Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player



โหย่วเผิง ก็เดินมาอย่างนี้ตลอดทาง

เขาเป็นวัยหนุ่มที่ได้เต้น Green Apple Paradise
เขาเป็นเพื่อนบ้านชายที่ได้ตะโกนทั่วฟ้าว่า “ผมรักคุณ”

เขาเป็นขวัญใจของประชาชนทั้งสองประเทศ
เขาเป็นไกวๆหู่ของเสี่ยวหู่ตุ้ย

เขาและเพื่อนผู้ซึ่งนำความหนุ่มสาวและความกระชุ่ม
กระชวยมา ได้นำสัญลักษณ์พิเศษ "ความคิดที่ร้องเก่ง
เรียนเก่งมา" จากนี้ไปขวัญใจนักร้องจะไม่เป็นที่ขัด
ขวางของผู้ปกครองที่มีต่อลูกอีกต่อไป

ปีนั้นเขาอายุ 16

แสงไฟบนหน้ายิ่งส่องยิ่งสว่าง
ความทุกข์ในใจยิ่งอยู่ยิ่งเยอะ
สุดท้ายลาจากการเรียน เดินทางไปคนเดียวเพื่อคลายความกดดัน
พริบตา ปี 1998 เขาได้กลายเป็น (องค์ชายห้า) ที่อ่อน
โยน เขาได้สลัดคลาบนักร้อง และได้เกิดใหม่อีกครั้งทั้ง
ละครต่าง ๆ  มีสักกี่คนที่จะแสดงได้ดีอย่างเขา เขาประ
สบความสำเร็จ รักที่อ่อนโยนใน (องค์ชายห้า) หลายรัก
ใน(เตียบ่อกี้) รักเดียวใน (ฮวยบ่อข่วย) ทุกเรื่องที่เขา
แสดงล้วนเป็นหนังยอดเยี่ยม จากนี้ไปไม่ว่าเรื่องไหน ๆ
ก็มักจะเห็นตัวเขา แฟน ๆ  กล่าวขานกันว่าเป็นยุคหนัง
ของโหย่วเผิง

Old House Has Joy
Xiang Yue Qing Chun
Love at the Aegean Sea ซีรีย์สมัยใหม่
Amazing Cases
Warriors of the Yang Clan
My Bratty Princess  ซีรีย์สมัยโบราณ กับผลงานที่ยอด
เยี่ยมอย่างนี้เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนไม่น้อย เขาที่ชอบ
เปลี่ยนแปลงไปมา เลือกที่จะเดินสู่ภาพยนตร์

Re Ai  เป็นซีรีย์เรื่องล่าสุดของเขา ได้ท้าทายฝีมือการ
แสดงคนบ้าของเขา เป็นการแสดงบทที่พลิกจากหน้า
มือเป็นหลังมือ

2009 ได้เซอร์ไพรส์เรื่อง The Message
ไป๋เสี่ยวเหนียน กับความสำเร็จอีกครั้งของเขาในงาน
ภาพยนตร์ การร้องละครเพลงงิ้วมาตรฐานดีมาก เขา
สำเร็จแล้ว
ด้วยเหตุนี้ทำให้เขายิ่งมั่นใจในการเข้าสู่วงการภาพยนตร์
shao nian xing hai รับบทเป็นครูของสี่ซิงไห่เป็นนักรัก
ดนตรีของชาติ A singing fairy รับเล่นเป็นหนุ่มที่กลับ
มาบ้านเกิดแล้วไ้ด้ร้องเพลงอิตาลี่เพลงพื้นเมือง

ตรุษจีนปี  2010 เขาได้ปรากฏตัวต่อผู้คนด้วยบุคลิก
ใหม่ร่วมกับเพื่อนในอดีต ได้ร่วมร้องเพลงเพื่อนหวนถึง
อดีตที่ดีๆ ด้วยการแสดงของเขาที่ยอดเยื่ยม ทำให้พวก
เราร้องไห้อีกครั้ง

