กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1

https://www.facebook.com/AlecfanclubinThailand/posts/2083496501688832?__xts__[0]=68.ARDJ2U65BtuNIPNTJUMo5px4seGUXS9iLK-L0KrmOV-GPIFt9nk0gDeHx1PKoOOT6jp06ztpmP7afVVHPQl35f6dWo7ry-7Y0oEElDcV-t174JNIQ6VcdjlPFwL0K3ein7f54vcx7QToD5DabTKn_VWRU9UuCvcX8WBye0zDz5TYMW-vis1nd02Mz_55I96YiKopWCBw2JxMlxZcPMo_53UOl0vw_Og4hixPaHcctpXxzkQztnKPO0S_N8xzi-fe8hMWriNM2ozPqXLylGzqLgeG5WRL7zrpX4MNKpPQ0RcaLetbhv8zmCgRre0VfPBt-FoTj3hETFJ6dlU9odOc6gCTQfrsBhlehicrXbQkgcI7QrrOGm_-zrCMpRVScOgqMcIgNj1LwVWi_sW1Wfl9vOU5LD2Jd53-sCRQd0gEuaynHczkEana-lmvlIvKZwWUjJcPcS03IBxZNoD8YMQT&__tn__=-R
2

Q:ในช่วงของการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องจั๋วเอ่อร์ คุณมีวิธีการอย่างไรในการพูดคุยกับอาจารย์ ยร่าว เส่วม่าน (Rao Xueman) ผู้ที่มีคำพูดหนักและรักนวนิยายของตัวเองเป็นอย่างมาก แต่มีประสบการณ์ด้านภาพยนตร์ไม่มาก เนื่องจากเขาเดาว่าอาจารย์ยร่าวต้องการคงหลายสิ่งเอาไว้ แต่ความยาวของภาพยนตร์มีจำกัด หวังว่าผู้กำกับจะแบ่งปันประสบการณ์ให้ได้ฟังสักนิด

A:เนื่องจากเธอเป็นผู้เขียนฉบับดั้งเดิม เธอจึงมีความรู้สึกต่อผลงาน จึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อตอบสนองความต้องการของเธอ ในส่วนของการผันตัวจากนักแสดงไปสู่ผู้กำกับ: สำหรับผมแล้ว การเป็นนักแสดงถือว่าเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ปรารถนาอยากให้ตัวเองเป็นผู้กำกับที่ดีขึ้น

Q:คุณผันตัวจากนักแสดงมาเป็นผู้กำกับ ประสบการณ์จากการที่เคยเป็นนักแสดงมีผลดีต่อการเป็นผู้กำกับของคุณอย่างไรบ้าง การที่คุณได้มายืนอยู่ในจุดของผู้กำกับ มีวิธีการติวนักแสดงในการแสดงอย่างไรบ้าง

A:[สำหรับผมแล้ว การเป็นนักแสดงถือว่าเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง อยากให้ตัวเองเป็นผู้กำกับที่ดีขึ้น] เรื่องแรกเป็นคนที่มาใหม่ทั้งหมด เรื่องที่สองเริ่มรู้จักนักแสดงที่เก่งๆและมีประสบการณ์เหมือนกัน ผมต้องลองไปพูดคุยกับพวกเขาดู เทคนิคในการพูดคุยผมยังคงต้องศึกษาเพิ่ม เพราะว่าพบความแตกต่างมากมาย โดยหลักการแล้วในแต่ละฝ่าย ผมจะดูความเข้าใจของคุณ ทุกคนจะต้องส่งการบ้านที่หน้างาน คุณต้องแสดงให้ผมดู โดยใช้ความสามารถของผมเป็นมาตรฐานซึ่งก็คือ 80 คะแนน ถ้าแสดงได้ดีกว่าผม ผมก็จะชมเลยว่า “สุดยอด ทำให้ผมเซอร์ไพรส์มาก” ถ้าความคิดไม่ตรงกันล่ะ ผมก็จะเข้าไปคุย ซึ่งบางครั้งก็เจอกับสถานการณ์ที่คุยไม่ได้ งั้นก็ต้องหักหน้าแล้วแหละ อย่าสิ้นความคิด การแสดงของคุณไม่สามารถโน้มน้าวให้ผมใจอ่อนได้ ผมพูดไปคุณก็ไม่เข้าใจ งั้นก็ไปลงมือทำเลย ทุกคนก็พยายามแล้ว

Q:คุณมีวิธีจัดการกับบทบาทของการเป็นนักแสดงและผู้กำกับอย่างไร

A:การเป็นผู้กำกับเหนื่อยมาก ถ้าไม่มีอะไรทำก็ไม่ต้องมาเป็นผู้กำกับนะ เงินเดือนก็ไม่ได้เยอะ (หัวเราะตลก) ทั้งสองงานนี้มีความแตกต่างกันมาก สิ่งที่ผู้กำกับต้องใส่ใจมีเยอะมาก ยุ่งยากกว่าการเป็นนักแสดงเยอะ ในความคิดของพวกคุณ ผู้กำกับกับนักแสดงมีความแตกต่างกันอย่างไร มันก็เป็นแบบที่พวกคุณคิดนั่นแหละ
3


ตรรกะความคิดของเขา ว่าคนๆนี้เป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดา

Q:ตอนที่สร้างความสัมพันธ์ของตัวละคร ภาพลักษณ์ของตัวละครมีความสำคัญมาก งั้นสิ่งที่ต้องพิจารณาตอนสร้างตัวละครหลักสามตัวนี้คืออะไร เนื่องจากถางชวนเป็นศาสตราจารย์ชั้นยอด ส่วนสือหงเป็นนักคณิตศาสตร์ผู้น่าสงสาร เฉินจิ้งดูเหมือนจะเป็นคนที่จมปลักอยู่กับชีวิต คุณได้ปรับเนื้อหาเดิมของนิยายในด้านไหนบ้าง

A: ผมคิดว่าแววตาเป็นสิ่งสำคัญ คนฉลาดมักจะมีแววตาของคนฉลาดอยู่ บางเวอร์ชั่น ผมคิดว่ามีบางคนที่ไม่เหมือนคนที่เก่งกาจมีความสามารถเลย ดังนั้นในแววตาของคุณดูฉลาดหรือไม่นั้น สำหรับผมถือเป็นสิ่งสำคัญมาก แววตาตัวละครในภาพยนตร์นะ เมื่อคุณต้องแสดงเป็นคู่กัด ทั้งสองจะต้องมีฝีมือพอๆกัน มันถึงจะสู้กันได้ ถ้ามีฝ่ายหนึ่งที่แสดงออกชัดเจนมากว่าโง่ มันไม่ได้ คุณเข้าใจไหม ดังนั้นในช่วงแรกผมนี่พยายามมาก ไม่ว่าจะนักแสดงคนใดก็ตาม แม้ว่าคุณจะไม่มีการแสดงออกทางอารมณ์ ถ้าผมรู้สึกว่าสมองของคุณกำลังวิ่งไปวิ่งมาอย่างรวดเร็ว คุณนั่นแหละคืออัจฉริยะ และนั่นคือสิ่งที่ผมต้องการจากสองคนนั้น

Q: นางเอกในนวนิยายออกแนวขี้ลังเลไม่มีความมั่นใจ แต่นางเอกในภาพยนตร์ให้ความรู้สึกแบบต้อง “ล้างบาปชดเชยความผิด” การปรับบทแนวนี้คุณมีแนวคิดอย่างไร

