แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Alec Love Me

หน้า: [1] 2 3 ... 21
1
Interviews & Video Clips / 2014.01.07康熙來了完整版 他們都是渾然天成的戲精?!
« เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2021, 01:17:37 PM »
[2014.01.07]รายการ คังซีไหลเล่อ

2014.01.07康熙來了完整版 他們都是渾然天成的戲精?!
https://www.youtube.com/watch?v=rtujTTEu00c

2014.01.07康熙來了完整版 他們都是渾然天成的戲精?!
https://www.youtube.com/watch?v=rtujTTEu00c

2
Directorial / ด้านผู้กำกับ
« เมื่อ: มีนาคม 07, 2021, 03:35:48 PM »
苏有朋导演
Directorial

 2015 ซูโหย่วเผิงมีฐานะใหม่
“โจ่วเอ่อ” (左耳) The Left Ear
ผลงานในฐานะผู้กำกับเรื่องแรกในชีวิตของ 'ซูโหย่วเผิง'
ภาพยนตร์แนววัยรุ่นที่เขากำกับเรื่อง The Left Ear
ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเรทติ้งจะเพียง 5.4 คะแนน
แต่ในฐานะที่เป็นเรื่องแรกและเป็นเรื่องราวของวัยรุ่นแล้วนั้น
เรื่อง The Left Ear ถือว่าเป็นผลงานที่โดดเด่นไม่น้อย

2016 《住在幸福大街的王大妈》“ป้าหวังที่อาศัยอยู่ที่ถนนแห่งความสุข”
หลังจาก “โจ่วเอ่อ” (左耳) ผลงานกำกับชิ้นแรกของซูโหย่วเผิง
ประสบความสำเร็จไปอย่างงดงาม
ได้ถูกเสนอเข้าชิงรางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ยอดเยี่ยม
ในงานรางวัลม้าทองคำ Golden Horse Awards
เขากำกับครั้งนี้ นำเสนอชีวิตของคุณป้าคนหนึ่งที่อาศัยอยู่
ในถนนแห่งหนึ่งทางใต้ของกรุงปักกิ่ง
และนี่ก็เป็นผลงานภาพยนตร์สั้นเรื่องแรกของเขาอีกด้วย

2017 เขายอมเสี่ยงความอันตรายด้วยการรีเมค
ภาพยนตร์เรื่อง 《嫌疑人X的献身》The Devotion Of Suspect X
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการที่เอาผลงานที่มีอยู่แล้วมารีเมคใหม่
นั้นย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ใช่แค่ไม่ได้รับผลดั่งที่คาด
หากแต่ยังถูกต่อว่าอีกถึงแม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะออกมาครั้งแรก
แม้จะเป็นเรื่องที่ได้รับเสียงด่ามากมายก็ตาม
แต่พูดตามตรงนะคุณภาพของภาพยนตร์ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น

ตลอดเส้นทางเดินที่ผ่านมา ความสามารถของซูโหย่วเผิง
ทำให้ทุกสายตาได้เห็นว่าความเพียรพยายามของเขา
ควรค่าแก่การยกย่องสรรเสิรญ
ผลงานของเขาที่อยู่เคียงข้างพวกเรานั้นยิ่งควรค่าแก่การขอบคุณ
ขอให้เขาได้เดินตามเส้นทางงานภาพยนตร์เพื่อทำตามความฝันของตัวเองต่อไป









3
2003 Youth Never Die / ซูโหย่วเผิง เขียนหนังสือ
« เมื่อ: มีนาคม 07, 2021, 03:30:54 PM »
Books

MY DAYS at “JIAN ZHONG”
วันเวลาของผมที่เจี้ยนจง เล่ม 1 ออกเมื่อ สิงหาคม 1995
วันเวลาของผมที่เจี้ยนจง เล่ม 2 ออกเมื่อ มกราคม 1996

YOUTH NEVER DIE
ซิงซุนเตอฉางสั่ว(สถานที่ของวัยรุ่น) พิมพ์ครั้งที่ 1 (มกราคม 2003)
ซิงซุนเตอฉางสั่ว(สถานที่ของวัยรุ่น) พิมพ์ครั้งที่ 2 (กันยายน 2003)

Photo Books
2004 สมุดรูปภาพซูโหย่วเผิง "เจินจี้"
(ผู้ชายกับทะเลเมดิเตอเรเนียน)












4
TV Series / ซูโหย่วเผิง ผลงานด้านละครโทรทัศน์
« เมื่อ: มีนาคม 07, 2021, 01:56:25 PM »
TV series

01. [1991] 母鸡带小鸭 (หมู่จีไต่เสี่ยวยา) รับบท เหลียงจื้อหมิง
02. [1992] แสดงซีรีย์เรื่องยาว ทีวีช่องหัวซื่อ “ราชบุตรขอทาน”
03. [1996] 偶像一级棒(โอ่วเซี่ยงอี้จี๋ปั้ง) รับบท ซูจิ้นสง
04. [1993] แสดงซีรีย์เรื่องยาว ทีวีช่องหัวซื่อ “หนังตลก หงเฟยหง”
05. [1993] แสดงซีรีย์เรื่องยาว ทีวีช่องหัวซื่อ เรื่อง “ถางป๋อหู่เตี่ยนชิวเซียง”
06. [1997] 一品夫人芝麻官 (ยีผิงฟูเหยินจือหม่ากวาน) รับบท หงอาเซิง
07. [1998] 和尚布袋之仙女奇缘(ปู้ยไต้เหอสร้าง) รับบท อาหยง
08. [1997] 还珠格格I  องค์หญิงกำมะลอ รับบท หยงฉี
09. [1998] 老房有喜 เราสองหัวใจเดียวกัน รับบท เสี่ยวเผิง
10. [1998] 还珠格格II องค์หญิงกำมะลอ รับบท หยงฉี
11. [1999] 绝代双骄 เดชเซียวฮื้อยี้ รับบท ฮวยบ่อฮ่วย
12. [2000] 情深深雨蒙蒙 มนต์รักในสายฝน รับบท ตู้เฟย
13. [2001] 少年张三丰ไทเก๊กจางซางฟง รับบท หยี่เทียนสิง
14. [2001] 相约青春 (เซี่ยงแย่ชิงชุน) รับบท หยีจิ้งเทา
15. [2001] 无敌县令 ไผอันจิงฉี (อู่ตี่เซี่ยนหลิ่ง) รับบท นายอำเภอหังเที่ยเซิง
16. [2002] 絕世雙驕 เดชเซียวฮื่อยี้ ภาค 2 รับบท ฟงหวูแชว
17. [2002] 倚天屠龙记 ดาบมังกรหยก รับบท เตียชุยซัว และ เตียบ่อกี้
18. [2002] 年—— 麻辣高校生 客串演出 เล่นเป็นดารารับเชิญ เป็นอาจารย์ แซ่เจ้า สอนประวัติศาสตร์
19. [2003] 心动列车(ซินตงเลี่ยเชอ) รับบท เฉินหมิงฮ่วง
20. [2003] 情定爱琴海 รักข้ามขอบฟ้า รับบท ลู่เอินฉี
21. [2003] 杨门虎将ยอดขุนศึกวีระบุรุษตระกูลหยาง รับบท หยางซื่อหยาง
22. [2004] 魔术奇缘(หมอซูฉีหยวน) รับบท อู่จิ้นอาน
23. [2005] 刁蛮公主 องค์หญิงจอมทะเล้น รับบท จูหยุ่นฮ่องเต้
24. [2008] 将计就计 (เจียงจี้จิ้วจี้) รับบท จวงยั่วหลง
25. [2008] 热爱 (เย้ออ้าย) รับบท ซูหมิงเทา
26. [2013] 天龍八部 แปดเทพอสูรมังกรฟ้า รับบท อู่หยาจื่อ
27. [2013] 非緣勿擾 แผนรัก สยบเพลย์บอย รับบท ลู่ซีนั่ว



01. [1991] 母鸡带小鸭 (หมู่จีไต่เสี่ยวยา) รับบท เหลียงจื้อหมิง


02. [1992] แสดงซีรีย์เรื่องยาว ทีวีช่องหัวซื่อ “ราชบุตรขอทาน”

03. [1996] 偶像一级棒(โอ่วเซี่ยงอี้จี๋ปั้ง) รับบท ซูจิ้นสง


04. [1993] แสดงซีรีย์เรื่องยาว ทีวีช่องหัวซื่อ “หนังตลก หงเฟยหง”
05. [1993] แสดงซีรีย์เรื่องยาว ทีวีช่องหัวซื่อ เรื่อง “ถางป๋อหู่เตี่ยนชิวเซียง”


06. [1997] 一品夫人芝麻官 (ยีผิงฟูเหยินจือหม่ากวาน) รับบท หงอาเซิง


07. [1998] 和尚布袋之仙女奇缘(ปู้ยไต้เหอสร้าง) รับบท อาหยง


08. [1997] 还珠格格I  องค์หญิงกำมะลอ รับบท หยงฉี


09. [1998] 老房有喜 เราสองหัวใจเดียวกัน รับบท เสี่ยวเผิง


10. [1998] 还珠格格II องค์หญิงกำมะลอ รับบท หยงฉี


11. [1999] 绝代双骄 เดชเซียวฮื้อยี้ รับบท ฮวยบ่อฮ่วย


12. [2000] 情深深雨蒙蒙 มนต์รักในสายฝน รับบท ตู้เฟย


13. [2001] 少年张三丰ไทเก๊กจางซางฟง รับบท หยี่เทียนสิง


14. [2001] 相约青春 (เซี่ยงแย่ชิงชุน) รับบท หยีจิ้งเทา


15. [2001] 无敌县令 ไผอันจิงฉี (อู่ตี่เซี่ยนหลิ่ง) รับบท นายอำเภอหังเที่ยเซิง


16. [2002] 絕世雙驕 เดชเซียวฮื่อยี้ ภาค 2 รับบท ฟงหวูแชว


17. [2002] 倚天屠龙记 ดาบมังกรหยก รับบท เตียชุยซัว และ เตียบ่อกี้


18. [2002] 年—— 麻辣高校生 客串演出 เล่นเป็นดารารับเชิญ เป็นอาจารย์ แซ่เจ้า สอนประวัติศาสตร์


19. [2003] 心动列车(ซินตงเลี่ยเชอ) รับบท เฉินหมิงฮ่วง


20. [2003] 情定爱琴海 รักข้ามขอบฟ้า รับบท ลู่เอินฉี


21. [2003] 杨门虎将ยอดขุนศึกวีระบุรุษตระกูลหยาง รับบท หยางซื่อหยาง


22. [2004] 魔术奇缘(หมอซูฉีหยวน) รับบท อู่จิ้นอาน


23. [2005] 刁蛮公主 องค์หญิงจอมทะเล้น รับบท จูหยุ่นฮ่องเต้


24. [2008] 将计就计 (เจียงจี้จิ้วจี้) รับบท จวงยั่วหลง


25. [2008] 热爱 (เย้ออ้าย) รับบท ซูหมิงเทา


26. [2013] 天龍八部 แปดเทพอสูรมังกรฟ้า รับบท อู่หยาจื่อ


27. [2013] 非緣勿擾 แผนรัก สยบเพลย์บอย รับบท ลู่ซีนั่ว


























5
Movies / ซูโหย่วเผิง ผลงานด้านภาพยนต์
« เมื่อ: มีนาคม 07, 2021, 10:25:12 AM »
Films

1990 Wandering Heroes [เสี่ยวไกว ]好小子之游侠儿
1995 Forever Friends [หลอจื้อเฉียง]四个不平凡的少年     
1996 Flirting Expert [เสี่ยวเป้ย]重庆爱情感觉     
1996 Pale Sun [เหล่าอู่]白太阳
1998 Red Bride [จางเซิง]红娘
1999 Winner Takes All [ซือเซิงจวื่อ]大赢家   
1999 Cotton Fleece [หม่าเฉิงกัง]白棉花
2000 Devoted to You [อวี้ไห่]初恋的故事   
2002 Reunion [จื่อชง]手足情 
2003 Grandpa's Home [เหอจื่อเจีย]爱你在心口难开   
2005 Taklamakan [เฉิงเฉิง]塔克拉玛干     
2008 Fit Lover [กัวหยิง]爱情呼叫转移Ⅱ:爱情左右   
2009 L-O-V-E [Guest Star]爱到底
2009 A Singing Fairy [หวุ่ยเหวินเต๋อ]寻找刘三姐
2009 The Message [ไป๋เสี่ยวเหนียน]风声   
2009 The Star and the Sea [เซียวโหยวเหมย]星海 
2010 The Four Cupids [ฉีป๋อหลิน]四个丘比特
2010 Secret Battleground  [นายทหารญี่ปุ่น]孤岛秘密战
2010 The Love Song of Kang Ding [หลี่ซูเจี๋ย]康定情歌
2010 Lost in Panic Room [หลิ่วเฟยหวิน]密室之不可告人
2011 Deng Enming's Childhood [พี่ใหญ่ชาวเล]少年邓恩铭
2011 Lost in Panic Cruise [หลิ่วเฟยหวิน]密室之不可靠岸
2012 Design of Death [ฉานโชว่เจิน]杀生
2012 The Assassins [ฮ่องเต้ฮั่นเสี้ยนตี้]铜雀台
2012 Three Unmarried Mothers 三个未婚妈妈
2014 Sweet Alibis [ หวังจื้ออี้]甜蜜杀机
2014 The Suspicious [หลินอี้ไท่]最佳嫌疑人
2014 The Four III [ฮ่องเต้ซ่งฮุ่ยจง]四大名捕大结局
2016 Yesterday Once More [คุณซู]谁的青春不迷茫





