ผู้เขียน หัวข้อ: 2012 Gainer  (อ่าน 3266 ครั้ง)

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
2012 Gainer
« เมื่อ: ธันวาคม 01, 2012, 11:47:27 AM »
http://tieba.baidu.com/p/2013561579

บทสัมภาษณ์ซูโหย่วเผิง จาก นิตยสาร Gainer  28  พฤศจิกายน 2012


"ผมมีความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตคือการปฏิบัติภายใต้สิ่วแวดล้อมภายนอก ช่วยให้คุณสามารถหันกลับเห็นความสงบของจิตใจ"

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: 2012 Gainer
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2012, 11:56:28 AM »
ซูโหย่วเผิง _______ ผู้ที่ความหนุ่มไม่เคยจางหายไป

เริ่มกันด้วย

หนวดเปรียบเสมือนเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่มหัศจรรย์,ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของคนทั้งหมดไม่สามรถที่เอาภาพของผู้ชายที่ฮอตมารวมกับไกวไกวหู่เข้าด้วยกันได้.ในการช่วยเหลือของเขา,ในโรงถ่ายภาพยนตร์ของซูโหย่วเผิงเพื่อเข้ากับบทที่เข้ากับยุคสมัย,ทุกครั้งที่ส่องกระจก,มักจะเกิดความรู้สึกที่ภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก.เมื่อเสียงชัตเตอร์ถูกกดลงหลังจากเสียงหัวเราะและยังคงบอกอะไรได้หลายอย่าง.ใช่,ไม่มีเปลี่ยน,ยังคงเหมือนกับยี่สิบปีที่แล้วที่ลอยยิ้มที่ดูสดใสนั้นถูกส่งผ่านคลื่นไฟฟ้าไปตามริมทะเลฝากโน้นมาถึงนี่.เสียงหัวเราะที่ฉุดให้คิดในอารมณ์ที่แตกต่างกันในน้ำสียง,เป็นความจงใจที่จะปิดบังอายุ ความเคอะเขินนั้นไม่อาจจะให้อภัยได้เลยเชียวหรือ? อย่าถือสาเลย,สิ่งที่พวกเราให้ความสนใจนั้น,ก็คือความวัยเยาว์ในเสียงหัวเราะที่ไม่เคยเปลี่ยนไป.


( ความทึ่ม มาจากต่างถิ่นในวัยเด็ก )

บทละครหรือหลังากที่ได้รับรางวัลโนเบิลแล้ว,นวนิยายที่เอามาแสดงเป็นบทภาพยนตร์ก็ยังได้รับความนิยม.เมื่อพูดถึงปี 2000 จากเรื่อง ( ดอกฝ้ายขาว ) ,คำตอบที่ได้จากซูโหย่วเผิงคือ “เป็นเกียรติ์มาก”. เค้าได้โพสตรูปไว้รูปหนึ่งในสมัยนั้นทางหน้าเว็ป,ใส่เสื้อโปโลกับชุดทำงาน,เซ็ตผมตั้ง,ทั้งหมดมันเหมือนเด็กที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมทางภาคเหนือของจีนเค้าทำกัน,ถ้าจะให้เอาคำมาเปรียบเทียบในตอนนี้คงเป็น “ทั้งทึ่มทั้งบ้านนอก”. จากภาพยนตร์เรื่องนั้น,เค้ามีความรักที่หลบซ้อนในความเงียบ,และในความเงียบนั้นกลับลอบรักกันเหมือนดอกปุยฝ้ายที่กองเป็นชั้นๆ,เค้าได้ช่วยปกปิดความรักลับของคนที่เค้ารักไว้,ชกจนฟันหักแหลกจนถึงหน้าท้อง อึม......ปลายศตวรรษที่ 20 กับหนุ่มซูโหย่วเผิง,ในความทรงจำของทุกๆคนคือภาพพจน์ของชายโหดเหี้ยมจากหนังจอแก้ว. ในปี 1996  ( ฉิงเซ่อ ) เรื่องราวที่พูดถึงวัยเยาว์ของซูซ่าวเลี่ยน,จุดขายอยู่ที่บทบาทซูโหย่วเผิงและเจิ้งเจียซูนักแสดงนำ,ในโปสเตอร์ของภาพยนตร์ยังให้คำกำจัดความว่า “ไกวไกวหู่ครั้งแรกกับการลิ้มลองบทต้องห้าม” เป็นคำอะไรประมาณนั้น,แต่พระเอกของเราจะเป็นคนใบหน้าก็ฟ้องจะเป็นคนอะไรพันธุ์นั้นได้อย่างไร? เมื่อพูดถึงเสี๋ยวหู่ตุ้ยแยกวงกันต่างคนก็ต่างมีหนทางชีวิตที่แตกต่างกันไป,ทางซูโหย่วเผิงเองก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่จะต้องเดินหันหลังกลับ,แต่จะเก็บความทรงจำที่ดีเหล่านั้นไว้. “ตอนที่ถ่ายทำเรื่อง ( องค์หญิงกำมะลอ ),แล้วหลังจากนั้นก็ได้รับรางวัล,ในตอนนั้นแสดงว่าทุกๆทราบกันดี,มันเหมือนกับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของการทำงานเลย.แต่สำหรับผมแล้วนะครับ,ความลำบากกับการทำงาน,การที่เราจะฟันฝ่าต่ออุปสรรคนานานัปการ,มันกลับจำฝังลึกลงไปในจิตใจ.เพราะฉะนั้นแล้ว,ผมคิดว่าเราก็ไม่สามารถที่จะเอาเกียรติ์ความภูมิใจมาบอกได้ว่าอะไรที่คือสิ่งที่ดีที่สุด.”

