ผู้เขียน หัวข้อ: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]  (อ่าน 24355 ครั้ง)

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด
<a href="http://www.youtube.com/v/lAP4CLfF2Y0&amp;feature=plcp" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/lAP4CLfF2Y0&amp;feature=plcp</a>

TV Series: พฤษภาคม 2002 :ได้แสดงหนังที่เขียนจากวรรณกรรมของจินหยง(กิมย้ง) เรื่อง “ดาบมังกรหยก” - Heavenly Sword and Dragon Sabre รับบทเป็นทั้งบทพ่อ และบทลูก บทพ่อเป็นศิษย์อู่ตัน(บู้ตึ้ง) ของจางซางฟง เป็นศิษย์คนที่ห้าของพรรค มีฉายาว่า “จอมยุทธตะขอเหล็ก-จางซุ่ยซาน”(เตียซุ่ยซัว) ส่วนบทลูก เป็นบทที่มีหญิงสาวสี่คนหลงรักในตัวเขา จางหวู่จี้(เตียบ่อกี้) ในเรื่องนี้ ได้ร่วมงานกับ เจี้ยจิงเหวิน เกาหยวนหยวน จางเถียหลิน หยี่มิ่งเจียง จางก่อลี่ หวังกัง อี้เสี่ยวหลง เป็นต้น และได้ร้องเพลงนำอีกด้วย ซี่รีย์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ได้รับการชมจากทางสถานีจินเซียว และยังเป็นซี่รีย์ที่โหย่วเผิงแสดงได้ดีมากอีกเรื่อง ทั้งนี้ทั้งนั้น เขาได้กลายเป็นนักแสดงที่ได้แสดงกับค่ายต่างๆ

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด
<a href="http://www.youtube.com/v/?v=XzFD7_4Vuuk" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/?v=XzFD7_4Vuuk</a>

TV Series: มีนาคม 2003 :ได้แสดงเรื่อง (ซิงตงเลี่ยเชอ - Love Train) กำกับโดยหวังหมิงไถ รับบทเป็นเซลล์แมนขายอะไหล่คอมพิวเตอร์ เฉินหมิงฮ่วง และแล้ว ไม่มีใครคาดคิด เคยบอกว่า “แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีใครมาร่วมฉลองวันเกิดกับเขาเลย” อย่างเขานั้น แต่ในด้านความรักแล้ว ระดับมือโปรเลยก็ว่าได้ และยิ่งกว่านั้นมีใครเคยทราบว่า ลึกๆในใจของอาฮ่วงนั้นไม่เคยลืมรักแรกเจ็ดปีที่ผ่านมาของตนกับหญิงที่ชื่อ เสี่ยวอู่ เลย จนกว่าจะเจอเธอ และอยากหาความรักครั้งก่อนกลับมาอีก

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด
<a href="http://www.youtube.com/v/C3oeay62WGA&amp;feature=plcp" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/C3oeay62WGA&amp;feature=plcp</a>

TV Series: กรกฏาคม 2003 :ได้ร่วมแสดงซีรีย์เรื่อง “รักข้ามขอบฟ้า”- Love of the Aegean sea กำกับโดยหลู่เจียง ได้รับบทเป็นลูกเศรษฐี “หลู่เอินฉี” คนนี้เป็นลูกของหลู่เหลียงผิงกับโจวเหม่ยหลิง ที่จริงแล้วเป็นลูกที่เอามาเลี้ยง ภาพร่วมของเอินฉีนั้นมีครบหมดทุกอย่าง แต่ลึกๆในใจของเขานั้นขาดความสุขและอิสระภาพ ครั้งหนึ่งในตอนที่ไปเที่ยวที่กรีซ บังเอิญได้เจอหญิงสาวคนหนึ่งที่มาจากส่านไห่(เซี่ยงไฮ้) “กวนเสี่ยวถง” และได้เอาสร้อยข้อมือที่ตั้งใจไว้ว่าจะให้กับว่าที่คู่หมั้นของตัวเองนั้นมอบให้กับเธอไป และแล้วก็ได้เกิดความรักที่อลเวงที่ยากจะแยกแยะออกมาได้ ในเรื่องนั้น ได้ร่วมงานกับ ดาราเกาหลี ไฉ่หลิน และดาราไต้หวัน เหอยิงตง รวมทั้งจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฉวนอี้เหว่ย, จ้าวเลี้ยง ลี่อี้ เรื่องนี้เมื่อออกอากาศไปแล้วได้รับการตอบรับว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ดีมากในการร่วมแสดงระหว่างดาราจีน ไต้หวันและเกาหลี การจับคู่แสดงระหว่างโหย่วเผิงกับไฉ่หลินนั้นเป็นที่้ถูกใจและประทับใจของทุกคน

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด
<a href="http://www.youtube.com/v/g0w3C01bFaw&amp;feature=plcp" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/g0w3C01bFaw&amp;feature=plcp</a>

TV Series: ธันวาคม 2003 :ซูโหย่วเผิงร่วมงานกับ “ไฉ่หลิน”อีกครั้ง ในเรื่อง “ยอดวีระบุรูษขุนศึกตระกูลหยาง”ได้แสดงนำเป็น “หยางซือหลาง”(ชื่อจริง-หยางเหยี่ยนหลาง ชื่อเดิม-หยางเหยี่ยนฮุย) เนื้อเรื่องต่างจากบทประพันธ์เดิม โดยตั้งแต่เด็ก ซื่อหลาง ร่างกายอ่อนแอ ป่วยบ่อยๆ ซี่ง “หยางเย่”พ่อเขาเองก็ไม่ได้ให้ความสนใจ(ความจริงแล้ว พ่อเขาชื่นชมเขามาก)

ซื่อหลางคิดว่าพ่อไม่รัก จึงมีนิสัยแปลกๆ เป็นผลให้เขาเป็นคนเก่งที่สุดในบรรดาลูกชายทั้ง 7 คน นึกไม่ถึงว่าต่อมาเขาได้รู้จักและได้มอบ “หยกสีเลือด”ให้แก่ “พานหวิ่เอียน”ซึ่งเป็นลุกสาวของ เสนาบดีพานเหรินเหม่ย (หยกนี้แสดงถึงการหมั่นหมายหญิงคนรัก) ความรักของทั้ง 2 อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของ 2 ตระกูล ขณะเดียวกัน ซื่อหลาง ได้ช่วยชีวืตองค์หญิงจากเผ่าเหลียว เรื่องนี้ ซูโหย่วเผิง ได้ร่วมงานกับ ตี๋หลง เจ้าหย่าจือ หวังเอียนและโค่วเจี้นไห่ อีกทั้งร้องเพลงจบของเรื่อง ชื่อเพลง “หนี่เค่ออี่ปู้ตง” ซีรีย์เรื่องนี้ “ซูโหย่วเผิง” ได้รับการต้อนรับดีมาก เป็นการตอกย้ำความนิยมของอย่างเด่นชัดมากยิ่งขึ้น

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด
<a href="http://www.youtube.com/v/odct9FUjI0c&amp;feature=plcp" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/odct9FUjI0c&amp;feature=plcp</a>

TV Series: สิงหาคม 2006 :ได้แสดงนำในซีรีย์เรื่อง "เจียงจวี้จิวจวี้ - Jiang Ji Jiu Ji) ร่วมกับ ฉินซื่อ แย่ถง โดยได้รับบทบาทเป็นชายหนุ่มที่กลับมาจากการฝึกจากโรงเรียนทหารที่อังกฤษ มีความสามารถใช้การสะกดจิตสืบหาความลับได้ โดยการทำให้หลับ กับแผนการที่เชื่อมโยงการต่อต้านหัวหน้าโจรอย่างแย่เฟยเฟย ซึ่งแย่เฟยเฟยนั่นเห็นแก่ทองคำนับร้อย กิโล จากที่คนรักเก่าหักหลังเธอ (เขาคือ จวงเฉิน) โดยแย่เฟยเฟยได้เปลี่ยนชื่อแซ่ ไปอยู่ที่ “จูจีหลี”เขตคนยากจน เรื่องราวบุญคุณความแค้น และทองคำจำนวนมหาศาล(ในยุคสมัยนายพลหยวนซื่อไข่)

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด
<a href="http://www.youtube.com/v/?v=PfF-COG6K5U" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/?v=PfF-COG6K5U</a>

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด


เตียบ่อกี้ต้องอยู่ในวังวนแห่งความรักของเตียเมี่ยงองค์หญิงแห่งมองโกล จิวจี้เยี้ยกหญิงสาวที่รู้จักและเติบโตมาด้วยกัน ฮึงลี้ลูกพี่ลูกน้องและเซียวเจียวสาวใช้ เตียบ่อกี้ไม่รู้จะทำอย่างไร ยากที่จะตัดสินใจเลือกใคร

ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าเป็นสิ่งที่ล่อใจชาวยุทธให้ พากันตามล่าช่วงชิงของสองสิ่งจากเจี่ยสุ่งและจิวจี้เยี้ยก ทำให้เตียบ่อกี้และเตียเมี่ยงต้องเข้าไปพัวพัน เพื่อพ่อบุญธรรม เพื่อขัดขวางแผนการอันชั่วร้าย เตียบ่อกี้วางแผนให้ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าห้ำหั่นกัน ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าต่างเป็นศัตราวุทธที่ล้ำเลิศ เมื่อทั้งสองสิ่งต้องทำลายล้างกัน ทำให้ทั้งสองสิ่งถูกทำลายลง จนปรากฏความลับอันหนึ่ง ภายในดาบฆ่ามังกรได้ซุกซ่อนคัมภีร์พิชัยสงคราม ส่วนกระบี่อิงฟ้าได้ซุกซ่อนคัมภีร์นพเก้า

ในเวลานี้เองเตียบ่อกี้ถึงเข้าใจความหมายของดาบฆ่ามังกรปกครองทั่วหล้า กระบี่อิงฟ้าไม่ปรากฏใครกล้าต่อกร คนคนหนึ่งหากมีอำนาจล้นฟ้าก็จะลุแก่อำนาจ แต่ก็มีคนซึ่งเหมือนกระบี่อิงฟ้าที่กล้าออกมาต่อกร เตียบ่อกี้เข้าใจสัจธรรมในยุทธภพเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงสละตำแหน่งประมุขพรรคจรัส ถอนตัวจากยุทธภพพร้อมกันกับเตียเมี่ยงและจิวจี้เยี้ยก