1990 Wandering Heroes [เสี่ยวไกว ]好小子之游侠儿


1995 Forever Friends [หลอจื้อเฉียง]四个不平凡的少年     


1996 Flirting Expert [เสี่ยวเป้ย]重庆爱情感觉     


1996 Pale Sun [เหล่าอู่]白太阳


1998 Red Bride [จางเซิง]红娘


1999 Winner Takes All [ซือเซิงจวื่อ]大赢家   


1999 Cotton Fleece [หม่าเฉิงกัง]白棉花


2000 Devoted to You [อวี้ไห่]初恋的故事   


2002 Reunion [จื่อชง]手足情 


2003 Grandpa's Home [เหอจื่อเจีย]爱你在心口难开   


2005 Taklamakan [เฉิงเฉิง]塔克拉玛干     


2008 Fit Lover [กัวหยิง]爱情呼叫转移Ⅱ:爱情左右   


2009 L-O-V-E [Guest Star]爱到底


2009 A Singing Fairy [หวุ่ยเหวินเต๋อ]寻找刘三姐


2009 The Message [ไป๋เสี่ยวเหนียน]风声   


2009 The Star and the Sea [เซียวโหยวเหมย]星海 


2010 The Four Cupids [ฉีป๋อหลิน]四个丘比特


2010 Secret Battleground  [นายทหารญี่ปุ่น]孤岛秘密战


2010 The Love Song of Kang Ding [หลี่ซูเจี๋ย]康定情歌


2010 Lost in Panic Room [หลิ่วเฟยหวิน]密室之不可告人


2011 Deng Enming's Childhood [พี่ใหญ่ชาวเล]少年邓恩铭


2011 Lost in Panic Cruise [หลิ่วเฟยหวิน]密室之不可靠岸


2012 Design of Death [ฉานโชว่เจิน]杀生


2012 The Assassins [ฮ่องเต้ฮั่นเสี้ยนตี้]铜雀台


2012 Three Unmarried Mothers 三个未婚妈妈


2014 Sweet Alibis [ หวังจื้ออี้]甜蜜杀机


2014 The Suspicious [หลินอี้ไท่]最佳嫌疑人


2014 The Four III [ฮ่องเต้ซ่งฮุ่ยจง]四大名捕大结局


2016 Yesterday Once More [คุณซู]谁的青春不迷茫


6
How Well do You Know Alec Su? / 苏有朋 [Alec Su] ผลงานที่ผ่านมา
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2021, 10:16:46 AM »

7
Magazine Interviews-China / Esquire (August 2019)
« เมื่อ: ตุลาคม 23, 2019, 06:25:28 AM »
蘇有朋 不當乖乖虎 Man of Possibilities
https://www.esquire.tw/tab/524/id/34578?fbclid=IwAR2g4TVl2z1T3obEb5OA_z8pYQMIbowPlb_h_JxtBLiBQDhZl_cRyU0ZCIk

2019年《封面人物 - 蘇有朋:不當乖乖虎》
http://tieba.baidu.com/p/6297257956

8
Magazine Photos / 《2019.10.04》 Chinese Restaurant
« เมื่อ: ตุลาคม 10, 2019, 01:14:29 PM »
https://www.weibo.com/AlecSuThaiFC/home?topnav=1&wvr=6

2019.10.04 ละครเรื่อง《องค์หญิงกำมะลอ》เสี่ยวเยี่ยนจื่อมีชื่อจริงว่าอย่างไร หวงเสี่ยวหมิงขำๆซูโหย่วเผิง
.
ละครเรื่อง องค์หญิงกำมะลอ ออกอากาศครั้งแรกในปี ค.ศ. 1998 บทบาทตัวละคร "เสี่ยวเยี่ยนจื่อ", "จื่อเวย" และ "เอ่อคัง" เป็นที่รู้จักกันในทุกที่ ไม่กี่วันที่ผ่านมา "หย่งฉี" (องค์ชายห้า) ซูโหย่วเผิงได้เข้าร่วมในรายการคนเก่งแห่งเมืองจีน รายการ "ร้านอาหารจีน 3" ทันใดนั้นก็ถามว่า “เสี่ยวเยี่ยนจื่อมีชื่อจริงว่าอย่างไร " แต่กลับทำให้ผู้ชมอึ้งกันไปชั่วขณะ ตอบคำถามไม่ได้!
.
ซูโหย่วเผิงรับหน้าที่เป็นผู้เข้าร่วมในรายการ "ร้านอาหารจีน 2" และกลับมาแขกรับเชิญในรายการ “ร้านอาหารจีน 3" 《中餐厅3》ในการเผยแพร่ล่าสุดจากทางรายการ ซูโหย่วเผิงพูดคุยกับทุกคนในระหว่างมื้ออาหาร ได้ใช้คำถามที่เคยถูกสัมภาษณ์ครั้งก่อนกับทุกคนว่า "เสี่ยวเยี่ยนจื่อมีชื่อจริงว่าอย่างไร " ทำเอาทุกคนสตั้นซ์ไปสักพัก ตอบไม่ได้เลยทีเดียว ทำเอาหวงเสี่ยวหมิงย้อนกลับไปว่า “แม้แต่ชื่อของเมียคุณยังไม่รู้อีกเหรอ” ซูโหย่วเผิงรีบตอบเลยทันที:“ งั้นคุณก็ไม่รู้จักชื่อของน้องสาวคุณใช่มั้ย” การโต้ไปตอบมาต่างก็พาทุกคนหัวเราะขำกันใหญ่
.
ในความเป็นจริงแม้ว่าชื่อ ”เสี่ยวเยี่ยนจื่อ”ในละครเรื่อง “องค์หญิงกำมะลอ” จะโด่งดังเป็นที่รู้จักมาก แต่ก็เคยแนะนำตัวเองว่าเธอชื่อจริง “ฟางสือ” ซูโหย่วเผิงรับบทเป็นคู่รักของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ชื่อหย่งฉีในละครเรื่อง “องค์หญิงกำมะลอภาค1และ2 " ส่วนหวงเสี่ยวหมิงรับบทเป็นพี่ชายของเธอใน ภาค3 ชื่อเซียวเจี้ยน (ชื่อจริงฟางเหยียน) ถึงแม้ว่าเทพบุตรทั้งสองท่านนี้ยังไม่เคยได้ถ่ายละครพร้อมกัน แต่พอได้มาพูดคุยกันก็ยังสามารถพูดหัวข้อเดียวกันได้ และนำเสียงหัวเราะมาให้ท่านผู้ชมด้วย
.
2019.10.04 ซูโหย่วเผิง ร้านอาหารจีน3 《中餐厅3》 ซูโหย่วเผิง รายการร้านอาหารจีนซีซั่นล่าสุดมาแล้ว! หนึ่งคือเปลี่ยนสไตล์ของรายการซีซั่นที่สองอย่างแตกต่าง คราวนี้สวมเสื้อยืดคลุมด้วยหมวกและกางเกงยีนส์สีอ่อนหยิบ กำลังตั้งตารอซีซั่นสามของการออกอากาศของรายการ "ร้านอาหารจีน" ในคืนนี้ หวังว่าคุณจะมานะซูโหย่วเผิง
.
ซูโหย่วเผิง กลับมาที่ร้านอาหารจีนพร้อมภารกิจสำคัญในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนอาหารจีน ทุกอย่างรู้สึกเหมือนกับว่าคุ้นเคยแต่ก็ไม่คุ้นเคย งานนั้นดูเรียบง่ายและก็ซับซ้อน มีแต่เสียงหัวเราะและมิตรภาพที่ยังคงสวยงาม น่าตื่นเต้นมากขึ้น ฝากติดตามช่องหูหนานทีวีดาวเทียมรายการ "ร้านอาหารจีน" ในเวลา 10.00 น. คืนนี้! (4 ตุลาคม 2019)

9
Magazine Photos / 《2019.10.10》 CHIC Magazine
« เมื่อ: ตุลาคม 10, 2019, 12:49:24 PM »

10
[2019.01.02] ซูโหย่วเผิงแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Devotion of Suspect X  มีแต่เนื้อเน้นๆเลย!!!
https://www.weibo.com/ttarticle/p/show?id=2309404324046249553577#_0



ซูโหย่วเผิงแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Devotion of Suspect X  มีแต่เนื้อเน้นๆเลย!!!
เปิดงาน:

สวัสดีครับทุกท่าน ช่วงไม่กี่วันมานี้ที่ปักกิ่งอากาศหนาวมาก ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นนักเรียนจำนวนมากขนาดนี้ ~ ขอบคุณทุกคนที่ชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ

ตอนที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องจั๋วเอ่อร์เสร็จ ก็ได้รับโปรเจคจากบริษัทก่วงเสี้ยน (Beijing Enlight Media) เกี่ยวกับนวนิยายของคุณฮิงาชิโนะ เคโงะ เรื่อง The Devotion of Suspect X ว่ากำลังหาผู้กำกับหน้าใหม่อยู่ ตอนนั้นผู้กำกับโทรมาหาผม ผมก็พูดกับเขาว่า นี่เป็นโปรเจคที่ดีนะ แต่ว่าดูยากไปหน่อย นี่คือความรู้สึกแรกที่พวกเราได้รับโปรเจคเรื่อง The Devotion of Suspect X :เหมือนกับว่าคุณได้รับโปรเจคที่ดี แต่ว่ามันโด่งดังเกินไป และก็ได้รับการแก้ไขมาแล้วหลายรอบ นี่จึงเป็นโปรเจคที่เรารับมาแล้วรู้สึกหวั่นกลัวมากในตอนนั้น ความรู้สึกนี้ก็เป็นอีกอารมณ์หนึ่งที่ทำให้พวกเราเกิดความรู้สึกท้าทาย จริงๆแล้วก่อนที่จะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ พวกเราก็เดินวนอยู่หลายเส้นทางนะ สุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่โปรเจคนี้แหละ โดยเฉพาะตอนที่ต้องเผชิญกับโปรเจคนี้ คุณอาจจะมีความรู้สึกท้าทาย แต่สามารถบอกทุกคนได้เลยว่ามันคุ้มค่ามากจริงๆ เพราะว่านี่เป็นการหาเส้นทางของตัวเอง นี่คือจิตวิญญาณขั้นพื้นฐานของคน ในเรื่องของความสมดุลของงานธุรกิจและงานศิลปะ:การสร้างสรรค์ผลงานต้องมีความบริสุทธิ์และสมาธิ

Q:จุดไหนในภาพยนตร์เรื่อง The Devotion of Suspect X ที่ทำให้คุณประทับใจมากที่สุด

A:จริงๆแล้วตอนแรกที่บริษัทก่วงเสี้ยน (Beijing Enlight Media) อยากให้ผมทำไม่ใช่เรื่อง The Devotion of Suspect X นะ พวกเขาอยากให้ผมทำเรื่อง ดาบมังกรหยก แต่ว่านี่เป็นนวนิยายคุณภาพสูง ไม่สามารถแก้ไขได้โดยใช้เวลาเพียงสองชั่วโมง ดังนั้นผมจึงเริ่มดื้อดึงกับพวกเขา พวกเขาลองโน้มน้าวผมหลายอย่าง แต่ผมก็ไม่ยอม ต่อมาจึงได้มีเรื่อง The Devotion of Suspect X เข้ามา ถ้าคุณได้ดูเรื่องจั๋วเอ่อร์ก็น่าจะทราบเบื้องต้นแล้วว่า ผมไม่ได้มีเจตนาทำหนังให้ออกมาในเชิงพานิชย์ ผมอยากทำให้ความเป็นธุรกิจกับศิลปะมันไปด้วยกันอย่างเท่าๆกัน แต่ (ถ้าจะให้ผมทำตามใจตัวเองทั้งหมด โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของนักลงทุนเลย ผมเองก็ทำไม่ลงเหมือนกัน)

เรื่องราวครั้งนี้ก็คงเหมือนกับตอนที่ผมทำเพลง บริษัทอาจจะกำหนดจุดยืนให้ผมอย่างแน่นอนแล้ว แต่เพลงที่อยากให้ผมร้องกับตัวตนของผมมันค่อนข้างแตกต่างกัน ผมจำได้ว่าเมื่อก่อนมีคำพูดนึงที่ผมประทับใจมากก็คือ :(ถ้าคุณคิดว่าจะยืนหยัดทำผลงานเพลงในแบบของตัวเอง แต่ว่าคนอื่นฟังไม่เข้าใจ ถ้าคุณคิดว่าไม่เป็นไร ฉันไม่ได้ร้องให้พวกคุณฟัง งั้นคุณไปร้องคาราโอเกะดีกว่าไหม คุณจะออกแผ่นมาทำไม การที่คุณออกแผ่น ก็ไม่ใช่เพื่อเผชิญกับผู้ชมผู้ฟังหรอกหรือ)

คำพูดนี้สามารถตอบคำถามผมได้ในตอนที่ผมกำลังลังเลอยู่ และวันนี้ก็เหมือนกัน ผม ( วันนี้ต้องถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ จะได้ออกอากาศแล้ว ก็ต้องให้ผู้ชมดูใช่ไหม ถ้าไม่งั้นผมก็หา DV ไปทำเรื่องสั้นเอง ตัดต่อให้ตัวเองดูก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ) นี่คือสิ่งที่ผมเข้าใจในตอนหลัง ดังนั้นผมจึงหวังว่าจะสามารถหาจุดความสมดุลในผลงานได้ เนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญบางคนที่สามารถเอาชนะคำดูถูกและคุณค่าทางธุรกิจได้ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน อาจารย์เหล่านี้เป็นเหมือนกับประภาคารของผม ผมหวังว่าวันหนึ่งผมจะสามารถทำมันได้ ที่ผ่านมามีกระแสเสียงมากมาย   เช่น "ผู้กำกับคะ คุณก็พิจารณาหน่อยซิคะว่าใครได้รับเรทติ้งเยอะที่สุด" "คุณจะทำจุดโฆษณาอย่างไร" "เราต้องการสินค้ากี่ชิ้น" ผมว่าไปไกลๆผมเถอะนะ ในช่วงเริ่มต้นออกแบบผลงาน อย่าเพิ่งมารบกวนผมเลย ผมหวังอยู่เสมอว่า การสร้างสรรค์มันต้องเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ แน่นอนว่าในแต่ละฝ่ายล้วนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน นักลงทุนเขาก็มีไอเดียของเขา ทางโปรดิวเซอร์ก็มีการทำนายของพวกเขาเอง ผมก็พอจะเข้าใจในความต้องการของพวกเขา ในช่วงดำเนินขั้นตอนงานเหล่านี้พวกเราก็พยายามอยู่ ในช่วงแรกๆก็มีความกดดันอยู่บ้าง

ตอนที่ออกแบบก็ต้องใช้สมาธิ ความยากของมัน สิ่งแรกก็คือผมคิดว่าเนื้อเรื่องมันยังสั้นไป ถ้าเอาไปทำเป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมันก็มีเนื้อหลักแค่อย่างเดียว  ตัวละครบางตัวในเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่ แต่ถ้าเป็นเวอร์ชั่นจีนนี่ไม่ได้นะ ในบทแรกเราก็ออกแบบเรื่องเกี่ยวกับอาชญากรรมแบบ IQ สูง อย่างที่สองก็คือ ในต้นฉบับผู้เขียนมีการนำเรื่องราวต่างๆในยุคนั้นของญี่ปุ่นเขียนเข้าไปด้วย แล้วถ้าเป็นที่จีน เราจะนำเรื่องพวกนี้เข้าไปไว้ในยุคไหนล่ะ ยังคงเป็นเรื่องเราที่พวกเรายังคิดกันอยู่ สุดท้ายก็ตัดสินใจเอายุคปัจจุบัน และอีกอย่างในนวนิยายฉบับดั้งเดิม ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในญี่ปุ่นนั้นแตกต่างจากในประเทศจีน หากคัดลอกเลยทุกคนก็จะไม่เชื่อ แต่ความเชื่อมันคือสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งก็คือความจริง และให้ผู้ชมเชื่อว่าเรื่องราวนี้เกิดขึ้นใกล้ตัวเราจริงๆ หลายครั้งในกระบวนการสร้าง แต่ละฝ่ายก็หวังว่าจะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดออกมาให้คุณได้ชม แต่สำหรับผู้กำกับนั้น ต้องมีความสมดุล เมื่อมีหลายฝ่าย มีความหลากหลายมันจะกลายเป็นเรื่องวุ่นวาย ไม่ควรทำอะไรไปเรื่อยต่อหน้าผู้ชม อย่าให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด อย่างเช่นศิลปะ ก็อย่าปล่อยให้มันเป็นศิลปะจ๋าจนเกินไป เพราะเรื่องนี้เน้นเรื่องอารมณ์ความรู้สึกค่อนข้างเยอะ [ผมหวังว่าทุกคนจะได้เห็นอารมณ์ของทุกตัวละคร ได้เห็นความพยายามดิ้นรนและทางเลือกในยามจำเป็นและอารมณ์ของพวกเขา ]

11
[2018.11.17] 苏有朋哽咽追忆金庸 回忆拍《倚天屠龙记》挑战与艰难

http://www.sohu.com/a/276083695_114941?scm=1002.280027.0.PC_CHANNEL_FEED&spm=smpc.ch19.fd.1.1542436794765UulNr5H

[2018.11.17] ซูโหย่วเผิงได้พูดถึงความทรงจำที่มีต่อคุณกิมย้ง ได้ย้อนนึกถึงความท้าทายและความยากลำบากตอนที่ถ่ายทำละครเรื่อง ดาบมังกรหยก

ซูโหย่วเผิงผู้รูปหล่อมีออร่า

สำนักข่าวบันเทิง Sohu (สถานีเซี่ยงไฮ้ หม่ายร๋งหลิง/เนื้อข่าว) ไม่กี่วันก่อน ซูโหย่วเผิงได้ไปร่วมงานพิธีเปิดโรงแรม InterContinental Shanghai Shimao Intercontinental Hotel ซูโหย่วเผิงสวมชุดสูทสีม่วงแดงมีออร่า หล่อสง่างามมาก ภายในงาน ซูโหย่วเผิงยากที่จะเก็บอาการซ่อนความตื่นเต้นและความประหลาดใจกับความยิ่งใหญ่ของความมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมแห่งนี้ ในการให้สัมภาษณ์ ได้พูดถึงการจากไปของคุณกิมย้ง ซูโหย่วเผิงได้พูดถึงความทรงจำที่มีต่อคุณกิมย้ง ได้ย้อนนึกถึงความท้าทายและความยากลำบากตอนที่ถ่ายทำละครเรื่อง ดาบมังกรหยก

สำหรับผลงานการสร้างของพระเจ้าที่ได้เนรมิตกำแพงหินทิ้งร้างให้กลายเป็นความมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมของโลกแห่งนี้ ซูโหย่วเผิงกล่าวด้วยความประหลาดใจว่า “ตื่นเต้นมาก ไม่ใช่แค่ผมนะ แต่รวมถึงคนงานทุกคนที่ได้แต่ร้อง”ว้าวๆๆๆ”ตลอดทาง ภาพวิวทั้งหมด สิ่งก่อสร้างทั้งหมด บวกกับวิวธรรมชาติที่ให้มาแล้วนั้น เป็นรูปแบบสิ่งปลูกสร้างที่มีระดับความยากและซับซ้อนเป็นอย่างมาก ผมว่ามันเป็นภาพที่แปลกใหม่นะ”

เมื่อพูดถึงการจัดการเรื่องราวระหว่างอาชีพการงานและชีวิตแล้วนั้น ซูโหย่วเผิงกล่าวว่า "หลังจากภาพยนตร์เรื่อง (The Devotion of Suspect X) จบลงเมื่อปีที่แล้ว ผมก็ให้วันหยุดพักผ่อนกับตัวเองค่อนข้างนานพอสมควร เมื่อหลายปีก่อนที่มีงานแน่นมาก ผมก็พยายามที่จะควบคุมจังหวะชีวิตของตัวเองให้ได้ ตอนนี้ก็ถือว่าผมสามารถทำได้ค่อนข้างดี พยายามที่จะสนุกกับชีวิตให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในส่วนของการทำงานก็พยายามทำแบบพักผ่อนไปในตัว"

ซูโหย่วเผิงนึกถึงความทรงจำตอนที่ถ่ายทำละครเรื่อง ดาบมังกรหยก

สำหรับแผนการทำงานในอนาคต ซูโหย่วเผิงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "หลังจากที่ถ่ายทำรายการร้านอาหารจีนซีซั่น2เสร็จก็จะกลับไปทำหน้าที่เดิม ตอนนี้ผมยังมีเรื่องราวจากเหตุการณ์ข่าวทางสังคมที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการผลิตและการส้รางภาพยนตร์ ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงาน” สำหรับผลงานการละครในช่วงก่อนได้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ซูโหย่วเผิงเองก็รู้สึกประหลาดใจ : ผมไม่ได้ดังแค่ตอนเรื่ององค์หญิงกำมะลอหรือเรื่องมนต์รักในสายฝนนะ แค่ผมตื่นขึ้นมาก็รู้แล้วว่าถูกพูดถึงมาก รู้สึกเท่ห์ตลอดเวลา ผมคิดว่าทุกคนน่าจะชอบผมนะ ดังนั้นถ้ามีโอกาสได้เล่นละครอีกครั้งก็คงน่าจะดี ยินดีมากครับ”

ซูโหย่วเผิงยังกล่าวอีกว่า ในเส้นทางอาชีพการแสดงของตนเองนั้น ละครเรื่องดาบมังกรหยก ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่สำคัญ "ตอนนั้นในฐานะที่เป็นนักแสดงหนุ่ม จางอู๋จี้ เป็นผู้ชายตัวแรกที่ผมหยิบขึ้นมาแสดงในอาชีพการแสดงของผม  นิยายทุกเรื่องของคุณกิมย้ง เขาเขียนได้ยิ่งใหญ่มาก ความสัมพันธ์ของตัวละครซับซ้อนมาก สมองผมต้องจดจำรายละเอียดเยอะมาก สำหรับความสามารถในตอนนั้นของผมถือว่าเป็นงานที่ค่อนข้างหนักมากจริงๆ” เกี่ยวกับจังหวะในการถ่ายทำ ซูโหย่วเผิงจำเป็นต้องสลับอารมณ์ของตัวละครไปมาตลอดเวลา “มันเป็นการถ่ายทำที่ทำทั้งวันทั้งคืน ถ่ายแบบไม่หยุดเลย ละครมีทั้งหมด 40 ตอน ต้องจดจำรายละเอียดเรื่องราวทั้งหมด ซับซ้อนมาก ต้องจดจำว่าแต่ละฉากต้องทำอารมณ์สีหน้าประมาณไหน จะให้มันปะติดปะต่อกันยังไง” 30 ตุลาคม หลังจากที่คุณกิมย้งเสียชีวิต ผู้ชมทั่วทุกสารทิศต่างก็ได้แสดงความเสียใจและไว้อาลัย ระลึกถึงความสามารถและสไตล์ของผลงานด้านวรรณกรรมของเขา พอพูดถึงเรื่องนี้ ซูโหย่วเผิงก็น้ำตาคลอ กล่าวด้วยความตื้นตันว่า “ผมเคยกดไลค์รูปภาพที่ชาวเน็ตท่านนึงทำไว้ในเว่ยป๋อ ตัวละครในรูปภาพจากปลายปากกาของคุณกิมย้งเป็นเงาทั้งหมด ทุกคนโบกมืออำลาเขา ภาพนั้นได้ถูกแชร์และคอมเมนท์มากมาย ซึ่งตอกย้ำความรู้สึกของทุกคนเป็นอย่างมาก พวกคุณรู้ไหมว่า ความรู้สึกของผมกับพวกคุณไม่เหมือนกัน ผมคือคนกลุ่มนั้นที่ยืนอยู่ตรงนั้น เสียใจมากจริงๆครับ

苏有朋帅气亮相

搜狐娱乐讯(上海站 马蓉玲/文)日前,苏有朋现身上海出席佘山世茂洲际酒店开幕发布会。苏有朋一袭紫红色西装亮相,帅气儒雅。现场,苏有朋难掩兴奋,惊叹这座建筑奇迹的伟大。采访中,谈及金庸逝世,苏有朋哽咽追忆金庸,并回忆了当年拍摄《倚天屠龙记》的挑战与艰难。

对于这个把废弃的采石矿坑壁打造成世界建筑奇迹的神创作,苏有朋惊为天人:“特别兴奋,不只是我,包括我的工作人员大家一路上都是“哇哇哇”,整个的景观,整个建筑,与大自然景观结合,非常复杂的有难度的建筑风格,我觉得是非常崭新的景象。”

谈及如何平衡事业与生活的话题,苏有朋表示:“去年的《嫌疑人X的献身》结束之后,我就给自己放了一个比较长的假,在曾经过去几年工作排得密密麻麻的时候,我很向往能够控制自己的生活节奏,现在也算是比较能做到这件事情了,尽量享受生活,工作可以劳逸结合。”

苏有朋回忆拍《倚天屠龙记》点滴

至于未来的工作计划,苏有朋笑言:“自己参加完《中餐厅2》后还是会回归老本行,在电影制作还有电影方面现在手上有一个根据真实的社会新闻事件在开发的一个故事,正在进行中。”对于常因早前的影视作品被喜提热搜,苏有朋直呼奇妙:“我时不时因为《还珠格格》、《情深深雨濛濛》就上热搜,我睡一觉醒来一看又上热搜了,一直有被cue的感觉,我想大家应该很喜欢我吧,所以如果有演戏的机会有时候也会觉得还不错,都欢迎。”

苏有朋还坦言,《倚天屠龙记》在自己的演戏生涯中是至关重要的一部作品,“当时作为青年演员,张无忌算是我在演艺事业上第一个自己扛起来的男一号,金庸的每一部小说都是巨作庞大,人物关系复杂,我脑袋要装很多东西,以我当时的表演能力来讲是超负荷的工作。”由于跳拍的关系,苏有朋需要在角色的各种情绪中切换自如,“每日每夜地拍,不停跳拍,40集的剧本,你永远要记得故事跌宕起伏,非常复杂,随时要记得上一场情绪在哪里,怎么联系。”金庸10月30日逝世后,大众以不同方式表达哀悼不舍之情,追忆他的文采与风范。谈及此,苏有朋眼眶含泪,哽咽表示:“我微博点赞了一张网友创作的图,图上金庸笔下的经典人物都是背影,每个人伸手跟他告别,那张图被很多人转发评论抒发情感。你们知道吗,我跟你们可能感受不一样,我是那群站在那边目送的人物之一啊,挺难过的。”

12
Alec Su 2018 Birthday Wishing 蘇有朋 2018 生日祝福
https://www.youtube.com/watch?v=IQ1IP2kmFT4&feature=youtu.be

1988-2018,30 ปีที่ยืนหยัดอยู่บนหนทางที่ยาวไกล
1988-2018,30 years of insistence on the long journey.

สามสิบปี กี่สิบเมือง
หลากหลายภาษา หลากหลายช่วงวัย
เส้นทาง ที่เธอเคยเดิน มีพวกเราที่รอคอยอยู่ เมื่อก่อนและต่อจากนี้ไป จะรักแต่ซูโหย่วเผิง สุขสันต์วันเกิด ปี 2018

『三十年   几十座城
不同的语言  不同的年龄
你走过的路   有我们在等
以前以后  最爱有朋』

https://www.weibo.com/5982604398/GyCfWj1gu?type=repost

13
Online Interviews & Updates / [2018.07.20] ร้านอาหารจีน2 《中餐厅2》
« เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2018, 01:00:29 PM »
【ENG SUB】
https://www.youtube.com/watch?v=N0Q20mhoFp4&index=12&list=PLUM8x224JrX88tNW7uDoreDO9_Zf2PsUw

EP1-2018.07.20
《中餐厅2》第1期:王俊凯烹煮地道家乡菜厨艺惊人 小燕子五阿哥再聚首上演新版“老友记” Chinese Restaurant S2 EP1【湖南卫视官方频道】
https://www.youtube.com/watch?v=N0Q20mhoFp4
(ร้านอาหารจีน2) ตอนที่1: หวังจวิ้นข่าย ลงมือทำอาหารรสชาติบ้านเกิดที่ทำเอาผู้คนตะลึง เสี่ยวเยี่ยนจื่อและองค์ชายห้าโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งในแบบ "เพื่อนเก่า" Chinese Restaurant S2 EP1 (สถานีโทรทัศน์ช่องหูหนาน)

 ชื่อ: หวัง จุนไค 王俊凯

EP2-2018.07.27
《中餐厅2》第2期:“主厨”王俊凯打造开业菜单 苏有朋金句频出笑点多 Chinese Restaurant S2 EP2【湖南卫视官方频道】
https://www.youtube.com/watch?v=qfQXHCY7FT8
(ร้านอาหารจีน2) ตอนที่2: "พ่อครัว" หวังจวิ้นข่าย ออกแบบเมนูอาหาร ซูโหย่วเผิงสร้างความฮา Chinese Restaurant S2 EP2 สถานีโทรทัศน์ช่องหูหนาน




https://www.facebook.com/pg/AlecfanclubinThailand/photos/?tab=album&album_id=1813785405326611

https://www.facebook.com/pg/AlecfanclubinThailand/photos/?tab=album&album_id=1841189335919551


《中餐厅2》:7月13日 苏有朋向世界传递东方味道 Chinese Restaurant S2 【湖南卫视官方频道】
https://www.youtube.com/watch?v=LvBiRIueTEY
รายการห้องอาหารจีน : 13 กรกฎาคม ซูโหย่วเผิงได้เผยให้โลกรู้เกี่ยวกับรสชาติอาหารตะวันออก รายการห้องอาหารจีน ซีซั่น2 ทางสถานีโทรทัศน์ช่องหูหนาน

