ ผมแทบไม่ได้กินอะไรมาตลอดทั้งวันเลย  ทีมงานยิ้มตอบ  ซูโหย่วเผิงจึงกินคำใหญ่อย่างสบายใจ เขากินเร็วเกินไป หน้านั้นบิดเบี้ยวเลย แล้วดื่มน้ำตามเข้าไปอึกใหญ่ แล้วยิ้มให้นักข่าวอย่างพอใจ

ซูโหย่วเผิงได้ทำพฤติกรรมที่เป็นข้อห้ามสำหรับไอดอล  ไม่แคร์สักนิดเลยว่าตัวเองกำลังอยู่หน้ากล้อง เขาที่เข้าสู่วงการบันเทิงในฐานะไอดอลไกวไกวหู่ ที่ผ่านมาก็ได้ระมัดระวังภาพลักษณ์ต่อหน้าสาธารณะชนมากนัก แต่ซูโหย่วเผิงในวันนี้ ภาพลักษณ์เหล่านี้ไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญอีกต่อไปแล้ว

ซูโหย่วเผิงเคยบอกกับผมเป็นส่วนตัวว่าจริงๆแล้วบุคลิคของเขาค่อนข้าง อึมครึม แต่ก็เหมือนที่ทุกคนเห็นผ่านจอทีวี ภาพลักษณ์ที่แสดงให้เห็นคืออบอุ่นและสนุกสนาน  หรือกระทั่งบทบาทที่ได้รับก็มักจะไปในแนวนี้ เช่นองค์ชายห้า、ตู้เฟย、เตียบ่อกี้  ในทางกลับกันเมื่อเป็นผู้กำกับ ตัวตนอีกด้านของเขาจึงได้ออกสู่สาธารณะชน

ปฏิกิริยาแรกของเขาคือผู้กำกับหนังแนวสยองขวัญชาวญี่ปุ่น Tetsuya Nakashima กลับไม่ใช่《In the Heat of the Sun》ที่เขาเอ่ยถึงภายหลัง

อย่างเช่นถ้าพูดถึงภาพยนตร์รักวัยรุ่น เรื่องแรกที่ซูโหย่วเผิงนึกถึงคือคือเรื่อง 《Confessions》

ถ่ายทำ《 The Devotion of Suspect X》ผมยังคงมีความเป็นผม

ซูโหย่วเผิงกับ Beijing Enlight Media มีสัญญาภาพยนตร์อีกสองเรื่อง

หลังเสร็จจากเรื่อง《The Left Ear》Beijing Enlight Media อยากให้เขาทำภาพยนตร์ที่เน้นไปในทางธุรกิจ ซูโหย่วเผิงคิดอยู่นาน จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยพูดถึงเรื่อง《 The Devotion of Suspect X》บังเอิญว่าเขาเคยได้อ่านนิยายเรื่องนี้ จึงคิดจะเริ่มถ่ายทำหนังเรื่องนี้。

ปี 2015 ซูโหย่วเผิงมีผลงานเรื่อง《The Left Ear 》ถึงแม้จะได้รับคะแนนเพียง 5.6 ในเว็บโต้วปั้น เมื่อเทียบกับบรรดาภาพยนตร์รักวัยรุ่นในประเทศช่วงไม่กี่ปีมานี้  ไม่ถือว่าเป็นคะแนนที่ดี แต่ทำรายได้ทั่วประเทศเกือบ 500  ล้านหยวน  ทั้งซูโหย่วเผิงยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงผู้กำกับมือใหม่มาแรงในงาน Golden Horse Film Festival สำหรับผู้กำกับมือใหม่แล้วถือว่าทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว แต่สำหรับซูโหย่วเผิงแล้ว ชัดเจนว่ารู้สึกไม่พอใจสักเท่าไหร่

ซูโหย่วเผิงบอกว่าเขาเองนั้นวางมาตรฐานให้ตัวเองค่อนข้างสูง  สำหรับคำวิจารณ์ในด้านลบ เขาให้เรื่องการทบทวนตัวเองมาเป็นอับดับแรก  แน่นอนว่า ในบรรดาคำวิจารณ์ในด้านลบก็มีคนมากมายที่ให้คะแนนแค่ 1 ดาวทั้งที่ไม่เคยดูภาพยนตร์มาก่อน”《The Left Ear》มีคำวิจารณ์ทำนอง “ผลงานปัญญาอ่อน” “ดูไม่เรียล” “ดูไม่แพงและดราม่า” ไม่น้อยเลย สองปีก่อน ตอนที่เขารับการสัมภาษณ์ได้พูดไว้ว่า:“ตอนดัดแปลงก็ได้พยายามหลีกเลี่ยงความไม่เรียลและดราม่าแล้วนะ หนังที่ผมชอบจะต้องเป็นภาพยนตร์ที่มีเสน่ห์  โทนของภาพยนตร์ 《The Left Ear》จะค่อนข้างมืดหน่อย  มีความลึกซึ้งหน่อย ไม่ใช่ภาพยนตร์ทำนองที่ทำเราร้องไห้หนัก หัวเราะหนัก แต่พออกจากโรงก็ไม่มีอะไรหลงเหลือเลย