A: เนื่องจากเราได้ย้ายใจความสำคัญมาไว้กับสองพระเอกคู่กัดนี้ ดังนั้นจึงยัดเรื่องราวของนางเอกเข้าไปมากไม่ได้ เพราะผมจำได้ว่าก่อนที่เธอจะยอมจำนน มีบทหนึ่งที่เหมือนว่านางเอกพูดอะไรสักอย่างกับแม่ เพิ่มความรู้สึกผิดเข้าไป ต่อมาพวกเราก็เลยตัดบทนี้ทิ้ง ก็เพราะว่าเนื้อหาหลักพวกเราได้ใส่ไว้ในพระเอกสองคนนี้แล้ว จึงอาจจะไม่สามารถเพิ่มเติมเรื่องราวความรู้สึกเกี่ยวกับตัวเธอเข้าไปได้มากนัก

Q:ความรู้สึกที่สือหงมีต่อเฉินจิ้งค่อนข้างซับซ้อน ความรู้สึกที่สือหงมีต่อเฉินจิ้งที่คุณอยากสื่อให้ผู้ชมได้รู้คืออะไร

A: เมื่อเขาหมดสิ้นความหวังต่อทุกอย่างแล้ง เมื่อเขาต้องทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้  สำหรับเขาแล้วถือว่าเป็นแสงสว่างของชีวิตใช่มั้ย แท้จริงแล้วชีวิตสามารถเฉิดฉายสว่างไสว งดงามแบบนี้ได้ วินาทีตอนที่เปิดประตู ต้องพยายามทำให้แสงดวงอาทิตย์ทอเป็นประกาย และเมื่อประตูถูกเปิด ก็จะทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยน และกลายเป็นผู้ช่วยชีวิตของเขา

Q:สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทั้งสองท่าน สำหรับหัวข้อ “แนวพื้นบ้าน” นี้ ผมอยากจะสอบถามให้ลึกอีกครั้ง เมื่อสักครูนี้ก็ได้พูดถึงทั้งสองท่านไปแล้ว เพื่อให้ผู้ชมชาวจีนเชื่อว่าเรื่องราวนี้กำลังเกิดขึ้นและถ่ายทำในประเทศจีน ดังนั้นฉากและรายละเอียดภาพยนตร์เรื่องนี้จึงมีการทำให้เป็นแนวพื้นบ้านมากขึ้น เช่น ใต้สะพานมีการเต้นระบำของคนแก่ และยังมีจักรยานที่เปลี่ยนมาเป็นรถจักรยานสาธารณะ อยากถามว่า คุณมีวิธีการออกแบบรายละเอียดเหล่านี้อย่างไร

A:บางสิ่งที่เราคิดว่าทุกคนน่าจะมองข้ามไม่สนใจ จริงๆแล้วเราอาจจะต้องทำมันให้มากขึ้น รวมถึงหลังจากความจริงถูกเปิดเผย เฉินจิ้งก็ย้ายไปอยู่ที่ใหม่  ทักทายเพื่อนบ้าน คนญี่ปุ่นก็อาจจะกล่าวคำทักทายเหมือนในหนังญี่ปุ่น “ไฮ่” ซึ่งดูเหมือนว่าคนจีนจะไม่มีวัฒนธรรมแบบนี้ ดังนั้นจึงไม่ง่ายเลยที่จะหาโรงเรียนเพื่อสั่งการบ้านเพื่อทำให้เรื่องนี้ผ่านไปแบบสบายๆ  ดังนั้นสิ่งที่ผู้ชมในประเทศอาจจะมองข้าม พวกเราก็จะไปศึกษา พยายามเต็มที่แล้วแต่อาจจะออกมาไม่สมบูรณ์แบบทั้งหมด แต่ก็ทำด้วยใจ สมมุติในประเทศ ผมเป็นตำรวจ ผมมีเพื่อคนหนึ่งเก่งมาก ผมสามารถเปิดเผยคดีไปเรื่อยได้หรือไม่ ดังนั้นจึงต้องให้เขาไปอยู่ในสถานีตำรวจในฐานะศาสตราจารย์ ให้เตะฟุตบอลและสัมผัสกับความจริงของคดี ไม่เช่นนั้นในประเทศจีนคดีนี้จะดูไม่สมเหตุสมผล และมันจะเป็นแค่ละครไอดอลทั่วไป

Q:เราสังเกตว่าภาพยนตร์โดยรวมของคุณคือมักจะใช้สีสันแบบแสงและความมืด ซึ่งความมืดแตกต่างจากนวนิยายและเวอร์ชั่นญี่ปุ่น คุณกำหนดสไตล์ของภาพยนตร์นี้ได้อย่างไร

A:คุณคิดว่าสีของเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมืดกว่าของพวกเรา คุณแน่ใจเหรอ (สีสัน) ใช่เหรอ

Q:ในส่วนของสีสันโดยรวมของภาพยนตร์ เนื่องจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นจะออกสีเทาและดำตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงภูเขาหิมะด้วย ทำการทดลองในเวลากลางคืน ในห้องก็ค่อนข้างอึดอัด แต่เรื่องนี้ที่เราถ่ายทำในประเทศก็อาจจะมีนิดหน่อย รวมทั้งในป่าก็เป็นสีเขียวและโทนสีอบอุ่น มีสองคนกำลังก่อไฟในกระท่อม จะให้ความรู้สึกอบอุ่นกว่าของเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ดังนั้นจึงอยากจะถามว่า การควบคุมสไตล์ภาพโดยรวมเกิดจากไอเดียอะไร

A: ผมขอเสริมนิดนึงนะครับ  จริงๆแล้วสุดท้ายโทนสีก็เป็นสีเข้ม ผมคิดว่าหลายสิ่งหลายอย่างในภาพยนตร์รวมถึงการแสดง จริงๆแล้วมันคือความสามารถอย่างหนึ่ง ถ้าพูดถึงส่วนใหญ่ ภาพยนตร์ของเรายังคงเป็นโทนสีน้ำเงิน – เขียว เมื่อสักครู่ได้ยินคุณพูดว่า ป่าที่พวกเขาไปเป็นป่าไม้ที่มีแสงแดดงดงาม ใจผมแทบละลายแน่ะ เดิมทีผมอยากจะเน้นการใช้ภาพวิวในการเล่าเรื่อง สือหงผู้ที่มีความเงียบขรึมและอยู่ตัวคนเดียวมาเป็นเวลานาน ในที่สุดก็จำเป็นต้องพูดคุยกับเขา จริงแล้วภาพป่านั้นสามารถแทนความรู้สึกในใจของสือหงได้ดีเลยแหละ เขาได้พาเขาเข้าไปในส่วนลึกของหัวใจของตัวเอง และพูดคุยสนทนากันอย่างชาญฉลาด ดังนั้นจึงมีข้อเรียกร้องสูงมากสำหรับฉากนั้น  สือหงเป็นคนแบบไหน เนื่องจากเป็นคนฉลาด ดังนั้นก็จะดูหยิ่งทะนงมาก ข้างนอกค่อนข้างถ่อมตัว แต่ด้านในช่างเยือกเย็น และมีคุณธรรมสูงมาก ถนนบนภูเขาเส้นนั้น หมอกหนา ซึ่งผมคิดว่าภายในใจของสือหงเป็นสถานที่ที่ลึกที่สุด ดังนั้นคุณต้องยื่นมือออกไปจนมองไม่เห็นนิ้วทั้งห้า ในความสับสนก็มีเพียงเขาที่รู้อย่างชัดเจนที่สุด แม้แต่สิ่งนี้พวกเรายังคงถกเถียงกัน หมอกที่เห็นบนยอดเขาคือสิ่งที่เราเป็นคนทำเอง พวกเราได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการจุดควันมาจากไต้หวันโดยเฉพาะ เขาสามารถปล่อยควันได้อย่างเป็นธรรมชาติ แล้วหลังจากนั้นก็รอให้มันค่อยๆลอยขึ้นไป ให้มันดูเหมือนว่าเป็นไอหมอกจากยอดเขาตามธรรมชาติพวกเราใช้เวลารอ ในที่สุดก็ทำให้พวกคุณได้เห็นว่ามันเป็นเหมือนแสงแดดอันสดใส แต่ว่าความตั้งใจในตอนแรกของผมไม่ใช่แบบนี้ มันน่าจะเป็นเพราะความเยือกเย็นที่มีอยู่ภายในใจลึกๆของสือหงมากกว่า ครึ่งแรกของการแสดงนั้นถือว่าสือหงเสี่ยงมากๆ ช่วงแรกถางชวนยอมลงจากม้าให้สือหง และพาคุณไปที่ห้องปฏิบัติการของผม  สือหงรู้สึกอายมาก พอไปถึงยอดเขา ผมได้ปีนเขาอยู่บ่อยๆ คุณมาถึงสถานที่ทำงานของผม ผมทำให้คุณรู้สึกอับอาย สถานที่แห่งนั้นบ่งบอกถึงภายในใจของสือหง ผมจะให้คุณได้เดินเข้าไปในโลกภายในใจของผม สำหรับถางชวนแล้วนั้น เผชิญกับสิ่งที่ไม่รู้ (เปลี่ยนแปลงแล้ว) ฉบับดั้งเดิมดูยิ่งใหญ่มาก ซึ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าเขากำลังเผชิญอยู่กับอันตราย ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ต่อมา ตอนที่จุดไฟเผา ความอันตรายที่อยู่ตรงหน้าก็หายไป เพื่อนรักทั้งสองคนกำลังจะเริ่มสนทนากันอย่างฉลาด ดังนั้นสถานที่ตรงนั้นจึงเริ่มดูอบอุ่นมากขึ้น พวกเขาทั้งสองคนจะคุยอะไรกันบ้างเมื่ออยู่ที่นั่น คนที่ฉลาดจะไม่พูดกระจายออกไปทุกคำ ทุกประโยคคือการแข่งขัน ถึงแม้ว่าตอนจบไม่จำเป็นจะต้องเฟอร์เฟคมากมาย แต่อย่างไรก็ตามพวกเราก็พยายามตั้งใจคิดว่าจะให้สองคนนั้นใช้คำพูดแบบไหนมาแข่งขันกัน
4