ซับไทย
https://www.youtube.com/watch?v=Dujs_qPlnG8

2018.07.02《中餐厅2》探班:苏有朋再现小虎队经典POSE引回忆杀
https://www.youtube.com/watch?v=Imv2iiH5XOw&feature=youtu.be
รายการห้องอาหารจีน ตอนชั้นสำรวจ: ซูโหย่วเผิงโพสต์ภาพเพื่อย้ำเตือนความทรงจำเกี่ยวกับสมาชิกวงเสียวหู่ตุ้ย

รูป 湖南卫视中餐厅
https://www.weibo.com/5828752698/Go1zSF7Q0?type=repost#_rnd1530541955019

https://www.weibo.com/2721711263/GnXI8jgbL?type=repost#_rnd1530536728639

https://www.weibo.com/1892464897/Go4A99JpT?type=repost#_rnd1530536789833

https://www.weibo.com/6425975031/Go36gjPTB?type=repost#_rnd1530536952737

https://www.weibo.com/1656809190/Go3GJ8WBD?type=repost#_rnd1530537205089

https://www.facebook.com/pg/AlecfanclubinThailand/photos/?tab=album&album_id=1813785405326611

_Calista
https://www.weibo.com/1827215063/GmjS6AYAI?type=repost#_rnd1530628171649

15
http://news.ifeng.com/a/20171013/52626711_0.shtml?_share=sina&tp=1507910400000

[2017.10.13 ] พบเห็นซูโหย่วเผิงนั่งเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก

พบเห็นซูโหย่วเผิงนั่งเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เหมาะสมแล้วจริงๆที่องค์ชายห้าเป็นบุคคลพิเศษแห่งวงการบันเทิง

หัวข้อ: ฉันพบเห็นซูโหย่วเผิงนั่งเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เหมาะสมแล้วจริงๆที่องค์ชายห้าเป็นบุคคลพิเศษแห่งวงการบันเทิง

เล่ากันว่า นับตั้งแต่ที่ซูโหย่วเผิงถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง 《The Devotion of Suspect X》เสร็จ ก็ไม่ค่อยจะได้ยินข่าวคราวใดๆของเขาเลย ผลก็คิอมีเพื่อนที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กพบเห็นเขากำลังนั่งเรียนอยู่ที่นั่น  ที่ไหนได้องค์ชายห้าไปเรียนต่อที่นั่นส่งผลทฤษฎีเป็น  ”พลังบวก”   ในวงการบันเทิงนั้นซูโหย่วเผิงได้เลือกที่จะถอนตัวแม้จะอยู่ในช่วงที่รุ่งเรืองมากที่สุดก็ตาม แอดมินรู้สึกนับถือมากจริงๆ

พบว่าตัวเองกับดาราดังเรียนในห้องเดียวกันแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง

ช่วงนี้เพื่อนๆในมหาวิทยาลัยนิวยอร์กต่างกลับมาคึกคักกันอีกครั้ง สืบเนื่องมาจากครั้งที่แล้วที่หูเกอบอกว่าจะมาเรียนต่อที่นิวยอร์ก องค์ชายห้าก็ถูกจับได้ตอนที่อยู่มหาวิทยาลัยแล้ว

ยังจำได้ครั้งนั้นที่จะทำการต้อนรับหูเกอ คณะกรรมการฝ่ายนักศึกษาต่างชาติต่างก็เหน็ดเหนื่อยพอตัว ไม่เพียงแต่ปูพรมสืบค้น ยังได้สร้าง”ทีมจับหูเกอ”ขึ้นมาอีก ตำราล้ำค่าทุกชนิดของหูเกอต่างก็ถูกนำมาถกเถียงกันอย่างรวดเร็ว

และยังมีแฟนคลับบางคนที่แอบติดสินบนกับนักศึกษาในคณะศิลปกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก แล้วก็ได้ตารางเรียนของหูเกอมาเป็นข้อมูล อีกทั้งยังมีข่าวแว่วมาว่าแฟลชที่หูเกอทำการจองไว้ที่อเมริกาก็ถูกล้อมไว้หมดแล้ว

ทว่าซูโหย่วเผิงกลับ ”แอบทำแบบลับๆ” ไม่มีการวางแผนหรือป่าวประกาศใดๆ และเมื่อมีคนพบเห็นก็ถือว่าเป็นเพียงความบังเอิญ

แต่ในเว่ยป๋อก็เหมือนจะไม่มีร่องรอยหลักฐานใดๆ ปีนี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซูโหย่วเผิงได้โพสต์บทความยาวว่าตัวเองจะเริ่มใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์แล้ว จะเข้าสู่โหมดปรับปรุงอย่างเป็นทางการ ที่แท้ก็เลือกที่จะกลับไปเรียนโดยไม่เปิดเผยให้คนภายนอกรับรู้นั่นเอง

เมื่อดูจากภาพบนเว่ยป๋อในช่วงนี้ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาอยู่ต่างประเทศ สวมหมวกถักไหมพรม สวมเสื้อแจ๊คเก็ตยีนส์ ดูเป็นลุคนักเรียน ดูเหมือนว่าจะใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมาสักพักแล้ว

และมีคนพบเห็นข้อความการเข้าเรียนของซูโหย่วเผิงบนเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์กด้วยถ้าดูตามเอกสารแล้วถือว่าเขาฉลาดมาก

มีรายงานว่าการมาที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กในครั้งนี้ก็เพื่อเรียนต่อในสาขากำกับการแสดง มหาวิทยาลัยนิวยอร์กเป็นแหล่งที่มีศิษย์เก่าเป็นผู้กำกับชื่อดังมากมาย หลี่อันผู้กำกับชื่อดังระดับโลกก็จบมาจากที่นั่น

ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องโดดเดี่ยวผู้น่ารักชื่อคริส โคลัมบัสก็เคยศึกษาอยู่ที่นั่น

ผู้กำกับชื่อดัง อาทิ มาร์ติน สกอร์เซซีสไปค์ ลีโอลิเวอร์ สโตนโจเอล โคเอนก็เคยเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยนิวยอร์กเช่นกัน

ไม่เพียงเท่านั้น มหาวิทยาลัยนิวยอร์กยังครองอันดับหนึ่งด้านศิลปะการแสดง การโทรทัศน์ ละคร การเต้นรำและการถ่ายทำภาพยนตร์ด้วย จึงไม่แปลกเลยที่ซูโหย่วเผิงจะเลือกมาศึกษาต่อที่นี่

และแน่นอนว่ามีบางคนก็บอกว่าองค์ชายห้าไปเรียนต่อใน SPS American Language Institute(ศูยน์ภาษาอเมริกัน)

ไม่ว่ายังไงก็ตาม ฉายาเด็กเทพของซูโหย่วเผิงนั้นก็มีมานานแล้ว

ไม่แปลกที่แฟนคลับได้ออกมาเปิดเผยว่า “ซูโหย่วเผิงดีเลิศจนฉันอายที่จะพูดว่าตัวเองเป็นแฟนคลับของเขา”

ก่อนที่ซูโหย่วเผิงจะเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง เขาก็คือเด็กเทพที่เรียนเก่งดีๆนั่นเอง น่าจะเป็นเพราะว่าแม่เป็นครูประถม ปกติแล้วก็จะเข้มงวดกับลูก และนี่ก็เป็นสิ่งที่บ่มเพาะนิสัยที่ดีให้กับซูโหย่วเผิง ไม่ว่าจะอยู่โรงเรียนหรืออยู่บ้านเขาก็ขยันขันแข็งมาก

ในขณะที่เด็กในวัยเดียวกันกำลังคลั้งไคล้อยู่กับของเล่นหรือเกมส์ต่างๆอยู่นั้น ซูโหย่วเผิงในวัย 15ปี ได้ใช้คะแนนอันดับหนึ่งของโรงเรียนไปสอบเข้าในโรงเรียนมัธยมซึ่งเป็นโรงเรียนอันดับหนึ่งของไต้หวันชื่อ Taipei Municipal Jianguo High School ด้วย

เนื่องด้วยความขยันในการเรียน อาการสายตาสั้นของซูโหย่วเผิงจึงหนักขึ้นเรื่อยๆ พอถึงตอนที่เรียนจบมัธยมปลายก็สายตาสั้นปาไป 800D ซึ่งเหตุการณ์นี้แอดมินเข้าใจดีเพราะเคยสัมผัสมาแล้ว พอถอดแว่นตาออก ทุกอย่างก็พร่ามัวไปหมดเลย

เนื่องจากลักษณะภายนอกดูเหมือนสายตาใสปกติดี ซูโหย่วเผิงจึงถูกคัดเลือกให้เป็นสมาชิกในวงเสียวหู่ตุ้ย กลายเป็นสมาชิกทีมหนุ่มไอดอลที่โด่งดังไปทั่วเอเชียมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไม่เป็นสองรองจากวง TFboys ในปัจจุบันเลย

เปิดตัวยอดขายของอัลบั้มผลงานชุดแรกในปีนั้นได้ผลตอบรับดีมาก คอนเสิร์ตเต็มไปด้วยผู้คน ถูกบันทึกว่าเป็นเวทีคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไต้หวัน การจราจรติดขัดมากที่สุด พนักงานเยอะที่สุด เวลายาวนานที่สุด เสียงปรบมือดังที่สุดด้วย

ถึงแม้ว่าจะมีการฝึกซ้อมอยู่บ่อยๆ แต่ซูโหย่วเผิงยังคงไม่ลดละในเรื่องของการเรียน ที่กองถ่ายมักจะเห็นภาพที่เขาก้มหน้าก้มตาเรียนอย่างจริงจังเสมอ

ตอนใกล้สอบ ซูโหย่วเผิงก็จะยุติงานด้านการแสดงอยู่พักนึง ตั้งใจเตรียมตัวในการสอบ อ่านหนังสือท่องจำเนื้อหาเหมือนกับนักเรียน ม.6 ทั่วๆไปในที่สุดคะแนนก็อยู่ที่ อันดับ 5 ของทั้งไต้หวัน สามารถสอบเข้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลของมหาวิทยาลัยไต้หวันได้อย่างสำเร็จได้รับการเลื่อนขั้นเป็นอัจฉริยะตัวจริงแห่งสาขาวิทยาศาสตร์


แต่ตามที่ซูโหย่วเผิงได้ออกมาเปิดเผยนั้น บอกว่าที่ตัวเองเลือกเรียนสาขานี้ ไม่ใช่เพราะเป็นสิ่งที่ใจชอบ แต่เป็นเพราะว่าสาขาวิศวกรรมเครื่องกลจัดว่าเป็นสาขาอันดับหนึ่งในมหาวิทยาลัยไต้หวัน เขาอยากจะบอกกับทุกคนว่า ตัวเขาเองยังคงเป็นเสือน้อยแสนรู้ผู้เรียนดีตัวนั้นอยู่เหมือนเดิม

นิสัยอันเข้มแข็งของเขานั้น ทำให้ผู้คนต่างก็ยอมรับนับถือและรู้สึกห่วงใยด้วย

แต่ว่าตอนที่ใกล้จะเรียนจบ ซูโหย่วเผิงกลับได้ทำเรื่องที่ทำให้ผู้คนทั่ววงการบันเทิงนั้นตะลึงตามๆกันไป ซึ่งก็คือ ลาพักการศึกษา

ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงเสียวหู่ตุ้ย ภาพที่เต็มไปด้วยผู้คนกลับลบเลือนหายไป ไม่เหมือนกับการเป็นไอดอลที่ผ่านมา เมื่อซูโหย่วเผิงย้อนกลับไประลึกถึงเรื่องนี้ สีหน้านั้นก็ปกปิดความหดหู่ไว้ไม่ได้  “หลังจากที่ตัดสินใจแบบนั้น ผมก็ถูกด่าอย่างสะใจ”

จริงๆแล้วที่ตัดสินใจแบบนั้น เหตุผลใหญ่ๆเลยก็มาจากเหตุการณ์ฉุกเฉินทางครอบครัว

ตอนนั้นพ่อของซูโหย่วเผิงไม่ได้คำนึงถึงการคัดค้านของแม่จะนำกิจการที่ทำมาหลายปีรวมถึงร้านขายวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงครอบครัวเซ้งออกไป โดนคนหลอกให้นำเงินที่มีและเงินสะสมทั้งหมดของซูโหย่วเผิงที่ได้มาจากการเป็นนักแสดงไปลงทุนกับตลาดวัสดุก่อสร้าง

แต่นึกไม่ถึงว่าจะเป็นช่วงที่ประสบกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอยแล้วยังต้องมาถูกหุ้นส่วนโกงอีก เงินที่ลงทุนไปก็ไม่ได้กลับคืนมา อีกทั้งยังติดหนี้อีกเป็นจำนวนมาก ฐานะเศรษฐกิจทางครอบครัวของซูโหย่วเผิงก้าวเข้าสู่สภาวะยากลำบากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนพ่อแม่ก็เถียงกันเพราะเรื่องนี้ แม่มักจะวิ่งมาร้องไห้อยู่บ่อยๆ โทษว่าพ่อทำลายครอบครัว ส่วนพ่อก็ดื่มเหล้าเมาดึกๆทุกวัน โทษตัวเอง และควบคุมตัวเองไม่ให้ใส่อารมณ์ไม่ได้

เผชิญกับความกดดันจากสื่อต่างๆ ภาระทางครอบครัว ซูโหย่วเผิงก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ช่วงนั้นเขาก็ได้ร่วงลงมากจากตำแหน่งเด็กเทพไอดอลผู้เรียนเก่งและเป็นผู้แพ้ทั้งด้านการเรียนและการงานในทันที

ถ้าเรื่องราวเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ ฉากจบก็อาจจะได้รับการแก้ไข แต่เขาคือซูโหย่วเผิงไง

ช่วงที่กลับมาสู่สายตาประชาชนจำนวนมากอีกครั้ง ซูโหย่วเผิงคือนักแสดงหน้าใหม่ เขาได้รับคำเชิญอย่างน่าประหลาดใจจากบริษัทของฉงเหยาให้ไปรับบทเป็นองค์ชายห้าในละครชุดเรื่อง (องค์หญิงกำมะลอ)

ไม่คิดไม่ฝันว่าละครเรื่องนี้จะโด่งดังไปทั่วทุกสารทิศ ภาพขององค์ชายห้าจารึกไปยังจิตใจของผู้คน เขาและเจ้าเวยที่รับบทเป็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อได้กลายเป็นกระแสคู่จิ้นที่ดีที่สุด จนกระทั่งถึงวันนี้ก็ยังคงเป็นละครในดวงใจของสถานีโทรทัศน์ใหญ่ๆหลายแห่ง

