ผู้เขียน หัวข้อ: [2016.03.28] สารคดีสั้นของ ซูโหย่วเผิง 《หวังต้ามาบนถนนแห่งความสุข》  (อ่าน 807 ครั้ง)

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด


http://epaper.jinghua.cn/html/2016-03/28/content_290189.htm?url_type=39&object_type=webpage&pos=1

再聚一次!苏有朋:小虎队5·21有望再合体
2016-03-28

การรวมตัวกันอีกครั้ง! ซูโหย่วเผิง :21 พฤษภาคม เสี่ยวหู่ตุ้ย มีโอกาสกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
28 มีนาคม พ.ศ.2559

ซูโหย่วเผิง

สารคดีสั้นของ ซูโหย่วเผิง 《หวังต้ามาบนถนนแห่งความสุข》

ซูโหย่วเผิง เตรียมถ่ายหนังดัดแปลงมาจากนิยายของนักเขียนญี่ปุ่น  เคโงะ คิงาชิโนะ เรื่อง《การปรากฏตัวของผู้ต้องสงสัยX》

ตามรายงานของ ปักกิ่งไทม์(Beijing time)ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559 ว่า หลังจากถ่ายทำหนังเรื่อง 《จั๋วเอ่อ》เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้กำกับ ซูโหย่วเผิง ก็ได้ใช้เวลากับการพักผ่อนยาวเลย จนกระทั่งถึงสิ้นปีที่ผ่านมา เขาถึงได้ประกาศเรื่องการวางแผ่นถ่ายทำหนังเรื่องที่สองของเขา--《การปรากฏตัวของผู้ต้องสงสัย X》ซึ่งดัดแปลงมาจากนิยายชื่อดังของ เคโงะ คิงาชิโนะ แต่ทว่าก่อนหน้านั้น เขาก็มีผลงานสารคดีเรื่องสั้นของเขา 《หวังต้ามาบนถนนแห่งความสุข》กับงาน “หนังสั้นของอาจารย์”อีกทั้งยังให้สัมภาษณ์เป็นการส่วนตัวอีกด้วย ซูโหย่วเผิง ให้สัมภาษณ์ว่าสารคดีเรื่องนี้ของเขาได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่มี ต้ามา(คุณป้า)ท่านหนึ่งในปักกิ่งเป็นจุดเริ่มต้น อีกทั้งยังแอบเผยถึงหนังเรื่องใหม่ที่อยู่ในช่วงกำลังเตรียมการของเขาอีกด้วย

กล้องจับไปที่ หวังต้ามาบนถนนแห่งความสุข

งาน“หนังสั้นของอาจารย์”เริ่มมีขึ้นในปีพ.ศ.2555 ปัจจุบันจัดมาถึงครั้งที่ 6 แล้ว การจัดงานในแต่ละปีก็จะเชิญผู้กำกับชื่อดังในเอเชียมาเข้าร่วมสี่ท่าน โดยจะให้ผู้กำกับแต่ละท่านถ่ายทำหนังสั้นกันคนละ 1  เรื่อง และจะถูกนำเสนอในเทศกาลภาพยนตร์ช่วงฤดูใบไม้ผลิ และในปีนี้ ซูโหย่วเผิง ได้รับเชิญเป็นหนึ่งในสี่อาจารย์ ผลงานหนังสั้นของเขามีชื่อว่า《หวังต้ามาบนถนนแห่งความสุข》เป็นหนังสั้นสารคดีที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของคุณป้าที่อาศัยอยู่ในหู่ท่งของปักกิ่ง คุณป้าเสียสามีและเป็นหม้ายตอนวัยกลางคน เป็นคุณป้าที่มีชีวิตสุดแสนธรรมดาและเงียบเหงา

พอถามเขาว่าทำไมเลือกที่จะนำเสนอชีวิตของคนที่สุดแสนธรรมดาอย่างคุณป้า ซูโหย่วเผิงตอบว่า เป็นเพราะหัวข้อของงาน“หนังสั้นของอาจารย์”ในปีนี้เกี่ยวกับคำว่า “ความงดงาม”เขาคิดว่า ความงดงามไม่ใช่ว่าเราต้องเจอกับท้องฟ้าที่สดใสทุกวัน “แต่ความงดงามถูกสร้างอยู่บนพื้นฐานความลำบากของชีวิต ฉะนั้นผมอยากค้นหาสิ่งเหล่านี้ผ่านคนธรรมดา ผมคิดว่า ชีวิตคนเรานั้นเต็มไปด้วยเรื่องยิบย่อยและจำเจ แน่นอนว่าก่อนหน้านี้ผมเองก็มีความสนใจกลุ่มคนกลุ่มนี้มาก่อนอยู่แล้ว ”ซูโหย่วเผิงคิดว่า สมัยนี้ต้ามา(คุณป้า)กลายเป็นกลุ่มคนที่เป็นเอกลักษณ์ประเภทหนึ่งของประเทศจีนไปแล้ว