ในด้านการจัดการภายในทีมงาน :ผู้กำกับคือหัวใจหลักของทีมงานภาพยนตร์

Q:ในฐานะที่คุณเป็นผู้กำกับจากไต้หวัน ถ้าได้ถ่ายภาพยนตร์ที่จีน ซึ่งในทีมงานมีทั้งคนงานที่เป็นชาวไต้หวันและชาวจีน คุณมีวิธีจัดการกับอุปสรรคอย่างไร

A:อยู่สถานที่ถ่ายทำละครล้วนมีเหตุการณ์ และปัญหาที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นมากมาย  ผมพูดอยู่เสมอว่าถ้าวันหนึ่งผมต้องทำการตัดสินใจเป็นร้อยเรื่อง ต้องตอบเป็นร้อยคำถาม มีถูกบ้าง ผิดบ้าง สุดท้ายแล้วหนังของคุณก็จะเป็นแบบนี้ ทุกวันขึ้นๆลงๆ นั่นคือสิ่งที่คุณจะเจออยู่ตลอด ก่อนจะเปิดกล้องผมได้คาดการณ์ไว้หมดแล้ว เคยคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดของทุกฝ่ายไว้แล้ว นิสัยของผมก็คือ ผมพอจะรู้คำตอบอยู่บ้างแล้ว ถ้าคำตอบของผมคือ 80 ผมก็จะพยายามเชียร์ให้พวกคุณส่งงานผม ถ้าเกิน 80 คะแนน ผมปรบมือให้แน่นอน รู้สึกว่า “เก่งมากเลย” แต่ถ้ามีจุดไหนที่ผมสามารถเพิ่มเติมเข้าไปได้ผมก็จะบอก (แน่นอนว่าหลายๆครั้งผู้กำกับก็เป็นใจหลักของทีมงาน จะสื่อสารกับทุกคนให้เร็วที่สุดโดยไม่ให้กระทบต่อจิตใจได้อย่างไร ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลจะชักจูงอย่างไร ยังถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่เปรียบเทียบความสามารถกับงานศิลปะเท่านั้น)

ในด้านการออกแบบบทละคร:ส่วนที่ผมห่วงก็คือการเผชิญหน้ากับผู้คน  ความลำบากใจของคนและความเป็นอยู่

Q:ตอนที่ทำภาพยนตร์เรื่องนี้ มีวิธีแก้ไขเนื้อเรื่องในฉบับดั้งเดิมยอย่างไร ในตลาดภาพยนตร์แนวลึกลับของประเทศจีนควรจะพัฒนาไปในทิศทางไหนที่จะทำให้ผู้ชมสามารถยอมรับได้

A:ทำไมต้องปรับใหม่ ก็เพราะว่ามีเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและเกาหลีอยู่แล้ว ถ้าต้องหามุมมองใหม่ในรอยเก่านี้ก็ถือว่าไม่ง่ายเลยทีเดียว  ดังนั้นในเบื้องหลังพวกเรายังคงเลือกการประลองของทั้งคู่ ขิงก็ราข่าก็แรง ต้องสร้างอารมณ์ความรู้สึกของพวกเขาก่อน แล้วภายหลังพวกเขาต้องมาเผชิญกับโจทย์ยาก พวกเขาถูกบังคับให้เป็นคู่ต่อสู้กัน ที่จริงแล้วผมจะค่อนข้างใส่ใจความรู้สึกภายในของตัวละครในผลงานของผมนะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่อยู่ภายนอกจะไม่สำคัญ แต่เป็นเพราะผมค่อนข้างใส่ใจสิ่งที่อยู่ภายในมากกว่า รวมถึงภาพยนตร์เรื่องจั๋วเอ่อร์ จนถึงเรื่อง The Devotion of Suspect X ก็ใช่หมดเลย เรื่อง The Devotion of Suspect X บุคคลเหล่านี้ ในสายตาของผม ตอนอยู่ในเรื่องดูเหมือนว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น พวกเขาได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุด และสุดท้ายโชคชะตาก็ได้นำพาให้พวกเขาได้มาเจอกัน พวกเขาถูกบังคับให้เผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา ตอนแรกที่เห็นบทละคร ผมได้เสนอแนวทางในการแก้ไขบท แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นรูปเป็นร่าง เพราะความเสี่ยงค่อนข้างสูง อยากจะให้พวกเขาเล่าเรื่องออกมาในหลายๆมุมมอง เพราะว่าทุกคนต่างก็มีจุดที่ตัวเองลำบากใจ ผมอยากจะไปอธิบายแทนหลายๆบทบาทมาก สิ่งที่อยากบอกกับทุกคนก็คือ (ส่วนที่ผมห่วงก็คือการเผชิญหน้ากับผู้คน  ความลำบากใจของคนและสถานการณ์ของคน)

Q:คุณมีวิธีการคัดกรองรายละเอียดของนวนิยายอย่างไร เนื้อหาใดบ้างที่นำมาใช้ในภาพยนตร์

A:เพราะว่าตอนแรกพวกเราตั้งใจไว้ให้เป็นแบบ “ขิงก็ราขาก็แรง” อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความรักและความเคียดแค้นก็จะเก็บไว้ทั้งหมด ในเนื้อหาจะเน้นเรื่องความรู้สึกหรือความทรงจำอันลึกซึ้งเป็นหลัก จะเก็บรสชาติเดิมเอาไว้ เพราะผมก็กลัวว่าจะโดนด่าเหมือนกัน