หลังจากนั้นสองปี เมื่อพูดถึง 《The Left Ear》ซูโหย่วเผิงคิดว่าเป็นเพราะตัวเองเป็นผู้กำกับมือใหม่ความสามารถยังไม่พอ อีกอย่างหนึ่งคือเขาลืมคำนึงถึงความต้องการในตลาด:“ผมคิดว่าภาพยนตร์รักวัยรุ่นคือ การไปหาความทรงจำในวัยนั้นของตัวเอง  ไม่ได้สนใจกลุ่มผู้ชมในตลาดเป็นพิเศษ ทำสิ่งที่พวกเขาชอบดู”

ดังนั้น เมื่อซูโหย่วเผิงเพิ่งประกาศผลงานชิ้นที่สองที่เขาจะทำ คือภาพยนตร์《 The Devotion of Suspect X》นิยายของ Keigo Higashino นักประพันธ์ชาวญี่ปุ่น แฟนคลับของนิยายเรื่องนี้ก็ได้จับตาดูอย่างห่างๆ ก่อนหน้านี้นิยายเรื่องนี้ได้ถูกถ่ายทำเป็นภาพยนตร์เวอร์ชั่นญี่ปุ่นและเกาหลี สิ่งนี้ทำให้เขาได้รับความกดดันไม่น้อยเลยทีเดียว。

ก็เหมือนผู่กำกับจำนวนมากที่ชอบแสดงความเป็นตัวตน ซูโหย่วเผิงไม่ค่อยอยากให้ผลงานของเขาเป็นไปในทิศทางของธุรกิจอย่างเดียว ถ้าหากจะทำตามความชอบส่วนตัวทั้งหมด  เน้นศิลป์อย่างเดียว ก็เกรงว่านายจ้างจะขาดทุน ดังนั้นหลังจากภาพยนตร์เรื่อง《The Left Ear》ก็หวังว่าจะสามารถทำควบคู่ไปในทางของธุรกิจและศิลป์ด้วย ถ่ายทำ《 The Devotion of Suspect X》ผมยังคงมีความเป็นผม แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องราวดราม่า  ดีที่ไม่เป็นเรื่องราวธรรมดาทั่วไป จึงมีปัจจัยทางธุรกิจในตัว ถ้าจะตีความให้มีมิติขึ้นไปอีกก็ยังสามารถทำได้ ซูโหย่วเผิงพูดจบ ใช้มือขยับแว่น

“ก็เหมือนการตีสัตว์ประหลาด(ในเกมส์) หลังจากผ่านด่านแรก พอผ่านไปด่านสองก็จะมีค่าประสบการณ์”

ช่วงถ่ายทำภาพยนตร์《 The Devotion of Suspect X》เดิมทีกำหนดไว้ช่วงต้นปี 2016  เป็นช่วงห่างจากฤดูหนาวและครึ้มๆ  เหมาะสมกับความสัมพันธ์ของตัวละครและสภาพแวดล้อมในนิยายแบบที่ซูโหย่วเผิงต้องการอย่างมาก

แต่การจะหานักแสดงชาวจีนคนที่จะมาแสดงเป็นถังชวนกับสือหงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะได้ตัวนักแสดงที่เหมาะสม ก็มีปัญหาเรื่องตารางงาน เลยยืดออกจนเป็นเดือนกรกฏาคม。

ตอนที่เริ่มเปิดกล้องภาพยนตร์  เป็นช่วงหน้าร้อน วันที่เปิดกล้อง  คนทั้งกองร้อนจนเหงื่อไหลโชกๆ  ซูโหย่วเผิงที่นั่งอยู่หน้ามอนิเตอร์ยังสังเกตุเห็นไอร้อนเลย  สิ่งแรกที่เขาคิดก็คือ: ไม่ได้แล้วล่ะ เราต้องเปลี่ยนสภาพแวดล้อม เปลี่ยนสถานที่ถ่ายทำ ขึ้นเหนือ ไปหาแถบตะวันออกเฉียงเหนือ”

