ผู้เขียน หัวข้อ: 2009 Top in life  (อ่าน 2301 ครั้ง)

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11116
    • ดูรายละเอียด
2009 Top in life
« เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 07:29:38 PM »
บทสัมภาษณ์ซูโหย่วเผิง จากนิตรสาร  Top in life ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ 2009














Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11116
    • ดูรายละเอียด
Re: 2009 นิตยสาร Top in life ฉบับเดือน กุมภาพันธ์
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 07:31:46 PM »
ซูโหย่วเผิง

ทิวทัศน์ของชีวิต ใช่ว่าจะเป็นจุดสูงสุดเสมอ

จางอ้ายฉิงกล่าวว่าการมีชื่อเสียงนั้นต้องเร็ว




หากต้องเสียเวลากำลัง( ให้อายุเยอะแล้วค่อยมีชื่อเสียง ก็จะไม่มีไฟแห่งความร้อนแรง) อย่างไรก็ตาม คนที่ดังตั้งแต่เยาว์วัยอย่างซูโหย่วเผิงกลับบอกว่า “ การมีชื่อเสียงแต่เยาว์วัยนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่มีความสุขเลย ชื่อเสียงเป็นเครื่องประดับที่ประกายแสงที่สุด และยังเป็นเครื่องเล่นที่อันตรายที่สุดด้วย หวนถึงตอนแรกที่มีชื่อเสียงนั้น เขายิ้ม กล่าวว่า “ แท้จริง ภาพทิวทัศน์ของชีวิตคนเรานั้นมีหลากหลายมาก แต่ไม่ใช่ว่าจะอยู่ที่จุดสูงสุดเสมอไป”

ปีแห่งการไม่รู้จักขอบคุณ

ซูโหย่วเผิงได้เข้ามาในกองถ่ายของเราหลังทีมงานคนอื่นครึ่งก้าว เขาได้ไถ่ถามถึงหัวหน้าที่พวกเราคิดไว้แล้วว่าเขาต้องถามถึงแน่ เขาได้จ้องมองชุดเสื้อผ้าที่พวกเราเอามาอย่างละเอียด และเขาได้บอกกับพวกเราว่ารูปแบบของชุดไหนที่เขาได้ชอบ หลังจากที่ได้รูปทรงแล้ว ตัวเองก็ได้ไปจ้องจัดทรงผมที่หน้ากระจก ในเวลาพักครึ่งของการถ่ายนั้น เขาก็ได้เดินมาและจ้องส่องกระจกอย่างละเอียดอีกที และได้พูดคุยถึงมุมถ่ายกับ ตากล้อง นี่เป็นคนราศีกันย์จริงๆเลยแหล่ะ เป็นประเภทดื้อรั้นและละเอียดอ่อน ยิ่งกว่านั้นในการวิเคาะห์ความสวยความงามแล้วนั้นเขามีมุมมองเกณฑ์หลักของตัวเขาเอง ไม่ง่ายที่มีให้ความคิดมุมมองของคนอื่นจูงเขาไป ขณะที่พวกเราพูดถึงความรู้สึกอย่างนี้แล้ว ตัวเขาเองก็ได้กล่าวว่าแท้จริงแล้วตัวเองก็เริ่มรับฟังยอมรับมุมมองความคิดอ่านของคนอื่นแล้ว ยิ่งนานวันก็ยิ่งรู้ที่จะยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลง

เสือน้อยสามตัวในสมัยนั้น อู่ฉี่หลงนั้นหน้าตาดีที่สุด เฉินจื้อเผินนั้นเสียงร้องเพลงเยี่ยมที่สุด และที่พากเพียรจริงจังที่สุดก็คือซูโหย่วเผิง ไม่ว่าจะสนองเรื่องร้องเพลงเต้นหรือกับสื่อต่างๆ ซูโหย่วเผิงนั้นซีเรียสมากกับผลที่ออกมาว่าจะเป็นไปตามที่คนอื่นหวังไว้หรือเปล่า

