Alec Su Youpeng fanclub in Thailand

Interviews [Thai Translation] | ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณอยากจะรู้ ซึ่งไม่เคยอ่านที่ไหนมาก่อน => SCOOPS & SPECIALS => ข้อความที่เริ่มโดย: Chomnath ที่ กรกฎาคม 03, 2012, 03:00:20 PM

หัวข้อ: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กรกฎาคม 03, 2012, 03:00:20 PM
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/229955_403870596318106_2131999284_n-2.jpg)

How long do you know “Su You Peng” ?
When did you fall in love to Su You Peng ?
Why do we have to fall in love to Alec, any good thing he has ?
How many good faith and trust he has, we are to be called as the fanclub which follow his news continuously for long long time.

The one who love him is able to answer the above question. But…..if you still don’t know him.

We will present his news step by step whatever you need to know. And you will be known that to find and discover the real stories and the activities of Alec Su is the superb(excellence) in your life.

(http://i185.photobucket.com/albums/x253/alec_001/alec-4rlm.jpg) (http://s185.photobucket.com/user/alec_001/media/alec-4rlm.jpg.html)



คุณรู้จัก "ซูโหย่วเผิง" มานานแค่ไหน?

คุณหลงรัก SUYOUPENG ตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

ทำไมพวกเราต้องมาหลงรัก ALEC เขามีดีอะไร?

เขามีแรงศรัทธามากแค่ไหนที่ให้พวกเราซึ่งเรียกว่า FC ติดตามเขาได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน

คนที่รักเขาเท่านั้นสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ แต่ถ้าคุณยังไม่รู้จักเขา

เราจะค่อยๆ......นำเสนอในสิ่งที่คุณอยากจะรู้

และคุณจะได้รู้ว่ามาพบ Alec Su เป็นสิ่งที่ "วิเศษ" ที่สุดในชีวิตของคุณ
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กรกฎาคม 03, 2012, 03:57:29 PM
ข้อความจากลายมือซูโหย่วเผิง ปี 1993

今天才发现有朋哥的字
http://tieba.baidu.com/p/3152269506
http://tieba.baidu.com/p/720919967?pn=12

(http://i185.photobucket.com/albums/x226/alec_003/1-4.jpg) (http://s185.photobucket.com/user/alec_003/media/1-4.jpg.html)

(http://f.ptcdn.info/361/045/000/oc9fos9wai6GsiMl2P1-o.jpg)

ช่วงเวลานี้ ได้รับจดหมายจากผู้ปกครองและนักศึกษามัธยมปลายอย่างมากมาย หวังว่าผมได้เสนอเรื่องรักการเรียนหนังสือและวิธีเตรียมตัวเข้าร่วมสอบ ช่วงเวลาหนึ่ง ความรู้สึกตื้นตันที่ประมาณไม่ได้ผุดขึ้นมาจากใจ ซึ่งผมรู้สึกลึกๆว่าการเป็นนักแสดงคนหนึ่ง ไม่เพียงแต่ ทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ยังต้องทำเพื่อบุคคลที่เอาใจใส่ต่อตัวผมเป็นอันมากร่วมอยู่ด้วย

อายุ 15 ปีก่อนหน้านั้น ผมคือบุคคลธรรมดาๆคนหนึ่ง คนรู้จักตัวผมต่างเรียกผมว่า "ซูโหย่วเผิง" ก็คล้ายในสายตายทุกคนเหมือนพวกนักเรียนอยู่ภายใต้แรงกดดัน การเปิดภาคการเรียนเช่นเดียวกัน สวมแว่นสายตาสั้นอันหนาลึก แบกกระเป๋าเรียนอันแสนหนัก ได้วิ่งเต้นบากบั่นระหว่างครอบครัวโรงเรียนและห้องกวดวิชา วันอาทิตย์เป็นวันหยุดสัปดาห์คิดอยากออกไปข้างนอกดูหนัง ก็รู้สึกไม่สบายใจนัก เวลาหลังเลิกเรียนไปพร้อมกับพวกนักเรียนที่บนท้องถนนแถวห้องกวดวิชาซื้อเต้าฮวยกิน เดินไปพลางกินข้าวโพดไปพลางช่างมีความสุขเหลือเกิน

เวลานั้นในกระเป๋าของผมมีแต่พกเงินไม่กี่สตางค์เสมอ ก็ไม่มีใครคอยมามองผมนัก ผมอยู่อย่างอิสระมากเป็นตัวของตัวเองด้วย บัดนี้หวนคิดขึ้นมา เวลานั้นถึงแม้ว่าแบกภาระอันหนักหน่วงของแรงกดดันในการเปิดภาคการเรียน แต่มีชีวิตช่วงที่มาคงไม่เคยผ่านความรู้สึกที่มีอิสระมาก่อนเลย

สาธารณะรัฐประชาชนจีน ปี 77 เดือน 7 (ในปีนั้นก็จะมีอายุครบ 16 ปี) ได้รับการคัดเลือกและเป็นนักร้อง ภายใต้ วงเสี่ยวหุ่ยตุ้ย ยังไม่ทันดูให้ชัดเจนว่าความโอ่อ่าวิไลของวงการแสดงนี้ก็ถูกครอบด้วยชื่อเป็น "เสือน้องแสนเชื่อง" หลังจากนั้นการดำรงชีวิตของผมทุกอย่างก็เปลี่ยนเป็นสดใสขึ้นมาเลย


(http://i185.photobucket.com/albums/x226/alec_003/2-4.jpg) (http://s185.photobucket.com/user/alec_003/media/2-4.jpg.html)

(http://f.ptcdn.info/361/045/000/oc9fu59t6rVa7VlSX5k-o.jpg)

จนถึงวันนี้ อายุใกล้ครบ 20 ปี แท้จริงแล้วผมยังไม่สามารถยอมรับว่าเป็นบุคคลสาธารณะชนแล้ว ผมทำตัวเป็นคนเรียบง่ายมาตลอด ผมคือ "ซูโหย่วเผิง"

ในสายตารู้สึกดี รู้สึกเศร้า เช่นนี้เกือบจะคล้ายๆสิ้นบุญวาสนา ผมรู้สึกว่าคนมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แต่ละวันกำลังต้องเผชิญกับวิถีการเจริญเติบโตไปเพื่อสยบอุปสรรคอันมากมาย ไม่จำต้องนำเอาแรงกดดันที่ไม่จำเป็นเพิ่มในตัวของตนเองอีก มีเพื่อนๆมากมายเขียนจดหมายมาบอกผมว่า "ซูโหย่วเผิง เวลาคุณยิ้มบริสุทธิ์มาก สดใสมาก ดูคุณยิ้มช่างร่าเริงจริง ฉันรู้สึกร่างเริงตามไปด้วย" 

ตอนนี้ผมกำลังจะบอกทุกคนว่า ผมไม่เคยชินกับการเอาเรื่องราวเก็บไว้ในใจ พวกคุณมองดูผมยิ้มอยู่นั้นเป็นความจริงครับ ผมกำลังยิ้มอย่างร่าเริงทีเดียว

ผมเชื่อมั่นในกฎเกณฑ์ข้อหนึ่งว่า ทำเรื่องอะไรควรมีจิตสำนึกของตัวเองบ้าง

เมื่อต้องการเช่นนี้ การปฏิบัติโฆษณาชอบทำเอาทีมงาน พนักงานโมโหมากเสมอ(งงค่ะอ่านแล้วไม่เข้าใจ)  อะไรคือ "อารมณ์ควาย ปัญญาหมู ไม่สามารถอ้อมค้อม ล่วงเกินแก่ผู้อื่นโดยง่าย...." ข้อกล่าวหาต่างๆนานาเพิ่มอยู่บนศีรษะของผม ผมยังไม่ยินยอมปรองดองทำเรื่องบางอย่างที่หักหลังกฎเกณฑ์ต่อตัวเอง ตัวอย่างเช่นการพูดปด มีบางคนเห็นว่าสถานการณ์จำเป็นต้องกระทำแล้วก็ควรละเมด ผมยังเห็นว่าสักวันหนึ่งเมื่อพูดโกหกแล้ว ครั้งต่อไปจำเป็นต้องพูดปดอีกเพื่อปกปิดที่แล้วมา หากเป็นลักษณะวัฎจักรหมุนเวียนเช่นนี้ต่อไปอีก ยิ่งนานยิ่งสับสนวุ่นวายไม่รู้จักสิ้น ผมไม่ยินยอมนำตนเองไปสู่ความวุ่นวายเช่นนั้นแน่ เพราะเรื่องที่ทำไม่ได้ ผมยินดีละทิ้ง ก็จะไม่ต้องการทรยศต่อจิตสำนักตัวเอง

แต่ว่าการร้องเพลงเป็นสิ่งที่ผมไม่ยอมปล่อยละทิ้งได้

นั่นเป็นเพราะใจรักใจชอบของผม ที่ผมปฏิบัติกระทำอยู่ เหมือนกับการสืบทอดต่อเช่นเดียวกับผู้เป็นพ่อแม่ต้องการให้ลูกๆ มีความก้าวหน้าต่อการเรียนหนังสือ

ผมยอมเป็นบุคคลธรรมดาเช่นเดียวกับทุกคน เพื่อปล่อยอารมณ์ให้เต็มที่ ผมตามหาสาวงามธรรมดาที่มีความบริสุทธิ์ แต่ไม่ขอบังคับ (เป็นคำเปรียบเปรยค่ะ)

ผมชอบร้องเพลงและสร้างสรรค์ นั่นเป็นเพราะผมกับดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของการกระตือรือร้นเกินกว่าที่คิด อยู่ในห้องโถงดนตรี ผมไม่มีผูกมัดบังคับ ปล่อยวางอารมณ์ตัวเองให้จมอยู่ในก้นลึก

ผมมีทั้งญาติสนิทมิตรสหารที่รัก และมีที่รักเหมือนพี่น้อง แน่นอนตัวผมก็หวังว่ามีคนที่รักใคร่

ดนตรีเป็นของประจำชาติ ผมได้พบเจอดนตรีเหมือนกับทรรศนะชีวิตของผมเช่นเดียวกัน ไม่มีอะไรมาปิดบังซ่อนเร้นดีกว่านี้


(http://i185.photobucket.com/albums/x226/alec_003/3-3.jpg) (http://s185.photobucket.com/user/alec_003/media/3-3.jpg.html)

ไม่ว่าเล่นบทชีวิตอะไรก็ตาม เช่น นักร้อง นักเรียน บุตรคนอื่น เวที โรงเรียน ครอบครัว ผมก็คือผมอยู่วันยังค่ำ

ได้เจอนักข่าวถามผมอยู่เสมอว่า (คุณในฐานะเป็นนักเรียนได้เข้าสู่วงการนักร้อง ระหว่างการเป็นนักเรียนและนักร้อง คุณจะผลัดเปลี่ยนทางใจได้อย่างไร)

แท้จริงแล้วผมไม่เคยพิจารณาปัญหานี้มาก่อนเลย

ผมรู้สึกว่าผมทำอะไรลงไปก็ตาม เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน ผมรู้จักผิดถูกชั่วดีต่อตัวเอง ไม่มีบทบาทอะไรในชีวิตที่จะผลัดเปลี่ยนเรื่องปัญหาหลงเหลืออยู่เลย

ทำเรื่องอะไรผมก็จะทุ่มเทการกระทำที่ดีที่สุด ขอเพียงแต่ผมคิดแล้วก็ตัดสินใจทำ

ผมเป็นคนชอบความจริงใจและบริสุทธิ์ใจ

แต่ความโอ่อ่าวิไลเป็นแค่ความฝันเท่านั้น เมื่อความโอ่อ่าวิไลเสื่อมลง ได้รอคอยถึงวันนั้น ผมจะเป็นบุคคลเหมือนที่คุณมองเห็นอยู่ในทุกวันนี้


(http://i185.photobucket.com/albums/x226/alec_003/4-3.jpg) (http://s185.photobucket.com/user/alec_003/media/4-3.jpg.html)
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กรกฎาคม 03, 2012, 04:16:47 PM
(http://image.ohozaa.com/i/71b/FryQ05.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/xuR6q4y0Us5TwzAs)

ซูโหย่วเผิงสมัยเรียนเรียงความ

(เสียงดังเกินไปแล้ว หยุดเงียบครู่หนึ่งได้เปล่า ) ซูโหย่วเผิง

ผมชินกับเวลาเรียนต้องปิดหู อย่างนี้ แม้ว่าข้างนอกนั้นจะเสียงดังขนาดไหน ผมสามารถที่จะนิ่งสงบได้ ขณะที่นั่งลงแล้ว การหมุนปากกานั้นบางครั้งนานกว่าการเรียนเสียอีก เรียนหนังสือไปครึ่งเมื่อเจอข้อสงสัยไม่มีทางออกก็จะหมุนปากกา เมื่อสอบสอบไปครึ่งหนึ่งสอบไม่ได้แล้ว ก็เครียดจนหมุนปากกา คิดเรื่องต่างๆคิดไม่ออกแล้วก็จะหมุนปากกา เวลาเหม่อลอยก็จะหมุนปากกาหมุนปากกา ในบางเวลานั้นมันสามารถจะลดความเครียดลงได้  

การหมุนปากกานั้นอาจไม่ใช่ความเคยชินในการเตรียมตัวเรียน แต่ว่าในสมัยนั้นนับได้ว่านักเรียนเกือบทั้งหมดนั้นก็หมุนปากกาเป็น มันสะท้อนให้เห็นว่าคนหมุนปากกาไม่เป็นนั้นถือว่าเชยมาก ตอนแรกนั้นเห็นคนอื่นหมุนเป็น ตัวเองไม่เป็น ก็รู้เลยว่าตัวเองจะต้องรีบๆในการฝึกฝนมัน ตอนใหม่ๆนั้นไม่ง่าย หมุนได้เพียงแค่ครึ่งรอบ ยิ่งกว่านั้นปากกายังตกลงพื้นประจำ ขณะที่ทุกคนตั้งใจทำข้อสอบหรืออ่านหนังสืออยู่นั้น เสียงของการหมุนปากกาที่ตกลงบนโต็ะนั้นได้ยินอย่างชัดเจน แต่ว่า มีเพื่อนนักเรียนบางคนก็เหมือนกับผมไม่ค่อยฝึกฝนจริงจังเท่าไรนัก เวลาเรียนเสียงปากกาตกบนโต๊ะนั้นทั้งของเขาของเราด้วย ตอนหลังฝึกจนชำนาญแล้ว สามารถหมุนจากหัวจรดปลาย จากปลายถึงหัว อย่างนี้เรียกว่าหนึ่งรอบ

เพื่อนนักเรียนที่มีฝีมือดีๆนั้นเก่งถึงนาดหมุนจากนิ้วกลางแล้วหมุนบนอากาศอีกสองรอบเลย อยู่ในที่หัวแม่มือกับนิ้วกลางนั้นยังเป็นหัวปากกา บางครั้งผมอยากจะฝึกให้มีลีลา อ่านหนังสือไปด้วย ทั้งยังใช้ใจทำสองอย่างในขณะเดียวกันคือหมุนปากกาไปด้วยครึ่งรอบ ตอนหลังเริ่มคล่องแล้ว เพียงแค่นั่งลง ไม่ว่าจะคิดอะไรอยู่ ก็ได้หมุนปากกาอย่างไม่รู้ตัวเลย ครึ่งหนึ่งอยู่ในศูนย์หนังสือ เค ทันใดนั้นรู้สึกเลยว่าอ่านหนังสือไม่จบแน่ อารมร์ไม่ดีขึ้นมา หมุนปากกาอย่างแรง เครียดเกินไป สองสามทีก็ตกบนโต๊ะแล้ว จนทำให้คนที่อ่านหนังสืออยู่ข้างๆวิ่งมาหาผม เสียงดังรบกวนเกินไปแล้วนะ หยุดได้ไหม? ในโรงเรียนนั้น นักเรียนก็นิยมในการหมุนหนังสือ หมุนหนังสืออ้างอิง

ความฮิตของการหมุนหนังสือนั้นเห็นกันอย่างทั่ว ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ก็มักจะเห็นนักเรียนรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อแข่งขันการหมุนหนังสือ พวกที่มีฝีมือนั้นก็สามรถเอาหนังสือเล่นใหญ่มาหมุนโชว์อย่างสวยงาม บางคนยังสามารถใช้นิ้วชี้หมุนก่อน หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นนิ้วกลาง นิ้วกลางแล้วเป็นนิ้วนาง จนจบที่นิ้วก้อย แล้วโยนขึ้นไป ตกลงมา แล้วรับ แล้วเริ่มจากนิ้วชี้อีก จะหมุนนานขนาดไหนก็ไม่ตก หน้าปกของหนังสือนั้นเหตุโดนนิ้วจี้หมุนประจำ ทำให้จุดโดนจี้ประจำนั้นกลายเป็นสีขาวไป นักเรียนบางคนยังเจาะรูในหน้าปกกลางหนังสือ บางคนเพื่อให้มีจุดรูแล้วจะหมุนได้นาน

พวกเรานอกจากเรียนหนังสือแล้วยังหาบรรยาการของการเรียนหนังสือ หาความสนุกเล็กน้อยๆอย่างนี้ มาเล่นอย่างไม่ต้องเสียอะไรมากไปเลย


(ผู้ชายไม่ร้องไห้ ) ซูโหย่วเผิง


ผมมักจะคลุ่นคิดตัวเองในสายตาของคุณครูและเพื่อนนักเรียน ในสภาพการณ์อย่างนั้น ความผิดลำบากใจของจิตใจนั้นมีมาก ยิ่งกว่านั้นเป็นเพื่อนนักเรียนต่างห้อง มักจะมีความเป็นศัตรูกับผม ตั้งแต่ประถมหนึ่งที่ผมพึ่งเข้ามา ก็จะได้ยินคำขู่มากมาย เช่นนักเรียนห้องนั้นบอกว่าจะตีต่อยผมในห้องน้ำ หรือว่าปาเป้า เขียนชื่อผมไว้ที่ผนังแล้วยิงเป้า ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผมอับอาย จนถึงประถมสามก็ยังเป็นอย่างนี้อยู่ ผลการเรียนของผมก็ยังที่ขี้ปากของคนหลายคนอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผมมีนิสัยอย่าง ใช้ชีวิตอยู่ในวงกลมของตัวเอง อยู่กับตัวเองปลอดภัยที่สุด เรื่องร้ายต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวผมนั้นล้วนไม่เกี่ยวข้องหรือกระทบผม จากหน้าโรงเรียนไปที่ห้องเรียนนั้น จะต้องเดินผ่านห้องเรียนคนอื่น ตลอดเวลานั้นผมได้เดินผ่านอย่างก้มหัว เดินริมๆทาง ไม่ไปสนใจคนที่อยุ่ในห้อง แม้แต่มองก็ไม่มอง หรืออาจพูดได้ว่า ผมนั้นปิดตัวเองหรือน้อยเนื้อต่ำใจ

ยิ่งกว่านั้นคืออยู่ต่อหน้าเพื่อนนักเรียนที่ไม่คุ้น แม้กระทั่งเดินก็ไม่กล้าจะเงยหน้ายึดอก นอกจากน้อยเนื้อต่ำใจแล้ว ยังมีความกลัวอยู่ด้วย สะท้อนให้เห็นว่าทุกคนทำร้ายผม ดูหมิ่นดูถูกตัวผมเข้ามัธยมแล้วผมก็ไม่ได้มีเพื่อนที่สนิทพิเศษอะไรมาก ห้องตัวเองก็ไม่มี ห้องอื่นคงไม่ต้องพูดถึง ให้โรงเรียนนั้น เพื่อนที่สนิทมากที่สุดก็แค่คนสองคน ล้วนรู้จักกันก่อนหน้าที่จีนแล้ว

คนอื่นๆ ไม่ว่าจะมีเจตนาร้ายหรือดี ทุกคนก็จะถูกผมตีหน้าเป็นผู้ไม่หวังดี ก่อนหน้าที่ผมจะชอบในการเล่นบาสนั้น ทุกครั้งก็จะรู้สึกว่าใจยิ่งเต้นยิ่งแรง ที่นั่นมีคนมากมายกำลังเล่นบาส ผมได้ก้มหัวลงในหูนั้นล้วนมีแต่เสียงคนกำลังแย่งลูกบาส กลัวมากที่เมื่อเงยหน้าแล้วเห็นสายตาที่ไม่รับแขก หรือว่าสายตาที่ขู่ ลูกบอลลูกหนึ่งลอยมา ทำให้ใบหน้าผมยุ่งมาก  
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กรกฎาคม 22, 2012, 08:02:39 AM
(http://image.ohozaa.com/i/g4d/0Xxojv.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/xuR6nAHeVm49vgLi)

ซูโหย่วเผิง เด็กดีในวัยเด็กแต่กลับโดดเดี่ยว

ผมเกิดในวันเทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 1973 วันเกิดของคุณแม่ก็วันไหว้พระจันทร์เหมือนกัน ฉะนั้นแม่ตั้งชื่อผมว่า เผิง เป็นตัวพระจันทร์สองตัวมารวมกัน แม่บอกว่าตอนผมเป็นทารกอยู่นั้นมักชอบร้องไห้ ตัวผมเองยุ่งมาก ท่านกลัวว่าหัวผมนอนจนเอียง เลยอุ้มผมทั้งวัน ให้ผมอยู่ในอ้อมอกของท่าน  

คุณพ่อของผมเป็นนักธุรกิจ คุณแม่เมื่อจบการศึกษาแล้วก็มาเป็นครู ครอบครัวของผมนั้นในไต้หวันนับว่าเป็นครอบครัวขนาดเล็ก เหตุนี้หลังจากที่ผมเกิดแล้ว คุณแม่ไม่ได้ลาออกจากงานของตนเอง มีคุณย่าเป็นคนเลี้ยงผม มีครั้งหนึ่งเมื่อคุณย่าซักเสื้อผ้า ไม่ได้ยินเสียงร้องไห้ของผม จนน้ำตาไหลเข้าหู จนหูผมอักเสบ คุณแม่ห่วงผมมาก ต้องตัดสินใจโดยจำใจ ลาออกจากงาน ดูแลผมที่บ้าน อย่างไรก็ตามตอนที่คุณแม่ดูแลผมอยู่นั้นก็มีเรื่องเกิดขึ้น  

มีครั้งหนึ่งคุณแม่ไปที่ตลาด หลังกลับจากตลาด ตามหาผมทุกซอกทุกมุมก็หาไม่เจอ สุดท้ายร้องเดินร้องไห้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจข้างบ้าน แล้วมาเจอกำลังนั่งกินไอศครีมอย่างอเร็ดอร่อย ตอนนั้นบ้านผมอยู่ชั้นสอง ผมไม่รู้ว่ามาอยู่ชั้นหนึ่งได้อย่างไร ได้เดินตามล่องน้ำมา และแล้วก็หลงทางไม่รู้ทางไหนเป็นทางไหน เมื่อตำรวจเห็นเข้า ตอนนั้นผมอายุยังเล็ก ทั้งยังไม่สามารถจะบอกบ้านของตังเองอยู่ไหน สุดท้ายก็พาผมมาอยู่ที่สถานีตำรวจ หลังจากเรียนแล้ว ผมมีนิสัยเสียๆอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือขี้เล่น อย่างที่สองคือชอบนอน  

บ่อยครั้งที่ผมเล่นเหนื่อยแล้วก็จะฟุบนอนบนโต๊ะ ตอนนั้นแม่ก็สงสัยว่าผมเป็นพวกเด็กไฮเปอร์ ครูปกครองในสมัยเรียนนั้นจนถึงตอนนี้ยังจำผมได้เลย แต่ว่าในตอนนั้นการเรียนผมนั้นดีมากๆ มักจะอยู่อันดับที่หนึ่ง คุณครูชอบผมมาก ก็เลยให้ท้ายผม รวมทั้งตอนผมอยู่ประถมก็ได้รับรางวัลหลายอย่างด้วย เช่นการชนะการแข่งทักษะ การเขียนเรียงความ การพูดที่ประชุม เป็นการประกวดที่ผมมักจะเข้าร่วมด้วย ตอนนั้นผมเกลียดเพื่อนนักเรียนที่ลอกข้อสอบมากๆ เพราะผมนั้นได้ผลการเรียนที่ดีมาด้วยความขยันพากเพียร ก็ไม่ชอบที่จะให้พวกเขาได้คะแนนดีๆโดยการเอาเปรียบผมเช่นนี้ ฉะนั้นเมื่อผมเห็นหรือรู้ว่าคนไหนลอกข้อสอบแล้ว ก็จะฟ้องคุณครู จนทำให้เพื่อนนักเรียนเหล่านั้นไม่ชอบขี้หน้าผมเลย และแม้ว่าการเรียนผมจะดีมาก แต่ก็ไม่เคยได้เป็นหัวหน้าชั้นเลย


ตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่สองก็สายตาสั้น เมื่อถึงประถมห้าหก สายตาสั้นนั้นมันสั้นไปจนถึงห้าหกร้อยเลย นี่น่าจะมาจากพันธุกรรมเป็นหลัก คุณยายผมเป็นคนสายตาสั้น และลูกทั้งห้าคนของท่านก็เป็นด้วย  

ตอนประถมนั้นผมได้นั่งแบบชายคนหญิงคน ผมก็จำหน้าตาของเพื่อนที่นั่งคู่กับผมไม่ได้แล้วล่ะ ตอนนั้นเราสองคนไม่ค่อยจะคุยกัน ตรงกลางโต๊ะนั้นเราได้ขีดเส้นแบ่งเขต ในตอนนั้นจำได้ว่าเทอชอบว่าผมว่าโง่ เหตุนี้เลยทำให้ผมไม่ชอบเขา เพียงแต่เมื่อเขาได้ข้ามเขตมาทางผม ผมก็จะใช้กล่องดินสอตีเขาการเรียนเขาไม่ดี ฉะนั้นทุกครั้งที่ทะเลาะกัน คุณครูจะว่าเขา เขาด่าผมว่าโง่ช่วงนั้นผมน่าจะไม่ค่อยรู้เรื่อง จำได้ว่าห้องน้ำในโรงเรียนของผมในสมัยนั้นติดอยู่กับทางเลี้ยวหักสอก ทุกครั้งที่ผมเข้าไปนั้นก็จะไปชนกำแพงหักสอกนั้น จนเป็นที่หัวเราะเยาะของเพื่อนๆ ยังดีที่ผมเป็นคนใจสู้ พวกเขาหัวเราะผมผมก็หน้าแดง เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ ด้วยเหตุนี้ตอนนั้นคนอื่นว่าผมโง่นั้นก็น่าจะมีเหตุผล

คนที่รักหวงผมที่สุดคือคุณแม่ ตอนเด็กนั้นคุณพ่อมักจะยุ่งกับงานมาก ตอนนี้คิดดูแล้วการจะเลี้ยงครอบครัวหนึ่งนั้นไม่ง่ายเลย ตอนเด็กผมเป็นคนดื้อ เมื่อแม่เอาผมไม่อยู่เลยฟ้องพ่อ คุณพ่อโมโหก็จะตีผม จนกระทั่งถึงมัธยมปลายผมยังโดนตีอยู่ ตอนนี้ไม่ตีแล้ว เพราะว่าท่านไม่เจอผมแล้ว ผมมักจะออกไปแสดงหนังข้างนอกบ่อยๆ ทั้งยุ่ง ทั้งงาน เมื่อไม่อยู่บ้านท่านเองกลับคิดถึงผม ท่านโทรมาหาผมประจำ เขียนจดหมาย ครั้งของการติดต่อระหว่างผมกับท่านนั้นยังเยอะกว่าน้องชายด้วยซ้ำไป

ตอนเด็กผมแทบจะไม่มีเพื่อน ไม่ว่าผมจะอยู่ที่บ้านของคุณย่าหรือคุณยายผมก็เป็นเด็กที่โตสุด ฉะนั้นตอนเด็กนั้นทั้งคุณอาคุณน้ามักจะรักหวงผมเป็นพิเศษ คุณอาเล็กจะเป็นพิเศษ จนถึงทุกวันนี้ยังเป็นผุ้เตียมเสื้อผ้า อาหารและหนังสือให้ผม หนังสือพิมพ์ หนังสือ รูปภาพ หนังทุกอย่างที่มีรูปผมนั้นเขาจะเก็บเอาไว้ เขาจิงจังกว่าแม่ผมเยอะ เหตุที่เขารักหวงผมเป็นพิเศษ เลยไม่ชอบให้ผมไปเล่นกับเด็กๆเหล่านั้น กลัวว่าเขาดูแลผมไม่ทั่วถึงกลัวผมจะเป็นอะไรไป

น้องชายผมอายุน้อยกว่าผมหกปี ตอนเขาเด็กๆนั้นทั้งผอมทั้งเล็ก เหมือนกับเป็นลูกลิงตัวหนึ่ง ตีกันก็สุ้ผมไม่ได้ แต่ตอนนี้เขาทั้งสูงทั้งใหญ่ ผมจะดูเขาต้องเงยหน้าขึ้นเลย หกปีเป็นห่างอายุที่ไม่ไกล้เลย พวกเราสองคนแต่ไหนแต่ไรก็พูดไม่เป็นภาษาเดียวกัน (คนละวัย) รวมทั้งน้องชายผมนั้นให้เกียรติผมมากๆ ผมก็ยิ่งที่จะระวังไม่อยากจะทำร้ายเขา เงินเดินครั้งแรกที่ได้รับ นอกจากซื้อแผ่นซีดีแล้ว ทั้งหมดผมยกให้กับน้องชายสุดที่รักของผม เขาดีใจมากๆ เจอใครก็จะพูดว่า “พี่ชายผมเป็นนักร้องแล้ว มีเงินใช้มากมาย” วัยเด็กของเขานั้นมักจะเล่นซ่อนหากับเด็กๆทางญาตเป็นประจำ ซ่อนหากัน เมื่อโตหน่อยก็เปลี่ยนมาเล่นฟุตบอล บาส โดยเหตุที่ผมอายุมากกว่าเยอะ ฉะนั้นสิ่งที่พวกเขาชอบเล่นนั้นมันไม่เป็นที่สนใจผมเลย  


การเรียนเนอสรี่อนุบาลที่ใต้หวันนั้นไม่ใช่ว่าทุกคนต้องเรียน เรียนก็ได้ไม่เรียนก็ได้ อนุบาลนั้นผมเรียนแค่สองปีเอง อนุบาลแบ่งเป็นสามห้อง ชั้นเล็ก ชั้นกลาง ชั้นโต ผมเรียนชั้นเล็กหนึ่งปี ชั้นกลางเรียนได้สองวัน แล้วชั้นโตหนึ่งปี ยังไม่ทันได้รู้จักกับเพื่อนๆสักเท่าไรก็ต้องแยกไปเรียนอีกที่แล้ว

ประถมของทางไต้หวันนั้นเรียนหกปี โรงเรียนประถมห่างจากบ้านไกลมาก ทุกวันต้องนั่งรถประจำทางไปเรียน บางครั้งทางบ้านจะมารับผม แต่ไม่ซื้อขนมมาให้ผม แต่ว่าผมสามารถจะเลือกเอาเครื่องเขียนอะไรก็ได้ ตอนประถม โรงเรียนยังมีการจัดเดินทางไกลปีละครั้ง ที่ที่ไปบ่อยคือทะเล ตอนนั้นเหตุที่ไม่มีเพื่อน ฉะนั้นผมเลยเรียนรู้ในการสังเกตอย่างเงียบๆ ผมสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่ไปทะเลนั้นคุณครูมักจะกังวลมาก กลัวนักเรียนจะโดนคลื่นซัดไป ไม่หย่อนในการจัดระเบียบ ผมรู้สึกว่าพวกเขาเหนื่อยมากๆ จนทุกครั้งผมจะไปช่วยคุณครู ญาตผมรู้ข่าวนี้ ก็จะว่าผมชอบออกหน้าออกตา จนถึงทุกวันนี้ทั้งคุษอาคุณน้าก็ใช้เรื่องนี้มาล้อผมอยู่

เหตุที่ผมไม่มีเพื่อนก็น่าจะมาจากการที่ผมย้านโรงเรียนบ่อยๆ ตอนเด็กจนถึงมัธยมต้นก็ได้ย้านโรงเรียนอย่างไม่หยุด เมื่อย้ายบ้านหนึ่งครั้ง ก็ต้องย้ายโรงเรียนด้วย ทุกครั้งก็จะต้องพยายามในการที่จะปรับตัวกับสภาพแวดล้อม เหตุที่ผมเข้าสู่วงการบันเทิงนั้นก็เป็นอีกเหตุหนึ่งที่คุณแม่ผมเห็นว่าผมเป็นคนที่โดดเดี่ยว อยากจะให้ผมได้ไปขัดเกลานิสัยที่นั่น ตอนเด็กนั้นผมเองก็ไม่มีห้องส่วนตัว ได้นอนกับสองชายในเตียงเดียวกัน เสียงโกนของเขานั้นดังมาก รบกวนจนผมนอนไม่ได้ จนผมจำต้องมาอ่านหนังสือ เอาหลอดไฟเล็กๆหลอดหนึ่ง หาอะไรมาบังแสงของมัน ที่จริงไม่ต้องขนาดนั้นน้องก็คงไม่ตื่น เขานั้นนอนตายเลยแหล่ะ และผมเองก็ไม่รู้ตัวที่ทำอย่างนี้ ที่ของน้องชายนั้นกว้างมากๆ ก็มักจะมีเพื่อนๆได้เข้ามาในห้องนอนของผม คิดว่าเขากลัวจะมารบกวนเวลาของผม ตอนหลังผมรู้ว่า เพราะผมได้เป็นคนประกาสเยอะ เวลาของการกลับบ้านไม่เป็นเวลา ทั้งยังโลภในการเรียน ระเบียบของครอบครัวนั้นอาจเป็นเพราะผมทำให้วุ่นวายไป  

ตอนวัยรุ่นแรกนั้นแน่นอนโดดเดี่ยว แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรที่ไม่ดี จริงๆแล้วชีวิตของแต่ละคนนั้นก็ล้วนก็มีเป้าหมายที่จะมุ่งไป ผมรู้สึกว่าชั่วชีวิตเพียงแต่มีญาตพี่น้องได้อยู่เคียงข้างก็เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่แล้วหล่ะ  
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กรกฎาคม 22, 2012, 08:02:54 AM
(http://image.ohozaa.com/i/eb9/f5fRBo.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/xuR6scq6BHZ8AAQy)

คุณแม่ที่ดีของผม โรงเรียนที่ดีของผม

พฤศจิกายน 2005

ในสมาชิกครอบครัว ความสัมพันธ์ผมกับท่านนั้นแน่นแฟ้นที่สุด นี่อาจเกี่ยวกับวันเกิดผมกับคุณแม่นั้นเป็นวันเดียวกัน ช่วงวัยเด็ก ผมก็มีความนิยมชมชอบกับดนตรีเป็นอย่างยิ่ง คุณแม่ได้พูดกับคุณพ่อที่จะให้ผมไปสมัครเรียนเปียโน ยังสั่งทำเปียโนให้ผมอีกต่างหาก หลายปีให้หลัง สายตาแห่งความหวังของคุณแม่ที่รอคอยนั้น ผมได้เดินเข้าสู่เส้นทางแห่งดนตรีอย่างเป็นทางการ