แต่ใครก็ไม่อาจลืมในปี1988.ตอนนั้นซูโหย่วเผิงเพิ่งจะอายุ15ปีที่ได้มาร่วมวงเสี๋ยวหู่ตุ้ย,เป็นเส้นทางที่เค้ากับสมาชิกหนุ่มอีกสองคนนับเป็นการประกาศเปิดวงด้านวงการบันเทิงเป็นครั้งแรก.วงเสี๋ยวหู่ตุ้ยเหมือนปุ่มกดเวลาช่วงหลังปี 70,80 ,แต่ซูโหย่วเผิงเหมือนกับมีเหตุผลที่ไม่อยากให้พวกเรากดปุ่มเหล่านั้น. “ คำถามนี้ผมเหมือนจะเคยตอบพวกคุณไปเกือบจะพันครั้งแล้วนะ,ที่ผมพูดได้,นี้มันก็เป็นแค่เพียงความรู้สึกที่มีร่วมกัน,และที่ผ่านมามันก็รู้สึกเป็นเกียรติ์และความภูมิใจ. ” เค้าไม่คิดที่จะร่วมรำลึกความทรงจำครั้งเก่าไปกับพวกเราอีกครั้ง. อาจจะเป็นไปได้ที่เบื้องหลังของความสดใสนั้นไม่เหมือนกับในหนังสือการ์ตูน,ในความเข้มแข็งอดทนของดารานักแสดง,ทำหน้าตาซื่อซื่อมาจากต่างถิ่นของไกวไกวหู่,ในความเป็นวงซูปเปอร์สตาร์,ถูกปต่งแต้มด้วยคำว่า “ไกว” ของเด็กหนุ่ม. เป็นสื่อกลางแทนการร้องเต้นทุกท่วงทำนองที่ต้องฝึกฝนด้วยความลำบากของเสี่ยวไกว,เป็นพรสวรรค์ของเสี่ยวไกวที่สามารถโชว์ความสามารถบนเวที,แต่คนน้อยนักที่จะรู้,แล้วยังมีความหลงไหลในมาดอนน่าร์.ความบ้าระห่ำการผสมผสานระหว่างบทเพลงเสียงสูงของ “ปู้ไกว” , “ปู้ไกว” เป็นผลงานระหว่างที่เรียนอยู่มหาวิทยาชั้นปีที่ 3 แต่ทำงานเพื่อคำว่าศิลปิน.



Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: 2012 Gainer
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2012, 11:57:28 AM »
( ชีวิตที่มั่นคง เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด )

ตอนนี่ที่ตาเห็นคือ40ไม่ต้องสงสัย,ซูโหย่วเผิงไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกตกใจความผันแปรของวัยหนุ่ม,แต่กลับเข้าใจและรู้ซึ้งถึงการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข.อาจจะเป็นเพราะผ่านร้อนหนาวมามาก,แล้วด้วยอิทธิพลของราศีกันย์,ถึงทำให้ทุกวันนี้มีความสุขกว่าก่อนก่อน. “ผมรู้สึกดีมากมากเลยครับ.ถ้าเทียบกับที่ผ่านมา,ไม่ว่าจะต้องตายดูตัวเองหรือว่าดูสภาพแวดล้อม,จะเป็นช่วงเวลาที่เข้าใจอะไรที่สุด.”

จากเสี่ยวไกวจนมาเป็นผู้ชายที่เจนจบ,ผู้ชมยังไม่รู้และทราบว่าซูโหย่วเผิงนั้นกำลังก้าวผ่านช่วงการเปลี่ยนแปลงตัวเอง. “แสดงบทหนุ่มสดใสในละครโทรทัศน์มันเป็นสิ่งที่ต้องใช้แรงกาย,งานแสดงภาพยนตร์ต้องใช้สติปัญญากำลังสมองและการฝึกฝน.ทั้งหมดนี้ก็คือการสั่งสมประสบการณ์,แล้วหนทางงานของเราก็จะกว้างมากขึ้น. “เพื่อจะได้เป็นหนึ่งในนักแสดงยอดเยี่ยม,ซูโหย่วเผิงนั้นได้เลือกแล้วอย่างเด็ดขาด,แต่มันอาจเป็นทางเลือกที่ต้องเสี่ยง,ลองเลือกบทสองบุคลิกกับบทด้านมืดมาฝึกฝนตนเอง.ถึงแม้ว่าเวลาเค้ายิ้มออกมานั้นเหมือนแสงสว่างที่สดใส,แต่เมื่อม่านฉากนั้นถูกเปิดออก,เล่นบทตามตัวละคร,ทุกบทสะกดใจคนดู. ( เฟิงเซิง ) จากบท ป๋ายเสี่ยวเหนี๋ยนบทเพลง “ เหนี่ยวชิงซือ” ชีวิตดุจสายพิณ,เป็นบทบาทนางเอกชายที่หาได้ยากในรอบ10ปี; ( โจโฉ ) จากบทพระเจ้าเหี้ยนเต้ขับร้องบทเพลง,ซึ่งบทเพลงนั้นบนความเศร้าและความอ่อนแอของที่สุดแห่งการดิ้นรน ; จนมาถึงเรื่อง ( ซาเซิง ) กับบทผู้ล้างแค้น,ความรู้สึกลางๆของวัยเยาว์บนใบหน้าในอดีตแปรเปลี่ยนเป็นมือสังหารที่โหดเหี้ยมได้,ทำเอาใครต่อใครกลัวจนตัวสั่น...................

เค้าก็เหมือนที่จะชอบความรู้สึกที่สอดคล้องกับความเป็นจริงในการถ่ายทำ,ไม่ชอบที่จะเป็นดั่งผ้าขาวที่จินตนาการเพ้อฝันหรือทำบทแกล้งโง่,ในบางเวลาเค้าก็มักจะคิดถึงวันวานไม่ก็มีโลกแห่งจินตนาการเพ้อฝัน.

( การฝึกฌาน )

ทำอย่างไรที่จะเอาความสดใสในวัยเยาว์ไม่เอาไปใช้ล่วงหน้า,ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาทองนี้แต่เดิมเป็นหัวข้อสำคัญที่ดาราซูปเปอร์รุ่นเยาว์ต้องการที่จะหาคำตอบ.ในศตวรรษที่ 20 ยุคปี 90 ของไต้หวัน.พวกเขาเชื่อว่าทุกคนล้วนแล้วแต่มี “ เทพเจ้าคุ้มครอง ” ปกป้องตัว______หลินจื้ออิ่งมีทั้งรถแข่งและความสามารถด้านหน้าที่การงาน; อู๋ฉีหลงมีทั้งงานละครและภาพยนตร์และยังมีธุรกิจร้านอาหาร ; จินเฉิงอู๋มีบัตรประชาชนของญี่ปุ่น ; และซูโหย่วเผิงล่ะ? ฝึกฌาน.