จำได้ครั้งหนึ่งได้ดูอ่านข่าวบันเทิงของหนังสือพิมพ์ หลินชินหยู พูดกับนักข่าวว่าตัวเองอายุสามสิบถึงจะเข้าใจ แท้จริงแล้วการแต่งหน้าไม่ใช่เป็นงาน เป็นอุปนิสัยที่ชอบรักของสุภาพสตรีอย่างหนึ่ง ใจผมเศร้าโศกจริงๆด้วยแหล่ะ อายุแค่สิบแปดก็ดังไปทั่งและเธอนั้นได้เหนื่อยกับชื่อเสียงเหล่านั้น ได้สูญเสียความสนุกสมัยเด็กมากมายที่เธอควรจะได้รับ"

ขณะที่พูดนั้น อนึ่งนั้นได้เสียดายกับขวัญใจของเรา และอีกอนึ่งก็ได้คิดถึงตัวเองในตอนนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับเธอเหมือนกัน วัยเด็กที่เดียงสา ทำไปหาประสบการณ์ไปด้วยว่าในการเข้าสู่วงการ คิดไม่ถึงเด็กหนุ่มที่ซื่อๆอย่างพวกเขานั้นดังได้รวดเร็วยิ่งกว่าลูกศรธนูอีก แต่สำหรับเด็กหนุ่มที่สิบกว่าขวบนั้น ชื่อเสียงจะเป็นเครื่องประดับที่ล่อตาล่อใจที่สุด รวมทั้งยังเป็นของเล่นที่อันตรายที่สุดอีกด้วย


การเข้าสู่วงเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้นนับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดของชีวิตก็ว่าได้ ที่ตั้งใจไว้ว่าจะเป็นช่างอีเล็กโทรนิคอย่างผมนั้นกลับมากลายเป็นนักศิลปินไปแล้ว ยิ่งกว่านั้น ตัวคนเดียวก็ได้เดินไปถึงจุดสูงสุดของชีวิต จนทำให้ทั้งชีวิตนั้นไร้เป้าหมายทิศทาง คุณก็ไม่รู้เหมือนกันแหล่ะว่าจะก้าวให้สูงอย่างมั่นคงนั้นทำอย่างไร ทางไปมาของชีวิตคุณนั้นก็ทำให้คุณมั่วไปหมด ดูผิวเผินภายนอกแล้ว ศิลปินก็จะเป็นเด็กที่ถูกรักจนเสียคน แต่วัยรุ่นที่มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่อย่างซูโหย่วเผิงนั้นจิตใจยังรู้สึกกลัวอยู่ เพราะได้ส่ำสมการถูกรักมาตลอดชีวิต แต่ตัวเองกับไม่รู้ถึงสาเหตุเลยสักนิด

“ในตอนนั้นอายุยังน้อย โดยเหตุที่ประสบความสำเร็จของงานการแสดง คนรอบข้างเรานั้นดีต่อเราหมด ได้ดูแลเราเป็นอย่างดี จนผมเองก็ไม่รู้สึกถึงคุณค่าของสิ่งเหล่านั้น ตอนนั้นมาหวนคิดดู พึ่งรู้ว่าความรักที่ได้รับในตอนนั้นเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่มากๆ ในโลกนี้จะมีใครบ้างที่มีหน้าที่ที่จะดีต่อคุณล่ะ ฉะนั้นควรจะขอบคุณสำหรับความรุ่งโรจน์ของการงานเหล่านั้น และยังต้องทราบซึ่งถึงอุปสรรค์และความอ่อนแอช่วงขณะหนึ่งเหมือนกัน มันจะทำให้คุณขึ้นจากที่ต่ำไปที่สูง เห็นถึงเมื่อก่อนที่คุยเคยยื่นอยู่ในจุดที่สูงสุดของชีวิต ที่จริงตอนนี้กลับมาหวนคิด เวลาที่ตกต่ำจากการตกลงมาจากที่สูงนั้นทำให้ผมได้เติบโตมากขึ้น กว่าอีก"



Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11116
    • ดูรายละเอียด
Re: 2009 นิตยสาร Top in life ฉบับเดือน กุมภาพันธ์
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 07:36:14 PM »

ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นหยานเจาเหว่ยให้ได้

เพื่อที่อยากจะค้นหาชีวิตแท้จริงของตัวเองแล้ว ช่วงอายุยี่สิบเอ็ดปีนั้นซูโหย่วเผิงได้เลือกที่จะออกจากวงการชั่วครู่ ได้จากวิถีชีวิตที่ตนเองกระทำประจำ ทิ้งตัวเองไปอยู่ที่อังกฤษตามลำพัง ในสภาพที่ไม่รู้จักใครเลยที่นั่น

“เรียนอยู่ที่ลอนดอน พักอยู่ถัดต่อไปอีกสถานีของวอสปู้จิส ช่วงมีการแข่งขันเทนนิสพอดี และผมก็รักชื่นชอบเทนนิสเป็นอย่างมากเลยแหล่ะ แต่ว่าตอนนั้นไม่รู้จะซื้อตั๋วเข้าชมอย่างไร แบบเซ่อๆ แล้วก็ไม่รู้จะไปถามใคร ตอนนี้หวนคิดถึงเวลานั้นก็มันดีเหมือนกัน ชีวิตที่ถูกคนจ้องมองใส่ใจนั้นจะทำให้คุณห่างเหินคนที่สำคัญคนหนึ่ง แต่ว่าเมื่อความรุ่งโรจน์ผ่านพ้นไป แม้จะอยู่อย่างโดดเดี่ยว คุณถึงจะหาพบทางที่จะไปหาเขาใกล้ชิดเขา คนคนนั้นก็คือตัวคุณเองแหล่ะ อยู่ที่ไต้หวัน ผมแทบจะเป็นคุณชายที่ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ว่าตอนอยู่อังกฤษ จะซื้อไข่ไก่ฟองเดียวก็ยังจะต้องไปซื้อที่ห้างด้วยตัวเองเลย แต่ว่า วันเวลาที่โดดเดี่ยวดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้รับประโยชน์อย่างมาก"

ฉายาไกวๆหู่ที่ขึ้นชื่อนี้ได้จางหายลงไปกับวันเวลา ซูโหย่วเผิงก็ได้เรียนรู้ในการที่จะอยู่ตัวคนเดียวและเผชิญกับจิตภายใจของตัวเอง เริ่มเข้าสู่วงการก็ได้เป็นขวัญใจของสังคม เด็กหนุ่มแค่สิบกว่าขวบนั้นจะรับแรงความรุ่งโรจน์ที่พัดเข้ามาในชีวิตได้อย่างไร เพี่ยงแต่ทำตัวเองให้ดีที่สุด เดิมทีก็เป็นพวกความคิดเพอร์แฟรคอย่างคนราศีกันย์แล้ว ความกดดันที่ซูโหย่วเผิงแบกรับนั้นมันยากจะคิด

“ เมื่ออายุเพิ่มขึ่นหน่อยถึงรู้ว่า ที่จริงไม่จำเป็นต้องรับภาระหน้าที่ที่ไม่จำเป็นเยอะขนาดนั้นก็ได้ ชีวิตของเรานั้นไม่ใช่ความรับผิดชอบคนอื่น แต่เป็นตัวองต่างหาก จะต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเอง เมื่อก่อนจะทำอะไรจะต้องทำอย่างละเอียด รอบคอบมากๆ อาจเป็นความเครียด แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่า เพียงแค่เน้นเรื่องใหญ่ก็พอแล้ว รายละเอียดก็อย่าไปลงกับมันเยอะเลย ให้โชคชะตานำมันไปก็แล้วกัน ไม่ใช่ว่าศิลปินทุกคนจะต้องเป็นอย่างหยางเจาเหว่ย "