ปี 1989 ช่วงซัมเมอร์ของการจบมัธยมต้น ผมได้เข้าสู่ “เสี่ยวหู่ตุ้ย”กลุ่มขวัญใจวัยรุ่นชาย ได้ออกอัลบั้มแรกของตัวเอง (เซียวเหยาอิ๋ว) ทั้งยังได้ออกคอนเสิร์ตกว่ายี่สิบครั้ง ตอนนั้น ความรู้สึกของผมในตอนนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นทั้งตัว ดีใจ ทั้งภาคภูมิใจ  

รอถึงเวลาของช่วงปิดเทอม ม.4 ได้เริ่มขึ้นแล้ว ใจของผมนั้นทำอย่างไรก็ไม่สามารถให้กลับสู่การเรียนได้ ผลการเรียนต่ำลง บอกให้รู้ว่า ผลการเรียนช่วงมัธยมต้นของผมนั้นอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ความกลัดกลุ้ม เบื่อหน่ายและท้อแท้มันวนเวียนอยู่รอบๆตัวผม คุณแม่เห็นสภาพดังกล่าว สุดที่จะเจ็บปวด ได้หาเพื่อนนักเรียนที่อยู่ข้างบ้านของผมอย่างเงียบๆ ขอร้องให้เขาช่วยผมในการที่จะทำการบ้านอ่านหนังสือกับผม หลังจากนี้ ทุกครั้งที่กลับจากการติวก็ย่างเข้าสี่ทุ่มแล้ว อาบน้ำอาบท่าแล้วไปที่บ้านของเพื่อนก็ประมาณห้าทุ่มแล้ว อ่านหนังสือได้ชั่วโมงเดียวก็เที่ยงคืนแล้ว เวลานั้น คุณแม่ได้รอผมที่ใต้ถุน การเดินทางไปกลับนั้นล้วนเป็นท่านเองที่ขับมอเตอร์ไซส่งผม  

หลังจากที่ทำอย่างนี้ได้ช่วงหนึ่ง ผลการเรียนของผมก็ไม่เห็นว่าจะดีขึ้น ผมคิดอยากจะทอดทิ้งมัน วันหนึ่ง ผมไม่อยากจะไปทำการบ้านที่บ้านเพื่อนแล้ว ได้นอนโทรมอยู่ที่โซฟาอย่างอ่อนแรง ได้เปิดทีวีและมองไปอย่างเหม่อลอย ทันใดนั้นก็มีน้ำตาออกมาโดยไม่รู้เหตุ หลังจากนั้นได้คล้อยตามอารมณ์ร้องไห้ปล่อยโฮออกมา

 คุณแม่รีบเดินมาโอบไหลผม ปลอบใจผม “อาเผิง เมื่อเกียรติทุกอย่างได้กลายเป็นความกดดันนั้น ลูกยิ่งต้องเข้มแข็ง แฟนเพลงคงไม่ชอบ “ไกวๆหู่” ที่ขี้ร้องไห้

จากคำพูดนี้หนุนใจที่ไม่ขาดสายของคุณแม่นั้น สุดท้ายทำให้ผมเข้าใจว่าอย่าไปยอมแพ้ให้กับความลำบากง่ายเกินไป จากนั้น ได้ผ่านความพยายามที่ไม่ท้อไม่ถอยมาสองปี ผมสอบเข้ามหาลัยไต้หวันได้อย่างสมหวัง ในตอนนั้น ผมได้เข้าสู่ บริษัทแห่งใหม่ การงาน การเรียน เรื่องเพลงก็ได้ก้าวหน้าขึ้น ขณะที่การงานผมไปได้ดีนั้น คุณแม่กลับรู้สึกไม่สบายใจ หลังที่ผมกับน้องชายคลอดนั้น คุณแม่ก็ได้ลาออกจากการสอนหนังสือซึ่งเป็นงานที่ท่านรักมาก ได้เป็นคุณแม่เต็มเวลา แต่เพราะนิสัยที่เด็ดเดี่ยวอย่างท่านนั้นไม่ยอมที่จะแบมือขอเงินกับคุณพ่อ นี่ทำให้ท่านลำบากมากๆ และแล้ว 40 ปีแล้ว คุณแม่ได้กลับไปสอนหนังสืออีกครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุของวัย ทำให้คุณแม่ทำงานอย่างลำบาก ผมในตอนนั้นก็รู้เรื่องแล้ว ห้ามคุณแม่ว่าอย่าไปทำอีกเลย ผมจะหาเงินเลี้ยงท่านเอง คุณแม่หัวเราะอย่างปลื้มใจว่า “ลูกยังเป็นเด็กอยู่ แม่เองไม่อยากให้เป็นภาระของลูก” เมื่อผมได้ฟังแล้วทำให้รู้สึกตื่นตันใจเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากนั้น ผมได้เข้าสู่วงการหนังสำเร็จ หนังแต่ละเรื่องนั้นได้ผลักดันให้ชีวิตผมมีตำแหน่ง ตอนนี้เรื่องการเรียนกับงานการแสดงนั้นได้มีความขัดแย้งอย่างรุนแรงอีกครั้ง จะแก้ไขอย่างไรดี ได้กลายเป็นปัญหาที่หนักที่สุดในเวลานั้นของผม คุณแม่ดูออกว่า ผมนั้นรักและไม่อยากจะทิ้งการแสดง ท่านได้แตะที่ไหล่ผมบอกว่า “ถ้าหากชอบจริงๆก็ไปทำเลย ชีวิตคนเราขอเพียงพยายามก็จะไม่เสียใจภายหลัง”

กระทั่ง  ในปีนั้นผมได้ลาออกจากมหาลัยไต้หวัน แต่ว่าหลังออกจากการเรียนแล้ว การงานก็ไม่ได้ราบรื่น อย่างแรกคือการจำหน่ายของอัลบั้มเพลงชุดใหม่นั้นยอดขายตกต่ำลง ต่อจากนั้น ร้านชาไข่มุกที่ผมลงทุนนั้นปิดลงเพราะผู้จัดการร้ายไม่สัตย์ซื่อ ทั้งหุ้นก็ต้องชดใช้ และร้ายแรงที่สุดคือ คุณพ่อก็ตกงานในช่วงเวลาเดียวกันอีกด้วย  

จากการกลัดกลุ้มของจิตใจ ในช่วงนั้นผมได้ขับรถออกไปอย่างไร้เป้าหมาย สุดท้ายโดยคนอื่นชนเข้าที่สะพ้านหนันเจี้ย  ยิ่งกว่านั้นเดือนเดียวโดนชนตั้งสองครั้ง คุณแม่ทนไม่ไหวแล้ว ท่านได้ตำหนิผมว่าอย่าหมดอาลัยตายอยากอีกต่อไป ผมได้ร้องไห้ระบายกับคุณแม่ ขณะที่ผมได้หยุดย่างก้าวของผมเพื่อมาตรวจสอบคุณค่าของตัวเองนั้น พึ่งรู้สึกว่านอกจากการแสดงแล้ว ตัวเองไม่มีความสามารถทำอย่างอื่นได้เลย หนทางอนาคตตัวเองอยู่ที่ไหน แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้เลย

>> คืนนั้น คุณแม่ได้กอดผมอยู่ในอ้อมอก ได้เล่าถึงความตอนเด็กของผมให้ผมฟังอย่างอดทน “อาเผิง ตอนที่ลูกคลอดออกมานั้นเสียงลูกกับคนอื่นก็ไม่เหมือนกันแล้ว เสียงดังทั้งยังเป็นจังหวะ ตอนนั้นแม่เองก็รู้สึกว่าลูกพิเศษ” หนึ่งขวบขณะที่หยิบจัดนั้น เพียงแค่มือเดียวก็จับเปียโนเล่นของเล่นได้แล้ว ฉะนั้นฟันธงไปเลยว่าชีวิตนี้จะต้องร้องเพลง....” <<  

ขณะที่ชีวิตล้มลุกครุกคานอยู่นั้น คุณแม่ได้ประคับประคองตัวผมและครอบครัว สุดท้าย ผมพิชิตน้ำตา ได้ปีนออกมาจากก้นเหวของชีวิต

ปี 1997  ผมถูกคัดเลือกให้เล่นหนัง (องค์หญิงกำมะลอ) ได้รับบทเป็นองค์ชายห้า  จากการที่หนังได้ออกอากาศบ่อยๆ ชั่วพริบตาเดียว ผมได้มีแฟนหนังกว่าหมื่นคน ช่อดอกไม้กับเสียปรบมือที่ห่างเหินไปจากผมเป็นเวลานานวันนั้นได้กลับเข้ามาสู่ชีวิตผมอีกครั้ง จนทำให้ผมรูสึกดีใจทั้งน้ำตาหลายครั้งหลายคราว วินาทีนั้น ผมรู้ว่า เป็นวาสนาที่ท่านได้นำมาให้กับผมอย่างลับๆ  

ขณะที่หวนคิดถึงเวลาที่ลำบากที่สุดนั้น สมาชิกครอบครัวผมทั้งสี่คนนั้นได้พักอยู่กันคนละทิศคนละทาง ก็เพื่อสะดวกกับความเป็นอยู่ของชีวิต สิ่งนี้ก็นำบรรยากาศความแตกแยกของครอบครัวมาโดยไม่รู้ตัว ตอนนั้น ในใจก็มีความหวังใจอยู่ว่า จะซื้อบ้านที่สวยงามให้กับคุณพ่อคุณแม่สักหลัง หลังจากนั้นสามปีความตั้งใจนี้ก็ได้สำเร็จ ผมได้ซื้อบ้านให้คุณพ่อคุณแม่ จำได้ว่าวินาทีที่ผมเอากุญแจบ้านยื่นให้กับท่าน คุณพ่อคุณแม่นั้นได้อ้าปากจนพูดไม่ออก จากความพยายามของผมนั้น ท่านทั้งสองก็ได้มีความรักความอบอุ่นอย่างเมื่อก่อนอีกครั้ง  

ก่อนหน้านี้ ผมได้สอนคุณแม่หัดใช้เอ็ม(MSN) ในการคุยกัน ถ้าเป็นนี้ แม้ตัวผมเองจะอยู่ข้างนอกก็สามารถเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของคุณแม่ผ่านทางเอ็ม (M) วันแม่ของปีนี้ ผมได้ส่งการ์ดวันแม่ที่ผมทำเองให้แด่ท่าน ข้างในรูปที่ผมวาดนั้น คุณแม่ได้นั่นอยู่บนดอกไม้ดั่งทะเล มีใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความสุขมองไปข้างหน้า ในการ์ดนั้นผมได้เขียนข้อความว่า คุณแม่ที่ดีเสมือนโรงเรียนที่ดีแห่งหนึ่ง ขอบพระคุณคุณแม่ที่สอนผมให้รู้จักชีวิตที่มีความหมายและชีวิตที่ต้องอดทนต่อสู้
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กรกฎาคม 22, 2012, 08:34:21 AM
http://blog.sina.com.cn/s/blog_59b800950100akti.html
http://weiba.weibo.com/10017/t/yxtLR32OJ
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/4c5540b7tw1dvyxrhnussj.jpg)

โหย่วเผิง :ไหล่ของคุณแม่ดังภูเขา  


พี่เลี้ยง”(หมายถึงทั้งให้เกิดให้การดูแลและปรึกษา) คุณแม่ให้รักที่ไร้พรมแดนแก่ผม

คนล้วยพูดว่า “แม่ลูกใจเดียว” แม้วันเกิดของผมก็ยังตรงกับคุณแม่ นี่เป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา แต่ว่า เหตุเพราะการงานนั้น น้อยมากที่ผมกับคุณแม่จัดงานวันเกิดด้วยกัน นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ผมเสียใจ

คุณแม่ผมเป็นคุณครู แต่ท่านก็ไม่เหมือคุณแม่ที่เป็นคุณครูอย่างนั้น เข้มงวดกวดขันกับลูกทุกเวลา แต่เด็กท่านก็ให้อิสระกับผมกับการก้าวเดินในสิ่งที่ผมฝันไว้ ไม่เคยที่จะตีกรอบให้กฏผม ไม่สร้างความกดดันแก่ผม จำได้ตอนเรียนประถม เพื่อนนักเรียนหลังเลิกเรียนต่างล้วนรีบกลับบ้านไปทำการบ้านอ่านหนังสือ แต่ผมชอบดูทีวี ทุกวันทำการบ้านเสร็จที่โรงเรียนแล้ว กลับบ้านสิ่งแรกที่ทำก็คือเปิดทีวี ไม่ว่าหนังกาตูนร์ หนังเป็นตอนๆผมล้วนชอบทั้งนั้น ทั้งดูไปด้วยทั้งแสดงตามไปด้วยบนเตียงให้คนในบ้านดู ทุกครั้งที่ถึงเวลานี้ คุณแม่จะหยุดทำงานในมือ ให้รอยยิ้มที่มั่นใจแก่ผม ฉะนั้นพูดได้ว่า เทนิคการแสดงผมนั้นได้ผ่านการฝึกฝนจากในบ้าน สิ่งนี้อาจเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่มีอย่างนี้  

ตั้งแต่เล็กจนโต ผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีจุดยืน(มีความคิดของตนเอง) แต่ทุกเรื่องผมก็จะได้รับการเห็นชอบจากคุณแม่แล้วค่อยไปทำ เพราะผมให้เกียติกับความคิดของคุณแม่ ฉะนั้น ผมก็รู้สึกว่า การเป็นแม่นั้นก็เหนื่อยนะ นอกจากจะดูแลการเป็นอยู่แต่ละวันของลูกให้ดีแล้ว ยังต้องพูดคุยเข้าใจถึงความคิดของลูกบ่อยๆด้วย แก้ไขปัญหา ลำบากไม่น้อยเลย แต่คุณแม่บอกว่า “ในวงการนั้นมีผู้คนทุกรูปแบบ มันทำให้เรากลายเป็นคนอารมณ์หุนหัน ในการงานของคุณนั้นมีคุณเพียงคนเดียว มีเรื่องราวที่อันอั้นอยู่ในใจมากมายที่ไม่มีผู้ให้ระบาย มีไม่กี่คนที่เป็นมิตรที่สามารถไว้วางใจได้ ไม่มีแฟน เรื่องเหล่านี้สามารถบอกกับแม่เท่านั้น คุณแม่ก็จะเป็นแม่นมที่ให้รักอย่างไรพรมแดน

คุณแม่นั้นรักในงานของท่านมาตลอด แม้ว่าตอนหลังผมมีกำลังทรัพย์สามารถที่จะเลี้ยงดูท่าน ท่านก็ไม่อยากที่จะวางงานสอน ระยะเวลานานที่ผมออกจากบ้านไปถ่ายหนัง ไม่สามารถจะกลับบ้านได้ ท่านเองก็เป็นห่วงเป็นใยฉันตลอดเวลา ห่วงสุขภาพของผม และยังห่วงปัญหาส่วนตัวผมอีกด้วย ตอนนั้นท่านพูดบ่อยๆว่า “ ถึงแม้ฉันไม่สามารถจะอยู่เคียงข้างดูแลคุณทุกวัน คุณจะต้องหาแฟนสักคนคอยอยู่เคียงข้างดูแลคุณนะ” ตอนหนัง ท่านได้มาเยี่ยมห้องนอนในกองถ่ายบ่อยๆ ก็เริ่มรู้ว่าการหลับนอนของผมไม่เป็นเวลาเลย กินข้าวนอนหลับก็ไม่กำหนดเวลา ยิ่งไม่มีเวลาหาแฟน หลังจากที่คิดไตร่ตรองแล้ว ท่านได้สละเวลาที่หลังเกษียรต้องพักผ่อนอยู่ที่บ้านอย่างสบาย เพื่อดูแลผมอยู่ข้างๆอย่างพี่เลี้ยง ผมไปที่ไหนท่านไปที่นั่น ท่านได้เป็นพี่เลี้ยงคุณแม่ที่ให้ความรักการดูแลอย่างไร้พรมแดน คุณแม่เก่งมาก นอกจากทุกวันได้ทำอาการบำรุงและน้ำหวานที่มีรูปแบบแตกต่างกันไปให้ผมทานแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือได้เป็นหมอทางจิตใจของผมด้วย ได้บรรเทาความกลุ้มในใจมากมาย มีการช่วยเหลือและการสนับสนุนของท่านแล้ว ทุกอย่างที่ผมทำนั้นมีกำลังทำเพิ่มขึ้นกว่าก่อนสองเท่า คุณแม่ที่หลั่งน้ำตานั้นได้ร่วมทุกข์กับผมด้วยกัน

จบ ม.สามปีนั้นที่ปิดภาคฤดูร้อย ผมเป็นคนแรกที่ได้เข้าร่วมวงขวัญใจผู้ชายไต้หวัน “เสี่ยวหู่ตุ้ย” ได้จัดจำหน่ายอัลบั๊มชุดแรก(เซียวเหยาอี๋ว)ของวง ได้จัดทำคอร์ดเสริดโฆษณาถึงยี่สิบครั้ง แม้งานที่ทำมันหนักมาก แต่ก็สามารถไปเที่ยวได้ทุกที่ ก็ยังได้รับการต้อนรับจากผู้คนมากมาย รู้สึกว่าตัวเองกำลังลอยอยู่บนเมฆอะไรอย่างนั้น เวลานี้การเรียนของม.สี่ได้เริ่มแล้ว กระจิตกระใจของผมยังไม่สามารถให้มันกลับมาสู่สภาพเดิมเลย  

ตอนมัธยมต้นการบ้านผมไม่มีปัญหาเลยดีมาก แต่เมื่อถึงมัธยมปลาย ผมยิ่งอยู่ก็ยิ่งรู้สึกว่าจนกระทั่งจวนจะสอบแล้วก็ยังเตรียมตัวไม่พร้อมยังเกิดความสับสนวุ่นวาย ฉะนั้น ตอน “เสี่ยวหู่ตุ้ย”บันทึกอัลบั้มชุดทีสอง(หนันไหปู้คู)แล้ว ทางบริษัทก็ได้ประกาศออกไปว่าต่อไปการออกคอร์นเสริดจะพยายามไม่ให้กระทบกระเทือนถึงการเรียนของพวกเรา “ไกวๆหู่”จะสอบปลายภาคแล้ว ฉะนั้นพวกเขาเพียงแต่ใช้เวลาช่วงปิดเทอม1และ2มาดำเนินงาน

ปิดเทอมสัมเมอร์ก่อนขึ้น ม.หก ผมได้รู้จักเพื่อนคนหนึ่งที่อยู่ข้างบ้านผม จากการที่พวกเราพักอยู่ใกล้กัน นิสัยก็เข้ากันได้ ก็ค่อยๆเริ่มสร้างนิสัยที่ชอบไปอ่านหนังสือทำการบ้านบ้านเขา ทุกวันหลังจากเลิกจากการเรียนพิเศษก็สี่ทุ่มแล้ว อานน้ำแล้วไปบ้านเขาก็ห้าทุ่มแล้ว ก็อ่านหนังสืออีกประมาณครึ่งหรือหนึ่งชั่วโมง บ้านเขากับบ้านผมห่างกันแค่สิบห้านาที ทุกครั้งก็เป็นคุณแม่ที่ขับมอเตอร์ไซน์ไปส่งผม  

มีครั้งหนึ่ง ที่จริงนัดกันว่าจะไปอ่านหนังสือที่บ้านเขา แต่อารมณ์ผมได้ค่อยดี คุณแม่ก็ส่งผมไปที่หน้าบ้านของเขา ร้องอย่างเสียงดังๆว่า “คืนนี้พวกคุณก็จะไม่อ่านหนังสือด้วยกันแล้ว” ตอนกลับบ้าน คุณแม่ที่ละเอียดอ่อนได้ซื้ออาหารเค็มและเหล้า คนในบ้านก็กำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขก หดตัวนอนบนโซฟายาว สมองเต็มไปด้วยความสับสน ตาที่จ้องไปที่ทีวีอย่างเบรอๆ คนในบ้านพยายามพูดคุยกับผม น้อยชายยังคุยถึงกาตูนร์ที่ผมชื่นชอบ แต่ผมกลับฟังอะไรไม่เข้าเลย จิกเหล้าด้วยความทุกข์จิกสองจิก แล้วได้ฟุบบนโต๊ะชาสะอึกสะอึน (ร้องไห้) จากนั้นได้ปล่อยโฮบนโซฟา คุณแม่ได้ก้าวมาอย่างไม่รีรอ โดยไม่ได้พูดอะไรเลย เพียงแต่ทำอย่างตอนเด็ก กอดผมอยู่ในอกอย่างแน่นๆ ฟังผมพูดไปด้วยร้องไปด้วย “ทุกข์จังเลย ทุกข์จังเลย อยากตายจัง” น้ำตาของท่านได้ไหลออกมา สั่นไปทั่วตัวที่รับความทุกข์ร่วมกับผม  

เมื่อความสง่าต่างๆกลับกลายเป็นความเครียด แม้กระทั่งคุณแม่ก็ยังเริ่มคิดแล้วว่าก่อนนั้นที่ให้ผมเข้าสู่วง “เสี่ยวหู่ตุ้ย”นั้นมันถูกหรือผิดเนี่ย ที่จริงตอนเข้าวง “เสี่ยวหู่ตุ้ย” คุณแม่มีความคิดอีกอย่าง ตอนมัธยมต้นประสบการณ์ทางสังคมผมยังอ่อนหัก มนุษย์สัมพันธ์ก็ไม่ดี เก็บกด ฉะนั้นให้ผมไปลองทำดู ไปฝึกฝนขัดเกลาสักหน่อยก็ไม่เลวเหมือนกัน แต่ตอนนี้ยังต้องผจญกับการสอบ ไม่รู้ผลสุดท้ายจะออกแดงหรือดำก็ไม่รู้

ถึงแม้ตอนนั้นร้องไห้เดี๋ยวก็ผ่านไป พรุ่งนี้เช้าตื่นขึ้นมาก็จะเป็นชายชาตรี แต่ไม่ว่าอย่างไร การร้องไห้อย่างเจ็บปวดครั้งนี้ทำให้ผมฝังใจมาก กระทั่งตัวเองยังตกใจตัวเองเลย จนกระทั่งถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่กล้าถามถามคุณแม่เลยว่าตนนั้นผมมีสภาพเป็นอย่างไร การสะเทือนทั้งกายใจของท่านนั้นมันมากกว่าผมอีก ตอนนี้คิดๆไปแล้ว ผมโชคดีมากๆ มีคุณแม่ที่ดีอย่างนี้ เข้มเข็งแต่ตันจนจบ เคียงข้างผมตลอด ให้การโอบกอดที่อบอุ่นแก่ผมตลอดไป  


(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/4c5540b7tw1dvyxrce50zj.jpg)

คุณแม่ที่ดีนั้นล้วนฝึกฝนทีละนิด  


คุณแม่ที่จริงเป็นชื่อหนึ่งของครูตัวหนังสือของชาติ เพราะการเกิดของผมกับน้อยชาย แต่ได้ลาออกจากการงานมาดูแลลูกๆ หลังผมเรียนมหาลัย ท่านไม่อยากจะแบมือขอเงินกับพ่ออย่างเดียว แต่ได้เรียนหนังสือใหม่และเข้าสอบ กับวัยในตอนนั้นสี่สิบแล้ว ออกจากครอบครัวไปเป็นคุณครูอีกครั้งมันเป็นสิ่งที่มไม่ง่ายเลย

ความสัมพันธ์ของคุณพ่อกับคุณแม่นั้นไม่ดีมาตลอด ฉะนั้นท่านคิดจะหาเงินด้วยตัวเอง พยายามยื่นอยู่ด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่ว่าแรงกำลังตัวคนเดียวนั้นมีจำกัด น้องชายต้องเรียนหนังสือ คุณพ่อกลับใช้เงินส่วนใหญ่ในบ้านจนหมด เรื่องนี้พัวพันไปหลายปัญหา ยุ่งเหยิงมาก ในตอนนั้นก็อาจเป็นเพราะตัวเองที่ไม่โตเป็นผู้ใหญ่และอารมณ์ร้อน ชีวิตและการงานก็ได้เกิดปัญหามากมาย จนมันโตเติบจนหลังสุด ครอบครัวพวกเรามีสี่คนก็ต่างคนต่างอยู่ จนในที่สุดความรู้สึกก็แตกเป็นชิ้นๆ

แต่ว่า คุณแม่ไม่ได้บนเพราะเหตุเรื่องเหล่านี้สักนิด ท่านเพียงแต่พยายามพูดจาให้ความสัมพันธ์ของพี่น้องเราให้ดีขึ้น ไม่ให้ผมบ่นต่อพ่อ ให้ใจผมสงบในการถ่ายหนัง ตัวเองกลับรับเอาความกดดันจากเรื่องต่างๆไว้ เมื่อท่านได้ออกมาทำงานใหม่อีกครั้งนั้น เมื่อเทียบกับครูที่มีอายุน้อยกว่าแล้ว ท่านเองก็มีอายุแล้วเหมือนกัน ทำงานอย่างลำบากจริงๆ ผมบอกว่าจะให้เงินแก่ท่าน ไม่ต้องไปสอนหนังสืออีกต่อไป ท่านกลับบอกว่าผมหางานได้มาก้ไม่ง่ายนะ ไม่อยากให้ผมมีภาระหนักกว่านี้ ผมฟังแล้วรู้สึกตื้นตันใจมาก  


ที่จริง ผมคิดอยู่บ่อยๆ ผู้หญิงที่สามารถเป็นคุณแม่ได้นั้นล้วนไม่ได้ง่ายอย่างปอกกล้วยเข้าปาก เป็นไปไม่ได้ว่าแค่มีความสองสามอย่างก็สามารถได้ชื่อนี้ (คุณแม่ที่ดี) ท่านทั้งกลายได้ผ่านประสบการณ์ทดสอบร้อยแปดพันเก้า ได้ลิ้มลองทั้งรสเผ็ดเปรี้ยวหวานขม กว่าจะได้ต้องขัดเกลาที่ละเล็กที่ละน้อย เพียงแต่ให้พวกท่านมีจิตใจที่มานะและรักทะนุถนอมลูกของตัวเอง ก็สามารถเป็นคุณแม่ที่ยิ่งใหญ่ได้

คุณแม่ผู้มานะดึงชีวิตผมออกจากก้นเหว

ผมลาออกจากมหาลัยไทต้าแล้ว การงานก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ดิด ได้หยุดเดินและมองดูมูลค่าของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ทันใดรู้สึกว่าตัวเองแม้เงินฝากในธนาคารก็ยังไม่มีเลย เหลือเพียงบ้านหลังที่ที่ยังต้องให้หนี้อยู่(ผ่อน) นอกจากเล่นละครเป็นแล้ว ผมไม่มีความสามารถในการทำงานอย่างอื่นเลย หนทางอนาคตข้างหน้าอยู่ที่ไหนตัวเองก็ยังไม่รู้เลย

ถึงว่าเรื่องที่ต้องตกอับที่สุดของผมยังอยู่ภายหลัง สองปีถัดไปของผม ผมต้องเผชิญกับการสาหัสที่ไม่สามารถจะเหลียกเลี่ยงได้ ร้ายชาแดงที่ผมลงทุนไปนั้นเพราะการไม่ซื่อของผู้จัดการจึงต้องปิดไป ชดใช้เงินให้หุ้นจนหมดตัว ยอดขายอัลบั้มตก ยังต้องเจอกับคุณพ่อที่ตกงาน น้องชายที่ยังเรียนอยู่ ทั้งบ้านหวังพึ่งแต่เงินเดือนที่แม่สอนหนังสือเลี้ยงชีพ  


มันยิ่งกว่าหนีเสือปะเจระเข้ แม้กระทั่งผมได้ขับรถด้วยความระมัดระวังแต่ยังโดนชนบนสะพานสูงจนได้ เดือนหนึ่งยังชนตั้งสองครั้ง ทุกเรื่องจะเกิดขึ้นในเวลานั้น จนทำให้ผมไม่มีความมั่นใจต่ออนาคตของผมเลยสักนิด แต่ว่าในขณะที่ชีวิตที่ล้มลุกคลุกคลานของผมนั้นคุณแม่ไม่ได้ตำหนิผมสักคำ ตลอดทางที่ผมเดินมา ต้องขอบพระคุณท่านมากที่อภัยให้และสนับสนุนผม

คุณแม่นั้นมานะอดทนมาก ตอนนั้นท่านต้องประคับประคองค่าใช้จ่ายของครอบครัว และยังไม่ลืมที่จะให้กำลังใจผมที่จะพัฒนาดำเนินตามสิ่งที่ผมชอบต่อไป ใจท่านเจ็บปวดที่เมื่อก่อนผมเคยดัง ไม่อยากเห็นผมจบลงอย่างนี้ ท่านเข้าใจถึงชีวิตระหกระเหิงและความปราถนาของผม ให้อ้อมอกที่อบอุ่นนุ่มนวลมาพยุงลูกที่ตกไปในเหวนั้น

พวกเราไม่เพียงแต่จะเป็นแม่ลูก ยังเป็นครูศิษย์คู่หนึ่ง ยิ่งกว่านั้นยังเป็นเพื่อนที่ดีด้วย ท่านได้ร่วมร้องไห้กับผม ฟังผมระบาย อดทนต่อนิสัยกล่าวกับผม เสียงร้องไห้ตอนคลองผมนั้นก็ไม่เหมือนใครแล้ว มันดังมากอย่างมีจังหวะ ขณะทีผมจับโน่นจับนี่ บนพื้นเต็มไปด้วยลูกอมขนม หนังสือต่างๆ เสื้อผ้าของเล่นต่างๆ ผมจับของเล่นเปียร์โนขึ้นมา ฉะนั้นผมกำหนดไว้ว่าจะร้องเพลง  

เป็นคุณแม่ที่เช็ดแห่งน้ำตาผม ยืนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าตอนหลังผมจะเป็นพระเอกหนุ่มละคร ผลงานละครดังกว่าผลงานเพลง หลายคนก็อาจลืมไปแล้วว่าผมเป็นนักร้อง คุณแม่ยังไงก็เป็นผู้อุถัมภ์ของผม ท่านกล่าวกับผมว่า “ฉันชอบเธอร้องเพลงให้ฉันฟัง ในโลกนี้จะหาของล้ำค่าอะไรมาเปรียบกับเสียงเพลงที่ลูกชายเราร้องออกมาเพื่อฉันนั้นไม่ได้เลย
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กรกฎาคม 22, 2012, 08:35:46 AM
(http://image.ohozaa.com/i/fb5/LqO7tK.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/xuR6l6QsWhcpV23h)

อายุ 20 ปีของการครุ่นคิด  

คิดเรื่องนี้อยู่เป็นประจำ ทำไมต้องมีความกลุ้ม

อนาคต การงาน ครอบครัว การดำรงชีวิต การเรียน ความรัก ความสัมพันธ์ เงินทอง.....ล้วนเป็นมูลเหตุของความกลุ้มมนุษย์  คิดอยู่บ่อยๆ หากว่าเวลานั้นนิรันดร์ได้จริงๆ ผมยอมจะกลับไปในอดีต จะหยุดอยู่ในวัยเด็กตลอดไป ไร้ทุกข์ไร้โศก ให้ความกลุ้มใจไว้สำหรับผู้ใหญ่ แต่นั้นเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัว

ช่วงขั้นตอนการเติบโตนั้น ความกลุ้มใจนั้นเป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยง ผมและคุณก็เหมือนกัน แต่ปรัชญาชีวิตของผมมันง่ายๆ มีเพียงเรียบง่ายสองคำ

ในเวลาที่เรียนคาบภาษาจีนนั้น "เพลงห่าวเลอในหงโลวม่ง" ให้คติกับผมมากๆ ทำไมคนเราต้องไปหาความกลุ้มใจในชีวิตที่สั้นๆอย่างนี้ล่ะ นั่นล้วนก็เพราะความไม่รู้จักพอ รักอันนี้ เสียดายอันนั้น ถ้าสามารถที่จะปล่อยวางทุกอย่าง แท้จริงฟ้าดินนั้นกว้างใหญ่มาก มีอะไรที่น่าดึงดันล่ะ นี่เป็นความคิดอย่างหนึ่งที่อยู่ในใจผม

ก่อนบินเดี่ยว สื่อได้เอาพวกเราไปเปรียบเทียบกับวงต่างๆทั้งในและต่างประเทศ หลังบินเดี่ยว คนมากมายได้เอาผมไปเปรียบเทียบกับนักร้องอื่นๆ ผมรู้สึกว่าแข่งขันอุปนิสัยที่ดีกำลังพลักดันคุณสัมบัตินักร้องนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น เหมือนผมที่แม้ไม่ได้เป็นนักร้องอาชีพ  แต่กลับใช้มาตรฐานของมืออาชีพมาเรียกร้องตัวเอง แต่เงื่อนไขของการเพรียบพร้อมนั้นก็ไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่ก็ไม่สามารถที่จะเอามาวัดบนตาชั่งจานได้ การเปรียบเทียบแบบนี้ ส่วนใหญ่แล้วก็จะไม่ดั่งความคิดของทุกคน

เพื่อนผมหัวเราะผมบ่อยๆว่าเป็นคนที่ไม่ปิดบังเรื่องในใจไม่เป็น มีอะไรก็พูดอันนั้น ผมรู้สึกว่านี่ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง เพราะผมก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง

อีกสองเดือนผมก็อายุครบ 20 ปีแล้ว นี่ควรเป็นอายุที่จะต้องมีอำนาจเต็มที่มีความรับผิดชอบเพื่อตนเอง เมื่อก่อน นอกจากร้องเพลง การเรียน ผมเอาทุกสิ่งในชีวิตของผมวางให้คนอื่น รวมทั้งความสัมพันธ์ ทุกเรื่องมีครอบครัวและบริษัทช่วยผมดูแลอย่างถี่ถ้วน แต่อยู่ช่วงกำลังจะก้าวสู่วัยฉกรรจ์นั้น (ก่อนยี่สิบ) ผมได้เปิดอกออกเผชิญกันโลกใบนี้ ใช้ใจเชื่อมสัมพันธ์กับคนรอบๆ ทุกคนสังเกตได้ แท้จริงคุณผมก็เหมือนกัน ผมก็มีอารมณ์ของตัวเอง ผมก็เป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีเลือดเนื้อคนหนึ่ง

ผมอยากให้ความคิดของตัวเองงอกขึ้นในช่วงวัยนี้ เพื่อเป็นสิ่งละอันพันละน้อยของผม ผมอยากที่จะแบ่งปันให้พวกคุณ ความทุกข์สุขของผม ความรู้สึกของผม ละลายมันให้กลายเป็นถ้อยคำและทำนองเพลง จากตรงนี้ คุณสามารถหาเจอหัวใจของผม มันไม่ได้เป็นหนังสือที่อ่านยากแน่นอน  หวังว่าคุณผมก็เช่นกัน ถนอมมันไว้



ชีวิตคนถ้ามันสามารถย้อนกลับสักครั้ง ผมไม่เสียใจการเลือกของผม ปากกาและไมค์ล้วนเป็นความดื้อรั้นของผม  ผมใช้ดนตรีมาสัมผัสแตะต้องกับพวกคุณ ผมใช้ความรู้ต่อเนื่องชีวิต การเลือกอย่างนี้ ผมชื่นชอบ