แต่สำหรับซูโหย่วเผิงแล้วการโด่งดังในครั้งนี้กลับมีความแตกต่าง ตอนนั้นเขาดูซื่อบื้อมาก ไม่รู้ว่าตัวเองได้กลายเป็นไอดอลของทุกคนไปแล้ว แต่ปัจจุบันนี้เขากลับได้ข้ามผ่านเหตุการณ์แย่ๆและได้ไต่ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของชีวิตมาแล้ว

จากนั้นละครทุกเรื่องที่เขาถ่ายทำต่างก็เป็นผลงานที่เรียกได้ว่าเป็นความทรงจำในวัยเด็กของพวกเราเลยก็ว่าได้

เรื่อง (มนต์รักในสายฝน) รับบทเป็นตู้เฟยผู้ตลกโปกฮาแต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้ง

เรื่อง (เดชเซียวฮื้อยี้) รับบทเป็นฮวยบ่อฮ่วย ชายหนุ่มอายุราว 20 ปี เป็นน้องฝาแฝดกับเซี่ยวฮื่อยี้ เติบโตใน "วังเคลื่อนบุปฝา" วรยุทธสูงส่งแต่ไม่ทันเล่ห์กลในยุทธภพ จิตใจมีเมตตา ช่วยชีวิตเซียวฮื่อยี้หลายครั้ง

เรื่อง (ไทเก๊กจางซางฟง) รับบทเป็นหยี่เทียนสิงผู้สง่างามน่าหลงไหล

เรื่อง (อู่ตี่เซี่ยนหลิ่ง) รับบทเป็นนายอำเภอหังเที่ยเซิง เล่ากันว่าคู่จิ้นระหว่างหวังเยี่ยน (Rebecca Wang)กับซูโหย่วเผิงนั้นทำให้พวกเรารู้สึกคล้อยตามอยู่พักใหญ่ รู้สึกว่าใบหน้าของพวกเขาทั้งสองนั้นอ่อนละมุนดูสวยหล่อและกลมกลืนกันมาก

ในละครหลายๆเรื่องที่ผ่านมา แน่นอนว่าต้องมีบทบาทที่แอดมินชื่นชอบที่สุด นั่นก็คือเตียบ่อกี้ในเรื่อง(ดาบมังกรหยก)

ต้องบอกเลยว่า ปีนั้นเกาหยวนหยวนกับเจี่ยจิ้งเหวินมาแรงมากจริงๆ

หลังจากที่ได้สร้างภาพยนตร์ไอดอลในดวงใจเหล่านี้ สามารถกล่าวได้ว่า เส้นทางในการเป็นนักแสดงของซูโหย่วเผิงนั้นพัฒนามาตามทิศทางนี้หรือเรียกว่าเดินตามกระแสน้ำและทิศทางลมทว่าซูโหย่วเผิงกลับไม่ยอมที่จะเป็นแบบนี้ตลอดไป “นักแสดงจะอาศัยกินกับความหน้าตาดีในช่วงวัยรุ่นตลอดไปไม่ได้”

เขาเริ่มที่จะติดตามพัฒนาการทักษะในการแสดงของตัวเองเริ่มที่จะรับบทที่มีความท้าท้ายมากขึ้นและทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเป็นการ “พลิกบทบาทใหม่”ด้วย

แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเซอร์ไพร์สมากที่สุดนั่นก็คือ ในเรื่อง (เฟิงเชิง) The Message  เขาตีบทนักแสดงหน้าอ่อนที่วันๆชอบนั่งมองดอกหลานฮวาและร้องเพลงโอเปร่าได้อย่างดีเยี่ยม และได้รับรางวัลสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม อีกด้วย

ซูโหย่วเผิงพูดว่า : “เพื่อรับบทบาทนี้ ผมต้องไปเรียนการร้องงิ้วคุนฉวี่ที่โรงละคร Kunqu ของภาคเหนือด้วย”  ซูโหย่วเผิงกล่าวด้วยรอยยิ้มตอนที่พวกเราคิดว่าเขาพึงพอใจผลงานในอดีตของตัวเองแล้ว ช่วงที่พวกเราใช้โอกาสรวมผลงานละครนั้น เขาก็ได้หายตัวไปแล้ว

ซูโหย่วเผิงผู้กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง เลือกที่จะวางมือลง ไม่รับงานแสดงต่อ แต่เลือกหันกลับไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย

เขาได้กลับเข้ามาสู่สายตาประชาชนอีกครั้งพร้อมกับผลงานภาพยนตร์ของตัวเองเรื่อง (จั๋วเอ่อร์) The Left Ear สิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมก็คือ ตำแหน่งของเขาในครั้งนี้คือผู้กำกับ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการถกเถียงเป็นอย่างมาก คำเยินยอไม่เป็นเหมือนที่ใจคิดไว้ แต่ก็ทำให้เห็นถึงพรสวรรค์ในการเป็นผู้กำกับของซูโหย่วเผิงและสายตาอันโดดเด่นในการเลือกบทบาทเฉินตูหลิง,โอวหาว,หยางหยาง,หม่าซือฉุน ไม่ว่าจะเป็นทักษะในการแสดงหรือแม้แต่บทบาทในอนาคตล้วนสามารถกล่าวได้ว่าได้ก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่ที่สูงขึ้น โอวหาวกับหม่าซือฉุนก็ได้พบรักในเรื่องนี้ด้วย

ถึงแม้ว่าเรื่อง (จั๋วเอ่อร์) The Left Ear จะทำให้ซูโหย่วเผิงได้รับการโจมตีมากมายกระทั่งมีคนเกิดความสงสัยและตั้งคำถามเกี่ยวกับความสามารถของเขาเหน็บแนมว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใครๆก็ทำออกมาได้ ก็แค่เรื่อง “ความเจ็บปวดในวัยรุ่น” เท่านั้น แต่ซูโหย่วเผิงกลับไม่เอามาใส่ใจ และยังได้ลองถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องที่สองออกมาอีกครั้ง นั่นก็คือเรื่อง The Devotion Of Suspect X ของฮิงาชิโนะ เคโงะ

จากภาพยนตร์เรื่องนี้ สามารถมองเห็นพัฒนาการจากเรื่องจั๋วเอ่อร์ The Left Ear อย่างเห็นได้ชัด ซูโหย่วเผิงได้นำการเขียนบรรยายความรู้สึกของตัวละครในฉบับดั้งเดิมมาแก้ไขใหม่เป็นฉากที่งดงามกว่าเดิม ทำให้อารมณ์ของผู้ชมกับการแสดงของนักแสดงรวมถึงอารมณ์ภายในเรื่องนั้นสลับไปมาอยู่ตลอด

ตอนนี้เขาเรียนเกี่ยวกับการเป็นผู้กำกับอยู่ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก คงเพื่อเป็นการนำผลงานละครที่ดีกว่าเดิมมาฝากทุกคนในอนาคตแหละ

จากทฤษฎี ”พลังบวก” ความไม่แน่นอนในวงการบันเทิงที่เปลี่ยนไปนั้น หลายๆคนมักจะหลงไหลในอำนาจของตัวเองตอนที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุด วันนี้อาจจะโด่งดังเป็นที่รู้จักมากมาย แต่พรุ่งนี้อาจจะไม่มีใครถามไถ่ถึงเลยก็ได้ แต่ซูโหย่วเผิงกลับเลือกที่จะถอยลงไปแม้ในยามที่ตัวเองยังอยู่ในจุดสูงสุด ไปต่างประเทศเพื่อเรียนต่อ ทำให้ผู้คนรู้สึกนับถือในความกล้าหาญของเขา และถือว่าเป็นสิ่งที่ทำเพื่อตัวเอง ทำใจให้สงบนิ่งก่อนแล้วค่อยเดินหน้าต่อ

สุดท้ายนี้อยากจะฝากคำพูดนึงไว้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทุกคน บนเส้นทางชีวิตนั้น มักจะมีจุดสูงสุดที่คุณนึกไม่ถึงอยู่เสมอ ตอนที่คุณเดินไปถึงบนยอดเขา คุณมักอยากจะขึ้นไปในที่ที่สูงกว่าเดิมเสมอ แต่ในขณะนั้น สิ่งเดียวที่คุณควรทำก็คือถอยลงมาก่อน เพราะว่าเมื่อคุณถอยลงมายังพื้นราบแล้ว ถึงจะมีโอกาสได้ขึ้นไปยังภูเขาอีกลูกที่มียอดเขาสูงกว่าเดิมได้

หัวใจที่มีความเคารพ ในใจรู้ตื่นอยู่เสมอ คนเราจึงจะสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

16
https://t.ynet.cn/360/8700312.html

2017-10-04ซูโหย่วเผิงแอบไปเรียนต่อที่อเมริกาอย่างเงียบๆ เขาคือเด็กเทพ(หมายถึงคนที่เรียนเก่งมากๆ)ตัวจริงแห่งวงการบันเทิง

ช่วงนี้ เห็นมีชาวเน็ตในเว่ยป๋อท่านหนึ่งได้พบเห็น”องค์ชายห้า”ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เนื่องจากเห็นเขากำลังจริงจังตั้งใจกับการเรียนอยู่ก็เลยไม่กล้าเข้าไปรบกวน ปัจจุบันซูโหย่วเผิงกำลังศึกษาต่ออยู่ที่อเมริกา ชาวเน็ตต่างก็พากันแสดงความคิดเห็นเข้ามาว่าเขาเป็น “เด็กเทพตัวจริงแห่งวงการบันเทิง” “วันหยุดยาวนี้เรารวมตัวกันไปมหาวิทยาลัยนิวยอร์กเพื่อไปเจอองค์ชายห้ากันเถอะ”

เมื่อเปรียบเทียบกับพวกดาราที่เรียนไม่ได้เรื่องแต่ซื้อฉายาเด็กเทพมา องค์ชายห้าถือว่าเป็นเด็กเทพตัวจริง ตั้งแต่เด็กก็ได้เป็น “เด็กที่ไม่เหมือนคนอื่น”แล้ว

เล่ากันว่า ซูโหย่วเผิงตอนเด็กๆเฉลียวฉลาดมาก ชอบเรียนพิเศษในทุกแขนง เช่น การคำนวนลูกคิด เลขคณิตในใจ คณิตศาสตร์โอลิมปิกภาษาอังกฤษการเขียนบทความ การเขียนพู่กันจีน เป็นต้น พ่อแม่กลัวว่าเขาจะเหนื่อยเกินไป จึงได้ลดวิชาเรียนพิเศษของเขาลง และต้องอดอาหารเพื่อประท้วงด้วย (โอ้มายกอด ถึงกับทำให้องค์ชายห้าต้องคุกเข่ายอมให้ ฮ่าๆๆๆ )

ซูโหย่วเผิงโด่งดังมาจากวงเสียวหู่ตุ้ย (วงเสือน้อย) แต่เขากลับบอกว่า เขารู้สึกเสียดายมากที่เข้ามาเป็นสมาชิกวงเสียวหู่ตุ้ย นี่คือ “สิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของการเป็นวัยรุ่น” ตอนนั้น “ไกวไกวหู่” ผู้อายุเพียง 16 ปี แต่ทุกสัปดาห์กลับมีงานรัดตัวเต็มไปหมด  จึงได้แต่ลาโรงเรียนอยู่ตลอด คะแนนก็ลดน้อยถอยลง เขาพูดอยู่เสมอว่าถึงแม้จะชอบงานด้านการแสดงมากเพียงใด แต่กลับรู้สึกว่าเวลาไม่เพียงพอ ไม่มีวิธีไหนเลยที่จะทำให้เขาเรียนควบคู่ไปกับการทำงานได้ ประสบการณ์ฝันร้าย “ทำงานด้วยเรียนด้วย”นี้ทำให้เขารู้สึกพ่ายแพ้มากๆ

เวลาต่อมาหลังจากวงเสียวหู่ตุ้ย สิ่งที่ทำให้ซูโหย่วเผิงกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งทั้งเหนือใต้ออกตกเลยก็คือ ละครเรื่อง (องค์หญิงกำมะลอ) เป็นเรื่องที่คนทั้งหล้าดูไม่ต่ำกว่า 860 รอบ ถือว่าเติบโตมากับละครของซูโหย่วเผิงเลยก็ว่าได้

1998 เรื่อง องค์หญิงกำมะลอ รับบทเป็นองค์ชายห้า “อู่เปาจื่อ” คือหนุ่มน้อยผู้อ่อนโยน ช่วงนั้นเป็นหนุ่มหล่อวัยใส

1998 เรื่อง เราสองหัวใจเดียวกัน (บ้านเก่าแสนสุข) รับบทเป็นซูเสี่ยวเผิง หนังเรื่องนี้ตอนนี้เหมือนจะมีน้อยคนแล้วที่จำได้ มาถึงวันนี้ เป็นเพียงเรื่องวันวานยังหวานอยู่ เต็มไปด้วยความรู้สึกจิ้นระหว่างซูโหย่วเผิงและเจ้าเวย

2001 เรื่อง มนต์รักในสายฝน รับบทเป็นตู้เฟย ฮ่าฮ่าฮ่า เป็นตอนที่เหยียบปลาสองตัวแล้วลื่นล้มที่ตลาดขายผัก ล้มลงไปใส่ต้นแคคตัสเต็มๆหน้า ความตลกโปกฮาของตู้เฟยทำให้คนชื่นชอบเป็นอย่างมาก

2002 เรื่อง ไผอันจิงฉี (อู่ตี่เซี่ยนหลิ่ง) รับบท นายอำเภอหังเที่ยเซิง เป็นสุดยอดละครชุดแนวยุคโบราณอีกเรื่องหนึ่ง ความหน้าตาดีของหังเที่ยเชิงดึงดูดความสนใจจากผู้ชม มีเพียงแม่หนึ่งคน และปรมาจารย์อีกหนึ่งท่าน แล้วก็เริ่มจัดการคดีเลย การตกแต่งภาพโฟโต้ช็อประหว่างหางเที่ยเชิงกับหนิงเซียงทำได้เนียนมากๆ

2003 เรื่อง ดาบมังกรหยก รับบท เตียชุยซัว และ เตียบ่อกี้  เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องคลาสสิกของหนังต่อสู้กำลังภายใน เตียเมี่ยง,จี้เยียก,เสี่ยวเจียว, ตู่ยี้ ต่างก็พากันชอบเตียบ่อกี้ แล้วคุณล่ะชอบใครมากที่สุด