Q:”ขิงก็ราขาก็แรง” ในจุดนี้ คุณได้ไอเดียมาจากอะไร จุดนี้ในนวนิยายไม่ได้บรรยายไว้เยอะนะ

A:ผมคิดว่าถ้านำหัวข้อนี้มาทำให้เป็นเรื่องราวของความรักทั้งหมด มันจะน่าเสียดายเกินไป เพราะแน่นอนว่า อันดับแรกมันต้องโดนตัดแน่ และผมคิดว่าเวอร์ชั่นญี่ปุ่นคล้ายกับเรื่องในนวนิยายที่สุด มันคือฉบับแรก ก็เหมือนที่พูดไว้เมื่อกี้  ถ้าจะเอาตัวรอดจากรอยร้าว พวกเราทุกคนมาประชุมกัน รวมถึงพี่หมิง และทีมงานละครของพวกเราด้วย พยายามช่วยกันมองหามุมมองใหม่ๆ จะแก้เยอะไม่ได้ แต่ต้องมองหามุมที่แปลกใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยทีเดียว

Q:สำหรับบทบาทสือหงกับถางชวน ที่รับบทโดยวังข่ายและจางหลู่ มีความยากอยู่ตรงไหนบ้าง

A:พูดตามตรงเลยว่าต้นฉบับดั้งเดิมเป็นเรื่องราวของสือหงล้วนๆ ส่วนถางชวนเป็นผู้ชายหมายเลขหนึ่ง ผมหวังว่าสองคนนี้จะต้องเป็นแบบขิงก็ราข่าก็แรง ดังนั้นจึงพยายามเพิ่มส่วนของถางชวนเข้าไป แต่เรื่องราวยังคงโฟกัสอยู่ที่สือหง ฉากแรกเป็นการใช้ความปรารถนาดีของอีกฝ่าย เนื่องจากเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นกับเขา (ถางชวน) ดังนั้นเขาต้องเป็นคนที่ฉลาด ทำให้ผู้คนหลงใหล หยิ่งยโส ต้องมีเสน่ห์ของความเก่ง ต่อมาเมื่อเกิดเรื่องราวขึ้น ความกดดันก็อยู่กับตัวเขา เกิดความสับสนในความรู้สึก จะจัดการเรื่องราวอย่างไร ฉากแรกจึงจำเป็นต้องอาศัยเสน่ห์ภายในตัวเพื่อแสดงบทบาทนี้ออกมา สิ่งที่ยากที่สุดของสือหงก็คือบุคลิกของตัวละครนี้ สิ่งแรกคือคุณต้องเป็นคนที่มีความสามารถฉลาดหลักแหลม ผมคิดว่าเขาจะต้องแตกต่างไปจากคนทั่วไป จริงๆแล้วหลู่อี้เป็นคนที่เก่งมากๆ ความสามารถในการแสดงของเขานั้นเข้มข้นมาก ภาษากายทั้งหมดทุกเซลล์ของเขา ล้วนแต่กำลังสร้างขึ้น บทบาทนี้ถือว่าท้าทายมาก รูปแบบในการพูดคุยของเขา สายตา จะทำให้คุณมองเห็น
5
[2019.01.02] ซูโหย่วเผิงแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Devotion of Suspect X  มีแต่เนื้อเน้นๆเลย!!!
https://www.weibo.com/ttarticle/p/show?id=2309404324046249553577#_0



ซูโหย่วเผิงแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Devotion of Suspect X  มีแต่เนื้อเน้นๆเลย!!!
เปิดงาน:

สวัสดีครับทุกท่าน ช่วงไม่กี่วันมานี้ที่ปักกิ่งอากาศหนาวมาก ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นนักเรียนจำนวนมากขนาดนี้ ~ ขอบคุณทุกคนที่ชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ

ตอนที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องจั๋วเอ่อร์เสร็จ ก็ได้รับโปรเจคจากบริษัทก่วงเสี้ยน (Beijing Enlight Media) เกี่ยวกับนวนิยายของคุณฮิงาชิโนะ เคโงะ เรื่อง The Devotion of Suspect X ว่ากำลังหาผู้กำกับหน้าใหม่อยู่ ตอนนั้นผู้กำกับโทรมาหาผม ผมก็พูดกับเขาว่า นี่เป็นโปรเจคที่ดีนะ แต่ว่าดูยากไปหน่อย นี่คือความรู้สึกแรกที่พวกเราได้รับโปรเจคเรื่อง The Devotion of Suspect X :เหมือนกับว่าคุณได้รับโปรเจคที่ดี แต่ว่ามันโด่งดังเกินไป และก็ได้รับการแก้ไขมาแล้วหลายรอบ นี่จึงเป็นโปรเจคที่เรารับมาแล้วรู้สึกหวั่นกลัวมากในตอนนั้น ความรู้สึกนี้ก็เป็นอีกอารมณ์หนึ่งที่ทำให้พวกเราเกิดความรู้สึกท้าทาย จริงๆแล้วก่อนที่จะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ พวกเราก็เดินวนอยู่หลายเส้นทางนะ สุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่โปรเจคนี้แหละ โดยเฉพาะตอนที่ต้องเผชิญกับโปรเจคนี้ คุณอาจจะมีความรู้สึกท้าทาย แต่สามารถบอกทุกคนได้เลยว่ามันคุ้มค่ามากจริงๆ เพราะว่านี่เป็นการหาเส้นทางของตัวเอง นี่คือจิตวิญญาณขั้นพื้นฐานของคน ในเรื่องของความสมดุลของงานธุรกิจและงานศิลปะ:การสร้างสรรค์ผลงานต้องมีความบริสุทธิ์และสมาธิ

Q:จุดไหนในภาพยนตร์เรื่อง The Devotion of Suspect X ที่ทำให้คุณประทับใจมากที่สุด

A:จริงๆแล้วตอนแรกที่บริษัทก่วงเสี้ยน (Beijing Enlight Media) อยากให้ผมทำไม่ใช่เรื่อง The Devotion of Suspect X นะ พวกเขาอยากให้ผมทำเรื่อง ดาบมังกรหยก แต่ว่านี่เป็นนวนิยายคุณภาพสูง ไม่สามารถแก้ไขได้โดยใช้เวลาเพียงสองชั่วโมง ดังนั้นผมจึงเริ่มดื้อดึงกับพวกเขา พวกเขาลองโน้มน้าวผมหลายอย่าง แต่ผมก็ไม่ยอม ต่อมาจึงได้มีเรื่อง The Devotion of Suspect X เข้ามา ถ้าคุณได้ดูเรื่องจั๋วเอ่อร์ก็น่าจะทราบเบื้องต้นแล้วว่า ผมไม่ได้มีเจตนาทำหนังให้ออกมาในเชิงพานิชย์ ผมอยากทำให้ความเป็นธุรกิจกับศิลปะมันไปด้วยกันอย่างเท่าๆกัน แต่ (ถ้าจะให้ผมทำตามใจตัวเองทั้งหมด โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของนักลงทุนเลย ผมเองก็ทำไม่ลงเหมือนกัน)

