ผู้เขียน หัวข้อ: [2017.03.31] บทสัมภาษณ์พิเศษ:ผู้กำกับซูโหย่วเผิง  (อ่าน 1420 ครั้ง)

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
[2017.03.31] 专访苏有朋:我与张鲁一是在“相亲”中互相选择
http://3g.163.com/touch/article.html?docid=CGRM2GKM000380D0&qd=pc_adaptation&refer=&s=163&w=1&f=wb#sns_weibo

บทสัมภาษณ์พิเศษ:ผมกับจางหลู่อีเหมือนกำลังอยู่ในนัดบอดและเราต่างเลือกซึ่งกันและกัน

ในวันที่ 31 มีนาคมว่า ภาพยนต์ “การปรากฏตัวของผู้ต้องสงสัย X” (The Devotion of Suspect X) เป็นภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวนที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายซึ่งใช้ชื่อเดียวกันของนักเขียนชาวญี่ปุ่น ชื่อ   ฮิงาชิโนะ เคโงะ โดยซูโหย่วเผิงรับหน้าที่เป็นผู้กำกับมีหวังข่าย,จางหลู่อีและหลินซินหยูร่วมแสดงนำ  เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองต่อจากเรื่อง The Left Ear  ที่ซูโหย่วเผิงรับหน้าที่กำกับ   แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นครั้งแรกที่เขากำกับภาพยนตร์สืบสวนสอบสวน   ซึ่งเขาไม่ได้มีการกำหนดตั้งแต่ต้นว่าผลงานชิ้นที่สองนี้จะเจาะลงทำแนวไหนเป็นพิเศษ เขาและทีมงานแค่พูดถึงผลงานเรื่องนี้ ความซับซ้อนมันดึดดูดเขา นอกจากนี้มันยังเต็มไปด้วยความท้าทาย   สุดท้ายเขาจึงเลือกมัน

ซูโหย่วเผิงก็เป็นแฟนหนังสือของนวนิยายเรื่องนี้เช่นกัน ดังนั้นเขาจึงเข้าใจถึงความกังวลของแฟนๆ ว่าการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์จะไม่สามารถสื่อถึงแก่นแท้ของนวนิยายเรื่องนี้ได้ สำหรับความต้องการของแฟนหนังสืออาจทำให้ซูโหย่วเผิงรู้สึกถึงความกดดัน แต่ความกดดันก็สามารถเปลี่ยนพลังได้ เขาทุ่มเทกำลังทั้งหมดเพื่อทำมัน  สุดท้ายผลจะออกมายังไงอย่างน้อยเขาก็ทำดีที่สุดแล้ว  เขาก็ยอมรับผลที่ตามมา ในตอนนี้สามารถทำได้ถึงขนาดนี้เขาไม่เสียใจทีหลังแน่นอน  เมื่อก่อนผลงานชิ้นนี้เคยถูกถ่ายทำเป็นภาพยนตร์เวอร์ชั่นญี่ปุ่นและเวอร์ชั่นเกาหลี  ตอนที่กำลังซูโหย่วเผิงถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้เขาพยายามหามุมมองการกำกับที่แตกต่างไปจากเดิม  นำเสนอคุณค่าของมัน และแสดงมุมมองการกำกับแบบจีน

ซูโหย่วเผิงในตอนที่วางบทตัวละคร เขาก็ใช้ความพยายามมากเช่นกัน  ซูโหย่วเผิงแสดงหน้าที่ในฐานะผู้กำกับ  เขาต้องไปอธิบายถึงแผนการสร้างหนังเรื่องนี้  ต้องใช้ความจริงใจความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และวิธีการต่างๆเพื่อดึงดูดนักแสดงที่มีฝีมือเป็นเลิศ  เนื่องจากในเวลานั้น "หวังข่าย" กำลังติดถ่ายละครอีกเรื่อง ทำให้เขาพลาดไปครั้งหนึ่ง  แต่เพราะทีมงานมีการติอต่อที่ดีและ "หวังข่าย" เองก็ชอบบทนี้  สำหรับบทบาทของ "ชือหง" นั้น เขาเป็นตัวละครที่หมดไฟ เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ผิดหวังผิดและมืดมน มีความแปลก  แต่ในขณะเดียวกันก็ดูฉลาด   ลักษณะนิสัยที่มีความขัดแย้งพวกนี้ต้องแสดงออกมาภายในคนๆเดียว  ในระหว่างการสัมภาษณ์ ซูโหย่วเผิงเล่าว่าตอนที่เชิญคุณ "จางหลู่อี" มารับบท "ชือหง"   ก็คือเรานัดกับอาจารย์จางหลู่อีที่บริษัทหนึ่งครั้ง  แต่นี่ไม่ใช่ทีมงานเลือกนักแสดง  จริงๆแล้วนักแสดงมืออาชีพก็เลือกทีมงานด้วยเช่นกัน   ดังนั้นการพบหน้ากันครั้งนั้นเหมือนเราต่างฝ่ายต่างเลือกซึ่งกันและกัน    มันเหมือนกับการนัดบอร์ดที่นั่งสบตากันเพื่อเลือกคู่ ตอนที่ซูโหย่วเผิงได้พบกับคุณจากหลู่อี ก็รู้สึกได้ว่าเขาเหมาะสมกับบทบาทนี้มากๆ  ซึ่งต่อมาก็ได้ร่วมงานกัน  ผมมีความสุขมากๆ  สำหรับบทของเฉินจิ้ง ซูโหย่วเผิงรู้สึกว่าซินหยูเหมาะสมกับบาทนี้มาก  เธอไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกว่าอยากจะรีบไปชมการแสดงเธอทันที เธอเหมือนมีความเป็นผู้หญิงอย่างชัดเจนแต่ภายในใจของเธอมีความแข็งแกร่ง

ในชีวิตของซูโหย่วเผิงที่ทำตามใจตัวเองมาตลอด ตอนที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้เขาเปลี่ยนตัวเอง พยายามใส่ใจทุกรายละเอียดทุกอย่าง ในแง่หนึ่งคือความคาดหวังที่ค่อนข้างจิงจังของชาวโซเชียล   อีกด้านหนึ่งคือหวังว่าสามารถถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ให้เสร็จสมบูรณ์ได้ เพื่อตอบสนอง  ความต้องการของผู้ชมทั้งที่เคยอ่านนวนิยายและไม่เคยอ่านนวนิยาย   หวังว่าพวกเขาจะได้รับความสุขจากการชม หวังว่ามันจะมีคุณค่ามากพอ ในเรื่องของรายละเอียด ในตอนให้สัมภาษณ์ซูโหย่วเผิงพูดถึงสองรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่น่าสนใจและเขาคาดหวังว่าจะได้รับความสนใจของผู้ชมจากหนังเรื่องนี้

540085_1126862270757949_7828168925108970653_n.jpg" border="0
17499288_1126862174091292_7212554578294658653_n.jpg" border="0
17522760_1126862440757932_7828165149966414193_n.jpg" border="0

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: [2017.03.31] [2017.03.31] บทสัมภาษณ์พิเศษ:ผู้กำกับซูโหย่วเผิง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 03, 2017, 02:14:12 PM »
บันทึกการสัมภาษณ์

บันเทิงอี้หว่าง:ทำไมคุณจึงเลือกทำภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวนเป็นเรื่องที่สองต่อจาก เรื่องหูข้างซ้าย The Left Ear คะ?

ซูโหย่เผิง:หลังจากที่กำกับเรื่อง The Left Ear เสร็จสิ้นไป เจ้านายและทีมงานของผมไตร่ตรองเกี่ยวกับผลงานเรื่องต่อไปว่าเราควรจะทำมันออกมาอย่างไร ซึ่งตั้งแต่เริ่มต้นเราไม่ได้มีการเจาะจงเป็นพิเศษว่าจะต้องเลือกทำภาพยนตร์แนวลึกลับ ที่จริงคือไม่ได้แบ่งแยกประเภทเลย เราคิดแค่ว่าอยากหาเรื่องราวดีๆสักเรื่อง ตอนที่เริ่มต้นทุกคนมีแผนบางส่วน บางคนก็มี IP ขนาดใหญ่ มันใหญ่จนผมรู้สึกว่าเวลาเพียงแค่สองชั่วโมงคงไม่เพียงพอที่จะทำให้เราเลือกเรื่องที่ดีได้ ต่อมาตอนที่ปรึกษากันเราก็พูดถึงผลงานเรื่อง “การปรากฏตัวของผู้ต้องสงสัยX” (The Devotion of Suspect X) ผมจำได้ว่าเมื่อก่อนผมเคยอ่านเรื่องนี้ ผมรู้สึกประทับใจต่อนวนิยายเรื่องนี้มาก รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ผมรู้สึกว่ามันดึงดูดตัวผม อาจเพราะมันเต็มไปด้วยความท้าทาย ผมรู้สึกว่ามันมีความซับซ้อน แบบที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดสั้นๆได้ เนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกับเรื่องราวต่างๆเป็นวงกว้างทำให้มีความซับซ้อน และความซับซ้อนนี่เองที่ดึงดูดผม

