ผู้เขียน หัวข้อ: [2017.04.03]การเปิดตัวอย่างคึกคักของภาพยนตร์เรื่อง The Devotion of Suspect X  (อ่าน 1154 ครั้ง)

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
8b5976c4443f4916898a1b00667550e120170403143256.jpg" border="0
601f06a2e6ec46d295e7b25df3c4371b20170403143256.jpg" border="0
ea569729db26432d88fa42a3818696fe20170403143256.jpg" border="0

[2017.04.03] 《嫌疑人x》热映网友解读苏有朋的理智与情感

การเปิดตัวอย่างคึกคักของภาพยนตร์เรื่อง 《การปรากฏตัวของผู้ต้องสงสัยX (The Devotion of Suspect X) 》 ทำให้ชาวเน็ตเข้าใจถึง “ความสมเหตุสมผล” และ “ความรู้สึก” ของซูโหย่วเผิง

ปี 2015 ซูโหย่วเผิงรับหน้าที่ผู้กำกับในภาพยนตร์เรื่อง 《หูข้างซ้าย (Left Ear) 》และสองปีต่อมา ผลงานชิ้นที่สองของเขา อย่างเรื่อง 《การปรากฏตัวของผู้ต้องสงสัยX (The Devotion of Suspect X) 》 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 เดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้ โดยเปิดตัวเพียงวันแรกก็สามารถกวาดรายได้ไป 48 ล้านหยวนคิดเป็น 40% ของรายได้ทั้งหมด ถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดในวันนั้น และยังสามารถทุบสถิติของภาพยนตร์แนวอาชญากรรมได้อีกด้วย จากการพูดกันปากต่อปากของกระแสภาพยนตร์ที่แรงจนถึงดูดผู้ชมได้มากมายทำให้สามารถทำรายได้ ได้มากถึง 1.6 ร้อยล้านหยวนภายในระยะเวลาแค่ 3 วัน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนวนิยายญี่ปุ่นในชื่อเดียวกันของฮิงาชิโนะ เคโงะ  ซึ่งนับได้ว่าเป็นผลงานชิ้นแรกของอาจารย์ฮิงาชิโนะ เคโงะ ที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็นเวอร์ชั่นจีน แต่อย่างไรก็ดีการกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เขาต้องแบกรับความกดดันอย่างมหาศาล ทั้งความกดดันจากชื่อเสียงหรือฐานผู้ชมจากความสำเร็จของผลงานเรื่อง 《หูข้างซ้าย(Left Ear)》 เรื่องก่อน ทั้งความกดดันจากความสำเร็จของเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและเกาหลีเอง และการเป็นที่จับตามมองของเหล่าแฟนๆนวนิยายเรื่องนี้ ทั้งหมดนี้ยิ่งเพิ่มความกดดันให้ซูโหย่วเผิงมากขึ้นไปอีกเท่าตัว แต่มาวันนี้ผลงานชิ้นที่สองนี้ของซูโหย่วเผิงเป็นที่พึงพอใจมากๆสำหรับผู้ชมและแฟนๆ

 “แผนการสมบูรณ์แบบเพื่อสารภาพรักสุดเศร้า” ภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยตรรกะ ความลึกลับ และความรัก โดยในเวอร์ชั่นจีนนี้ ซูโหย่วเผิงนำเสนอเรื่องราวออกมาในมุมมองที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและเกาหลี  โดยในทั้งสองเวอร์ชั่นก่อนจะมุ่งเน้นการยกย่องถึงความยิ่งใหญ่ของ "การเสียสละ" แต่ซูโหย่วเผิงต้องการนำเสนอออกมาในรูปแบบที่สมดุลกันระหว่าง "ความสมเหตุสมผล" และ "ความรู้สึก" ซึ่งในตอนนี้เหล่าแฟนๆภาพยนตร์ต่างก็ใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น ซูโหย่วเผิงจึงตั้งใจมากขึ้นเพื่อให้เกิดความสมดุลกันระหว่างความถูกต้องและความรักที่ละเอียดอ่อน

หมายเหตุ:บทความฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของสปอยล์

สะท้อนถึงมุมมอง ”ความสมเหตุสมผล”  “ความรัก” และ “อาชญากรรม” ของซูโหย่วเผิงในหลายๆมิติ