เรื่องราวครั้งนี้ก็คงเหมือนกับตอนที่ผมทำเพลง บริษัทอาจจะกำหนดจุดยืนให้ผมอย่างแน่นอนแล้ว แต่เพลงที่อยากให้ผมร้องกับตัวตนของผมมันค่อนข้างแตกต่างกัน ผมจำได้ว่าเมื่อก่อนมีคำพูดนึงที่ผมประทับใจมากก็คือ :(ถ้าคุณคิดว่าจะยืนหยัดทำผลงานเพลงในแบบของตัวเอง แต่ว่าคนอื่นฟังไม่เข้าใจ ถ้าคุณคิดว่าไม่เป็นไร ฉันไม่ได้ร้องให้พวกคุณฟัง งั้นคุณไปร้องคาราโอเกะดีกว่าไหม คุณจะออกแผ่นมาทำไม การที่คุณออกแผ่น ก็ไม่ใช่เพื่อเผชิญกับผู้ชมผู้ฟังหรอกหรือ)

คำพูดนี้สามารถตอบคำถามผมได้ในตอนที่ผมกำลังลังเลอยู่ และวันนี้ก็เหมือนกัน ผม ( วันนี้ต้องถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ จะได้ออกอากาศแล้ว ก็ต้องให้ผู้ชมดูใช่ไหม ถ้าไม่งั้นผมก็หา DV ไปทำเรื่องสั้นเอง ตัดต่อให้ตัวเองดูก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ) นี่คือสิ่งที่ผมเข้าใจในตอนหลัง ดังนั้นผมจึงหวังว่าจะสามารถหาจุดความสมดุลในผลงานได้ เนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญบางคนที่สามารถเอาชนะคำดูถูกและคุณค่าทางธุรกิจได้ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน อาจารย์เหล่านี้เป็นเหมือนกับประภาคารของผม ผมหวังว่าวันหนึ่งผมจะสามารถทำมันได้ ที่ผ่านมามีกระแสเสียงมากมาย   เช่น "ผู้กำกับคะ คุณก็พิจารณาหน่อยซิคะว่าใครได้รับเรทติ้งเยอะที่สุด" "คุณจะทำจุดโฆษณาอย่างไร" "เราต้องการสินค้ากี่ชิ้น" ผมว่าไปไกลๆผมเถอะนะ ในช่วงเริ่มต้นออกแบบผลงาน อย่าเพิ่งมารบกวนผมเลย ผมหวังอยู่เสมอว่า การสร้างสรรค์มันต้องเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ แน่นอนว่าในแต่ละฝ่ายล้วนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน นักลงทุนเขาก็มีไอเดียของเขา ทางโปรดิวเซอร์ก็มีการทำนายของพวกเขาเอง ผมก็พอจะเข้าใจในความต้องการของพวกเขา ในช่วงดำเนินขั้นตอนงานเหล่านี้พวกเราก็พยายามอยู่ ในช่วงแรกๆก็มีความกดดันอยู่บ้าง

ตอนที่ออกแบบก็ต้องใช้สมาธิ ความยากของมัน สิ่งแรกก็คือผมคิดว่าเนื้อเรื่องมันยังสั้นไป ถ้าเอาไปทำเป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมันก็มีเนื้อหลักแค่อย่างเดียว  ตัวละครบางตัวในเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่ แต่ถ้าเป็นเวอร์ชั่นจีนนี่ไม่ได้นะ ในบทแรกเราก็ออกแบบเรื่องเกี่ยวกับอาชญากรรมแบบ IQ สูง อย่างที่สองก็คือ ในต้นฉบับผู้เขียนมีการนำเรื่องราวต่างๆในยุคนั้นของญี่ปุ่นเขียนเข้าไปด้วย แล้วถ้าเป็นที่จีน เราจะนำเรื่องพวกนี้เข้าไปไว้ในยุคไหนล่ะ ยังคงเป็นเรื่องเราที่พวกเรายังคิดกันอยู่ สุดท้ายก็ตัดสินใจเอายุคปัจจุบัน และอีกอย่างในนวนิยายฉบับดั้งเดิม ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในญี่ปุ่นนั้นแตกต่างจากในประเทศจีน หากคัดลอกเลยทุกคนก็จะไม่เชื่อ แต่ความเชื่อมันคือสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งก็คือความจริง และให้ผู้ชมเชื่อว่าเรื่องราวนี้เกิดขึ้นใกล้ตัวเราจริงๆ หลายครั้งในกระบวนการสร้าง แต่ละฝ่ายก็หวังว่าจะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดออกมาให้คุณได้ชม แต่สำหรับผู้กำกับนั้น ต้องมีความสมดุล เมื่อมีหลายฝ่าย มีความหลากหลายมันจะกลายเป็นเรื่องวุ่นวาย ไม่ควรทำอะไรไปเรื่อยต่อหน้าผู้ชม อย่าให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด อย่างเช่นศิลปะ ก็อย่าปล่อยให้มันเป็นศิลปะจ๋าจนเกินไป เพราะเรื่องนี้เน้นเรื่องอารมณ์ความรู้สึกค่อนข้างเยอะ [ผมหวังว่าทุกคนจะได้เห็นอารมณ์ของทุกตัวละคร ได้เห็นความพยายามดิ้นรนและทางเลือกในยามจำเป็นและอารมณ์ของพวกเขา ]
6
Alec's Albums / Re: 1994 Cherished Backpack - เจินซี เต๋อเป้ยเปา
« กระทู้ล่าสุด โดย Alec Love Me เมื่อ ธันวาคม 29, 2018, 10:00:19 AM »
停泊在昨日离别的码头
ถิงปัวไจ้จั๋วรื่อหลีเปี๋ยเตอหม่าโถว
จอดเทียบ ณ ท่าเรือที่จากลากันเมื่อวันวาน

好多梦层层叠叠又斑剥
เห่าตัวเมิ่งเฉิงเฉิงเตี๋ยเตี๋ยโย่วปันปัว
ความฝันเหลือคณานับทับซ้อนยุ่งเหยิงละลานลา

人在夕阳黄昏后
เหรินเซิงซีหยังหวงฮุนโฮ่ว
คนผ่านห้วงสายัณห์ตะวันรอน

陪着明月等寂寞
เผยเจอะหมิงเยี่ยเติ่งจี้มั่ว
รอคอยความเหว่ว้าไปกับดวงจันทร์

年少痴狂有时难御晚秋风
เหนียนเส่าชือขวงโหย่วสือหนันอี้ว์หวั่นชุนเฟิง
หนุ่มสาววัยคะนอง บางครายากต้านทานลมหนาวปลายฤดูสารท

*经过你快乐时少烦恼多
จิงกั้วหนี่ไคว่เล่อสือเส่าฝันเหน่าตัว
เธอที่ยามสุขไม่มาก ยามทุกข์ไม่น้อย

经过我情深意浓缘份薄
จิงกั้วหวั่วฉิงเซินอี้หนงหยวนเฟิ่นปั๋ว
ฉันที่มีรักลึกซึ้ง แต่ไร้ซึ่งวาสนา

谁说青春不能错
เสยซัวชิงชุนปู้เหนิงชั่ว
ใครบอกว่าวัยหนุ่มสาวไม่อาจผิดพลาด

情愿热泪不低头
ฉิงย่วนเร่อเล่ยปู้ตีโถว
ยอมเสียน้ำตาระอุอุ่นแต่ไม่ยอมจำนน

珍惜曾经拥有曾经牵过手
เจินซีเฉิงจิงยงโหย่วเฉิงจิงเชียนกั้วโส่ว
ทนุถนอมสิ่งที่เคยมี ที่เคยจับจูงมือกัน