มิถุนายน  2010 ดอกไม้บานไปทั่วภาพยนตร์จีนได้เชิญ
เขาร่วมงาน การที่ได้รับเลือกนั้นเพราะจากฝีมือการ
แสดงในเรื่อง The Message เรื่องนี้ทำให้เขาได้รับคำ
ชมเป็นอย่างมาก

ภาพยนตร์ที่ดีนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงเส้นทางของเขา
อีกครั้ง การร่วมงานกุศลนั้นเป็นชีวิตจิตใจของเขา เขา
กล่าว “การกุศลคือการทำไม่ใช่ดีแต่พูด” เขาเชื่อว่า
“การให้ดีกว่าการรับ” เขาให้เราจำไม่ลืม “มีจิตใจที่ดี ทำ
ในสิ่งที่ดี พูดในสิ่งที่ดี เป็นคนที่ดี” เส้นทางงานกุศล
เขาได้นำเหล่าแฟนๆทำกันอย่างไม่หยุดหย่อน เขาคือ
ซูโหย่วเผิงเป็นศิลปินที่ควรค่าแก่คุณและฉันสนใจเป็น
ศิลปินที่ภาพลักษณ์ดีคนหนึ่ง
 
เริ่มจากไม่รู้ว่าชื่นชอบโหย่วเผิงแต่เมื่อไหร่กัน จนถึงวันนี้ก็เริ่มสังเกตุเห็นว่าตัวเองนั้น
กลายเป็นแฟนคลับพันธ์แท้ของของโหย่วเผิง เริ่มแรกจากการเป็นแฟนคลับที่ชื่นชอบ
เพลงของเขาและ งานการแสดงของเขา

เริ่มห่วงภาพพจณ์ของเขา เข้าไปในเน็ตเพื่อ Search ข้อมูลที่ไม่เคยเห็นต่างๆ ตัวเอง
ก็ไม่รู้ว่่าทำไมถึงได้กลายเป็นคนที่บ้าเว่อร์อย่างนี้หรือว่าเพราะเสน่ห์ของโหย่วเผิงจริงๆที่ทำให้เราหลงไหล
ขนาดนี้

ก็เพิ่งดูเรื่องเดชเซี่ยวฮื่อยี้แล้วแค่แวบเดียวก็มีผลงาน (องค์หญิงแสนซน) อีกมันทำให้ฉันไม่ทึ่งไม่ได้เลยที่
เดียว เขาเป็นนักแสดงจริงๆ เป็นนักแสดงที่ไม่เคยเรียน การแสดงมาก่อนเลย

เมื่อสิ้นสุดความโด่งดังจากเสี่ยวหู่ตุ้ยแล้ว ได้สลัดภาพแห่งไฮโซ เข้าสู่ช่วงชีวิตที่ตกต่ำที่ลังเลไร้ทิศ สภาพ
อย่างนั้นไม่ต่างจากตอนที่พวกเราพิ่งจบจากมหาลัย ก้มหัวเดินบนถนนก็ไม่มีใครเห็นหัว และในขณะนั้นเอง
(องค์หญิงกำมะลอ)ได้ผ่านมา มันก็ได้ช่วยชีวิตของเขาไว้อีกครั้ง หากไม่ใช่เรื่องนี้แล้ว เราคงจะอดเห็น
โหย่วเผิงปรากฏบนภาพยนตร์ จนถึงทุกวันนี้
 
ช่วงเวลาใน (องค์หญิงกำมะลอ) ชื่นชอบแต่อู่อาเกอ (องค์ชายห้า) เหตุผลหนึ่ง
เพราะความหล่อ อีกเหตุผลหนึ่งก็ เพราะความหล่อเหมือนกัน เหตุเพราะหล่อเกินไป
เลยลืมดูฝืมือการแสดงว่าเป็นไงบ้าง อาจพูดได้ว่าไม่มีที่จะให้ติเลย