เอาความที่เป็นคนที่ถูกกักขัง,ไม่อาจที่จะบู่มป่ามตัดสินการเข้าถึงโลกแห่งการฝึกฌาน.แต่เอาการนั่งสมาธิและศรัทธามาเป็นกิจกรรมที่ทันสมัย,เค้าก็คือหนึ่งในคนหมู่น้อยของพุทธศาสนิกชนที่จะบรรลุศรัทธาเลื่อมใส,วัฒนธรรมไต้หวันความยากของความเข้าใจวัฒนธรรมของธรรมชาติความรู้สึกใกล้ชิดและความตื่นตัวอยู่เสมอ.มีส่วนช่วยให้เค้าเอาแรงศรัทธาที่จะเข้าถึงการมองชีวิตทุกวินาที.

“ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของความสุขของชีวิตเราก็คือการฝึกจิต.จากภายนอกสู่ภายในจิตใจ,ทำให้คุณไดด้กลับไปสู่จุดเริ่มต้นของความสุขสงบ ”. “ สุขสงบ” เป็นสิ่งที่ซูโหย่วเผิงไม่เคยสนใจและพูดถึงที่สุดคำหนึ่ง.แต่มันก็เป็นเพียงแค่นามธรรมเท่านั้น,ที่ทำให้เค้าเปลี่ยนไปจากไกวไกวหู่ที่คุ้นเคย, 20ปีก่อนชื่นชอบในตัวของมาดอนนาร์,ตามหาแรงบันดาลใจของเด็กหนุ่ม,แล้วในวันนี้ยิ่งชื่นชอบเพลงที่สงบสดชื่น,ค้นหาความคาดหวังในตัวของซูปเปอร์สตาร์,แต่ก็ยังคงต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อความแข็งแกร่งของกำลังกาย. “ผมไม่ใช่พี่ชายที่เป็นคนมีจิตใจที่ละโมบ,หลายปีมานี้, ทั้ง95%ของการใช้ชีวิตผม,แล้วยิ่งไปกว่านั้น 98%ของกำลังผมนั้นเอาไปใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิต,การใช้ชีวิตแบบนี้ยังถือว่าไม่สมบูรณ์แบบ.ไม่กี่ปีมานี้ที่เริ่มผมพยายามปรับเปลี่ยนสัดส่วนของการดำเนินชีวิต,ซึ่งตอนนี้เริ่มรู้จักพอเพียง.”


( ศิลปิน )

ปี2012.การทำงานของซูโหย่วเผิงถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก,จนสามารถที่จะมีห้องทำงานเป็นของตัวเอง,ผลงานเรื่องแรก ( ไม่รักก็อย่ามากวนใจ ) ซึ่งเค้าเป็นทั้งนักแสดงและผู้จัดในคราวเดียวกัน,สิ่งที่แสดงให้เห็น,ทั้งอู๋ฉีหลงและหลินซินหลู๋,วงการบันเทิงของจีนแผ่นดินใหญ่ได้เพิ่มนักแสดงชายไต้หวันที่มีปณิธานอันแน่วแน่และนี่ถือเป็นเรื่องดียิ่งกว่า,ที่ทำ