วัตถุสิ่งของสำหรับผมแล้วมันไม่สำคัญมากมาย ผมมักจะหาสิ่งที่ทำให้ผมสบายใจ เพียงแค่มีเวลาผมก็จะไปดูละครเวที หรือว่าไปท่องเที่ยวคนเดียว ความสงบและความนิ่งของจิตใจนั้นเร็วกว่ารถแข่งในโลกที่จะดึงดูดเรา

หลังอายุสี่สิบแล้ว คุณหวังที่จะมีวิถีชีวิตอย่างไร ไม่ต้องการให้มีงานเยอะอย่างนี้ ในวัยนี้นั้นควรจะมีชีวิตอย่างสบายๆผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นร่างกายและจิตใจ สิ่งที่ผมหวังที่สุดก็คือสามารถที่จะไปท่องเที่ยวทั่วโลกได้ ไปกับคนที่เรารักหรือเปล่า? สำหรับความรักแล้วคุณรู้สึกอย่างไรกับมัน? เป็นเรื่องของคนสองคน หลายๆครั้งนั้นจำต้องดูความรู้สึกด้วย ผมไม่ได้เอนตี้เรื่องแต่งงาน อยากแต่งก็แต่ง ไม่อยากแต่งก็อยู่ด้วยกัน ความรักเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์และบอบบางที่ควรจะดึงดูดกันและกัน และไม่ใช่จะไปยืนยันอะไร ผมเองไม่ใช่ว่าอยากจะมีลูกสักเท่าไร เป็นโลกส่วนตัวของเราสองคนนั้นน่าจะเหมาะกับชีวิตผมนะ

การผ่อนคลายในความเครียดของเขานั้นพิเศษมาก เมื่อเขาไม่สบายใจนั้นจะไปที่สถานฟิตเนส ผ่อนคลายๆ ขณะที่ออกกกำลังกายนั้นก็จะระบายอารมณ์ไปด้วย อุปสรรค์ของชีวิตนั้นไม่น่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวคืออารมณ์ที่ไม่สามารถขจัดทิ้งไป ทุกครั้งที่เป็นอย่างนี้ ผมจะเข้าไปที่ฟิตเนสกว่าครึ่งวัน ให้ออกเหงื่อหน่อยๆ เหนื่อยมากๆแล้วก็จะไม่คิดเรื่องวุ่นๆแล้วหล่ะ จะไม่คิดอะไรเลย อารมณ์ถูกระบายแล้ว ก็จะสงบลงอย่างอัตโนมัติแล้วสามารถไปเคลียปัญหาได้แล้ว เวลาที่ว้าวุ่นใจนั้นไม่ไปพูดคุยกับเพื่อนๆ หรือหาหนทางออกหรือ? เขายิ้ม วิธีการระบายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผมไม่ชอบที่จะเอาปัญหาของตัวเองไปรบกวนคนอื่น อย่างไรก็ต้องแก้ด้วยตัวเอง และอุปนิสัยของคนราศีกันย์ก็ปรากฏในตัวของเขา


ทุกเรื่องราวนั้นควรคิดในแง่บวก

เพื่อนนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมากในชีวิตซูโหย่วเผิง ที่ผ่านมานั้นเหตุเพราะหน้าที่การงานทำให้ละเลยเรื่องเพื่อนไป ตอนนี้เขาได้รื้อฟื้นทีละคน มารื้อฟื้นความเป็นมิตรที่ดีในอดีตใหม่อีกครั้ง ผมมักจะใช้เวลาว่างที่ไม่มีงานแล้วกลับไปที่ไต้หวันนัดพวกเขามาทานข้าวด้วยกันพูดคุยกัน เพื่อนสมัยวัยรุ่นที่ได้รวมตัวอยู่ด้วยกันนั้นเป็นความรู้สึกที่ดีที่สุด ไม่มีใครที่จะคุยกับคุณอย่างเกรงใจเพราะการงานหน้าที่ตำแหน่งหรอ ชีวิตที่มีเพื่อนที่มีความคิดที่อิสระสบายๆอย่างนี้หาไม่ค่อยมีเลยแหล่ะ ทุกนาทีที่ได้อยู่กับพวกเขานั้น ล้วนรู้สึกได้ถึงความไว้วางใจที่มีสูงมาก

เมื่อได้เอ่ยถึงนักท่องเที่ยวในจีนที่พึ่งไปท่องเที่ยวที่ไต้หวันนั้น ซูโหย่วเผิงได้แนะนำสถานทีเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจมาก แม้ว่าจะเคยเดินท่องไปทั่วโลกแล้ว แต่เกาะเล็กๆนี้ก็ยังมีเอกลักษณ์พิเศษของมันอยู่ หากว่าคุณจะมาไต้หวัน ในถนนคนเดินเล็กๆที่เต็มไปด้วยผู้คนและสินค้าอาหารมากมายสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยที่จะชิมมัน "ม้อไฟราม่า" กับ "ทอดเขอจื่อ" นั้นเป็นอาหารสุดยอดสองอย่างที่เขาได้แนะนำให้เรา

"ราม่า" นั้นก็คงไม่ต้องพูดมากมายเพราะในจีนก็มีเยอะอยู่แล้ว แต่ "เขอจื่อ" ทอดซิเป็นอาหารขึ้นชื่อของไต้หวันเลยแหล่ะ เป็นอาการที่ทำจากเนื้อปลาสด ผักโถงเกา ไข่ ก่อนอื่นก็ต้องใช้กะทะท้องแบนใส่น้ำมันตั้งให้ร้อน แล้ว "เทเขอจื่อ" ลงไป ไข่ไก่ ผักกาดแล้วโรยซอส รอ เขาจื่อ ร้อนแล้วจะพองขึ้น แล้วเอาอาหารที่ทำสุกๆนี้ลิ้มลองเข้าปากแล้วล่ะก็ เมื่อพูดถึงตรงนี้แล้ว ตัวผมเองน้ำลายก็จะไหลแล้วหล่ะ" เมื่อทานอาหารนี้แล้ว ซูโหย่วเผิงก็จะนำพวกเราไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะหยางหมิงซัน


ที่ของสวนและต้นไม้ของสวนนี้นั้นเขียวสวยมาก คุณจะสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ความงามธรรมชาติของไต้หวัน ยังจำได้ไหมในตอนเด็กที่พวกเราตื่นเต้นกับหิ่งห้อยในสวนสาธารณะ หยางหมิงซันนั้นในเดือนต่างกันนั้นก็จะเห็นตัวหิ่งห้อยที่ต่างกันไปด้วย ทิวทัศน์อย่างนั้นคุณสามารถจิตนาการณ์ได้ไหม? ก็เหมือนกับได้เข้าไปสู่โลกแห่งความสวยงามอย่างนั้น คุณคงคิดไม่ถึงว่าไต้หวันมีสถานที่อย่างนี้ล่ะซิ” เสร็จจากการชมหิ่งห้อยแล้ว ซูโหย่วเผิงแนะนำให้ไปบ่อน้ำพุร้อนของหยางหมิงซัน จะให้ดีที่สุดนั้นต้องพักที่ภูเขานั้น ไปกินผักสดที่คนพื้นที่ได้ปลูก “ กลางคืนนั้นจะชมดาวในบรรยากาศที่เย็นสบายอย่างนั้น คุณก็จะรู้สึกถึงสวรรค์ก็อยู่ใกล้ๆกับคุณ”