รื่องนี้มีนางเอกมากถึง 4 คน เป็นความยากลำบากใจในการตัดสินใจเลือกของพระเอก หากเตียบ่อกี้เจ้าชู้คงฟาดเรียบไปแล้วเพราะแต่ละนางรักเตียบ่อกี้สุดหัวใจ แต่เขากลับให้เกียรติ์ผู้หญิงทุกคนที่เขาใกล้ชิด จนบางครั้งก็แยกแยะไม่ออกระหว่างรักกับเห็นใจ สงสาร ที่รักแบบปักปำคือหญิงคนแรกที่ช่วยเขาหลังจากขึ้นมาจากเหวแต่น่าเสียดายว่านั่นคือความรักที่หลอกลวง เพราะเหตุนี้หรือเปล่าเขาจึงสงวนท่าทีตนเองจากหญิงอื่น ไม่กล้าแสดงออกอย่างชัดเจนผลีผลามกับความรัก

ซูโหย่งเผิงแสดงบทนี้ได้เข้าถึงความรู้สึกของตัวละครอย่างยิ่ง ไม่ได้ให้น้ำหนักความรักกับใครเป็นพิเศษ แม่กระทั่งเตียเมี่ยงเองต้องแสดงความรู้สึกตรงๆกับเตียบ่อกี้หลายครั้ง จนใกล้จบ ความรักความจริงใจของเตียเมี่ยงจึงเป็นความประทับใจของเตียบ่อกี้และเขาก็รักเธอในที่สุด เตียบ่อกี้ไม่ใช่จอมยุทธที่คร่ำเคร่งกับการฝึกบ้าพลัง แต่เขาเป็นคนที่ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน รักการเรียนรู้ ให้ความเคารพต่อครูบาอาจารย์ทุกแขนงศาสตร์ที่ร่ำเรียนจึงได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จากครูอาจารย์หลายท่าน

เขาเป็นคนมีความจำเป็นเลิศเรียนรู้ได้เร็ว แค่ได้รับการบอกเล่าเล็กน้อยก็วิเคราะห์อาการรักษาผู้ป่วยได้ เพียงแค่อาจารย์ปู่บอกเคล็ดไม่กี่คำเขาก็เอาชนะศัตรูได้แล้ว ชีวิตที่จากเด็กป่าเถื่อนบนเกาะไม่รู้จักสังคมแต่มีพ่อแม่ที่รักและอ่อนโยนแต่ขณะเดียวกันต้องอยู่กับพ่อบุญธรรมที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เป็นชีวิตที่ต้องปรับตัวเสมอๆ

ดังนั้นเมื่อเขากลายเป็นเด็กกำพร้าและก้าวสู่จุดสูงสุดคือประมุขของเม้งก่าจึงไม่ใช่อะไรที่ปรับตัวยาก ที่สุดเมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างคลี่คลายลง เขาจึงถอนตัวง่ายๆ ไม่ยึดติดไม่อาวรณ์ เลือกใช้ชีวิตเรียบง่ายบนเกาะ กิมย้งเขียนนิยายเรื่องนี้ได้ดีมาก มีนักวิจารณ์หนังบอกว่าบทเตียบ่อกี้ หากนักแสดงฝีมือไม่ถึงจะทำให้เป็นบทเจ้าชู้มากรักหลายใจ แต่ซูโหย่วเผิงสามารถทำให้บทเตียบ่อกี้เป็นจอมยุทธเปี่ยมคุณธรรมเป็นสุภาพบุรุษได้โดยบุคลิกภาพส่วนตัวที่เป็นเสน่ห์ของเขาเอง นับว่าเป็นเตียบ่อกี้ที่ถูกใจกิมย้งคนเขียนบท และทำให้คนดูอินกับความรู้สึกของเตียบ่อกี้ได้ชัดเจนมากค่ะ

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด

bewty

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 24
    • ดูรายละเอียด


ว้าวๆๆๆเฮียเก่งรอบด้านแบบนี้นี้ถึงทำให้ปล้มในความสามารถของเฮีย

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด





[ไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบันขอรักคุณเพียงคนเดียว] มีนักแสดงท่านหนึ่งที่ยังอายุน้อย เต็มไปด้วยความสามารถ ฉันชินกับการไล่ตามเงาของเขาในเมืองนี้  ไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์เล็กๆบนรถโดยสารหรือว่าโฆษณาของเขาในหน้าจอทีวี ถึงจะเป็นเพียงโฆษณาสั้นๆในภาพยนตร์ หรือว่าข่าวสารที่มากับคอมพิวเตอร์ ฉันชอบที่จะตามเงาคุณอยู่แบบนี้

พวกเรามีความรักมากมายที่จะมอบให้  เพียงแค่ไม่รู้ว่าชาติหน้าพวกเราจะมีโอกาสหาคุณพบอีกหรือเปล่า  ดังนั้นชีวิตนี้ขอบคุณสำหรับแรงใจและความซาบซึ้งที่คุณมีให้กับพวกเรา ขอบคุณสำหรับเพลง 《หว่อจื่อเย่าหนี่อ้ายหว่อ/ ฉันเพียงต้องการเธอรักฉัน》 หวังว่าพวกเรายังมีโอกาสได้ฟังเพลงคุณร้องเพลงเพลงนี้ให้ฟังอีกครั้ง ไม่ว่าเมื่อวานหรือพรุ่งนี้ จะรักโหย่วเผิงตลอดไป

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด

ที่มา http://www.pusa123.com/pusa/news/mingxingfo/xzxf/2015/0130/85021.html#125952-tsina-1-17961-4746c67f569d5da4f09a4d0da6f2470b

2015-01-30 ซูโหย่วเผิง นักร้อง นักแสดง ชาวไต้หวัน  เข้ามาในวงการในฐานะสมาชิกวง เสี่ยวหู่ตุ้ย มีฉายาว่า “ไกวไกวหู่ ” กลายเป็นกลุ่มไอดอลที่มีชื่อเสียงมากในจีน หลังจากวงเสี่ยวหู่ตุ้ย ยุบวง ได้หันมาเอาดีด้านการแสดง โดยผลงานที่ได้รับความนิยมคือ  《องค์หญิงกำมะลอ》《มนต์รักในสายฝน》《ดาบมังกรหยก》กลายเป็นนักแสดงที่ฮอตที่สุด

ตั้งแต่ปั 2008
ได้เข้ามาในวงการภาพยนตร์อย่างเต็มตัว  โดยได้รับรางวัลนักแสดงสมทบดีเด่นของงานรางวัลช่อดอกไม้ครั้งที่ 30 จากภาพยนตร์เรื่อง 《เฟิงเซิง/ The Message 》และยังได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติมาเก๊า ครั้งที่ 2 จากภาพยนตร์เรื่อง 《คังติ้งฉิงเกอ/A Tibetan Love Song》 ปี 2012 ได้เป็นผู้ผลิตของภาพซีรีย์เรื่อง 《เฟยหยวนวู่เหร่า/Destiny by Love》

อ้างอิงข่าวจากสื่อไต้หวัน ซูโหย่วเผิง ทำงานในแผ่นดินใหญ่มานาน มีรากฐานชื่อเสียงที่แน่นแล้ว แต่ว่าเขาไม่ได้เอาแต่หารายได้ ในปีนี้เขาได้กลับไต้หวัน 2  ครั้ง ครั้งละสิบวันเพื่อไปปฏิบัติธรรมบนดอย โดยที่ไม่เสียดายภาพยนตร์ที่ปฎิเสธไป 2  เรื่อง งานทีติดต่อเข้ามา 4 งาน และรายได้ที่สูญไปเกือบ 20 กว่าล้านไทเป (ประมาณ 4 ล้านกว่าหยวน) เขาพูดว่า ผมหวังว่าการสำรวจธรรมชาติ ทำให้ใจสงบลง

ช่วงหลายปีมานี้โหย่วเผิงจะมีผลงานภาพยนตร์ปีละ 4 ถึง 5 เรื่อง จะบอกว่าเขาเป็นคนบ้างานก็อาจจะไม่มากเกินไป

แต่ในปีนี้ ชีวิตของเขาได้เปลี่ยนไป หลังจากได้รับคำแนะนำด้านธรรมมะจากอาจารย์เจี้ยงจง ปีที่แล้วเขาได้กลับไปปฏิติธรรมที่ไต้หวันสองครั้ง ทุกครั้งจะใช้เวลาสิบวัน เวลาทำสมาธิ ไม่อนุญาตให้คุย โทร เล่นเน๊ต จะทำทุกอย่างได้เมื่อลงจากเขาเท่านั้น

ซูโหย่วเผิงบอกว่าตอนแรกเขาเองก็รู้สึกประหลาดใจ แต่หลังจากทำสมาธิแล้วถึงจะเข้าใจความคิดที่แท้จริงของตัวเอง ด้วยเหตุนี้จึงไม่ไล่ตามค่านิยมของโลก  เมื่อก่อนผมเป็นคนบ้างานจริงๆครับ ยุ่งจนไม่รู้ว่าที่แท้ผมกำลังทำอะไรอยู่

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด

คุณลักษณะของจิตใจ 10 ข้อของ ซูโหย่วเผิง

1. เขามีความฝัน เขามีเป้าหมายที่ชัดเจน มั่นคง รู้ว่าตนเองต้องการอะไร ไม่หวั่นไหวเพราะเสียงภายนอก มีความตั้งใจแน่วแน่ มีความคิดเป็นของตนเอง เป็นเพราะว่าความแน่วแน่ของเขา จึงทำให้เขาประสบความความเสร็จในชีวิต คนแบบนี้ถึงจะสมป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนอื่น