ให้เสือน้อยตัวนี้ต้องเข้าการต่อสู้ในชีวิต,หรือว่าผลงานเรื่อง ( ปู้ปู้เหลียงซิน ) ของอู๋ฉีหลงจะกลับมาดังอีกครั้ง, นี่จะเป็นความกดดันให้กับซูโหย่วเผิง? แต่ทางซูโหย่วเผิงคิดว่า,นี่ “มันเป็นพรหมลิขิตอย่างหนึ่ง”, มีทางเลือกให้เลือกสู่หนทางสงบ.แล้วหนึ่งปีก่อนหน้านี้,เค้าก็ไม่เคยมีความคิดแบบนี้มาก่อน. จนเมื่อปี2011 ภาพยนตร์ ( โจโฉ ) ได้ถ่ายทำเสร็จ,บทบาทของพระเจ้าเหี้ยนเต้ที่แสดงได้ค่อนข้างยาก,เค้าจึงอยากจะหาบทชายหนุ่มที่แสดงแล้วรู้สึกผ่อนคลายบ้าง,ทางผู้กำกับล่ายสุ่ยจิงที่ได้ร่วมงานกันมานาน.ผู้กำกับล่ายสุ่ยจิงเห็นว่าควรที่จะลองมาทำงานด้านเบื้องหลังเองดูจะดีกว่า,ด้วยเหตุนี้เค้าจึงเป็นทั้งนักแสดงและทั้งผู้จัดในเวลาเดียวกัน,ความสับสนวุ่นวายกับการเข้าสู่งานเบื้องหลัง.อาจด้วยเหตุนี้,ด้านผู้จัดการซูโหย่วเผิงยังเปิดเผยอีกว่าเค้าไม่เคยที่จะแยกตัวออกจากสัญชาตญาณเลย. “พวกเราต้องรับผิดชอบสร้างผลงานเป็นสำคัญ,งานด้านนี้มีเพื่อนมากมายคอยช่วยเหลือ. แต่ก็อย่าเอาเรื่องเงินมาเป็นเรื่องใหญ่ , ผมไม่ได้เป็นนักธุรกิจการค้า,ผมยังอยากที่จะเป็นนักแสดง,ยังอยากที่จะเป็นศิลปินนะ.” จิตใจต้องเอาชนะทุกสิ่ง,ถึงจะสามารถที่จะเอาสิ่งที่ถือว่าหนักให้เหมือนเบาได้? เป็น “ศิลปิน” คำคำนี้เมื่อพูดมันออกมา,มันทำให้เราเข้าใจถือความหิว,เสี่ยวไกวที่แท้ก็ยังเป็นเสี่ยวไกว.ซึ่งก่อนหน้านี้อาจจะไม่ค่อยเชื่อฟังสมชื่อเท่าไร,จึงถูกขนานว่าเป็นผู้ที่ต่อต้านอายุวันเวลาด้วยการบำเพ็ญจากภายใน.ถ้าหากจะพูดว่าการฝึกบำเพ็ญตนเป็นเพียงบันไดขั้นหนึ่ง,มองไปข้างบน,ไม่เห็นทิศไม่เห็นทางแห่งอนาคต,มองกลับมา,บนโลกนั้นเต็มไปด้วยความรักและความสดใสอ่อนเยาว์ที่ไม่มีวันตาย.

Chomnath

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1307
    • ดูรายละเอียด
Re: 2012 Gainer
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2012, 11:58:05 AM »
ถามตอบ

Q, แล้วคุณคิดว่าบทบาทแบบไหนที่คุณแสดงแล้วง่ายที่สุด?

A, บทบาทที่แสดงเป็นเทพบุตรถือว่าเป็นบทที่แสดงได้ดี. จิตใจดี,มีความมุ่งมั่น,รับผิดชอบ.รวมรวมแล้วก็เป็นคนดีอ่ะครับ,บทอะไรแบบนี้ค่อนข้างที่จะง่ายและชอบมากครับ,ค่อนข้างเฟอร์เฟกหน่อย. บทบาทที่ผมได้รับในช่วงนี้ , อย่างเช่น ( เฟิงเซิง ) เป็น ป๋ายเสี่ยวเหนี๋ยน, ( โจโฉ ) เป็น พระเจ้าเหี้ยนเต้ , ด้านนิสัยตัวละครแต่ละตัวนั้นต่างมีความแตกต่างกันออกไป,แต่มันก็มีความใกล้เคียงกับความเป็นจริงของชีวิตคนเรา,มีทั้งด้านจุดอ่อนและข้อบกพร่อง,แต่ถ้ามองจากมุมมองแล้ว,ยังดีกว่า บทบาทที่ “น่ารัก” มีความเป็นคนจริงจริงมากกว่า.

Q, อีกแป๊ปเดียวคุณก็จะอายุสี่สิบแล้ว,ไม่งงบ้างเหรออายุสี่สิบ,มีบ้างไหมที่อายุที่เพิ่มขึ้นตามมารังควานใจ?