ซูโหย่วเผิงเคยได้รับอีเมล์ เป็นเกมส์ ชื่อมันคือ “ทุกอย่างล้วนคิดในทางบวก” นี่ก็เเหมือนกับที่คุณแม่ตังเคยถาม วันนี้เงินสิบเหรียญที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงหายไปแล้ว เด็กๆควรจะดิดในทางที่ดี นี่หมายความว่าไง ก็คือยังดีนะที่ใม่ใช่หนึ่งร้อยที่หายไป หากว่าคุณแม่ถาม วันนี้ไปเรียนไม่เอาร่มไป แต่ว่าฝนตกหนัก เด็กสามารถตอบว่า ยังดีนะที่บ้านน้าอยู่ใกล้ๆ สามารถเอาร่มมาให้ผมใช้อีก คุณแม่ถาม ตั้งใจในการเรียนและทำการบ้านเป็นอย่างมาก แต่ผลสอบนั้นไม่ได้ดังใจหวังเลย ...เด็กๆตอบว่า อย่างน้อยผมก็ไม่ได้ลอกแอบดู กติกาในการเล่นของเกมส์นี้ก็คือ ต้องพยายามมองสถานการณ์ที่ดูเหมือนเลวร้ายกลับให้คิดเป็นแง่บวก หากคนไหนที่สามารถพริกสถานการณ์ที่เลวร้ายกลับกลายเป็นดีนั้นคนนั้นก็จะเป็นผู้ชนะ

“เมื่อดูเกมส์นี้แล้ว เริ่มคดถึงนิทานเรื่องหนึ่ง มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ทำนาฬิกาข้อมือที่รักหวงนั้นหาย เครียดกลุ้มตลอดเวลา จนเป็นเหตุให้ป่วย มีเพื่อนมาเยี่ยมเขา เมื่อทราบถึงสาเหตุ แล้วถามเขาว่า “หากวันหนึ่งคุณทำเงินหนึ่งหมื่นหายอย่างไม่ตั้งใจ คุณจะทำเงินสองหมื่นหายอย่างตั้งใจหรือเปล่า? หญิงสาวตอบว่า “ไม่แน่นอน” แล้วทำไมหลังจากที่คุณทำเงินหนึ่งหมื่นหายแล้ว ยังต้องมาทำเอาเวลาแห่งความสุขและสุขภาพของสองอาทิตย์หายไปด้วยหล่ะ? หญิงสาวฟังแล้วได้ตื่นขึ้นดังฝันเลยแหล่ะ “เกมส์เรื่องนี้ทำให้ซูโหย่วเผิงเข้าใจว่า การจะได้ความสุขนั้นจริงๆแล้วมันไม่ยากอย่างนั้นเลย เพียงแค่ไปเล่นเกมส์ทุกเรื่องล้วนคิดในทางที่ดีเสมอเท่านั้น ชีวิตก็จะสวยงามเป็นอย่างยิ่ง” “สิ่งที่ต้องการที่สุดของชีวิตคนเราคือความคิดที่มองแง่ดี ความสุขก็จะไม่ห่างเหินเราไป ความคิดอย่างนี้จะนำมาซึ่งหยุดลงน้อยลง ชีวิตนั้นล้วนจะต้องสูญเสียไปกับวันเวลา และยังเป็นเวลาที่ได้รับด้วย หรือพูดได้ว่า พยายามที่จะให้มันสูญเสียน้อยที่สุด นี่ก็เป็นสิ่งที่ได้รับแล้วนะ

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11116
    • ดูรายละเอียด
Re: 2009 นิตยสาร Top in life ฉบับเดือน กุมภาพันธ์
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 07:37:48 PM »

กระทู้ถามสด

ถาม >> คุณรู้สึกถึงนิสัยบุคลิกภาพของคนได้เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง?

ตอบ << ผมรู้สึกว่าตอนเด็กผมยังไม่มีนิสัยคนราศีกันย์ แสวงหาความเพร์อแฟรค อย่างไรก็ตามที่ตัวเองได้ผ่านสามสิบแล้ว ได้รับอิทธิพลจากธาตุน้ำ ผมก็ได้เปลี่ยนเป็นแบบตามธรรมชาติแล้ว อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นการหยวนๆ(ผ่อนคลาย)ให้กับตัวเอง เป็นวิธีการที่จะหยวนๆต่อคนอื่นที่ไม่เลวเลย

ถาม>> อะไรที่ทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไป?