แต่ผ่านทางดนตรีและเพลง ผมได้หาพบทิศทางของตนเอง   นอกจากการเรียนแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่ผมรักที่สุด ขอบพระคุณคุณพ่อคุณแม่ที่สนับสนุนและช่วยเหลือผมตลอดมา อาจารย์ เพื่อนๆ และยังมีบริษัทนายหน้าที่เข้าใจผม แน่นอน ยังมีพวกคุณที่เดินเคียงข้างผมมาตลอดทาง
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กรกฎาคม 22, 2012, 08:57:27 AM
 เริ่มจากไม่รู้ว่าชื่นชอบโหย่วเผิงแต่เมื่อไหร่กัน จนถึงวันนี้ ก็เริ่มสังเกตุเห็นว่าตัวเองนั้นกลายเป็นแฟนคลับพันธ์แท้ของโหย่วเผิง เริ่มแรกจากการเป็นแฟนคลับที่ชื่นชอบเพลงของเขาและงานการแสดงของเขา เริ่มห่วงภาพพจณ์ของเขา เข้าไปในเน็ตเพื่อ Search ข้อมูลที่ไม่เคยเห็นต่างๆ ตัวเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้กลายเป็นคนที่บ้าเว่อร์อย่างนี้ หรือว่าเพราะเสน่ห์ของโหย่วเผิงจริงๆที่ทำให้เราหลงไหลขนาดนี้

ก็เพิ่งดูเรื่อง เดชเซี่ยวฮื่อยี้ แล้วแค่แวบเดียวก็มีผลงาน(องค์หญิงแสนซน)อีก มันทำให้ฉันไม่ทึ่งไม่ได้เลยที่เดียว เขาเป็นนักแสดงจริงๆ เป็นนักแสดงที่ไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อนเลย

เมื่อสิ้นสุดความโด่งดังจากเสี่ยวหู่ตุ้ยแล้ว ได้สลัดภาพแห่งไฮโซ เข้าสู่ช่วงชีวิตที่ตกต่ำที่ลังเลไร้ทิศ สภาพอย่างนั้นไม่ต่างจากตอนที่พวกเราพิ่งจบจากมหาลัย ก้มหัวเดินบนถนนก็ไม่มีใครเห็นหัว และในขณะนั้นเอง (องค์หญิงกำมะลอ)ได้ผ่านมา มันก็ได้ช่วยชีวิตของเขาไว้อีกครั้ง หากไม่ใช่เรื่องนี้แล้ว เราคงจะอดเห็นโหย่วเผิงปรากฏบนภาพยนตร์ จนถึงทุกวันนี้


(http://i1239.photobucket.com/albums/ff506/partana_002/alec5.jpg)ช่วงเวลาใน(องค์หญิงกำมะลอ) ชื่นชอบแต่อู่อาเกอ(องค์ชายห้า) เหตุผลหนึ่งเพราะความหล่อ อีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะความหล่อเหมือนกัน เหตุเพราะหล่อเกินไปเลยลืมดูฝีมือการแสดงว่าเป็นไงบ้าง อาจพูดได้ว่าไม่มีที่จะให้ติเลย เขาเต็มไปด้วยราศีที่ดีเต็มไปด้วยความสง่า แล้วคุณคิดว่าเขาจะไม่เป็นที่หมายปองของเหล่าสาวๆได้อย่างไรล่ะ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็เหมือนที่เขาได้พูดไว้ นี่เป็นเพียงเรื่องที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อแสดงเป็นหลัก ในเรื่องนั้นจะมีฉากแค่ตัวประกอบไม่มากก็น้อย

(http://i1239.photobucket.com/albums/ff506/partana_002/1-tile-7.jpg)ภาพยนตร์เรื่องที่สองของโหย่วเผิงที่ฉันได้ดูคือ (เราสองหัวใจเดียวกัน) โอ้สวรรค์ การปรากฏตัวของเขานั้นมันทำให้ฉันตะลึงเลยทีเดียว ตอนนั้นเขาหล่อจนสุดบรรยาย แถมยังบวกกับฉากหลังซึ่งเป็นคนของเหล่าฝางจื่อ ก็ยิ่งให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเขากับคนอื่นๆ ไม่รู้ว่า (องค์ชายห้า) กลับมาเกิดหรือเปล่า แน่นอนการพูดอย่างนี้อาจจะกระทบต่อนักแสดงคนอื่นๆด้วย ดูแล้วนั่นไม่ใช่ครั้งหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงแต่เป็นการซ้ำอีกครั้ง แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ฉันรักที่สุด

(http://i1239.photobucket.com/albums/ff506/partana_002/alec4.jpg)เรื่อง(เดชเซี่ยวฮื่อยี้ ) น่าจะพูดได้ว่าดอกไม้ไม่มีที่ติเหมาะจริงๆที่เขาแสดงเรื่องนี้ ภาพลักษณ์ดี เป็นที่ชื่นชอบ พูดดีมียิ้ม ฉันว่าการแสดงของโหย่วเผิงนั้นมันสุดยอดมากๆ แม้ว่าจะมีคนเคยไม่เคยเห็นด้วยกับฉันสำหรับเรื่องนี้เขาก็คงจะเห็นด้วย และใบหน้าคิ้วของเขานั้นเข้ม ถือว่าเป็นดอกไม้ที่ไม่มีที่ติเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านหรือคอหนังก็คงจะมีความรู้สึกเดียวกัน แต่ในแง่ของขนบธรรมเนียมนั้น ใช่ โหย่วเผิงยังไม่ถึงขั้นเป็นขั้นเทพ อย่างไรก็ตามเขาก็ยังเป็น (ซูโหย่วเผิง) เพียงแค่เขาถูกรังแกสักนิดเดียวฉันก็ปวดใจแทนแล้ว

(http://i1239.photobucket.com/albums/ff506/partana_002/alec10.jpg)เรื่อง(มนต์รักในสายฝน) ถึงจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของโหย่วเผิง ตู้เฟยไม่เจ๋งเหมือนซูหวน อาจจะสู้เอ๋อห้าวไม่ได้ แย่กว่านั้นคือแม้แต่แฟนสาวก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นใคร แต่ในเรื่องนั้นเขาก็เป็นผู้ให้เสียงหัวเราะ เป็นเจ้าตัวซวย ขอเพียงเขาอยู่ที่ไหนก็เกิดเรื่องที่นั่น ความรู้สึกนี้นั้นก็เหมือนกันเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ฉายาว่า คนก่อเรื่อง ในน้ำตาของฉงเหยานั้นก็ให้เราเห็นถึงความสมบูรณ์ของความรัก ในวันคืนที่ระแหงนั้นสามารถเห็นความหวังได้

(http://i1239.photobucket.com/albums/ff506/partana_002/alec9.jpg)เรื่อง(รักข้ามขอบฟ้า) เป็นครั้งแรกที่ได้เล่นกับดาราต่างประเทศ ฝีมือการแสดงของไฉ่หลินนั้นไม่มีคำบรรยาย และความโหดของโหย่วเผิงเองก็เป็นที่เด่นด้วย แต่สิ่งที่ฉันเพ่งก็คือโหย่วเผิง ทั้งยังเป็นคุณชายน้อยของคนรวย มีทั้งความรักที่พ่อแม่ให้และความรักที่เขามีให้กับแฟนสาว ได้สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของชนชั้นสูง ขณะที่เจอ กวนเสี่ยวถงนั้น เรื่องบุญคุณก็เป็นสิ่งที่ต้องต่อสู้กันมาก เขาไม่อยากจะอกตัณญูพ่อแม่แต่ก็ไม่อยากจะเสียคนรักไป นี่เป็นสิ่งที่จะต้องเลือกหนึ่งอย่าง ฉันเคยคิดเล่นๆว่า ทำไมต้องห่วงโน่นห่วงนี่หนีไปด้วยกันก็สิ้นเรื่อง แต่ในความเป็นจริงนั้นมีใครที่จะทอดทิ้งพ่อแม่ได้ล่ะ ถ้าทำอย่างนั้นก็ไม่ใช่คนแล้ว ดูเรื่องนี้ด้วยใจทุกข์แทนจนจบ จนเสียสุขภาพอารมณ์ไปหลายวัน อย่างไรก็ไม่ยอมที่จะหนีไปด้วยความอกตัญญู

(http://i1239.photobucket.com/albums/ff506/partana_002/alec8.jpg)เรื่อง(ยอดวีรบุรุษขุนศึกตระกูลหยาง) เหตุเพราะดูท่วงทีที่งดงามของ (โหย่วเผิง) ก็ยิ่งที่จะเข้าใจถึงภาพที่ทั้งเจ็ดพี่น้องยืนถ่ายรูปด้วยกัน (ซื่อหลาง) นั้นได้รับการถูกดูหมิ่นเหยียบหยามจนเต็มหน้า ถูกตราหน้าว่าเป็นคนขายชาติ ทรยศต่อบ้านเมือง สีหน้าแวดตาอันเจ็บปวด ขมขื่นนั้นสามารถเห็นได้ชัดตอนที่ (ซื่อหลาง) อยู่ที่เหลียว


(http://i1239.photobucket.com/albums/ff506/partana_002/alec2.jpg)เรื่อง(ดาบมังกรหยก) ในเว็ปของโหย่วเผิงนั้น มีแฟนคลับได้เขียนไว้ว่า “พี่อู่อาเกอ พี่เดินผิดฉากผิดเรื่องแล้ว”  แต่ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น ฝีมือการแสดงของโหย่วเผิงนั้นสามารถพิสูจน์ได้ เช่นช่วงวัยรุ่นแรกที่เดียงสาของ (เตียบ่อกี้ ) ตอนโตขึ้นที่กตัญญูต่อพ่อบุญธรรม มีใจที่ซื่อตรงต่อบรรดาสาวๆ ในเรื่องต้นฉบับนั้น (เตียบ่อกี้ ) ก็ไม่ได้เป็นคนที่มีจิตใจแห่งการเป็นเจ้าที่สูง สิ่งที่เขาปรารถนาคือครอบครัวที่อบอุ่น เหตุนี้เองการออกไปท่องยุธทภพของเขานั้นก็เพื่อปกป้องพี่น้อง คุณปู่ คุณอา พ่อบุญธรรม ร่วมทั้งอาจารย์ปู่ของตัวเอง (โหย่วเผิง) ทำให้เราเห็นถึงความดี ความหล่อ บางครั้งก็จะเป็น (เตียบ่อกี้ ) ที่ซื่อๆ ฉันว่าแล้วนี่ถึงจะเป็น (เตียบ่อกี้) ตัวจริง ไม่ใช่หรือ?

(http://i1239.photobucket.com/albums/ff506/partana_002/PDVD_027-5.jpg)เรื่อง( (Pai An Jing Qi ไผอันจิงฉี) คังเถียเซิน นำความแตกต่างมากมายมาให้ฉัน อย่างแรกคือเค้าโครงเรื่องนั้นมันอัศจรรย์มาก อย่างที่สองคือฝีมือการแสดงของโหย่วเผิงนั้นผลดีมาก ฉลาดแต่ก็ไม่ขาดความอ่อนโยน เมตตาแต่ก็ไม่อ่อนแอ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรเขาก็สามารถจะมีสติปัญญาในการแก้ไข แม้ว่าในเรื่องนั้นจะเอื่อยๆ แต่เป็นซีรีย์ที่ไม่ควรพลาด

(http://i1239.photobucket.com/albums/ff506/partana_002/alec3.jpg)เรื่อง(เจียงจี้จิ้วจี้) เป็นนักเรียนนายร้อยของอังกฤษ เป็นคุณชายใหญ่ของคนรวย แปลกจริง ทำไมถึงเป็นบทอย่างนี้อีก แต่เมื่อติดตามดูแล้วก็จะเห็นว่าซีรีย์สไตล์แบบนี้ก็มีสิ่งที่น่าท้าทายเหมือนกัน เป็นการแสดงที่เหมือนจริง เทียบกับเมื่อก่อนนั้น เขาโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น

(http://i1239.photobucket.com/albums/ff506/partana_002/alec7.jpg)เรื่อง(องค์หญิงแสนซน) เป็นเรื่องที่ออกอากาศถี่มากในจีนแผ่นดินใหญ่ และช่อง 3 ก็ไม่พลาดที่จะนำเอามาฉายออกอากาศเช่นกัน ฉันชอบมากๆ เป็นฮ่องเต้ที่เปรี่ยมด้วยปัญญา เป็นพี่รองที่เปรี่ยมด้วยความเมตตา ในเรื่องจะเป็นแนวระหว่างการเมืองกับความรัก ตอนเริ่มแรกนั้นฮ่องเต้กับไป๋หยินเฟยต่างก็เอาของมาแลกกัน แต่เมื่อได้เจอเสี่ยวหลงเซีย พวกเขาถึงเข้าใจความหมายชีวิตที่แท้จริง เรื่องความรักนั้นใช่ว่าเป็นสิ่งที่แลกเปลี่ยนได้ ความสนุกของเรื่องนี้จะอยู่ที่การก่อเรื่องครั้งแล้วครั้งเล่าของเสี่ยวหลงเซีย แต่ทางฮ่องเต้นั้นก็ได้มาแก้ปัญหาที่ก่อไว้อย่างนับไม่ถ้วน ทุกอย่างที่มาถึงมือของพระองค์ก็จะคลี่คลายไป

(http://i1239.photobucket.com/albums/ff506/partana_002/alec6.jpg)เรื่อง(เย้ออ้าย) ไม่ชอบเรื่องนี้มากเลย 55+ (ความคิดเห็นส่วนตัว) และไม่รู้ว่าผู้เขียนทำอะไรกัน ไม่ทราบว่าโหย่วเผิงบ้าหรือว่าทีมงานบ้ากัน มันไม่เหมือนกับเรื่องราวที่เกิดในสมัยนั้นเลย โหย่วเผิงเองก็ยังบอกว่าพอใจในเรื่องนี้มาก แต่ฉันดูแล้วมันไม่ใช่ เป็นครั้งแรกที่ฉันปฏิเสธซีรีย์เรื่องนี้ของโหย่วเผิง ดูเหมือนฉันก็โตแล้ว เริ่มจะไม่ให้ความคิดของตัวเองถูกใครจูงไปได้แล้ว (หรือว่าตาไม่ถึงบทบาทนี้อ๊ะ)

(http://i1239.photobucket.com/albums/ff506/partana_002/20090828195014202871-1.jpg)เรื่อง(เฟิงเซิง) เป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลวเลย โหย่วเผิงสู้ๆ ฉันชอบการแสดงอย่างนี้ของคุณมาก แต่ก็ยิ่งปรารถนาชอบคุณใส่ชุดสูทที่สง่าเหมือนพระเอกขี่ม้าขาวอย่างนั้นมากกว่า พูดถึงตรงนี้ฉันเพิ่งนึกได้ ใช่ว่าโหย่วเผิงไม่อยากจะเปลี่ยนตัวเอง เป็นเพราะความคิดหัวโบราณของฉันเองที่ไม่สามารถเปลี่ยนไปได้


อวยพรให้โหย่วเผิงยิ่งบินยิ่งสูง ไม่หยุดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เป็นผู้ซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่แฟนคลับให้กับคุณ
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ สิงหาคม 02, 2012, 06:41:30 AM
http://www.tianya.cn/publicforum/content/funinfo/1/2424874.shtml
(http://i184.photobucket.com/albums/x178/alec_002/33335553_35426735.jpg)

ในดินแดนทิเบตที่มีทิวทัศน์งดงามดุจดังเพลงรักโบราณที่เลียนเสียงธรรมชาติื ที่แสดงถึงความรักอันบริสุทธิ์และยาวนานถึง 60 ปี (ซินคังติ้งฉิงเกอ) แม้จะไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมนัก แต่เสน่ห์ของมันก็ยังได้รับเสียงสรรเสริญไม่น้อย
 
"ในแง่มุมหนึ่ง เราสามารถจัดภาพยนตร์เรื่องนี้ในฐานะภาพยนตร์ที่นำเสนอด้านความสวยงามของทัศนียภาพได้เป็นอย่างดี เพราะสีภาพนั้นสวยงามมาก ทั้งยังมีท้องฟ้าใสและเมฆสีขาว. ต้นไม้เขียวขจี ภูเขาแม่น้ำลำธาร ซึ่งแสดงถึงความสงบและกลมกลืน"
 
 "(คังติ้งฉิงเกอ) ไม่รู้ว่าเพราะชื่อหรือความหมายที่แฝงไว้. ในช่วงเวลาเกือบสองชั่วโมงที่หนังฉาย ในหนังเรื่อง "คังติ้งชิงเกอ" ไม่ใช่เพียงแค่การดำเนินเรื่อง 3 แบบที่แตกต่างกันออกไป ในนั้นยังมีการเพิ่มสีสันโดยการใส่เพลงพื้นเมืองอมตะดั้งเดิมไว้ด้วย และให้รู้ว่าเป็นเพราะว่าบทละครหรือเพราะความสวยงามของวิวทิวทัศน์ ฉันว่าหนังเรื่องนี้ช่างน่าตรึงใจ และเพลงก็ช่างไพเราะจับใจ"
 
"ฉันคิดว่าฉันก็เหมือนกับคนอื่นๆนะ ที่เลื่อมใสในความรักที่มั่นคง ทั้งที่ในปัจจุบัน คำมั่นสัญญากลับกลายเป็นเหมือนน้ำลายราคาถูกมากขึ้นเรื่อยๆ ความหมายที่แท้จริงของคำสาบานก็กำลังจะสูญสลายไป ฉะนั้น เมื่อมีโอกาสได้เห็นความรักษาที่บริสุทธิ์และมั่นคงมานานกว่า 60 ปี ก็คงที่จะรู้สึกซาบซึ้งไม่ได้"
 
"หลังจากมีผลงานต่อเนื่องเรื่อง "เฟิงเชิง" เขาก็ได้เปลี่ยนบทบาทอีกครั้ง หากบอกว่าในหนังเรื่อง "มี่ชื่อจือบู้เค่อก้าวเหริน-Lost In Panic Room" มีภาษาปักกิ่งอยู่เล็กน้อย ถ้าอย่างนั่นใน "A Tibetan Love Song " เขาพูดสำเนียงจีนกลางได้อย่างถูกต้องเลยทีเดียว ต้องบอกว่าเขามีความสามารถที่สุดยอดมาก และอีกอย่างที่จะไม่พูดไม่ได้คือ ตัวละคร (หลี่ซูเจี๋ย) ที่เขาแสดงนั้นช่างมีเสน่ห์เหลือร้าย ในบทบาทที่ต้องแสดงอารมณ์มากๆเขาก็แสดงมันออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม
 


จากบทนักเขียนผู้ซึมเซาใน "มี่ชื่อบู้เค่อเก้าเหริน-Lost In Panic Room" ถึง หลี่ซูเจี๋ย ผู้แข็งแกร่งใน "คังติ้งซิงเกอ".  จากบทบาทที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง นำมาซึ่งความอารมณ์ความรู้สึกที่ต่างกัน

สำหรับซูโหย่วเผิง เขามีเวลาเพียงประมาณสองเดือนเพื่อที่จะถ่ายทำให้เสร็จสิ้น แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็สามารถทำให้ผู้ชมส่วนใหญยอมรับและเชื่อถือได้ และยังทำให้พวกเขาเชื่อว่าซูโหย่วเผิงได้ก้าวเข้ามาสู่โลกแห่งการแสดงอย่างแท้จริง และตัวละครไป่เสี่ยวเหนียนก็ดังเป็นพลุแตก!
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ สิงหาคม 02, 2012, 06:42:17 AM
(http://i184.photobucket.com/albums/x178/alec_002/33335439_35426735.jpg)

บทภาพยนตร์ : เกี่ยวกับ "ไป๋เสี่ยวเหนียน". "รางวัลไบ่ฮวาเจี่ยง" HUNDRED FLOWERS AWARDS

มารำลึกถึงหนังที่ถ่ายทำและเข้าโรงในช่วงปีนี้ (2010) ,เราคงต้องย้อนไปสู่จุดเริ่มต้น . มาลิ้มลองรสชาติรสชาติของสายลมแห่ง. "เฟิง เชิง " เพราะหนังเรื่องมีความหมายต่อโหย่วเผิงมาก เพราะบทบาทของไป๋เสี่ยวเหนียนเป็นการเปลี่ยนแปลงบทบาทได้อย่างสวยงามที่สุดของเขา และก็ด้วยบทบาทนี้ืเอง สำหรับปี 2010 ถือเป็นความสดใสในอาชีพนักสแดงของเขาเลยทีเดียว

หวนรำลึกถึงบทสัมภาษณ์ในปีที่ผ่านๆมานี้ พวกเราก็ได้เห็นโหย่วเผิงมีประสบการณ์ทั้งดีและร้าย และกล้าต่อสู้กับมันอย่างเด็ดเดี่ยว

บทบาทเกี่ยวกับคนมีปัญหาทางสมองใน "เย้ออ้าย".เพิ่งผ่านไปได้ไม่นาน ผู้กำกับก็ให้บทใหม่ๆผมมาดู ในตอนนั้นผมกำลังตรียมตัวกับหนังเรื่อง" สี่กามเทพ" ตอนแรกกะจะไปพบกับผู้กำกับเจี้ยนดูว่าผมพอเล่นอะไรได้บ้าง แต่ว่าตอนนั้นผมยังอยู่ในช่วงที่ใจคอไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว

ผู้กำกับเลยคิดว่าโหย่วเผิงคนนี้กับคนที่คิดไว้ไม่ค่อยเหมือนกัน ทำไมมันแปลกๆแบบนี้. แม้ว่าใน "สี่กามเทพ"  จะไม่มีบทบาทที่เหมาะสม แต่ผู้กำกับก็ประทับใจในโหย่วเผิงไม่น้อย ดังนั้นใน "เฟิงเชิง" เขาจึงเรียกตัวโหย่วเผิงอีกครั้ง เพระาเขาคิดว่าตัวโหย่วเผิงมีทั้งความขาวและความดำผสมอยู่ในตัวเฉกเช่นกับเสี่ยวไป่เหนียน


เมื่อช่วงที่ภาพยนต์เรื่องนี้-The Message เพิ่งออกมา พอได้ดูแล้วผมกับผู้จัดการก็ได้ปรึกษากันนานมาก ผมว่าช่วงเวลาทำงานของผมนั้นน้อยมาก พอได้รับเล่นภาพยนต์เรื่องนี้-The Message เป็นช่วงเดียวกับที่ผมกำลังถ่ายหลิวซานเจี่ย-A Singing Fairy  พอถ่าย หลิวซานเจี่ยเสร็จก็ต้องรีบไปถ่าย  "เฟิงเชิง-The Message"  ต่อเลย ทำให้ไม่มีเวลาศึกษาบทละคร  "อย่าพูดเล่นไป งั้นจะเอาเวลาที่ในมาเตรียมตัวหล่ะ สมมติว่าคุณแสดงได้ไม่ดีรึ พอฉายออกทีวีไป ก็หน้าแตกแบบสุดๆหล่ะ" ตอนนั้นผมคิดว่าผมทำไม่ได้หรอกบทบาทที่ต้องแสดงอย่างมืออาชีพแบบนี้ และก็ไม่มีเวลาเตรียมตัว ยังไงก็ไม่ไหว แต่สุดท้ายเป็นผู้ชาย ไม่มีศึกไหนที่ต้องปฏิเสธ

เป็นครั้งแรกของผมที่มีโอกาสได้เล่นอุปรากรคุนฉวี่จากการรับบทนี้ เมื่อก่อนผมไม่รู้ด้วยซ้ำมันคืออะไร ตอนนั่นผมอยู่ที่เมืองกว่างซี ถ่ายภาพยนต์ "สวินจ่าวหลิวซานเจี่ย"  ผมต้องไว้ผมยาว หลังจากเลิกถ่ายก็ต้องซ๊อมบทกับอาจารย์จากสถาบันดนตรีคุนในปักกิ่งที่บินตรงมาสอนโดยเฉพาะ

"ในช่วงแรกๆของภาพยนต์ เสี่ยวไป่เหนียนต้องร้องเพลง นอกเหนือจากร้องละครงิ้วเสียงผู้หญิง ยังต้องร้องแบบคนแก่ด้วย และต้องเรียนการเคาะจังหวะเพิ่มด้วย.  ผมคิดว่าการเคาะจังหวะแบบนี้กับแดบที่กำลังเป็นที่นิยมกันอยู่นั้นต่างกันอย่างมาก ในภาพยนต์ต้องการเก็บรายละเอียดมากทำให้ผมต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นอะไรที่ยากมากๆ"

วันที่ 9 มกราคม 2009 เป็นวันลองชุดวันแรกของเรื่อง "เฟิงเชิง" แบบต้นแบบของเสี่ยวไป่เหนียน ในตอนนั้นภาพายนต์อีกเรื่องก็ยังถ่ายบทเพลงคุนชวู่ก็ยังไม่เข้าใจ ผมอยู่ในภาวะงงงวย และล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

การลองชุดครั้งที่สอง อาจารย์เย่จินเทียนก็มารับหน้าที่ในครั้งนี้ ใน "สวินจ่าวหลิวเสี่ยวเจี่ย" ตอนนั้นผมยังมีหนวดเคราอยู่ ผมของผมก็ยาวและผิวก็คอนข้างดำ ทำให้การลองชุดครั้นนั้นมีปัญหาติดขัดบ้าง

เพราะเหตุนี้ทำให้ผู้กำกับไม่พอใจ ตอนแรกผมคิดว่าผมต้องถูกถอดแน่ๆ

ในการลองชุดครั้งที่สามมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขหลายอย่าง ทรงผมก็ตัดสั้นลง หน้าก็ทำให้ขาวขึ้น และคิ้วก็กันออกเล็กน้อย ซึ่งความคิดนี้เป็นของอาจารย์คุยเย่ ตอนที่อาจารย์คิดไอเดียนี้ผมก็ได้แต่เศร้าอยู่เงียบคนเดียว (อย่าไปบอกเค้านะครับ)


บอกลาบทบาท ไป่เสี่ยวเหนียน

 "ตอนที่ผมแสดงบทไป่เสี่ยวเหนียนค่อนข้างมีขีดจำกัด เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ให้การสนับสนุน หนังเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์จีน เหนือขึ้นไปยังมีหัวหน้า และผู้กำกับ รวมทั้งอีกหลายๆเหตุผล หนังเรื่อง "เฟิงเชิง"  เป็นหนังที่ค่อนข้างสู่สากล ฉะนั้นบทบาทการแสดงนั้นสำคัญมาก มีนักแสดงอีกหลายท่านสนใจตัวละครนี้ รวมทั้งตัวผมด้วย ทำให้ผมเห็นข้อดีอย่างหนึ่งคือ แม้แต่นักแสดงหน้าเก่า เมื่อลองแสดงบทตัวนี้คงมีโอกาสตกใจกันทั่วหน้า อธิบายอีกแง่หนึ่ง บทบาทตัวนี้ค่อนข้างหินเหมือนกัน ใช่ว่าใครก็ได้จะแสดงแล้วทำให้คนดูเชื่อได้ มันเป็นพรหมลิขิตอย่างหนึ่ง ที่ผมได้รับแสดงบทนี้ ผู้ชมก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร สำหรับผม ผมรู้สึกว่าถึงผมจะพยายามแค่ไหน แต่โชคและโอกาสก็มีความสำคัญเช่นกัน ผู้กำกับบอกว่าเขาอยากให้นักแสดงทุกคนมีนิสัยลุยๆ หน้าตาไม่ค่อยสบอารมณ์ ผู้กำกับบอกให้ทำหน้าตาแบบนั่นแหละ เพราะงั้นผู้กำกับเลยไม่อยากได้คนที่หน้าตาดูอ่อนโยนซักเท่าไหร่"
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ สิงหาคม 05, 2012, 05:49:55 AM
(http://i184.photobucket.com/albums/x178/alec_002/33339342_35220184.jpg)

เจ็บปวดครั้งแล้วครั้งเล่า , การเติบโตขึ้นของนักแสดง

"ตั้งแต่เด็กผมไม่ค่อยรู้เรื่องของสิ่งของที่เป็นมรดกตกทอด ผมแค่รู้สึกว่ามันมหัศจรรย์ดีนะ แล้วก็ดูสูงส่งดี" ครั้งล่าสุดที่ได้เห็นของพวกนี้คงเป็นที่งานจัดแสดงที่ปักกิ่ง เป็นกระดานสมัยโบราณชื่อ (คำอำลาดอกโบตั๋น). เพราะฉะนั้นต้องบอกว่าซูโหย่วเผิงเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่จากศูนย์ ตอนนั้นเขาต้องออกกำลังกาย และพยายามทำออกมาให้มีภาพลักษณ์เหมือนคนสมัยโบราณ ซึ่งหินมากๆ

"จะไปเอ่หุ่นแบบนักดนตรีคุนหยู่มาจากไหนนะ"  เขาเลยต้องเรียนศิลปะและลดน้ำหนักในเวลาเดียนกัน โหย่วเผิงบอกว่าครั้งแรกที่เขารู้บทของ (โหยวหยวนจิงเมิ้ง) เขาต้องฝึกเลี่ยนฮวาจื่อไปด้วย เหมือนเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปอีกครั้งซึ่งยากมากๆ จากนั้น ก็ฟังคำบรรยายจากอาจารย์ ไปทำความเคารพที่สำนัก รับรู้ถึงบรรยากาศรอบตัว และฝึกตั้งแต่ระดับแรกใหม่เลย ทั้งวิธีเดิน วิธีฝึกเสียง"
 
เริ่มแรกผมก็รู้สึกตื่นเต้นจนไม่กล้าเปิดปาก แต่สุดท้ายก็ได้คำชมเชยจากอาจารย์ว่า "ไปขั้นต่อไปได้แล้ว" โหย่วเผิงบอกว่าแสดงเสี่ยวไป่เหนียนเขาทุ่มเท่สุดตัว
 
"สำหรับผมแล้ว บทบาทแบบนี้ถือเป็นโอกาส ถ้าทำได้ดีคนก็จำเราได้ ถ้าไม่ดีก็เหมือนต้องตกนรกขุมที่สิบ ฉะนั้นจะขายหน้าไม่ได้ ต้องเรียนให้ดีให้ได้ ตอนนั้นความกดดันมันมหาศาลจริงๆครับ"

"ในหนังมีซีนหนึ่งที่ผมต้องร้องเพลง เป็นตอนที่อธิบายถึงความสัมพันธ์ในสิบปีก่อนระหว่างไป่เสี่ยวเหนียนและจางสือลิ่ง ตอนที่เริ่มเปิดกล้อง ผมยังเรียนไม่จบผมเลยไปบอกทีมงานให้เปลี่ยนซีนนี้ไปถ่ายตอนท้าย.  ถ่ายไปด้วยเรียนไปด้วย พอถ่ายไปได้ครึ่งหนึ่ง เราก็ไปบอกทีมงานอีกครั้งว่าเราฝึกได้ที่แล้ว ถ่ายได้แล้วครับ.  เราถ่ายทำเรื่องนี้ค่อนข้างล่วงเลยเวลา ทำให้เราประสาทเสียหน่อยๆครับ ถึงท่วงท้ายพวกเราไม่มีทั้งเงินและเวลา.  ทางทีมงานเลยบอกกับผมว่า ไม่ต้องถ่ายแล้วตัดออกไปเลย ผมก็ร้อง "เหอ?"  ขึ้นมา พวกเราก็เลยคิดว่าน่าเสียดายมาก เพราะในทุกๆขั้นตอนที่ผมต้องเรียน.  พวกเขาก็เดินทางหาพร้อมกับผม พวกเขารู้ว่ามันลำบากมาก แต่สำหรับผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ เพราะผมเป็นพวกปฏิกิริยาโต้ตอบช้า. ตอนนั้นแค่รู้ว่าผมเรียนจบแล้ว เพราะงานทุกอย่าง รายละเอียดทุกอย่างก็ผ่านตามที่อาจารย์ต้องการแล้ว เพราะผมว่าถึงได้ถ่ายหรือไม่ได้ถ่ายก็กำไรอยู่ดี"
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ สิงหาคม 05, 2012, 06:00:58 AM
(http://i184.photobucket.com/albums/x178/alec_002/33339345_35220184.jpg)

รับรู้ด้วยใจ, ตระหนักถึงความรู้สึกของนักแสดง

โหย่วเผิงคิดว่าจริงๆแล้วเสี่ยวไป่เหนียนนั้นไม่ธรรมดา

ผมว่าเขาเป็นคนที่ชัดเจนมาก แค่ดูจัดวิธีการพูดจาก็เข้าใจแล้วว่าเขาชัดเจนขนาดไหน

"เพราะบทพูดในเรื่องเป็นหลายประโยคที่แสดงถึงเสี่ยวไป่เหนียน ( ไม่ดีไม่เลว (ยิ้ม) . ผมเลยคิดแบบไม่ขาวไม่ดำ แต่กลายเป็นทั้งขาวทั้งดำแทน. ตอนแรกผมเลยคิดว่าเขาไม่น่าจะไว้ผมยาว แล้วต้องไว้หนวดเคราด้วย เพราะมันแสดงถึงภาวะสมดุลแบบหนึ่ง. ทั้งขาวและดำ. แบบนี้ดูแล้วพอดีสบายตา"
 
"เมื่อมองที่เขา จะเห็นคนผมขาวยาวที่กำลังหวีผมอยู่ ทำให้นึกไปสมัยก่อนตอนอยู่บนเวที". โหย่วเผิงบอกว่า "ยังไม่เสร็จซีนที่ต้องขึ้นเวทีครับ "เสี่ยวไป่เหนียนและสือลิ่ง คนหนึ่งอยู่บนเวทีอีกคนอยู่ล่างเวทีทั้งสองสบตากันอย่างเสน่ห์หา"
 
"ในหนัง ช่วงวัยหนุ่มเสี่ยวไป่เหนียนนั้นเป็นที่นิยมมาก ต่อมาต้องเผชิญกับปัญหาบ้านเมืองที่วุ่ยวาย จึงต้องไปเป็นทหาร ทำให้เขารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมและเป็นคนที่เศร้าสร้อยมาก. ผู้กำกับสอนโหย่วเผิงว่า "เธอต้องลืมตัวตนของเธอให้หมด ถึงจะเล่นไป่เสี่ยวเหนียนได้". "แต่ก่อนนั้นสง่างดงาม เหมือนเรือลำนี้ที่ต้องสละให้กับกำแพงทึ่แตกหัก". เป็นเพลง(โหยวหยวนจือเหมิ้ง)ทึ่เสี่ยวไป่เหนียนร้อง. ตอนนี้ได้ถูกร้องโดยโหย่วเผิงทำให้คนหวนรำลึกถึงตัวเขาเมื่อหลายปีก่อน
 
ช่วงเวลา 4 เดือนเต็มๆ กับการเรียนบทละครเพลงนี้ สุดท้ายแล้วรวมมาอยู่ในเวลาไม่ถึง 20 นาที  ความยากลำบากนี้ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ สิงหาคม 05, 2012, 06:31:58 AM
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/581945_265311360246382_122095992_n.jpg)

ความกดดันที่แสนสาหัส

"จำได้ว่าช่วงที่ถ่ายทำวันแรก ผมไม่เคยได้ยินคำว่าเทคเลย" เย็นวันนั้น โหย่วเผิงออกจากกองถ่ายแบบกลัดกลุ้มใจเล็กน้อย คนงานต้องเป็นคนส่งข้าวไปให้เขาทานที่ห้อง. ในวันนั้น เขานอนไม่หลับทั้งคืน เขานอนคิดทั้งคืนว่าผู้กำกับจะคาดหวังในตัวนักแสดงขนาดไหน. เย็นวันนั้น เฉินกั๋วฟู่. กาวฉวินชู พาโหย่วเผิงเข้า "ห้องลับ"  เพื่อสอนการแสดง "ผู้กำกับบอกกับผมว่าต้องการเห็นไป่เสี่ยวเหนียนแบบไหน แต่พวกเขาก็ดูจะพูดอย่างเกรงใจ ทำให้ผมกดดันขึ้นไปอีก". โหย่วเผิงในเย็นวันนั้น ยังคงรู้สึกไม่ค่อยดี "ผมก็ไม่รู้ว่าอารมณ์นี้มันจะอยู่อีกนานเท่าไหร่"