แน่นอนว่า “ความสมเหตุสมผล” ของซูโหย่วเผิงไม่เพียงแต่สะท้อนอยู่ในเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เท่านั้นและเขายังนำเสนอมุมมองในหลายๆมิติออกมา  ทั้งจากความสมจริงของบทภาพยนตร์ที่สื่อถึงมุมมองของตำรวจ มุมมองของฆาตกรและความขัดแย้งต่างๆ ทำให้ผู้ชมค่อยๆให้การยอมรับต่อภาพยนตร์เรื่องนี้  อีกทั้งยังได้หวังข่ายมารับบทเป็นถังชวน ซึ่งตัวละครตัวนี้จะนำเสนอมุมมองของผู้กำกับที่มีต่อ “ความรัก เหตุผล และกฎหมาย” ออกมา

โดยบอกเล่าเรื่องที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นเกาหลีและญี่ปุ่นอย่างสิ้นเชิง  จุดเริ่มต้นของภาพยนตร์เรื่องนี้จะเริ่มจากการอธิบายถึงการฆาตกรรมที่น่ากลัวในมุมมองของฝ่ายตำรวจผ่านบทบาทของหวังข่าย  อีกทั้งในการถ่ายทำจะพยายามสื่อถึงอาชญากรรมที่รุนแรง บรรยากาศที่ตึงเครียดในภาพยนตร์ รวมถึงกระบวนการวิเคราะห์ของฝ่ายตำรวจในการสันนิฐานถึงบุคลิกของฆาตกรและขั้นตอนการสืบสวน

ในขณะที่บทของฆาตรกรของจางลู่อีจะสื่อถึงแรงจูงใจและจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดที่ทำให้เกิดการฆาตกรรมขึ้น ดึงให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงมุมมองในฐานะฆาตกรและสัมผัสถึงตัวตนและความรู้สึกของฆาตกรดังนั้นการเผชิญหน้ากันของหวังข่ายและจางลู่อีสำหรับผู้ชมแล้วมันทำให้เกิดการขัดแย้งกันของความคิดและเพื่อที่จะหลีกหนีจากความขัดแย้งนี้ สุดท้ายจึงใช้ความเป็นจริงมาลบล้างความเศร้า

เมื่อลองเปรียบเทียบการแสดงออกทางอารมณ์ของตัวละคร "สือหง" กับของภาคญี่ปุ่นและเกาหลีแล้ว ในเวอร์ชั่นของซูโหย่วเผิงมีความสมเหตุสมผลมากกว่า  การสื่อถึงมุมมองในด้านต่างๆก็มีความชัดเจนมากกว่า  ความสมเหตุสมผลและความชัดเจนนี่เองที่จะทำให้  ภาพยนต์ “การปรากฏตัวของผู้ต้องสงสัย”  ได้รับความชื่นชมและจะทำให้ผู้ชมย้อนกลับไปมองสัมคมและตัวเองอย่างมีสติมากขึ้น  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ซูโหย่วเผิงไม่ได้ทำเพื่อภาพยนตร์เพียงอย่างเดียวแต่เขายังต้องช่วยส่งเสริมสังคมผ่านผลงานของตัวเองด้วยเช่นกัน

อาจารย์ฮิงาชิโนะ เคโงะ  เขียนข้อความไว้ในจดหมายส่วนตัวว่า "การที่ผมได้เห็นพวกคุณที่เต็มไปด้วยความเฉลียวฉลาดนำผลงานไปดัดแปลงแก้ไขอย่างสร้างสรรค์โดยไม่ยึดติดกับต้นฉบับมันทำให้ผมรู้สึกยินดีและสนใจเป็นอย่างมาก" วลีนี้ได้กลายเป็นเชิงอรรถที่ดีที่สุดของภาพยนตร์《การปรากฏตัวของผู้ต้องสงสัยX”(The Devotion of Suspect X)》ที่กำกับโดยซูโหย่วเผิง

เพราะความรู้สึกหลายๆอย่างทำให้ซูโหย่วเผิงเกิดมีความคิดที่จะดัดแปลงเนื้อหาบางส่วน และนั้นก็ทำให้เขาประสบความสำเร็จ