ตอบ<< ผมรู้สึกว่าผมมีอารมณ์ขำขันกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย ตามตรรกแล้วราศีกันย์นั้นจะเป็นคนที่จริงจัง ตอนนี้กระทบจากธาตุน้ำ ผมก็จะมีมุมมองที่สบายและให้อภัยกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ถาม>> ท่าทีมุมมองของชีวิตคุณในตอนนี้นั้นเป็นอย่างไร?

ตอบ<< ผมคิดว่าการปล่อยไปตามธรรมชาตินั้นจะดีที่สุด มีคนมากมายนั้นจะกระวนกระวายและพยายามจะฉวยโอกาสไว้ ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงเงินทอง ผมรู้สึกว่าหลายคนจะทำให้คนเรากระวนกระวายใจร้อน หรือว่าทำให้กระหายความสำเร็จเกินไป แต่ผมจะคิดว่า ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายก็จะดีกว่า

ถาม>> แต่ว่าในวงการอย่างนี้ ทำอย่างไรถึงจะมีชีวิตแบบเรียบง่าย?

ตอบ<< ผมไม่ได้เป็นเด็กใหม่ของวงการบันเทิง จุดสูงสุดของชีวิตนั้นผมได้ผ่านมาแล้ว ฉะนั้นวันนี้ที่เจอกับสิ่งเหล่านี้ ผมไม่กระเสือกกระสนหามัน และก็ไม่ใช่ว่าไม่มีมันไม่ได้ ฉะนั้นมุมมองคุณค่าของชีวิตของผมนั้นก็จะปล่อยไปตามธรรมชาติ ง่ายๆหน่อย เรียบๆหน่อย จริงๆแล้ว ไม่โลภชีวิตถึงจะร่ำรวยได้ แม้จะหาได้ทุกสิ่งในโลก สุดท้ายคุณก็ได้แค่เหนื่อยแล้วนอนได้แค่เตียงเดียวและหิวแล้วก็ได้แค่มื้อเดียวมิใช่หรือ?

ถาม>> คุณเป็นคนหนึ่งที่ใส่ใจในเรื่องความสวยความหล่อ ในชีวิตนั้นมีการใช้จ่ายเรื่องนี้อย่างไร?

ตอบ<< สำหรับจุดประสงค์ จริงๆแล้วผมไม่ได้ใส่ใจมันเท่าไร ค่าใช้จ่ายที่เยอะที่สุดสำหรับผมแล้วน่าจะเป็นเสื้อผ้ามั้ง เพราะมันเกี่ยวกับเรื่องงานด้วย นอกจากงานการแสดงแล้ว ศิลปินนั้นจำต้องให้การแต่งตัวมาเเป็นจุดเด่นสร้างภาพพจน์ของตัวเอง นอกเหนือจากนี้แล้ว ผมก็ไม่มีจ่ายใช้จ่ายอะไรที่พิเศษอีก ไม่ซื้อรถแข่ง และสะสมของโบราณมีค่าก็ไม่เป็น เข้าวงการมานานอย่างนี้ ยิ่งนานวันก็ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งของนอกกายนั้นยิ่งเรียบง่ายและใช้ได้ก็ยิ่งจะดีกว่า เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ผมมักจะชอบแสวงหาสิ่งของที่ทำให้ผมมีความสุขมากกว่า เช่นถ้ามีเวลาผมก็จะไปดูละครเวที หรือว่าไปท่องเที่ยวคนเดียว ความสมบูรณ์ของร่างกายและความสงบของจิตใจนั้นเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจผมมากกว่ารถแข่งที่เร็วที่สุดในโลกอีกด้วย


Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11116
    • ดูรายละเอียด
Re: ก.พ.-2009 นิตยสาร Top in life
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2016, 12:52:24 PM »
[09.01.23]人生风景不只在峰顶(好主妇2月刊)
http://tieba.baidu.com/p/529920921?pn=1

[FACEBOOK FANPAGE]
https://www.facebook.com/AlecfanclubinThailand/posts/1259598104078680