ผู้เขียน หัวข้อ: 2007 ซูโหย่วเผิง ขอเป็นนักเรียนอีกหน  (อ่าน 2361 ครั้ง)

prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4548
    • ดูรายละเอียด
2007 ซูโหย่วเผิง ขอเป็นนักเรียนอีกหน
« เมื่อ: มกราคม 13, 2013, 05:04:14 AM »
ซูโหย่วเผิง ขอเป็นนักเรียนอีกหน
https://www.facebook.com/partanalive/media_set?set=a.491149381093147.1073742024.100005942678997&type=3&uploaded=18






prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4548
    • ดูรายละเอียด
Re: 2007 ซูโหย่วเผิง ขอเป็นนักเรียนอีกหน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 13, 2013, 05:13:52 AM »
<a href="http://www.youtube.com/v/?feature=player_embedded&amp;v=5nWi3o8rQBQ" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/?feature=player_embedded&amp;v=5nWi3o8rQBQ</a>

prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4548
    • ดูรายละเอียด
Re: 2007 ซูโหย่วเผิง ขอเป็นนักเรียนอีกหน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มกราคม 30, 2013, 06:46:16 AM »
ซูโหย่วเผิง ขอเป็นนักเรียนอีกหน

การตัดสินใจดร็อปเรียน และเดินออกจากมหาวิทยาลัย National Taiwan มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของไต้หวัน นับเป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตของนักแสดงหนุ่มซูโหย่วเผิง มาจนถึงทุกวันนี้

ซูโหย่วเผิง ก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงกว่า 10 ปีแล้ว แต่ทว่าก็ยังอยากจะทำตามความฝันของการเป็นนักศึกษาที่เขาเคยละทิ้งไปให้เป็นความจริงขึ้นมา เขาก็เลยกลับเข้ามาลงสนามการเรียนอีกหน

ก่อนหน้านี้ซูโหย่วเผิงได้แอบสมัครการอบรมสร้างเว็บเพจด้วย Dream Weaver ที่ภาควิชาการสารสนเทศที่คณะออกแบบมหาวิทยาลัยไต้หวันเอาไว้ ทำให้มีเสียงร่ำลือที่ไม่ดีออกมา ถึงขนาดที่ว่ามีคนคิดว่าเขาอยากจะสร้างข่าว แต่เขาก็ออกตัวว่า "ก็แค่เรียนภาคค่ำน่ะครับตลอดเวลาที่ผ่านมามีอะไรหลายอย่างที่ผมอยากจะทำแล้วยังไม่ได้ทำ ก็แค่อยากจะตอบคำถามให้ตัวเองได้บ้างก็เท่านั้นน่ะครับ"

เมื่อครั้งที่ ซูโหย่วเผิง เรียนอยู่ที่คณะวิศวกรรมเครื่องกล ปี 3 เขาต้องดร็อปและออกจากการเรียนไปกลางคัน เขาบอกว่าตอนนั้นสังคมค่อนข้างปิด แล้วเขาก็อายุยังน้อย รู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองตกเป็นเป้าสายตา เหมือนจะไม่ได้รับการให้อภัยจากคนทั้งโลก และตอนนั้นชื่อเสียงของ เสี่ยวหูตุ้ย ก็กำลังอยู่ในช่วงขาลง ซูโหย่วเผิงที่ต้องแบกรับเรื่องการเงินของครอบครัว ที่ตอนนั้นเหลือเงินในบัญชีเพียงแค่ 7 หมื่นเหรียญไต้หวัน ความกดดันที่เขามีในตอนนั้นมันจึงมากมายเกินกว่าที่เขาจะสามารถทนเรียนต่อไปไหว