บันเทิงอี้หว่าง:เมื่อก่อนเกาหลีและญี่ปุ่นเคยดัดแปลงเรื่อง “การปรากฏตัวของผู้ต้องสงสัยX”  ( The Devotion of Suspect X) มาสร้างเป็นภาพยนตร์มาก่อน ถ้าอย่างนั้นการถ่ายทำครั้งนี้จะหลีกเลี่ยงความคล้ายคลึงที่อาจส่งผลกระทบตามมาได้หรือไม่?

ซูโหย่วเผิง:ผมรู้สึกว่าครั้งนี้ผมกำลังไขปัญหา“การปรากฏตัวของผู้ต้องสงสัยX”  ( The Devotion of Suspect X) เป็นหัวข้อที่ทุกคนต้องเจอเมื่อยืนอยู่ในตำแหน่งผู้กำกับ แฟนๆของหนังสือนวนิยายเรื่องนี้มีวงกว้างมากๆ คนที่เคยอ่านและแฟนคลับของมันมีจำนวนมาก ดังนั้นผลงานเรื่องนี้ไม่สามารถแตะต้องมั่วซั่วได้ ตัวผมเองก็เป็นแฟนนวนิยายเรื่องนี้เช่นกัน ถ้าสมมติว่ามีใครมาเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของมันจนหมด ผมก็คงจะโกรธมากเหมือนกัน ดังนั้นผมจึงไม่ควรแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหาที่เป็นส่วนสำคัญ แต่ในเวลาเดียวกันนั้นผมต้องการหามุมมองที่แตกต่างจากรูปแบบที่ผู้กำกับของเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและเกาหลี โดยหลักการก็ถือได้ว่ามีความเกี่ยวพันกัน เบื้องหลังการถ่ายทำของแต่ละเวอร์ชั่นย่อมมีเคล็ดลับหรือวิธีการบางอย่างที่แตกต่างกันที่คนทั่วไปไม่ทราบ เมื่อลองพิจารณาจากผลงงานชิ้นนี้แล้ว ผมรู้สึกว่าตัวเองค่อนข้างเหมือนคนที่มีมุมมองของพระเจ้าหรือบางทีก็เหมือนผู้พิพากษาหมายถึงมุมมองที่ผมใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นตัวตัดสินว่าผลงานชิ้นนี้ต้องการนำเสนอออกมาในรูปแบบไหน ถ้าผมต้องการที่จะอยู่รอดในสถานการณ์นี้ ผมต้องไม่แก้ไขหรือดัดแปลงส่วนที่เป็นใจความสำคัญของเรื่อง และในขณะเดียวกันก็ต้องหามุมมองการถ่ายทำแบบใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ของเวอร์ชั่นจีน

บันเทิงอี้หว่าง:นวนิยายเรื่องนี้มีแฟนหนังสือเยอะมาก การดัดแปลงมาทำเป็นภาพยนตร์มีเงื่อนไขมากมาย  คุณคิดว่าเรื่องพวกนี้ทำให้คุณมีแรงกดดันหรือทำให้มีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น?

ซูโหย่วเผิง:สำหรับสิ่งเหล่านี้ผมสามารถเข้าใจได้ ลองเปลี่ยนกันคิด ถ้าหากว่าผมเป็นสาธารณะชน เป็นแฟนหนังสือคนหนึ่ง ผมก็จะไม่จำเป็นต้องสงสัยต่อการกำกับ แต่ผมอาจจะมีคำสั่งดังอยู่ในหูของผม คอยเตือนว่าอย่าแตะต้องนวนิยายเรื่องนี้มากเกินไป เพราะมันอาจจะทำให้ผมเสียใจทีหลัง ดังนั้นผมเองก็สามารถเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ได้ มันเป็นแรงกดดัน แรงกดดันก็สามารถเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันได้ แต่เวลาที่ผมเผชิญหน้ากับแรงกดดันเป็นไปไม่ได้ที่ทั้งวันจะบอกตัวเองอยู่ข้างหูว่ามีแรงกดดันแบบนี้นะ มีหลายคนกำลังจับตามองอยู่ ผมพยายามไม่สนใจ ทุ่มเททำมันให้เต็มที่ ซึ่งต่อไปย่อมมีผลดีตามมาแน่นอน เพราะตัวผมได้พยายามทำแล้ว พยายามใช้แรงกำลังที่มี แบบนี้จะรู้สึกคุ้มค่ากับตัวเอง  ถ้าหากสุดท้ายแล้วไม่สามารถทำมันออกมาให้ดีได้ ผมก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา ในตอนนี้สามารถทำได้ถึงขนาดนี้ผมจะไม่เสียใจทีหลังแน่นอน