ในสารคดีของซูโหย่วเผิง ตัวละครในเรื่องก็มีแต่คนธรรมดา หวังต้ามาเป็นคนที่ ซูโหย่วเผิง และทีมงานตกลงเลือกมาจากการสำรวจในหลายๆด้าน “ที่จริงก็เลือกมาเยอะเหมือนกัน แต่ไม่มีใครอยากเผยชีวิตที่แท้จริงของตนต่อหน้ากล้อง บางคนพอได้ยินว่าจะถ่ายทำเรื่องเกี่ยวกับต้ามา ก็คิดว่าเราคงจะถ่ายทอดเรื่องราวที่สร้างขึ้นมาเอง ไม่เป็นความจริง เลยไม่ยอมให้พวกเราถ่าย ที่สำคัญผมไม่อยากหาตัวเอกที่มีนิสัยพิเศษอะไร อยากหาคนที่สามารถเป็นสะท้อนชีวิตของกลุ่มคนเหล่านี้ได้มากที่สุดมากกว่า สุดท้ายแล้วเราก็ได้เจอต้ามา ซึ่งก็เหมาะสมกับโจทย์ที่เราได้ตั้งไว้แต่ต้นครับ”

บทพูดในสารคดีของต้ามาล้วนแต่เป็นความรู้สึก อารมณ์จริง ณ เวลานั้น ซูโหย่วบอกว่า“ความพิเศษของการถ่ายสารคดีก็คือ การไม่รบกวนชีวิตพวกเขา และไม่ได้ผ่านการสร้าง คัท หรือตัดต่อเพื่อให้ได้สิ่งที่ผมอยากได้ เพียงแต่ว่าสิ่งที่เราถ่ายมาได้นั้นเยอะมากจริงๆ และแต่ละอย่างก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เราอยากจะนำเสนอ ก็เลยต้องคิดว่าจะตัดต่อและเรียบเรียงอย่างไรให้ออกมาเป็นความจริงและสมบูรณ์มากที่สุด หลังจากถ่ายทำเสร็จสิ้นแล้ว เราค้นพบว่าแท้จริงแล้วชีวิตของคนเรามีความแตกต่างกันไม่มากนัก ล้วนแฝงไปด้วยความเรียบง่ายและจำเจ”
อาจารย์หรอ? ผมแค่มาเรียนรู้ ไม่มีความกดดันหรอกครับ

นอกจาก ซูโหย่วเผิง แล้ว ปีนี้ยังมีอาจารย์ผู้กำกับอีกสามท่าน คือ คุณ เจียจางเคอ ผู้กำกับจากแผ่นดินใหญ่ คุณ ฮิเดะโอะ นากาตะ ผู้กำกับญี่ปุ่นฉายา“พ่อแห่งซาดาโกะ”และ คุณ กวานเหมียนเผิง จากฮ่องกง ไม่ว่าจะทั้งอายุหรือประสบการณ์ทั้งสามก็มีมากกว่า ซูโหย่วเผิง ตอนที่ให้สัมภาษณ์ ซูโหย่วเผิงก็พูดด้วยความเขินว่า “พวกเขาถึงจะเป็นอาจารย์แห่งวงการผู้กำกับตัวจริง ส่วนผมนั้นแค่มาเรียนรู้เท่านั้นเอง”เขาเผยว่า หลังจากที่ถ่ายสารคดีเรื่องนี้จนเสร็จ ถึงได้รู้สึกว่ามันแตกต่างจากการทำหนังเพื่อธุรกิจมาก “ครั้งนี้ผมไม่มีความกดดันด้านธุรกิจ ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ ถ้าหากถ่ายหนังภายใต้ความกดดันทางธุรกิจ คงไม่มีใครรู้ว่า แท้จริงแล้ว ซูโหย่วเผิง ชอบของพวกนี้”

พอพูดถึงทำไมถึงต้องเชิญ ซูโหย่วเผิง ที่มีผลงานแค่เรื่องเดียวมาเป็นหนึ่งในอาจารย์ภาพยนตร์ครั้งนี้ ประธานบริษัทค่ายหนังเหอยี คุณ หลิวไคลั่ว บอกว่า ปีนี้อยากได้อาจารย์ที่หลากหลายมากขึ้น อยากให้คนรุ่นใหม่มีโอกาสเข้าสู่วงการนี้มากขึ้น เพื่อจะนำไอเดียใหม่ๆเข้ามา “ผมคิดว่าในยุคนี้ นิยามของอาจารย์นั้นเปลี่ยนไปแล้ว มีคนรุ่นใหม่ที่มีฝีมือปรากฏตัวขึ้นในตลาดมากมาย ‘หนังสั้นของอาจารย์’ไม่ได้ตายตัวขนาดนั้น แต่เราอยากให้คนรุ่นใหม่ที่มีพลังได้มีโอกาสในการแสดงความสามารถของตนเอง”