#珍惜青春梦一场
เจินซีชิงชุนเมิ่งอี้ฉัง
ทนุถนอมความฝันที่เคยมีในวัยเยาว์

珍惜相聚的时光
เจินซีเซียงจี้ว์เตอสือกวง
ทนุถนอมช่วงเวลาที่ได้ชิดใกล้

谁能年少不痴狂
เสยเหนิงเหนียนเส่าปู้ชือขวง
ใครบ้างไม่เคยเป็นวัยคะนอง

独自闯荡
ตู๋จื้อฉ่วงตั้ง
ยืนหยัดฝ่าฟันด้วยตัวเอง

就算月有阴和缺
จิ่วซ่วนเยี่ยโหย่วยินเหอเชวีย
ดวงเดือนยังมีข้างแรมและแหว่งเว้า

就算人有悲和欢
จิ้วซ่วนเหรินโหย่วเปยเหอฮวน
มนุษย์ย่อมเคยทั้งโศกาและอาดูร

谁能够不扬梦想这张帆
เสยเหนิงโก้วปู้หยังเมิ่งเสี่ยงเจ้อจังเผิง
ใครไม่เคยกางใบเรือออกไปไล่คว้าฝัน

珍惜为我流的泪
เจินซีเว่ยหวั่วหลิวเตอเล่ย
ทนุถนอมน้ำตาที่ไหลออกมาเพื่อฉัน

珍惜为你的岁月
เจินซีเว่ยหนี่เตอซุ่ยเยี่ย
ทนุถนอมวันเวลาที่หนุมไปเพื่อเธอ

谁能无动又无衷这段珍贵
เสยเหนิงอู๋ต้งอู๋จงเจ้อต้วนเจินซี
ในช่วงเวลามีค่านั้น จิตใจใครบ้างไม่เคยหวั่นไหว

明天还有云要飞
หมิงเทียนไหโหย่วอวิ๋นเย่าเฟย
พรุ่งนี้ก้อนเมฆยังปรารถนาจะล่องลอย

留着天空陪我追
หลิวเจอะเทียนคงเผยหวั่วจุย
อยู่บนท้องฟ้า เป็นเพื่อนฉันไล่ตามฝัน

无怨无悔也是人生一种美
อู๋ย่วนอู๋หุ่ยเหยี่ยซื่อเหรินเซิงอี้จ่งเหม่ย
ไม่เคืองแค้นไม่เสียใจ คือความงดงามหนึ่งในความเป็นมนุษย์

ซ้ำ *,#

珍惜为我流的泪
เจินซีเว่ยหวั่วหลิวเตอเล่ย
ทนุถนอมน้ำตาที่ไหลออกมาเพื่อฉัน

珍惜为你的岁月
เจินซีเว่ยหนี่เตอซุ่ยเยี่ย
ทนุถนอมวันเวลาที่หนุมไปเพื่อเธอ

无怨无悔也是人生一种美
อู๋ย่วนอู๋หุ่ยเหยี่ยซื่อเหรินเซิงอี้จ่งเหม่ย
ไม่เคืองแค้นไม่เสียใจ คือความงดงามหนึ่งในความเป็นมนุษย์
7
Alec's Albums / Re: 1994 Cherished Backpack - เจินซี เต๋อเป้ยเปา
« กระทู้ล่าสุด โดย Alec Love Me เมื่อ ธันวาคม 16, 2018, 07:32:05 AM »
https://mgronline.com/china/detail/9600000070670

停泊在昨日离别的码头
ting2 bo2 zai4 zuo2 ri4 li2 bie2 de ma3 tou2
ถิงปัวไจ้จั๋วรื่อหลีเปี๋ยเตอหม่าโถว
จอดเทียบ ณ ท่าเรือที่จากลากันเมื่อวันวาน

好多梦层层叠叠又斑剥
hao3 duo1 meng4 ceng2 ceng2 die2 die2 you4 ban1 bo1
เห่าตัวเมิ่งเฉิงเฉิงเตี๋ยเตี๋ยโย่วปันปัว
ความฝันเหลือคณานับทับซ้อนยุ่งเหยิงละลานลา

人在夕阳黄昏后
ren2 zai4 xi1 yang2 huang2 hun1 hou4
เหรินเซิงซีหยังหวงฮุนโฮ่ว
คนผ่านห้วงสายัณห์ตะวันรอน

陪着明月等寂寞
pei2 zhe ming2 yue4 deng3 ji4 mo4
เผยเจอะหมิงเยี่ยเติ่งจี้มั่ว
รอคอยความเหว่ว้าไปกับดวงจันทร์

年少痴狂有时难御晚秋风
nian2 shao3 chi1 kuang2 you3 shi2 nan2 yu4 wan3 qiu1 feng1
เหนียนเส่าชือขวงโหย่วสือหนันอี้ว์หวั่นชุนเฟิง
หนุ่มสาววัยคะนอง บางครายากต้านทานลมหนาวปลายฤดูสารท

*经过你快乐时少烦恼多
jing1 guo4 ni3 kuai4 le4 shi2 shao3 fan2 nao3 duo1
จิงกั้วหนี่ไคว่เล่อสือเส่าฝันเหน่าตัว
เธอที่ยามสุขไม่มาก ยามทุกข์ไม่น้อย

经过我情深意浓缘份薄
jing1 guo4 wo3 qing2 shen1 yi4 nong2 yuan2 fen4 bo2
จิงกั้วหวั่วฉิงเซินอี้หนงหยวนเฟิ่นปั๋ว
ฉันที่มีรักลึกซึ้ง แต่ไร้ซึ่งวาสนา

谁说青春不能错
shei2 shuo1 qing1 chun1 bu4 neng2 cuo4
เสยซัวชิงชุนปู้เหนิงชั่ว
ใครบอกว่าวัยหนุ่มสาวไม่อาจผิดพลาด

情愿热泪不低头
qing2 yuan4 re4 lei4 bu4 di1 tou2
ฉิงย่วนเร่อเล่ยปู้ตีโถว
ยอมเสียน้ำตาระอุอุ่นแต่ไม่ยอมจำนน

珍惜曾经拥有曾经牵过手
zhen1 xi1 ceng2 jing1 yong1 you3 ceng2 jing1 qian1 guo4 shou3
เจินซีเฉิงจิงยงโหย่วเฉิงจิงเชียนกั้วโส่ว
ทนุถนอมสิ่งที่เคยมี ที่เคยจับจูงมือกัน

#珍惜青春梦一场
zhen1 xi1 qing1 chun1 meng4 yi4 chang2
เจินซีชิงชุนเมิ่งอี้ฉัง
ทนุถนอมความฝันที่เคยมีในวัยเยาว์

珍惜相聚的时光
zhen1 xi1 xiang1 ju4 de shi2 guang1
เจินซีเซียงจี้ว์เตอสือกวง
ทนุถนอมช่วงเวลาที่ได้ชิดใกล้

谁能年少不痴狂
shei2 neng2 zai4 shao3 bu4 chi1 kuang2
เสยเหนิงเหนียนเส่าปู้ชือขวง
ใครบ้างไม่เคยเป็นวัยคะนอง

独自闯荡
du2 zi4 chuang3 dang4
ตู๋จื้อฉ่วงตั้ง
ยืนหยัดฝ่าฟันด้วยตัวเอง

就算月有阴和缺
jiu4 suan4 yue4 you3 yin1 he2 que1
จิ่วซ่วนเยี่ยโหย่วยินเหอเชวีย
ดวงเดือนยังมีข้างแรมและแหว่งเว้า

就算人有悲和欢
jiu4 suan4 ren2 you3 bei1 he2 huan1
จิ้วซ่วนเหรินโหย่วเปยเหอฮวน
มนุษย์ย่อมเคยทั้งโศกาและอาดูร

谁能够不扬梦想这张帆
shei2 neng2 gou4 bu4 yang2 meng4 xiang3 zhe4 zhang1 fan1
เสยเหนิงโก้วปู้หยังเมิ่งเสี่ยงเจ้อจังเผิง
ใครไม่เคยกางใบเรือออกไปไล่คว้าฝัน