บันเทิงอี้หว่าง:บทของ ถังชวน พูดได้มั๊ยว่าคุณเจาะจงให้ "หวังข่าย" มารับบทนี้ แล้วบทของ "สือหง" ทำไมจึงเลือก "จางลู่อี" ?

ซูโหย่วเผิง:สำหรับ "หวังข่าย" ผมไม่ได้ตั้งใจหรือเจาะจงให้เขามารับบทนี้  ที่จริงคือแค่ไปหาเขา แต่ตอนนั้นเขากำลังถ่ายภาพยนต์อีกเรื่องทำให้ผมพลาดไปครั้งหนึ่ง  แต่เพราะทีมงานมีการติดต่อที่ดีและหวังข่ายเองก็ชอบบทนี้ และผมก็เป็นผู้กำกับทำให้มีเรื่องที่ต้องไปอธิบายเกี่ยวกับการถ่ายทำ ผมต้องใช้ความจริงใจ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และวิธีการต่างๆเพื่อดึงดูดนักแสดงชั้นเยี่ยม

"สือหง" เป็นบทที่มีความพิเศษมาก  ถ้าในสมัยที่ผมยังเป็นนักแสดงอยู่ผมค่อนข้างชื่นชอบบทที่ไม่ธรรมดาแบบนี้   ถ้าหากเป็นคนที่รักการแสดงเป็นคนที่ชอบคิดเกี่ยวกับการแสดงแล้วล่ะก็  บทแบบนี้จริงๆแล้วมีน่าความดึงดูดมากๆ  ที่จริงแล้วนักแสดงที่จะมารับบทแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆเป็นนักคณิตศาสตร์ที่มีไอคิวสูง  และในขณะเดียวกันการคิดเชิงตรรกะของเขาก็ไม่เหมือนคนทั่วไป  ผมคิดว่าเขามีดวงตาอัจฉริยะ   ผมรู้ว่าอะไรคือดวงตาที่ฉลาด  อะไรคือดวงตาที่โง่เขลา   ผู้ชมสามารถแยกแยะความแตกต่างออมาได้   แกนสำคัญของหนังเรื่องนี้คือการแสดงถึงผู้ชายอัจฉริยะสองคนดังนั้น   ผมหวังว่าผู้ชายสองคนนี้  มองแล้วจะทำให้รู้สึกว่าเขาเฉลียวฉลาด   มีความสามารถและเก่งกาจ   หลังจากนั้นความรู้สึกของภาพยนตร์เรื่องถึงจะสื่อออกมาได้    เพราะประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาทำให้เขาหมดไฟ เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ผิดหวังผิดและมืดมน มีความแปลก  แต่ในขณะเดียวกันก็ดูฉลาด   ลักษณะนิสัยที่มีความขัดแย้งพวกนี้ต้องแสดงออกมาภายในคนๆเดียว   ตอนที่ผมกำลังเลือกบทนี้ผมรู้สึกปวดหัวมากๆ  ภายใต้ความพยายามเหล่านี้ต่อมาหนึ่งในทีมงานก็เสนอว่าให้ อาจารย์จางหลู่อี มารับบทนี้   หลังจากนั้นพวกเราก็มาที่บริษัทเพื่อนัดพูดคุยเกี่ยวกับบทบาทของตัวละครกับอาจารย์จางหลู่อี แต่นี่ไม่ใช่ทีมงานเลือกนักแสดง  จริงๆแล้วนักแสดงมืออาชีพก็เลือกทีมงานด้วยเช่นกัน   ดังนั้นการพบหน้ากันครั้งนั้นเหมือนเราต่างฝ่ายต่างเลือกซึ่งกันและกัน    มันเหมือนกับการนัดบอร์ดที่นั่งสบตากันเพื่อเลือกคู่ ตอนที่ได้เจอจางหลู่อี  ผมรู้สึกได้ว่าเขามีความโดดเด่นเป็นพิเศษ    ตรรกะความคิดของเขาก็เร็ว  คนๆนี้ที่มีไอคิวสูงเหมาะสมกับบทบาทนี้อย่างไม่ต้องสงสัย   รอบตัวเขาแพร่กระจายความรู้สึกซับซ้อนที่ทำให้คนหลงใหล   มืดมนก็ได้   เปราะบางก็ได้  แข็งแรงก็ได้   ดวงตาของเขาดึงดูดให้คนจมดิ่งจนออกมาไม่ได้   รู้สึกว่าเขาเก่งมากๆ   ซึ่งต่อมาก็เลยตัดสินใจร่วมงานกัน  ผมมีความสุขมากที่มีโอกาสร่วมงานกับเขา