เขาเต็มไปด้วยราศีที่ดีเต็มไปด้วยความสง่า แล้วคุณคิดว่า จะไม่เป็นที่หมายปองของ
เหล่าสาวๆ ได้อย่างไรล่ะ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็เหมือนที่เขาได้พูดไว้ นี่เป็นเพียงเรื่องที่เสี่ยวเยื่ยนจื่อแสดง
 
ภาพยนตร์เรื่องที่สองของโหย่วเผิงที่ฉันได้ดูคือ (เราสองหัวใจเดียวกัน) โอ้สวรรค์ การปรากฏตัวของเขานั้นมันทำให้ฉันตะลึงเลยทีเดียว ตอนนั้นเขาหล่อจนสุดบรรยาย
แถมยังบวกกับฉากหลังซึ่งเป็นคนของเหล่าฝางจื่อ ก็ยิ่งให้เห็นถึงความแตกต่าง
ระหว่างเขากับคนอื่นๆ ไม่รู้ว่า (องค์ชายห้า) กลับมาเกิดหรือเปล่า แน่นอนการพูด
อย่างนี้ อาจจะกระทบต่อนักแสดงคนอื่นๆ ด้วย ดูแล้วนั่นไม่ใช่ครั้งหนึ่งของการ
เปลี่ยนแปลงแต่เป็นการซ้ำอีกครั้ง แต่นั่นก็เ็ป็นสิ่งที่ฉันรักที่สุด
 
เรื่อง (เดชเซี่ยวฮื่อยี้) น่าจะพูดได้ว่าดอกไม้ไม่มีที่ติเหมาะจริงๆ ทีเขาแสดงเรื่องนี้
ี้ภาพลักษณ์ดี เป็นที่ชื่นชอบ พูดดี มียิ้ม ฉันว่าการแสดงของโหย่วเผิงนั้นมันสุดยอด
มากๆ

แม้ว่าจะมีคนเคยไม่เคยเห็นด้วยกับฉันสำหรับเรื่องนี้เขาก็คงจะเห็นด้วยและใบหน้าคิ้ว
ของเขานั้นเข้ม ถือว่าเป็นดอกไม้ที่ไม่มีที่ติเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็ฯนักอ่านหรือคอหนังก็คงจะมีความรู้สึกเดียว
กัน แต่ในแง่ของขนบธรรมเนียมนั้น ใช่โหย่วเผิงยังไม่ถึงขั้นเ็ป็นเทพ อย่างไรก็ตามเขาก็ยังเป็น (ซูโหย่วเผิง)
เพียงแค่เขาถูกรังแกสักนิดเดียวฉันก็ปวดใจแทนแล้ว
 
เรื่อง (มนต์รักในสายฝน) ถึงจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของ โหย่วเผิง ตู้เฟยไม่เจ๋ง
เหมือนซูหวน อาจจะสู้เอ๋อห้าวไม่ได้ แย่กว่านั้นคือแม้แต่แฟนสาวก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็น
ใคร แต่ในเรื่องนั้นเขาก็เป็นผู้ให้เสียงหัวเราะ เป็นเจ้าตัวซวย ขอเพียงเขาอยู่ที่ไหนก็
เกิดเรื่องที่นั่นความรู้สึกนี้นั้นก็เหมือนกัน
เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ฉายาว่า คนก่อเรื่องในน้ำตาของฉงเหยานั้นก็ให้เราเห็นถึงความสมบูรณ์ของความรัก ในวันคืน
ที่ระแหงนั้นสามารถเห็นความหวังได้
 