นี่เป็นการตัดสินใจที่ซูโหย่วเผิงทำในวันเปิดกล้อง ตอนนั้นทางทีมงานไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนสถานที่ถ่ายทำ พวกเขาเห็นตรงกันว่าหน้าร้อนของฮาบิ้นก็มีต้นไม้เขียวเหมือนกัน และก็มีอากาศร้อนเช่นกัน แต่ซูโหย่วเผิงยังคงยืนยันแบบเดิม เขาที่เป็นนักแสดงรู้ว่า ถึงแม้ว่าจะให้นักแสดงใส่เสื้อแขนยาว ทำเหมือนว่าเป็นหน้าหนาว แต่แววตาของนักแสดงนั้นโกหกไม่ได้นะ  นั่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ คุณต้องดูออกแน่ๆว่านั่นคือหน้าร้อน “คนเราเมื่อร้อนก็จะมีปฏิกิริยาตอบสนอง ผมเคยอยู่ที่เหิงเตี้ยน ผมเข้าใจ ผมจะพยายามหาสถานที่ที่หนาวที่สุด ”

สุดท้าย ทีมงานก็ต้องยอมทำตามความเห็นของเขา  เปลี่ยนสถานที่ถ่ายทำใหม่

นอกจากสถานที่ถ่ายทำแล้ว ในด้านรายละเอียดของเรื่องซูโหย่วพยายามทำให้ใกล้เคียงกับสภาพแวดล้อมวัฒนธรรมในจีนมากที่สุด  เขาเคยสัมภาษณ์ว่า:“ยกตัวอย่างในนิยายเช่น สือเสินไปขโมยจักรยานคันใหม่มา 1 คัน  เจ้าของต้องไปแจ้งความแน่นอน พอแจ้งความก็จะมีหลักฐานช่วงเวลาที่ถูกขโมย  แต่ว่าในประเทศจีน ถ้าคุณซื้อจักยานอย่างดีสักคัน คุณจะไม่จอดทิ้งไว้ข้างทางอย่างแน่นอน ถ้าหากคุณจอดจักรยานคันธรรมดาไว้ข้างถนน หายก็คือหาย คุณคงไม่ไปแจ้งความ”

นอกจากบทประพันธ์ และพูดคุยกับนักแสดง ซูโหย่วเผิงก็ได้ใช้วิธีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจากเรื่องที่แล้วที่ใช้นักแสดงใหม่หมดอย่าง 《The Left Ear》

ก่อนเปิดกล้อง ซูโหย่วเผิงได้คิดทบทวนอีกรอบในทุกๆ รายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอน ทีมงาน ภาพรวม รู้สึกว่าตัวเองควรเปิดกว้างมากขึ้น

“เพราะว่าก่อนเริ่มถ่ายทำในแต่ฉากของทุกตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นฉากทั่วไป หรือว่าซีนอารมณ์ ผมอยากจะให้สมูทเป็นส่วนมาก รวมทั้งสารที่นักแสดงต้องสื่อในฉากนั้นเช่นกัน  แต่ว่าครั้งนี้ผมอาจจะเปิดกว้างมากขึ้น ไปฟังความคิดเห็นของนักแสดงว่าพวกเขาคิดยังไง  ผมจะเอาความคิดตัวเองเป็นหลักเด็ดขาดไม่ได้ หรือตัดสินตามอำเภอใจ พวกเราจะต้องคุยกัน  อาจจะมีบางอย่างที่คุณคิดได้ดีกว่า หรือผมอาจจะนึกอะไรบางอย่าวที่คุณนึกไม่ออก พวกเขาทุกคนมีวุฒิภาวะ มีประสบการณ์  เป็นนักแสดงที่ฉลาดมาก  พวกเขาอาจจะช่วยให้ไอเดียในบทบาทของตัวละคร จะพูดว่าเพิ่มความยากให้ผู้กำกับก็ได้นะ”

ในฐานะผู้กำกับ ซูโหย่วเผิงคิดว่า:“ก็เหมือนเล่นเกมส์ตีสัตว์ประหลาด  พอป่านด่านแรกก็จะได้ค่าประสบการณ์นิดหน่อย  คิดว่าสัตว์ประหลาดด่านสอนตีได้เหมือนกัน  พอถึงด่านสอง แต่ค่าประสบการณ์ยังเหมือนเดิม  ผมยังคงต้องพยายามทำต่อไป ทำอย่างสุดความสามารถไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด”

