ผู้เขียน หัวข้อ: 2004 แชริมเล่นละครฟอร์มยักษ์ ขุนศึกตระกูลหยาง  (อ่าน 3623 ครั้ง)

prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4548
    • ดูรายละเอียด
[ปี 2004] แชริมเล่นละครฟอร์มยักษ์ ขุนศึกตระกูลหยาง 1/2


prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4548
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 แชริมเล่นละครฟอร์มยักษ์ ขุนศึกตระกูลหยาง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2013, 10:05:45 AM »
[ปี 2004] แชริมเล่นละครฟอร์มยักษ์ ขุนศึกตระกูลหยาง 2/2


prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4548
    • ดูรายละเอียด
Re: 2004 แชริมเล่นละครฟอร์มยักษ์ ขุนศึกตระกูลหยาง
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2013, 12:13:24 PM »
แชริมเล่นละครฟอร์มยักษ์ ขุนศึกตระกูลหยาง

>>ช่วงนี้รู้สึกว่าดาราเกาหลีเข้ามาโด่งดังที่ฝั่งไต้หวันเป็นว่าเล่นเหมือนกลายเป็นแฟชั่นไปแล้วที่ต้องโกอินเตอร์มาโกยคะแนนหนุ่มตี๋สาวหมวยกันยกใหญ่ เช่นสาวสายแต่ไม่โสดอย่าง แชริม ไงล่ะ งานในมือตอนนี้ยุ่งซะไม่มี ช่วงนี้ก็เลยทำให้ดาราจากไต้หวันเองโด่งดังน้อยกว่าเกาหลีไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่เป็นอะไรนะคิดว่าช่วยๆ กันในเอเชียของเราละกัน แต่ละประเทศจะได้มีกำลังใจในการผลิตละครและหนังที่มีคุณภาพให้เราดูกันอีกนานๆ

>> "มนต์รักทะเลอีเจี้ยน" ผลงานที่สาวแชริมเคยฝากไว้กับชาวไต้หวันมาแล้วเรื่องหนึ่ง ที่เธอแสดงคู่กับซูโหย่วเผิงและละครเกาหลีอีกหลายเรื่องของเธอที่ได้ออกฉายที่ไต้หวัน หน้าตาที่ดูหวานๆ เรียบร้อยอย่างเธอก็สามารถดึงดูดแฟนๆ ได้ดีเชียวล่ะ ที่แชริมได้เล่นเรื่องมนต์รักทะเลอีเจี้ยนก็เพราะว่าบริษัทสร้างละครไต้หวันได้ติดอกติดใจในฝีมือการแสดงของเธอ ก็เลยเชิญมาเล่นละครร่วมกับดาราจีนสักหน่อย เรื่องนี้มีดารานำคือซูโหย่วเผิง,แชริมและเหอยุ่นตง เป็นละคร 40 ตอนจบ ที่สำคัญแต่ละฉากก็ได้ออกไปถ่ายทำนอกสถานที่ถึงประเทศแถบยุโรปเชียวล่ะ ในละครแชริมรับบทเป็นเสี่ยวถง นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยคณะดนตรี เอกเปียโน ซูโหย่วเผิงรับบทเป็นลูกคนรวย เขาและเธอพบกันโดยบังเอิญในสถานที่แห่งหนึ่ง ส่วนเหอยุ่นตงมาเจอกันทีหลัง สุดท้ายความรักก็เลยกลายเป็นรักสามเส้าเหมือนละครรักทั่วไป

>>เป็นเพราะว่าแชริมพูดแต่ภาษาเกาหลีเวลาที่แสดงเลยต้องใช้การแสดงทางสีหน้าและกิริยาล้วนๆ ในการสื่อสารกัน เหอยุ่นตงชอบแกล้งแชริมบ่อยๆ อย่างเช่นช่วงที่เข้าฉากกันนั้น ยุ่นตงก็พูดกวนๆ ว่า"คุณชอบผมรึเปล่า","วันนี้อากาศไม่เลวนะ","กินอิ่มจังเลย" หลังจากนั้นยุ่นตงก็แอบหัวเราะหลังฉาก แชริมเองก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลยได้แต่ทำหน้างงๆ แต่ซูโหย่วเผิงกลับไม่เป็น