เรื่อง (รักข้ามขอบฟ้า) เป็นครั้งแรกที่ได้เล่นกับดาราต่างประเทศฝีมือการแสดงของ
ไฉ่หลินนั้นไม่มีคำบรรยายและความโหดของโหย่วเผิงเองก็เป็นที่เด่นด้วย แต่สิ่งที่ฉัน
เพ่งก็คือโหย่วเผิง ทั้งยังเป็นคุณชายน้อยของคนรวย มีทั้งความรักที่พ่อแม่ให้และ
ความรักที่เขามีให้กับแฟนสาว ได้สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของชนชั้นสูง ขณะที่เจอ
กวนเสี่ยวถงนั้น
เรื่องบุญคุณก็เป็นสิ่งที่ต้องต่อสู้กันมาก เขาไม่อยากจะอกตัณญูพ่อแม่แต่ก็ไม่อยากจะเสียคนรักไปนี่เป็นสิ่งที่
จะต้องเลือกหนึ่งอย่าง ฉันเคยคิดเล่นๆว่าทำไมต้องห่วงโน่นห่วงนี่หนีไปด้วยกันก็สิ้นเรื่องแต่ีในความเป็นจริง
นั้นมีใครที่จะทอดทิ้งพ่อแม่ได้ล่ะ ถ้าทำอย่างนั้นก็ไม่ใช่คนแล้ว ดูเรื่องนี้ด้วยใจทุกข์แทนจนจบ จนเสียสุขภาพ
อารมณ์ไปหลายวัน อย่างไรก็ไม่ยอมที่จะหนีไปด้วยความอกตัญญู
 
เรื่อง (ยอดวีรบุรุษขุนศึกตระกูลหยาง) เหตุเพราะดูทวงทีที่งดงามของ (โหย่วเผิง)
ก็ยิ่งที่จะเข้าใจถึงภาพที่ทั้งเจ็ดพี่ น้องยืนถ่ายรูปด้วยกัน (ซื่อหลาง) นั้นได้รับการถูกดู
หมิ่นเหยียดหยามจนเต็มหน้า

ถูกตราหน้าว่าเป็นคนขายชาติทรยศต่อบ้านเมือง สีหน้าแวดตาอันเจ็บปวด ขมขื่นนั้น
สามารถเห็นได้ชัดตอนที่(ซื่อหลาง) อยู่ที่เหลียว
 
เรื่อง (ดาบมังกรหยก) ในเว็ปของโหย่วเผิงนั้น มีแฟนคลับได้เขียนไว้ว่า “พี่อู่อาเกอ
พี่เดินผิดฉากผิดเรื่องแล้ว” แต่ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น ฝีมือการแสดงของโหย่วเผิงนั้น
สามารถพิสูจน์ได้ เช่นช่วงวัยรุ่นแรกที่เดียงสาของ (เตียบ่อกี้)

ตอนโตขึ้นที่กตัญญูต่อพ่อบุญธรรม มีใจที่ซื่อตรงต่อบรรดา สาวๆ ในเรื่องต้นฉบับนั้น
(เตียบ่อกี้ ) ก็ไม่ได้เป็นคนที่มีจิตใจแห่งการเป็นเจ้าที่สูง สิ่งที่เขาปรารถนาคือครอบครัวที่อบอุ่น เหตุนี้เองการ
ออกไปท่องยุทธภพของเขานั้นก็เพื่อปกป้อง พี่น้อง คุณปู่ คุณอา พ่อบุญธรรม ร่วมทั้งอาจารย์ปู่ ของตัวเอง
(โหย่วเผิง) ทำให้เราเห็นถึงความดี ความหล่อบางครั้งก็จะเป็น (เตียบ่อกี้ ) ที่ซื่อๆ ฉันว่าแล้วนี่ถึงจะเป็น
(เตียบ่อกี้) ตัวจริง ไม่ใช่หรือ ?
 