บันเทิงอี้หว่าง:ในต้นฉบับบท "สือหง" มีลักษณะรูปร่างกำยำ  หน้าทั้งใหญ่ทั้งกลม  ก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำเคยมีความคิดเกี่ยวกับการเพิ่มน้ำหนักให้จางลู่อีมั๊ยค่ะ?

ซูโหย่วเผิง:ใช่ครับ เรามีการทำอย่างนั้นเมื่อประมาณเกือบสองปีก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยเริ่มถ่ายทำ   สำหรับผมแล้ว  การที่จะทำให้รูปร่างเหมือนกันกับตัวละครเป็นเรื่องที่ยากและสำคัญมาก

บันเทิงอี้หว่าง:ตอนที่เลือกบท "เฉินจิ้ง"  คุณเลือกได้ทันทีเลยมั๊ยว่าบทนี้เหมาะกับหลินซินหยูที่สุด?

ซูโหย่วเผิง:ใช่ครับ   สำหรับ "เฉินจิ้ง" ไม่ได้มีบทมากมายแต่ก็เป็นตัวละครที่มีความสำคัญ แม้ว่าจะมีบทไม่เยอะ แต่ว่าเบื้องหลังความเป็นมาของตัวละครตัวนี้ค่อนข้างซับซ้อน   ตั้งแต่เกิดมาเธอได้รับการยอย่องว่าเป็นวัฒนธรรมร้านเหล้าของญี่ปุ่น แน่นอนว่าต้องมีสาวเชียร์เบียร์คลอดในสถานที่แบบนี้  ต่อมาก็อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นแม้ว่าเธอจะเกิดมาจากสถานที่คาวโลกีย์แต่ก็ไม่อยากให้เธอดูเซ็กซี่เกินไป  ในภาพยนตร์เรื่องนี้เธอมีบทบาทสำคัญมาก  เธอช่วยเหลือ "สือหง" มากมาย ถ้าทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าเหตุผลที่เธอช่วย "สือหง" เพราะอารมณ์ราคะ แบบนั้นมันจะทำให้ผมรู้สึกว่าขัดต่อความตั้งใจเดิม   "สือหง" ในหนังสือมีคำพูดสำคัญว่า "ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ครอบครองเธอ"  ดังนั้นผมต้องทำให้ความช่วยเหลือของเธอเกิดจากน้ำใจที่ดี  เธอต้องสวยต้องมีความอ่อนนอกแข็งในดูเหมือนจะอ่อนแอและต้องการการปกป้อง   แต่ในความเป็นจริงภายในของเธอมีความมุทะลุ  กล้าหาญทะเยอทะยานที่ไขว่คว้าหัวใจที่มีความสุขแม้ว่าที่ผ่านมาเธอจะไม่ใช่ผู้หญิงที่มีความสุข   พูดมาขนาดนี้ทุกคนคงรู้สึกเหมือนกันว่าซินหยูเหมาะสมกับบทบาทนี้   ที่จริงแล้วเธอไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกว่าอยากจะรีบไปชมการแสดงของธอทันที เธอเหมือนมีความเป็นผู้หญิงอย่างชัดเจนแต่ภายในใจของเธอมีความแข็งแกร่ง

บันเทิงอี้หว่าง:ถ้าหากว่าคุณแสดงบทเฉินจิ้ง ในตอนท้ายเรื่อง คุณจะเลือกอะไร?