2. เขาเป็นคนตั้งใจ มุ่งมั่น เขามุ่งมั่นต่อเป้าหมายของตนเอง ไม่วอกแวก ไม่เอื่อยเฉื่อย สิ่งที่เขาก็ทำเป็นงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน ถึงจะต้องใช้เวลานาน แต่ก็ได้ผลงานที่ออกมาคุ้มค่ากับสิ่งที่ทุ่มเทไป

3. เขาทำงานเป็น เขาใช้ความรู้ ความสามารถ แรงกายแรงใจของตนเองเต็มที่กับงาน เขาตั้งใจ มุ่งมั่น กับงานที่ต้องทำให้สำเร็จ เขาทุ่มเทโดยไม่คำนึงถึงความเหน็ดเหนื่อยของตนเอง

4. เขากล้าทำกล้ารับ ยามที่ทำผิด เขาก็ยอมรับผิดโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ
 
5. เขากล้าตัดสินใจ เขาคำนึงถึงเรื่องสำคัญมาก่อนเสมอ รับฟังความเห็นจากคนอื่น ตัดสินใจตามความถูกต้องและเหมาะสมที่สุด และเมื่อตัดสินใจทำอะไรไปแล้วเขาก็จะทำให้สำเร็จ

6. เขายืนหยัดด้วยตนเอง เขามีความสามารถอันเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ และมั่นใจในการกระทำของตนเอง

7. เขามีความรู้ ความสามารถ เฉพาะทาง เขาจะค่อยหาความรู้ที่เกี่ยวข้องเสมอ ยามที่รู้ว่าตนขาดความสามารถด้านใด ก็จะขอความช่วยเหลือจากคนที่เก่งในด้านนั้นๆ

8. เขาเป็นร่าเริง มองโลกในแง่ดี ถึงจะที่ไม่เคยคบหากับเขา แต่ความรู้สึกที่เขาให้คือ เป็นคนที่เข้ากับคนง่าย อารมณ์ขัน ชอบดูแลคนอื่น

9. เขามีความกระตือรือร้น เขามีความสุขกับการทำงาน และยังสามารถแบ่งปันความสุขให้ผู้อื่น แชร์ความสุขกับคนที่รักเขา

10. เขามีใจกุศล ตนเองไม่จำต้องใช้ชีวิตอู้ฟู้ฟุ่มเฟือย สำหรับเขาแล้วการที่ได้ช่วยผู้เดือดร้อน ถือเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุด เพราะมันทำให้รู้สึกว่าการมีชีวิตของตนเองนั้นมีคุณค่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เขาเป็น----ซูโหย่วเผิง

ชายผู้เพียบพร้อมด้วยคุณลักษณะของจิตใจ 10 ข้อและสิ่งที่พวกเราอยากบอกคือ "การได้รักคุณเป็นความภูมิใจสูงสุดของพวกเรา"




“ซูโหย่วเผิง” กลายเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในไต้หวันไปแล้ว!

ไม่แปลกเลยที่ ซูโหย่วเผิงสามารถประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนบทบาทครั้นนี้ เพราะว่าเมื่อก่อนนั้น คนๆนี้คือ คนบ้าเรียน เขาบอกว่าเมื่อก่อนตัวเองล้วนสอบได้ที่ 1 ทุกครั้ง ตอนนั้นเขาเรียนดีมากจริงๆ สามารถติดอันดับท๊อปในไต้หวัน

ปี 1988 เขาสามารถสอบเข้ารงเรียนเจี้ยนกั๋ว ไทเป ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมชายอันดับหนึ่งในไต้หวัน ได้ด้วยคะแนนลำดับที่ 1  ได้เป็นที่หนึ่งของโรงเรียน

นี่เพิ่งเริ่มต้น ตอน ม.ปลาย ซูโหย่วเผิงเป็น ไกวไกวหู่ ซึ่งเป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในวงเสี่ยวหู่ตุ้ย และก็ดังอย่างรวดเร็วด้วยล่ะ ทั้งอ่านหนังสือ ทั้งเป็นดารา แต่ผลการเรียนของซูโหย่วเผิงก็ออกมาดีมากนะ ว่ากันว่าตอน ม.4, ม.5  ซูโหย่วเผิงขาดเรียนค่อนข้างบ่อย แต่ก็ได้ทุ่มเทเรียนเสริมในช่วง ม.6

ปี 1991 เขาเข้ามหาวิทยาลัยไต้หวันที่เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของไต้หวันในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ได้ด้วยคะแนนวิทยาศาสตร์ที่อยู่อันดับ 5 ของประเทศ ถูกขนานนามว่าเป็น “คนบ้าเรียนสายวิทย์”

เริ่มต้นชีวิตได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ไม่มีใครจะมีชะตาที่ราบรื่นตลอด ความล้มเหลวครั้งแรกของซูโหย่วเผิงก็คือ การพักการเรียน ถึงแม้ว่าเขาจะมีกลิ่นอายของการเป็นนักเรียนหัวกะทิจากโรงเรียนเจี้ยนจง แต่การเรียนวิศวกรรมเครื่องกลนั้น แตกต่างจากการเรียนในชั้นมัธยมโดยสิ้นเชิง ซูโหย่วเผิงพบว่า การเรียน และการงานไม่สามารถไปพร้อมๆกันได้ ดังนั้นจึงเลือกที่จะตัดใจพักการเรียนไว้ก่อน

ซูโหย่วเผิงกล่าวว่า “การลาออกจากมหาวิทยาลัยเป็นความเจ็บปวดในช่วงวัยรุ่นของผม ถ้าหากว่าไม่เป็นนักแสดง ผมอาจจะไม่ทำอะไรซักอย่าง เอาแต่คิดถือศีลกินเจก็เป็นได้” ซูโหย่วเผิงที่เป็นนักเรียนดีเด่นมาตั้งแต่เด็ก รู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก ถึงขั้นที่ว่าเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่กล้าออกมา “รู้สึกว่าถ้าเดินไปบนถนนจะต้องมีคนด่าผม” ภาพลักษณ์ไม่ดี เทปก็ขายไม่ดีแล้ว... ช่วงตกต่ำที่สุดครั้งแรกในชีวิตมาแล้ว

แต่ก็นะ คนฉลาดก็สามารถประสบความสำเร็จได้หลายครั้ง ช่วงปลายปี 90 ซูโหย่วเผิงก็เลือกที่จะไปก้าวหน้าที่แผ่นดินใหญ่ แสดงละครองค์หญิงกำมะลอ โอ้ เทพบุตรแห่งชาติ โด่งดังยิ่งกว่าตอนเป็นเสี่ยวหู่ตุ้ย  เด็กผู้หญิงมากมาย ในช่วงอนุบาลมีความประทับใจเล็กน้อยกับไกวไกวหู่ เมื่อถึงช่วงวัยรุ่นก็ตกหลุมรักองค์ชายห้าอย่างง่ายดาย... ตอนนั้นซูโหย่วเผิงเป็นราชาแห่งไอดอล พวกเธอยังจำได้มั๊ย?

ลู่เอินฉีจากละครเรื่องรักข้ามขอบฟ้า ที่จริงแล้วในเรื่องทักษะการแสดงก็นับว่าดี มีความจริงจังและความสอดคล้อง เป็นตู้เฟยจากละครมนต์รักในสายฝน ที่แค่เปลี่ยนสีหน้าก็สามารถทำให้หัวเราะได้แล้ว ตอนนี้มาคิดดูแล้ว อารมณ์และนิสัยของซูโหย่วเผิงน่าจะดีทั้งคู่ เห็นได้ชัดว่าเป็นช่วงที่กำลังดังที่สุด แต่ได้รับบทรอง แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีหลังจากนั้นหลายปี เหอซูหวนกับตู้เฟย  ก็ยังสังสรรค์ตอนกลางคืนด้วยกันอยู่เลยอายุมากขึ้นแล้ว ไม่สามารถเป็นซุปตาร์วัยรุ่นได้ตลอดไป

ซูโหย่วเผิงตีบทแตกในการรับบทเป็นสาวประเภทสองในเรื่องเฟิงเซิน ทำให้ทุกคนตะลึงจนอ้าปากค้าง ซูโหย่วเผิงประสบความสำเร็จครั้งที่ 3 ในชีวิตแล้ว คิดไม่ถึงว่าปีนี้ยังมีครั้งที่ 4 ... ก็คือเป็นผู้กำกับล่ะ  ภายนอกก็ยังเป็นเด็กเนิร์ด ไอดอลในการเป็นผู้กำกับของซูโหย่วเผิงก็คือหลี่อัน ซูโหย่วเผิงบอกว่าเคยดูผลงานทุกเรื่องของเขา




มันไม่ง่ายเลยที่ไอดอลของพวกเราจะคิดขึ้นมาได้ว่าจะต้องแบกหน้าที่(ของดารา)ขึ้นมา ปี 2015 ทุกคนคงจะเห็นแล้วนะค่ะว่าโหย่วเผิงทำงานหนักมากแค่ไหน และตลอดการทำงานก็ทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ พร้อมๆกับทำหน้าที่ผู้กำกับมือใหม่ได้อย่างสุดยอด 30 ก.ค. 2015 โหย่วเผิงแวะมาโพสต์คำสั้นๆว่า 把包袱捡起 เก็บภาพพจน์ขึ้นมา หรือ แบกหน้าที่(ของดารา)ขึ้นมา นี้ก็แสดงให้เห็นว่าตอนนี้โหย่วเผิงกำลังจะมีผลงานใหม่ให้พวกเราได้ดูอีกแล้ว

ช่วงระหว่างที่หายไป 2 อาทิตย์คงจะเตรียมตัวอย่างเงียบๆ โหย่วเผิงใกล้จะกำกับเรื่องที่สองแล้วหละค่ะ เห็นบอกว่ากำกับเรื่องที่ 2 โหย่วเผิงจะกำกับที่มีมาดหน่อยแล้วค่อยๆเพิ่มความตลกเข้าไปในโลกของผู้กำกับที่เขาสร้างขึ้น แต่ว่าแววที่จะเป็นนักแสดงคงต้องรออีกซักระยะ เพราะว่าตอนนี้โหย่วเผิงขึ้นแท่งเป็นผู้กำกับมือทองไปแล้ว

ภาพยนตร์ The Left Ear (โจ่วเอ่อ) ที่กำกับโดยซูโหย่วเผิงนั้นสามารถเรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ยอดขายของไต้หวัน และซูโหย่วเผิงกลายเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไต้หวัน

อวยพรให้โหย่วเผิงยิ่งบินยิ่งสูง ไม่หยุดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เป็นผู้ซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่แฟนคลับให้กับคุณ



ภาพยนตร์โจ่วเอ่อกวาดรายได้ที่แผ่นดินใหญ่เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นกว่า 485 ล้านหยวน (ประมาณ 2,500 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่) ซูโหย่วเผิงกลายเป็นผู้กำกับที่ทำรายได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์วงการภาพยนตร์ไต้หวัน ถูกยกย่องให้เป็นตำนานแห่งผู้กำกับภาพยนตร์ของไต้หวัน

ซูโหย่วเผิงทำลายสถิติยอดขายตั๋วภาพยนตร์ของไต้หวัน ได้มาพร้อมกันทั้งอาชีพ และเกียรติยศ

ภาพยนตร์เรื่องโจ่วเอ่อที่เข้าฉายในแผ่นดินใหญ่วันที่ 26 เมษายน เป็นผลงานการกำกับครั้งแรกของซูโหย่วเผิง ช่วงเวลาที่กำลังโปรโมทอยู่นั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก  ในช่วงต้นของการฉาย ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์ส่วนใหญ่ไปในทางที่ดีจากผู้ชม และได้รับการบอกต่อไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อภาพยนตร์ลาโรง โจ่วเอ่อกลายเป็นผู้ชนะในตลาดภาพยนตร์ที่เข้าช่วงเดือนพฤษภาคมด้วยรายได้กว่า 485 ล้านหยวน ถือเป็นการเปิดเส้นทางให้กว้างขึ้นสำหรับอาชีพผู้กำกับของซูโหย่วเผิง ถึงแม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ได้รับสิทธิ์ให้ออกอากาศในเขตไต้หวัน แต่ก็ได้รับการกล่าวถึงอย่างมากในไต้หวัน

เป็นที่เข้าใจว่า ภาพยนตร์โจ่วเอ่อที่กำกับโดยซูโหย่วเผิงนั้นสามารถเรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ยอดขายของไต้หวัน และซูโหย่วเผิงกลายเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไต้หวัน

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด


ปี 2009 ~风声 (ฟงเซิน)

ผ่านมา 20 ปีแล้ว หลังจากที่ เสี่ยวหู่ตุ้ย ก้าวสู่ช่วงเวลาที่รุ่งเรื่องที่สุดทางด้านงานละครของพวกเขา เขา ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการโทรทัศน์อยู่ก่อนแล้ว  ก็ได้กลับมากับฝีมือการแสดงที่ทำให้ทุกคนต้องอึ้งอีกครั้งกับบทบาทที่ชื่อว่า (ไป๋เสี่ยวเหนียน) ซึ่งครั้งนี้ก็ถือเป็นก้าวที่สำคัญในวงการภาพยนต์ของ ซูโหย่วเผิง เลย นอกจากจะได้รับคำชมทั้งในและนอกวงการแล้ว ช่อดอกไม้แสดงความยินดีจากทุกๆสื่อก็ทำให้เค้าซาบซึ้งเป็นอย่างมาก

ซูโหย่วเผิง ได้สร้างภาพพจน์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน (เกาฉวินซู) เคยบอกว่า “ซูโหย่วเผิง เป็นนักแสดงที่ได้รับบทท้าทายที่สุดในหนังเรื่องนี้ เชื่อว่าการแสดงครั้งนี้จะทำให้เขาก้าวสู่จุดสูงสุดของวงการละคร ถึงอาจเทียบระดับกับ(จางกว๋อหยง)และ(เหมยหลานฟาง)ได้เลย”

ฉันคิดว่า “รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก โกลเด้นรูสเตอร์แอนด์ฮันเดรดฟราวเวอร์สฟิล์มเฟสติวัล ครั้งที่ 19(Hundred Flowers Awards)” ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับ ซูโหย่วเผิง เลยทีเดียว ทั้งพวกเราและเขาต่างหวังให้เขาประสบความสำเร็จสูงสุดในวงการภาพยนต์

ไอดอลของเราไม่ทำให้เราผิดหวังอยู่แล้วล่ะ บนเส้นทางที่ไม่ได้มีแต่ความราบรื่นเส้นนี้ มีคำอวยพรจากพวกเรา และความพยายามของตัวเขาเอง ทำให้เขาได้รับรางวัล นักแสดงชายดีเด่นมาเก๊าและรางวัลโกลเด้นฟินิกซ์ (Golden Phoenix Awards) ตามมา พวกเรายืนหยัดที่จะเชื่อว่า พระเจ้าจะคุ้มครองคนที่ไม่ละความพยายาม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เรารอคอยพรุ่งนี้ที่ดีกว่า




อ้างถึง
ซูโหย่วเผิง : ที่จริงเพลงหลายเพลง  เมื่อก่อนร้องกับปัจจุบันร้องนั้นความรู้สึกไม่เหมือนกัน
ก็เหมือนเพลงเมื่อกี้เปยเปา ตอนที่ผมอัดเสียงอยู่นั้น  อย่างไงๆก็คิดไม่ถึงว่า 
วันหนึ่งผมจะสะพายกระเป๋าพเนจรไปมา

เอาล่ะ ผมสัญญากับพวกคุณว่าผมจะไม่ร้องไห้ ตั้งแต่เริ่มตัดสินใจออกจากการเรียนแล้วนั้น
ไม่ว่าจะก่อนหน้านั้นหรือหลังจากนั้น ก็ทำให้ผมมีความเครียดอย่างมาก รวมทั้งความเครียดในใจผมเอง
และความเครียดที่มาจากภายนอก ผมคิดว่า ระยะเวลาช่วงนั้นมันไม่มีความสุขสำหรับตัวผมเอง
ผมคิดว่าวันนี้ผมได้เดินผ่านความตกต่ำอย่างนี้มาได้ คนแรกที่ผมจะขอบคุณคือพ่อแม่ของผม
วันนี้พวกท่านก็มาในงานนี้ นั่งอยู่กับพวกคุณ ผมคิดว่ามันไม่ง่าย  ถ้าไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่
ที่ให้กำลังใจผมมาตลอด

ผม คิดว่าขณะที่ความฝันกับความจริงมันขัดแย้งกันอยู่นั้น  ผมไม่สามารถจะมีความกล้า
ผมรักคุณ แน่นอน นอกจากสิ่งเหล่านี้ผมยังต้องขอบคุณสำหรับแฟนๆของผมที่มาในที่นี่
ยังมีเพื่อนที่ให้กำลังใจผมมาตลอดเจ็ดปี

ที่จริงผมรู้สึกตัวเองอยู่เสมอว่าผมเป็นคนที่อ่อนแอที่สุด เจออุปสรรคบ่อยๆ  ผมก็คิดว่ามันไม่มีทางออก
อยากปล่อยวางจริงๆ  พวกคุณคงมองไม่ออกสักนิด จริงๆที่พวกคุณให้กำลังใจและหน้าที่นี้กับผม
ให้ผมยืนอยู่ตรงจุดนี้ยืนหยัดมาตลอด  เมื่อผมออกต่างประเทศ คุณอย่าหมดหวัง 
คุณเป็นเพื่อนที่รักผมตลอดกาล   ขอบคุณ


4 เมษายน 1995 คำพูดของ โหย่วเผิง  ในคอนเสิร์ต 95 ก่อนร้องเพลง《珍惜》รักและถนอม (เจินซี)

   เพลง《珍惜》(เจินซี-รักและถนอม) ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของโหย่วเผิงเลย เป็นหนึ่งในเพลงที่ฟังแอดมินชอบมากๆ ยังมีเพลง背包เปยเปา(เป้ใบใหญ่) 勇气 หย่งชี่(กล้าหาญ) แอดมินฟังเพลงนี้มาหลายเวอร์ชั่น ชอบที่สุดคือตอนที่เขาร้องเปรี่ยมไปด้วยน้ำตากลางคอนเสิร์ต 95 หนุ่มวัยรุ่นที่เคยมีอนาคตที่สวยงาม ความสับสนจากชีวิตที่สวยหรูพลิกสู่ความตกต่ำ ความสิ้นหวังที่ไม่มีคนเข้าใจ สุดท้ายเขาปฏิเสธเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง เขาผลักตัวเองไปต่างประเทศ ลองใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ระหว่างที่คนรอบกายเขาค่อยๆห่างจากไป คนที่ยังอยู่เคียงข้างเขาในตอนนั้นเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต

เขาเล่าเรื่องนี้ด้วยเสียงสะอื้อ เขาอยากยิ้มออกมา แต่น้ำตาคลอเบ้าเขา ความทรมานขนาดนั้นมันเกินกว่าที่วัยรุ่นคนหนึ่งจะรับได้ เขาไม่ใช่พระเจ้า เขาเป็นเพียงเด็กอายุ 22 เองนะ ทุกครั้งที่ฟังเขาร้องเพลงนี้ หัวใจเจ็บเหมือนโดนบีบ เมื่อกี้นี้ก็ฟังไปอีกหนึ่งรอบ อดไม่ได้ที่จะไม่พิมพ์คำพูดของเขาออกมา วันนี้ไม่ได้ทำเพื่อความเท่ห์ เพียงเพื่อแด่ความซาบซึ้งนั้น เพียงเพื่อแด่ความลำบากที่ผ่านมาของ โหย่วเผิง คลิปนี้คือคำพูดจากโหย่วเผิง แอดมินเอามาให้ฟังอีกครั้งค่ะ


<a href="https://www.youtube.com/v/?v=k7Xua6ZkaIM" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/?v=k7Xua6ZkaIM</a>



เทพบุตรที่ไม่แก่แห่งวงการบันเทิง ซูโหย่วเผิง เคล็ดลับความสำเร็จ: ซูโหย่วเผิงเพื่อนบ้านรูปหล่อที่ตอนนี้อายุเข้าเลขสี่แล้ว แต่ใบหน้าที่หล่อเหลา และรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นดังดวงตะวัน ก็ยังคงไม่ไปไหน ผลงานภาพยนตร์ที่ออกมาในช่วงสองปีนี้ มียอดจำหน่ายตั๋วที่ไม่เลวเลย ภาพยนตร์เรื่องโจ่วเอ่อที่เข้าฉายในปีนี้ ทำรายได้สุทธิ 491,500,000 ล้านหยวน หน้าที่การงานของซูโหย่วเผิงก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นเพื่อนบ้านรูปหล่อและความตั้งใจอย่างไม่ลดละ

ซูโหย่วเผิง
วันเกิด: 11 กันยายน 1973


ถึงแม้ว่าเสี่ยวหู่ตุ้ยจะจากพวกเราไปนานแล้ว แต่ไกวไกวหู่ซูโหย่วเผิงกลับเป็นเทพบุตรตลอดกาลในใจของหลายๆคน ตั้งแต่อายุ 15 ปีที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกวงเสี่ยวหู่ตุ้ยเป็นต้นมา ซูโหย่วเผิงกลายเป็นไอดอลคนแรกในวงการบันเทิงที่ได้รับความนิยมของคนทุกเพศทุกวัย เป็นการเริ่มยุคสมัย “ราชาเรตติ้งแห่งละครโทรทัศน์”ของเขา ละครเรื่อง องค์หญิงกำมะลอ มนต์รักในสายฝน ดาบมังกรหยก ฯลฯ ล้วนแต่ได้รับความนิยมอย่างมาก.

ปัจจุบัน ซูโหย่วเผิงมีอายุเข้าเลขสี่แล้ว แต่ใบหน้าที่หล่อเหลา และรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นดังดวงตะวัน ก็ยังคงไม่ไปไหน ผลงานภาพยนตร์ที่ออกมาในช่วงสองปีนี้ เรื่อง    Design of Death, The Assassins, และ The Four III ล้วนมียอดจำหน่ายตั๋วที่ไม่เลวเลย ภาพยนตร์เรื่องโจ่วเอ่อ-The Left Ear ที่เข้าฉายในปีนี้ หน้าที่การงานของซูโหย่วเผิงก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นเพื่อนบ้านรูปหล่อและความตั้งใจอย่างไม่ลดละ





ซูโหย่วเผิง ซูโหย่วเผิง ในฐานะที่เป็นศิลปินที่ได้รับความนิยมอย่างสูงอดีตวงเสี่ยวหู่ตุ้ยที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นต้นกำเนิดของไอดอล—ไกวไกวหู่ ซูโหย่วเผิง ในฐานะที่เป็นศิลปินที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ในวงการภาพยนตร์ วงการโทรทัศน์ วงการเพลง ฯลฯ ซูโหย่วเผิงล้วนแต่มีผลงานเป็นที่น่าจับตามอง เขาเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดสำหรับบรรดาสาวๆ SNH48 ที่กำลังไล่ตามความฝันที่จะเป็นไอดอลของจีน

ซูโหย่วเผิง เกิดวันที่ 11 กันยายน ปี 1973 ที่เมืองไทเป ไต้หวัน นักร้อง นักแสดง โปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ

ปี 1988 เข้าเป็นสมาชิกวงเสี่ยวหู่ตุ้ย และได้รับความนิยมมาก เมื่อเสี่ยวหู่ตุ้ยปรากฏตัวก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากในเอเชีย จัดคอนเสิร์ตอย่างเต็มรูปแบบกว่า 20 รอบเป็นประวัติการณ์ กลายเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุค 80 และ 90 เป็นความทรงจำช่วงวัยรุ่นของคนมากมาย

ปี 2009 ซูโหย่วเผิงเริ่มเปลี่ยนแปลงบทบาท ในภาพยนตร์เรื่อง เฟิงเซิน (The Message) รับบทเป็นไป๋เสี่ยวเหนียน (Bai Xiaonian) ที่สับสนทางเพศ มีลักษณะตุ้งติ้ง นุ่มนิ่ม และได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

ปี 2014 ซูโหย่วเผิงรับบทเป็นผู้กำกับครั้งแรก นิยายของหราวเสว่ม่าน (饶雪漫) เรื่อง โจ่วเอ่อ (The Left Ear) เป็นผลงานที่ซูโหย่วเผิงเลือกมาเป็นผลงานการกำกับชิ้นแรก ปี 2015 ภาพยนตร์เรื่อง โจ่วเอ่อ ได้รับรางวัล  “วรรณกรรมเยาวชนแห่งปี 2015”   ในงานเทศกาลภาพยนตร์ปักกิ่ง




ซูโหย่วเผิว--ชายหนุ่มที่คู่ควรให้ฉันคลั่งไคล้

จากหนุ่มขี้อายยามขึ้นบนเวที ในตอนนี้เวทีเป็นที่ๆเขาเป็นตัวของตัวมากที่สุด การพัฒนานี้อาจใช้เวลานานพอสมควร เขามีทุกวันนี้ได้ มีจุดเริ่มต้นมาจากความตั้งใจ ยืนหยัด และความพยายามของเขา เขาเชื่อเสมอว่า ขอเพียงเราตั้งใจทำให้เต็มที่ มันต้องผลตอบแทนกลับมาแน่นอน

ผลงานของเขาเป็นเหมือนเพื่อน ที่อยู่ข้างเราตั้งแต่เริ่มจำความได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา บางครั้งเราอาจลืมเขาไป แต่เพียงแค่ความบังเอิญเสี้ยววินาทีเดียว ก็ทำให้เราได้รับรู้ว่า เขาอยู่เคียงข้างเรามาเสมอ เขาเป็นคนเรียบง่าย ถึงตอนนี้จะกลายเป็น "ราชานักแสดง" แล้ว แต่เขายังคงความเรียบง่าย ติดดินเหมือนเดิม มุ่งมั่นในการก้าวไปข้างหน้าต่อไป

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความเมตตาในตัวเขา ทำให้ทุกคนที่รักเขาซาบซึ้งอยู่เสมอ ไม่ว่าในการทำงานจะเจออุปสรรคมากมายแค่ไหน แต่เขาก็ยังแสดงรอยยิ้มให้เราได้เห็น นี่แหล่ะ ซูโหย่วเผิง ผู้ชายที่คู่ควรให้เรารัก ผู้ชายที่คู่ควรให้เราคลั่งไคล้



ฝันถึง ซูโหย่วเผิง

หญิงสาวคนหนึ่งยืนรออยู่หน้าคฤหาสน์  ห้องนอนสว่างจ้าเพราะผนังห้องเป็นกระจก ผ้าม่านสีขาวถูกแขวนอยู่หน้ากระจก ข้างผ้าม่านมีกระถางดอกมะลิดอกน้อยตั้งอยู่ สายลมเบาๆพัดผ่านสระว่ายน้ำเข้าไปยังห้องของเธอ หญิงสาวนั่งอยู่ริมหน้าต่าง เธอเป็นสาวผมยาวสลวย หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ  อากาศตอนนี้มีกลิ่นหอมอ่อนจากดอกมะลิ

ขณะนี้มีคนก้าวเข้ามาในห้อง เขานั้นเอง ชายหนุ่มที่เธอนั่งรอ (โหย่วเผิง) หญิงสาวหันไปหาเขา ทั้งสองส่งยิ้มให้กัน อันที่จริงแล้ว เมื่อก่อนแล้วซูโหย่วเผิง ก็เหมือนกับ หมอหนิว 牛医生(หนิวยีเซิน) ในเรื่อง 杀生(ซาเซิง) ลึกลับและน่ากลัว  นั้นเป็นเพราะว่าเด็กผู้ชายตัวน้อยบ้านเด็กกำพร้าที่ โหย่วเผิง ชอบไปบ่อยๆ เขาเผลอกินลูกปัดที่มีเวทมนต์เข้าไป และลูกปัดเวทมนต์นี้สามารถดูดพลังความรักความเมตตาจากคน ทำให้กลายเป็นคนร้ายกาจน่ากลัว

จาก ซูโหย่วเผิง ที่เคยมีแต่เมตตาค่อยเปลี่ยนไปเพราะลูกปัดเวทมนต์ ไม่เพียงแค่ โหย่วเผิง เท่านั้น รวมถึงเด็กๆในบ้านเด็กกำพร้าด้วย กลายเป็นคนน่ากลัวไปหมด มีแต่เพียงเด็กชายคนนั้นที่ยังเหมือนเดิม ฉะนั้น เขาเลยกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของคนอื่นๆ ถูกข่มขู่ กลั่นแกล้งทุกวัน อยู่มาวันหนึ่ง ซูโหย่วเผิง มาถึงบ้านเด็กกำพร้าที่นี่ เขามัดเด็กชายคนนั้นแล้วแขวนไว้บนต้นไม้ ให้เด็กคนอื่นๆมาโยนถุงทรายในตัวเด็กชาย  เด็กน้อยร้องไห้ร้องขอ “ปล่อยฉันลงไปทีเถอะ ขอร้อง” แต่เด็กๆข้างล่างกลับเล่นอย่างสนุกสนาน “ทุกคนหลบไป ฉันจัดการเอง” โหย่วเผิงร้องบอก โหย่วเผิง ปาสุดกำลัง ถุงทรายกระทบกับลูกปัดในตัวเด็กชายพอดี เด็กชายสำลัก มีลูกปัดออกมาจากปากและหล่นลงพื้นหญ้า แสงอาทิตย์สาดสองปลดปล่อยพลังแห่งรักของทุกคน ทุกคนกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เด็กชายถูกปล่อยลงจากต้นไม้ บ้านเด็กกำพร้ากลับมาสู่ความสงบสุขเหมือนแต่ก่อน

โหย่วเผิง รู้สึกผิดที่ตนได้ทำเรื่องแย่ๆลงไป เขาสำนึกผิดด้วยการมีจิตใจเมตตามากยิ่งขึ้น ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนสุดความสามารถของตนเอง และให้ความรัก ความอบอุ่นแก่พวกเขา ฉะนั้นที่ โหย่วเผิง ดูแลหญิงสาวคนนั้น ก็เพราะว่าเธอต้องการความช่วยเหลือ ไม่ใช่อย่างอื่นใดเลย เพราะว่าหญิงสาวคนนั้นไม่สามารถมองเห็นได้




ซูโหย่วเผิง-สมกับที่เป็นผู้ชายที่ฉันบ้าคลั่ง

จากคนที่ตื่นเต้นขี้อายบนเวทีในอดีต ถึงคนที่มีความสุขอย่างยิ่งบนเวทีในปัจจุบัน หลังจากผ่านความพยายามและความหนักแน่นมาตั้งแต่แรก เขาเชื่อว่า เพียงแค่คุณตั้งใจและทุ่มเท จะต้องได้รับผลตอบแทนแน่นอน ...!

ผลงานของเขาเป็นเหมือนกับเพื่อนของพวกเรา ตั้งแต่จำความได้ ก็อยู่กับพวกเราแล้ว สิ่งละอันพันละน้อย อุปสรรคต่างๆ อาจทำให้พวกเราลืมเขาไปบ้างระหว่างทาง แต่ว่าแค่ช่วงเวลาที่ไม่สนใจ พวกเราก็จะพบว่าเขาอยู่เคียงข้างกับพวกเรามาตลอด

เขามีจิตใจที่สงบและสันโดษ ถึงแม้ว่าความยอดเยี่ยมของเขาได้สร้าง “ผู้ชนะ” ในวันนี้ แต่เขาก็ยังคงรักษาจิตใจอันสงบนี้ไว้ ในทุกๆก้าวที่ก้าวผ่านวันนี้ไปสู่อนาคต!

หลายปีมานี้ เขาใช้จิตใจที่มีเมตตามาทำให้พวกเราทุกคนที่รักเขาประทับใจตลอดมา ไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหนด้านการงาน เขาก็ยังคงมอบรอยยิ้มที่แสนจริงใจให้กับพวกเราเสมอ นี่ก็คือ "ซูโหย่วเผิง" สมแล้วที่พวกเรารัก สมแล้วที่เป็นผู้ชายที่พวกเราบ้าคลั่ง




อ้างถึง
มีสปุ๊ บ้านพิพัฒน์กนกพร

เท่าที่ติดตามดาราเด็กหลายคนที่ประสบผลสำเร็จตอนเด็ก มักไม่ประสบผลสำเร็จตอนโต เพราะหลงระเริงกับมายาภาพ เงินทองจนไปสู่อบายมุข แต่สำหรับซูโหย่วเผิงกลับไม่ใช่ การวางตัวที่เหมาะสม อาจจะมีช่วงหนึ่งที่หายไปนั่นคงเป็นระยะเวลาของดักแด้ ที่ต้องการความสงบนิ่งไตร่ตรอง สะสมพลัง เพื่อโบยบินสู่แสงตะวันอีกครั้งอย่างงดงาม





จะมีวัยรุ่นอายุ 17 ปี สักกี่คน
ที่จะมีความมุ่งมั่นทำในสิ่งที่ยากมาก
และกล้าที่จะแสดงความมุ่งมั่นนี้ออกมา
รับปากกับทุกคน และ
เขาเอาความมั่นใจมหาศาลนี้มาจากไหนกันนะ

ซูโหย่วเผิง Alec Su ในวัย 17 ปี
การตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต
โดยทำตามอิมเมจที่บริษัทสร้าง “ไกวไกวหู่” ไว้
ได้สร้างไว้ตั้งแต่ เป็น “ผู้ช่วยพิธีกร”
“ไกวไกวหู่” ที่ ทั้งหน้าตาน่ารัก หล่อเหลา
ทั้งเรียนหนังสือเก่ง ทั้งสามารถทำงานทีวีได้

ไม่มีใครคาดคิด
“เสี่ยวหู่ตุ้ย”
วัยรุ่นชายที่เป็นผู้ช่วยพิธีกรทั้ง 3 คน
มีชื่อเสียงและดังยิ่งกว่าพุแตก
“ไกวไกวหู่” ยังมีอินเมจอย่างเดิม

แต่…………………….
ภารกิจ การเป็นผู้ช่วยพิธีกร (ออกอากาศอาทิตย์ละ 1 ครั้ง)
กับ ภารกิจ การเป็น บอยแบรนด์อันดับหนึ่ง นั้น
ช่างต่างกันลิบลับ

ใครจะรู้ซึ้งเรื่องนี้ได้ดีเท่า ซูโหย่วเผิง
และความลำบาก หนักหน่วงนี้
ไม่ได้แสดงออกมาเป็นคำพูด
หากจะเห็นแต่ “ไกวไกวหู่” ที่มี
ใบหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นทุกวัน

เหตุการณ์นี้กดดันมากขึ้น
เมื่อบริษัทจะถอดเขาออกจาก “เสี่ยวหู่ตุ้ย”
เหตุเพียงเพราะคะแนน ม.4 และ ม.5 ของเขาไม่ดี
การสอบเข้ามหาลัยมีชื่ออาจเป็นไปไม่ได้
ถึงตอนนั้น นอกจาก “ไกวไกวหู่” จะเสียภาพพจน์แล้ว
แน่นอน ย่อมกระทบไปถึง “เสี่ยวหู่ตุ้ย”
และ ชื่อเสียงของ “บริษัทไคลี่” ด้วย
(เฮ้อออออออออออออออออ เซ็งจิต)

ระบบธุรกิจในโลกที่คนทำกับคนกันแบบนี้
ทำให้วัยรุ่นคนหนึ่ง
จะต้องทำงานไปด้วย
และสอบเข้าคณะที่ฮิต ในมหาลัยชื่อดังที่สุดในไต้หวันให้ได้
กลายเป็นความเชื่อ เป็นภารกิจที่สมควรทำ
ซึ่งเพราะความเชื่อแบบนี้
จึงทำให้คนเอเชียแบบญี่ปุ่น ไต้หวัน และ
ตามมาติดติดก้อจีน
เพราะความเชื่อแบบนี้ ซึ่งไม่รู้ว่าดีหรือเปล่า
แต่ก้อทำให้นำมาซึ่งชื่อเสียงและเงินทอง

ซูโหย่วเผิง เองคงเคยเชื่อแบบนี้
ถึงตอนนี้ก้อยังเชื่ออยู่
หากแต่ อยู่ภายใต้ ตัวของตัวเองมากขึ้น
(และเนี่ยอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้
คนในประเทศเหล่านี้สามารถทำงานเป็นทีมได้
ไม่เหมือนเมืองไทย ทำงานเป็นทีมทีไร
มั่นหาเรื่องกัดกันทุกที คิดแต่เรื่องชิงดีชิงเด่น
อิจฉาริษยาไม่เข้าเรื่อง แทนที่จะมองที่เป้าหมาย
แล้วร่วมมือกัน ชอบจับผิดในเรื่องไม่เป็นเรื่อง)
ถึงตอนนี้ ซูโหย่วเผิง ก้อยังคงเป็นเหมือนเดิม
ดังที่เขาเคยพูดไว้

“กิจกรรมของบริษัทผมสามารถปฏิบัติตามได้ การเรียนของผมตัวผมรับผิดชอบเอง ลำบากกว่านี้ผมคนเดียวขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียวทั้งหมด”
เมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ก้อยังคงมุ่งมั่นเหมียงเดิม และมีเพิ่มเติมนิดหน่อย

“กิจกรรมของบริษัทผมสามารถปฏิบัติตามได้ การสรุปบทเรียนและความรู้ด้านการแสดงของผมตัวผมรับผิดชอบเอง ลำบากกว่านี้ผมคนเดียวขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียวทั้งหมด”


ารกระทำเป็นเครื่องวัดที่ดีที่สุด
เห็นการตั้งใจทำงาน
และการมองโลกในแง่ดีแล้วของ Alec Su แล้ว
ฉันตั้งใจจะเอาเป็นแบบอย่างคะ
และตั้งใจจะทำงานเป็นทีมให้ได้ดี
(กับทุกทีมที่ดิวอยู่ตอนนี้ เฮ้อ...เหนื่อยคะ เหนื่อยใจ)

ทึ่ง จิง จิง ว่าคุณทำได้ไง
แถมทำกับทึมงานเด็กรุ่นใหม่ทั้งนั้น
แต่อาจเป็นเพราะความต่างด้านวัฒนธรรมกะมัง
สุดยอดคะ Alec Su
คุณ คือ ที่สุดของแบบอย่าง
Alec Su , I Love You



ปี 2010 Alec ได้รับรางวัล Best Supporting Actor จากงาน Golden Rooster and Hundred Flowers Film Festival (ครั้งที่ 19) เขาเป็นคลื่นลูกใหม่ รูปลักษณะใหม่ของเขาเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์แบบการันตีด้วยความงดงาม มีชีวิตชีวา ความเคร่งขรึมดูมีเสน่ห์ เป็นความพิเศษของเขา

ยินดีและดีใจกับ Alec Su ศิลปินผู้มากความสามารถ
ศิลปินผู้มากความพยายาม
ปลื้มใจมากคะ ดีใจจนบอกไม่ถูก

ก้อไม่รู้ว่ารางวัลนี้ มีความหมายมากขนาดไหน
กับศิลปิน นักแสดงในประเทศจีน

เท่าที่ดูจากปฏิกิริยาของ Alec Su
การได้รางวัลนี้
เหมือนบทพิสูจน์ที่ได้พิสูจน์ตัวเอง
เส้นทางนี้ เดินมาถูกต้องแล้ว

ดีใจและยินดีด้วยหมดหัวใจเลยคะ
ซูโหย่วเผิง ยังไง ก้อเป็น ซูโหย่วเผิง ตลอดกาล
เขาอาจรู้อยู่แล้ว ว่าในใต้หล้า ทุกคนเทใจให้ “ไป๋เสี่ยวเหนียง”
แต่เขาก้อนึกไม่ถึง ว่าจะได้รับการยอมรับอย่างท่วมท้นขนาดนี้