2004 เรื่อง รักข้ามขอบฟ้า รับบท ลู่เอินฉี โหย่วเผิง(เอินฉี)และแชริม(กวนเสี่ยวถง) เพราะการเดินทางท่องเที่ยวในกรีชจึงได้ก่อเกิดเป็นความรักอันหวานชื่นขึ้นมา ในช่วงนั้น เนื้อเรื่องแบบนี้เป็นที่ชื่นชอบมากใช่มั้ยล่ะ

2004 เรื่อง ยอดขุนศึกวีระบุรุษตระกูลหยาง รับบท หยางซื่อหยาง  เรื่องนี้ก็ร่วมมือกับแชริมอีกครั้ง ในเรื่องหยางซื่อหลางเป็นคนที่หัวดื้อชอบเก็บกด ซึ่งเป็นบทบาทที่ไม่เหมือนกับตัวตนของซูโหย่วเผิงเลย

2005 เรื่อง องค์หญิงจอมทะเล้น รับบท จูหยุ่นฮ่องเต้ เป็นละครคอมเมดี้ยุคโบราณ โดยร่วมแสดงกับจังนารา เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการแต่งงานที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ตอนนั้นได้รับกระแสความนิยมเป็นอย่างดี

2008 ซูโหย่วเผิงเริ่มที่จะพลิกบทบาทการแสดง ในเรื่อง The Message ได้รับบทเป็นปีศาจร้ายไป๋เสี่ยวเหนียน ศิลปะการแสดงของซูโหย่วเผิงในเรื่องนี้ก็ดังระเบิดเช่นกัน และได้รับรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมจากเวทีป๋ายฮวาเจี่ยงครั้งที่ 30 ด้วย

ซูโหย่วเผิงไม่ชอบตำแหน่ง “ชายผู้หวานแหวว” ดังนั้นก็เลยรับงานละครเรื่อง Lost in Panic Room และ Design of Death พยายามที่จะให้เหลือภาพของการเป็น “หนุ่มไอดอล”อย่างเดียว

หลังจากที่ได้ลิ้มลองการแสดงในทุกสไตล์แล้วนั้น ปี 2015 ซูโหย่วเผิงได้ผันตัวจากนักแสดงมาเป็นผู้กำกับ นำผลงานที่เอาใจวัยรุ่นเรื่อง "The Left Ear" 左耳 (จั๋วเอ่อร์) มาให้แฟนๆได้ชม

 "The Left Ear" 左耳 (จั๋วเอ่อร์) ติดอยู่ในชาร์ตที่ 5 อันดับคะแนนถือว่าดีไม่น้อย ตอนนี้คะแนนเฉลี่ยในเว็บไซต์โต้วป้าน (douban) คือ 5.4  พูดตามความจริงเลยก็คือ นี่ไม่ใช่ละครวัยรุ่นเรื่องที่มีคุณภาพดีเยี่ยม มันยังมีบ้างจุดที่ยังไม่ค่อยถูกใจผู้ชม ตอนนั้นซูโหย่วเผิงเองก็ยังไม่ใช่ผู้กำกับมือโปร

2017  ซูโหย่วเผิงก็ได้สร้างภาพยนตร์เรื่อง The Devotion Of Suspect X เมื่อเปรียบเทียบกับเรื่อง  The Left Ear 左耳(จั๋วเอ่อร์) แล้ว เรื่อง The Devotion Of Suspect X ในเวอร์ชั่นจีนนี้เป็นที่น่าชื่นชมพอตัว ทักษะในการเป็นผู้กำกับของซูโหย่วเผิงก็ถือว่าพัฒนาขึ้นกว่าเรื่อง   The Left Ear 左耳(จั๋วเอ่อร์) ที่ผ่านมาไม่น้อย

ถึงแม้ว่าภาพยนตร์เรื่อง The Devotion Of Suspect X นี้ยังไม่เพอร์เฟคร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ว่านักวิจารณ์ที่มีชื่อเสียงหลายท่านก็ได้ออกมาให้คำติชมยอมรับด้วย(เว็บไซต์ DUCHEflim และ TTTflim)

พูดตามความจริงนะ ตัวอย่างแบบนี้ในวงการบันเทิงที่เหมือนกับซูโหย่วเผิงนั้นไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว เป็นบุคคลที่เรียนเก่งตั้งแต่เด็กๆ ตอนมัธยมก็เรียนในโรงเรียนไถเป่ยเจี้ยนกว๋อ (Taipei Municipal Jianguo High School) ซึ่งเป็นโรงเรียนอันดับหนึ่งของไต้หวัน ถึงแม้ว่าจะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยไต้หวัน แต่ว่าในช่วงเวลานั้น การสอบเข้าในภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลของมหาวิทยาลัยไต้หวันได้ถือว่าเก่งมากๆแล้ว
อายุ 15 ปีได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ได้กลายเป็นนักร้องไอดอลที่โด่งดังทั่วเอเชีย เป็นสัญลักษณ์แห่งความทรงจำของคนในวัยนั้น

ผลงานละครเรื่องแรกอย่างเป็นทางการของการเป็นนักแสดงเลยก็คือ เรื่ององค์หญิงกำมะลอ และก็เป็นที่โด่งดังทั่วบ้านทั่วเมืองอีกครั้ง โดยใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาสร้างผลงานภาพยนตร์ดีๆเหล่านี้ออกมา

พออายุ 40 ปี สถานะของการเป็นนักร้อง นักแสดงก็ได้พลิกบทบาทมาเป็นผู้กำกับ อีกทั้งยังมีประสิทธิผลที่ดีด้วย

ช่วงนี้ ซูโหย่วเผิงก็ได้แอบไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กอย่างเงียบๆ ได้ข่าวว่าเรียนเกี่ยวกับสาขาวิชาการกำกับภาพยนตร์ จะรอคอยผลงานอันมีคุณภาพของเขาอย่างตั้งใจเลย

และอีกสิ่งที่ต้องพูดถึงเลยก็คือ “ซูโหย่วเผิงคือบุคคลที่เก่งและมีความพยายาม” ถ้าดาราทำได้ถึงจุดนี้ นั่นคือที่สุดแล้ว


17
[2017.09.28]ซูโหย่วเผิงเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก

2017.09.28 ซูโหย่วเผิงเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก

(ข่าว-1) 28-09-2017 เด็กเทพ (หมายถึงคนที่เรียนเก่งมากๆ) แห่งวงการบันเทิง มีเพื่อนชาวเน็ตได้พบเห็นซูโหย่วเผิงในห้องเรียนที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กด้วย

ตอนเช้าของวันที่ 27 กันยายน มีชาวเน็ตที่อยู่อเมริกาหนึ่งคนได้เปิดเผยบนเว่ยป๋อว่าตนเองได้พบเห็น”องค์ชายห้า” ที่ห้องถ่ายเอกสารในมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และยังได้โพสต์ข้อความอย่างขวยเขินว่า เห็นเขาดูตั้งใจเรียนมากเลยไม่กล้ารบกวนเขา และสุดท้ายก็ได้ @เว่ยป๋อของซูโหย่วเผิง

(ข่าว-2)     เด็กเทพตัวจริง (หมายถึงคนที่เรียนเก่งมากๆ) แห่งวงการบันเทิง มีเพื่อนชาวเน็ตได้พบเห็นซูโหย่วเผิงเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก

ซูโหย่วเผิงเป็นนักเรียนที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้มาตั้งแต่เด็ก ในปีนั้นเขาทั้งได้ทำหน้าที่ของการเป็นสมาชิกของวงเสียวหู่ตุ้ย และยังสามารถสอบได้คะแนนดีเยี่ยมจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยไต้หวันได้อย่างสำเร็จ การไปเรียนต่างประเทศในครั้งนี้ เขาไม่ได้เผยแพร่ข่าวคราวอะไรบนอินเตอร์เน็ตเลย ชาวเน็ตต่างพากันชื่นชมว่าซูโหย่วเผิงเป็นเด็กเทพตัวจริง “ทำเรื่องใหญ่โดยไม่หวือหวา และเป็นเด็กเทพตัวจริงแห่งวงการบันเทิง”ปัจจุบันการไปเรียนต่างประเทศแบบเงียบๆมีไม่เยอะแล้ว

(ข่าว-3)      ชาวเน็ตพบเห็นซูโหย่วเผิงที่ห้องเรียนในมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก

ตอนเช้าของวันที่ 27 มีชาวเน็ตที่อยู่อเมริกาหนึ่งคนได้เปิดเผยบนเว่ยป๋อว่าตนเองได้พบเห็น”องค์ชายห้า” ที่ห้องถ่ายเอกสารในมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และยังได้โพสต์ข้อความอย่างขวยเขินว่า เห็นเขาดูตั้งใจเรียนมากเลยไม่กล้ารบกวนเขา และสุดท้ายก็ได้ @เว่ยป๋อของซูโหย่วเผิง

ซูโหย่วเผิงเป็นนักเรียนที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้มาตั้งแต่เด็ก ในปีนั้นเขาทั้งได้ทำหน้าที่ของการเป็นสมาชิกของทีมเสียวหู่ตุ้ย และยังสามารถสอบได้คะแนนดีเยี่ยมจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยไต้หวันได้อย่างสำเร็จ การไปเรียนต่างประเทศในครั้งนี้ เขาไม่ได้เผยแพร่ข่าวคราวอะไรบนอินเตอร์เน็ตเลย ชาวเน็ตต่างพากันชื่นชมว่าซูโหย่วเผิงเป็นเด็กเทพตัวจริง “ทำเรื่องใหญ่โดยไม่หวือหวา และเป็นเด็กเทพตัวจริงแห่งวงการบันเทิง”ปัจจุบันการไปเรียนต่างประเทศแบบเงียบๆมีไม่เยอะแล้ว

(ข่าว-4)     【ชาวเน็ตพบเห็นซูโหย่วเผิงโดยบังเอิญที่ห้องเรียนในมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก】 ตอนเช้าของวันที่ 27 เดือนกันยายน มีชาวเน็ตเปิดเผยบนเว่ยป๋อว่าตนได้พบเห็น”องค์ชายห้ากำลังเรียนอย่างตั้งใจ และยังได้@เว่ยป๋อของซูโหย่วเผิงด้วย

ตอนเช้าของวันที่ 27 มีชาวเน็ตที่อยู่อเมริกาคนหนึ่งได้เปิดเผยบนเว่ยป๋อว่าตนเองได้พบเห็น”องค์ชายห้า” ที่ห้องถ่ายเอกสารในมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และยังได้โพสต์ข้อความอย่างขวยเขินว่า เห็นเขาดูตั้งใจเรียนมากเลยไม่กล้ารบกวนเขา และสุดท้ายก็ได้ @เว่ยป๋อของซูโหย่วเผิง

ซูโหย่วเผิงเป็นนักเรียนที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้มาตั้งแต่เด็ก ในปีนั้นเขาทั้งได้ทำหน้าที่ของการเป็นสมาชิกของทีมเสียวหู่ตุ้ย และยังสามารถสอบได้คะแนนดีเยี่ยมจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยไต้หวันได้อย่างสำเร็จ การไปเรียนต่างประเทศในครั้งนี้ เขาไม่ได้เผยแพร่ข่าวคราวอะไรบนอินเตอร์เน็ตเลย ชาวเน็ตต่างพากันชื่นชมว่าซูโหย่ว

(ข่าว-5)    ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณในความรักความเมตตาจากชาวเน็ตทุกท่าน ซูโหย่วเผิงไม่เคยพูดถึงเรื่องที่จะไปเรียนต่อเลย จะไปเรียนที่ไหน จะไปเรียนอะไร จะเรียนถึงเมื่อไหร่ แฟนคลับอย่างพวกเราไม่รู้อะไรเลย หลังจากที่หนังเรื่อง The Devotion Of Suspect X นั้นออกฉาย เขาก็หายไปเลย พวกเราก็เพิ่งรู้ก่อนหน้านี้ได้ไม่นานว่าเขาไปเรียนต่อ แต่ไหนแต่ไรตัวเขาเองไม่เคยเฟค แฟนคลับอย่างพวกเราก็ไม่ได้ไปใส่ใจในจุดนี้

เรื่องที่สอง พฤติกรรมที่มีชาวเน็ตบางคนเอาเขาไปเปรียบเทียบกับดาราอีกคนนั้น พวกเราก็รู้สึกแปลกใจและไม่รู้จะทำอย่างไรดีเหมือนกัน มันไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับพวกเรา พวกเราก็ทำได้แค่ปล่อยไปตามหน้าที่กฏหมายอ่ะนะ

เรื่องที่สาม ถ้ามีแฟนคลับคนไหนที่อยากจะตอบเม้นท์มาอธิบายก็ขอให้อธิบายเรื่องนี้ให้เคลียร์นะอย่าเอาเรื่องอื่นมาปน จนต้องทำร้ายคนอื่น ไม่ได้โดนคนอื่นผลักลงน้ำ ก็อย่าผลักคนอื่นลงน้ำ แล้วก็ไมต้องฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด อะไรที่ไม่ควรทำก็ไม่ต้องทำนะ เพราะการพูดและการกระทำมันส่อถึงสติปัญญา

เรื่องที่สี่ พวกเราชอบความโปร่งใส ไม่เคยที่จะทำร้ายใครก่อน แต่เรื่องราวในครั้งนี้ช่างไม่คิดไม่ฝันเสียจริงๆว่าจะเกิดขึ้น ข้อความนี้เป็นข้อความที่เขียนอย่างเร่งรีบ หากผิดพลาดประการใด ได้โปรดจงอภัย ขอบคุณ

เรื่องอดีตก็เป็นเหมือนควันบุหรี่ ลืมไปเถอะ ใจคนเราถ้าไม่แคบ โลกมันก็จะดูกว้างขึ้นอีกเยอะ

หลังจากที่มีข่าวเปิดเผยว่ามีชาวเน็ตพบเห็นซูโหย่วเผิงที่มหาวิทยาลัยนั้น ในบล็อกก็คึกคักกันมาก แฟนคลับอย่างพวกเราก็มึนงงจนตัวสั่น ก็เลยตั้งใจอยากจะโพสต์อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้