วันที่สอง โหย่วเผิงยังคงไม่ทานข้าวเที่ยง. ตอนที่ผมลงมาที่กอง เห็นสถานที่ถ่ายทำ ผมก็ลืมอารมณ์อะไรไปหมดแล้ว. ตอนนั้นผมคิดว่าเวลานั้นผมยอมเสียทุกอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง. เพื่อเปลี่ยนเสียงตัวเอง. ไม่นานก็ได้ยินผู้กำกับพูดคำว่า "เทค!". ค่อยทำให้โหย่วเผิงผ่อนคลายขึ้นมาหน่อย
 
"ช่วงที่ต้องแสดงนี่มันกดดันจริงๆ ช่วงที่ผมอยู่ในกองถ่ายผมไม่ค่อยได้พูดกับใคร ผมต้องการเก็บแรงเอาไว้ นักแสดงที่จะต้องแสดงมักจะไปคุยกับผู้กำกับ ดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ผมไม่ค่อยได้ทำอย่างนั้น พอถ่ายคิวผมเสร็จผมก็มุัดออกไปอยู่คนเดียว เพราะผมกลัวว่าอารมณ์มันจะหายไป. ช่วงถ่ายทำทีมงานมักมีการพูดจาหยอกล้อกันสนุกสนานถ้าเห็นร่างของใครอยู่ดีๆก็แตกกลุ่มออกไป นั่นคือผมเองหล่ะครับ. เสี่ยวโจวกับฮ๋านเหมียวก็เคยพูดถึงเรื่องนี้ บอกว่าผมมีมาดนักแสดงรุ่นเก่า แต่จะทำไงได้ครับ ผมจะหย่อนยานกับตัวเองไม่ได้"
 

"จริงๆแล้วในด้านการแสดง ผมมักจะเอางานเก่าๆมาดู ไม่ว่าจะของผมเองหรือของคนอื่น ถ้ามีเรื่องไหนทำให้ผมคิดว่าดีได้นี้ยากมากๆๆ จริงๆผมก็ค่อยข้างใจกว้างนะ แบบนี้ผมก็ว่าโอเค. แต่ผมก็ยังไม่ได้เห็นรายละเอียดมากนัก. ไป่เสี่ยวเหนียน ถ้าดูจริงๆก็ไม่เลวนะครับ(ยิ้ม). อาจารย์กั๋วฟู้ก็เป็นคนที่ทุ่มเทมาก. ทุกๆเรื่องของการตัดต่อจังหวะดนตรีหรือจังหวะกลอง ทำให้งานมันออกมาไม่เลวเลยทีเดียว"
 
"บทไป่เสี่ยวเหนียนคือการเริ่มต้นที่ดีมากๆๆ เมื่อมีทั้งความเข้าใจและประสบการณ์ ผมก็หวังว่าในปีสองปีนี้จะได้เห็นผลงานที่ดีมากๆในจอภาพยนตร์นะครับ"
 

"การแสดงในหนังกับละครนั้นให้ความรู้สึกต่างกันมาก การแสดงละครต้องใช้แรงสูงมาก เป็นเป็นบททดสอบทั้งด้านกำลังกายและกำลังใจ จะทำให้มันประณีตเหมือนอย่างหนังก็ไม่ได้ ในหนึ่งนาทีของหนังสามารถใส่รายละเอียดได้มาก. แต่ยังทำอย่างนั้นไม่ได้ หนังเรื่อง. "เฟิงเชิง" ทำให้ผมมีรสนิยมค่อนข้างสูง หวังว่าผลงานครั้งต่อไปผมจะได้รับโอกาสแสดงที่ดีอย่างนี้อีก"
 
"ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงผมจะเลือกผู้กำกับ. ผู้กำกับที่มีความสามารถมีอยู่มากมาย ผมหวังว่าผมจะได้รับบทบาทที่ท้าทาย. เช่นบทจารชน คนเป็นโรคร้ายแรง จิตใจผิดปกติ น่าจะเป็นบทที่ดีครับ. ผมว่าทุกคนมีส่วนของความเป็นอย่างนั้นอยู่ ผมก็มี ถ้ามีโอกาสได้เอามันออกมาก็คงจะดี"

(http://i184.photobucket.com/albums/x178/alec_002/33339346_35220184.jpg)


สะสมประสบการณ์ สุดท้ายก็ได้รับผลที่ดีเลิศ

เดือนพฤศจิกายนปี 2009  "เฟิงเชิง" ได้ถ่ายทั่วทั้งประเทศ. ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมาก ทั้งตัวหนังโดยรวม และการแสดงที่สุดยอด ได้รับความสรรเสริญจากคนนับไม่ถ้วน. แต่ทว่าเมื่อถึงเวลาจริงๆตัวละครไป่เสี่ยวเหนียนก็ถูกตัดเหลือเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่ในที่รัศมีของไป่เสี่ยวเหนียนก็ไม่ได้หายไปไหน กลับยังปรากฏออกมาอย่างเด่นชัดอยู่บนหน้าจอเงินให้คนนับล้านได้ชม
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ สิงหาคม 13, 2012, 07:06:31 AM
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/4d8b1d5bjw1dvmt37djpej.jpg)

(ประสบการณ์ชีวิตที่คล้ายกับภาพยนตร์)

"ว่ากันว่า.เรื่อง (เฟิงเชิง) จริงๆแล้วนานถึงสี่ชั่วโมง แต่ต้องทำให้เหลือเพียงสองชั่วโมงซึ่งน่าเสียดายมาก. คนที่ได้ดูต่างพูดเป็นเสียงเดึยวกันว่า โหย่วเผิงช่างน่าสงสารผลงานหลายๆเรื่องที่ดีของเขามักถูกตัดเสมอ"
 
"(เฟิงเชิง) ทำให้คนตกตะลึงเพราะว่า โหย่วเผิง? พอดูหนังจะได้ยินเสียงร้องเชียร์ให้กำลังใจ มิน่าถึงได้ยกย่องให้เป็นหนังลึกลับที่คนชอบที่สุด. และบทบาทเสี่ยวไป่เหนียนก็ได้รับการยอมรับจากบุคคลทั่วไป"
 
"โหย่วเผิงได้เตรียมตัวหลายๆด้านเพื่อรับบทไป่เสี่ยวเหนียน แต่ตัวละครนี้ก็เกิดจากการจินตนาการของเขา แล้วเราจะรู้ได้ไงว่านั้นไม่ใช่ตัวตนจริวๆของเขา?"
 
"โหย่วเผิงบอกว่าเหตุผลหนึ่งที่เขาแสดงบทเสี่ยวเหนียนได้ดีเพราะว่าบทที่มีความคล้ายกับบทบาทที่หยางกวางคังเจี้ยนที่สุขุมเยือกเย็นนั่นเอง"
 
" แม้เสี่ยวเหนี่ยนจะมีด้านที่ไม่น่าชื่นชอบหลายด้าน แต่ความที่เป็นคนฉลาดรู้จักทางหนีทีไล่ จึงทำให้ตัวละครนี้มีชีวิตชีวา. ฉะนั้นในสายตาของผู้ชมบทบาทของตัวละครตัวนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ"
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ สิงหาคม 13, 2012, 07:07:26 AM
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/4d8b1d5bjw1dvmt2zrmmjj.jpg)

" แม้ในหนังบทบาทไป่เสี่ยวเหนียนจะได้ฉายเพียงแค่สิบกว่านาทีืแต่ว่าเราก็อดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบบทบาทนี้กับชายผู้สว่างไสวผู้นี้ได้. ตอนนี้เขาคือชายเต็มตัว และนักแสดงเต็มตัว ผ่านช่วงเวลาที่มีจากไอดอลจนเข้าใจศิลปะของนักแสดง"
 
"ทุกๆ คนน่าจะเคยเห็นเขาในบทขององค์ชายห้า. แต่อดไม่ได้ที่จะพูดว่า ถ้าไม่มีโอกาสได้ดูเสี่ยวไป่เหนียน คุณคงไม่สามารถบอกได้เลยว่าจริงๆแล้วโหย่วเผิงมีความสามารถมากขนาดไหน. เขานั้นกล้าหาญ วันนี้เขาได้ก้าวเข้ามาในเส้นทางเดินนี้ ต่อไปหวังว่าทางที่เขาเลือกเดินจะดียิ่งๆขึ้นไป"
 
สำหรับเขาแล้วบทบาทไป่เสี่ยวเหนียนคือจุดเริ่มต้นเท่านั้น

"หากจัดประเภทนักแสดงที่ต้องโชกเลือดมากที่สุดโหย่วเผิงคงจัดอยู่ในประเภทนั้น เขาต้องแสดงบทบาทของของการร้องเพลงลักษณะผู้หญิง(เสียงหญิง) เพื่อที่จะร้องเพลงประเภทนี้ได้เขาต้องไปเรียนการร้องคุนชวู่ แต่ในตัวหนังเองกลับเวลาออกอากาศส่วนนี้น้อยมาก อาจจะเพราะโดนลบออกไปซะส่วนใหญ่"
 
"ในเรื่องเฟิงเชิง จากบทบาทองค์ชายห้าก้าวสู่นักแสดงคุงชุวผู้งดงาม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้หลายคนถึงกับพูดไม่ออกและมองเขาในมุมที่ต่างไป "
 
" ในโรงหนัง ได้ยินกับหูว่าโหย่วเผิงแสดงได้ดีมาก แสดงจนเหมือนเขานั่นแหละคือไป่เสี่ยวเหนียน. ในความเป็นจริงแล้วเบื้องหลังนั้นไม่ง่ายอย่างที่ีิคิด โหย่วเผิงต้องไปเรียนคุงชุวเพื่อให้แสดงได้สมจริง ช่วงต้นปีนี้ นักแสดงที่ดูสมจริงมีน้อยเหลือเกิน และนักแสดงที่สมจริงจริงๆยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ ฉันว่าบทบาทนี้คือบทบาทที่สร้างชื่อของเขาอีกบทบาทหนึ่ง และยังเป็นบทยาทที่ท้าทายสายตาและความคิดของผู้ชมด้วย"
 
" โหย่วเผิงแสดงไป่เสี่ยวเหนียนนี้ช่างสะกดใจจริงๆ ฉันแทบไม่เชื่อตัวเองที่องค์ชายห้าของฉันเปลี่ยนบทบาทมาทางบทบาทที่มีสีสันขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนที่ของลูกตา หรือสำเนียง รู้ได้เลยว่าเขาต้องพยายามมากขนาดไหน

หลังเวที(ได้ยินว่าเขาต้องเรียนคุงชวู่มาตั้งเพื่อหนังเรื่องนี้ แต่กลับถูกตัดออกซะงั้น. น่าสงสารจังเลยโหย่วเผิง ไป่เสียวเหนียนคือสีสันของความรักในฝันยามเช้า ดั่งทำให้ดังกลายเป็นขาวดำเพราะสีสันไปอยู่ที่ไป่เสี่ยวเหนียนคนเดียว"
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ สิงหาคม 13, 2012, 09:10:53 AM
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/4d8b1d5bjw1dvmt3iswayj.jpg)

"คนนอกวิจารณ์กันว่า ใน (เฟิงเชิง) คือการกลับมาอีกครั้งของโหย่วเผิง. คนในวงการต่างพูดกันว่าเขาเล่นไป่เสียวเหนียนได้เพอเฟ็กที่สุด. เฝิงเสี่ยวกางกล่าวว่า : 'เมื่อก่อนผมคิดว่าเขาคงแสดงได้แต่หนังแนวรักคนดีอบอุ่นแต่ว่า(เฟิงเชิง) ผมว่าเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเชียวหล่ะ'"
 
หากบอกว่าปีื 1988,1997 คือศักราชของโหย่วเผิงในวงการเพลง งั้นในปี 2010 คงต้องบอกว่าในวงการเวลานั้นจะหวนกลับมาอีกครั้ง

ในปี 2010 วงเสี่ยวหู่ตุ้ยได้รวมตัวกันอีกครั้งทำให้ความฝันของแฟนๆเป็นจริงซะที ทำให้ข้อขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นหายไปกับสายลม. ผีเสื้อยังไงก็ต้องบิน ดวงดาวยังไงก็สว่างสดใส เสี่ยงหู่ตุ้ยก็จะกลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง แฟนๆของวงกับคนดูคนอื่นๆ ก็พอใจกับการกลับมาครั้งนี้ เสี่ยวหู่ตุ้ยค่อยๆกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง มีนักปราชญ์ผู้หนึ่งกล่าวไว้ว่าเพราะว่าความรักของเสี่ยวไกว(โหย่วเผิง)ยังอยู่ที่นี่ สุดท้ายเราก็ได้เห็นและรู้จักผู้ชายที่ชื่อว่าซูโหย่สเผิง
 
ในปีนี้ โหย่วเผิงและพวกเราต่างก็สะสมประสบการณ์ใหม่ๆในฤดูใบไม้ผลิ, เดินทางผ่านฤดูร้อนที่แห้งแล้ง ,ผ่านฤดูใบไม้ร่วงที่สุกสกาว และผ่านช่วงเวลาที่หอมหวานของฤดูหนาว ในปีนี้พวกเราก็ได้เป็นประจักษ์พยานของการขึ้นเวลาอย่างต่อเนื่องของเสี่ยวหู่ตุ้ย ดูป็นพยานในการมอบรางวัลไป่ฮวาเจี่ยง เป็นพยานในการชนะประกวดในงานที่มาเก๊า. ในปีนี้พวกเราร้องไห้ หัวเราะ ตื้นตัน พวกเราและโหย่วเผิงก็ได้ก้าวผ่านปี 2010 นี้มาด้วยกัน

ฤดูใบไม้ผลิปี 2010 มีหนังสองเรื่องเข้าโรง เล่นเป็นหนุ่มที่กลัวการแต่งงานใน (สี่เกมเทพ). หรือผู้ปราชเปรื่องในการดนตรีใน (สวินจ่าวหลิวซานเจี่ย). ทำให้เราเห็นซูโหย่วเผิงในหลายรูปแบบ เห็นโหย่วเผิงในหนังกับความยุ่งเหยิงของเด็กสี่คน ฟังเขาร้องเพลวคุงชวู่ เขาเปลี่ยนสไตล์การแสดงไปหลายรูปแบบ เราก็เดินทางไปข้างหน้าเช่นเดียวกับโหย่วเผิง การแสดงที่ปรับเปลี่ยนสไตล์และบทบาทอยู่เสมอทำให้เขาค่อยๆสะสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ

 
ฤดูร้อนปี2010 (คังติ้งชิงเกอ). และ (มี่ชื่่อ). เปิดกล้องพร้อมกัน เขาเหมือนเจอปฏิกิริยาตอบกลับจากการขึ้นที่สูง ไม่รู้วันรู้คืน แต่ด้วยความยากลำบากนี้ ก็ได้รวมเข้าเป็นชายหนุ่มผู้รักชาติยิ่งชีพนามว่าี่ซูเจี๋ยและชายหนุ่มนักเขียนที่มีนิสัยเจ้าระเบียบระมัดระวังไปทุกเรื่อง ทำให้ได้รับการตอบรับอย่างดีในส่วนของรายได้และคำวิจารณ์  ด้วยเหตุนี้ทำให้แฟนๆสามารถติดตามเขาไปได้ทีละสเต็ปๆ
 
ฤดูใบไม้ผลิปี 2010 HUNDRED FLOWERS AWARDS-รางวัลซูหยวนไป่ฮวา ซวุนลี่จงฟ่าง รางวัลสองรางวัลนี้ถือเป็นรางวัลที่มีเกียรติสำหรับเขามาก ในงานมอบรางวัล. น้ำตาของเขาก็เอ่อล้นออกมา ความลำบากที่ผ่านดูจะเป็นความทรงจำที่เรือนลาง พวกเราได้เป็นประจักษ์พยานในช่วงเวที่มีเกียรตินี้. ได้แบ่งปันน้ำตาแห่งความยินดี นับเป็นความสุขที่สุดแล้ว
 
เการดินทางไปไม่หยุดยั้งบนเส้นทางจอเงินนี้ แต่ความรักในด้านงานเพลงของเขาก็ไม่เคยหมดไป. สำหรับแฟนๆของโหย่วเผิง ของขวัญล้ำค่าที่โหย่วเผิงได้มอบให้คงหนีไม่พ้นในเว็บ weibo http://weibo.com/suyoupeng โหย่วเผิงเข้ามาทักทายแฟนๆครั้งแล้วครั้งเล่า คุยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา บางทีก็มีมุขขำๆมาให้แฟนๆ บางทีก็มาพร้อมถ้อยคำกินใจ ทำให้ทั้งเขาและแฟนๅ ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ยิ่งแฟนใหม่ๆยิ่งได้รู้จักตัวตนของเขามากขึ้น แฟนเก่าๆก็ได้หวนระลึกถึงเสน่ห์ของเขา การเดินทางไปพร้อมๆกันสร้างความเข้าใจและเดินผ่านการวิพากษ์วิจารณ์ สุดท้ายก็เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันรู้สึกถึงความอบอุ่นในช่วงเวลาที่หนาวเหน็บ
 
มีเพื่อนคนหนึ่งเคยพูดไว้ว่า ในช่วงเวลาของการเดินทางที่อ่อนเพลียและเหนื่อนล้า แต่พอมองเห็นไอดอลที่ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจฟันฟ่าอุปสรรค ใจเราก็พลอยมีกำลังและรู้สึกอบอุ่น และยังมีความกล้าหาญที่จะเดินทางระยะไกล โหย่วเผิงกำลังจะบอกเราว่า มันก็เป็นอย่างนี้แหละ เขาใช้ประสบการณ์ชีวิตที่มากมายมาบอกความหมายของการใช้ชีวิตและคุณค่าของความพยายาม เขาใช้เพลงอันแสนวิเศษและผลงานในจอโทรทัศน์มาประดับประดาชีวิตของเรา เขาก็เป็นทั้งเพื่อนทั้งครู คนแบบนี้แม้จะเหมือนเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันมาบรรจบกัน แต่เขาก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่จริงในโลกของเรา และนี่ก็พรหมลิขิตของพวกเรากับโหย่วเผิง
 
ปิดท้าย ปี 2010 ต้อนรับ ปี 2011 ที่กำลังใกล้เข้ามา ถ่ายเนื่องผลงานที่ทรงเกียรติ พวกเราและโหย่วเผิงต่างก็ต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เพราะความขยันและไม่พอใจกับสภาพที่เป็นอยู่เสมอ ทำให้เขาผลิตผลงานใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา และที่เราสามารถทำได้ก็คือรับความรักของเขาไว้ เป็นเพื่อนร่วมทาง ไม่ท้อไม่ถอย เดินทางสุดหล้าฟ้าเขียว ความรักของพวกเราก็อยู่นะที่นั้น เพราะพลังแห่งความรัก จะทำให้เราแข้มแข็ง และงดงาม
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Alec Love Me ที่ สิงหาคม 27, 2012, 05:30:01 AM
http://www.youtube.com/v/-rKIfbqeS9E&feature=plcp
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ สิงหาคม 27, 2012, 08:18:58 AM
http://www.youtube.com/v/1ytkZ_mW3t0&feature=plcp
หัวข้อ: Re: ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ สิงหาคม 27, 2012, 08:28:10 AM
http://www.youtube.com/v/35bYapJOIhI&feature=plcp
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2013, 10:51:32 AM
ที่มา http://thai.cri.cn/1/2006/03/10/21@63540.htm

โหย่วเผิง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Alec เกิดวันที่ 11 กันยายน ปี 1973 ที่ไต้หวัน ครอบครัวของเขามีพ่อ แม่และน้องชายหนึ่งคน ซูโหย่วเผิงเข้าวงการบันเทิงตอนอายุ 15 ปี เคยเป็นสมาชิกวง"เสี่ยวหู่ตุ้ย" วงดนตรีไต้หวันที่มีชื่อเสียงในเอเซีย เมื่อเดือนธันวาคม ปี 1992 ซูโหย่วเผิงออกอัลบั้มชุดแรก ชื่อwo zhi yao ni ai wo แปลว่า "ขอเพียงแต่เธอรักฉันเท่านั้น" เพราะรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาและเสียงไพเราะ ทำให้ซูโหย่วเผิงได้รับความนิยมจากแฟน ๆ อย่างมาก และขายดีมาก ตั้งแต่ปี 1992 จนถึง ปี 2004 ซูโหย่วเผิงออกอัลบั้มถึง 17 ชุด ได้รับรางวัลดนตรีมากมายทั้งในแผ่นดินใหญ่จีน ฮ่องกง ไต้หวันและต่างประเทศ

นอกจากซูโหย่วเผิงจะได้รับความสำเร็จอย่างมากในวงการดนตรีแล้ว เขายังเข้าวงการการแสดงอีกด้วย ซูโหย่วเผิงเล่นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์มากมาย และก็ได้รับความสำเร็จอย่างดีอีกเช่นกัน เมื่อปี1997 ซูโหย่วเผิงเข้าร่วมแสดงละครโทรทัศน์เรื่อง"องค์หญิงกำมะลอ" ฝีมือการแสดงยอดเยี่ยมทำให้เขาได้รับความนิยมอย่างมาก ปัจจุบัน ซูโหย่วเผิงเป็นทั้งนักร้องและนักแสดงที่ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่
 

http://www.youtube.com/v/SwyrvlFfpbk&feature=related
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2013, 10:52:01 AM
ที่มา : http://et.21cn.com/gundong/etscroll/2011/12/26/10257183.shtml

(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/625cf3ffgw1dr0o0t9n4xj.jpg)

 25 ธันวาคม 2554 ซูโหยวเผิงกลับมาเล่นละครย้อนยุครับบทเป็น ฮั่นเซี่ยนตี้ ในงานข้ามปี

อีกห้าวันจะถึงวันปีใหม่ งานข้ามปีของช่องข่าวบันเทิงโซฮุ 
ทีวีดาวเทียมที่ยิ่งใหญ่ก็มาถึงการเตรียมการขั้นสุดท้ายแล้ว

ซูโหยวเผิง นักแสดงภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงของประเทศ   
ทำให้คนตกตะลึงโดยการเลือกนำเพลงเก่ามาร้องในงานข้ามปี

ปี 1997 ซูโหยวเผิงรับบทเป็นองค์ชายห้าในละครตั้งแต่นั้นมาก็ละทิ้งวงเสือน้อยและเงียบไปอยู่พักหนึ่ง

-ตั้งแต่ องค์หญิงกำมะลอ1-2
-เราสองหัวใจเดียวกัน  ถึง
-เดชเซียวฮื่อยี้
-ดาบมังกรหยก 
-วีระบุรุษขุนศึกตระกูลหยาง
-องค์หญิงแสนซน

ซูโหยวเผิงประสบความสำเร็จได้รับรางวัลและได้รับการต้อนรับจากผู้ชมอย่างดี
แต่กลับปฏิเสธการเชิญไปเล่นละครอีกหลายเรื่อง เริ่มขยายตลาดภาพยนตร์
ความพยายามที่ผ่านมา 3 ปี ทำให้เด็กหนุ่มในวันเก่า กลายเป็นชายหนุ่มที่เติบโตมากขึ้น

-ภาพยนตร์ปี 2010 (The Message) บทที่ซูโหยวเผิงได้รับทำให้เขาได้รับรางวัลดาราสมทบชายยอดเยี่ยม
-ภาพยนตร์ปี 2010 ( A Tibetan Love Song  ) ได้รับรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมของมาเก๊า
-ต่อมา(Lost In Panic Room), (Design of Death) รวมถึงที่ตอนนี้กำลังถ่ายอยู่(The Assassins  )

ซูโหยวเผิงและโจวเหวินฟะกลับมาแสดงเป็น ฮั่นเสี้ยนตี้
และยังมีดาราคนอื่นๆ เช่น หลิวอี้เฟย, ยู้มู่หง ,เหยียนนี,
หนีต้าหงร่วมแสดงด้วย เป็นต้น

ซูโหยวเผิงวัย 20 ปี ไฟแรงยังไม่หยุดแสวงหาความก้าวหน้า
ตั้งแต่ร้องเพลง เล่นละคร จนถึงแสดงภาพยนตร์
เปลี่ยนจาก  ไกวไกวหู่ กลายเป็น คนที่มีชื่อเสียง

คืนส่งท้ายปีเก่าซูโหยวเผิงนำทีมงานจากเหอเป่ยไปที่ ฮ่ายโค่ว
เพื่อไปที่สถานีชานตง ร่วมงานข้ามปี 2012 งานนี้หัวข้อของการร้องเต้นคือ
ความเยาว์วัย  ความรัก ความดื้อรั้น ความสนุกสนาน
ซูโหยวเผิงนำความเยาว์วัย ความดื้อรั้นของเขา มาหาความรักและความสุข

ซูโหยวเผิงเข้าร่วมงานข้ามปีของสถานีโทรทัศน์ชานตง
วงเสือน้อยในวันเก่าได้ออกมาท่องเที่ยวในโลกแห่งภาพยนตร์และโทรทัศน์แล้ว

ปลายปี 2011 สถานีต่างเปิดการแข่งขัน  ปีนี้การแข่งขันดุเดือดมาก
สถานีชานตงปีนี้เข้าร่วมเป็นครั้งแรก  งานข้ามปีที่ฮ่ายโค่ว 
สร้างบรรยากาศชายหาดให้โรแมนติกนัดแสดงเฉินหลงจง ,
ซูโหย่วเผิง หนึ่งในนักแสดงที่มีชื่อ มารวมตัวกันที่งานข้ามปีที่ฮ่ายโค่วสถานีชานตง
ก่อนหน้านี้ไม่นานข่าวลือปัญหาการรวมวงของวงเสือน้อย

ซูโหย่วเผิงกล่าวว่า ไม่รู้เรื่องนี้ และเรื่องข่าวลือเสืยงเรียกร้องเรื่องการรวมวง
ปี 2010 ปลายฤดูใบไม้ผลิ การปรากฏตัวของวงเสือน้อยเป็นที่ประทับใจของคนดูเป็นอย่างมาก
หวนระลึกความทรงจำที่ดีของวงเสือน้อยต่อคนดู  อย่างไรก็ตามสามคนก็อยู่คนละบริษัท
การพัฒนาของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน  ดังนั้นการรวมวงของวงเสือน้อยรอไม่ได้

ตั้งแต่ปีที่แล้ว(The Message) เริ่ม  ซูโหย่วเผิงก็เล่นเป็นทหารในหนัง
หนังที่เขาแสดงไม่ว่าจะเป็น box office หรือ โค่วเปย ต่างได้รับความสำเร็จไม่น้อย
และปีนี้ละครย้อนยุค(ปู้ปู้จิงซิน) ยังทำให้อู่ฉีหลง ที่งานแต่งเซี่ยหน่า
สองคนพบกันและคุยเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องร่วมงานกัน

ทำให้คนดูรอ เฉินจื้อเผิงที่หลายปีไม่รับงานก็กำลังถ่ายละครอยู่(ล่วนชื่อว่างจุ่)
แม้ว่าการรวมวงของวงเสือน้อยจะมีปัญหาปกติงานซูโหยวเผิงจะร้องเพลงเพื่อละคร(เฟิงเชิง)
เขาตั้งใจไปเรียนโอเปร่า เวทีส่งท้ายปีมณฑลซานตงทีวีดาวเทียมใหม่จะแสดงความสามารถของเขา
เขาจะอุทิศให้คนดูชื่นชมการแสดงของเขา

หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2013, 10:52:25 AM
http://www.youtube.com/v/gfvz4vQZSxs&feature=relmfu


30 ธันวาคม 2554 สถานีโทรทัศน์ชานตงอวยพรปีใหม่

งานปีใหม่ที่อบอุ่นคลื่นความร้อนของหาดฮ่ายโค่ว(หนี่ฮ่าว 2010)
สถานีโทรทัศน์ชานตงแสดงการร้องเพลงวันนี้ตอน 19.30 ที่หลานก่านซิ่งโดยมีแขกรับเชิญคือ
ซิ่น ซูโหย่วเผิง เฉินฉู่เชิง  อยู่ฉวน จางโย่วเห้อ  อาตู้  หล่าวหลาง สู่เหว่ย  จี้หมิ่นเจี้ย  เหอเจี๋ย  คาวบอยดิ๊ค เป็นต้น
ดารานักแสดงดังจะทำให้คนดูตกตะลึงกับการแสดงเต็ม 5 ชม คนดูสองหมื่นคนทั้งสนามรวมทั้งคนดูทั่วโลกข้ามปีร่วมกันที่งานข้ามปี

ตั้งแต่บทเพลงคลาสสิกของเสี่ยวหู่ตุ้ยจนถึงละครที่โด่งดังของเอเชีย(องค์หญิงกำมะลอ) และถึงดาราดังบ๊อกซ์ออฟฟิศ
ซูโหย่วเผิงที่นับวันยิ่งมุมานะตอนนี้แสดงหนังเอง(Design of Death) หลังจากที่ออกจากวงเสือน้อย

อู๋ฉีหลงและซูโหย่วเผิงช่วงที่เล่นละครก็ไม่ค่อยได้ร้องเพลง  เพลงของวงเสือน้อยที่เป็นผลงานชิ้นเอกคือ (อ้าย)
เพราะยากที่จะต้องเต้นด้วย  -อ้ายเตอะโช่วยู๋  ครั้งนี้ท้าทายซูโหย่วเผิงมาก 
การแสดงเพลง(อ้าย) เขายังต้องรองเพลง(หว่อเตอะอ้ายซินฉิง)และ(เปยเปา)

เขาไม่ว่ายังไงต้องใส่ความรักลงไปเพลงเพื่อการแสดงของสถานีโทรทัศน์ชานตง
ให้คนดูที่ใจจดใจจ่อชมการแสดงของเขา  

หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2013, 10:52:55 AM
ที่มา : http://ent.sina.com.cn/s/h/2011-12-31/17553522580.shtml

http://www.youtube.com/v/X8dOhp8r8EY&feature=endscreen&NR=1

31 ธันวาคม 2554 ซูโหย่วเผิงให้สัมภาษณ์งานข้ามปี

ช่องข่าวบันเทิง วันที่ 31เดือน 12 ตอนบ่าย
ซูโหย่วเผิง(wb) เป็นแขกของการสัมภาษณ์กับแฟนๆ

ซูโหยวเผิงตอบอย่างอย่างมีอารมณ์ขันและไวพริบได้รับกำลังใจจากแฟนๆ
เขาหัวเราะและบอกว่าเขาจะใส่บิกินี่เข้าร่วมหลินซินหยู(wb)
ยังบอกอีกว่ามั่นใจในตัวเองมากกว่าพี่ชายสี่ตรงไปตรงมากว่าไม่ต้องการเด็ก

การแสดงกังฟูตลก:  สวมบิกินี่เข้าร่วมงานวันเกิดซินหยู
แม้ว่าจะมีการคุยออนไลน์กับแฟนๆไม่นาน
แต่กังฟูตลกของซูโหย่วเผิงกลับเปิดเผยหมดจด

ถาม:  ซินหยูเชิญคุณเข้าร่วมวันเกิดของเขา คุณจะไปหรือไม่ 
ตอบ:  ใส่บิกินี่ไป
ถาม: ฉันอยากฟังเพลงใหม่ของคุณ กล้าร้องเพลงเสียงสูงหรือป่าว
ตอบ: คุณกล้าฟังหรือป่าวล่ะ
ถาม: ดูเหมือนว่าไม่เคยเห็นคุณแสดงละครลึกลับเคยมีวางแผนไว้บ้างมั๊ยแสดงเป็นปีศาจอมตะ
ตอบ: คุณดูผมโอเคมั๊ย มีแฟนๆชอบอารมณ์ขันของเขา

ซูโหยวเผิงหัวเราะตอบว่า ผมมีหลายคาแรกเตอร์ บางครั้งกังวลบางครั้งก็ดูบ้า  
ตรงไปตรงมาไม่ต้องการเด็ก มั่นใจในตัวเองมากกว่าพี่ชายสี่
แฟนๆนอกจากจะเป็นห่วงเรื่องความรู้สึกของซูโหย่วเผิงแล้ว
ยังถามเขาถึงเมื่อไหรจะต้องการมีลูก  ซูโหย่วเผิงตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า
ผมไม่ควรมีลูก  ในบทสัมภาษณ์  ยังมีแฟนๆของอู๋ฉีหลงไม่น้อยที่มีส่วนร่วม
มีแฟนๆถามซูโหย่วเผิงพี่ชายสี่กับพี่ชายห้าใครร้ายกว่ากัน

ซูโหยวเผิงตอบอย่างมั่นใจว่า ก็ต้องพี่ชายห้าแน่อยู่แล้ว
ยังมีแฟนๆที่คิดถึงซูโหย่วเผิงการปรากฏตัวในจอ(ละครทีวี)ของซูโหยวเผิง
ถามเขาว่าจะแสดงซูเสี่ยวเผิง บทแบบพี่ชายห้า ซูโหย่วเผิงบอกว่ายาก
เขามีความต้องการที่สูงกว่านี้ ในเวลาอันสั้นนี้เขาจะเป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์  
ชอบฟังเพลงของหวางเฟย คุณแม่มีผลต่อตนมากที่สุด

ตอนที่พูดถึงสิ่งที่สนใจ งานอดิเรก ซูโหยวเผิงกว่าเขาชอบฟังเพลงหวางเฟย,โฟวจิง, ซีหยาง
ยังชอบดูภาพยนตร์ศิลปะ นอกจากนี้พุทธศาสนามีอิทธิพลกับตัวเองมาก
ความตื้นทำให้ทัศนคติดีขึ้น ความลึกคือความเข้าใจชีวิตอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ซูโหยวเผิงยังเปิดเผยว่าคุณแม่มีผลต่อตนมากที่สุดคนหนึ่ง  
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2013, 10:53:26 AM
[12.02.03]苏有朋:经营好你的人生
http://tieba.baidu.com/p/1397458563
(http://i209.photobucket.com/albums/bb106/alec_004/5bafa40f4bfbfbeddc007fcc78f0f736afc31f23.jpg)



3 กุมภาพันธ์ 2555 ซูโหยวเผิง : หลังจากวงเสี่ยวหู่ตุ้ยแยกวงกัน “ไกวไกวหู่” ซูโหยวเผิงไม่อยู่เฉยๆ

ในใจเขามีความคิดที่แข็งแกร่ง ก็คือถ่ายภาพยนตร์  ยังทำให้ตัวเองฝันฝ่าอุปสรรคภาพลักษณ์ความเป็นหน้าใหม่
เขาคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตอบแทนพ่อแม่ ยังรู้สึกขอบคุณพ่อแม่ที่สองสามปีนี้สนับสนุนเขาอย่างเงียบๆ

ผมต้องเป็นซูโหยวเผิงที่มีเอกลักษณ์ หลังจากซูโหยวเผิงแสดงเป็นองค์ชายห้า
ยังแสดงเป้น ซูเสี่ยวเผิง,ฮวยบ่อข่วย,  ตู้เฟย,  เตียบ่อกี้  หยางซื่อหลางเป็นต้น