หลิวไคลั่วเผยว่า ในระยะเวลาที่เตรียมงาน นอกจากคุยเรื่องหัวข้อกับผู้กำกับทั้งสี่แล้ว ทางเราเองก็ตั้งใจให้พวกเขาได้มีช่องว่างสำหรับใส่ไอเดียของตนมากเป็นพิเศษ“เช่น บางท่านอาจจะเชิญเพื่อนๆของพวกเขามาแสดงและสามารถจ้างทีมงานในอัตราที่ต่ำกว่าเกณฑ์ในตลาด บางท่านก็ไม่คิดค่าตัว เพราะพวกเขาคิดว่า หนังสั้นให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากงานถ่ายทำปกติของพวกเขา และเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว ทำให้ผลงานที่ออกมาออกไปในแนวของการทดลอง มีความแปลกใหม่ เหมือนกับผลงานของซูโหย่วเผิงครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์เราเลยครับ”

《การปรากฏตัวของผู้ต้องสงสัย X 》แสดงถึงระดับไอคิว

ตอนให้สัมภาษณ์ ซูโหย่วเผิงกล่าวถึงผลงานชิ้นที่สองของเขาด้วย เขาบอกว่า หนังสั้นเรื่องนี้ได้ถ่ายระหว่างเตรียมการถ่ายทำหนังเรื่องที่สองของเขา 《การปรากฏตัวของผู้ต้องสงสัย X》หลังจากที่มีข่าวว่าเขาจะถ่ายหนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อดังของ เคโงะ คิงาชิโนะ ออกมา ทำให้มีคนให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก ซูโหย่วเผิง แอบเผยตอนให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาเปิดกล้องแล้ว เพราะว่าคอนเฟิร์มเรื่องเวลาแล้วว่าต้องต้องเข้าฉายภายในปีนี้ ฉะนั้นเวลาของเราค่อนข้างน้อย สำหรับเรื่องการเลือกตัวนักแสดงที่ทางสื่อให้ความสนใจ เขาบอกว่าได้ตัวพระเอกทั้งสองแล้ว แต่เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนของการโปรโมท เขาเลยไม่ได้เปิดเผยว่าเป็นใคร บอกเพียงว่าทั้งสองล้วนเป็นดาราในประเทศครับ

ซูโหย่วเผิง บอกว่า เขาอยากจะดัดแปลงหนังให้เป็นเรื่องราวในประเทศ เพราะฉะนั้นนักแสดงจึงต้องเป็นคนในประเทศ ก่อนหน้านี้มีข่าวออกว่ามาว่า โอวหาว นักแสดงจาก 《จั๋วเอ่อ》มีโอกาสเซ็นต์สัญญาต่อในเรื่องที่สอง สำหรับเรื่องนี้ ซูโหย่วเผิง ไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนแต่อย่างไร “เพราะว่าตอนนี้เรายังปรับบทไปเรื่อยๆ ในสัญญาสิขสิทธิ์ของเรามีสัญญาสำคัญอยู่สองข้อ คือ อันดับแรกเลย บทของเราต้องผ่านการยอมรับของ คุณ เคโงะ คิงาชิโนะ อีกข้อก็คือ ต้องดัดแปลงให้แตกต่างจากเวอร์ชั่นของญี่ปุ่นและเกาหลี ข้อนี้ผมเพิ่งรู้ตอนที่เขียนบทไปได้หกเดือนแล้ว ฉะนั้นก็ค่อนข้างลำบากเหมือนกัน แต่ตอนนี้ผมคิดว่าเป็นความต้องการของสวรรค์ด้วย ที่ทำให้หนังเรื่องนี้พัฒนาไปทางที่ดี”
ขั้นตอนในการเลือกนักแสดงก็เจออุปสรรคไม่น้อยเหมือนกัน ซูโหย่วเผิง ยอมรับว่า “ตัดสินใจยากมากจริงๆ”เพราะว่า บทอิชิกามิและยูกาวะที่ซูโหย่วเผิงคิดไว้คือ เป็นคนแปลกไอคิวสูง “ฉะนั้นแววตาของเขาต้องมีความฉลาด สามารถพูดโน้มน้าวใจคนได้ จะดูแค่รูปร่างหน้าตาอย่างเดียวไม่ได้”ตอนนี้นักแสดงในวงการค่อนข้างน้อย กว่าจะหาคนที่เหมาะสมได้นั้นไม่ง่ายเลย เขาเผยว่าเคยมีคนเชียร์ให้เลือก หวังเชียนหยวน แต่ผลการตัดสินเลือกใคร เขายังคงเก็บไว้เป็นความลับ บอกแค่ว่า “เราได้รายชื่อมาแล้ว หลังจากประกาศออกไปคงไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังแน่นอนครับ”