A, สักนิดนึงก็ไม่มีครับ,มีอะไรที่จะมากวนใจเราได้.อายุเท่าไหร่ก็เท่านั้น,ก็ดีซะอีก.

Q, แล้วคุณคิดว่าตอนนี้ความคิดของคุณอยู่ที่อายุเท่าไหร่?

A, อายุของความคิดผมนั้นค่อนข้างที่จะซับซ้อน,มีหมดเลย.มีทั้งโง่บ้าง.มีความเป็นเด็กบ้าง,แล้วก็ยังมีความเป็นผู้ใหญ่ในอีกด้าน,แต่ความเป็นเด็กนั้นมีค่อนข้างเยอะหน่อย.

Q, เมื่อเร็วเร็วนี้เรื่อง ( 1942 ) ,คุณแสดงเป็น ซ่งจึเหวิน,คุยกันถึงความรู้สึกหน่อย.

A, ตอนแรกผมได้ยินมาว่าถูกตัดออกไปแล้ว,แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น, ผู้กำกับใหญ่เฝิงเสี่ยวกัง,เป็นคนที่ควรได้รับความเลื่อมใสมาก,ไม่ว่าจะเป็นจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก.ยอมทำเพื่อเค้าไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม,ยินยอมทำด้วยความสมัครใจ.

 Q, มาคุยกันถึงความรู้สึกประทับใจทั้งที่ปักกิ่งและที่ไทเปกันหน่อย.

A, ปักกิ่งอากาศไม่ค่อยดี,การจราจรติดขัด,ผู้คนมากมาย,คนที่นั้นเร่งรีบตรงไปตรงมา,เข้ากับคนง่าย. ที่ไทเปคุ้นเคย,สามารถขับรถไปไหนต่อไหนได้.

Q, แล้วที่ปักกิ่งไปที่ไหนก็ไม่ได้เหรอ?

A, ปกติเวลาผมทำงานก็ต้องไปสถานที่ไม่คุ้น.ที่ปักกิ่งที่ไหนผมก็ไปไม่ได้,การใช้ชีวิตมันก็ไม่ค่อยอิสระ.

Q, แล้ววิธีการผ่อนคลายความเครียดของคุณล่ะ?

A, ผมคิดว่าการนอนหลับน่ะมีความสำคัญมากในชีวิตของคนเราเนี่ย,สามารถที่จะแก้ไขเรื่องต่างๆของกายใจเราได้.ส่วนอย่างอื่น,อย่างเช่นไปดื่มเหล้ากับพวกเพื่อนๆไปร้องเพลงกันไปสนุกสุดเหวี่ยง,ก็ไม่เลวนะ. ไปท่องเที่ยว,ไปออกกำลังกายก็ดีไม่ใช่น้อยที่ช่วยลดคลายความเครียดได้,แล้วก็มีการนั่งทำสมาธิ,ทำให้ตัวเองปล่อยวาง,ก็อาจจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ปล่อยวางจิตใจได้.

Q, แล้วถ้าหากว่าไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิง,คุณจะมีแนวทางการดำเนินชีวิตอย่างไร?

A, ออกจากงาน,อยากจะเป็นคนที่ถือศีล,ออกไปท่องเที่ยว,ไปสัมผัสโลกภายนอก,ถ้าไม่มีงานแสดง,ก็อยากที่จะทำวิจัยเกี่ยวกับการฝึกบำเพ็ญกายและใจน่ะ.

Q, ลองดูซิว่าถ้าคุณแก่ตัวไปจะมีสภาพเป็นอย่างไร?

A, มีจิตใจที่เมตตาอ่อนโยน,ทำให้คนรอบข้างมีความสุข,จะออกไปทำกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ทุกๆวัน.

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: พ.ย.-2012 Gainer
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2016, 02:23:04 PM »





Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: พ.ย.-2012 Gainer
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2016, 02:23:40 PM »





Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: พ.ย.-2012 Gainer
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2016, 02:24:33 PM »





Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11073
    • ดูรายละเอียด
Re: 2012 Gainer
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2016, 08:26:15 AM »