มีนักแสดงมากมาย เขาได้รับว่าเป็นไอดอล(Idol)จากภาพยนตร์และโทรทัศน์
หลังจากเล่นแต่บทดีๆมามากมาย เขาก็ถ่ายละครเรื่อง(เร้ออ้าย-Re Ai) บทบาทพวกนี้ต่างก็เป็น
การเตรียมตัวของไป๋เสี่ยวเหนียนเรื่อง(เฟิงเชิง-The Message) ตอนที่เขาให้สัมภาษณ์เขาพูดอย่างนี้

บทถูกส่งไปตอนปี 2008 ส่งไปที่บริษัทจิงจี้ 
จดหมายเขียนคำโฆษณาอย่างชัดเจนว่า ”เสียงลมผ่านไปแล้ว โลกไม่มีตำนาน”   
อ่านบทจบ ซูโหยวเผิงทั้งตื่นเต้นทั้งกังวล  ที่ตื่นเต้นคือเขาอดทนรอมานาน
รอการเปลี่ยนแปลงหลายปีโอกาสในที่สุดก็มาถึงแล้ว
ที่กังวลก็คือ บทที่เขาเล่นคือการร้องอุปรากรจีน- งิ้วคุนจวี้ ของไป๋เสี่ยวเหนียนที่ลึกลับ

ถ้าแสดงไม่ดี อาจจะทำลายความพยายามสิบกว่าปีที่พยายามสร้างมา
ซูโหย่วเผิงที่กตัญญูตัดสินใจทำตามคำแนะนำของพ่อ-แม่
พ่อไม่ได้พูดอะไร แม่กลับคัดค้านอย่างมาก ความเป็นห่วงของแม่ก็คือความเป็นห่วงของซูโหยวเผิง

หนึ่งอาทิตย์เต็ม ซูโหย่วเผิงขังตัวเองในห้อง คิดอย่างหนัก ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจออกจากห้อง
ก่อนเปิดมือถือ ซูโหยวเผิงหวีผม  หนวดขึ้นเต็ม  เหมือนตอนที่ถ่ายหนังเรื่อง(เย้ออ้าย)
เขาปฏิเสธสิ่งบันเทิงทั้งหมด ทุ่มทั้งกายและใจลงไปในสคริป เพื่อที่จะเรียนอุปรากรจีน

ซูโหย่วงเผิงเชิญครูสอนอุปรากรจีนโดยเฉพาะ  อุปรากรจีน-เรียนยากมาก
ทุกๆการกระทำ ทุกๆรายละเอียด เขาจริงจังมาก หลังจากฝึกซ้อมเสร็จ
ยังต้องรีบไปถ่ายละคร ระยะเวลาอันสั้นนี้ ตอนที่เขายุ่ง ขนาดข้าวยังแทบไม่ได้กิน

ซูโหย่วเผิงในละครเป็นตัวละครที่ยากมาก  เพื่อที่จะรักษาความเป็นตัวละครเอาไว้
ซูโหย่วเผิงตอนที่ถ่ายละครก็ทำตัวลึกลับ ไม่คุยกับใครๆ  แล้วยังยืนเงียบๆอยู่คนเดียว
ถึงขนาดหยุดร้องเพลงอุปรากรจีนเพื่อที่จะเข้าถึงความรู้สึก 

ในขณะที่ถ่ายทำเขาไม่ใช้ตัวแสดงแทน  การทรมานทั้งหมดเขารับเองทั้งหมด เคยถูกแส้ทำให้หูอื้อ
ไม่มีความมืดและเมฆสามารถบดบัง  ความพยายามและความทุ่มเทเช่นนี้ 
การอุทิศตนเพื่อศิลปะการแสดงอย่างหนัก ซูโหย่วเผิงถึงจะเป็น ไป๋เสี่ยวเหนียน 

เป็นความสำเร็จที่งดงามหลังจากการเปลี่ยนแปลงของซูโหย่วเผิงคนใหม่
ผู้อำนวยการหนังสือ เกาฉุน ยังกล่าวว่า ซูโหย่วเผิงเข้าใจเข้าถึงบทนี้เกินกว่าที่เขาคิด
โปรดิวเซอร์เสี่ยวกัง ก็เป็นคนที่ตะลึงในตัวซูโหย่วเผิงมากที่สุด

การแสดงของซูโหย่วเผิงทำให้คนไม่อาจลืมได้
เขาเป็นไอดอลวัยรุ่น แต่ครั้งนี้ในหนัง ( เฟิงเชิง-The Message)
เป็นการผสมผสาน เกินกว่าที่จินตนาการไว้มาก

ซูโหย่วเผิงตอนที่ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ทำไมไม่หยุดทำลายภาพลักษณ์ตัวเอง

โหย่วเผิงตอบว่า ทุกคนต้องทำงานของตัวเอง จากสมาชิกวงเสี่ยวหู่ตุ้ยต้องบินเดี่ยว
จาก องค์หญิงกำมะลอ ถึง เย้ออ้าย จนถึง เฟิงเชิง เขาก็ยึดมั่นเช่นนี้เรื่อยมา
แม้ว่าจะมีการสูญเสียและสูญหาย เขาไม่เคยยอมแพ้ เพราะหวังไว้สูง

มีเพียงแต่ต้องยึดมั่นต่อไป ไม่หยุดก้าวต่อไปข้างหน้า
ถึงจะนำชีวิตของตัวเองกว้างไกลและเปิดกว้างมากขึ้น
ถึงจะสามารถเป็นที่ต้อนรับของโลกใหม่

หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2013, 10:53:56 AM
[12.03.18]价值观教育之偶像:苏有朋
http://tieba.baidu.com/p/1462808467
(http://i184.photobucket.com/albums/x178/alec_002/4287a310cfd9e41bdc540164.jpg)


18 มีนาคม 2555 ค่านิยมการศึกษาของไอดอล

ใครๆก็เคยเป็นวัยรุ่น วันรุ่นง่ายแก่การลุ่มหลง นับถือไอดอล เพราะไม่ต้องการเหตุผล
“เจ๋ง” หล่อ  เป็นเหตุผลหรือ พูดอย่างเข้มงวดแล้ว ไม่น่าจะใช่ เป็นแค่เพียงความรู้สึกอย่างหนึ่ง
 แต่ว่าความรู้สึกนี้เป็นเหตุผลหลัก ตอนนี้วัยรุ่นต่างก็หา ตัวตนของตัวเอง

ตัวตนของตัวเองนั้นจะหาได้อย่างไร จึงต้องการต้นแบบ 
ความรู้สึกที่ดี ก็สร้างต้นแบบขึ้น ต้นแบบก็จะเหมือนตัวตนของตัวเอง
ไม่ต้องพูด เฉินฮ้าวหนาน เล่นเป็น เสี่ยวหม่าเกอ ใส่เสื้อแจ็ตแกตกันลม
เหลียงฉาวเหว่ยในเรื่อง(อาเฟยเจิ้งฉวน)  หวีผมสองสามที ก็ทำให้คนหลงจนโงหัวไม่ขึ้นไม่ใช่หรอ

การศึกษาไม่ใช่อำนาจที่ไม่มีที่สิ้นสุด สนใจหรือไม่ยังต้องสนใจความรู้สึกของใจคน
ปัญหาคือจะแนะนำสั่งสอนอย่างไร จะให้ความรู้สึกนี้เป็นเหตุผลหนึ่ง
นับถือการลงทุน  ต้องคิดให้ดี อย่าตาบอด  จินยงเขียนไว้ใน( เสี้ยวอ้าวเจียงหู)
ลิ้งหูนับถือมาสเตอร์เขา เย่วปู้ฉุน จนถึงภายหลังพบว่าเย่วปู้ฉุนคือ เว่ยจุนจื่อ
ทำให้เขาสูญเสีย เกือบจะพังทลาย ดังนั้น ความนับถือของวัยรุ่นต้องสนใจ
ต้องมีการวิเคราะห์เหตุผล

เรื่องของไอดอล พูดไปแล้ว เป็นต้นแบบของบางคน
เช่นก๊อปปี้ดาราใส่เสื้อผ้าอะไร ว่าอีกแง่หนึ่งก็เป็นสัญลักษณ์ที่มีค่า
เรื่องนี้มีตัวอย่าง เพลงป๊อปไต้หวันต้องการที่จะผลักดันไอดอลของวัยรุ่น
ของที่พ่อแม่ไม่ได้ซื้อ ภายหลังวงเสี่ยวหู่ตุ้ยออกมา หนึ่งในนั้นมี

ไกวไกวหู่ ซูโหย่วเผิงเป็นนักเรียนที่ดี ทำให้พ่อแม่วางใจ
เพราะคนนี้สามารถเป็นสัญลักษณ์ของวัยรุ่น ผ่านค่าของสังคมกระแสหลัก”

“เวลา” สิ่งนี้ ไม่เคยหวนกลับ นักศึกษาวรรณคดีพูดว่า
วัยรุ่นโหดร้าย คำพูดนี้ฟังดูมีเหตุผล ขั้นตอนการพัฒนาช่วงชีวิตของวัยรุ่น
มีไอดอลบางคน เป็นเรื่องปกติมาก หรือว่าเป็นเรื่องดี

เพราะว่าสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง แต่ว่าความว่างเปล่าของตัวไอดอลแม้กระทั่งการด้านลบ
ดาวโหลด ต้องผ่านการกลั่นกรอง นี่คือปัญหาการศึกษาที่ต้องเผชิญ แล้วก็เป็นปัญหาการสร้างไอดอล ที่ต้องคิด
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2013, 10:54:23 AM
ที่มา : http://tieba.baidu.com/p/1487401883

(http://i278.photobucket.com/albums/kk98/scanbymoon/55e736d12f2eb938cd15624dd5628535e5dd6f10.jpg)
(http://i278.photobucket.com/albums/kk98/scanbymoon/91ef76c6a7efce1bfd51d075af51f3deb48f6512.jpg)
(http://i278.photobucket.com/albums/kk98/scanbymoon/1e30e924b899a901bc4f43891d950a7b0208f513.jpg)

1  เมษายน  2555 ซูโหย่วเผิงทำหน้าที่เป็นฑูตงานการกุศล

ซูโหย่วเผิง, หานเกิง,  หยางมี้, ทำหน้าที่เป็นทูตงานการกุศล

ซูโหย่วเผิง, หานเกิง ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการที่จะเป็นฑูตมูลนิธิประเทศจีน
สำหรับการบรรเทาความยากจน ปี 2012 เป็นทูตการกุศล

เพื่อที่จะถ่ายโฆษณางานการกุศล คนที่เรียกร้องมีมากขึ้นสนใจในการศึกษา
การกีฬาในพื้นที่เด็กยากจน สนใจในเด็กที่ถูกทิ้งอยู่ในบ้านในพื้นที่เด็กยากจน

ซูโหย่วเผิงเป็นทูตมูลนิธิประเทศจีนสำหรับการบรรเทาความยากจนมาสามปีแล้ว
เขาไม่เพียงเป็นศิลปินและดารา ที่บริจาคหนึ่งแสนหยวนทุกปี

นอกจากนี้ เขายังมีส่วนร่วมกับโครงการความกังวลต่อสังคมสงเคราะห์สาธารณะมีผลกระทบต่อแฟนเพลงและแฟนละคร
ปีที่แล้วมีการประชุมภาพยนตร์ มีแฟนๆละครส่งของให้เขาบริจาคให้กับงานการกุศลและได้รับประกาศษณีย์บัตรเป็นของขวัญ   
การถ่ายทำตัวอย่างของปีนี้ ซูโหย่วเผิงพูดอย่างอิ่มแอมใจว่า

การมีส่วนร่วมในงานสังคมสงเคราะห์สาธารณะทำให้เขาได้รับประโยชน์อย่างมาก
เขารู้สึกถึงการให้ความรักและได้รับความรักคือความสุขที่เท่าเทียมกัน
ดังนั้นคนที่มีความหวังเพิ่มขึ้นสามารถดูแลเด็กที่ยากจนเหล่านี้
ในเวลาเดียวกันการให้ความรักของตัวเอง ก็ได้รับความสุขเช่นกัน
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2013, 10:54:50 AM
ที่มา : http://news.766.com/dl/2012-04-05/1566081.shtml

5 เมษายน 2555ซูโหย่วเผิงออกอัลบั้มใหม่

(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/70ccb901jw1dr50snt6vcj.jpg)

เทรนใหม่เร็วๆนี้ แม้ว่าปีนี้จะมีผลงานละครออกมามากมาย แต่ว่าเสียงที่คุ้นเคยไพเราะยังคงเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ
ก่อนหน้านี้ซูโหย่วเผิงได้ไปถ่ายภาพจากสตูดิโอบันทึกใหญ่ที่สุดในเอเชีย
และยังได้ติดต่อเรื่องการทำเพลงใหม่ อาจออกอัลบั้มใหม่ออกมา
ซูโหย่วเผิงคราวที่แล้วออกอัลบั้มมาเมื่อสี่ปีที่แล้ว

แม้ว่าผลงานใหม่ๆยังไม่ได้เห็น แต่แต่การร้องเพลงเป็นที่น่าอัศจรรย์มาก
และเขาได้รับการเรียกร้องจากที่แฟน ๆ และผู้ฟัง

วงเสี่ยวหู่ตุ้ยเมื่อก่อนจนถึงหลังจากเข้าร่วมฮวาอี๋-HY( ต้าปู้เหลี่ยว)
เสียงของซูโหย่วเผิงในการแสดงแสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่ดีต่อชีวิต
และก็เป็นเพราะการมองโลกในแง่ดีเช่นนี้ มักจะได้รับเชิญจากนิตยสารแฟชั่นและกิจกรรมของทุกเพศทุกวัย

ปีนี้ มักจะสำรวจศักยภาพของตัวเองในผลงานภาพยนต์
โดยเฉพาะในบทบาทที่ได้รับที่แตกต่างออกไป ทำให้คนประทับใจอย่างมาก
โดยเฉพาะปีที่ผ่านมา ซูโหย่วเผิงได้เปลี่ยนแปลงผลงานที่ผ่านมา
ทำลายภาพลักษณ์เจ้าชายที่คนมีต่อเขา ต้องการการเปลี่ยนแปลงผ่านบทบาทที่แตกต่างกัน

เขาได้เคยทำงานร่วมกับนักแสดง  ซูโหย่วเผิงในตอนนี้กำลังทำผลงานใหม่ออกมาให้ผู้ชมได้ชมกัน
และทุกวันนี้ กำลังทำเพลงใหม่ อาจจะเป็นซูโหย่วเผิงที่โตขึ้น เพลงมีระดับที่สูงขึ้น
ไม่ว่าทำเพลงหรือว่าเขียนเพลงต่างก็เป็นประสบการณ์ที่ดี  สามารถเป็นนักแต่งเพลงที่แท้จริง

คนที่ดีใจที่สุดคือแฟนเพลงของเขา หลังจากที่รอคอยมานาน
บางทีรู้สึกถึงความรู้สึกของซูโหย่วเผิงที่จะนำเพลงที่มีความสุขมาให้
ทุกวันนี้ตัวตนคาแร๊กเตอร์ของซูโหย่วเผิงยังคงอยู่

(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/86001b5fgw1dq9j041adbj.jpg)

ไม่กี่วันที่ผ่านมา(ว่านหวางจือหวาง3เถิงซุ่นป่าน)
มีดาราเชิญซูโหย่วเผิง หวังว่าไกวไกวหู่จะกลายเป็น(ว่านหวางจือหวาง3เถิงซุ่นป่าน) 

มีรายงานว่า (ว่านหวางจือหวาง3เถิงซุ่นป่าน)   เชิญซูโหยวเผิงเป็นตัวแทนร้องเพลงของเกม
และตั้งใจที่จะเชิญชวนให้ซูโหย่วเผิงจะร้องเพลงทดสอบการเปิดเกม
แม้ว่าผู้จัดการซูโหย่วเผิงจะไม่ตอบเรื่องนี้ แต่ตามแหล่งที่มา

งานเพลงครั้งนี้จะเป็นสไตล์ยุโรปและอเมริกา ต่างกับเพลงก่อนหน้านี้ในภาพลักษณ์เจ้าชาย
แต่ปัญหาของ(ว่านหวางจือหวาง3เถิงซุ่นป่าน)   คือ อัศวินสไตล์ยุโรปและอเมริกา และก็เป็น(ว่านหวางจือหวาง3เถิงซุ่นป่าน)
มีความพยายามอย่างมากที่จะเชิญซูโหย่วเผิง ตามการรายงาน(ว่านหวางจือหวาง3เถิงซุ่นป่าน) 
นอกจากจะเชิญซูโหย่วเผิง ตอนที่ลองเกมยังเชิญซูโหย่วเผิงไปร้องเพลงด้วย แม้ว่าตอนนี้(ว่านหวางจือหวาง3เถิงซุ่นป่าน)
จะมีกระแสดีมาก แต่ว่าซูโหย่วเผิงยังไม่มีการตอบเรื่องนี้ และเรื่องนี้ยังทำให้เพื่อนในอินเตอร์เน็ตกังวล
มีเกมเดา(ว่านหวางจือหวาง3เถิงซุ่นป่าน)    ถ้า(ว่านหวางจือหวาง3เถิงซุ่นป่าน)   สามารถจับมือซูโหย่วเผิงเป็นคนสุดท้าย

เพลงที่ออกมาใหม่จะได้เป็นเพลงหลักของ(ว่านหวางจือหวาง3เถิงซุ่นป่าน)
วันที่ 6 เมษายน( ว่านหวางจือหวาง3เถิงซุ่นป่าน) จะเปิดตัว และสิ่งที่สงสัยทั้งหมดจะถูกเปิดเผยออกมา
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2013, 10:55:14 AM
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/70ccb901jw1dsr1yf6cvdj.jpg)

28 เมษายน 2555 ซูโหย่วเผิงจะสร้างห้องทำงานในการบินเดี่ยวไม่มีผู้จัดการ(ไร้ต้นสังกัด..นักแสดงอิสระ)

ซูโหย่วเผิงจะสร้างห้องทำงานในการบินเดี่ยวไม่มีผู้จัดการ  ถามประสบการณ์จากฟ่านปิงปิง
ซูโหย่วเผิงยุ่งอยู่กับการโปรโมทละคร(ชาเชิง)  เมื่อวานนี้เขาเปิดเผยว่ากำลังเตรียมห้องทำงานของตัวเอง
ยิ่งเป็นการเพิ่มกระแสที่ดาราบินเดี่ยวไร้ผู้จัดการ

ปีที่แล้วซูโหย่วเผิงเป็นพระเอกหนังห้าเรื่อง ปีนี้ก้อมีงาน(ชาเชิง) (ถงเชว่ถาย) สองเรื่อง
หนึ่งในนั้นกำลังออนแอร์อยู่(ชาเชิง) ซูโหย่วเผิงเล่นเป็นคนร้าย
ซูโหย่วเผิงฝีมือพัฒนาขึ้นทำให้มีความมั่นใจอย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมาบนแคทวอลค์ของเสื้อผ้าแบรนด์ดัง
นอกจากจะถามประสบการณ์ของฟ่านปิงปิง ซูโหย่วเผิงก็กำลังเตรียมตัวเปิดบริษัทบินเดี่ยวเอง

ซูโหย่วเผิงกล่าวว่า กำลังเตรียมตัวทำห้องทำงานของตัวเองอยู่ กำลังหาสคริปต์
อาจจะเล่นละครสองสามเรื่อง ถ้าเหมาะสมก็จะเล่นเอง การเป็นเจ้านายเอง

เขาพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า เป็นเจ้านายต้องควบคุมคนได้
เป็นนักแสดงมันเฉื่อยชา ต้องไข่วขว้าด้วยตัวเอง
ของที่ต้องการหามาได้อย่างง่ายดาย
และเมื่อพูดถึงละครของเขาจะหาใครไปร่วมแสดง
ซูโหย่วเผิงหัวเราะแล้วพูดว่า ถ้าบทดี เขาจะเล่นเอง
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2013, 10:55:53 AM
http://tieba.baidu.com/p/1568863399
http://www.faxing6.com/nanshengfaxing/2012/0503/9848.html

 มาดู สไตล์ทรงผมของซูโหย่วเผิง

ซูโหย่วเผิงไม่เพียงแต่เป็นนักร้อง นักแสดง แต่ในภาพยนตร์ยังได้เป็นผู้ชายที่เพอร์เฟค มาดู สไตล์ทรงผมของซูโหย่วเผิงในช่วงหลายปีนี้กัน

ทรงผมสั้น  
ทรงผมสั้นแบบง่ายๆ ซูโหย่วเผิงให้ความรู้สึกเป็นสุภาพบุรุษ  ตัดโดยใช้กรรไกรเล็ม ให้ปุยๆขึ้นเล็กน้อย ผมหน้าม้าตรงหน้าผากปัดข้าง แล้วจัดผมตรงขมับ ทรงนี้จะทำให้ผู้ชายมีเสน่ห์และดูดีมากขึ้น
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/1-19.jpg)

ทรงปัดผมไว้ข้างหลัง  
ทรงปัดไปข้างหลังของผู้ชาย จะนำผมส่วนกลางหวีกลับไปด้านหลัง ผมตรงขมับตัวจนเท่ากัน เป็นการออกแบบทรงผมที่ทำให้คุณผู้ชายดูแมนขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/2-21.jpg)

ผมหน้าม้ายาวเท่

ผู้ชายไว้ผมหน้าม้ายาว ให้ความรู้สึกร็อค  ผมหน้าม้ายาวถึงหูให้ความรู้สึกมีมิติ เป็นโมฮอกเล็กๆ ผมด้านหลังตัดออกหมด เพื่อเน้นผมหน้าม้าที่ยาวเป๋
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/3-21.jpg)

ผมตั้ง  
ผมตั้งของซูโหย่วเผิง เป็นหนึ่งในทรงผมที่ฮิตของผู้ชาย ผมตรงกลางถูกตั้งขึ้นมา ได้ทรงผมที่ไม่เหมือนใคร ออกแบบดัดผม ทำให้ผมออกมามีลักษณะคล้ายดอกไม้ เพิ่มเสน่ห์ให้กับผู้ชาย
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/4-21.jpg)

หน้าม้าเฉียง  
ซูโหย่วเผิงตัดผมสั้นให้ความรู้สึกที่ลึกลับ ผมสั้นแบบนี้ ทำให้ผมหน้าม้ายิ่งเด่นขึ้น ทำให้ดูแมนขึ้น

(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/5-20.jpg)

ผมยาว  
ซูโหย่วเผิงไว้ผมยาว ต้องใช้เทคนิคการเล้มผม  ผมปลายยาวทำให้ดูฟูขึ้นเล็กน้อย ด้านหน้าปล่อยผมหน้าม้าไว้ครึ่งหน้าผาก ปรับรูปหน้าของซูโหย่วเผิงทำให้หน้าดูเพอร์เฟคมากขึ้น
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/6-16.jpg)
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2013, 10:56:25 AM
[12.05.07] 苏有朋发起公益活动呼唤关爱空巢老人(图
http://tieba.baidu.com/p/1575592883
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/561247_384448874926945_260376864000814_1021293_1607098051_n.jpg)
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/555207_387352057969960_260376864000814_1027728_700080818_n.jpg)

7 พฤษภาคม 2555  ซูโหย่วเผิงเรื่มเรียกร้องกิจกรรมสาธารณะให้กับผู้สูงอายุ  

ตามที่ซุโหย่งเผิงเปดเผยห้องทำงานใหม่ของเขา  เนื่องจากซูโหย่วเผิงเริ่มที่จะจัดโครงการเพื่อผู้สูงอายุ  เป็นคนที่ริเริ่มกิจกรรมสาธารณะ ซูโหย่วเผิงเพื่อที่จะถ่ายโฆษณาโครงการนี้  หวังว่า กำลังของตนเองและการร่วมมืออย่างดีของทีม จะทำให้ทุกคนสนใจโครงการนี้    ทำให้ทุกคนรักและห่วงใยพ่อแม่มากขึ้น 

ปีล่าสุดนี้   ตามที่ปัญหาภาวะผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น แรงยิ่งขึ้น และ การเพิ่มขึ้นของประชากร ทำให้ผู้สูงอายุขาดคนดูแล ผุ้สูงอายุเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้การใส่ใจ การวางแผนของโครงการสาธารณะนี้เกิดขึ้นเพราะความรู้สึกส่วนตัวของซูโหย่วเผิง  เป็นศิลปิน เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำงาน เวลาดูแลพ่อแม่ก็มีจำกัด ในเวลาเดียวกัน ซูโหย่วเผิงก็หวังว่า จะเป้นตัวอย่างเรียกร้องคนที่จากบ้านมานานให้หันมาเอาใจใส่พ่อแม่  
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2013, 10:56:57 AM
http://tieba.baidu.com/p/1585888408
http://tieba.baidu.com/p/1588014228
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/523781_385714411467058_260376864000814_1023842_1697862019_n.jpg)


13 พฤษภาคม 2555  วันแม่ดาราทำอะไรกันบ้าง = วันแม่ / Mother's Day / 母親節
 

วันนี้เป็นวันแม่ เป็นวันที่สมควรแก่การไปกราบคุณะแม่ อย่าลืมพูดกับแม่ว่า สุขสันต์วันแม่ บางทีอาจจะคิดการซื้ออะไรเป็นของขวัญให้คุณแม่

ซูโหย่วเผิงไม่เพียงแต่ลงรูปเขากับแม่ในอดีตลงในเวยโป่ว(wb)  ยังเขียนด้วยว่า รูปเก่าๆไม่ระบุวันเวลา 555+ ตอนเด็กเขาเป็นสิ่งล้ำค่าของคุณแม่ โตขึ้นคุณแม่เป็นของล้ำค่าของเขา ขอให้คุณแม่สุขภาพแข็งแรง สุขสันต์วันแม่  ลงรูปเก่าๆที่ถ่ายกับคุณแม่ และอวยพรคุณแม่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
 
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Chomnath ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2013, 10:57:36 AM
ซูโหย่วเผิง “กบฎ”เสี่ยวไกว   
http://www.baansuyoupeng.com/webboard/index.php?topic=390.0


(http://i209.photobucket.com/albums/bb106/alec_004/70de15fdjw1dqzr2unbr9g.gif)(http://i209.photobucket.com/albums/bb106/alec_004/70de15fdjw1dqzr2unbr9g.gif)(http://i209.photobucket.com/albums/bb106/alec_004/70de15fdjw1dqzr2unbr9g.gif)

ซูโหย่วเผิง “กบฎ”เสี่ยวไกว เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นขวัญใจที่ดี ตั้งใจว่าจะเกษียณตอนอายุสี่สิบ

(หวนจู)ปีที่สิบ เข้าสู่วงการยี่สิบปี สำหรับอายุเกินสามสิบอย่างซูโหย่วเผิง ปีนี้สั่งจอวันต่างๆล่วงหน้ามากมาย ถ้าจะพูดเรื่องการมีชื่อเสียงนั้นจะถือว่าเร็ว สิบห้าปีก็ดังทั่วเอเซียก็นับว่าเป็นชีวิตที่เร็ว เขาที่พึ่งอัดเพลงโอลิมปิกเสร็จไปหมาดๆ เห็นได้ชัดว่ายังครุ่นคิดอยู่ในบรรยากาศของทำนองเพลงอยู่ เสียงดนตรียังให้เขาเร่าร้อนเดือดพล่านเหมือนเดิม ตื่นเต้นจะหาที่เปรียบไม่ได้ ภาษาทั้งรวดเร็วจนขีดสุด ได้ผ่านการล้มลุกคลุกคลานมาอย่างนับไม่ถ้วน เขาคุ้นเคยและชินกับชีวิตที่ “แบบลูกศรธนู” และยังบอกถึงอารมณ์ที่หนักแน่นของตัวเอง ได้หวนคิดถึงสมัยเด็กที่ได้แต่ใช้อารมณ์อย่างเด็ก เขาก็ยังสามารถหัวเราะเบิกบานได้ ไม่ว่าคุณจะยอมเชื่อหรือไม่เชื่อ ในตอนนั้นได้แอบย้อมผมของตัวเองเป็นสี่เขียวอย่างเสี่ยวไกว “ผู้กบฏ” ได้ค่อยๆเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นที่ไว้คราวอย่างขวัญใจที่มีคุณสมบัติ


พูดถึงสภาพขณะเข้าวงการนั้น  โหย่วเผิงนั้นอดที่จะขำไม่ได้ที่ขำออกมาสองสามครั้ง หลังจากนั้นค่อยพูดต่อ “ตอนเข้าวงการนั้นก็สนุก เพราะก่อนหน้านั้นผมได้แต่รู้จักเพียงเรียนหนังสือเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าจบ ม.ต้น แล้วได้เป็นดาราเลย”

   หลายคนอาจไม่รู้จัก คุณพ่อของโหย่วเผิงนั้นหล่อมาก หล่อจนขณะที่เดินบนถนนยังมีแมวมองมาขุดค้นเขา แต่ความคิดพ่อของโหย่วเผิงนั้นแบบหัวโบราณ คิดว่าผู้ชายไม่ควรเอาโฉมหน้ามาทำมาหากิน แน่นอนก็ไม่อยากให้ลูกชายของตัวเองไปเกี่ยวข้องกับงานอาชีพอย่างนี้ ฉะนั้น ตอนนั้นที่จริงซูโหย่วเผิงกับคุณแม่นั้นได้ปิดบังเรื่องนี้กับพ่อ เข้าร่วม “เสี่ยวหู่ตุ้ย”ตอนคัดเลือก

   “ผมในตอนนั้นการเรียนก็ไม่เลวนะ ความคิดแบบหัวโบราณอย่างพ่อแม่ก็อยากให้ลูกได้ดี คุณจะต้องตั้งใจเรียน ตอนหลังเป็นคุณแม่ที่เห็นด้วย ท่านก็รู้สึกว่าลูกก็โตแล้ว ก็น่าจะไปเพิ่มเติมความรู้ ฝึกฝนตัวเอง เพียงแต่ในตอนนั้นท่านได้ทำสัญญากับผมไว้ คือ อย่าให้มันมากระทบต่อการเรียน ฉันก็จะอณุญาตให้เธอไปร่วมกิจกรรมนี้ จะช่วยคุณปิดเรื่องนี้ไม่ให้พ่อรู้ จนมาถึงวันหนึ่ง รายการนั้นได้ออกบนทีวี สุดท้ายเห็นกันทั้งบ้าน ถูกเปิดโปงหมด ฮาๆๆๆ

   ในตอนนั้น ซูโหย่วเผิงเพียงแต่คิดว่า “เสี่ยวหู่ตุ้ย”เป็นเพียงทำเพื่อเป็นการงานอย่างหนึ่ง ไม่ได้มีความคิดแบบเป็นงานทำการค้า บริหาร เพื่อจะไม่ให้มันกระทบต่อการเรียน ยังได้ตกลงกับทางบริษัทว่าขณะเรียนจะไม่ขอลาหยุดการเรียน  “ฉะนั้น เสี่ยวหู่ตุ้ย ก็ล้วนเป็นหนึ่งปีออกอัลบั้มสองชุด คือปิดเทอมหนึ่งและเทอมสองเทอมละอัลบั้ม” แต่การทำงานจะไม่ให้กระทบต่อการเรียนได้อย่างไร เหมือนตอนนั้นที่ถ่าย (หยิวเสี่ยวอ๋อ) แต่มันกลับถ่ายทำตลอดช่วงปิดเทอมหนึ่งก็ยังถ่ายทำไม่เสร็จ ทำอย่างไรดี ก็จำต้องสละเวลาช่วงเปิดเทอมใหม่ๆไปถ่ายทำต่ออย่างจริงจัง

   สมัยนั้น เสี่ยวหู่ตุ้ย ได้ตระเวนออกคอนเสิร์ตไปทั่วไต้หวัน และยิ่งทำเอาหนุ่มน้อยที่ยังเรียนหนังสืออยู่นั้นเหนื่อยสุดๆ ทุกวันเสาร์คาบที่สี่ช่วงเที่ยงยังไม่ทันเรียนเสร็จ พนักงานของทางบริษัทก็ได้มารอโหย่วเผิงที่หน้าโรงเรียนเพื่อเตรียมส่งขึ้นเครื่อง ตอนบ่ายวันนั้นยังมีคอนเสิร์ตอีกรอบ ต่อจากนั้นรีบขับรถวนไต้หวันแล้วไปอีกสถานที่หนึ่ง เช้าวันอาทิตย์ต้องเริ่มงานคอนเสิร์ทที่สอง ตอนบ่ายรอบที่สาม จนถึงเที่ยงคือถึงจะได้กลับบ้าน ฉะนั้น หลังจากนี้หนึ่งอาทิตย์ อดหลับอดนอนอย่างเสี่ยวไกว (ไกวแปลว่าเชื่อฟัง) ไม่ไกวเลยที่ขณะเรียนนั่งหลับอยู่บ่อยๆ

   “ตอนนั้นอยู่ในโรงเรียนก็ยังรู้สึกว่าโดดเดี่ยวจริงๆ งานกิจกรรมกลุ่มของเพื่อนนักเรียนนั้นผมไม่ได้เข้าร่วมเลย อยู่ในโรงเรียนก็ได้แต่ง่วงนอนตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ หลังจากนั้นวันเสาร์ก็ถูกรับไปออกคอนเสิร์ต ฮ่าๆๆ” เมื่อถึงปีที่สาม เขาสุดจะทนแล้วได้บอกกับทางบริษัทว่า “ไม่ได้แล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปก็จะสอบไม่ผ่านแน่ๆ รูปแบบอย่างนี้จะถูกทำลายเร็วๆนี้” มีการพูดและขอสิทธิของเขา จึงจะมีการหยุดหนึ่งปีของเสี่ยวหู่ตุ้ยและ(วันเวลาในความเห็นของผม)เล่มนั้นของหลังจากนั้น

   เกี่ยวกับการเรียน  ม.สี่ ม.ห้า หลังผ่านไป

   ตอนสอบเข้ามหาลัย ได้รับกำลังใจจากทางบริษัทและเพื่อนอีกสองคน และยิ่งถูกเพ่งมองจากสังคม ทุกคนล้วนเข้าใจความรู้สึกผม ผมก็ไม่มีอะไรจะอ้างอี จำเป็นต้องเอาผลสอบออกเปิดเผย ฉะนั้นมีความกดดันมาก  ความกดดันที่หนักขนาดนี้ขณะที่ได้ปล่อยให้เด็กคนนี้แบก นิสัยอย่างเด็ก ก็ออกมาพร้อมกับความกดดัน

   ช่วงม.สี่ ม.ห้า ผลการเรียนของซูโหย่วเผิงนั้นไม่ค่อยดีนัก แม้ว่าจะเรียนโรงเรียนมัธยมที่ดีที่สุดของไต้หวัน  ยังถูกทางบริษัทยกเอาชื่อมาบอกว่า เป็นขวัญใจที่ยอดเยี่ยม ทั้งเรียนดีทั้งทำงานเก่ง

   ปิดซัมเมอร์ตอนม.ห้า เสี่ยวหู่ตุ้ยปีก่อนได้ชะงักอัลบั้มชุดสุดท้าย(ซิงซิงเตอแยฮุ้ย) ที่จริงปิดเทอมของปีนั้น โหย่วเผิงได้เข้าเรียนพิเศษที่เฮ่าอยู่อินไห่  “รวมทั้งติวพิเศษของ ม.สี่ ม.ห้า ยังมีรายวิชาเรียนใหม่ ยังมีฟิสิกส์ เคมี ...วิชามากมายที่ก่อนหน้านี้ผมเรียนไม่ทัน “เพื่อนนักเรียนข้างๆก็กลายเป็นคู่ต่อสู้ในการขึ้นชั้นของผม นอกจากการแข่งขันที่ดุเดือดแล้ว อีกด้านหนึ่งทางบริษัทก็จ่องหวังให้ผมทำอัลบั้มให้เสร็จโดยดี “ ตอนนั้นผมก็คิดว่า ตายจริง ทุกคนช่วงชิงเวลาทุกวินาที แต่การสอบม.ปลาย แม่จ๋า ท่านว่าตกวิชาเดียวจะตกขนาดไหน ยิ่งกว่านั้น ม.สี่ ม.ห้าผมตามไม่ทันหมดเลย ฉะนั้นอารมณ์ของผมหนักหน่วงมาก

   ตอนนั้น ทุกคืนกว่าจะเลิกเรียนพิเศษก็ สามทุ่มแล้ว ซูโหย่วเผิงที่ได้อยู่ท่ามกลางของผู้คนได้สวมแว่นที่หนาอย่างในละครที่คุณหมอที่ได้สวมแว่นอย่างนั้น ทรงผมที่ตั้งอย่างรุงรัง ก็ไม่ต่างอะไรกับนักเรียนคนอื่น แต่เมื่อเหนื่อยจากการเรียนทั้งวันแล้ว ออกจากห้องเรียนปุ๊บ อู่ฉีหลงกับพนักงานของทางบริษัทก็ได้รอเขาที่ถนนไปเรียนพิเศษเพื่อไปซ้อมคอนเสิร์ต “ในตอนนั้นผมใจผมไม่ยินยอม ผมก็คิดว่าพวกคุณมาเป็นศัตรูกับผมชัดๆเลย ไม่ใช่บังคับผมหรือ สอบไม่ผ่านแล้วทุกคนก็จะเสียหน้าไม่ใช่หรือ ...ตอนนั้นใจหนึ่งผมอยากเรียน แต่ก็ถูกพวกเขาลากไปอย่างไม่เต็มใจ” หม่าเหลยเหมิงอาจารย์ไต้หวันที่มีชื่อเสียงการจัดเรียง มีนามว่าเสี่ยหม่า ตอนนั้นพอดีท่านได้เป็นผู้รับผิดชอบการจัดเรียงของอัลบั้ม(ซิงซิงเตอแยฮุ้ย) มีสีหน้าที่ไม่ดีขณะซ้อมอย่างซูโหย่วเผิง ก็เคยโดนเสี่ยหม่าด่าว่ายังจัง

   “สองสามวันก่อนผมได้เจออี้เนิงจิงในงานหนึ่ง เธอบอกว่ายังจำได้เมื่อก่อนได้เจอผมในงานหนึ่ง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา น่าสงสารจริงๆ ทุกคนก็วิ่งมาถามผมว่าเป็นอะไร ผมก็ตอบว่าทางบริษัทไม่ให้ผมได้นอนเลย ฮาๆๆๆ เรื่องนี้ผมลืมไปหมดแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ....