หลังจากดร็อปเรียน เขาหลบอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลานาน ไม่กล้าออกไปไหน ความฝันทุกอย่างรวมทั้งการไปเรียนต่อเมืองนอก และความฝันที่จะเรียนภาษาอังกฤษให้ดี ทั้งหมดกลายเป็นเพียงความฝันที่เกินเอื้อม จนกระทั่งเขาได้แสดงละครเรื่อง"หวนจูเกอเกอ"(องค์หญิงกำมะลอ) ทำให้ชื่อเสียงในด้านการแสดงของเขาพุ่งถึงขีดสุด จากนั้นเขาก็พยายามมาโดยตลอด จนกระทั่งมีโอกาสกลับมายังสถาบันเก่าอย่างในวันนี้

และนี่คือสาเหตุที่ทำให้เขาสมัครเรียนครั้งนี้ ซึ่งเป็นการอบรมในช่วงปิดเทอมฤดูหนาว ต้องไปเรียนทุกวัน ตั้งแต่ 09.30 น. เขาพูดติดตลกว่า เพื่อนๆ ต่างพากันจับตาดูเขาว่าจะมีปัญญาคลานออกจากเตียงไหวหรือเปล่า เขาเองก็คิดเหมือนกันว่าเพื่อนนันเรียนร่วมคลาสของเขาก็คงจะมองเขาด้วยสายตาแบบนี้ แต่ว่าแล้วยังไงล่ะ เขาเชื่อว่าตัวเองทำได้ ได้มีโอกาสกลับมาเรียนอีกหน มันก็ทำให้เขาปลื้มมากพอแล้ว

ไปเรียนวันแรกก็สายซะแร้วววว กลับมาเข้าห้องเรียนวันแรก ซูโหย่วเผิง ก็มาสายประเดิมเลย เขาตอบอายๆ ว่า"จริงๆ ผมตื่นแต่เช้าเลยนะ แต่ว่าไม่รู้ตัวเองเป็นอะไร ทำอะไรวุ่นวายทั้งเช้า รู้สึกว่าตื่นเต้นกว่าการถ่ายละคร หรือขึ้นรับรางวัลเสียอีกนะครับ" เช้าวันที่ 22 มกราคม เวลา 09.30 น. วันแรกของการเรียนแต่ซูโหย่วเผิงก็สายไป 5 นาที

ซูโหย่วเผิง เจตนาทำตัวติดดินด้วยการสวมหมวกแก๊ปปกปิดใบหน้าแอบย่องเข้าไปหามุมนั่งด้วยท่าทางที่เป็นกังวลว่าเพื่อนๆ และอาจารย์จะไม่พอใจ โดยเฉพาะเมื่อพบว่ามีกล้องของสื่อมาคอยอยู่ก่อนแล้ว ก็ยิ่งทำให้เขาไม่พอใจมากขึ้น แต่สุดท้ายก็ต้องทนยอม จนกระทั่งเลิกเรียนมีอาจารย์และนักศึกษาหลายคนวิ่งมาขอถ่ายรูปคู่กับเขา ถือเป็นการอ้าแขนรับเขากลับมาสู่มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันอีกครั้ง

ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ในห้องเรียนมีแฟนตัวยงของซูโหย่วเผิง 2 คนไปร่วมเรียนด้วย ซึ่งเขาก็ตอบยิ้มๆ ว่า แฟนๆ สองคนนี้คอยสนับสนุนเขามาโดยตลอด พอได้ยินข่าวว่าเขาสมัครเข้าเรียน ก็เลยมาสมัครด้วย

พอได้เห็นแฟนๆ ว่าแล้วซูโหย่วเผิงก็เกิดความรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาทันที ในระหว่างการเรียน ทั้งสามคอยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตลอด(แอบคุยเวลาเรียนนี่นา) ซูโหย่วเผิง มีการยืมยางลบจากพวกเธอด้วย(มาเรียนไม่เตรียมเครื่องเขียนนะพ่อคู้น) แฟนๆ กลายมาเป็นเพื่อนร่วมชั้น ซูโหย่วเผิง บอกว่า ดาราก็มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคมอยู่แล้ว ทุกคนได้มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลยครับ