Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player




 

ภาพยนตร์(เส้าเหนียนซินไห่)หลังจากเปิดกล้องที่จู่ไห่แล้ว 24 พ ค ได้ย้ายไปถ่ายทำที่กองถ่ายภาพยนตร์ของหนังไห่ต่อ ทางนักข่าวอยู่ที่ถนนเก่าฮ่องกงมาเก๊าได้เห็นกองถ่ายทำ ที่นี่ได้เป็นสภาพเป็นโรงเรียนหนิวเชอสุยของสิงคโปร์ ในหอประชุมของโรงเรียนได้ประดับด้วยเครื่องเปียโนใหญ่สามขาตัวหนึ่ง หน้าเปียโนนั้นได้มีรูปโน๊ตใหญ่ๆรูปหนึ่ง รวมทั้งยังมีเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่กำลังรอฟังคำสั่งจากทีมงานก่อนเข้าสู่การถ่าย ครูเซี่ยว(โหย่วเผิง) ได้เตรียมสอนอยู่ในห้อง

โหย่วเผิงรับบทเป็นครูสอนเปียโนของเสี่ยวซิงไห่ กำลังสอนเปียโนให้กับเสี่ยวซิงไห่

"เรื่อง..เส้าเหนียนซินไห่" นั้นเป็นเรื่องหนึ่งที่ได้พูดถึงร้อยปีก่อนซี่ซินไห่ได้เกิดมาในตระกูลตั้นซึ่งเป็นชาวประมงที่มาเก๊า และช่วงวัยเด็กได้เติบโตอย่างยากลำบากในมาเก๊า ในเรื่องนั้น แม่ของเธอนั้นได้เป็นผู้หญิงที่รับภาระในตระกูลตั้นซึ่งถือว่าเป็นชนชั้นต่ำ ตอนยังสาวก็ได้เสียสามีไป ได้เป็นหญิงใน
บ้านตั้น แต่เดิมนิสัยของแม่เธอนั้นเป็นคนดีจิตใจอารีย์และสู้ชีวิต ได้รับความทุกข์ยากของชีวิตมากมาย ในความลำบากนั้นได้จุดประกายให้เสี่ยวซิงไห่รู้ถึงพรสวรรค์ของตนเอง ตอนหลังทางเสี่ยวซิงไห่ได้รับการชี้แนะสอนจากครูเปียโนสเปนคนหนึ่ง ได้รับการพัฒนาทางด้านดนตรีเป็นอย่างยิ่ง ตอนหลังได้กลายเป็นผู้แต่งเพลงให้กับกลุ่มต่อต้านทหารญี่ปุ่น

เสี่ยวซิงไห่ฝึกฝนอย่างหนัก

การถ่ายทำโดยให้ฟิมล์นั้นเป็นการถ่ายทำที่น้อยมากแล้วสำหรับภาพยนตร์ จะเด่นของมันคือสามารถที่จะย้อนกลับไปในสภาพการณ์อดีตได้ ทางผู้กำกับที่ยอดเยี่ยมอย่างคุณหลี่กับคุณกุ้ยหยินนั้นได้เลือกใช้วิธีนี้ในการถ่ายทำ แม้ว่าทุนในการถ่ายทำนั้นจะสูง
กว่าก็ตาม ผู้กำกับหลี่ก็ยอมรับได้ เพื่อที่จะให้ภาพของภาพยนตร์ออกมาสวย ทางซ่งเสี่ยวเฟยซึ่งเป็นผู้พิถีพิถันในเรื่องความงามนั้นได้มาเป็นมือกล้องให้เอง ขณะเดียวกัน ผู้ที่ได้รับรางวัลเพลงที่ยอดเยี่ยมนั้นเป็นผู้มาเขียนเพลงให้กับเรื่องนี้ รวมทั้งหวังตี้กับเกาเฉินฮุ่ยที่เป็นผู้ยอดเยี่ยมในงานศิลปะก็ได้มาช่วยงานด้านศิลป์อีกด้วย