ซูโหย่วเผิง:ถ้าหากดูจากการประเมินของผม ที่ผ่านมาไม่ว่าทำเรื่องอะไรก็ตาม  ผมคิดเสมอว่าความซื่อสัตย์เป็นทางลัดที่ดีและใกล้ที่สุด เพราะว่าในภาพยนตร์มีบทพูดหรือสิ่งที่ถ่ายทอดมุมมองของผม   ทุกเรื่องสามารถพูดโกหกหรือหลีกเลี่ยงได้แต่สุดท้ายไม่ใช่เพราะคนภายนอกลงโทษคุณ   แต่เพราะคุณต้องเผชิญหน้ากับความจริงในใจตัวเอง   เป็นความรู้สึกผิดที่คุณจะต้องแบกรับมันไปชั่วชีวิต    ดังนั้นผมรู้สึกว่าบางครั้ง  สำหรับตัวละคร "สือหง" แล้วอาจมีการคำนวณที่ผิดพลาด  ผมหมายถึงความเข้าใจของผมต่อนวนิยายเรื่องนี้  ถ้าอย่างนั้นในหนังสือถ่ายทอดตัวละคร "สือหง" ออกมาแบบนี้   ท้ายที่สุดเขาจะสามารถเติมเต็ม "เฉินจิ้ง" ได้  ถ้าคิดจากมุมมองของผม ผมคิดว่าสิ่งที่
 "สือหง" คิดมีความบริสุทธิ์  สำหรับ "เฉินจิ้ง" แล้วถ้าหากรู้ว่าเขายอมทำเรื่องบางอย่างเพื่อเธอ ทำให้ภายในใจของเธอมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อเขามากขึ้น  ซึ่งในชั่วชีวิตนี้ถ้าหากเธอไม่กล้ามีผู้ชายคนใหม่ เธอจะไม่มีวันพบความสุข ดังนั้นต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริง แล้วรับผิดชอบต่อเรื่องราวทั้งหมดจึงจะได้พบความสุข  จากประสบการณ์ในชีวิตของผลการหลีกเลี่ยงและการโกหกไม่ทำให้พบความสุข

บันเทิงอี้หว่าง:การดัดแปลงบทเป็นภาพยนตร์จีน มีรายละเอียดบางอย่างที่ต้องดัดแปลงให้เหมาะสมกับประเทศจีน ช่วยยกตัวอย่างมาสองอย่างได้มั๊ย?

ซูโหย่วเผิง:นี่คือสิ่งสำคัญที่พวกเราพยายามใส่ใจมาตลอด    ทีมงานของเรายังให้ความสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับกับการจัดการรายละเอียด    ซึ่งมีหนึ่งอย่างที่สำคัญมากที่ไม่ได้รับรองในเนื้อเรื่อง คือฉากที่ "เฉินจิ้ง" เคยไปดูภาพยนตร์ มีต้นขั้วตั๋ว  แต่ภาพยนตร์ของเราถ่ายตอนปี 2016 ดังนั้นเราไม่ได้มีการแก้ไขปีเป็นพิเศษ   โดยใช้เป็นเดือนมีนาคม ปี 2016   ส่วนภาพยนตร์เรื่องที่ตัวละครในเรื่องไปชมนั้น เราทำอย่างจริงจังในเรื่องนี้    โดยต้นขั้วตั๋วภาพยนตร์คือเรื่อง  “เมืองสัตว์ประหลาด”   ในทำนองเดียวกันนี้ ในภาพยนตร์ของเรามีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ผู้ชมที่สนใจสามารถรับรู้ได้

บันเทิงอี้หว่าง:คุณใช้ความพยายามกับภาพยนตร์เรื่องนี้มาก   นอกจากนี้คุณก็พยายามควบคุมรายละเอียดของตัวตน   บอกได้มั๊ยค่ะว่าตอนนี้คุณทำไปถึงขั้นไหนแล้ว?

ซูโหย่วเผิง:ที่จริงแล้วผมค่อนข้างเหนื่อยใจมาก  ที่จริงคือผมเหนื่อยกับการควบคุมรายละเอียด  ในชีวิตผมรู้ว่าอะไรคือความพอใจและทำยังไงถึงจะได้มา  ถ้าทำตามความพอใจ  เราก็จะพอใจ   เนื่องจากชาวโชเซียลต่างคาดหวังต่อเรื่องนี้เป็นอย่างมากด้วย ดังนั้นผมทำได้เพียงแค่พึ่งตัวเองในการควบคุมรายละเอียด  ที่จริงผมคาดหวังว่าจะสามารถพยายามมากพอจนทำเรื่องนี้ออกมาดีได้ และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ชมทุกประเภทได้ ไม่ว่าจะเคยอ่านนวนิยายเรื่องนี้มาก่อนหรือไม่ก็ตาม   หวังว่าสามารถทำให้คุณมีความสุขจากการชมภาพยนตร์เรื่องนี้   หวังว่ามันจะมีคุณค่าพอสำหรับการพิจารณา   ผมรู้ว่าตอนนี้ทุกคนดูหนังเรื่องนี้ด้วยอคติ  ชาวโซเชียลเป็นเหมือนมังกรผยองโลก  ในจำนวนนั้นมีคนเก่งอยู่มากมาย  เนื่องจากภาพยนตร์เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพวกอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์และอัจฉริยะทางฟิสิกส์   รวมถึงสูตรสมการต่างๆบนกระดานดำ   พวกเราเลยระวังมากๆ ผมกลัวว่าผู้ชมและชาวเน็ตจะจินตนาการและคาดการเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ก่อน แล้วนำมันมาคิดเป็นจริงเป็นจัง นี่มันคือสูตรอะไร? พวกนี้ไม่ใช่สูตรตอนสมัยมัธยมต้นเหรอ? หลอกลวง!แบบนี้ไม่ใช่นักคณิตศาสตร์ไอคิวสูงอะไรหรอก เพื่อสิ่งนี้พวกเราไปพบศาสตราจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์ของ Harbin institute of technology (สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน) ทำให้มันร่วมสมัยขึ้น  เป็นโจทย์ยากระดับสูงที่นักคณิตศาสตร์ยังแก้ไม่ได้  ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ    แต่อย่างน้อยมีผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้การรับรองเรื่องนี้   ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัย  ในนวนิยายนักคณิตศาสตร์อัจฉริยะกำลังพยายามไขโจทย์ปัญหานี้อยู่  รายละเอียดพวกนี้พวกผมระวังมากๆ   แล้วยังมีเรื่องวิธีการฆ่าคนที่จริงมันค่อนข้างเป็นเรื่องเฉพาะทาง   ในต้นฉบับนวนิยาย ความน่าสนใจของ Ishigami คือ ยูโด   ดังนั้นเขาถูกออกแบบให้เป็นคนอ้วนเตี้ยคนหนึ่ง ศพคนตายในเรื่องก็สำคัญ ในบางครั้งที่พวกเราไม่เข้าใจเนื้อหาในนิยาย  เช่นปัญหาที่ว่าพวกเราสามารถพาซากศพไปที่ไหนได้? ถ้าหากว่าศึกษาเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง  ซากศพนั้นสำคัญมากๆ  ถ้าหากไม่มีความพยายามเป็นพื้นฐานก็จะไม่เข้าใจนวนิยายของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ  ทุกเรื่องถือได้ว่าเป็นผลงานคลาสสิก  เขามีมุมมองที่เหมาะสมต่อทุกรายละเอียด มีคุณค่าต่อการพิจารณา  ทักษะทางด้านศิลปะของทีมงานครอบคลุมหลากหลายด้าน   สำหรับวิธีการฆ่าคนทั้ง 100 คน วิธีการทำซากศพยังต้องศึกษาอยู่ มีอยู่วันหนึ่งเขาอดไม่ได้ที่จะวิ่งไปถึงกลุ่มบทละครของพวกเรา  พูดคุยกับผมถึงวิธีการที่เหมาะสม  การชำแหละศพก็เหมือนกับ “เพ่าติงยอดพ่อครัวเฉือนเนื้อวัว”  ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อหัวกะโหลกของคนหลักเลาะเนื้ออก มันเป็นเรื่องยากที่จะทำของปลอมออกมาให้เหมือน แล้วฝังไว้บนภูเขา  ผมลืมไปตอนนั้นมีคนพูดกับผมว่ากะโหลกสามารถคงอยู่ได้ 50 ปีหรือ 100 ปี ตราบใดที่เอาสุนัขตำรวจมาก็สามารถดมกลิ่นมันได้ตลอดเวลา  ดังนั้นมันไม่ใช่วิธีการที่ปลอดภัย   สำหรับอาชญากรรมอัจฉริยะ ซากศพสามารถฝังที่ไหนก็ได้บนภูเขา  เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงเหมือนเนื้อเรื่องในนวนิยาย  วิธีการจัดการกับศพของ Ishigami คือต้องผ่านการชันสูตรก่อน ในภาพยนตร์ก็มีปรากฏเกี่ยวกับเรื่องนี้  ในภาพยนตร์เราจะไม่สอนสิ่งที่ไม่ดีให้กับผู้ชมในการจัดการกับศพ

บันเทิงอี้หว่าง:ผลงานเรื่องที่แล้วยอดขายตั๋วก็ไม่เลวเลย แล้วยังได้รับรางวัลและถูกเสนอชื่อเข้าชิงหลายรายการเลย คุณมีความคาดหวังยังไงกับภาพยนตร์เรื่องนี้?