ไม่ว่าจะในบทบาทของผู้กำกับหรือนักแสดง ซูโหย่วเผิงพยายามทำให้ได้ในทุกบทบาท  ค่าประสบการณ์จากการตีสัตว์ประหลาดของเขามีทั้งขึ้นและลง (เขาเปรียบว่าอุปสรรคที่พบเจอในชีวิตเหมือนการเล่นเกมส์)

คุณจะต้องพยายามอย่างที่สุดเหมือนเล่นสกี  ถึงจะไม่ตกลงไปในน้ำ

ซูโหย่วเผิงนิยามความรู้สึกในการสร้าง 《 The Devotion of Suspect X》ว่าเหมือน การจมน้ำ

ความหมายของ การจมน้ำ ก็คืออาการของการจมน้ำนั้นจะผุดๆโผล่ๆในน้ำ บางครั้งได้หายใจ บางครั้งก็หายใจไม่ได้  ซึ่งก็คือคุณจะต้องพยายามอย่างสุดความสามารถ เหมือนเล่นสกี ต้องไม่หยุดสไลด์ ถึงจะไม่ตกลงไปในน้ำ

ในหนังสืออัตชีวประวัติของเขา《ช่วงชีวิตที่อยู่ในเจี้ยนจง My Days at Jian Zhong》 ซูโหย่วเผิงได้เล่าถึงเรื่องหนึ่ง:“ผมกลัวว่าถ้าผมสอบได้ไม่ดี แล้วไปเจอคุณแม่ที่พาลูกๆเดินอยู่ข้างถนนเขาจะต้องชี้มาที่ผม  แล้วพูดกับลูกๆของเขาว่า ดูเขาสิ เขาก็คือไกวไกวหู่ที่ชอบเล่นไม่ชอบเรียนคนนั้นไง” ในที่สุด มหาวิทยาลัยไต้หวันสาขาวิศวะเครื่องกลได้รับเขาเข้าเรียน  ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาที่ดีที่สุดในมหาลัยในไต้หวัน

เริ่มจากไกวไกวหู่ จนประสบความสำเร็จใน《องค์หญิงกำมะลอ》ซูโหย่วเผิงพยายามท้าทายตัวเองด้วยบทบาทที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนจมน้ำ เขารู้ว่า นี่คือบทบาทที่ความสามารถระดับเขาสามารถทำได้ ค่อยๆเริ่มจากบทตัวโกง  จนกระทั่งไป๋เสี่ยวเหนียนในเรื่อง《The Message》ในปี 2008

หลังจากนั้น1 ปี  เขาก็ได้ยืนอยู่บน เวที Hundred Flowers Awards ในฐานะผู้ได้รับรางวัลนักแสดงสมทบดีเด่น ซูโหย่วเผิงร้องไห้  เขาพูดด้วยความตื้นตันว่า:“ผมรู้ว่าผมต้องดีใจมาก ตอนเข้าวงการใหม่ๆผมถูกมองว่าเป็นศิลปินไอดอล ผมต้องใช้พยายามอย่างมาก”

ก่อนจบสัมภาษณ์ เขาได้พูดถึงแนวคิดของเขาในการดัดแปลงภาพยนตร์เรื่อง《 The Devotion of Suspect X》

ผมรู้สึกว่าสือหงเขาคิดทุกอย่างอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่มีสิ่งหนึ่งที่คิดไม่ถึงคือใจคน เขาอาจจะคิดว่าเสียสละตัวเอง ขอเพียงเธอมีความสุขก็พอ แต่เขาไม่รู้ว่า เฉินจิ้งอาจจะพูดโกหกก็ได้  บางทีเธออาจจะรู้ก็ได้”

แต่ว่ามุมมองของผมมันไม่ใช่แบบนี้มาตั้งนานแล้ว ซูโหย่วเผิงพูดเสริม พูดจบ ก็ทิ้งตัวลงโฟซา
(หมายถึงมุมมองของเฮียไม่ได้เป็นเหมือนตัวละครมานานแล้ว)

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11001
    • ดูรายละเอียด

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11001
    • ดูรายละเอียด
สัมภาษณ์ซูโหย่วเผิง:ตอบทุกข้อสงสัย ถ่ายทำ《 The Devotion of Suspect X》ผมยังคงมีความเป็นผม
https://www.facebook.com/AlecfanclubinThailand/posts/1440508999320922