เสี่ยวซิงไห่ตื่นเต้นและรักการเรียน

ตัวแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ตัวสำคัญนั้นมี

นางเอกสี่ยั่วเซียน ในบทเป็นแม่ของเสี่ยวซิงไห่

พระเอกซูเจียหัน แสดงเป็นเสี่ยวซิงไห่ นักเรียนจากประถมศึกษาสองของปักกิ่ง แม้อายุแค่เจ็ดขวบ แต่ฝีมือแสดง
ยอดเยี่ยมมาก ได้รับการคัดเลือกจากนักเรียนทั้งประเทศ

โหย่วเผิง รับบทเป็นครูสอนเปียโนของเสี่ยวซิงไห่

ซูเซียงกุ้ย พิธีกรทีวีของมาเก๊า รับบทเป็นอาสาวของเสี่ยวซิงไห่

เรื่องนั้น (เส้าเหนียนซินไห่) ได้ถ่ายทำที่จูไห่ เหิงฉินเต่า จงซัน กองถ่ายภาพยนตร์หนังไห่ ก่วงโจวและเมาเก๊า เรื่องนี้นั้นจะปิดกล้องที่มาเก๊าช่วงเดือนมิถุนายน เสร็จก่อนวันชาติ จะจำหน่ายทั่วประเทศ เป็นของขวัญในงานฉลองครบรอบหกสิบปีและมาเก๊ากลับสู่จีนครบรอบสิบปี

โหย่วเผิงรับบทเป็นครูของซินไห่

เรื่อง(วัยซามซิงไห่)ได้สะท้อนถึงวิถีชีวิตของนักดนตรีดังในเมืองมาเก๊า ตอนนี้นั้นกำกังถ่ายทำอย่างเร่งที่จูไห่ ภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นกำกับโดยผู้กำกับชื่อดังหลี่เฉียนควง เซียวกุ้ยหยินสองสามีภรรยา ผู้รับบทเป็นพระเอกนางเอกคือดาราดังไต้หวันซีย่อเซียน(วิเวียน) และดาราวัยรุ่นปักกิ่งอย่างซูเจียหัง เป็นภาพยนตร์ในการฉลองการสร้างชาติครบรอบหกสิบปีและการครบรอบสิบปีของที่มาเก๊าคืนสู่จีน ทางทีมงานได้วางแผนว่าเดือนหน้านั้นจะไปถ่ายทำที่เมืองมาเก๊า จะฉวยโอกาสในการเปิดฉลองงานปีที่สิบแห่งการ
คืนสู่จีน

วัยเด็กของซี่ซิงไห่อีกครั้ง

เรื่อง(ซามวัยซินไห่)เป็นการบรรยายถึงร้องปีที่แล้วซี่ซินไห่มาเกิดอยู่ในครอบครัวของชาวประมงตั้น รวมทั้งยังมีความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นในวัยเด็กที่เมืองมาเก้า ในความลำบากยากจนนั้นทางแม่ของเธอหวงไฉ่อิงได้จุดประกายพรสวรรค์ของเธอขึ้นมา ตอนหลังได้รับการสอนแนะนำจากครูสอนเปียโนสเปนคนหนึ่ง ทำให้ความสามารถในจุดนี้ของเธอได้รับการพัฒนา ช่วงวัยผู้ใหญ่ได้เข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้านทหารญี่ปุ่น ได้สร้างงานเพลง(หวงต้าเหอช่าง) (ไท้ซิงซันสร้าง) เป็นเพลงแนวปลุกใจในการต่อสู้กับญี่ปุ่น

เรื่องนี้นั้นสร้างขึ้นแนวต่อสู้ที่ดุเดือด ผู้กำกับหลี่เฉียนควง และเซียวกุ้ยหยินกับภรรยา ช่างกล้องซ่งเสี่ยวเฟย ประกอบดนตรีซูหนัน เทคนิกหวังตี้ จัดสร้างเรื่องเกาเฉินฮุ่ยเป็นต้น ฝีมือในการทำนั้นนับว่าเป็นผู้สุดยอดของประเทศ
เลยก็ว่า ผู้รับบทเป็นนางเอกอย่างซีย่อเซี่ยงนั้นเป็นนางเอกดังจากไต้หวัน ฝ่ายพระเอกซูเจียหังเปรียมไปด้วยความสามารถในการแสดง เซียวโหย่วเหม่ยครูของเสี่ยวซินไห่นั้นรับบทโดย
โหย่วเผิง และซูเซียงกุ้ยรับบทเป็นอาสาวของเสี่ยวซิงไห่

หนังที่เร้าใจสะท้อนประวัติศาสตร์

หลี่เฉียนควงกล่าวว่า (เรื่อง ซามวัยซิงไห่)เป็นการร่วมมือของสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างหนัง การวางแผน
เตรียมงาน ถ่ายทำผลิตล้วนทำที่มาเก้า เมืองมรดกโลกที่มาเก้านั้นมีฉากในหนังเรื่องนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว รวมถึงป้ายของต้าซันปา วัดมาจู่ ยอดกัง รวมทั้งโบสถ์ที่สร้างแบบสไตล์สเปนอีกด้วย ล้วนแล้วแต่เป็นฉากหลังของ
เรื่องนี้ทั้งสิ้น

หลี่เฉียนควงยกย่องว่า ซี่ซิงไห่เป็นนักดนตรีที่ยอดเยี่ยมในจีน แต่คนในประเทศไม่เคยรู้เลยว่าวัยเด็กของเขานั้นโตมากับความยากลำบากในชนชั้นที่ต่ำที่มาเก้า ในเรื่องนั้นจะเน้นถึงวิถีชีวิตในเติบโตตั้งแต่เกิดจนถึงอายุสิบสอง ได้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมสเปนที่มาผสมประสานกันแล้วกลายเป็นประวัติศาสตร์ หวังอยากจะสร้างเรื่องให้น่าด
ูน่าสนใจ แต่ก็ต้องไม่ผิดเพี้ยนไปจากประวัติศาสตร์อีกด้วย ก็จะทำออกในแนวประวัติศาสตร์และเร้าใจดุเดือดด้วย

ทีมถ่ายทำถ่ายทำที่จู่กั่น

ก่อนจะถ่ายฉากวิถีชีวิตนับร้อยปีก่อนของตระกูลตั้นนั้น ทีมงานได้สร้างบ้านใหญ่ของตระกูลตั้น ปัจจุบันก็ยังอยู่ที่
นั่นอยู่ ยังไปถ่ายทำอย่างไม่หยุดไม่หย่อนทั้งกลางวันและกลางคืนที่สายน้ำจู่ไห่เหม่ยและที่จงซัน วางแผนไว้ว่าเดือนหน้าวันที่หนึ่งจะไปถ่ายทำที่มาเก้าต่อ แล้วกลางเดือนจะปิดกล้องที่นั่น ก่อนวันชาติจะทำผลิต
ให้แล้วเสร็จ ถายในปีนี้จะออกจำหน่ายได้ จะทำเป็นของขวัญในการครอบรอบหกสิบปีแห่งการก่อตั้งชาติและครบรอบสิบปีที่มาเก้าได้กลับสู่จีนจะออกฉาย
ครั้งแรกที่มาเก้า ฮ่องกง ปักกิ่ง เซี่ยงไห้ ต้าเหลียนเป็นต้น

(ซามวัยซิงไห่)ได้ลงทุนในการสร้างกว่าสิบแปดล้านหยวน ซี่ซินเป็นผู้รับหน้าที่บรรณาธิการเรือง ภายใต้การวางแผนของมูลนิธิภาพยนตร์จีน ได้ร่วมประสานกันสร้างขึ้นโดยบริษัทภาพยนตร์อิงม่งปักกิ่ง บริษัทภาพยนตร์ต้าเหลี่ยนตงฟาง ศูนย์วัฒนธรรมมาเก้าและบริษัทภาพยนตร์ซาหลงของฮ่องกงเป็นต้น

 


1 มิถุนายน 2009 (ข่าว) โหย่วเผิง แต่ละอาทิตย์ได้ปฎิเสธภาพยนตร์ 3 เรื่อง

ข่าวจากสำนักซินลั่น(Sina) ภาพยนตร์เฟิงเซิงที่ยิ่งใหญ่ของค่ายหัวอี้ยังไม่ทันเสร็จสิ้น จางหันอี๋นักแสดงหลักก็ได
้รับเรื่องใหม่ และทางด้านโหย่วเผิงก็ได้รับแสดงภาพยนตร์เรื่อง(เส้าเหนียนซิงไห่) ตามที่ทราบ ในเรื่องนี้นั้นโหย่วเผิงรับบทเป็นนักดนตรีชื่อดังคนหนึ่ง โดยเฉพาะได้เป็นเลขาของผู้นำปฏิวัติอย่าง ดร.ซุนยะ
เซนอีกด้วย

มีชะตากับผู้กำกับหลีเฉียนควง

หลี่เฉียนควงและแซวกุ้ยหยินได้ร่วมกำกับเรื่อง(เส้าเหนียนซิงไห่) ด้วยกัน และหลี่เฉียนควงทั้งยังเป็นประธานค่ายภาพยนตร์ที่จีนอีกด้วย อดีตยังเคยกำกับภาพยนตร์ที่จะฉายในงานวันชาติ
จีนอีกด้วย ผลงานของผู้กำกับท่านนี้นั้นเรียกได้ว่ามีสีสันอย่างมาก ขณะที่กล่าวถึงโหย่วเผิงนั้น ผู้กำกับหลี่กล่าวว่า “ผมกับเขา(โหย่วเผิง)นั้นเรามีวาสนาต่อกัน ครั้งแรกที่เสี่ยวหู่ตุ้ยได้มาเปิดคอนเสิร์ดที่ปักกิ่งในปี 92 นั้น ผมก็ได
้เจอเขา ยิ่งกว่านั้นตอนนั้นผมเองก็ยังเป็นผู้กำกับงานคอนเสิร์ดครั้งนั้นด้วย” ทั้งสองคนได้เจอกันอีกครั้งหลังจาก
เคยเจอกันเมื่อ 17 ปีก่อน ถือว่าพวกเขามีวาสนากันจริงๆ

ขณะที่ประเมินบทของ "แซวโหย่วเหม่ย" นั้น หลังจากที่ "โหย่วเผิง" ได้ถ่ายภาพเสร็จ ทางผู้กำกับหลี่ได้ยกนิ้วโป้ง
ชมว่า “หล่อมากๆ ภาพลักษณ์อย่างนี้นั้นผู้กำกับคนอื่นมองไม่เห็นเลย เสียดายจริงๆ โชคดีที่ผมสังเกตเห็น นี่จะเป็นภาพลักษณ์ที่สุดยอดที่สุดของเรื่องนี้”

นักดนตรีผู้รักชาติ

ในเรื่องที่แล้วที่โหย่วเผิงรับบทเป็นหนึ่งใน “เหลากุ่ย” แม้จะไม่ชัดเจนว่าเขาเป็นคนรักชาติมากน้อยแค่ไหน แต่ในเรื่อง(เส้าเหนียนซิงไห่)นั้น เขากลับเป็นคนหนึ่งที่รักชาติอย่างไม่มีข้อกังขาเลย