"แสงและเงาเกิดขึ้นมาด้วยกัน  ความเป็นมนุษย์ก็ไม่อาจคงอยู่ได้ด้วยความดีหรือเลวเพียงอย่างเดียว" บทสือหง ของจางลู่อี แสดงถึงคำพูดนี้ได้เป็นอย่างดี ซูโหย่วเผิงพยายามผสมผสานระหว่างความรู้สึกที่อ่อนโยนและละเอียดละอ่อนไว้ในตัวละครตัวนี้ ความความโหดร้ายของเรื่องราวในภาพยนตร์แสดงถึงรายละเอียดของอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้งมากขึ้น  "ความลวร้าย" และ "ศรัทธาในความดี" จะผสมผสานอย่างเป็นธรรมชาติอยู่ในตัวละคร "สือหง" นักคณิตศาสตร์ผู้สิ้นหวังต่อความโลก เช่นเดียวกับดวงไฟในความมืดมิดที่สะท้อนแสงสว่างไปยังใจคน

“คนบางคนเพียงต้องการมีชีวิตต่อไป จึงสามารถให้ความอบอุ่นกับคนอื่นได้” เนื่องจากในนวนิยายการแสดงออกค่อนข้างครุมเครือ ซูโหย่วเผิงจึงอยากที่จะแสดงเหตุผลที่สือหงยอมปกปิดอาชญากรรมเพื่อช่วยเฉินจิ้งในแบบที่ชัดเจนขึ้น นั้นคือเพื่อตอบแทนบุญคุณและเพราะความรัก ซึ่งนอกจากจะรักษาการปฏิสัมพันธ์ทางอารมณ์ระหว่างสือหงและเฉินจิ้งตามแบบในนวินยายไว้แล้ว

ซูโหย่วเผิงยังเพิ่มเติมในส่วนของเรื่องราวอื่นๆเข้าไปอีกด้วย  อย่างเช่นตอนที่ชือหงที่รับบทโดยจางลู่อีและเฉินจิ้งที่รับบทโดยหลินซินหยูเจอกันที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นที่สงสัย พวกเขาเผชิญหน้ากันโดยมีชั้นวางของที่กั้นกลางไว้และสนทนากันด้วยเสียงเบาๆ หลังจากพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันแล้ว  เฉินจิ้งให้กระดาษโน๊ตแผ่นหนึ่งกับสือหงเพื่อแสดงความกตัญญูที่เธอมีต่อเขา แล้วหันไปแกล้งทำเลือกซื้อเสื้อผ้าต่อ  แม้กระทั่งสือหงกับลูกสาวของเฉินจิ้งเองก็มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน อย่างในตอนที่พวกเขาพบกันตอนที่ิิทิ้งขยะ สือหงก็เข้าไปปลอบเด็กสาวที่กำลังตื่นตระหนก สำหรับในเวอร์ชั่นของซูโหย่วเผิง ภาพยนตร์เรื่องนี้ ด้านหนึ่งสื่อถึงความเครียดทางจิตใจจากการอำพรางอาชญากรรม อีกด้านคือความรู้สึกที่ถูกซ่อนไว้  เป็นรายละเอียดที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายแต่ที่จริงแล้วเต็มไปด้วยความยุ่งยาก เป็นการปล่อยให้คลื่นอารมณ์และเรื่องราวในภาพยนตร์เป็นตัวผลักดันทุกสิ่ง เหมือนกับ "พื้นดินทำให้เกิดฟ้าผ่า"

ความขัดแย้งระหว่างสือหงและเฉินจิ้งในเนื้อเรื่อง ซูโหย่วเผิงได้มีการปรับแก้บทให้สอดคล้องกับความรู้สึกมากขึ้น ในนวนิยายเฉินจิ้งได้รู้ถึงแผนของชิฮงอยู่ก่อนแล้ว และยังได้รับจดหมายฉบับสุดท้ายที่สือหงเหลือทิ้งไว้  แต่ในภาพยนตร์เฉินจิ้งเข้าใจผิดเกี่ยวกับการแผนการอำพรางของสือหง และต่อมาสือหงได้กลายเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของเฉินจิ้งในอนาคตกลายเป็น "โรคจิต"คนหนึ่ง จนกระทั่งถังชวนบอกความจริงกับเธอ  เฉินจิ้งถึงได้เข้าใจถึงแผนการทั้งหมดของสือหง  ตอนที่เผชิญหน้ากับเฉินจิ้ง ในสายตาของสือหง สะท้อนความเห็นอกเห็นใจ ในตอนนั้นเองที่ความรู้สึกของตัวละครในภาพยนตร์ได้กลายเป็นสิ่งบริสุทธิ์