(ข่าว-6)   มีคนพบเห็นซูต่าวไปเรียนที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กในอเมริกา แล้วรู้สึกประหลาดใจที่ว่าเขาเป็นเด็กเทพ(หมายถึงคนที่เรียนเก่งมากๆ) งั้นเธอก็คงไม่รู้จักซูต่าวดีละสิ ตอนที่ซูต่าวอยู่ชั้นม.6 อายุ 18 ปี สอบเข้ามหาวิทยาลัยไต้หวันในภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลได้สำเร็จโดยคะแนนอยู่ที่อันดับห้าของไต้หวัน เป็นอัจฉริยะแห่งวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม เขาเคยเล่าว่าก่อนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกทีมเสียวหู่ตุ้ยนั้นคะแนนของเขาอยู่ที่อันดับหนึ่งมาโดยตลอด ดังนั้นการที่เขาไปเรียนศาสตร์ในการเป็นผู้กำกับที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กนั้น ฉันรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกตินะ แฟนคลับของซูโหย่วเผิงต่างก็รู้ดีว่าเขาเป็นเด็กเทพ ฉันไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด อู่ฉีหลงสมาชิกทีมเสียวหู่ตุ้ยเองก็เป็นเด็กเทพเหมือนกัน

18
เขาคือผู้ริเริ่มแห่งวงการไอดอลรุ่นเด็ก ปัจจุบันได้ผันตัวมาเป็นผู้กำกับแล้ว

เขาคือผู้ริเริ่มแห่งวงการไอดอลรุ่นเด็กเขาเป็นศิลปินมืออาชีพที่หายากมากในวงการบันเทิง เขาเคยเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาข้างบ้าน และตอนนี้ได้กลายเป็นชายหนุ่มผู้เฉลียวฉลาดและมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล เขาคนนั้นก็คือซูโหย่วเผิงศิลปินผู้มากด้วยความสามารถและคุณธรรมนั่นเอง เขาได้เติบโตและผ่านร้อนผ่านหนาวมากับพวกเราจนนับครั้งไม่ถ้วน ในวันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิด 44 ปีของเขา พวกเราขอร่วมส่งคำอวยพรจากใจไปให้เขา: ซูโหย่วเผิง สุขสันต์วันเกิดนะ

ซูโหย่วเผิงเกิดเมื่อวันที่ 11 เดือนกันยายน 1973 ที่เมืองไทเปในไต้หวัน เขาเป็นเด็กที่ฉลาดและขยันหมั่นเพียร มีทักษะความสามารถเยอะมาก เป็นเด็กอัจฉริยะผู้เด็ดเดี่ยว ปี 1988 เขาอายุได้ 15 ปีคะแนนสอบของเขาจัดอยู่ในอันดับหนึ่งของโรงเรียนและได้เอาคะแนนสอบนี้ไปสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของไต้หวัน และชีวิตแบบธรรมดาๆของเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้น

1988 เพื่อเป็นการเสริมสร้างกิจกรรมนอกหลักสูตรให้กับเขา พ่อแม่ของเขาได้กระตุ้นให้เขาส่งประวัติย่อของการสมัครเข้าเกณฑ์เป็นผู้ช่วยไปยังรายการ《ชิงชุนต้าตุ้ยคั่ง》 โชคดีก็คือว่า เขากับเฉินจื้อเผิงและอู่ฉีหลงสามคนได้รับคัดเลือกจากทางรายการและได้รวมตัวกันขึ้นเป็น ”ทีมเสียวหู่ตุ้ย”  ซูโหย่วเผิงได้อาศัยท่าทางอันชาญฉลาดของเขาจนได้เป็น  “ไกวไกวหู่”  ทั้งสามคนได้อยู่ในผลงานอัลบั้มเพลงเดี่ยวของรุ่นพี่ “วง Yu HuanPaiTui” เสี่ยวเหมาตุ้ย (กลุ่มแมวน้อย)เพลงชิงผิงกั่วเล่อหยวน Green Apple Paradise  ใช้เวลาประมาณ 5 สัปดาห์ก็ปีนขึ้นสู่ชาร์ตผลงานเพลงยอดเยี่ยม ทีมเสียวหู่ตุ้ยก็ได้เปิดตัวในปีเดียวกันนี้ด้วย เนื่องด้วยภาพลักษณ์อันทรงพลังของพวกเขาทำให้ได้รับกระแสความนิยมจากบรรดาวัยรุ่นเป็นอย่างมาก และเป็นที่โด่งดังในที่สุด

1988 ถึงปี 1991 ช่วงวัยมัธยมปลายของซูโหย่วเผิงเป็นช่วงที่ทีมเสียวหู่ตุ้ยโด่งดังที่สุด ตอนกลางวันเขาก็เรียน ส่วนตอนเย็นก็ต้องทำหน้าที่ของสมาชิกทีมเสียวหู่ตุ้ย ช่วงเวลานั้นจัดงานคอนเสิร์ตถึง 30 ครั้ง ปล่อยผลงานออกมถึง 7 อัลบั้มตามลำดับ แต่ในที่สุดเขาก็สามารถสอบได้คะแนนดีที่สุด และนำคะแนนนี้ไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งในไต้หวันได้ในภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล และได้รับการขนานนามว่าเป็น “อัจฉริยะด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม”ด้วย

1990 เดือนกุมภาพันธ์ ซูโหย่วเผิง เฉินจื้อเผิงและอู่ฉีหลงได้ร่วมกันแสดงภาพยนตร์เรื่อง《ห่าวเสียวจื่อจือโหยวเซี๋ยร์》(นักดาบพเนจร) Wandering Heroes เป็นการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา ในภาพยนตร์เขารับบทเป็น ”เสี่ยวไกว” นักเรียน ม.ปลาย ที่มีอัจฉริยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีนิสัยแบบเด็กๆ ถึงแม้ว่าครั้งแรกในการแสดงของซูโหย่วเผิงยังคงมีจุดด้อยอยู่บ้าง แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังได้เป็นหนึ่งในหนังที่ติด 10 อันดับแรกของไต้หวันในปี 1990 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการการันตีความสนใจจากผู้ชมที่มีต่อพวกเขา

1995 เดือนตุลาคมได้ร่วมมือกับอู่ฉีหลง จินเฉิงอู่และหลินจื้ออิง ร่วมกันแสดงภาพยนตร์เรื่อง《Forever Friends》แสดงเป็น ”หลัวชื่อเจียน” Luo Zhi Jian ทหารที่กำลังรับราชการอยู่ ในหนัง เขาได้บรรยายคำพูดของเนื้อเรื่องหนังทั้งเรื่องด้วยตัวเขาเอง และได้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วยตัวเอง เพลง 《เพื่อนที่รักที่สุด》

1996 เดือนเมษายน เขาได้รับบทเป็น ซูเสี่ยวเผย Xiao Pei พนักงานในบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งในภาพยนตร์แนวคอมเมดี้เรื่อง《Flirting Expert》 โดยร่วมมือกับจินเฉิงอู่ จูอิน หลัวป่ายจี๋ และหลินเสี่ยวโหลว เป็นต้น ซูโหย่วเผิงได้สัมผัสกับสไตล์การแสดงที่ไม่ซ้ำกันเลย ในเรื่องเขาย้อมผมสีทองและชอบนั่งไขว้ห้าง ในมือถือบุหรี่หนึ่งมวน ท่าทางนักเลงเถื่อนๆ ทำลายภาพลักษณ์ของการเป็นเด็กดีเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นผลงานฉบับพลิกล็อคของเขา

1996 เดือนมิถุนายน ได้แสดงละครที่นำนวนิยายของเหยียนเกอหลิงนักเขียนนิยายผู้หญิง《อู๋เฟยหนานหนี่ว》มาดัดแปลงใหม่เป็นเรื่อง 《ฉิงเซ่อ》Pale Sun ได้รับบทเป็นพระเอกที่ทนทุกข์ทรมานกับการเป็น ”โรคไตวาย”  “ลูกคนที่ห้า ชื่อช่ายอู้” ภาพยนตร์ถ่ายทำออกมาได้สุดยอดมาก ซึ่งแตกต่างจากเรื่องก่อนหน้านี้มาก《Flirting Expert》ซูโหย่วเผิงได้เริ่มเดินกลับไปยังเส้นทางของเด็กน้อยผู้น่ารักอีกครั้ง แต่ศิลปะของหนัง《ฉิงเซ่อ》   Pale Sun เรื่องนี้ดูหนักไปหน่อย ก็เลยได้รับการตอบรับแบบทั่วไปจากทางตลาดภาพยนตร์

1996 เดือนพฤศจิกายน ละครโทรทัศน์เรื่อง 《Ou Xiang Yi Ji Bang》 ที่เขาได้แสดงของทาง China Television ภาพยนตร์เรื่อง “โอ่วเซี่ยงอี้จี๋ปั้ง” ตอนสองชื่อตอน “เหล่าซือฉิงเกอ” แสดงเป็น “ซูจิ้นสง” กับ จิงเชาเฉียน(ผู้แสดงเป็นเปาบุ้นจิ้น) โค้วซื่อจิง (ในปีเหล่านี้แสดงที่จีน (จีจื่อหงเลอ) (เซี่ยงหยี่เซี่ยงอู้อิ้วเซี่ยงเฟิง) เรื่องเหล่านี้เป็นต้น) และปลายปีนั้น เขายังได้รับ “ ตุ๊กตาทอง” นักแสดงชายยอดเยี่ยม  Golden Bell Awards” จากช่อง China Television ในปลายปีนั้นอีกด้วย และนี่ก็เป็นอีกเสียงหนึ่งที่ทุกคนการันตีให้กับความสามารถด้านการแสดงของเขา หลังจากนั้น งานด้านการแสดงของซูโหย่วเผิงส่วนใหญ่ก็จะเป็นทางด้านซีรีย์มากกว่า ซีรีย์ทุกเรื่องที่แสดงแทบจะกล่าวได้ว่าเป็นแบบฉบับจริงๆ

1997 เดือนกรกฎาคม เขาได้แสดงซีรีย์แนวยุคโบราณที่กำกับนักประพันธ์ชาวไต้หวัน ฉงเหยา เรื่อง《องค์หญิงกำมะลอ》 โดยรับบทเป็นองค์ชายห้า "หย่งฉี"  ในซีรีย์เรื่องนี้เขาได้ทะลายกรอบข้อจำกัดของการเป็นนักร้องไอดอล นำการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่มาให้กับศิลปะการแสดงละครของเขา และยังบุกโจมตีตลาดบันเทิงของจีนและทั่วเอเชียอีกด้วย ระดับความโด่งดังฮอตฮิตนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย หน้าร้อนและหน้าหนาวของทุก ๆ ปี แทบจะยึดครองทุกช่องสัญญาณเลยทีเดียว ถือเป็นความทรงจำวัยเยาว์ของใครหลาย ๆ คน

ช่วงเวลานั้น ใบหน้าของซูโหย่วเผิงได้เผยความสดใสออกมา บทบาทองค์ชายห้าของเขาเป็นผู้จิตใจดีและแฝงความเอาแต่ใจอยู่นิดๆ และ ”เสียวเยี่ยนจื่อ” ที่รับบทโดยเจ้าเวย ที่ได้แสดงเกี่ยวกับความรักอันสะเทือนเลื่อนลั่น ความรักของคู่นี้ไม่ได้ขมขื่นแบบเวยเอ่อร์คัง ความรักอันหวานชื่นของพวกเขาทั้งสองได้กลายเป็นคู่จิ้นของแฟนคลับหลายๆคน สามารถกล่าวได้ว่าเขาเป็นคนแรกแห่งวงการไอดอลเด็ก และการสะสมสติกเกอร์โปสการ์ดรูปทะเลของเขาก็ได้กลายเป็นที่โปรดปรานของเหล่าแฟนคลับทั้งหลายด้วย

1998 เดือนมิถุนายน ซูโหย่วเผิงและเจ้าเวยได้โคจรมาแสดงเรื่องเดียวกันอีกครั้งในภาพยนตร์ไอดอลเรื่อง 《Old House Has Joy》เราสองหัวใจเดียวกัน  ในเรื่องรับบทเป็นหนุ่มหล่อชื่อ “ซูเสี่ยวเผิง” เรื่องนี้เป็นช่วงที่ซูโหย่วเผิงดูหล่อเท่ห์ที่สุด เทคนิคด้านการแสดงก็เป็นมืออาชีพขึ้นทุกวัน ได้เก็บเอาภาพลักษณ์ของเด็กชายข้างบ้านผู้ไร้เดียงสาไว้ในใจของผู้ชมได้สำเร็จ

1999 เดือนพฤษภาคม เขาเปิดตัวจากหนังจีนที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายที่แต่งโดยโกวเล้ง เรื่อง 《เซียวฮื้อยี้》 และในเรื่องรับบทเป็น “ฮวยบ่อข่วย ” ฮวยบ่อข่วยผู้ไร้ความรู้สึกไม่มีความรู้สึกทุกข์สุขใดๆ ใส่ใจทดสอบฝีมือการแสดงเป็นอย่างมาก แต่เขาอยากจะอธิบายถึงนิสัยที่ชอบเก็บกดของฮวยบ่อข่วยให้ออกมาอย่างเฟอร์เฟค ในบทต้องระมัดระวังในด้านการพูด พูดน้อยแต่สื่อด้วยสายตาอันอ่อนโยน,เจ็บปวด,ขมขื่น,ได้อย่างชัดเจน ท่าทางอันสูงสง่าในเรื่องและลักษณะนิสัยภายนอกที่ดูเย็นชาแต่ข้างในอบอุ่นนั้น ทำให้ชนะใจแฟนคลับได้อย่างนับไม่ถ้วน

2000 เดือนเมษายน เขาได้ร่วมงานกับเจ้าเวยและหลินซินหยูอีกครั้งในการแสดงภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายที่เขียนโดยฉงเหยาเรื่อง《มนต์รักในสายฝน》 ในครั้งนี้ซูโหย่วเผิงได้รับบทเป็นหนุ่มทะลึ่งชื่อว่า “ตู้เฟย” ไม่ใช่หนุ่มไอดอลผู้เพอร์เฟคอีกต่อไป ครั้งนี้เขาได้ใช้ความพยายามในการตามจีบหยูผิง ความรักของเขาประทับใจผู้ชม และส่วนหนึ่งมาจากความหลากหลายของวิธีการธรรมดาๆต่างๆที่ทำให้ผู้ชมขำจนท้องแข็ง

2003 เขาได้ร่วมมือกับสองสาวเจี่ยจิ้งเหวินและเกาหยวนหยวนในการแสดงภาพยนตร์เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้เรื่อง 《ดาบมังกรหยก》รับบทเป็นผู้ชายหมายเลขหนึ่งชื่อ "เตียบ่อกี้"  ครั้งนี้ฝีมือในการแสดงของเขาดูเป็นผู้ใหญ่ขี้นมาก จึงทำให้ความดีและความลังเลของ "เตียบ่อกี้" ไม่มีช่องโหว่ให้โจมตีได้เลย และได้รับการชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน ละครเรื่องนี้เป็นละครของกิมย้งเรื่องแรกที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และก็เป็นหนึ่งในผลงานของซูโหย่วเผิง จนกระทั่งถึงตอนนี้ เขาได้กลายเป็นนักแสดงชายที่รับบทตัวละครของฉงเหยา กิมย้งและโกวเล้ง มากที่สุดคนหนึ่ง