เรื่อง (Pai An Jing Qi ไผอันจิงฉี) คังเถียเซินนำความแตกต่างมากมายมาให้ฉัน
อย่างแรก คือ เค้าโครงเรื่องนัั้นมัน อัศจรรย์มาก

อย่างที่สอง คือ ฝีมือการแสดงของโหย่วเผิงนั้นส่งผลดีมาก ฉลาดแต่ก็ไม่ขาดความ
อ่อนโยน เมตตาแต่ก็ไม่อ่อนแอ
ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรเขาก็สามารถจะมีสติปัญญาในการแก้ไข แม้ว่าในเรื่องนั้นจะเอื่อยๆ แต่เป็น
ซีรีย์ที่ไม่ควรพลาด
 
เรื่อง (เจียงจี้จิ้วจี้) เป็นนักเรียนนายร้อยของอังกฤษ เป็นคุณชายใหญ่ของคนรวย
แปลกจริง ทำไมถึงเป็นบทอย่างนี้

อีกแต่เมื่อติดตามดูแล้วก็จะเห็นว่าซีรีย์สไตล์แบบนี้ ก็มีสิ่งที่น่าท้าทายเหมือนกันเป็น
การแสดงที่เหมือนจริง เทียบกับก่อนนั้น เขาโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
 
เรื่อง (องค์หญิงแสนซน) เป็นเรื่องที่ออกอากาศถี่มากในจีนแผ่นดินใหญ่ และช่อง 3
ก็ไม่พลาดที่จะนำเอามาฉายออกอากาศเช่นกัน ฉันชอบมากๆ เป็นฮ่องเต้ที่เปรี่ยม
ปัญญา เป็นพี่รองที่เปรี่ยมด้วยความเมตตา

ในเรื่องจะเป็นแนวระหว่างการเมืองกับความรัก ตอนเริ่มแรกนั้นฮ่องเต้กับไป๋หยินเฟย
ต่างก็เอาของมาแลกกัน แต่เมื่อได้้เจอเสี่ยวหลงเซีย พวกเขาถึงเข้าใจความหมายชีวิตที่แท้จริง
เรื่องความรักนั้นใช่ว่าเป็นสิ่งที่แลกเปลี่ยนได้ ความสนุกของเรื่องนี้จะอยู่ที่การก่อเรื่องครั้งแล้วครั้งเล่าของ
เสี่ยวหลงเซียแต่ทางฮ่องเต้นั้นก็ได้มาแก้ปัญหาที่ก่อไว้ อย่างนับไม่ถ้วน ทุกอย่างที่มาถึงมือของพระองค์ก็จะ
คลี่คลายไป
 
เรื่อง (เย้ออ้าย) ไม่ชอบเรื่องนี้มากเลย และไม่รู้ว่าผู้เขียนทำอะไรกัน ไม่ทราบว่า
โหย่วเผิงบ้าหรือว่าทีมงานบ้ากัน มันไม่เหมือนกับเรื่องราวที่เกิดในสมัยนั้นเลย
โหย่วเผิงเองก็ยังบอกว่าพอใจในเรื่องนี้มาก

แต่ฉันดูแล้วมันไม่ใช่ เป็นครั้งแรกที่ฉันปฏิเสธซีรีย์เรื่องนี้ของโหย่วเผิง ดูเหมือนฉันโต
แล้วเริ่มจะไม่ให้ความคิดของตัวเองถูกใครจูงไปได้แล้ว
 
เรื่อง (เฟิงเซิง) เป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลวเลย โหย่วเผิงสู้ๆ ฉันชอบการแสดงอย่างนี้ของ
คุณมาก แ่ต่ก็ยิ่งปรารถนาชอบคุณใส่ชุดสูทที่สง่าเหมือนพระเอก ขี่ม้าขาวอย่างนั้น
มากกว่า พูดถึงตรงนี้ฉันเพิ่งนึกไ้ด้ ใช่ว่าโหย่วเผิงไม่อยากจะเปลี่ยนตัวเอง เป็นเพราะ
ความคิดหัวโบราณของฉันเองที่ไม่สามารถเปลี่ยนไปได้

อวยพรให้โหย่วเผิงยิ่งบินยิ่งสูง ไม่หยุดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เป็นผู้ซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่แฟนคลับให้กับคุณ

 
Copyright©2010 Suyoupeng ThaiFans