   เรื่องความรัก พวกเราได้อยู่อย่างแสนลำบาก
   
วงการบันเทิงนั้นเป็นวงการหนึ่งที่ทำให้คนอารมณ์หุนหันพลันแล่น บ้างคนดังในช่วงพริบตา ก็มีบางคนชั่วคืนเดียวตกต่ำเหมือนอย่างดาวตก อิทธิพลของสื่อนั้นใหญ่มาก ถูกจ่องมองเกินไปก็ทำให้เกิดความกดดันมากเหมือนกัน

   ผมได้มีความสัมพันธ์กับสื่อนั้น ตัวเองก็มีเบื้องหลังเหมือนกัน พื้นนักข่าวของสื่อ ในตอนนั้นก็นับว่าอยู่ในระดับคุณแม่อย่างนั้น ก็ถามผมว่าความสัมพันธ์ของครั้งที่แล้วเมื่อใด? ถามอย่างนี้กันเลย แล้วผมก็รู้สึกว่า อื่ม? คุณถามเกินไปหรือเปล่า? สื่อมากมายในสมัยนี้ยิ่งของทางใต้หวันทุกคนล้วนแต่พูดเรื่องพวกนี้ สำหรับวัยรุ่นแล้วมันกระทบกระเทือนกันนะ ผมรู้สึกว่าศิลปินก็น่าจะมีคุณสมบัติดีบ้าง ผมไม่ได้หมายความว่าถามอย่างนี้ไม่ถูกหรืออย่างไร แต่ศิลปินบางคนก็ไม่แฟร์ ขณะที่ “หลิวย่ออิง” พูดเรื่องเหล่านี้กับคุณทุกวัน คุณก็รู้สึกว่า “หลิวย่ออิง” ดับสูญไปแล้ว(ความหวังหรือความฝัน) ผมได้คิดแทบล้มประดาตายกับตัวเองอย่างนั้น แต่เอาเบื้องหลังคุณมาเชื่อมพันกันก็จะกลายเป็นเชือกเส้นหนึ่ง นั่นก็คือภาพพจน์ของคุณ

   ตั้งแต่เริ่มแรกที่เข้าสู่วงการความตื่นเต้นที่เผชิญกับสื่อ ถึงตอนนี้ก็อยากกล่าวตรงๆว่าตัวเองก็มีอารมณ์ที่หนักแน่นขึ้น นอกจากความกล้า คิดว่าจำยิ่งต้องมีจิตใจที่เข็มเข็งเป็นผู้ใหญ่ “ผมรู้สึกว่าเรื่องความรักบางครั้งไม่ใช่จะคิดถึงแต่ตัวเองอย่างเดียว เราอาจชินกับการมีชีวิตอยู่ภายใต้ความกดดัน แต่ว่าสำหรับอีกฝ่ายหนึ่งนั้นมันไม่ยุติธรรม เรื่องอย่างนี้มีทั้งคนอวยพรและคนติเตียนว่ากล่าว แต่นั้นได้ใช่ว่าผู้ที่ถูกว่าแล้วนั้นจะทำเหมือนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ได้ทุกคน มันมีความกดดันมากมายเหมือนกัน

   มีแฟนเป็นดารา การจับมือจูงแขนอย่างชาวบ้านเดินในตลาดก็ถูกคนรอบข้างมองว่าเกินไป ซูโหย่วเผิงยิ้มแล้วพูดเล่นว่า “ ใช่ พวกเราต้องอยู่อย่างลำบากมาก ฮ่าๆๆๆ..”

   บัดนี้ สำหรับซูโหย่วผิงแล้ว อาชีพนักแสดงดูเหมือนเป็นสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเป็นเหมือนภารกิจ “ตอนนี้สำหรับตำแหน่งที่สูงกว่าและความสำเร็จที่สูงกว่าผมรู้สึกเฉยๆ จะไม่เอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นหนึ่งเดียวในเป้าหมายของชีวิต มีได้ใส่ใจกับการดำรงชีวิต ทั้งของตัวเองและคนที่ผมสามารถมีอิทธิพลชีวิตของเขา ในระดับหนึ่งๆ สำหรับผู้ที่สนับสนุนผมนั้น ผมได้ยืนหยัดมายี่สิบปีก็อาจเป็นแรงผลัดดันเป้าหมายของเขา  ท่าทีและทัศนคติของผม ที่จริงทุกคนอาจได้รับผลกระทบหรือมีอิทธิพลต่อทุกคนบ้าง

   เขากล่าวว่า ส่วนตัวจะเกษียณงาน(ลา)อย่างช้าก็อายุประมาณสี่สิบ “ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ได้ทำไปก็พอสมควร หลังเวลานั้นแล้วจะไปทำงานเกี่ยวกับการกุศล สิ่งนี้น่าจะมีชีวิตที่สบายๆกว่า (ไม่เครียด) ไม่อยากวันๆอยู่แต่ใต้แสงสีเสียง อยู่ใต้สภาพชีวิตที่มีความเครียดและหาแต่ลาบยศมากเกินไป เพราะว่าผมไม่ได้จะคิดอะไรมากมายอย่างนั้น
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2013, 11:18:37 AM
http://www.youtube.com/v/?v=ChTRXijJCmU

Movies : กุมภาพันธ์ 1990 :แสดงภาพยนตร์เรื่อง "Wandering Heroes" ก็ยังอยู่ในช่วงเวลาของการก่อตั้ง “เสี่ยวหู่ตุ้ย” ร่วมงานกับเพื่อนที่ดีอย่าง อู๋ฉี่หลง เฉินจื้อเผิง (ก็คือต่อมาในเรื่อง “องค์หญิงกำมะลอ” แสดงเป็น “เอ่อไท้” ) ได้ร่วมแสดงภาพยนตร์ด้วยกัน เรื่อง “หาวเสี่ยวจื่อ”ตอนที่เก้า ชื่อตอน “โหยวเสียเอ๋อ” เป็นครั้งแรก “แสดงบทนำ” โดยแสดงเป็นคนชอบทดลองกลไกทางวิทย์ อีกทั้งยังมีลักษณะของเด็กมัธยมปลายอย่าง “เสี่ยวไกว” (ไกวไกวหู่) จากนี้เป็นต้นไปทำให้คนรู้จักฉายานี้ และฉายานี้ก็ทำให้เขาปวดหัวมาก และได้ร่วมร้องเพลงประกอบหนังอีกด้วย ชื่อเพลง “ฮีโร่วัยรุ่น” (เสี่ยวหู่ตุ้ยประสบความสำเร็จ เดือนกุมภาพันธ์ 1990 สมาชิกวงเสี่ยวหู่ตุ้ย มีอู๋ฉี่หลง เฉินจื้อเผิงและซูโหย่วเผิง ก็ถูกทาบทามให้มาเล่นเรื่อง"Wandering Heroes(โหย่วเซียเอ๋อ ) บทบาทเรื่องนี้โหย่วเผิง เล่นเป็นเด็กมัธยมปลายที่ฉลาด อีกทั้งเขาเป็นหนึ่งในสมาชิกวงเสือน้อย และตอนนั้นเขายังดูเป็นคนว่านอนสอนง่าย จึงได้ฉายานาม ว่า เสี่ยวไกว หรือไกว ๆ หู่ค่ะ ซึ่งแปลว่า เสือน้อย ตามวง และ เสือเชื่องค่ะ)  
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2013, 11:31:04 AM
http://www.youtube.com/v/?v=tmIgT7tkCFs

TV Series: พฤศจิกายน 1996 :แสดงภาพยนตร์เรื่อง “โอ่วเซี่ยงอี้จี๋ปั้ง” ตอนสองชื่อตอน “เหล่าซือฉิงเกอ” แสดงเป็น “ซูจิ้นสง” กับ จิงเชาเฉียน(ผู้แสดงเป็นเปาบุ้นจิ้น) โค้วซื่อจิง (ในปีเหล่านี้แสดงที่จีน (จีจื่อหงเลอ) (เซี่ยงหยี่เซี่ยงอู้อิ้วเซี่ยงเฟิง) เรื่องเหล่านี้เป็นต้น) และปลายปีนั้น เขายังได้รับ “ ตุ๊กตาทอง” นักแสดงชายยอดเยี่ยม
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2013, 11:33:37 AM
http://www.youtube.com/v/?v=AQzmnRa6XtI

TV Series: กรกฏาคม 1997  :แสดงนำจากนวนิยายของฉงเหยานักเขียนไต้หวันที่ดัดแปลงมาเป็นซีรีย์เรื่อง “องค์หญิงกำมะลอ” ภาคแรก Princess Returning Pearl I ผู้กำกับซุนสู้เผย “คนในประวัติศาสตร์มีจริง แต่ก็ต่างจากประวัติศาสตร์” อย่าง “ฮ่องเต้เฉียนหลง” ที่รักลูกชายคนที่ห้ามาก “หยงฉี” (อู่อาเกอ) ได้พบดาวรุ่งใหม่ของอาชีพวงการแสดง หลังจากได้กลายเป็นต่อจาก จงเจิ้นเทา (เวินหนาอู่หู่) กับเฟว่ยเสียง(เคยแสดง (จั๋วยื่อจือเติ่ง) เป็นคนที่สามจากการปั้นจากซีรีย์ของ “คุณฉงเหยา” จากนักร้องเป็นดารานักแสดง โดยไม่ได้สลัดตำแหน่งความเป็นนักร้อง และยังได้เข้าสู่นักแสดงหน้าใหม่อย่างเป็นทางการ

TV Series: ตุลาคม 1998  :ได้แสดงซีรีย์เรื่อง “องค์หญิงกำมะลอ ภาคสอง” - Princess Returnig Pearl 2 ที่ จิงเหยาเป็นผู้กำกับ ได้รับบทเป็นชายผู้สูงศักดิ์แต่ไม่ถือตัวและตลอดชีวิตก็รักเพียงหญิงคนเดียวที่เจ้าเวยรับบทหญิงสาวคนนี้  
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2013, 11:35:37 AM
http://www.youtube.com/v/FhjhcXifQvY&feature=plcp

TV Series: มิถุนายน1998 :ได้ร่วมงานกับ “เสี่ยวเยี่ยนจื่อ” ;เจ้าเวย อีกครั้ง ได้ร่วมแสดงละครขวัญใจวัยหนุ่มสาว “เราสองหัวใจเดียวกัน” - Old House Has Joy ที่ ไล่เจี้ยนก่อ เป็นผู้กำกับ ในเรื่องนั้น เขาได้แสดงบทสองบทบาทเป็นสองคนที่มีหน้าตาเหมือนกัน ในวัยสามสิบปี ไม่สนความไม่เห็นด้วยของพ่อ ได้พาหญิงสาวสุดที่รักออกจากบ้านซูไป ห้าสิบปีให้หลัง “เสี่ยวเผิง” ไม่ใช่เป็นหลานของหลานบ้านซู ได้รักหญิงสาว(ที่เจ้าเวย รับบท) และได้ร่วมร้องเพลงของ “เสี่ยวหู่ตุ้ย”กับเจ้าเวยด้วย ชื่อเพลง “ความรู้สึกของความสุขนั้นไม่เปลี่ยนแปลงไป”  
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2013, 11:37:35 AM
http://www.youtube.com/v/?v=KgRy8V1ZcG0

TV Series: พฤษภาคม 1999 :ได้แสดงละครที่เขียนใหม่จากวรรณกรรมของกู่หลง(โก้วเล้ง)เรื่อง “เดชเซียวฮื่อยี้” (The Legendary Siblings Part I ) (หลี่ก่อลี่เป็นผู้กำกับ) ได้รับบทเป็น“ฮวาหวูแชว”(ฮวยบ่อฮ่วย) เป็นคนที่เติบโตภายใต้อำนาจของผู้หญิง ตั้งแต่เด็กก็ไม่อนุญาตให้ยิ้ม ได้เพียงแต่ใช้สายตามาระบายบ่งบอกถึงความรู้สึกอารมณ์ที่อยู่ข้างใน หลังจากที่ออกนอกวังไปวันหนึ่ง ได้เจอลูกสาวของ “ขวางสื่อ” ที่ชื่อ ทิซิมหลัน และหลงรักเธอคนนี้มาก แต่คนที่ทิซิมหลงรักคือ เสี่ยวฮื้อยี้ ซึ่งเป็นน้องแฝดของเขา ในเรื่องนั้น ได้ร่วมแสดงกับหลินจื่ออิง, จางตวนจู่, หยีลี่, เฉินเต๋อหยง เป็นต้น ยอมรับว่าตั้งแต่ที่เคยแสดงบทต่างๆ มานั้น บทบาทนี้เป็นบทที่แสดงยากและท้าทายมากที่สุดบทหนึ่งทีเดียว

(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/d62a6059252dd42acbcf5b33033b5bb5c8eab860.jpg)

ฮวยบ่อข่วย   

ฮวยบ่อข่วย (花無缺 - Hua Wu Que) หรือ ฮวยบ้อข้วย เป็นพี่ชายฝาแฝดกับเซียวฮื้อยี้ซึ่งถูกเอียวง้วยลักพาตัวไปตอนเกิด ฉายาเทพบุตรหน้าหยก หน้าตาหล่อเหลากว่าเซียวฮื้อยี้ มีฝีมือสูงมาก ถูกฝึกให้เป็นคนเย็นชา แต่ภายหลังตกหลุมรักทิซิมลั้ง

วังบุปผา  

เป็นสำนักลึกลับในยุทธภพ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดทั้งธรรมะและอธรรม กล่าวกันว่าไม่มีใครรู้จักที่ตั้งของวังบุปผา เพราะว่านอกจากคนของวังบุปผา ใครก็ตามที่ได้ล่วงล้ำเข้าไปโทษคือตายสถานเดียว วังบุปผาตั้งอยู่ในหุบเขาลึกลับแห่งหนึ่ง ทัศนียภาพงดงามราวภาพวาด บริเวณรอบๆวังมีดอกไม้หายากขึ้นอยู่เป็นร้อยๆชนิด ภายในดูแลเข้มงวด การอยู่อาศัย อาหารการกินอุดมสมบูรณ์และมั่งคั่งราวกับวังหลวงของฮ่องเต้ แต่มีแต่ศิษย์และสาวกที่เป็นผู้หญิงเท่านั้น

วังบุปผามีหญิงสาวสองคนปกครอง คนพี่ชื่อเอี้ยง้วย (เอื้อมเดือน)เป็นประมุข คนน้องชื่อ เลี้ยงแช (สอยดาว) เป็นรองประมุข สองพี่น้องมีวรยุทธสูงส่งจนเป็นที่เกรงขามของสำนักน้อยใหญ่ในยุทธภพ ว่ากันว่าวรยุทธทั่วหล้าแพ้ทางวรยุทธของวังบุปผา อันได้แก่ พลังหยกอำไพ ยอดวิชาที่สามารถดูดซับพลังของศัตรูมาเป็นของตัวเอง เด็ดบุปผาต่อหยก คือวิชาที่สามารถหยิบยืมวรยุทธของศัตรูโต้ตอบกลับไปยังตัวผู้ใช้ได้ นอกจากนี้ยังมีวิชาพิสดารอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น สิบแปดท่าเท้าต้องอาภรณ์ วิชาบุปผาหยก พลังธรรมพิสุทธิ์ เคลื่อนบุปผาบรรจบ ฯลฯ เป็นต้น และ ฮวยบ่อข่วย ผู้ชายเพียงคนเดียวที่เป็นศิษย์ของวังบุปผา
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2013, 11:39:45 AM
http://www.youtube.com/v/3m6Ta0W-jAE&feature=plcp

TV Series: เมษายน 2000 :ได้แสดงละครซีรีย์ที่ฉงเหยาได้เขียน “เอียนหวี่เหมิงเหมิง” นำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ชื่อเรื่อง “ฉิงเซินเซิน หวิ่เหมิงเหมิง-มนต์รักในสายฝน” - Romance in the rain ที่มีหลี่ผิงกำกับ ได้แสดงเป็นนักข่าวช่างภาพชื่อ “ตู้เฟย” เขา และหลูเอ่อห้าว เหอซูหวน พวกเขาเป็นเพื่อนกันสมัยมหาลัย ทั้งยังเป็นเพื่อนร่วมงานที่สำนักหนังสือพิมพ์เดียวกันอีกด้วย คนอื่นขนานนามพวกเขาว่า “สามทหารเสือ”

 วันหนึ่ง เขากับซูหวนได้ไปทำข่าวที่บ้านของ นายพลฉินอู่ บังเอิญได้ไปเจอน้องสาวของเอ่อห้าว ชื่อหยูผิง และได้หลงรักเธอ ใครจะไปรู้ว่าคนที่หยูผิงชอบกลับเป็นซูหวน เพื่อจะให้หยูผิงกลับมาชอบเขา เขาได้ทุ่มเทหลายสิ่งหลายอย่างทั้งถูกปรำปรับโดยไม่มีเหตุด้วย สุดท้ายได้รับฉายา “ชายผู้ไปไหนมีแต่เรื่อง” สุดท้าย ใจของหยูผิงกลับถูกละลายเพราะความจริงใจของเขา เธอได้ปล่อยซูหวนไป และยอมที่จะแต่งงานกับเขา ในเรื่องนั้น เขาได้ประสบความสำเร็จในด้านเป็นคนที่ร่าเริงตลก ได้ร่วมงานกับ เจ้าเวย หลินซินหยู, กู่จีจี้, กวนเฉินไห่ เป็นต้น และถูกอาจารย์กวงประเมินว่าเป็นพระเอกที่โดดเด่นในบรรดาพระเอกสี่คน
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2013, 11:41:00 AM
http://www.youtube.com/v/MjRi4KSr0LE&feature=plcp

TV Series: สิงหาคม 2001 :ได้แสดงซีรีย์เรื่องยาว เรื่อง “ไผอันจิงฉี” - Amazing Cases กำกับโดยจูจวง รับบทเป็น จวู่ซานเซี่ยนลิ่ง หางเถียเซิง –นายอำเภอหางเถียซิง แห่งอำเภอจวู่ซาน ในเรื่องนั้น ร่วมงานกับ หวังเหยียน กวงเฉินไห่ ศิษย์พี่ จิงชิง จ้าวอี้ หวงเสี่ยวหมิง ซ่งตันตัน เป็นต้น ทั้งยังได้ร้องเพลงนำ “อ้ายฉิงเก้าสู้หว่อ” ประกอบละคร
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2013, 11:42:45 AM
http://www.youtube.com/v/?v=Egw4A5ZzLBw

TV Series: ธันวาคม 2001 : ได้แสดงละครวัยหนุ่มสาวเรื่อง “เซี่ยงแย่ชิงชุน- A Date With Youth” กำกับโดยซูเตอหัว คนเดียวรับแสดงสองบท เป็นนักศึกษาคนหนึ่งที่เรียนจบมาจากอังกฤษได้เป็นผู้วางแผนในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง วัยยังหนุ่มแน่นอย่าง “หยีจิ้งเทา” บุคลิกสุขุม และอีกบทเป็นคนหนึ่งที่อยู่แต่ในผับบาร์ และยังที่มีอะไรที่เหมือนกันกับอาเทาอีกด้วย นิสัยเปิดเผย แต่เป็นที่น่าเลื่อมใสของผู้คน ในเรื่องนั้นได้ร้องนำชื่อเพลง “ไจ้ฟู
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2013, 11:44:53 AM
http://www.youtube.com/v/lAP4CLfF2Y0&feature=plcp

TV Series: พฤษภาคม 2002 :ได้แสดงหนังที่เขียนจากวรรณกรรมของจินหยง(กิมย้ง) เรื่อง “ดาบมังกรหยก” - Heavenly Sword and Dragon Sabre รับบทเป็นทั้งบทพ่อ และบทลูก บทพ่อเป็นศิษย์อู่ตัน(บู้ตึ้ง) ของจางซางฟง เป็นศิษย์คนที่ห้าของพรรค มีฉายาว่า “จอมยุทธตะขอเหล็ก-จางซุ่ยซาน”(เตียซุ่ยซัว) ส่วนบทลูก เป็นบทที่มีหญิงสาวสี่คนหลงรักในตัวเขา จางหวู่จี้(เตียบ่อกี้) ในเรื่องนี้ ได้ร่วมงานกับ เจี้ยจิงเหวิน เกาหยวนหยวน จางเถียหลิน หยี่มิ่งเจียง จางก่อลี่ หวังกัง อี้เสี่ยวหลง เป็นต้น และได้ร้องเพลงนำอีกด้วย ซี่รีย์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ได้รับการชมจากทางสถานีจินเซียว และยังเป็นซี่รีย์ที่โหย่วเผิงแสดงได้ดีมากอีกเรื่อง ทั้งนี้ทั้งนั้น เขาได้กลายเป็นนักแสดงที่ได้แสดงกับค่ายต่างๆ
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2013, 11:46:27 AM
http://www.youtube.com/v/?v=XzFD7_4Vuuk

TV Series: มีนาคม 2003 :ได้แสดงเรื่อง (ซิงตงเลี่ยเชอ - Love Train) กำกับโดยหวังหมิงไถ รับบทเป็นเซลล์แมนขายอะไหล่คอมพิวเตอร์ เฉินหมิงฮ่วง และแล้ว ไม่มีใครคาดคิด เคยบอกว่า “แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีใครมาร่วมฉลองวันเกิดกับเขาเลย” อย่างเขานั้น แต่ในด้านความรักแล้ว ระดับมือโปรเลยก็ว่าได้ และยิ่งกว่านั้นมีใครเคยทราบว่า ลึกๆในใจของอาฮ่วงนั้นไม่เคยลืมรักแรกเจ็ดปีที่ผ่านมาของตนกับหญิงที่ชื่อ เสี่ยวอู่ เลย จนกว่าจะเจอเธอ และอยากหาความรักครั้งก่อนกลับมาอีก
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2013, 11:48:06 AM
http://www.youtube.com/v/C3oeay62WGA&feature=plcp

TV Series: กรกฏาคม 2003 :ได้ร่วมแสดงซีรีย์เรื่อง “รักข้ามขอบฟ้า”- Love of the Aegean sea  กำกับโดยหลู่เจียง ได้รับบทเป็นลูกเศรษฐี “หลู่เอินฉี” คนนี้เป็นลูกของหลู่เหลียงผิงกับโจวเหม่ยหลิง ที่จริงแล้วเป็นลูกที่เอามาเลี้ยง ภาพร่วมของเอินฉีนั้นมีครบหมดทุกอย่าง แต่ลึกๆในใจของเขานั้นขาดความสุขและอิสระภาพ ครั้งหนึ่งในตอนที่ไปเที่ยวที่กรีซ บังเอิญได้เจอหญิงสาวคนหนึ่งที่มาจากส่านไห่(เซี่ยงไฮ้) “กวนเสี่ยวถง” และได้เอาสร้อยข้อมือที่ตั้งใจไว้ว่าจะให้กับว่าที่คู่หมั้นของตัวเองนั้นมอบให้กับเธอไป และแล้วก็ได้เกิดความรักที่อลเวงที่ยากจะแยกแยะออกมาได้ ในเรื่องนั้น ได้ร่วมงานกับ ดาราเกาหลี ไฉ่หลิน และดาราไต้หวัน เหอยิงตง รวมทั้งจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฉวนอี้เหว่ย, จ้าวเลี้ยง ลี่อี้ เรื่องนี้เมื่อออกอากาศไปแล้วได้รับการตอบรับว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ดีมากในการร่วมแสดงระหว่างดาราจีน ไต้หวันและเกาหลี การจับคู่แสดงระหว่างโหย่วเผิงกับไฉ่หลินนั้นเป็นที่้ถูกใจและประทับใจของทุกคน
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2013, 11:48:50 AM
http://www.youtube.com/v/g0w3C01bFaw&feature=plcp

TV Series: ธันวาคม 2003 :ซูโหย่วเผิงร่วมงานกับ “ไฉ่หลิน”อีกครั้ง ในเรื่อง “ยอดวีระบุรูษขุนศึกตระกูลหยาง”ได้แสดงนำเป็น “หยางซือหลาง”(ชื่อจริง-หยางเหยี่ยนหลาง ชื่อเดิม-หยางเหยี่ยนฮุย) เนื้อเรื่องต่างจากบทประพันธ์เดิม โดยตั้งแต่เด็ก ซื่อหลาง ร่างกายอ่อนแอ ป่วยบ่อยๆ ซี่ง “หยางเย่”พ่อเขาเองก็ไม่ได้ให้ความสนใจ(ความจริงแล้ว พ่อเขาชื่นชมเขามาก)

ซื่อหลางคิดว่าพ่อไม่รัก จึงมีนิสัยแปลกๆ เป็นผลให้เขาเป็นคนเก่งที่สุดในบรรดาลูกชายทั้ง 7 คน นึกไม่ถึงว่าต่อมาเขาได้รู้จักและได้มอบ “หยกสีเลือด”ให้แก่ “พานหวิ่เอียน”ซึ่งเป็นลุกสาวของ เสนาบดีพานเหรินเหม่ย (หยกนี้แสดงถึงการหมั่นหมายหญิงคนรัก) ความรักของทั้ง 2 อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของ 2 ตระกูล ขณะเดียวกัน ซื่อหลาง ได้ช่วยชีวืตองค์หญิงจากเผ่าเหลียว เรื่องนี้ ซูโหย่วเผิง ได้ร่วมงานกับ ตี๋หลง เจ้าหย่าจือ หวังเอียนและโค่วเจี้นไห่ อีกทั้งร้องเพลงจบของเรื่อง ชื่อเพลง “หนี่เค่ออี่ปู้ตง” ซีรีย์เรื่องนี้ “ซูโหย่วเผิง” ได้รับการต้อนรับดีมาก เป็นการตอกย้ำความนิยมของอย่างเด่นชัดมากยิ่งขึ้น
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2013, 11:50:25 AM
http://www.youtube.com/v/odct9FUjI0c&feature=plcp

TV Series: สิงหาคม 2006  :ได้แสดงนำในซีรีย์เรื่อง "เจียงจวี้จิวจวี้ - Jiang Ji Jiu Ji) ร่วมกับ ฉินซื่อ แย่ถง โดยได้รับบทบาทเป็นชายหนุ่มที่กลับมาจากการฝึกจากโรงเรียนทหารที่อังกฤษ มีความสามารถใช้การสะกดจิตสืบหาความลับได้ โดยการทำให้หลับ กับแผนการที่เชื่อมโยงการต่อต้านหัวหน้าโจรอย่างแย่เฟยเฟย ซึ่งแย่เฟยเฟยนั่นเห็นแก่ทองคำนับร้อย กิโล จากที่คนรักเก่าหักหลังเธอ (เขาคือ จวงเฉิน) โดยแย่เฟยเฟยได้เปลี่ยนชื่อแซ่ ไปอยู่ที่ “จูจีหลี”เขตคนยากจน เรื่องราวบุญคุณความแค้น และทองคำจำนวนมหาศาล(ในยุคสมัยนายพลหยวนซื่อไข่)
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2013, 11:51:29 AM
http://www.youtube.com/v/?v=PfF-COG6K5U
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2013, 11:58:18 AM
(http://i268.photobucket.com/albums/jj11/yimyie/b2aa2d96f3302e27d0135e18.jpg)

เตียบ่อกี้ต้องอยู่ในวังวนแห่งความรักของเตียเมี่ยงองค์หญิงแห่งมองโกล จิวจี้เยี้ยกหญิงสาวที่รู้จักและเติบโตมาด้วยกัน ฮึงลี้ลูกพี่ลูกน้องและเซียวเจียวสาวใช้ เตียบ่อกี้ไม่รู้จะทำอย่างไร ยากที่จะตัดสินใจเลือกใคร

ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าเป็นสิ่งที่ล่อใจชาวยุทธให้ พากันตามล่าช่วงชิงของสองสิ่งจากเจี่ยสุ่งและจิวจี้เยี้ยก ทำให้เตียบ่อกี้และเตียเมี่ยงต้องเข้าไปพัวพัน เพื่อพ่อบุญธรรม เพื่อขัดขวางแผนการอันชั่วร้าย เตียบ่อกี้วางแผนให้ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าห้ำหั่นกัน ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าต่างเป็นศัตราวุทธที่ล้ำเลิศ เมื่อทั้งสองสิ่งต้องทำลายล้างกัน ทำให้ทั้งสองสิ่งถูกทำลายลง จนปรากฏความลับอันหนึ่ง ภายในดาบฆ่ามังกรได้ซุกซ่อนคัมภีร์พิชัยสงคราม ส่วนกระบี่อิงฟ้าได้ซุกซ่อนคัมภีร์นพเก้า

ในเวลานี้เองเตียบ่อกี้ถึงเข้าใจความหมายของดาบฆ่ามังกรปกครองทั่วหล้า กระบี่อิงฟ้าไม่ปรากฏใครกล้าต่อกร คนคนหนึ่งหากมีอำนาจล้นฟ้าก็จะลุแก่อำนาจ แต่ก็มีคนซึ่งเหมือนกระบี่อิงฟ้าที่กล้าออกมาต่อกร เตียบ่อกี้เข้าใจสัจธรรมในยุทธภพเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงสละตำแหน่งประมุขพรรคจรัส ถอนตัวจากยุทธภพพร้อมกันกับเตียเมี่ยงและจิวจี้เยี้ยก



(http://i1153.photobucket.com/albums/p502/syp_002/Untitled_zps159e8bd6.png)

รื่องนี้มีนางเอกมากถึง 4 คน เป็นความยากลำบากใจในการตัดสินใจเลือกของพระเอก หากเตียบ่อกี้เจ้าชู้คงฟาดเรียบไปแล้วเพราะแต่ละนางรักเตียบ่อกี้สุดหัวใจ แต่เขากลับให้เกียรติ์ผู้หญิงทุกคนที่เขาใกล้ชิด จนบางครั้งก็แยกแยะไม่ออกระหว่างรักกับเห็นใจ สงสาร ที่รักแบบปักปำคือหญิงคนแรกที่ช่วยเขาหลังจากขึ้นมาจากเหวแต่น่าเสียดายว่านั่นคือความรักที่หลอกลวง เพราะเหตุนี้หรือเปล่าเขาจึงสงวนท่าทีตนเองจากหญิงอื่น ไม่กล้าแสดงออกอย่างชัดเจนผลีผลามกับความรัก

ซูโหย่งเผิงแสดงบทนี้ได้เข้าถึงความรู้สึกของตัวละครอย่างยิ่ง ไม่ได้ให้น้ำหนักความรักกับใครเป็นพิเศษ แม่กระทั่งเตียเมี่ยงเองต้องแสดงความรู้สึกตรงๆกับเตียบ่อกี้หลายครั้ง จนใกล้จบ ความรักความจริงใจของเตียเมี่ยงจึงเป็นความประทับใจของเตียบ่อกี้และเขาก็รักเธอในที่สุด เตียบ่อกี้ไม่ใช่จอมยุทธที่คร่ำเคร่งกับการฝึกบ้าพลัง แต่เขาเป็นคนที่ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน รักการเรียนรู้ ให้ความเคารพต่อครูบาอาจารย์ทุกแขนงศาสตร์ที่ร่ำเรียนจึงได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จากครูอาจารย์หลายท่าน

เขาเป็นคนมีความจำเป็นเลิศเรียนรู้ได้เร็ว แค่ได้รับการบอกเล่าเล็กน้อยก็วิเคราะห์อาการรักษาผู้ป่วยได้ เพียงแค่อาจารย์ปู่บอกเคล็ดไม่กี่คำเขาก็เอาชนะศัตรูได้แล้ว ชีวิตที่จากเด็กป่าเถื่อนบนเกาะไม่รู้จักสังคมแต่มีพ่อแม่ที่รักและอ่อนโยนแต่ขณะเดียวกันต้องอยู่กับพ่อบุญธรรมที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เป็นชีวิตที่ต้องปรับตัวเสมอๆ

ดังนั้นเมื่อเขากลายเป็นเด็กกำพร้าและก้าวสู่จุดสูงสุดคือประมุขของเม้งก่าจึงไม่ใช่อะไรที่ปรับตัวยาก ที่สุดเมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างคลี่คลายลง เขาจึงถอนตัวง่ายๆ ไม่ยึดติดไม่อาวรณ์ เลือกใช้ชีวิตเรียบง่ายบนเกาะ กิมย้งเขียนนิยายเรื่องนี้ได้ดีมาก มีนักวิจารณ์หนังบอกว่าบทเตียบ่อกี้ หากนักแสดงฝีมือไม่ถึงจะทำให้เป็นบทเจ้าชู้มากรักหลายใจ แต่ซูโหย่วเผิงสามารถทำให้บทเตียบ่อกี้เป็นจอมยุทธเปี่ยมคุณธรรมเป็นสุภาพบุรุษได้โดยบุคลิกภาพส่วนตัวที่เป็นเสน่ห์ของเขาเอง นับว่าเป็นเตียบ่อกี้ที่ถูกใจกิมย้งคนเขียนบท และทำให้คนดูอินกับความรู้สึกของเตียบ่อกี้ได้ชัดเจนมากค่ะ
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ ตุลาคม 07, 2013, 12:01:52 PM
(http://i119.photobucket.com/albums/o158/tavaree/c0728b6ejw1e9crez1i3qj20hs0n2q4o.jpg) (http://s119.photobucket.com/user/tavaree/media/c0728b6ejw1e9crez1i3qj20hs0n2q4o.jpg.html)
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: bewty ที่ ธันวาคม 05, 2013, 03:34:33 PM
(http://image.ohozaa.com/i/e1f/bkAl0O.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/xuR6gv7BfxoR7fC1)