ความรู้สึกของ ผู้ชายที่ชื่อ Alec Su ซูโหย่วเผิง
เก็บไม่ค่อยอยู่ เก็บได้ไม่เนียน
เสียใจก้อแสดงออก เศร้าใจก้อมองเห็น
ดีใจก้อยิ้มไม่หยุด ขำขำก้อหัวเราะร่า

สำหรับความยินดีของ ซูโหย่วเผิง บนเวทีนี้ สุดจะบรรยาย
เหมือนกับความเหนื่อยยากทั้งหมด
นับตั้งแต่ การได้เดินบนเส้นทางการเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัว
เริ่มนับตั้งแต่ องค์หญิงกำมะลอ
เป็นความพยายาม บนหนทางแห่งความเพียร
พยายาม และ พยายาม

สมแล้วคะ ที่คุณเป็นฮีโร่ของฉัน
สมแล้วคะ สำหรับแบบอย่างของความพยายาม
บนหนทางที่ถูกต้อง และเป็นตัวของตัวเองที่สุด


:: VDO ::
https://www.youtube.com/watch?v=mOEM6bD4KJY&feature=g-upl
http://www.tudou.com/programs/view/gBXFmuNWDgY/

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด
 

ที่มา http://ent.sina.com.cn/s/h/2011-02-18/10403233283.shtml

เวลา 10:40 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2011  ซูโหย่วเผิงกลับคืนสู่จอเงิน แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ใส่ชุดโบราณ

Sina รายงาน ปี 2010 เป็นปีแห่งการเก็บเกี่ยวของภาพยนตร์ประเทศจีน รายได้ Box office มากกว่าพันล้าน ดาราภาพยนตร์หลายคนปรากฏตัวต่อหน้าผู้ชมบ่อยครั้งมากขึ้น ปี 2009 มีการเปิดตัวหนังที่ซูโหย่วเผิงจะแสดง และในปี 2010 มีการเสนอภาพยนต์ 5 สไตล์ให้ผู้ชม ซึ่งทำให้ผู้ชมประหลาดใจ อย่างไรก็ตาม ผู้ชมก็ยังไม่พอใจเท่าไหร่ หวังว่าในปีใหม่จะได้เห็นซูโหย่วเผิงกลับสู่จอเงินในชุดโบราณอีกครั้ง

เมื่อนึกถึงซูโหย่วเผิงที่แสดงในภาพยนต์ 5 เรื่องในปี 2010 เขาได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อต้นปีที่อยากจะทำลายภาพลักษณ์เก่าของเขา ยิ่งบทบาทที่ไม่เหมือนเดิม เขายิ่งอยากแสดง ในปีนี้การตีความบทบาทตัวละครของซูโหย่วเผิงทำให้ผู้ชมประหลาดใจ และประสบความสำเร็จอย่างมากใน Box office ทั้งการแสดงเป็นวัยรุ่นในละคร Comedy

เรื่อง  The Four Cupids ซื่อเก้อฉิวบี่เท่อ (SiGeQiuBiTe)  ซูโหย่วเผิงแสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก

ทั้งการแสดงเป็นนักศึกษาปริญญาโทผู้อ่อนโยนในเรื่อง A Singing Fairy สุนจ่าวหลิวซานเจี่ย (XunZhaoLiuSanJie) เขาทั้งร้องเพลงเต้นรำ แสดงออกถึงพรสวรรค์หลายด้านของเขา

ในเรื่อง Lost In Panic Room มี่ชื่อจือปู้เข่อเก้าเหริน (MiShiZhiBuKeGaoRen) และเรื่อง A Tibetan Love Song คางติ้งฉิงเกอ (KangDingQingGe) ซูโหย่วเผิงก็ได้ทำลายภาพลักษณ์เก่าของเขาได้ ยิ่งทำให้น่าประหลาดใจขึ้นไปอีกคือซูโหย่วเผิงแต่งกายเป็นนักศีกษาชาวธิเบตแสดงหนังซึ่งเป็นที่น่าจดจำ ความจริงใจของเขาทำให้คนน้ำตาไหลจริงๆ นี่เป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของบทบาทการแสดงภาพยนตร์ของเขาซึ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกประทับใจอย่างมาก

เขาถูกแฟนๆเรียกว่า ไป๋เปี้ยนซู (BaiBianSu) แต่ก็มีผู้ชมพบว่าการแสดงหนังทั้ง 5 เรื่องของซูโหย่วเผิง ไม่มีบทบาทที่ใส่ชุดจีนโบราณเลย แฟนๆเลยหวังว่าในปี 2011 เขาจะเข้าสู่จอเงินในชุดโบราณอีกครั้ง หลังจากที่ปี 2010 ไม่มีบทบาทนี้เลย

Partana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4524
    • ดูรายละเอียด

ที่มา http://ent.sina.com.cn/s/m/2011-02-11/10283226810.shtml

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2011ซูโหย่วเผิงเป็นผู้นำคณะนักแสดงชาย

ซูโหย่วเผิงเป็นผู้นำคณะนักแสดงชาย

ปี 2010 เป็นปีที่ดาราหลายๆ คนมีผลงานภาพยนตร์หลายเรื่องที่น่าจดจำ ทั้งเฉินหลง (ChengLong) หวงเสี่ยวหมิง (HuangXiaoMing) ซูโหย่วเผิง (SuYouPeng) เป็นต้น ซูโหย่วเผิงไม่เพียงทุ่มเทในการแสดงภาพยนตร์ที่แสนยอดเยี่ยม 5 เรื่อง ให้แก่ผู้ชม จนกลายเป็นดาราที่แสดงหนังเยอะที่สุดของปีนั้น เขายังได้รับรางวัลนักแสดงนำชายในเทศกาลหนังมาเก๊าจากเรื่อง คางติ้งฉิงเกอ (KangDingQingGe) อีกด้วย

ปีที่ผ่านมา ซูโหย่วเผิงมีผลงานภาพยนตร์ที่น่าประทับใจ กลายเป็นทั้งไอดอลสุดร้อนแรงและนักแสดงที่มีคุณภาพ เฉพาะในปีนี้ ซูโหย่วเผิงได้เสนอภาพยนตร์สุดยอดเยี่ยมให้ผู้ชมถึง 5 เรื่อง ได้แก่ เรื่อง สุนจ่าวหลิวซานเจี่ย (A Singing Fairy) เรื่อง ชื่อจือปู้เข่อเก้าเหริน (Lost In Panic Room) เรื่อง คางติ้งฉิงเกอ ( A Tibetan Love Song) เรื่อง เส้าเหนี่ยนซิงไห่ ( The Star and The Sea ) และเรื่อง ซื่อเก้อฉิวบี่เท่อ ( The Four Cupids) ซูโหย่วเผิงทำงานด้วยจิตวิญญาณและมีความตั้งใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนชื่นชมเขา จนกลายมาเป็นนักแสดงชายที่ร้อนแรงที่สุด

ไม่ว่าจะอยู่ในภาพยนตร์เรื่องไหน ซูโหย่วเผิงก็ปรับเปลี่ยนให้เป็นตามบทบาทนั้นได้ ทำให้เห็นภาพที่ลึกซึ้งและเสน่ของแต่ละบทบาทตัวละคร กลายมาเป็นผู้นำนักแสดงชายได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถ้าหากพูดว่าเรื่อง เฟิงเชิง (FengSheng) ทำให้ซูโหย่วเผิงกลายมาเป็นที่รู้จักไปทั่วจนได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชาย ถ้าอย่างงั้น เรื่อง คางติ้งฉิงเกอ (A Tibetan Love Song) ปี 2010 ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จ แต่ยังเป็นต้นแบบของนักแสดงที่มีความพยายามอีกด้วย จิตวิญญาณนักแสดงของซูโหย่วเผิงดึงดูดให้ประเทศอื่นๆ สนใจในตัวเขา จนเขาได้รับเชิญไปงานเทศกาลหลังนานาชาติ ด้วยความรักในภาพยนตร์ของเขา เขาเดินทางออกนอกประเทศ ก้าวไปในเวทีที่สูงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

นอกจากความทุ่มเททำงานของซูโหย่วเผิงแล้ว เขายังคงให้ความสำคัญกับการทำการกุศลอีกด้วย ซูโหย่วเผิงเดินทางไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือและบริจาคให้โรงเรียนประถมที่ยากจนแถบเหอเป่ย และพื้นที่ยากจนต่างๆ โดยเขาเสียสละกำลังของตนเองเพื่อไปให้ความบันเทิงและให้ความรักกับเด็กๆในพื้นที่ยากจนเหล่านั้น

ปี 2010 ผ่านไปแล้ว สำหรับซูโหย่วเผิงแล้วเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของเขามาก เขายังคงพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยหยุดความพยายาม เขาท้าทายตัวเอง มองหาบทบาทที่ยากขึ้นไปด้วยความเชื่อมั่นที่เขามีในการสร้างสิ่งใหม่ๆ ทำให้พวกเราได้รับชมสิ่งแปลกใหม่จากเขาอยู่เสมอ ในตอนนี้ขออำลาปี 2010 ซูโหย่วเผิงจะยังคงเดินหน้าต่อไป มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ และบินไปในท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ขึ้น

Alec Love Me

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8809
    • ดูรายละเอียด

http://www.weibo.com/p/1001603894510647162768

永远的苏有朋
2015年10月5日 09:05 阅读 600


在台北住着一个学习成绩优异的学生。

他从小就是家中的宝贝,爸爸疼、妈妈爱。他有一个小他六岁的弟弟,叫苏有文。

对于一个十五岁的孩子谁又能想到不久的将来他的人生发生了巨变!