ซูโหย่วเผิง:แน่นอนว่าหวังว่ามันจะดีขึ้นเรื่อยๆสุดท้ายแล้วมันจะดีได้สักแค่ไหนนั้น ที่จริงก็ไม่แน่ใจหรอก  ผมรู้สึกว่ายังอยากส่งบางสิ่งบางอย่างให้ผู้ชมอยู่ ตามหลักการแล้วไม่ถือว่าเป็นภาพยนตร์สำหรับทุกเพศทุกวัย  เป็นธรรมดาที่รูปแบบภาพยนตร์มันย่อมต้องมีข้อจำกัด  ตอนนี้ตลาดของภาพยนตร์แนวนี้กำลังหดตัว อีกทั้งผู้ชมต้องการให้ระดับเงื่อนไขการจัดการของรัฐบาลเพิ่มขึ้น ดังนั้นบ็อกซ์ออฟฟิศจึงกำลังพยายามในเรื่องนี้ เนื้อเรื่องในภาพยนตร์จะไม่มีส่วนที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยมากเหมือนในต้นฉบับ  ในขณะเดียวกัน หนังรูปแบบเดียวกันนี่ก็มีเพิ่มขึ้น ผลกระทบจากหนังขนาดใหญ่ และยังมีการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามามากขึ้นดังนั้นไม่ว่าจะหนังฟอร์มเล็กหรือฟอร์มใหญ่ก็ต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือดเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงเน้นสร้างหนังที่เป็นที่ต้องการของตลาด  เมื่อสองปีก่อนกับปัจจุบันไม่เหมือนกันดังนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะนำไปเปรียบเทียบกันได้  ผมสามารถพูดได้ว่าทุกคนล้วนมีประสบการณ์ ผมหวังว่าจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ดีใกล้เคียงกันได้

บันเทิงอี้หว่าง:หนังเรื่องต่อไปคุณคิดว่าจะเป็นความท้าทายในรูปแบบไหนคะ?

ซูโหย่วเผิง:ต้องดูในที่ประชุมอีกที   บางสิ่งบางอย่างที่ทำมันจนเชี่ยวชาญแล้วก็ไม่อยากทำมันอีก  ดังนั้นควรจะมองหาสิ่งใหม่หรือไม่ก็สร้างผลงานจากสิ่งที่เรียนไปและเรียนรู้ในระดับต่อไปก็    ซึ่งก็คือเป็นรูปแบบที่สามารถยกระดับความสามารถที่มีในปัจจุบันได้    นั่นเป็นเพราะผมชื่นชอบความท้าทายเพื่อแสวงหาเส้นทางของตัวเอง  นำประสบการณ์ในอดีตมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้สามารถตอบคำถาม ที่ว่าทำภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาทำไม? ทำเพื่อหลอกเอาเงินเหรอ?   ดังนั้นผมยังหวังว่าจากกระบวนการต่างๆตัวเองจะได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ

17634403_1126862387424604_755865267961168472_n.jpg" border="0
17634537_1126862170757959_4831615930269887317_n.jpg" border="0
17757626_1126862224091287_8795840929226185560_n.jpg" border="0
17757650_1126862350757941_1674846434012488100_n.jpg" border="0
17759729_1126862264091283_6767708940514423284_n.jpg" border="0
17759817_1126862217424621_3038034272440576672_n.jpg" border="0
17759886_1126862214091288_4368940976380121722_n.jpg" border="0
17760108_1126862177424625_3451726484040407954_n.jpg" border="0
17795808_1126862430757933_5132841333263241672_n.jpg" border="0
17796188_1126862450757931_6872384383607186550_n.jpg" border="0
17796488_1126862284091281_6657357559053073169_n.jpg" border="0

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: [2017.03.31] บทสัมภาษณ์พิเศษ:ผู้กำกับซูโหย่วเผิง
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 24, 2017, 12:09:43 PM »







Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: [2017.03.31] บทสัมภาษณ์พิเศษ:ผู้กำกับซูโหย่วเผิง
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 01:30:32 PM »