ตามที่ทราบมา บท "แซวโหย่วเหม่ย" ที่ (โหย่วเผิง) รับแสดงนั้นเป็นคนหนึ่งที่มีความเป็นชาตินิยมในตัวสูงมาก ทั้งยังเป็นครูสอนดนตรีให้กับ "สี่ซิงไห่" นอกจากจะมีความรักชาติแล้ว เขายังเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในแวดวงดนตรี
อีกด้วย โดยเฉพาะเป็นครูสอนดนตรีที่สำคัญมากๆของ "สี่ซิงไห่" ตามที่ทราบ (แซวโหย่วเหม่ย) นั้นมีความเกี่ยว
ข้องกับ (ดร.ซุนยะเซน) ด้วย หลายครั้งที่ (ดร.ซุนยะเซน) ตกทุกข์ได้ยากนั้นเขาได้ซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ตอนที่
(ดร.ซุนยะเซน) สมัครเลือกประธานธิบดีนั้น ได้ถูกเชิญเป็นเลขาของท่านอีกด้วย เห็นได้ว่าเขามีความเป็นนัก
ปฏิวัติอย่างยิ่ง

ในเรื่อง โหย่วเผิงรับบทเป็นนักดนตรี (แซวโหย่วเหมย) ไม่เพียงแค่ได้แสดงความรักชาติในช่วงเวลาที่โกลาหน
เท่านั้น ในเส้นทางดนตรีนั้นเขาเองก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตของ "สี่ซิงไห่"

แต่ละอาทิตย์ปฏิเสธภาพยนตร์สามเรื่อง

หลังจากเรื่อง(อ้ายฮู 2: Fit Love ) แล้ว โหย่วเผิงได้หันไปเอาดีทางด้านภาพยนตร์ และภาพพจน์อันโดดเด่น มากด้วยประสบการณ์ ความหล่อเหลาคมคายของเขานั้นยังคงตรึงอยู่ในดวงใจของทุกคน และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้เขาเองเป็นที่ดึงดูดสนใจของเหล่าผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อยมา

กล่าวกันว่า ช่วงที่ถ่ายทำเรื่องเฟิงเซิงนั้น เฉลี่ยแล้วทุกอาทิตย์จะปฏิเสธภาพยนตร์สามเรื่อง เห็นว่าเขานั้นเนื้อหอม
เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปีที่แล้วก่อนจะฉายเรื่องเย้ออ้านนั้นเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาแฟนคลับเป็นอย่างมาก ในเรื่องที่ไม่ได้รับบทเป็นพระเอกนั้นก็ได้รับการตอบรับและชื่นชมจากแฟนคลับอย่างล้นหลาม

การเป็นนักแสดงแบบมืออาชีพนั้น โหย่วเผิงได้ปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างมากมายในการรับบท ทางแฟนคลับก็ตั้งหน้ารอคอยการเปลี่ยนบทของเขาอย่างตื่นเต้น หลังจากที่รับบทของนักร้องละครเพลงแล้วมารับบทเป็นนักปฏิวัติ คิดว่าบทที่ยิ่งท้าทายก็จะยิ่งทำให้โหย่วเผิง
ยิ่งตื่นเต้น ไม่ว่าในจอหรือนอกจอเขาเปลี่ยนบทแบบไม่ซ้ำเลย ก่อนหน้านั้นยังคุยกันอยู่ดีๆ เผลอแป๊ปเดียวก
็เปลี่ยนไปอีกบทแล้ว

อีกอย่างที่ทราบมาว่า ในเรื่อง เส้าเหนียนซิงไห่นั้น (สี่ยั่วเซียน) รับบทเป็นแม่ (สี่ซิงไห่)

   

 

 

 

 

 

10 มิถุนายน 2009 รายงานข่าวจากกวงโจว สี่ยั่วเซียนและโหย่วเผิงได้เข้าฉากเพียงวันเดียวเท่านั้น

จากข่าวว่า เรื่อง เส้าเหนียนซิงไห่ ที่สะท้อนวิถีชีวิตของ (สี่ยั่วเซียน) นั้น ถ่ายเสร็จสิ้นในวันที่ 8 ที่มาเก้า นี่เป็นภาพยนตร์ระลึกฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งการก่อตั้งสาธารณะประชาชนจีนและครบรอบ 10 ปีที่มาเก้ากลับ
คืนสู่จีน จะเริ่มออกฉายในท้ายปีนี้ (ธันวาคม 2009)