ว้าวๆๆๆเฮียเก่งรอบด้านแบบนี้นี้ถึงทำให้ปล้มในความสามารถของเฮีย
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2015, 12:25:30 PM
(http://i278.photobucket.com/albums/kk98/scanbymoon/001_1.jpg) (http://s278.photobucket.com/user/scanbymoon/media/001_1.jpg.html)

(http://i278.photobucket.com/albums/kk98/scanbymoon/002_1.jpg) (http://s278.photobucket.com/user/scanbymoon/media/002_1.jpg.html)

(http://i278.photobucket.com/albums/kk98/scanbymoon/003_1.jpg) (http://s278.photobucket.com/user/scanbymoon/media/003_1.jpg.html)

[ไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบันขอรักคุณเพียงคนเดียว] มีนักแสดงท่านหนึ่งที่ยังอายุน้อย เต็มไปด้วยความสามารถ ฉันชินกับการไล่ตามเงาของเขาในเมืองนี้  ไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์เล็กๆบนรถโดยสารหรือว่าโฆษณาของเขาในหน้าจอทีวี ถึงจะเป็นเพียงโฆษณาสั้นๆในภาพยนตร์ หรือว่าข่าวสารที่มากับคอมพิวเตอร์ ฉันชอบที่จะตามเงาคุณอยู่แบบนี้

พวกเรามีความรักมากมายที่จะมอบให้  เพียงแค่ไม่รู้ว่าชาติหน้าพวกเราจะมีโอกาสหาคุณพบอีกหรือเปล่า  ดังนั้นชีวิตนี้ขอบคุณสำหรับแรงใจและความซาบซึ้งที่คุณมีให้กับพวกเรา ขอบคุณสำหรับเพลง 《หว่อจื่อเย่าหนี่อ้ายหว่อ/ ฉันเพียงต้องการเธอรักฉัน》 หวังว่าพวกเรายังมีโอกาสได้ฟังเพลงคุณร้องเพลงเพลงนี้ให้ฟังอีกครั้ง ไม่ว่าเมื่อวานหรือพรุ่งนี้ จะรักโหย่วเผิงตลอดไป
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ มีนาคม 02, 2015, 12:26:58 PM
(http://i278.photobucket.com/albums/kk98/scanbymoon/17595_150130101019_1.jpg) (http://s278.photobucket.com/user/scanbymoon/media/17595_150130101019_1.jpg.html)

ที่มา http://www.pusa123.com/pusa/news/mingxingfo/xzxf/2015/0130/85021.html#125952-tsina-1-17961-4746c67f569d5da4f09a4d0da6f2470b

2015-01-30 ซูโหย่วเผิง นักร้อง นักแสดง ชาวไต้หวัน  เข้ามาในวงการในฐานะสมาชิกวง เสี่ยวหู่ตุ้ย มีฉายาว่า “ไกวไกวหู่ ” กลายเป็นกลุ่มไอดอลที่มีชื่อเสียงมากในจีน หลังจากวงเสี่ยวหู่ตุ้ย ยุบวง ได้หันมาเอาดีด้านการแสดง โดยผลงานที่ได้รับความนิยมคือ  《องค์หญิงกำมะลอ》《มนต์รักในสายฝน》《ดาบมังกรหยก》กลายเป็นนักแสดงที่ฮอตที่สุด

ตั้งแต่ปั 2008 ได้เข้ามาในวงการภาพยนตร์อย่างเต็มตัว  โดยได้รับรางวัลนักแสดงสมทบดีเด่นของงานรางวัลช่อดอกไม้ครั้งที่ 30 จากภาพยนตร์เรื่อง 《เฟิงเซิง/ The Message 》และยังได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติมาเก๊า ครั้งที่ 2 จากภาพยนตร์เรื่อง 《คังติ้งฉิงเกอ/A Tibetan Love Song》 ปี 2012 ได้เป็นผู้ผลิตของภาพซีรีย์เรื่อง 《เฟยหยวนวู่เหร่า/Destiny by Love》

อ้างอิงข่าวจากสื่อไต้หวัน ซูโหย่วเผิง ทำงานในแผ่นดินใหญ่มานาน มีรากฐานชื่อเสียงที่แน่นแล้ว แต่ว่าเขาไม่ได้เอาแต่หารายได้ ในปีนี้เขาได้กลับไต้หวัน 2  ครั้ง ครั้งละสิบวันเพื่อไปปฏิบัติธรรมบนดอย โดยที่ไม่เสียดายภาพยนตร์ที่ปฎิเสธไป 2  เรื่อง งานทีติดต่อเข้ามา 4 งาน และรายได้ที่สูญไปเกือบ 20 กว่าล้านไทเป (ประมาณ 4 ล้านกว่าหยวน) เขาพูดว่า ผมหวังว่าการสำรวจธรรมชาติ ทำให้ใจสงบลง

ช่วงหลายปีมานี้โหย่วเผิงจะมีผลงานภาพยนตร์ปีละ 4 ถึง 5 เรื่อง จะบอกว่าเขาเป็นคนบ้างานก็อาจจะไม่มากเกินไป

แต่ในปีนี้ ชีวิตของเขาได้เปลี่ยนไป หลังจากได้รับคำแนะนำด้านธรรมมะจากอาจารย์เจี้ยงจง ปีที่แล้วเขาได้กลับไปปฏิติธรรมที่ไต้หวันสองครั้ง ทุกครั้งจะใช้เวลาสิบวัน เวลาทำสมาธิ ไม่อนุญาตให้คุย โทร เล่นเน๊ต จะทำทุกอย่างได้เมื่อลงจากเขาเท่านั้น

ซูโหย่วเผิงบอกว่าตอนแรกเขาเองก็รู้สึกประหลาดใจ แต่หลังจากทำสมาธิแล้วถึงจะเข้าใจความคิดที่แท้จริงของตัวเอง ด้วยเหตุนี้จึงไม่ไล่ตามค่านิยมของโลก  เมื่อก่อนผมเป็นคนบ้างานจริงๆครับ ยุ่งจนไม่รู้ว่าที่แท้ผมกำลังทำอะไรอยู่
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ กันยายน 13, 2015, 11:09:15 AM
(http://www.mx7.com/i/a60/frnMWz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/ywXTDIR5nxS8T13S)

คุณลักษณะของจิตใจ 10 ข้อของ ซูโหย่วเผิง

1. เขามีความฝัน เขามีเป้าหมายที่ชัดเจน มั่นคง รู้ว่าตนเองต้องการอะไร ไม่หวั่นไหวเพราะเสียงภายนอก มีความตั้งใจแน่วแน่ มีความคิดเป็นของตนเอง เป็นเพราะว่าความแน่วแน่ของเขา จึงทำให้เขาประสบความความเสร็จในชีวิต คนแบบนี้ถึงจะสมป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนอื่น

2. เขาเป็นคนตั้งใจ มุ่งมั่น เขามุ่งมั่นต่อเป้าหมายของตนเอง ไม่วอกแวก ไม่เอื่อยเฉื่อย สิ่งที่เขาก็ทำเป็นงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน ถึงจะต้องใช้เวลานาน แต่ก็ได้ผลงานที่ออกมาคุ้มค่ากับสิ่งที่ทุ่มเทไป

3. เขาทำงานเป็น เขาใช้ความรู้ ความสามารถ แรงกายแรงใจของตนเองเต็มที่กับงาน เขาตั้งใจ มุ่งมั่น กับงานที่ต้องทำให้สำเร็จ เขาทุ่มเทโดยไม่คำนึงถึงความเหน็ดเหนื่อยของตนเอง

4. เขากล้าทำกล้ารับ ยามที่ทำผิด เขาก็ยอมรับผิดโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ
 
5. เขากล้าตัดสินใจ เขาคำนึงถึงเรื่องสำคัญมาก่อนเสมอ รับฟังความเห็นจากคนอื่น ตัดสินใจตามความถูกต้องและเหมาะสมที่สุด และเมื่อตัดสินใจทำอะไรไปแล้วเขาก็จะทำให้สำเร็จ

6. เขายืนหยัดด้วยตนเอง เขามีความสามารถอันเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ และมั่นใจในการกระทำของตนเอง

7. เขามีความรู้ ความสามารถ เฉพาะทาง  เขาจะค่อยหาความรู้ที่เกี่ยวข้องเสมอ ยามที่รู้ว่าตนขาดความสามารถด้านใด ก็จะขอความช่วยเหลือจากคนที่เก่งในด้านนั้นๆ

8. เขาเป็นร่าเริง มองโลกในแง่ดี ถึงจะที่ไม่เคยคบหากับเขา แต่ความรู้สึกที่เขาให้คือ เป็นคนที่เข้ากับคนง่าย อารมณ์ขัน ชอบดูแลคนอื่น

9. เขามีความกระตือรือร้น เขามีความสุขกับการทำงาน และยังสามารถแบ่งปันความสุขให้ผู้อื่น แชร์ความสุขกับคนที่รักเขา

10. เขามีใจกุศล ตนเองไม่จำต้องใช้ชีวิตอู้ฟู้ฟุ่มเฟือย สำหรับเขาแล้วการที่ได้ช่วยผู้เดือดร้อน ถือเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุด เพราะมันทำให้รู้สึกว่าการมีชีวิตของตนเองนั้นมีคุณค่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เขาเป็น----ซูโหย่วเผิง

ชายผู้เพียบพร้อมด้วยคุณลักษณะของจิตใจ 10 ข้อและสิ่งที่พวกเราอยากบอกคือ "การได้รักคุณเป็นความภูมิใจสูงสุดของพวกเรา"


(http://www.mx7.com/i/109/mcFEfH.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yvjdUgv02YWv5RWw)

“ซูโหย่วเผิง” กลายเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในไต้หวันไปแล้ว!

ไม่แปลกเลยที่ ซูโหย่วเผิงสามารถประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนบทบาทครั้นนี้ เพราะว่าเมื่อก่อนนั้น คนๆนี้คือ คนบ้าเรียน เขาบอกว่าเมื่อก่อนตัวเองล้วนสอบได้ที่ 1 ทุกครั้ง ตอนนั้นเขาเรียนดีมากจริงๆ สามารถติดอันดับท๊อปในไต้หวัน

ปี 1988 เขาสามารถสอบเข้ารงเรียนเจี้ยนกั๋ว ไทเป ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมชายอันดับหนึ่งในไต้หวัน ได้ด้วยคะแนนลำดับที่ 1  ได้เป็นที่หนึ่งของโรงเรียน

นี่เพิ่งเริ่มต้น ตอน ม.ปลาย ซูโหย่วเผิงเป็น ไกวไกวหู่ ซึ่งเป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในวงเสี่ยวหู่ตุ้ย และก็ดังอย่างรวดเร็วด้วยล่ะ ทั้งอ่านหนังสือ ทั้งเป็นดารา แต่ผลการเรียนของซูโหย่วเผิงก็ออกมาดีมากนะ ว่ากันว่าตอน ม.4, ม.5  ซูโหย่วเผิงขาดเรียนค่อนข้างบ่อย แต่ก็ได้ทุ่มเทเรียนเสริมในช่วง ม.6

ปี 1991 เขาเข้ามหาวิทยาลัยไต้หวันที่เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของไต้หวันในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ได้ด้วยคะแนนวิทยาศาสตร์ที่อยู่อันดับ 5 ของประเทศ ถูกขนานนามว่าเป็น “คนบ้าเรียนสายวิทย์”

เริ่มต้นชีวิตได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ไม่มีใครจะมีชะตาที่ราบรื่นตลอด ความล้มเหลวครั้งแรกของซูโหย่วเผิงก็คือ การพักการเรียน ถึงแม้ว่าเขาจะมีกลิ่นอายของการเป็นนักเรียนหัวกะทิจากโรงเรียนเจี้ยนจง แต่การเรียนวิศวกรรมเครื่องกลนั้น แตกต่างจากการเรียนในชั้นมัธยมโดยสิ้นเชิง ซูโหย่วเผิงพบว่า การเรียน และการงานไม่สามารถไปพร้อมๆกันได้ ดังนั้นจึงเลือกที่จะตัดใจพักการเรียนไว้ก่อน

ซูโหย่วเผิงกล่าวว่า “การลาออกจากมหาวิทยาลัยเป็นความเจ็บปวดในช่วงวัยรุ่นของผม ถ้าหากว่าไม่เป็นนักแสดง ผมอาจจะไม่ทำอะไรซักอย่าง เอาแต่คิดถือศีลกินเจก็เป็นได้” ซูโหย่วเผิงที่เป็นนักเรียนดีเด่นมาตั้งแต่เด็ก รู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก ถึงขั้นที่ว่าเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่กล้าออกมา “รู้สึกว่าถ้าเดินไปบนถนนจะต้องมีคนด่าผม” ภาพลักษณ์ไม่ดี เทปก็ขายไม่ดีแล้ว... ช่วงตกต่ำที่สุดครั้งแรกในชีวิตมาแล้ว

แต่ก็นะ คนฉลาดก็สามารถประสบความสำเร็จได้หลายครั้ง ช่วงปลายปี 90 ซูโหย่วเผิงก็เลือกที่จะไปก้าวหน้าที่แผ่นดินใหญ่ แสดงละครองค์หญิงกำมะลอ โอ้ เทพบุตรแห่งชาติ โด่งดังยิ่งกว่าตอนเป็นเสี่ยวหู่ตุ้ย  เด็กผู้หญิงมากมาย ในช่วงอนุบาลมีความประทับใจเล็กน้อยกับไกวไกวหู่ เมื่อถึงช่วงวัยรุ่นก็ตกหลุมรักองค์ชายห้าอย่างง่ายดาย... ตอนนั้นซูโหย่วเผิงเป็นราชาแห่งไอดอล พวกเธอยังจำได้มั๊ย?

ลู่เอินฉีจากละครเรื่องรักข้ามขอบฟ้า ที่จริงแล้วในเรื่องทักษะการแสดงก็นับว่าดี มีความจริงจังและความสอดคล้อง เป็นตู้เฟยจากละครมนต์รักในสายฝน ที่แค่เปลี่ยนสีหน้าก็สามารถทำให้หัวเราะได้แล้ว ตอนนี้มาคิดดูแล้ว อารมณ์และนิสัยของซูโหย่วเผิงน่าจะดีทั้งคู่ เห็นได้ชัดว่าเป็นช่วงที่กำลังดังที่สุด แต่ได้รับบทรอง แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีหลังจากนั้นหลายปี เหอซูหวนกับตู้เฟย  ก็ยังสังสรรค์ตอนกลางคืนด้วยกันอยู่เลยอายุมากขึ้นแล้ว ไม่สามารถเป็นซุปตาร์วัยรุ่นได้ตลอดไป

ซูโหย่วเผิงตีบทแตกในการรับบทเป็นสาวประเภทสองในเรื่องเฟิงเซิน ทำให้ทุกคนตะลึงจนอ้าปากค้าง ซูโหย่วเผิงประสบความสำเร็จครั้งที่ 3 ในชีวิตแล้ว คิดไม่ถึงว่าปีนี้ยังมีครั้งที่ 4 ... ก็คือเป็นผู้กำกับล่ะ  ภายนอกก็ยังเป็นเด็กเนิร์ด ไอดอลในการเป็นผู้กำกับของซูโหย่วเผิงก็คือหลี่อัน ซูโหย่วเผิงบอกว่าเคยดูผลงานทุกเรื่องของเขา


(http://www.mx7.com/t/49a/QsbBhy.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yuMyoljAi4FZoAhK) (http://www.mx7.com/t/cea/ykjM0s.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yuMyoljAidndzKgB) (http://www.mx7.com/t/c98/XcWcE8.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yuMyppfD8Pg6y9j0) (http://www.mx7.com/t/976/R9LUnp.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yuMyqtbFZzC9HYK0) (http://www.mx7.com/t/c62/5A25kh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yuMyrb92yJJ2HN2G)

(http://www.mx7.com/i/196/nNNtrz.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yvyf1yCS3TBmuI49)

มันไม่ง่ายเลยที่ไอดอลของพวกเราจะคิดขึ้นมาได้ว่าจะต้องแบกหน้าที่(ของดารา)ขึ้นมา ปี 2015 ทุกคนคงจะเห็นแล้วนะค่ะว่าโหย่วเผิงทำงานหนักมากแค่ไหน และตลอดการทำงานก็ทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ พร้อมๆกับทำหน้าที่ผู้กำกับมือใหม่ได้อย่างสุดยอด 30 ก.ค. 2015 โหย่วเผิงแวะมาโพสต์คำสั้นๆว่า 把包袱捡起 เก็บภาพพจน์ขึ้นมา หรือ แบกหน้าที่(ของดารา)ขึ้นมา นี้ก็แสดงให้เห็นว่าตอนนี้โหย่วเผิงกำลังจะมีผลงานใหม่ให้พวกเราได้ดูอีกแล้ว

ช่วงระหว่างที่หายไป 2 อาทิตย์คงจะเตรียมตัวอย่างเงียบๆ โหย่วเผิงใกล้จะกำกับเรื่องที่สองแล้วหละค่ะ เห็นบอกว่ากำกับเรื่องที่ 2 โหย่วเผิงจะกำกับที่มีมาดหน่อยแล้วค่อยๆเพิ่มความตลกเข้าไปในโลกของผู้กำกับที่เขาสร้างขึ้น แต่ว่าแววที่จะเป็นนักแสดงคงต้องรออีกซักระยะ เพราะว่าตอนนี้โหย่วเผิงขึ้นแท่งเป็นผู้กำกับมือทองไปแล้ว

ภาพยนตร์ The Left Ear (โจ่วเอ่อ) ที่กำกับโดยซูโหย่วเผิงนั้นสามารถเรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ยอดขายของไต้หวัน และซูโหย่วเผิงกลายเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไต้หวัน

อวยพรให้โหย่วเผิงยิ่งบินยิ่งสูง ไม่หยุดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เป็นผู้ซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่แฟนคลับให้กับคุณ


(http://www.mx7.com/i/ec7/zYTknO.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yuMMV7iwPnNiZwNu)

ภาพยนตร์โจ่วเอ่อกวาดรายได้ที่แผ่นดินใหญ่เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นกว่า 485 ล้านหยวน (ประมาณ 2,500 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่) ซูโหย่วเผิงกลายเป็นผู้กำกับที่ทำรายได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์วงการภาพยนตร์ไต้หวัน ถูกยกย่องให้เป็นตำนานแห่งผู้กำกับภาพยนตร์ของไต้หวัน

ซูโหย่วเผิงทำลายสถิติยอดขายตั๋วภาพยนตร์ของไต้หวัน ได้มาพร้อมกันทั้งอาชีพ และเกียรติยศ

ภาพยนตร์เรื่องโจ่วเอ่อที่เข้าฉายในแผ่นดินใหญ่วันที่ 26 เมษายน เป็นผลงานการกำกับครั้งแรกของซูโหย่วเผิง ช่วงเวลาที่กำลังโปรโมทอยู่นั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก  ในช่วงต้นของการฉาย ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์ส่วนใหญ่ไปในทางที่ดีจากผู้ชม และได้รับการบอกต่อไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อภาพยนตร์ลาโรง โจ่วเอ่อกลายเป็นผู้ชนะในตลาดภาพยนตร์ที่เข้าช่วงเดือนพฤษภาคมด้วยรายได้กว่า 485 ล้านหยวน ถือเป็นการเปิดเส้นทางให้กว้างขึ้นสำหรับอาชีพผู้กำกับของซูโหย่วเผิง ถึงแม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ได้รับสิทธิ์ให้ออกอากาศในเขตไต้หวัน แต่ก็ได้รับการกล่าวถึงอย่างมากในไต้หวัน

เป็นที่เข้าใจว่า ภาพยนตร์โจ่วเอ่อที่กำกับโดยซูโหย่วเผิงนั้นสามารถเรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ยอดขายของไต้หวัน และซูโหย่วเผิงกลายเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไต้หวัน
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ กันยายน 13, 2015, 11:12:38 AM
(http://www.mx7.com/i/ec8/7x8pR0.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yuN2q9Fpz6YJ9L8M)

ปี 2009 ~风声 (ฟงเซิน)

ผ่านมา 20 ปีแล้ว หลังจากที่ เสี่ยวหู่ตุ้ย ก้าวสู่ช่วงเวลาที่รุ่งเรื่องที่สุดทางด้านงานละครของพวกเขา เขา ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการโทรทัศน์อยู่ก่อนแล้ว  ก็ได้กลับมากับฝีมือการแสดงที่ทำให้ทุกคนต้องอึ้งอีกครั้งกับบทบาทที่ชื่อว่า (ไป๋เสี่ยวเหนียน) ซึ่งครั้งนี้ก็ถือเป็นก้าวที่สำคัญในวงการภาพยนต์ของ ซูโหย่วเผิง เลย นอกจากจะได้รับคำชมทั้งในและนอกวงการแล้ว ช่อดอกไม้แสดงความยินดีจากทุกๆสื่อก็ทำให้เค้าซาบซึ้งเป็นอย่างมาก

ซูโหย่วเผิง ได้สร้างภาพพจน์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน (เกาฉวินซู) เคยบอกว่า “ซูโหย่วเผิง เป็นนักแสดงที่ได้รับบทท้าทายที่สุดในหนังเรื่องนี้ เชื่อว่าการแสดงครั้งนี้จะทำให้เขาก้าวสู่จุดสูงสุดของวงการละคร ถึงอาจเทียบระดับกับ(จางกว๋อหยง)และ(เหมยหลานฟาง)ได้เลย”

ฉันคิดว่า “รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก โกลเด้นรูสเตอร์แอนด์ฮันเดรดฟราวเวอร์สฟิล์มเฟสติวัล ครั้งที่ 19(Hundred Flowers Awards)” ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับ ซูโหย่วเผิง เลยทีเดียว ทั้งพวกเราและเขาต่างหวังให้เขาประสบความสำเร็จสูงสุดในวงการภาพยนต์

ไอดอลของเราไม่ทำให้เราผิดหวังอยู่แล้วล่ะ บนเส้นทางที่ไม่ได้มีแต่ความราบรื่นเส้นนี้ มีคำอวยพรจากพวกเรา และความพยายามของตัวเขาเอง ทำให้เขาได้รับรางวัล นักแสดงชายดีเด่นมาเก๊าและรางวัลโกลเด้นฟินิกซ์ (Golden Phoenix Awards) ตามมา พวกเรายืนหยัดที่จะเชื่อว่า พระเจ้าจะคุ้มครองคนที่ไม่ละความพยายาม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เรารอคอยพรุ่งนี้ที่ดีกว่า


(http://www.mx7.com/i/b40/UDKOBM.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yvreE9DbsZsJwjZu)

อ้างถึง
ซูโหย่วเผิง : ที่จริงเพลงหลายเพลง  เมื่อก่อนร้องกับปัจจุบันร้องนั้นความรู้สึกไม่เหมือนกัน
ก็เหมือนเพลงเมื่อกี้เปยเปา ตอนที่ผมอัดเสียงอยู่นั้น  อย่างไงๆก็คิดไม่ถึงว่า 
วันหนึ่งผมจะสะพายกระเป๋าพเนจรไปมา

เอาล่ะ ผมสัญญากับพวกคุณว่าผมจะไม่ร้องไห้ ตั้งแต่เริ่มตัดสินใจออกจากการเรียนแล้วนั้น
ไม่ว่าจะก่อนหน้านั้นหรือหลังจากนั้น ก็ทำให้ผมมีความเครียดอย่างมาก รวมทั้งความเครียดในใจผมเอง
และความเครียดที่มาจากภายนอก ผมคิดว่า ระยะเวลาช่วงนั้นมันไม่มีความสุขสำหรับตัวผมเอง
ผมคิดว่าวันนี้ผมได้เดินผ่านความตกต่ำอย่างนี้มาได้ คนแรกที่ผมจะขอบคุณคือพ่อแม่ของผม
วันนี้พวกท่านก็มาในงานนี้ นั่งอยู่กับพวกคุณ ผมคิดว่ามันไม่ง่าย  ถ้าไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่
ที่ให้กำลังใจผมมาตลอด

ผม คิดว่าขณะที่ความฝันกับความจริงมันขัดแย้งกันอยู่นั้น  ผมไม่สามารถจะมีความกล้า
ผมรักคุณ แน่นอน นอกจากสิ่งเหล่านี้ผมยังต้องขอบคุณสำหรับแฟนๆของผมที่มาในที่นี่
ยังมีเพื่อนที่ให้กำลังใจผมมาตลอดเจ็ดปี

ที่จริงผมรู้สึกตัวเองอยู่เสมอว่าผมเป็นคนที่อ่อนแอที่สุด เจออุปสรรคบ่อยๆ  ผมก็คิดว่ามันไม่มีทางออก
อยากปล่อยวางจริงๆ  พวกคุณคงมองไม่ออกสักนิด จริงๆที่พวกคุณให้กำลังใจและหน้าที่นี้กับผม
ให้ผมยืนอยู่ตรงจุดนี้ยืนหยัดมาตลอด  เมื่อผมออกต่างประเทศ คุณอย่าหมดหวัง 
คุณเป็นเพื่อนที่รักผมตลอดกาล   ขอบคุณ


4 เมษายน 1995 คำพูดของ โหย่วเผิง  ในคอนเสิร์ต 95 ก่อนร้องเพลง《珍惜》รักและถนอม (เจินซี)

   เพลง《珍惜》(เจินซี-รักและถนอม) ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของโหย่วเผิงเลย เป็นหนึ่งในเพลงที่ฟังแอดมินชอบมากๆ ยังมีเพลง背包เปยเปา(เป้ใบใหญ่) 勇气 หย่งชี่(กล้าหาญ) แอดมินฟังเพลงนี้มาหลายเวอร์ชั่น ชอบที่สุดคือตอนที่เขาร้องเปรี่ยมไปด้วยน้ำตากลางคอนเสิร์ต 95 หนุ่มวัยรุ่นที่เคยมีอนาคตที่สวยงาม ความสับสนจากชีวิตที่สวยหรูพลิกสู่ความตกต่ำ ความสิ้นหวังที่ไม่มีคนเข้าใจ สุดท้ายเขาปฏิเสธเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง เขาผลักตัวเองไปต่างประเทศ ลองใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ระหว่างที่คนรอบกายเขาค่อยๆห่างจากไป คนที่ยังอยู่เคียงข้างเขาในตอนนั้นเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต

เขาเล่าเรื่องนี้ด้วยเสียงสะอื้อ เขาอยากยิ้มออกมา แต่น้ำตาคลอเบ้าเขา ความทรมานขนาดนั้นมันเกินกว่าที่วัยรุ่นคนหนึ่งจะรับได้ เขาไม่ใช่พระเจ้า เขาเป็นเพียงเด็กอายุ 22 เองนะ ทุกครั้งที่ฟังเขาร้องเพลงนี้ หัวใจเจ็บเหมือนโดนบีบ เมื่อกี้นี้ก็ฟังไปอีกหนึ่งรอบ อดไม่ได้ที่จะไม่พิมพ์คำพูดของเขาออกมา วันนี้ไม่ได้ทำเพื่อความเท่ห์ เพียงเพื่อแด่ความซาบซึ้งนั้น เพียงเพื่อแด่ความลำบากที่ผ่านมาของ โหย่วเผิง คลิปนี้คือคำพูดจากโหย่วเผิง แอดมินเอามาให้ฟังอีกครั้งค่ะ


https://www.youtube.com/v/?v=k7Xua6ZkaIM


(http://www.mx7.com/i/871/BLy2Kh.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yvycwZTwqDj4OVQH)

เทพบุตรที่ไม่แก่แห่งวงการบันเทิง ซูโหย่วเผิง เคล็ดลับความสำเร็จ: ซูโหย่วเผิงเพื่อนบ้านรูปหล่อที่ตอนนี้อายุเข้าเลขสี่แล้ว แต่ใบหน้าที่หล่อเหลา และรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นดังดวงตะวัน ก็ยังคงไม่ไปไหน ผลงานภาพยนตร์ที่ออกมาในช่วงสองปีนี้ มียอดจำหน่ายตั๋วที่ไม่เลวเลย ภาพยนตร์เรื่องโจ่วเอ่อที่เข้าฉายในปีนี้ ทำรายได้สุทธิ 491,500,000 ล้านหยวน หน้าที่การงานของซูโหย่วเผิงก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นเพื่อนบ้านรูปหล่อและความตั้งใจอย่างไม่ลดละ

ซูโหย่วเผิง
วันเกิด: 11 กันยายน 1973

ถึงแม้ว่าเสี่ยวหู่ตุ้ยจะจากพวกเราไปนานแล้ว แต่ไกวไกวหู่ซูโหย่วเผิงกลับเป็นเทพบุตรตลอดกาลในใจของหลายๆคน ตั้งแต่อายุ 15 ปีที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกวงเสี่ยวหู่ตุ้ยเป็นต้นมา ซูโหย่วเผิงกลายเป็นไอดอลคนแรกในวงการบันเทิงที่ได้รับความนิยมของคนทุกเพศทุกวัย เป็นการเริ่มยุคสมัย “ราชาเรตติ้งแห่งละครโทรทัศน์”ของเขา ละครเรื่อง องค์หญิงกำมะลอ มนต์รักในสายฝน ดาบมังกรหยก ฯลฯ ล้วนแต่ได้รับความนิยมอย่างมาก.

ปัจจุบัน ซูโหย่วเผิงมีอายุเข้าเลขสี่แล้ว แต่ใบหน้าที่หล่อเหลา และรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นดังดวงตะวัน ก็ยังคงไม่ไปไหน ผลงานภาพยนตร์ที่ออกมาในช่วงสองปีนี้ เรื่อง    Design of Death, The Assassins, และ The Four III ล้วนมียอดจำหน่ายตั๋วที่ไม่เลวเลย ภาพยนตร์เรื่องโจ่วเอ่อ-The Left Ear ที่เข้าฉายในปีนี้ หน้าที่การงานของซูโหย่วเผิงก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นเพื่อนบ้านรูปหล่อและความตั้งใจอย่างไม่ลดละ



(http://www.mx7.com/i/d1f/Tuynya.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yvs7cKMLed9UOOyb)

ซูโหย่วเผิง  ซูโหย่วเผิง ในฐานะที่เป็นศิลปินที่ได้รับความนิยมอย่างสูงอดีตวงเสี่ยวหู่ตุ้ยที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นต้นกำเนิดของไอดอล—ไกวไกวหู่ ซูโหย่วเผิง ในฐานะที่เป็นศิลปินที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ในวงการภาพยนตร์ วงการโทรทัศน์ วงการเพลง ฯลฯ ซูโหย่วเผิงล้วนแต่มีผลงานเป็นที่น่าจับตามอง เขาเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดสำหรับบรรดาสาวๆ SNH48 ที่กำลังไล่ตามความฝันที่จะเป็นไอดอลของจีน

ซูโหย่วเผิง เกิดวันที่ 11 กันยายน ปี 1973 ที่เมืองไทเป ไต้หวัน นักร้อง นักแสดง โปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ

ปี 1988 เข้าเป็นสมาชิกวงเสี่ยวหู่ตุ้ย และได้รับความนิยมมาก เมื่อเสี่ยวหู่ตุ้ยปรากฏตัวก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากในเอเชีย จัดคอนเสิร์ตอย่างเต็มรูปแบบกว่า 20 รอบเป็นประวัติการณ์ กลายเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุค 80 และ 90 เป็นความทรงจำช่วงวัยรุ่นของคนมากมาย

ปี 2009 ซูโหย่วเผิงเริ่มเปลี่ยนแปลงบทบาท ในภาพยนตร์เรื่อง เฟิงเซิน (The Message) รับบทเป็นไป๋เสี่ยวเหนียน (Bai Xiaonian) ที่สับสนทางเพศ มีลักษณะตุ้งติ้ง นุ่มนิ่ม และได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

ปี 2014 ซูโหย่วเผิงรับบทเป็นผู้กำกับครั้งแรก นิยายของหราวเสว่ม่าน (饶雪漫) เรื่อง โจ่วเอ่อ (The Left Ear) เป็นผลงานที่ซูโหย่วเผิงเลือกมาเป็นผลงานการกำกับชิ้นแรก ปี 2015 ภาพยนตร์เรื่อง โจ่วเอ่อ ได้รับรางวัล  “วรรณกรรมเยาวชนแห่งปี 2015”   ในงานเทศกาลภาพยนตร์ปักกิ่ง


(http://www.mx7.com/i/e17/hudSGY.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yvWmFZPjIapH5bPg)

ซูโหย่วเผิว--ชายหนุ่มที่คู่ควรให้ฉันคลั่งไคล้

จากหนุ่มขี้อายยามขึ้นบนเวที ในตอนนี้เวทีเป็นที่ๆเขาเป็นตัวของตัวมากที่สุด การพัฒนานี้อาจใช้เวลานานพอสมควร เขามีทุกวันนี้ได้ มีจุดเริ่มต้นมาจากความตั้งใจ ยืนหยัด และความพยายามของเขา เขาเชื่อเสมอว่า ขอเพียงเราตั้งใจทำให้เต็มที่ มันต้องผลตอบแทนกลับมาแน่นอน

ผลงานของเขาเป็นเหมือนเพื่อน ที่อยู่ข้างเราตั้งแต่เริ่มจำความได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา บางครั้งเราอาจลืมเขาไป แต่เพียงแค่ความบังเอิญเสี้ยววินาทีเดียว ก็ทำให้เราได้รับรู้ว่า เขาอยู่เคียงข้างเรามาเสมอ เขาเป็นคนเรียบง่าย ถึงตอนนี้จะกลายเป็น "ราชานักแสดง" แล้ว แต่เขายังคงความเรียบง่าย ติดดินเหมือนเดิม มุ่งมั่นในการก้าวไปข้างหน้าต่อไป

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความเมตตาในตัวเขา ทำให้ทุกคนที่รักเขาซาบซึ้งอยู่เสมอ ไม่ว่าในการทำงานจะเจออุปสรรคมากมายแค่ไหน แต่เขาก็ยังแสดงรอยยิ้มให้เราได้เห็น นี่แหล่ะ ซูโหย่วเผิง ผู้ชายที่คู่ควรให้เรารัก ผู้ชายที่คู่ควรให้เราคลั่งไคล้


(http://www.mx7.com/i/617/GmDhcm.jpg) (http://www.mx7.com/view2/ywXUNkyQETwV3rRZ)

ฝันถึง ซูโหย่วเผิง

หญิงสาวคนหนึ่งยืนรออยู่หน้าคฤหาสน์  ห้องนอนสว่างจ้าเพราะผนังห้องเป็นกระจก ผ้าม่านสีขาวถูกแขวนอยู่หน้ากระจก ข้างผ้าม่านมีกระถางดอกมะลิดอกน้อยตั้งอยู่ สายลมเบาๆพัดผ่านสระว่ายน้ำเข้าไปยังห้องของเธอ หญิงสาวนั่งอยู่ริมหน้าต่าง เธอเป็นสาวผมยาวสลวย หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ  อากาศตอนนี้มีกลิ่นหอมอ่อนจากดอกมะลิ

ขณะนี้มีคนก้าวเข้ามาในห้อง เขานั้นเอง ชายหนุ่มที่เธอนั่งรอ (โหย่วเผิง) หญิงสาวหันไปหาเขา ทั้งสองส่งยิ้มให้กัน อันที่จริงแล้ว เมื่อก่อนแล้วซูโหย่วเผิง ก็เหมือนกับ หมอหนิว 牛医生(หนิวยีเซิน) ในเรื่อง 杀生(ซาเซิง) ลึกลับและน่ากลัว  นั้นเป็นเพราะว่าเด็กผู้ชายตัวน้อยบ้านเด็กกำพร้าที่ โหย่วเผิง ชอบไปบ่อยๆ เขาเผลอกินลูกปัดที่มีเวทมนต์เข้าไป และลูกปัดเวทมนต์นี้สามารถดูดพลังความรักความเมตตาจากคน ทำให้กลายเป็นคนร้ายกาจน่ากลัว

จาก ซูโหย่วเผิง ที่เคยมีแต่เมตตาค่อยเปลี่ยนไปเพราะลูกปัดเวทมนต์ ไม่เพียงแค่ โหย่วเผิง เท่านั้น รวมถึงเด็กๆในบ้านเด็กกำพร้าด้วย กลายเป็นคนน่ากลัวไปหมด มีแต่เพียงเด็กชายคนนั้นที่ยังเหมือนเดิม ฉะนั้น เขาเลยกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของคนอื่นๆ ถูกข่มขู่ กลั่นแกล้งทุกวัน อยู่มาวันหนึ่ง ซูโหย่วเผิง มาถึงบ้านเด็กกำพร้าที่นี่ เขามัดเด็กชายคนนั้นแล้วแขวนไว้บนต้นไม้ ให้เด็กคนอื่นๆมาโยนถุงทรายในตัวเด็กชาย  เด็กน้อยร้องไห้ร้องขอ “ปล่อยฉันลงไปทีเถอะ ขอร้อง” แต่เด็กๆข้างล่างกลับเล่นอย่างสนุกสนาน “ทุกคนหลบไป ฉันจัดการเอง” โหย่วเผิงร้องบอก โหย่วเผิง ปาสุดกำลัง ถุงทรายกระทบกับลูกปัดในตัวเด็กชายพอดี เด็กชายสำลัก มีลูกปัดออกมาจากปากและหล่นลงพื้นหญ้า แสงอาทิตย์สาดสองปลดปล่อยพลังแห่งรักของทุกคน ทุกคนกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เด็กชายถูกปล่อยลงจากต้นไม้ บ้านเด็กกำพร้ากลับมาสู่ความสงบสุขเหมือนแต่ก่อน

โหย่วเผิง รู้สึกผิดที่ตนได้ทำเรื่องแย่ๆลงไป เขาสำนึกผิดด้วยการมีจิตใจเมตตามากยิ่งขึ้น ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนสุดความสามารถของตนเอง และให้ความรัก ความอบอุ่นแก่พวกเขา ฉะนั้นที่ โหย่วเผิง ดูแลหญิงสาวคนนั้น ก็เพราะว่าเธอต้องการความช่วยเหลือ ไม่ใช่อย่างอื่นใดเลย เพราะว่าหญิงสาวคนนั้นไม่สามารถมองเห็นได้


(http://www.mx7.com/i/516/iBdC2t.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yxCckiNvHWbU6Gvn)

ซูโหย่วเผิง-สมกับที่เป็นผู้ชายที่ฉันบ้าคลั่ง

จากคนที่ตื่นเต้นขี้อายบนเวทีในอดีต ถึงคนที่มีความสุขอย่างยิ่งบนเวทีในปัจจุบัน หลังจากผ่านความพยายามและความหนักแน่นมาตั้งแต่แรก เขาเชื่อว่า เพียงแค่คุณตั้งใจและทุ่มเท จะต้องได้รับผลตอบแทนแน่นอน ...!