เช่นนั้น มีหลายฉากที่ต้องเล่นด้วยกัน ดีดเปียโนไปพูดคุยพลอดรักกันไป ขืนถ้ามัวแต่เล่นสมาธิต้องแตกแน่ๆ เสียงอันไพเราะของเปียโนบรรเลงออกมาพร้อมความรักที่เปล่งประกายไปทั่ว ถึงแม้จะไม่ต้องใช้คำพูดแต่ทั้งสองก็ใช้สายตาเป็นสื่อแห่งความรักซึ่งกันและกัน(คนแปลจะเลี่ยนอยู่แล้วนะเนี่ย) มิน่าล่ะ หลังจากเล่นเรื่องนี้จบทั้งซูโหย่วเผิงและแชริมเลยถูกจีบมาเล่นในเรื่อง"ขุนศึกตระกูลหยาง"กันต่อทันที

>>ก้าวไปไกลถึงไต้หวันจนได้เล่นหนังฟอร์มยักษ์

>>แชริมนับว่าเป็นดาราเกาหลีที่โด่งดังเร็วที่สุดในแถบเมืองจีนและไต้หวันก็ว่าได้ เพราะหลังจากถ่ายเรื่อง"มนต์รักทะเลอีเจี้ยน"จบแล้วเธอก็เพิ่งจะแต่งงานไป เลยไม่ค่อยมีเวลากลับเกาหลีเพื่ออยู่กับครอบครัวของเธอมากเท่าไหร่ ครั้งนี้เธอมาที่สงเจียงเพื่อถ่ายทำละคนแนวโบราณฟอร์มยักษ์เรื่อง"ขุนศึกตระกูลหยาง" ซึ่งมีทั้งหมด 30 ตอน เรื่องนี้ดารานำแสดงมากมาย เช่นซูโหย่วเผิง,เจ้าหย่าจือ,ตี้หลุง,เป่าเจี้ยนฟง,หูจิ้ง แต่ละคนที่เอ่ยชื่อมาฝีมือการแสดงถึงชั้นเยี่ยมยอดทั้งนั้น เลยทำให้แชริมรู้สึกประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก ถึงแม้เธอจะไม่รู้จักพวกเขาและเธอดีก็ตาม แต่แค่ได้ยินคนอื่นเล่าให้ฟังก็กลัวๆ ซะแล้ว โดยเฉพาะครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เธอได้สวมชุดโบราณของจีน แชริมเลยรู้สึกปลื้มเป็นพิเศษ ก็เพราะว่าถ้าอยู่ที่เกาหลีคงไม่ได้แต่งชุดแบบนี้หรอก

>>ทุกๆ ตอนที่ถ่ายนับแล้วก็ประมาณตอนละ 2 ล้านเหรียญจุดเด่นของเรื่องนี้ก็คือการนำเอานิทานพิศดารแห่งความจงรักภักดีมาเผยแผ่ให้ทุกคนได้รับรู้ แชริมรับบทเป็น"หวังวี๋มา"ส่วนซูโหย่วเผิงเล่นเป็น "หยางส้อหลัน" เขายอมเสียความรักส่วนตัวเพื่อส่วนรวม ทำให้ความรักของเขาและเธอต้องทนทุกข์ทรมาน ถึงแม้เรื่องนี้จะได้ถ่ายทำกับดาราดังหลายๆ คนแต่แชริมก็อุ่นใจที่ได้เล่นกับคนที่คุ้นเคยอย่างซูโหย่วเผิง ก็เลยไม่ต้องเกร็งอะไรมาก "ฉันดีใจค่ะที่ได้มาเล่นคู่กับเขาอีก นี่ก็เป็นครั้งที่สองแล้ว ซูโหย่วเผิงเป็นนักแสดงที่มีฝีมือดีมาก แถมสมาธิก็ยังดีอีก ถ้าครั้งต่อไปเราได้เล่นคู่กันอีกฉันก็ยินดีนะคะ"

>>แหม...รู้สึกว่าแชริมจะปลื้มในตัวของซูโหย่วเผิงไม่เบาเลยนะ แล้วอย่าให้คู่รักตัวจริงต้องมานั่งอิจฉาถึงขนาดต้องบินตามมานั่งเฝ้าที่กองถ่ายล่ะ เดี๋ยวจะไม่เป็นอันทำงานกัน ก็เราได้ข่าวมาว่าหวานจนน้ำตาลต้องเรียกพี่เลยไม่ใช่เหรอจ๊ะ