18 เม.ย. ของปีนี้ เรื่อง เส้าเหนียนซิงไห่ ได้เปิดกล้องที่กวางตุ้ง และหลังจากที่ทีมถ่ายภาพได้เก็บภายที่เกาะ
เหิงฉิง, จูไห่, ค่ายถ่ายหนังจงซัน ค่ายถ่ายภาพยนตร์หนันไห่และค่ายถ่ายทำในกวางโจวเสร็จแล้วนั้น จะเริ่มเข้าฉากที่มาเก้าในวันที่ 2 มิ.ย.

ผู้กำกัลหลี่เฉียนควงกล่าวว่า เรื่อง เส้าเหนียนซิงไห่ นั้นได้ถ่ายทำที่ต้าซันปา ค่ายถ่ายภาพยนตร์กังติ่ง โบสถ์
เซนโจเซฟ วัดหาจู่ ภูเขาเทียนจู่และมรดกโลกที่มาเก้าเรียบร้อยแล้ว เดือนกันยาจะกลับมาตัดต่อที่ปักกิ่ง

(สี่ซิงไห่) เป็นลูกชาวประมงที่เกิดที่มาเก้าในปี 1905 วัยเด็กเขานั้นอยู่ในสภาพของชนชั้นต่ำ ทำให้เขาสะสมการรักชาติและต่อต้านพวกญี่ปุ่น ได้แต่งเพลงต่อต้านญี่ปุ่นมากมาย โดยเฉพาะเพลงประสานเสียงหวงเหอที่เป็นวรรณกรรมที่ล้ำค่ามากๆ นักแสดงหญิง (สี่ยั่วเซียน) และเด็กๆอย่าง
(เจียหังเฟิง) นั้รับบทเป็นแม่และช่วยวัยเด็กของ (สี่ซิงไห่)

ตามข่าว ในเรื่อง เส้าเหนียนซิงไห่นั้น (โหย่วเผิง) เป็นดารารับเชิญ เขารับบทเป็น (เซียวโหย่วเหม่ย) นักดนตร
ีที่มีชื่อในจีน (เซียวโหย่วเหม่ย) นั้นยังเคยเป็นเลขาของ ดร.ซุนยะเซน ในเรื่องนั้น (โหย่วเผิง) ได้สวมชุดซานจวง สวมแว่นดำอันหนึ่ง มีมาดของการเป็นนักดนตรีอย่างยิ่ง

สำหรับ (เซียวโหย่วเหม่ย) นั้นเป็นนักดนตรีแห่งศตวรรษที่ 20 ที่สำคัญคนหนึ่ง ในเรื่องนั้น (โหย่วเผิง) ต้องโชว์ฝีไม้ลายมือในการเล่นดนตรีด้วย ในเรื่องไม่ว่าจะเป็นร้องเพลงหรือเล่นดนตรี เขาล้วนเล่นด้วยตนเอง

โหย่วเผิงกล่าวว่า ผู้ที่เข้าฉากเป็นศัตรูกับเขานั้นยังมี (สี่ยั่วเซียน) แต่ที่น่าเสียดายคือ เขากับ (สี่ยั่วเซียน) นั้นมีฉากเพียงแค่วันเดียวเอง จนทั้งสองรู้สึกว่ายังไม่ได้สนุกเลย

21 กันยายน 2009 ดารารับเชิญ เส้าเหนียนซิงไห่ ซูเจียหัง

ฉากที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือฉากที่ถ่ายในสถานที่ถ่ายทำของหนังไห่ ในฉากนี้นั้น พี่โหย่วเผิง ก็เป็นครูผู้สอนเปียโน
คนแรกให้กับผม ผมก็ตั้งใจในการเรียนกับเขา แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเล่นเปียโนของผม นี่ยังไม่พอ