นอกจากนี้ การย้อนรำลึกถึงในช่วงวัยรุ่นของถังชวนและสือหงก็แทรกอยู่ในเนื้อเรื่องด้วย ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ดี คนหนึ่งเป็นอัจฉริยะทางด้านฟิสิกส์ อีกคนเป็นอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ ทั้งสองต่างก็มองว่าอีกฝ่ายเป็นคู่แข่งและเพื่อน แต่เพราะการฆาตกรรม ทำให้ต้องมาเจอกัน  ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน เผชิญหน้าในจุดยืนที่ตรงข้ามกัน ยิ่งใกล้ความจริงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทรมานเพราะการต่อต้านต่อความรักและความถูกต้อง ในฉากที่ทั้งสองคนไปปีนเขาด้วยกันสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งจากภายในของทั้งสองฝ่าย และในตอนที่ใบไม้ตกลงสู่ผิวน้ำที่ไหลวนมันแฝงไว้ด้วยความหมายมากมาย ด้านหนึ่งเป็นปมของสือหง อีกด้านเป็นความขัดแย้งและการต่อสู้ของถังชวน ในภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยรายละเอียดแบบนี้มากมาย

ในขั้นตอนการตรวจสอบ ซูโหย่วเผิงเพิ่มฉากที่ชวนประทับใจมากขึ้นอีกหนึ่งฉาก นั้นคือตอนที่หวังข่ายที่รับบทเป็นถังชวนมาที่เขื่อนเดินไปตามเส้นทางที่สือหงใช้เป็นประจำเพื่อยืนยันการหายตัวไปของคนเร่รอน ทำให้เห็นถึง"ความไร้รูปปุถุชน (ไม่ยึดติดรูปกิเลสตัณหา)"  และความปรารถนาดี:  "ในโลกนี้ไม่มีเฟืองที่ไม่ใช้มีแต่เฟืองที่สามารถตัดสินใจถึงการใช้งานของตัวเอง" ในฉากสุดท้าย ถังชวนใช้แรงผลักประตูศาลให้เปิดออก ข้างนอกนั้นเต็มไปด้วยแสงสว่างที่กำลังสาดส่องไปทั่ว ภายใต้ข้อพิพาทระหว่าง “ความรัก เหตุผล และกฎหมาย” เขามุ่งตรงไปยังแสงสว่าง ทิ้งให้ผู้ชมได้คิดและมองย้อนตัวเอง  นี่เป็นหลักการซูโหย่วเผิงยึดถือปฏิบัติเรื่อยมา มันเป็นความสำเร็จของผลงาน
การแแก้ไขผลงาของอาจารย์ฮิงาชิโนะ เคโงะก็เหมือนกับ "การเขียนวิทยานิพนธ์"   บนพื้นฐานของสาระสำคัญที่เป็นต้นฉบับ  ผสมผสานความคิดของผู้กำกับเข้ากับเรื่องราวที่คุ้นหูเข้าและจิตวิญญาณใหม่ๆ  จากขั้นตอนการเขียนนวนิยายจนถึงการสร้างภาพยนตร์  ผู้กำกับซูโหย่วเผิงถ่ายทอดความสมเหตุสมผลและความร็สึกออกมาได้อย่างสมดุล ส่งผลให้ภาพยนตร์เรื่อง 《การปรากฏตัวของผู้ต้องสงสัยX (The Devotion of Suspect X) 》ทำให้ผู้ชมชาวจีนได้สัมผัสกับประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่หาได้ยาก   มันไม่เพียงได้รับการยอมรับจากแฟนหนังสือเท่านั้นแต่ในขณะเดียวกันก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชมทั่วไปเช่นกัน จาก 《หูข้างซ้าย”(Left Ear)》 จนถึง 《การปรากฏตัวของผู้ต้องสงสัยX (The Devotion of Suspect X) 》 จากภาพยนตร์แนวความรักวัยรุ่น จนถึงแนวเหตุผล อาชญากรรม และความรัก ซูโหย่วเผิงสามารถก้าวข้ามรูปแบบภาพยนตร์เดิมๆอย่างไม่มีข้อจำกัด เขาบอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของความรักได้ดี นี่จึงเป็นสิ่งที่ไม่ต้องสงสัยกันอีกต่อไป อีกทั้ง “ความเป็นไปได้” ของผลงานของเขาก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนรอรอย

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: [2017.04.03] 《嫌疑人x》热映 网友解读苏有朋的理智与情感
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 14, 2017, 06:23:15 AM »