珍惜为我流的泪
zhen1 xi1 wei4 wo3 liu2 de lei4
เจินซีเว่ยหวั่วหลิวเตอเล่ย
ทนุถนอมน้ำตาที่ไหลออกมาเพื่อฉัน

珍惜为你的岁月
zhen1 xi1 wei4 ni3 de sui4 yue4
เจินซีเว่ยหนี่เตอซุ่ยเยี่ย
ทนุถนอมวันเวลาที่หนุมไปเพื่อเธอ

谁能无动又无衷这段珍贵
shei2 neng2 wu2 dong4 you4 wu2 zhong1 zhe4 duan4 zhen1 gui4
เสยเหนิงอู๋ต้งอู๋จงเจ้อต้วนเจินซี
ในช่วงเวลามีค่านั้น จิตใจใครบ้างไม่เคยหวั่นไหว

明天还有云要飞
ming2 tian1 hai2 you3 yun2 yao4 fei1
หมิงเทียนไหโหย่วอวิ๋นเย่าเฟย
พรุ่งนี้ก้อนเมฆยังปรารถนาจะล่องลอย

留着天空陪我追
liu2 zhe tian1 kong1 pei2 wo3 zhui1
หลิวเจอะเทียนคงเผยหวั่วจุย
อยู่บนท้องฟ้า เป็นเพื่อนฉันไล่ตามฝัน

无怨无悔也是人生一种美
wu2 yuan4 wu2 hui3 ye3 shi4 ren2 sheng1 yi4 zhong3 mei3
อู๋ย่วนอู๋หุ่ยเหยี่ยซื่อเหรินเซิงอี้จ่งเหม่ย
ไม่เคืองแค้นไม่เสียใจ คือความงดงามหนึ่งในความเป็นมนุษย์

ซ้ำ *,#

珍惜为我流的泪
zhen1 xi1 wei4 wo3 liu2 de lei4
เจินซีเว่ยหวั่วหลิวเตอเล่ย
ทนุถนอมน้ำตาที่ไหลออกมาเพื่อฉัน

珍惜为你的岁月
zhen1 xi1 wei4 ni3 de sui4 yue4
เจินซีเว่ยหนี่เตอซุ่ยเยี่ย
ทนุถนอมวันเวลาที่หนุมไปเพื่อเธอ

无怨无悔也是人生一种美
wu2 yuan4 wu2 hui3 ye3 shi4 ren2 sheng1 yi4 zhong3 mei3
อู๋ย่วนอู๋หุ่ยเหยี่ยซื่อเหรินเซิงอี้จ่งเหม่ย
ไม่เคืองแค้นไม่เสียใจ คือความงดงามหนึ่งในความเป็นมนุษย์
8
Movies / Re: 2016.04.22 “วัยรุ่นของใครเล่าที่ไม่สับสน” Yesterday Once More
« กระทู้ล่าสุด โดย Alec Love Me เมื่อ พฤศจิกายน 21, 2018, 11:16:30 AM »
《快乐大本营》20160423期: 关晓彤毒舌插刀马思纯 李宏毅挑战TFBOYS Happy Camp【湖南卫视官方版1080P】
https://www.youtube.com/watch?v=CMbgV3Lvwyk
9
0.02 จากปีที่แล้วจนจบภาพยนตร์เรื่องผู้ต้องสงสัยเอ็กซ์ ซูโหย่วเผิงก็ไม่ค่อยได้ออกรายการอีกเลย
0.06 และช่วงนี้เอง เราก็ได้เจอเขาอีกครั้งที่โรงแรมInterContinental Shanghai Shimao Intercontinental Hotelในเซี่ยงไฮ้
0.15 การได้พบเขาอีกครั้ง รู้สึกว่า ไกวไกวหู่ยังคงดูสดใสเหมือนเดิม
0.19 สวัสดี ผู้ชมทางสถานีโทรทัศน์ช่องตงฟางทุกท่าน
0.21 ผมคือซูโหย่วเผิง ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะครับ
0.24 ซูโหย่วเผิง หลังจากจบภาพยนตร์ผู้ต้องสงสัยเอ็กซ์ เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็น จากที่ไม่มีอะไรเลยจนสู่มีทุกอย่าง
0.29 ลงเหมืองแร่ที่ลึก 88 เมตร
0.30 เพราะว่ามันคือ
0.32 ข้างล่างมันโปร่ง พวกคุณไปถ่ายรึยัง
0.34 เพราะว่ามันฝนตกพวกเราเลยขึ้นไปไม่ได้
0.36 ไม่เป็นไร เดี๋ยวครั้งหน้าผมก็ต้องมาอีกแน่นอน
0.39 เดี๋ยวก็อารมณ์จริงจัง สักพักก็หลุดยิ้มหัวเราะออกมา
0.42 ในขณะที่ให้สัมภาษณ์ ซูโหย่วเผิงก็เหมือนกับสภาพอากาศ
0.44 มืดครึ้ม สดใส ไม่แน่นอน
0.46 ผมไม่กลัวฝน ไม่กลัวลื่น
0.48 แต่พวกเขาก็ไม่ให้ผมไป
0.50 ผมคิดนะ ต่อให้ลื่นยังไงก็ตาม ผมก็ไม่ลื่นหรอก
0.54 ไม่ต้องกังวล แต่พวกเขาก็ยังไม่ให้ผมไป
0.56 ซูโหย่วเผิงจบชั้นมัธยมต้นเมื่อปี ค.ศ.1988
1.00 เขาอายุเพียง 15 ปี ใช้คะแนนที่สอบได้ที่หนึ่งของโรงเรียนในการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย(ไถเป่ยเจี้ยนกว๋อ)ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของไต้หวัน
1.05 ส่วนเรื่องราวหลังจากนั้น ทุกคนก็คงทราบกันดี
1.08 ตอนเรียนมัธยมต้น ซูโหย่วเผิงชีวิตไม่ได้สบายนัก
1.12 ตอนนั้นก็ไม่ยอมเหงานะ
1.14 ก็เอาแต่เรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนอย่างเดียว
1.17 ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ
1.18 เพราะโดยส่วนตัวแล้วก็ชื่นชอบด้านดนตรีและการร้องเพลง
1.20 ก็เลยไปสมัครเป็นผู้ช่วยในรายการ
1.21 ไปเป็น “เสียวหู่ตุ้ย” อะไรทำนองนี้
1.27 ตอนนั้นอู๋ฉีหลง อายุ 18 ปี เฉินจื้อเผิง อายุ 17 ปี ซูโหย่วเผิง อายุ 15 ปี ทั้งสามคนนี้ได้รวมตัวกัน
1.37 โดยตั้งชื่อทีมเป็น “เสี่ยวหู่ตุ้ย”
1.42 ช่วงนั้นโด่งดังเป็นอย่างมาก
1.44 แต่ความเป็นจริงแล้วตอนนั้นซูโหย่วเผิงก็มีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนเช่นกัน
1.47 มีความกดดันเยอะครับ
1.48 ดังนั้นตอนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
1.49 ตอนที่อยู่ ม.6 ปีนั้นผมได้ไปเรียนคลอสเสริมเยอะมาก
1.53 ตอนกลางวันเรียนหนังสือ ตอนกลางคืนต้องทำงานของวงเสียวหู่ตุ้ย
1.58 แต่ซูโหย่วเผิงผู้ที่มีความกดดันสูงก็สามารถทำคะแนนได้ดีไม่แพ้ใคร
2.00 สอบเข้ามหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของไต้หวันในสาขาวิศวกรรมได้สำเร็จ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์
2.06 ถ้าตอนนั้นไม่ได้เข้าไปอยู่ในวงเสียวหู่ตุ้ยนะ
2.07 ก็คงจะรอให้เรียนจบมหาวิทยาลัยก่อนแล้วค่อยไป
2.13 สำหรับซูโหย่วเผิงแล้ว การเข้าไปอยู่ในวงเสียวหู่ตุ้ยเป็นสิ่งที่แน่นอนอยู่แล้ว
2.20 หลังจากนั้น 3 คนก็ได้แยกทางไปทำหน้าที่ของใครของมัน
2.23 ซูโหย่วเผิงก็ได้วางมือด้านการร้องเพลงไปชั่วขณะ
2.26 โดยผันตัวไปเป็นนักแสดงในเรื่ององค์หญิงกำมะลอ
2.33 ตอนนั้น ในฐานะที่เป็นนักแสดงรุ่นใหม่
2.34 จางอู๋จี้
2.36 ในเรื่องดาบมังกรหยก ถือว่าเป็นผลงานด้านการแสดงของผมที่ได้เป็นผู้ชายหมายเลขหนึ่งในตอนนั้น
2.49 นิยายทุกเรื่องของคุณกิมย้ง เขาเขียนได้ยิ่งใหญ่มาก
2.52 ความสัมพันธ์ของตัวละครซับซ้อนมาก
2.53 ดังนั้นสมองผมต้องจดจำรายละเอียดเยอะมาก
2.55 สำหรับความสามารถในตอนนั้นของผม
2.57 มันเป็นงานที่ค่อนข้างหนักมากจริงๆ
3.59 เพื่อการสร้างผลงานอันยอดเยี่ยม
3.01ซูโหย่วเผิงก็ได้มุ่งมั่นพยายามอย่างหนัก
3.03 สำหรับผมแล้ว มันเป็นการถ่ายทำที่ทำทั้งวันทั้งคืน
3.05 ใช่ ถ่ายกันทั้งวันทั้งคืน
3.08 แล้วก็ถ่ายแบบไม่หยุดเลย
3.09 เรามีละครทั้งหมด 19 ตอน
3.11 และเป็นเพราะว่าเรื่องราวมันต้องขึ้นๆลงๆ ซับซ้อนมาก
3.13 แล้วก็ต้องจดจำว่าแต่ละฉากต้องทำอารมณ์สีหน้าประมาณไหน
3.17 จะให้มันปะติดปะต่อกันยังไง
3.19 เพราะตอนนั้นไม่ได้ถ่ายตามแบบเดิมที่เคยมี
3.22 ซูโหย่วเผิงจะต้องเปลี่ยนรูปแบบ อารมณ์อยู่ตลอดเวลา
3.30 และบทบาทที่เขาได้รับก็จำเป็นจะต้องทำแบบนี้
3.32 สำหรับผมแล้ว ตอนนั้นพวกเรามีทีม A B C 3 ทีม
3.33 เพราะว่ามันเป็นหนังแอ็คชั่น
3.34 ทีม ABถ่ายเกี่ยวกับกริยาท่าทาง
3.35 ทีม c ถ่ายเกี่ยวกับการต่อสู้
3.36 ซึ่งผมต้องทำทั้งหมด
3.48 ตอนนั้นพวกเราเริ่มถ่ายทำกันตอนช่วงฤดูร้อน
3.49 พระอาทิตย์อยู่กลางศรีษะพอดี อากาศก็ร้อนอบอ้าว
3.53 ตอนนั้นพวกเราถ่ายทำที่ยวินเหมิงเสีย เมืองปักกิ่ง
3.57 ตอนนั้นยังมี ”ออดิโอเทคนิก้า”
3.59 จางเถี่ยหลิน หวังกาง
4.03 พวกเขามาช่วยให้กำลังใจเด็กๆอย่างพวกเรา
4.06 ช่วยลดความกดดันให้กับพวกเรา
4.08 ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ยากมาก
4.10 ผมจำได้ว่าตอนนั้นมีแมลงเต็มท้องฟ้าไปหมด
4.12 จำได้ว่าตอนนั้นใบหน้าของซูโหย่วเผิงเต็มไปด้วยริ้วรอย
4.15 ปัจจุบันคุณกิมย้งได้กลายเป็นความทรงจำอันงดงามของซูโหย่วเผิง
4.21 ผมเคยกดไลค์รูปภาพนั้นในเว่ยป๋อ
4.23 มีชาวเน็ตท่านนึงได้ทำ
4.24 ซึ่งก็คืออันที่เขาทำ
4.25 ตัวละครทุกตัวเป็นเงาทั้งหมด
4.29 ทุกคนโบกมืออำลาเขา
4.30 ตอนนั้นผมรู้สึกว่า
4.32 รูปภาพใบนั้นได้ตีพิมพ์และตอกย้ำความรู้สึกของทุกคนเป็นอย่างมาก
4.35 ในใจของผมก็รู้สึกว่า
4.38 คุณรู้ไหมว่า
4.40 ความรู้สึกของผมกับพวกคุณไม่เหมือนกัน
4.41 ผมคือกลุ่มนั้นที่ยืนอยู่ตรงนั้น
4.42 เป็ฯหนึ่งในตัวละครที่ไปยืนส่งเขา
4.44 ผมคือพวกเขาเองคุณรู้ไหม
4.45 เป็นความรู้สึกแบบนั้น
4.47 เพราะฉะนั้น เสียใจมากจริงๆครับ