อาจารย์เซียว บอกว่าขณะที่เล่นกล้องหันไปที่อื่นนั้นให้ผมรีบเปลี่ยนชุด ก่อนที่เล่นกล้องจะมาจับที่ผม ผมต้อง
รีบวิ่งเข้าในฉาก (ต้าซิงไห่) เข้าฉาก จะเป็นแบบเขาสอน (ต้าซิงไห่) เล่นเปีนโน จากฉากนี้ให้เห็นถึงการโตเป็น
ผู้ใหญ่ของ (ซิงไห่) ที่เด็กถึง (ซิงไห่) ที่โตเป็นผู้ใหญ่ ขณะที่พี่โหย่วถอดเสื้อนอกนั้น หมุนตัว และโยนเสื้อไป
ข้างนอก ความเร็วก็มาสู่ที่เดิม หล่อมากๆ ผมอยากปรบมือให้กับเขามากๆ

หัวข้อข่าว+เก็บตก

link รูปทั้งหมด http://tieba.baidu.com/f?kz=679153207 8 ธันวาคม 2009 ประเด็นร้อน โหย่วเผิงถูกแย่งซีน

7 ธันวาคม จากผู้กำกับหลี่เฉียนควง แซวกุ้ยหยินสองสามีภรรยา ได้จัดงานแถลงข่าวภาพยนตร์เรื่อง “เส้าเหนียนซิงไห่” ที่เขียนโดยสีซิง นักแสดงเอกอย่าง โหย่วเผิงและสี่ยั่วเซียน(วิเวียน) ก็มาในงาน แม้ว่าในเรื่องโหย่วเผิงอาจมีบทที่ไม่ยาว แต่ก็ได้รับการยกย่องจากผู้กำกับ แน่นอนยากจะหลีกเลี่ยงการแย่งบทกันบ้าง และทางผู้เขียนบทก็ได้ชมโหย่วเผิงด้วยเช่นกัน บอกว่าโหย่วเผิงเป็นนักแสดงที่ไม่ธรรมดา เล่นบทของแซวโหย่วเหม่ยได้สมบูรณ์แบบจริงๆ
   

หลี่เฉียนควงซูโหย่วเผิงมีวาสนาต่อกัน

ตามที่ทราบมานั้น เรื่อง “เส้าเหนียนซิงไห่”นั้นเป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทำขึ้นเพื่อการฉลองครบรอบ 10 แห่งการกลับคืนของมาเก้าและฉลองการครบรอบ 60 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณะรัฐประชาชนจีนขึ้น ในเรื่องนี้นั้นได้พูดถึง สีซิงไห่ ที่เป็นนักดนตรีดังตอนเด็กได้เติบโตที่มาเก้าและมีชีวิตที่ลำบากลำเค็ญ และบทแซวโหย่วเหม่ยที่โหย่วเผิงรับนั้นเป็นครูสอนดนตรีของสีซิงไห่ ตามที่ทราบ ผู้กำกับหลี่กับโหย่วเผิงนั้นรู้จักกันแต่ปี 91 แล้ว ครั้งนี้ที่เลือกโหย่วเผิงมาเล่นบทแซวโหย่วเหมย ทางผู้กำกับหลี่นั้นไม่เคยที่จะลังเลเลย และทางด้านโหย่วเผิงเองก็ได้ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ที่จะเรียนรู้เข้าใจตัวละครแซวโหย่วเหมยทุกแง่มุม และตั้งใจฝึกฝนเปียโน เรียกวิชาเปียโนกลับมาอีกครั้ง เพื่อจะให้เห็นภาพของความเป็นมืออาชีพนักเปียโนของแซวโหย่วเหมย