国内毕业的他,看到华视在招节目助理,怦然心动;他告诉妈妈他要去报名应征。他从小就有明星梦,自愿报了电子钢琴班、包了学校的合唱团。原因就是他喜欢音乐,一股来自内心深处的无缘由的喜欢。

他在洗澡的时候在唱歌,在写作业的时候都哼唱着当时的流行歌曲。他心里深深久驻着他的偶像————麦当娜! 他幻想有一天也能和偶像一样有属于自己的歌迷,属于自己的掌声。

于是在妈妈的帮助下,写了简历,简历上赫然写着就读的高中———【台北市建国高级中学】。那是台湾最好的高中。

终于,有天下午他接到了面试电话,叫他拿着舞蹈鞋到华视旁边的舞蹈教室面试。

进入排练室,一下子觉得自己那狭隘的世界变得辽阔了。他看到一个穿着古装芭蕾衣服的酷似张国荣的,后来问了他才知道他叫陈志朋。

看到那么多的舞蹈竞争者,另他瞠目结舌,印象最深的是吴奇隆、还有吴奇隆的后空翻。

轮到他上场的时候,音乐从录音机里放出来就慢了一拍。

苏有朋是农历八月十五出生的,所以取名苏有朋。

最终定下了吴奇隆、陈志朋还有他组成了小虎队!因为他的高学历,加上呆萌的外表,所以他叫乖乖虎。

小虎队红了!一场又一场的演唱会,成了华人偶像团体的鼻祖。苏有朋的压力也大了,学业事业两头忙。他只能拼命地读书,报了补习班,把功课不回来。

小虎队的每张专辑都很好。他与吴奇隆、金城武、林志颖成了台湾的四小天王。

因为陈志朋要服兵役,小虎队被迫解散。1995年举办了《虎啸龙腾狂飙演唱会》。他在唱《珍惜》的时候落下了眼泪……

这时候家里也出现了很大的问题,他家庭事业都受到了打击。他在努力工作、努力挣钱养活全家。

这种日子熬了两年,到1997年琼瑶找到了他和陈志朋,要他们演《还珠格格》,他开始了新的起跑线,从新人做起……

没想到《还珠格格》让他们一炮而红,创下了不可复制的奇迹!然后是《老房有喜》《绝代双骄》《倚天屠龙记》《情深深,雨蒙蒙》等多部作品。娱乐圈是条染色体,只有他没被这条染色体沾染,始终保持初心。他不断突破自己,转到电影,《密室》《杀生》《风声》《四大名捕》《最佳嫌疑人》《甜蜜杀机》等多部电影。再后来当了制片人,出演了《非缘勿扰》!直到当起了导演,拍摄了《左耳》!不断转变身份。

如今到了40而惑的年纪,希望他能找到生命的另一半,我会永远支持你!

รักซูโหย่วเผิงตลอดกาล

นักเรียนผลการเรียนดีเด่นที่มุ่งแต่เรื่องเรียนในไทเปตั้งแต่เล็กเขาก็เป็นแก้วตาดวงใจของครอบครัวตลอดมา เขามีน้องชายอายุซึ่งห่างจากเขาถึง 6 ปีหนึ่งคน ชื่อซูโหย่วเหวิน (苏有文)

สำหรับเด็กอายุ 15 ปีคนหนึ่งแล้ว ใครจะไปคาดคิดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีจุดเปลี่ยนอันยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาเกิดขึ้น เขาที่จบการศึกษาในระดับประเทศ เมื่อเห็นรายการโทรทัศน์จีนกำลังมองหาผู้ช่วยผู้กำกับรายการก็ใจเต้นตูมตาม เขาบอกแม่ของเขาว่าเขาจะไปสมัคร เขามีความฝันอยากเป็นดาราตั้งแต่เด็ก สมัครใจไปเรียนคีย์บอร์ดด้วยตัวเอง และเข้าร่วมวงร้องประสานเสียงของโรงเรียนด้วย เหตุผลก็คือเขาชอบเสียงเพลง ทั้งหมดล้วนมาจากความชอบจากใจส่วนลึกที่ไม่มีเหตุผล

เขาร้องเพลงตอนที่อาบน้ำ ตอนที่ทำการบ้านก็ฮัมเพลงฮิตในสมัยนั้นไปด้วย ไอดอลที่สถิตอยู่ในเบื้องลึกของจิตใจเขาก็คือ— มาดอนน่า (麦当娜) เขามีความฝันที่จะมีแฟนเพลงเป็นของตัวเอง มีเสียงปรบมือให้กับตัวเอง เหมือนกับศิลปินที่ตนชื่นชอบ  ดังนั้น ด้วยความช่วยเหลือจากคุณแม่ เขียนประวัติส่วนตัว เขียนบรรยายโรงเรียนช่วงมัธยมต้นได้อย่างน่าประทับใจ --- (โรงเรียนมัธยมเจี้ยนกั๋วไทเป- Taipei Municipal Jianguo High School台北市建国高级中学) ซึ่งที่นั่นเป็นโรงเรียนมัธยมที่ดีที่สุดในไต้หวัน

ในที่สุด ฟ้าก็ตอบรับคำอธิษฐานของเขา เขาได้รับการสัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์ บอกให้เขาใส่รองเท้าเต้นไปที่ห้องซ้อมเต้นข้างๆสถานีโทรทัศน์เพื่อรับการสัมภาษณ์  เมื่อก้าวเข้าไปในห้องซ้อมเต้น ก็รู้สึกว่าโลกแคบๆใบเก่าของตัวเองได้เปลี่ยนไปกว้างใหญ่แล้ว เขาได้เห็นคนๆหนึ่งสวมชุดบัลเล่ต์ที่ดูเหมือนจางกั๋วหรง (张国荣) อยู่ข้างใน ต่อมาเขาถึงเพิ่งรู้ว่าคนๆนั้นชื่อ เฉินจื้อเผิง (陈志朋) เห็นผู้สมัครแข่งเต้นมากมายขนาดนั้น ทำให้เขาถึงกับตาค้าง จำได้ดีที่สุดก็คืออู๋ฉีหลง (吴奇隆) และท่าตีลังกากลับหลังของเขา เมื่อถึงตาเขาแสดง เสียงเพลงที่ออกจากเครื่องเล่นเทปก็ดูเหมือนจะช้าลงไปเลย

ซูโหย่วเผิงเกิดวันที่ 15 เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ ดังนั้นจึงมีชื่อว่า ซูโหย่วเผิงในที่สุดก็ได้อู๋ฉีหลง (吴奇隆) เฉินจื้อเผิง (陈志朋) และเขา มารวมกลุ่มกันเป็นเสี่ยวหู่ตุ้ย เพราะเขามีประวัติการศึกษาที่ดี บวกกับหน้าตาที่ชวนให้ตกตะลึง เขาจึงถูกกำหนดให้เป็นไกวไกวหู่
เสี่ยวหู่ตุ้ยดังแล้ว!คอนเสิร์ตรอบแล้วรอบเล่าที่ถูกจัดขึ้น กลายเป็นศิลปินที่เป็นกลุ่มยุคแรกของจีน ความกดดันของซูโหย่วเผิงก็มากขึ้นตามไปด้วย ทั้งการงานและการเรียน เขาทำได้เพียงแค่ตั้งใจเรียนให้มากที่สุด สมัครเรียนกวดวิชา ทำการบ้านอย่างหนัก

ยอดขายเทปของเสี่ยวหู่ตุ้ยดีทุกอัลบั้ม อู๋ฉีหลง จินเฉิงอู่ (金城武) หลินจื้ออี้ (林志颖) และเขา กลายเป็นจตุเทพของไต้หวันและเพราะว่าเฉินจื้อเผิงต้องเข้ารับเกณฑ์ทหาร เสี่ยวหู่ตุ้ยจึงต้องแยกวงด้วยเหตุนี้ ปี 1995 ได้จัดคอนเสิร์ตหู่เสี้ยวหลงเถิงขวางเปียว (虎啸龙腾狂飙演唱会) ขึ้น เขาน้ำตาไหลในขณะที่ร้องเพลง เจินซี (珍惜)

ในช่วงนี้เอง ทางบ้านก็ประสบปัญหาครั้งใหญ่ กิจการของที่บ้านได้รับผลเสียหายหนักมาก เขาทำงานอย่างหนัก ตั้งใจอย่างยิ่งในการหาเงินเลี้ยงดูทั้งครอบครัว  เวลาแบบนี้เป็นไปกว่า 2 ปี กระทั่งปี 1997 ฉงเหยา(琼瑶) ได้ชวนให้เขาและเฉินจื้อเผิงเล่นละครเรื่ององค์หญิงกำมะลอ ทำให้เขาได้เริ่มเดินบนเส้นทางใหม่ กลายเป็นคนใหม่...

อย่างไม่คาดคิดมาก่อน องค์หญิงกำมะลอทำให้พวกเขาดังเป็นพลุแตก สร้างเป็นความมหัศจรรย์ที่ยากที่จะเลียนแบบได้ และก็ตามมาด้วยเรื่อง เราสองหัวใจเดียวกัน (老房有喜) ลูกปลาน้อย (เดชเซียวฮื่อยี้) (绝代双骄) ดาบมังกรหยก (倚天屠龙记) มนต์รักในสายฝน (情深深,雨蒙蒙) และผลงานอื่นๆอีกมากมาย วงการบันเทิงมีการเปลี่ยนแปลงผันแปรอยู่ตลอดเวลา มีแต่เขาเท่านั้น ที่ไม่ถูกปนเปื้อนให้เปลี่ยนแปลงไป ยังคงรักษาจิตใจที่ดีงามไว้ได้ เขามักจะพัฒนาตนเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองอยู่เสมอ เปลี่ยนบทบาทฐานะไปเรื่อยๆ เปลี่ยนไปรับบทภาพยนตร์ เช่นLost in Panic Room (密室之不可告人) Design Of Death (杀生) The Message (风声) The Four (四大名捕) The Suspicious (最佳嫌疑人) Sweet Alibis (甜蜜杀机) และภาพยนตร์เรื่องอื่นอีกมากมาย หลังจากนั้นก็มาเป็นโปรดิวเซอร์ และได้แสดงละครเรื่อง Destiny By Love (非缘勿扰) จนกระทั่งมาเป็นผู้กำกับ ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง《左耳》 โจ่วเอ่อ

ปัจจุบันมีอายุนำหน้าด้วยเลขสี่แล้ว ขอให้เขาได้เจอกับรางวัลอันทรงเกียรติอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตเร็วๆ พวกเราจะสนับสนุนคุณตลอดไป