จากที่มีผลงานอันล้ำเลิศทางด้านละคร เขาได้เริ่มหันเข้าสู่วงการภาพยนตร์ ปี 2009 ในผลงานภาพยนต์หลักเรื่อง The Message ซูโหย่วเผิงได้รับบทเป็นตัวประกอบชื่อ "ป๋ายเสี่ยวเหนียน" และในขณะนั้นเองก็ได้รับรางวัลช่อดอกไม้ ป๋าย ฮัว ( Hundred Flower Award ) สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม "Best Supporting Actor"  ในเรื่อง เขาได้ทำลายภาพลักษณ์ในอดีต ในบทท่าทางตุ้งติ้งนี้ทำให้ผู้ชมได้เห็น รูปร่างหน้าตาของเขาท่วงท่าเยื้องย่างกรีดกรายได้แสดงความหยิ่งทนงดั่ง ”หยกแก้ว” ออกมาให้เห็นทั้งหมด การรับบทบาทในครั้งนี้ซูโหย่วเผิงได้บรรลุการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเองอย่างยิ่งใหญ่   

2010 เป็นปีทองของโหย่วเผิง เขาได้เป็นนักแสดงหลักของภาพยนตร์ 5  เรื่อง ได้แก่

The Four Cupids
A Singing Fairy
The Love Song of Kang Ding
Lost in Panic Room
Lost in Panic Cruise

ได้ออกฉายตามลำดับ เรื่อง Lost in Panic Room ได้เปิดตัวช่วงวันเฮโลวีน ในขณะเดียวกันนั้นซูโหย่วเผิงก็ได้รับรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมจาก Macau International Movie Festival ครั้งที่ 2 จากภาพยนตร์เรื่อง《The Love Song of Kang Ding》อีกด้วย

2011 เดือนเมษายน ได้เข้าร่วมถ่ายทำภาพยนตร์ของผู้กำกับกวนหู่เรื่อง《Design of Death》 กับเริ่นต๋าฮว๋า หวงป๋อ ยวี่หนานนักแสดงมากด้วยฝีมือ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ซูโหย่วเผิงได้รับบทบาทเป็นตัวโกง ในเรื่องซูโหย่วเผิงแสดงเป็นนายแพทย์หนิวผู้มีจิตใจอำมหิตหนิวเจี๋ยชื่อ (แสดงโดยหวงป๋อ) ได้ทำการฆาตกรรมปู่กับย่าของเขา ความคิดในการแก้แค้นนั้นไม่เคยจางหายไป เพื่อการนี้เขาได้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆเดินทางจากบ้านเกิดเพื่อไปศึกษาศาสตร์ทางการแพทย์ หลายปีต่อมาเขาได้สวมเครื่องแบบเต็มยศกลับบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อดำเนินการตามแผนการแก้แค้นที่วางไว้ แต่สุดท้ายเพราะกินเนื้อหมูที่ติดสารพิษจึงเสียชีวิตไป

2012 เขาได้แสดงเรื่อง  Three Unmarried Mothers ที่ออกฉายเมื่อวันที่ 26 เดือนตุลาคม ในปีเดียวกันนั้น ซูโหย่วเผิงได้สร้างห้องทำงานของตัวเอง และเริ่มผันตัวไปเป็นผู้สร้าง ผู้บุกเบิกระเบียบใหม่ในงานของเขาเอง

2013 ที่ผ่านมาซูโหย่วเผิงได้ห่างจากบ้านที่ไต้หวันไปทำงานอยู่ที่ประเทศจีนเป็นระยะเวลาหลายปี ครั้งนี้เขาได้กลับไปถ่ายทำภาพยนตร์ที่ไต้หวันอีกครั้ง โดยร่วมมือกับทางหลินอี้เฉิน เรื่อง Sweet Alibis โดยรับบทเป็นตำรวจที่ดูแล้วมีท่าทางขี้ขลาดแต่ความจริงแล้วเข้มแข็งเกรียงไกรมาก ในเรื่องซูโหย่วเผิงได้แสดงออกถึงกำลังที่ไม่ธรรมดา มีผู้กำกับอีกท่านบอกว่า ซูโหย่วเผิงเป็นตัวแทนของคนประเภทที่มีเสน่ห์ ดังนั้นบทบาทนี้จึงเหมาะสมกับเขามาก

2014 เป็นครั้งแรกที่ซูโหย่วเผิงได้ลองลิ้มรสของการเป็นผู้กำกับ ได้ถ่ายทำภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายของนักเขียนชื่อ ร่าวเสวี่ยม่าน เรื่อง《จั่วเอ่อร์》 "The Left Ear" 左耳 เพื่อที่จะทำภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมา เขาได้ปฏิเสธงานแสดงทั้งหมดในปีนั้น ตั้งใจสร้างหนังอย่างเดียว ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน ในที่สุดหนังเรื่องจั่วเอ่อร์ก็ทำรายได้สูงถึงห้าร้อยล้าน จากนวนิยายเรื่องนี้ ทำให้ซูโหย่วเผิงได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ดีเด่นจากงานรางวัลม้าทองคำจากการถ่ายทำเรื่อง  "The Left Ear" 左耳  นี้ ซูโหย่วเผิงได้พยายามทุ่มเท ทั้งศึกษาไปด้วย ถ่ายทำไปด้วย ในที่สุดก็ได้ผลงานที่ทำให้ผู้คนประทับใจออกมา

ผลงานปัจจุบันนี้ คือภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายญี่ปุ่นจากนักเขียนฮิงาชิโนะ เคโงะ เกี่ยวกับแนวสืบสวนสอบสวนผู้ต้องสงสัยเรื่อง The Devotion of Suspect X ซึ่งได้เริ่มเตรียมการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2015 แล้ว โดยทำการตรวจสอบเรื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน ไปแสดงทั้ง 28 เมือง ใช้เวลาถึง 128 วันจึงสามารถเริ่มถ่ายทำได้ สิ่งเหล่านี้พอจะทำให้เห็นได้แล้วว่าซูโหย่วเผิงได้ทุ่มเทและใส่ใจทุกรายละเอียดในการสร้างหนังแต่ละเรื่องจริงๆ

“ไกวไกวหู่” ในวันนั้น ได้ส่งพลังบวกต่อการเติบโตของผู้คนมากมาย ปัจจุบันเขาได้อยู่ในวงการบันเทิงมาเป็นระยะเวลา 20-30 ปีแล้ว กาลเวลาไม่เพียงแต่ทำให้เขาเติบโตขึ้น แต่ยังคงจิตใจอันงดงามของเขาไว้ และมีเพื่อนในวงการบันเทิงมากมายที่ชื่นชมยกย่องเขา

ตลอดเส้นทางเดินที่ผ่านมา  ความสามารถของซูโหย่วเผิงทำให้ทุกสายตาได้เห็นว่าความเพียรพยายามของเขาควรค่าแก่การยกย่องสรรเสิรญ ผลงานของเขาที่อยู่เคียงข้างพวกเรานั้นยิ่งควรค่าแก่การขอบคุณ ขอให้เขาได้เดินตามเส้นทางงานภาพยนตร์เพื่อทำตามความฝันของตัวเองต่อไป

โหย่วเผิง พูดว่า : “คนจะยิ่งใหญ่ได้เพราะความฝัน ผมคิดว่าผมอยากจะเล่าประสบการณ์จริงในชีวิตให้กับทุกคน อย่าปล่อยมันไปอย่างง่ายๆ ขอเพียงยืนหยัด ยืนหยัด ความฝันจะกลายเป็นความจริงในสักวัน..."

ps. อวยพรให้โหย่วเผิงยิ่งบินยิ่งสูง ไม่หยุดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เป็นผู้ซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่แฟนคลับให้กับคุณ

19
https://www.facebook.com/AlecfanclubinThailand/posts/1527172393987915

005WNQvGgy1fjkoofgc21j30ku0dwt9t.jpg" border="0

2017.09.11 蘇有朋 生日快樂 !

There is more today
Through enormous time
Increased from yesterday
The longer we love, the more we love

Wishing you a happy birthday Su You Peng

Your birthday this month is nearly here. We of the Thai fan club would like to bless you with good thoughts by these messages. All of us on behalf of this fan club want sincerely the best for you as a director, artist, actor and for your acting that we really love. We all have good feelings whenever you will be arriving. We wish you happiness, health, wealth and that it will continue.

We want to convey to you how you have impacted us deeply as we have learned about you. It has been nearly ten years since we discovered you and our memories remain steadfast for you.

It is not easy to gather such a large group of people. We live in different places, have different lives and ages, but we all have the same purpose, "Su You Peng". Many of us have devoted ourselves to the purpose of this fan club. To collect every story, life experience and a standard of living that you show daily by what you do. All of this will be collected in the "baansuyoupeng.com" web site for those that want to learn more about you. All of these things make us proud to belong to this fan club.

Since we learned about you as a Taiwanese actor we found that when you were younger and your previous experiences that have made us care more about you unconditionally. It grows day by day, more and more. If anyone asks us, why do we care so much for you? Our answer is because you lead by example - not just words!

We all love and pray for you so much. Your smile, your acting, your kind virtue to others and that you still care deeply for your parents. We all sincerely care about you very much and will always stand with you and support you in any way that we can to encourage you.

This information herein is to send blessings to you on your birthday and is our way to tell you that our thoughts, trust, concerns, hopefulness and love are with you always.

วันนี้ มีมากกว่า
ผ่านเวลา มหาศาล
เพิ่มพูน กว่าเมื่อวาน
ยิ่งรักนาน ยิ่งเพิ่มพูน

"สุขสันต์วันเกิด" ..... ซูโหย่วเผิง

ใกล้เข้ามาอีกหนึ่งปีแล้วสำหรับวันคล้ายวันเกิด 11 กันยายน พวกเราชาว Thai Fans ขอมอบคำอวยพรผ่านเป็นข้อความ พวกเราในฐานะแฟนคลับที่มีความรักแบบบริสุทธิ์ใจให้กับศิลปิน ดารา นักแสดงที่เราชื่นชอบ เราต่างก็รู้สึกดีทุกครั้งเมื่อวันดีดีของผู้เป็นที่รักใกล้เข้ามาถึง ขอให้คุณมีความสุข ปราศจากโรคภัย คิดหวังสิ่งใดขอให้ได้สมดั่งใจปราถนา สมบูรณ์พูลผลทุกประการขอให้ปีนี้ปีต่อๆไปเป็นปีที่ดีที่สุดของคุณ...

พวกเราชาว “ Thai Fans ” อยากจะบอกถึงความรู้สึกตั้งแต่ได้เริ่มรู้จัก สนใจ ชอบพอ จนมาถึงวันนี้ที่เรียกได้ว่า ”ความรัก ”ผ่านช่วงเวลามานับสิบปีที่คุณอยู่ในความทรงจำของพวกเราชาวไทย ก่อนจะมาเป็นกลุ่มเป็นก้อนในความเป็นจริงแล้วก็ไม่ได้ง่ายเลย คนที่รักคุณมาจากหลายที่ ต่างพ่อต่างแม่ ต่างช่วงอายุ แต่จุดมุ่งหมายเดียวกันของพวกเราคือ “ซูโหย่วเผิง ” กว่าจะมารวมกันเป็นครอบครัว “ ซูโหย่วเผิง “ อย่างทุกวันนี้ได้ต้องมีหลายคนที่อุทิศตัวเอง เวลา พร้อมความรัก ความเข้าใจ เก็บเกี่ยวทุกเรื่องราว ประสบการณ์ชีวิต มาตรฐานในการดำรงตนเองรวมถึงความเป็นไปในแบบฉบับของ “ ซูโหย่วเผิง “ จากสิบ เป็นร้อย เป็นพัน เรื่องราวรวบรวมไว้ใน “BAANSUYOUPENG.COM “ สำหรับหลายคนที่มีความรักให้กับคุณ บ้านหลังนี้จะคอยรองรับดูแล ด้วยการนำเสนอเรื่องราวของคุณ ผลงาน ชีวิตประจำวัน และกุศลบุญที่คุณกระทำ เรื่องราวดีดีเหล่านี้เป็นความภาคภูมิใจของพวกเราชาวไทยแฟนคลับเช่นกัน

พวกเรารู้จักคุณในฐานะนักแสดงชาวไต้หวัน แต่คุณเชื่อหรือไม่ เรื่องราวของคุณในวัยเด็ก ตลอดจนถึงปัจจุบันทำให้พวกเรารักคุณได้อย่างไม่มีข้อแม้ นับวันความรักที่มียิ่งมากขึ้นเพิ่มเป็นทวีคูณ” ไม่อยากให้ถามว่า เพราะอะไรพวกเราถึงรักคุณ “ แต่จะเปลี่ยนคำถามว่า ” คุณทำได้อย่างไรให้พวกเรารักคุณ “ สำหรับคำถามนี้พวกเราชาวไทยมีคำตอบอยู่ในใจ

พวกเราชาว “Thai Fans” รักและศรัทธาในตัวคุณมาก รักที่รอยยิ้มของคุณ, รักที่ตัวตนของคุณ, รักที่น้ำใจที่คุณมีให้เพื่อนมนุษย์, รักในความเป็นกตัญญูรู้คุณต่อบุพการี, พวกเรามีรักที่บริสุทธิ์ใจให้กับคุณ ถ้าหากในวันพรุ่งนี้จะมีอุปสรรคแวะเวียนเข้ามาหาคุณบ้าง ขอให้คุณจงเชื่อว่า..พวกเราทุกคนต่างเป็นกำลังใจให้คุณ ให้คำมั่นสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างคุณไปเป็นแรงใจให้คุณรู้สึกดีเท่าที่พวกเรากลุ่มเล็กๆจะทำได้ นี่คือบทความอวยพรวันคล้ายวันเกิดและคือบทความแทนใจจากพวกเราถึงคุณ คงเป็นสิ่งเดียวที่จะสื่อความในใจของพวกเราชาวไทยที่มีต่อคุณ เพื่อตอบแทนในสิ่งดีดีที่คุณมีให้มา พวกเราก็ขอมอบ ความรัก ความห่วงใย ความหวังกลับไปให้คุณเช่นกัน

หน้า: [1] 2 3 ... 21