ในเรื่อง โหย่วเผิงเข้าใจบทอย่างถ่องแท้

ในเรื่องนี้นั้นโหย่วเผิงรับบทเป็นแซวโหย่วเหมย แต่เมื่อมาค้นดูด้านประวัติศาสตร์แล้วมันก็ดูดีมาก ในเรื่องตามประวัติศาสตร์นั้นแซวโหย่วเหม่ยเป็นคนที่ยากจน แต่เมื่อโหย่วเผิงมารับบทนี้แล้วมันได้เห็นภาพอย่างนั้นได้ดีมาก ผู้กำกับว่า โหย่วเผิงได้สะท้องชีวิตสมัยเด็กในตอนนั้นของแซวโหย่วเหมยออกมาได้ดีมาก ทางผู้เขียนเรื่องก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “โหย่วเผิงได้เล่นบทของแซวโหย่วเหมยได้อย่างสมจริงมาก และในเรื่องนั้นมีอารมณ์ขึ้นๆลงๆ สำหรับบทนี้แล้วโหย่วเผิงนั้นมีการจิตนาการณ์ที่ดีมากๆ” การที่จะได้รับการชมอย่างนี้นั้น ยิ่งทำให้เรื่องนี้เป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก และมันก็ทำให้เกิดการที่โหย่วเผิงเป็นผู้ที่ผู้กำกับต้องการเป็นอย่างมาก

   

สี่ยั่วเซียนกับโหย่วเผิงหยอกล้อกัน

ต่างก็เป็นนักแสดงจากไต้หวัน แต่ว่าสี่ยั่วเซียน นั้นไม่เคยร่วมงานกับโหย่วเผิงเลย เมื่อขึ้นเวทีปุ๊ปทางสียั่วเซียนก็เรียกโหย่วเผิงว่า พี่ และทางโหย่วเผิงก็ได้หยอกล้อกับเธอ เรียกเธอว่าคุณน้า ทำให้มีทุกคนขำกลิ้งไปเลย ในงานแถลงข่าวนั้น ทั้งสองคนต่างก็หยอกล้อกันและกัน เห็นแล้วราวกับสนิทกันมาหลายปี ทางสี่ยั่วเซียน ก็ได้กล่าวว่า ครั้งนี้ที่ได้ร่วมงานกับโหย่วเผิงนั้นดีใจมากๆ ทั้งสองก็ยังหวังว่าอนาคตจะมีโอกาสร่วมงานกันอีก

8 ธันวาคม 2009 สี่ยั่วเซียนแต่งชุดหนังโบราณร่วมถ่ายภาพโปรโมทภาพยนตร์เรื่องนี้กับโหย่วเผิง

7 ธันวาคม ภาพยนตร์เรื่อง “เส้าเหนียนซิงไห่”ได้มีการเปิดงานโปรโมทขึ้นที่มาเก้า นักแสดงหลักอย่างสี่ยั่วเซียนและโหย่วเผิงก็ได้มาร่วมงานี้ด้วย ได้มาบอกเล่าถึงทุกข์สุขเมื่อตอนถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ในเรื่องเป็นครั้งแรกที่สียั่วเซียนรับบทเป็นคุณแม่ และได้เล่นเป็นหญิงสาวที่มีฐานะยากจนมากในครอบครัวหนึ่ง ด้วยเหตุนี้เธอเองไม่เพียงแต่ตากแดดจนดำปี๋ เธอทั้งตั้งใจที่จะไม่ทาครีมกันแดนจนผิวเธอไหม้ไปเลย เธอกล่าวว่านี่เป็นผลงานที่ท้าทายที่สุดในชีวิตที่เคยเล่นภาพยนตร์มาเกือบสิบเก้าปี

ยิ่งกว่านั้นคือโหย่วเผิงที่เป็นผู้สอนเปีนโนที่พิเศษคนหนึ่ง ที่เขาไม่เคยแตะเปียโนมานานนั้นก็ให้เวลาในการซ้อมอย่างจริงจัง เขาทำการบ้านมาดีมาก ไม่เพียงแต่ให้คนอื่น เห็นถึงภาพของเขาในตอนที่เล่นบทไป๋เสี่ยวเหนียน ตอนนั้นเขาก็ใช้เวลาในการเรียนการร้องละครเพลง การที่เขามีความตั้งใจกับงานนั้นเป็นที่น่านับถือจริงๆ

     

 

Copyright©2010 Suyoupeng ThaiFans