จากหนังรักสดใสอย่าง《จั๋วเอ่อ》ถึงหนังแนวฆาตกรรมอย่างนี้ พอพูดถึงตอนที่ตกลงรับงานนี้ ซูโหย่วเผิงบอกว่าเขาเคยดูหนังเรื่องนี้มาก่อน และชอบมากด้วย “หลังจากถ่าย《จั๋วเอ่อ》เสร็จไปก็พักไปเป็นระยะใหญ่เหมือนกัน เสร็จจากการพักผ่อนแล้วค่อยมาเลือกงานชิ้นที่สอง ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เน้นธุรกิจเกินไปก็มีแต่เรื่องตื้นๆไม่น่าสนใจ ผมหวังอยากทำหนังที่สามารถใส่ไอเดียเข้าไปได้บ้าง ก็เลยคิดว่าเรื่องนี้เหมาะสมที่สุด”

นิยายของ เคโงะ คิงาชิโนะ ได้รับผลการตอบรับที่ดีมาตลอด นิยายที่ถูกนำไปทำหนังก็นับไม่ถ้วนเช่นกัน ไม่นานมานี้ เจียจางเคอ ก็แถลงว่ากำลังจะทำหนังจากนิยายของ เคโงะ คิงาชิโนะ สำหรับเรื่องนี้ ซูโหย่วเผิง บอกว่า“มีการเปรียบเทียบเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว”

วันที่ 21 พฤษภาคม เสี่ยวหู่ตุ้ยมีโอกาสกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

ซูโหย่วเผิง เพิ่งบินกลับจากงานวิวาห์ของ อู่ฉีหลง ที่จัดขึ้นที่เกาะบาหลีถึงฮ่องกงโดยตรง เพื่อมาเข้าร่วมงานนี้ ตอนให้สัมภาษณ์ก็เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะไม่ถูกถามถึงประเด็นนี้ เขาเองก็แชร์ความรู้สึกกับการเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวอย่างไม่มีกั๊ก “ครั้งนี้ทำให้ผมซาบซึ้งจริงๆ เมื่อก่อนเวลาไปเข้าร่วมงานแต่งก็คือไปร่วมฉลองด้วยกัน แต่ครั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าสนิทกับ อู่ฉีหลงมากด้วย ก็เลยรู้สึกแตกต่างจากงานแต่งอื่นๆ ทั้งมีความสุข มันส์ และเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง”แต่พอพูดถึงตนเอง เขาหัวเราะและบอกว่าตนยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย

พอถูกถามว่าได้ใส่ซองแดงให้รึเปล่า เขาหัวเราะแล้วพูดว่า “ทำไมผมต้องให้ซองแดงเขา!แค่คิดผมยังไม่เคยเลย!เขาไม่ขาดสิ่งนี้อยู่แล้ว!”และอธิบายต่อว่า“เราสนิทกันจนไม่ได้คิดถึงเรื่องให้ของขวัญ ให้ซองแดงพวกนี้แล้วครับ”

ตอนที่ อู่ฉีหลง แต่งงาน ทุกคนต่างยินดีกับเขาว่าชีวิตผ่านความขมจนมาถึงความหวานแล้ว แต่ซูโหย่วเผิง กลับคิดแตกต่างไปจากคนอื่น “ก็ไม่ได้ลำบากขนาดนั้นหรอกครับ ทุกคนก็ลำบากเหมือนกันแหละครับ มีบางเรื่องที่พวกคุณรู้ และบางเรื่องที่พวกคุณไม่รู้ คุณว่า จื้อเผิง ลำบากไหมละครับ เขาก็ลำบากเหมือนกัน” พอถูกถามทั้งสามมีโอกาสกลับมารวมตัวอีกไหม เขาเผยว่าวันที่ 21 พฤษภาคม ในคอนเสิร์ตของ จื้อเผิง คงมีโอกาสเจอกันอีก “ผมเก็บเวลาวันนั้นให้เขาคนเดียวเลย ผมบอกเขาแล้วว่า‘ให้ใช้เต็มที่เลย’ผมไปแน่นอนครับ ถึงเวลานั้นค่อยดูว่า อู่ฉีหลง ไปได้รึเปล่า อาจจะได้รวมตัวกันอีกครั้งครับ”