10
วันนี้ โรงแรม InterContinental Shanghai Shishan Intercontinental ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่! InterContinental Hotels & Resorts เป็นโรงแรมระดับโลกแห่งที่ 200 ของทั่วโลก สิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมแห่งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเหมืองหินที่ไม่ธรรมดาและยังคงดึงดูดแขกจากทั่วโลกในการมาสำรวจประสบการณ์การเดินทางอันน่าตื่นเต้นอีกด้วย InterContinental Hotels & Resorts @ซูโหย่วเผิง ได้เข้าร่วมพิธีเปิดอันยิ่งใหญ่

ข้อความของเฮีย 15 ก.ย.61

ตลอดเส้นทางที่ฉันเดินเข้าไปในโรงแรม InterContinental Shanghai Shimao Intercontinental Hotel ฉันได้แต่ร้อง “ว้าว” ด้วยความประหลาดใจ มันเป็นผลงานการสร้างจากพระเจ้าที่เปลี่ยน "แผลเป็นจากธรรมชาติ" มาเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมของโลก! ขอบเขตของจินตนาการอยู่ที่ไหน? ฉันต้องการจะบอกว่าตอนนี้ฉันมีคำตอบแล้ว

https://www.facebook.com/AlecfanclubinThailand/posts/2011485048889978?__xts__[0]=68.ARBErGGJx7nh4iYK6lE7mm41qnXUnl7E9Mw9-5VkjJNdrGlSeBX3HLDubRt_ZIrDTuTd-QjDtUDKqkSbOVqOSBFFwXyrHeda8KbkwTv9-j7bdiUU0J43tPn81pKtA-8cSDwtFXHhMMmt_Qb6FWuKz1Jgf8g_1pUAntK91tl2PLXfSNcpnMKXShA888aDaF7clSgsGQDpdF9ccFQs_i3KWGSEujUadyviPODqQK1xV1gW66fM7UgEs0GuG2Rryvm7VALPnP8CCfJoIxHDktcDapkbUGSWWMVDXvSrmGjGDq00NHV2bK2FDRy8RZhwJbPOW7IY00-a9mh4JyrpQxAruXGwrY2SX6sSk2KG8qzE8lbhAepplXVx57scoJIiOa33Tqgr5ExYT3-I_IM4UrxdYB4vTJbqjhz8rD6kvN9N17z8ndki9hn55M500FKEd-tz1H_k6bj0F6okHvfMB1NP&__tn__=-R
หน้า: [1] 2 3 ... 10