ผลงานของเขาเป็นเหมือนกับเพื่อนของพวกเรา ตั้งแต่จำความได้ ก็อยู่กับพวกเราแล้ว สิ่งละอันพันละน้อย อุปสรรคต่างๆ อาจทำให้พวกเราลืมเขาไปบ้างระหว่างทาง แต่ว่าแค่ช่วงเวลาที่ไม่สนใจ พวกเราก็จะพบว่าเขาอยู่เคียงข้างกับพวกเรามาตลอด

เขามีจิตใจที่สงบและสันโดษ ถึงแม้ว่าความยอดเยี่ยมของเขาได้สร้าง “ผู้ชนะ” ในวันนี้ แต่เขาก็ยังคงรักษาจิตใจอันสงบนี้ไว้ ในทุกๆก้าวที่ก้าวผ่านวันนี้ไปสู่อนาคต!

หลายปีมานี้ เขาใช้จิตใจที่มีเมตตามาทำให้พวกเราทุกคนที่รักเขาประทับใจตลอดมา ไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหนด้านการงาน เขาก็ยังคงมอบรอยยิ้มที่แสนจริงใจให้กับพวกเราเสมอ นี่ก็คือ "ซูโหย่วเผิง" สมแล้วที่พวกเรารัก สมแล้วที่เป็นผู้ชายที่พวกเราบ้าคลั่ง



(http://www.mx7.com/i/519/ys5Uxg.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yw4PgZoaEDibfyZQ)
อ้างถึง
มีสปุ๊ บ้านพิพัฒน์กนกพร

เท่าที่ติดตามดาราเด็กหลายคนที่ประสบผลสำเร็จตอนเด็ก มักไม่ประสบผลสำเร็จตอนโต เพราะหลงระเริงกับมายาภาพ เงินทองจนไปสู่อบายมุข แต่สำหรับซูโหย่วเผิงกลับไม่ใช่ การวางตัวที่เหมาะสม อาจจะมีช่วงหนึ่งที่หายไปนั่นคงเป็นระยะเวลาของดักแด้ ที่ต้องการความสงบนิ่งไตร่ตรอง สะสมพลัง เพื่อโบยบินสู่แสงตะวันอีกครั้งอย่างงดงาม



(http://www.mx7.com/i/456/GCN8Av.jpg) (http://www.mx7.com/view2/ywY9sg3tIpG6ixmY)

จะมีวัยรุ่นอายุ 17 ปี สักกี่คน
ที่จะมีความมุ่งมั่นทำในสิ่งที่ยากมาก
และกล้าที่จะแสดงความมุ่งมั่นนี้ออกมา
รับปากกับทุกคน และ
เขาเอาความมั่นใจมหาศาลนี้มาจากไหนกันนะ

ซูโหย่วเผิง Alec Su ในวัย 17 ปี
การตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต
โดยทำตามอิมเมจที่บริษัทสร้าง “ไกวไกวหู่” ไว้
ได้สร้างไว้ตั้งแต่ เป็น “ผู้ช่วยพิธีกร”
“ไกวไกวหู่” ที่ ทั้งหน้าตาน่ารัก หล่อเหลา
ทั้งเรียนหนังสือเก่ง ทั้งสามารถทำงานทีวีได้

ไม่มีใครคาดคิด
“เสี่ยวหู่ตุ้ย”
วัยรุ่นชายที่เป็นผู้ช่วยพิธีกรทั้ง 3 คน
มีชื่อเสียงและดังยิ่งกว่าพุแตก
“ไกวไกวหู่” ยังมีอินเมจอย่างเดิม

แต่…………………….
ภารกิจ การเป็นผู้ช่วยพิธีกร (ออกอากาศอาทิตย์ละ 1 ครั้ง)
กับ ภารกิจ การเป็น บอยแบรนด์อันดับหนึ่ง นั้น
ช่างต่างกันลิบลับ

ใครจะรู้ซึ้งเรื่องนี้ได้ดีเท่า ซูโหย่วเผิง
และความลำบาก หนักหน่วงนี้
ไม่ได้แสดงออกมาเป็นคำพูด
หากจะเห็นแต่ “ไกวไกวหู่” ที่มี
ใบหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นทุกวัน

เหตุการณ์นี้กดดันมากขึ้น
เมื่อบริษัทจะถอดเขาออกจาก “เสี่ยวหู่ตุ้ย”
เหตุเพียงเพราะคะแนน ม.4 และ ม.5 ของเขาไม่ดี
การสอบเข้ามหาลัยมีชื่ออาจเป็นไปไม่ได้
ถึงตอนนั้น นอกจาก “ไกวไกวหู่” จะเสียภาพพจน์แล้ว
แน่นอน ย่อมกระทบไปถึง “เสี่ยวหู่ตุ้ย”
และ ชื่อเสียงของ “บริษัทไคลี่” ด้วย
(เฮ้อออออออออออออออออ เซ็งจิต)

ระบบธุรกิจในโลกที่คนทำกับคนกันแบบนี้
ทำให้วัยรุ่นคนหนึ่ง
จะต้องทำงานไปด้วย
และสอบเข้าคณะที่ฮิต ในมหาลัยชื่อดังที่สุดในไต้หวันให้ได้
กลายเป็นความเชื่อ เป็นภารกิจที่สมควรทำ
ซึ่งเพราะความเชื่อแบบนี้
จึงทำให้คนเอเชียแบบญี่ปุ่น ไต้หวัน และ
ตามมาติดติดก้อจีน
เพราะความเชื่อแบบนี้ ซึ่งไม่รู้ว่าดีหรือเปล่า
แต่ก้อทำให้นำมาซึ่งชื่อเสียงและเงินทอง

ซูโหย่วเผิง เองคงเคยเชื่อแบบนี้
ถึงตอนนี้ก้อยังเชื่ออยู่
หากแต่ อยู่ภายใต้ ตัวของตัวเองมากขึ้น
(และเนี่ยอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้
คนในประเทศเหล่านี้สามารถทำงานเป็นทีมได้
ไม่เหมือนเมืองไทย ทำงานเป็นทีมทีไร
มั่นหาเรื่องกัดกันทุกที คิดแต่เรื่องชิงดีชิงเด่น
อิจฉาริษยาไม่เข้าเรื่อง แทนที่จะมองที่เป้าหมาย
แล้วร่วมมือกัน ชอบจับผิดในเรื่องไม่เป็นเรื่อง)
ถึงตอนนี้ ซูโหย่วเผิง ก้อยังคงเป็นเหมือนเดิม
ดังที่เขาเคยพูดไว้

“กิจกรรมของบริษัทผมสามารถปฏิบัติตามได้ การเรียนของผมตัวผมรับผิดชอบเอง ลำบากกว่านี้ผมคนเดียวขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียวทั้งหมด”
เมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ก้อยังคงมุ่งมั่นเหมียงเดิม และมีเพิ่มเติมนิดหน่อย

“กิจกรรมของบริษัทผมสามารถปฏิบัติตามได้ การสรุปบทเรียนและความรู้ด้านการแสดงของผมตัวผมรับผิดชอบเอง ลำบากกว่านี้ผมคนเดียวขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียวทั้งหมด”


ารกระทำเป็นเครื่องวัดที่ดีที่สุด
เห็นการตั้งใจทำงาน
และการมองโลกในแง่ดีแล้วของ Alec Su แล้ว
ฉันตั้งใจจะเอาเป็นแบบอย่างคะ
และตั้งใจจะทำงานเป็นทีมให้ได้ดี
(กับทุกทีมที่ดิวอยู่ตอนนี้ เฮ้อ...เหนื่อยคะ เหนื่อยใจ)

ทึ่ง จิง จิง ว่าคุณทำได้ไง
แถมทำกับทึมงานเด็กรุ่นใหม่ทั้งนั้น
แต่อาจเป็นเพราะความต่างด้านวัฒนธรรมกะมัง
สุดยอดคะ Alec Su
คุณ คือ ที่สุดของแบบอย่าง
Alec Su , I Love You


(http://www.mx7.com/i/d31/2UJPMi.jpg) (http://www.mx7.com/view2/ywXMcSuuKoBgxety)

ปี 2010 Alec ได้รับรางวัล Best Supporting Actor จากงาน Golden Rooster and Hundred Flowers Film Festival (ครั้งที่ 19) เขาเป็นคลื่นลูกใหม่ รูปลักษณะใหม่ของเขาเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์แบบการันตีด้วยความงดงาม มีชีวิตชีวา ความเคร่งขรึมดูมีเสน่ห์ เป็นความพิเศษของเขา

ยินดีและดีใจกับ Alec Su ศิลปินผู้มากความสามารถ
ศิลปินผู้มากความพยายาม
ปลื้มใจมากคะ ดีใจจนบอกไม่ถูก

ก้อไม่รู้ว่ารางวัลนี้ มีความหมายมากขนาดไหน
กับศิลปิน นักแสดงในประเทศจีน

เท่าที่ดูจากปฏิกิริยาของ Alec Su
การได้รางวัลนี้
เหมือนบทพิสูจน์ที่ได้พิสูจน์ตัวเอง
เส้นทางนี้ เดินมาถูกต้องแล้ว

ดีใจและยินดีด้วยหมดหัวใจเลยคะ
ซูโหย่วเผิง ยังไง ก้อเป็น ซูโหย่วเผิง ตลอดกาล
เขาอาจรู้อยู่แล้ว ว่าในใต้หล้า ทุกคนเทใจให้ “ไป๋เสี่ยวเหนียง”
แต่เขาก้อนึกไม่ถึง ว่าจะได้รับการยอมรับอย่างท่วมท้นขนาดนี้

ความรู้สึกของ ผู้ชายที่ชื่อ Alec Su ซูโหย่วเผิง
เก็บไม่ค่อยอยู่ เก็บได้ไม่เนียน
เสียใจก้อแสดงออก เศร้าใจก้อมองเห็น
ดีใจก้อยิ้มไม่หยุด ขำขำก้อหัวเราะร่า

สำหรับความยินดีของ ซูโหย่วเผิง บนเวทีนี้ สุดจะบรรยาย
เหมือนกับความเหนื่อยยากทั้งหมด
นับตั้งแต่ การได้เดินบนเส้นทางการเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัว
เริ่มนับตั้งแต่ องค์หญิงกำมะลอ
เป็นความพยายาม บนหนทางแห่งความเพียร
พยายาม และ พยายาม

สมแล้วคะ ที่คุณเป็นฮีโร่ของฉัน
สมแล้วคะ สำหรับแบบอย่างของความพยายาม
บนหนทางที่ถูกต้อง และเป็นตัวของตัวเองที่สุด


:: VDO ::
https://www.youtube.com/watch?v=mOEM6bD4KJY&feature=g-upl
http://www.tudou.com/programs/view/gBXFmuNWDgY/
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ กันยายน 13, 2015, 11:13:25 AM
(http://image.ohozaa.com/i/472/vyT7lS.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/xuR6hd4XOGUeN6mw)
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ กันยายน 13, 2015, 11:14:26 AM
(http://image.ohozaa.com/i/65e/KjAL8b.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/xuR8MPKmiNsfvPba)

(http://image.ohozaa.com/i/722/XaASN0.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/xuR8LpPDaof3C1KL)
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ กันยายน 13, 2015, 11:14:59 AM
 (http://image.ohozaa.com/i/341/V8PTLf.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/y204D7ROX0j8FUs2) (http://image.ohozaa.com/i/28c/YrwnYR.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/y204ETLend4AGsLd)

ที่มา http://ent.sina.com.cn/s/h/2011-02-18/10403233283.shtml

เวลา 10:40 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2011  ซูโหย่วเผิงกลับคืนสู่จอเงิน แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ใส่ชุดโบราณ

Sina รายงาน ปี 2010 เป็นปีแห่งการเก็บเกี่ยวของภาพยนตร์ประเทศจีน รายได้ Box office มากกว่าพันล้าน ดาราภาพยนตร์หลายคนปรากฏตัวต่อหน้าผู้ชมบ่อยครั้งมากขึ้น ปี 2009 มีการเปิดตัวหนังที่ซูโหย่วเผิงจะแสดง และในปี 2010 มีการเสนอภาพยนต์ 5 สไตล์ให้ผู้ชม ซึ่งทำให้ผู้ชมประหลาดใจ อย่างไรก็ตาม ผู้ชมก็ยังไม่พอใจเท่าไหร่ หวังว่าในปีใหม่จะได้เห็นซูโหย่วเผิงกลับสู่จอเงินในชุดโบราณอีกครั้ง

เมื่อนึกถึงซูโหย่วเผิงที่แสดงในภาพยนต์ 5 เรื่องในปี 2010 เขาได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อต้นปีที่อยากจะทำลายภาพลักษณ์เก่าของเขา ยิ่งบทบาทที่ไม่เหมือนเดิม เขายิ่งอยากแสดง ในปีนี้การตีความบทบาทตัวละครของซูโหย่วเผิงทำให้ผู้ชมประหลาดใจ และประสบความสำเร็จอย่างมากใน Box office ทั้งการแสดงเป็นวัยรุ่นในละคร Comedy

เรื่อง  The Four Cupids ซื่อเก้อฉิวบี่เท่อ (SiGeQiuBiTe)  ซูโหย่วเผิงแสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก

ทั้งการแสดงเป็นนักศึกษาปริญญาโทผู้อ่อนโยนในเรื่อง A Singing Fairy สุนจ่าวหลิวซานเจี่ย (XunZhaoLiuSanJie) เขาทั้งร้องเพลงเต้นรำ แสดงออกถึงพรสวรรค์หลายด้านของเขา

ในเรื่อง  Lost In Panic Room มี่ชื่อจือปู้เข่อเก้าเหริน (MiShiZhiBuKeGaoRen) และเรื่อง A Tibetan Love Song คางติ้งฉิงเกอ (KangDingQingGe) ซูโหย่วเผิงก็ได้ทำลายภาพลักษณ์เก่าของเขาได้ ยิ่งทำให้น่าประหลาดใจขึ้นไปอีกคือซูโหย่วเผิงแต่งกายเป็นนักศีกษาชาวธิเบตแสดงหนังซึ่งเป็นที่น่าจดจำ ความจริงใจของเขาทำให้คนน้ำตาไหลจริงๆ นี่เป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของบทบาทการแสดงภาพยนตร์ของเขาซึ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกประทับใจอย่างมาก

เขาถูกแฟนๆเรียกว่า ไป๋เปี้ยนซู (BaiBianSu) แต่ก็มีผู้ชมพบว่าการแสดงหนังทั้ง 5 เรื่องของซูโหย่วเผิง ไม่มีบทบาทที่ใส่ชุดจีนโบราณเลย แฟนๆเลยหวังว่าในปี 2011 เขาจะเข้าสู่จอเงินในชุดโบราณอีกครั้ง หลังจากที่ปี 2010 ไม่มีบทบาทนี้เลย
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Partana ที่ กันยายน 13, 2015, 11:16:09 AM
(http://image.ohozaa.com/i/633/7FOc05.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/xT0wRq0wGsieegUU) (http://image.ohozaa.com/i/6d9/ZnBrmO.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/xT0wStWzxp7Rqkvb)

ที่มา http://ent.sina.com.cn/s/m/2011-02-11/10283226810.shtml

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2011ซูโหย่วเผิงเป็นผู้นำคณะนักแสดงชาย

ซูโหย่วเผิงเป็นผู้นำคณะนักแสดงชาย

 ปี 2010 เป็นปีที่ดาราหลายๆ คนมีผลงานภาพยนตร์หลายเรื่องที่น่าจดจำ ทั้งเฉินหลง (ChengLong) หวงเสี่ยวหมิง (HuangXiaoMing) ซูโหย่วเผิง (SuYouPeng) เป็นต้น ซูโหย่วเผิงไม่เพียงทุ่มเทในการแสดงภาพยนตร์ที่แสนยอดเยี่ยม 5 เรื่อง ให้แก่ผู้ชม จนกลายเป็นดาราที่แสดงหนังเยอะที่สุดของปีนั้น เขายังได้รับรางวัลนักแสดงนำชายในเทศกาลหนังมาเก๊าจากเรื่อง คางติ้งฉิงเกอ (KangDingQingGe) อีกด้วย

ปีที่ผ่านมา ซูโหย่วเผิงมีผลงานภาพยนตร์ที่น่าประทับใจ กลายเป็นทั้งไอดอลสุดร้อนแรงและนักแสดงที่มีคุณภาพ เฉพาะในปีนี้ ซูโหย่วเผิงได้เสนอภาพยนตร์สุดยอดเยี่ยมให้ผู้ชมถึง 5 เรื่อง ได้แก่ เรื่อง สุนจ่าวหลิวซานเจี่ย (A Singing Fairy) เรื่อง ชื่อจือปู้เข่อเก้าเหริน (Lost In Panic Room) เรื่อง คางติ้งฉิงเกอ ( A Tibetan Love Song) เรื่อง เส้าเหนี่ยนซิงไห่ ( The Star and The Sea ) และเรื่อง ซื่อเก้อฉิวบี่เท่อ ( The Four Cupids) ซูโหย่วเผิงทำงานด้วยจิตวิญญาณและมีความตั้งใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนชื่นชมเขา จนกลายมาเป็นนักแสดงชายที่ร้อนแรงที่สุด

ไม่ว่าจะอยู่ในภาพยนตร์เรื่องไหน ซูโหย่วเผิงก็ปรับเปลี่ยนให้เป็นตามบทบาทนั้นได้ ทำให้เห็นภาพที่ลึกซึ้งและเสน่ของแต่ละบทบาทตัวละคร กลายมาเป็นผู้นำนักแสดงชายได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถ้าหากพูดว่าเรื่อง เฟิงเชิง (FengSheng) ทำให้ซูโหย่วเผิงกลายมาเป็นที่รู้จักไปทั่วจนได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชาย ถ้าอย่างงั้น เรื่อง คางติ้งฉิงเกอ (A Tibetan Love Song) ปี 2010 ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จ แต่ยังเป็นต้นแบบของนักแสดงที่มีความพยายามอีกด้วย จิตวิญญาณนักแสดงของซูโหย่วเผิงดึงดูดให้ประเทศอื่นๆ สนใจในตัวเขา จนเขาได้รับเชิญไปงานเทศกาลหลังนานาชาติ ด้วยความรักในภาพยนตร์ของเขา เขาเดินทางออกนอกประเทศ ก้าวไปในเวทีที่สูงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

นอกจากความทุ่มเททำงานของซูโหย่วเผิงแล้ว เขายังคงให้ความสำคัญกับการทำการกุศลอีกด้วย ซูโหย่วเผิงเดินทางไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือและบริจาคให้โรงเรียนประถมที่ยากจนแถบเหอเป่ย และพื้นที่ยากจนต่างๆ โดยเขาเสียสละกำลังของตนเองเพื่อไปให้ความบันเทิงและให้ความรักกับเด็กๆในพื้นที่ยากจนเหล่านั้น

ปี 2010 ผ่านไปแล้ว สำหรับซูโหย่วเผิงแล้วเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของเขามาก เขายังคงพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยหยุดความพยายาม เขาท้าทายตัวเอง มองหาบทบาทที่ยากขึ้นไปด้วยความเชื่อมั่นที่เขามีในการสร้างสิ่งใหม่ๆ ทำให้พวกเราได้รับชมสิ่งแปลกใหม่จากเขาอยู่เสมอ ในตอนนี้ขออำลาปี 2010 ซูโหย่วเผิงจะยังคงเดินหน้าต่อไป มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ และบินไปในท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ขึ้น
หัวข้อ: Re: 2012 ความวิเศษสำหรับผู้หลงรักผู้ชายที่ชื่อว่า [ซูโหย่วเผิง]
เริ่มหัวข้อโดย: Alec Love Me ที่ ตุลาคม 06, 2015, 10:41:28 AM
(http://www.mx7.com/i/583/lVIihp.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yFcfIonmeJbe12SV) (http://www.mx7.com/i/c23/8n4UAy.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yFcfIonmeNIvVKyV) (http://www.mx7.com/i/cf5/We1Z8U.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yFcfIKm2wpphESU0) (http://www.mx7.com/i/edf/hAveaG.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yFcfIKm2woDS4YsD) (http://www.mx7.com/i/ba5/27g6e9.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yFcfJ6kINZzeeckI) (http://www.mx7.com/i/787/vNz44I.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yFcfJ6kINYmdAhdR) (http://www.mx7.com/i/e48/vt1IRb.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yFcfJsjp5yUFkJE9) (http://www.mx7.com/i/7c4/oIBjkb.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yFcfJsjp5ElGiV8L) (http://www.mx7.com/i/811/X9ohGJ.jpg) (http://www.mx7.com/view2/yFcfJOi5nbWLbmtS)

http://www.weibo.com/p/1001603894510647162768

永远的苏有朋
2015年10月5日 09:05 阅读 600


在台北住着一个学习成绩优异的学生。

他从小就是家中的宝贝,爸爸疼、妈妈爱。他有一个小他六岁的弟弟,叫苏有文。

对于一个十五岁的孩子谁又能想到不久的将来他的人生发生了巨变!

国内毕业的他,看到华视在招节目助理,怦然心动;他告诉妈妈他要去报名应征。他从小就有明星梦,自愿报了电子钢琴班、包了学校的合唱团。原因就是他喜欢音乐,一股来自内心深处的无缘由的喜欢。

他在洗澡的时候在唱歌,在写作业的时候都哼唱着当时的流行歌曲。他心里深深久驻着他的偶像————麦当娜! 他幻想有一天也能和偶像一样有属于自己的歌迷,属于自己的掌声。

于是在妈妈的帮助下,写了简历,简历上赫然写着就读的高中———【台北市建国高级中学】。那是台湾最好的高中。

终于,有天下午他接到了面试电话,叫他拿着舞蹈鞋到华视旁边的舞蹈教室面试。

进入排练室,一下子觉得自己那狭隘的世界变得辽阔了。他看到一个穿着古装芭蕾衣服的酷似张国荣的,后来问了他才知道他叫陈志朋。

看到那么多的舞蹈竞争者,另他瞠目结舌,印象最深的是吴奇隆、还有吴奇隆的后空翻。

轮到他上场的时候,音乐从录音机里放出来就慢了一拍。

苏有朋是农历八月十五出生的,所以取名苏有朋。

最终定下了吴奇隆、陈志朋还有他组成了小虎队!因为他的高学历,加上呆萌的外表,所以他叫乖乖虎。

小虎队红了!一场又一场的演唱会,成了华人偶像团体的鼻祖。苏有朋的压力也大了,学业事业两头忙。他只能拼命地读书,报了补习班,把功课不回来。

小虎队的每张专辑都很好。他与吴奇隆、金城武、林志颖成了台湾的四小天王。

因为陈志朋要服兵役,小虎队被迫解散。1995年举办了《虎啸龙腾狂飙演唱会》。他在唱《珍惜》的时候落下了眼泪……

这时候家里也出现了很大的问题,他家庭事业都受到了打击。他在努力工作、努力挣钱养活全家。

这种日子熬了两年,到1997年琼瑶找到了他和陈志朋,要他们演《还珠格格》,他开始了新的起跑线,从新人做起……

没想到《还珠格格》让他们一炮而红,创下了不可复制的奇迹!然后是《老房有喜》《绝代双骄》《倚天屠龙记》《情深深,雨蒙蒙》等多部作品。娱乐圈是条染色体,只有他没被这条染色体沾染,始终保持初心。他不断突破自己,转到电影,《密室》《杀生》《风声》《四大名捕》《最佳嫌疑人》《甜蜜杀机》等多部电影。再后来当了制片人,出演了《非缘勿扰》!直到当起了导演,拍摄了《左耳》!不断转变身份。

如今到了40而惑的年纪,希望他能找到生命的另一半,我会永远支持你!

รักซูโหย่วเผิงตลอดกาล

นักเรียนผลการเรียนดีเด่นที่มุ่งแต่เรื่องเรียนในไทเปตั้งแต่เล็กเขาก็เป็นแก้วตาดวงใจของครอบครัวตลอดมา เขามีน้องชายอายุซึ่งห่างจากเขาถึง 6 ปีหนึ่งคน ชื่อซูโหย่วเหวิน (苏有文)

สำหรับเด็กอายุ 15 ปีคนหนึ่งแล้ว ใครจะไปคาดคิดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีจุดเปลี่ยนอันยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาเกิดขึ้น เขาที่จบการศึกษาในระดับประเทศ เมื่อเห็นรายการโทรทัศน์จีนกำลังมองหาผู้ช่วยผู้กำกับรายการก็ใจเต้นตูมตาม เขาบอกแม่ของเขาว่าเขาจะไปสมัคร เขามีความฝันอยากเป็นดาราตั้งแต่เด็ก สมัครใจไปเรียนคีย์บอร์ดด้วยตัวเอง และเข้าร่วมวงร้องประสานเสียงของโรงเรียนด้วย เหตุผลก็คือเขาชอบเสียงเพลง ทั้งหมดล้วนมาจากความชอบจากใจส่วนลึกที่ไม่มีเหตุผล

เขาร้องเพลงตอนที่อาบน้ำ ตอนที่ทำการบ้านก็ฮัมเพลงฮิตในสมัยนั้นไปด้วย ไอดอลที่สถิตอยู่ในเบื้องลึกของจิตใจเขาก็คือ— มาดอนน่า (麦当娜) เขามีความฝันที่จะมีแฟนเพลงเป็นของตัวเอง มีเสียงปรบมือให้กับตัวเอง เหมือนกับศิลปินที่ตนชื่นชอบ  ดังนั้น ด้วยความช่วยเหลือจากคุณแม่ เขียนประวัติส่วนตัว เขียนบรรยายโรงเรียนช่วงมัธยมต้นได้อย่างน่าประทับใจ --- (โรงเรียนมัธยมเจี้ยนกั๋วไทเป- Taipei Municipal Jianguo High School台北市建国高级中学) ซึ่งที่นั่นเป็นโรงเรียนมัธยมที่ดีที่สุดในไต้หวัน

ในที่สุด ฟ้าก็ตอบรับคำอธิษฐานของเขา เขาได้รับการสัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์ บอกให้เขาใส่รองเท้าเต้นไปที่ห้องซ้อมเต้นข้างๆสถานีโทรทัศน์เพื่อรับการสัมภาษณ์  เมื่อก้าวเข้าไปในห้องซ้อมเต้น ก็รู้สึกว่าโลกแคบๆใบเก่าของตัวเองได้เปลี่ยนไปกว้างใหญ่แล้ว เขาได้เห็นคนๆหนึ่งสวมชุดบัลเล่ต์ที่ดูเหมือนจางกั๋วหรง (张国荣) อยู่ข้างใน ต่อมาเขาถึงเพิ่งรู้ว่าคนๆนั้นชื่อ เฉินจื้อเผิง (陈志朋) เห็นผู้สมัครแข่งเต้นมากมายขนาดนั้น ทำให้เขาถึงกับตาค้าง จำได้ดีที่สุดก็คืออู๋ฉีหลง (吴奇隆) และท่าตีลังกากลับหลังของเขา เมื่อถึงตาเขาแสดง เสียงเพลงที่ออกจากเครื่องเล่นเทปก็ดูเหมือนจะช้าลงไปเลย

ซูโหย่วเผิงเกิดวันที่ 15 เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ ดังนั้นจึงมีชื่อว่า ซูโหย่วเผิงในที่สุดก็ได้อู๋ฉีหลง (吴奇隆) เฉินจื้อเผิง (陈志朋) และเขา มารวมกลุ่มกันเป็นเสี่ยวหู่ตุ้ย เพราะเขามีประวัติการศึกษาที่ดี บวกกับหน้าตาที่ชวนให้ตกตะลึง เขาจึงถูกกำหนดให้เป็นไกวไกวหู่
เสี่ยวหู่ตุ้ยดังแล้ว!คอนเสิร์ตรอบแล้วรอบเล่าที่ถูกจัดขึ้น กลายเป็นศิลปินที่เป็นกลุ่มยุคแรกของจีน ความกดดันของซูโหย่วเผิงก็มากขึ้นตามไปด้วย ทั้งการงานและการเรียน เขาทำได้เพียงแค่ตั้งใจเรียนให้มากที่สุด สมัครเรียนกวดวิชา ทำการบ้านอย่างหนัก

ยอดขายเทปของเสี่ยวหู่ตุ้ยดีทุกอัลบั้ม อู๋ฉีหลง จินเฉิงอู่ (金城武) หลินจื้ออี้ (林志颖) และเขา กลายเป็นจตุเทพของไต้หวันและเพราะว่าเฉินจื้อเผิงต้องเข้ารับเกณฑ์ทหาร เสี่ยวหู่ตุ้ยจึงต้องแยกวงด้วยเหตุนี้ ปี 1995 ได้จัดคอนเสิร์ตหู่เสี้ยวหลงเถิงขวางเปียว (虎啸龙腾狂飙演唱会) ขึ้น เขาน้ำตาไหลในขณะที่ร้องเพลง เจินซี (珍惜)

ในช่วงนี้เอง ทางบ้านก็ประสบปัญหาครั้งใหญ่ กิจการของที่บ้านได้รับผลเสียหายหนักมาก เขาทำงานอย่างหนัก ตั้งใจอย่างยิ่งในการหาเงินเลี้ยงดูทั้งครอบครัว  เวลาแบบนี้เป็นไปกว่า 2 ปี กระทั่งปี 1997 ฉงเหยา(琼瑶) ได้ชวนให้เขาและเฉินจื้อเผิงเล่นละครเรื่ององค์หญิงกำมะลอ ทำให้เขาได้เริ่มเดินบนเส้นทางใหม่ กลายเป็นคนใหม่...

อย่างไม่คาดคิดมาก่อน องค์หญิงกำมะลอทำให้พวกเขาดังเป็นพลุแตก สร้างเป็นความมหัศจรรย์ที่ยากที่จะเลียนแบบได้ และก็ตามมาด้วยเรื่อง เราสองหัวใจเดียวกัน (老房有喜) ลูกปลาน้อย (เดชเซียวฮื่อยี้) (绝代双骄) ดาบมังกรหยก (倚天屠龙记) มนต์รักในสายฝน (情深深,雨蒙蒙) และผลงานอื่นๆอีกมากมาย วงการบันเทิงมีการเปลี่ยนแปลงผันแปรอยู่ตลอดเวลา มีแต่เขาเท่านั้น ที่ไม่ถูกปนเปื้อนให้เปลี่ยนแปลงไป ยังคงรักษาจิตใจที่ดีงามไว้ได้ เขามักจะพัฒนาตนเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองอยู่เสมอ เปลี่ยนบทบาทฐานะไปเรื่อยๆ เปลี่ยนไปรับบทภาพยนตร์ เช่นLost in Panic Room (密室之不可告人) Design Of Death (杀生) The Message (风声) The Four (四大名捕) The Suspicious (最佳嫌疑人) Sweet Alibis (甜蜜杀机) และภาพยนตร์เรื่องอื่นอีกมากมาย หลังจากนั้นก็มาเป็นโปรดิวเซอร์ และได้แสดงละครเรื่อง Destiny By Love (非缘勿扰) จนกระทั่งมาเป็นผู้กำกับ ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง《左耳》 โจ่วเอ่อ

ปัจจุบันมีอายุนำหน้าด้วยเลขสี่แล้ว ขอให้เขาได้เจอกับรางวัลอันทรงเกียรติอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตเร็วๆ พวกเราจะสนับสนุนคุณตลอดไป